580124_พ่อครูให้ธรรมะแทรกในรายการภาคค่ำ งานฉลองหนาวฯ ภูผาฯวันแรก.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
580124_ธรรมะรายการภาคค่ำ งานฉลองหนาวฯ ที่ภูผา ฟ้าน้ำ โดย พ่อครูโพธิรักษ์
_วันนี้ วันที่ 24 ม.ค. 2558 เวลา 18:00 น. มีการแสดงภาคค่ำ เริ่มต้นด้วย วงดนตรีฆราวาส มาขับกล่อมเสียงเพลงของชาวอโศก จากนั้นจึงมีญาติธรรมมาร่วมร้องเพลง ที่เป็นเพลงแบบธรรมชาติ ตามแบบชาวอโศก เป็นบทเพลงที่บรรยายถึงความเป็นมาเป็นไปของชาวภูผาฟ้าน้ำ รำลึกถึงคุณงามความดีของบรรพชน ผู้สร้างภูผาฟ้าน้ำ ซึ่งเสียงเพลงก็เป็นแบบเราๆ คือมีผิดคีย์บ้าง ถูกคีย์บ้าง ดำน้ำบ้าง ขึ้นดอยบ้างตามประสา แต่พวกเราก็ฟังกันอย่างยินดีซาบซึ้งไปด้วย พ่อครูให้ธรรมะแทรก ระหว่างการร้องเพลง พ่อครูว่า… สิ่งที่เกิดมานี้ มีพวกเราออกมาร่วมร้องเพลงกันอย่างเป็นธรรมชาติ มันเกิดจากจิตวิญญาณที่จริงใจ ซึ่งจะผิดหรือถูกก็ดี พวกเราก็ฟังกันได้อย่างดี ถ้าทำได้ถูกต้อง ได้ดีก็ยิ่งดีแน่นอน สิ่งเหล่านี้คือเรื่องของจิตวิญญาณ เป็นเรื่องของภราดรภาพ อันมีความเป็นมิตร มีความเป็นญาติ เป็นสิ่งรวมที่จะหาอคติไม่ได้เลย ซึ่งถ้าผู้มาแสดงถูกจ้างมา แล้วมาทำอย่างนี้ ผู้ที่มานั่งดูนั่งเสพ จะคิดอย่างไร จะทำอย่างไร รับรองว่าหน้ามุ่ยหน้าบูด ดีไม่ดีจะขว้างใส่เวทีเลย นี่คือสิ่งที่ไม่เข้าใจเป็นอวิชชาที่เขาทำนะ การจะมาแสดงอะไรที่มาสันทนาการเช่นนี้มีอะไรก็แสดงรื่นเริง เชื่อมโยงให้สนุกสนาน ของโลกีย์เขาจะมีเช่นนี้ หากคนที่มานี้จ้างมา ถ้าไม่ได้ดังที่เขาคาด หากต่ำกว่าที่เขาคิด ยิ่งเขาเสียตังค์จ้างเขามาด้วยรับรองว่าโดนโห่ โดนปาเลย มันไม่ใช่เรื่องความสัมพันธ์ เรื่องมิตรสหายเลย มันเป็นเรื่องของการได้เปรียบเสียเปรียบ หากคุณแสดงไม่ถึงค่าที่เขาตั้งใจไว้ เขาก็ว่าเขาขาดทุน เขาก็ไม่ยอม มันเป็นเรื่องตัวใครตัวมัน คนมาแสดงก็มาทำเพื่อเอาเงิน คุณฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อจะเอาเงิน กลายเป็นเรื่องหากิน
อ่านต่อ
เป็นการค้า ในโลกของสัตว์โลกก็หากินหาใช้ ก็เลยเป็นวิธีการของมนุษย์ที่จะมาหาเงิน คนที่ให้เขาจ้างก็คือเพื่อจะหาเงิน คนที่จ้างก็คือคนที่ถูกมอมเมาว่าต้องเสพรสที่เขาปรุงแต่งมา ซึ่งแท้จริงมันไม่ต้องมีเลยก็ได้ รสอย่างนั้น เช่นที่อย่างเราแสดงกันนี่ จะดำน้ำ ผิดคีย์บ้าง ถูกคีย์บ้างก็เป็นไปได้ เบิกบานได้ ไม่เห็นต้องอย่างที่เขาทำเลย เป็นเรื่องที่แสดงถึงโลกที่แตกแยกแล้ว พวกที่มาเสพนี้ก็เป็นคนกลุ่มหนึ่ง พวกที่แสดงมอมเมาเขาก็เป็นคนอีกกลุ่มหนึ่ง ก็ทำไป เป็นโลกที่แตกแยกแล้ว เขาตัวใครตัวมัน ต่างคนต่างขูดรีด ต่างคนต้องได้กำไร คนมาเสพก็ต้องได้เสพ คนมาแสดงก็ต้องได้กำไร เขาไม่เข้าใจว่านี่คือสังคมแตกแยก อยู่กันอย่างว่า ใครจะได้เปรียบเสียเปรียบ แล้วก็ครอบงำความคิดกันได้ แม้ว่าคนที่เขาตรึงคนได้ มีชื่อเสียงมาก หากแสดงผิดเละเทะก็ผิดค่า จะถูกถล่มมากเลย ตนเองก็ต้องรักษาค่าการแสดงไว้ให้ไว้ตลอดไม่ตก เพื่อรักษาสภาพที่ตนเองได้เปรียบ ไม่ใช่เรื่องสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณอยู่ร่วมกันเลย เป็นเรื่องทีใครก็ทีใคร ใครอย่ามาเอาเปรียบฉันนะ ให้กันไม่ได้เลย นี่คือเรื่องที่อาตมาแทรกให้พวกเรารู้ธรรมะ สิ่งที่มันเกิดนี้ อย่างที่พวกเราทำนี้ เป็นเรื่องหาได้ยาก คนบางคนก็มาดูแล้วก็อาจหาว่า บ้าบอ ไม่มีค่า ของเขามันต้องสังคมขั้นสูง ต้องได้อย่างค่านิยมเขา มีศิลปินใหญ่มา ไม่ต้องอธิบายถึงพวกลามก นี่ก็อีกอย่างที่เลวร้าย จะไม่พูดถึงตอนนี้
_ จากนั้น พิธีกรทักทายท่านผู้ชมด้วยคำทักทาย ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาปากะญอ พ่อครูทักว่า คนปากะญอฟังออกไหมนี่... จากนั้นมีการแสดงจาก เด็กนร.สัมมาสิกขาจากหลายพุทธสถาน ระหว่างพักรอการแสดง พิธีกรบอกว่า.... ตอนนี้มีสินค้าใหม่มานำเสนอ คือเม็ดมะขามคั่ว เพื่อรำลึกถึงตอนพ่อครูเป็นเด็กที่เป็นคนเริ่มขายเม็ดมะขามคั่ว พิธีกรถามพ่อครูว่า มีวิธีการกินอย่างไร
พ่อครูว่า...อาตมาตอนเด็กๆไม่ได้เล่นเกมหรือเล่นอย่างเด็กปัจจุบัน ก็เป็นการทำงาน แม้แต่ที่ไปขายเม็ดมะขามคั่ว ซึ่งก็ต้องมีวิธีกิน บางคนชอบกินแบบแข็งๆกรอบๆ ก็แกะเปลือกออกแล้วก็เคี้ยวกิน ขบกิน แต่คนไม่ขอบแบบเข็งๆก็เอาไปแช่น้ำจนอ่อนตัว โดยใส่เกลือในน้ำให้พอดีๆ จะมีรสปะแล่มๆ เคี้ยวมัน เป็นเรื่องกินกันเล่นๆไม่มีใครคิดขาย อาตมาก็ลองทำขายดู ใส่กระทงเอาไปขายที่ตลาด จำไม่ได้ว่าขายกระทงละกี่บาท ตอนนี้เงินเป็นตังค์ กระทงละตังค์สองตังค์ ปรากฏว่าขายได้ ต่อมาก็มีเม็ดมะค่าแต้ก็ทำขายได้ ….
_ ในการแสดงของนร.สันติอโศกซึ่งเด็กชายใส่ชุดสัมมาสิกขาปกติ ส่วนเด็กนร.หญิงใส่ชุดสัมมาสิกขาแล้วมีผ้าเป็นลายพาดบ่าเพียงแค่นี้...เพื่อเต้นรีวิวประกอบเพลง “บ่ ใส่เกิบ” หลังจากจบแสดง พ่อครูให้ความรู้ทางธรรมะแก่พวกเราเพิ่มเติม
พ่อครูว่า… พวกเราดูนี่ต่างจากรายการที่เขาจ้างทำ เราดูนี่นะเราลุ้น ผิดๆๆก็หัวเราะเห็นใจๆ แต่ถ้าไปจ้างดูนี่คนละเรื่องเลย ดูแล้วจะเสพหากเขาทำดี เขาทำไม่ดีก็หงุดหงิด ยิ่งทำไม่ดีอาจโดนปาอะไรใส่ก็ได้ นี่ก็คือความแตกต่างของ “สังคมคน” และ “สังคมที่ไม่ใช่คน” แล้ว จบ