580123_พิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ณ บ้านพืชผัก สวนชายดอย ชุมชนภูผาฟ้าน้ำ.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2558
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์334 KB
วันที่แก้ไข13 มิถุนายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

580123_พิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ณ บ้านพืชผัก สวนชายดอย ชุมชนภูผาฟ้าน้ำ

_ วันนี้วันที่ 23 ม.ค. 2558 เป็นวันทำพิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ พ่อครูเดินทางจากธุลีฟ้าฯ มาถึงบ้านพืชผัก ประมาณ 14:15 น. พ่อครูกราบพระฯแล้วกล่าวนำก่อนทำพิธีกรรม พ่อครูว่า… การทำพิธีกรรมใดๆ เขาก็รู้กันทั่วว่าสามารถใช้เป็นวิธีการสะกดจิต รวมจิตได้ ความไม่รู้ของคนก็คิดว่าเป็นความขลัง แต่ก็ไม่รู้กันว่าที่ทำไปจะได้อะไรขึ้นมา อาจคิดกันว่า ได้บุญ ได้กุศล เป็นสวรรค์วิมาน ได้สร้างภพสร้างชาติ เดากันว่าได้บุญได้กุศล หรือได้อะไรตามปรารถนา เรียกว่าได้ตัณหา เดาว่าได้สุข สวรรค์แสนวิเศษ อุดมสมบูรณ์ด้วยสิ่งที่เขาชอบตามจริต ต่างคนก็ต่างสร้างภพชาติ แต่ก็ไม่ชัดเจนในตนนักว่าสร้างอะไร? สรุปคือเป็นความงมงาย ไม่รู้ เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ตายไปแล้วไม่รู้กี่ชาติก็ยังไม่รู้ นี่คือคนที่อวิชชา ไม่มีสิ่งจริงยืนยันได้อย่างเอหิปัสสิโก แต่พุทธเข้าใจในสิ่งนี้ แล้วไม่ได้ลบหลู่ สามารถร่วมกันได้ ทำให้สงบได้ สามัคคีกันได้ ก็เป็นผลทางโลกีย์ ทางสังคมศาสตร์ คนที่ใช้วิธีนี้ ไม่ว่าจะเป็นฤทธิ์สั่งสมในจิตได้ อาจเป็นเชื้อสายสืบกันมาอย่างชาวอินเดีย เขาก็ถ่ายทอดกันมา แล้วในสังคมต้องอาศัย ในคนระดับนั้น ส่วนคนระดับที่มีปัญญาแล้ว ถ้ารู้จริงแล้วจะเป็นจิตที่ประเสริฐมีปัญญาจะรู้ว่าสิ่งนี้มีประโยชน์และไม่ลบหลู่วิธีการนี้ ให้เขาอาศัย แม้เราไม่ทำ เราก็อย่าไปขัดขวาง เราก็ร่วมกันเขาได้ไม่ได้ดูถูก ส่วนคนโง่จะไปลบหลู่เขา ดีไม่ดีก็ทำให้โกรธถึงฆ่ากัน เขาหาว่าไม่จริง แต่ก็มีที่เขาไม่รู้ว่าทำไปทำไม แต่ว่าในโลกของสัจจะนั้น มันคือสัญญา ย นิจจานิ อย่างอรหันต์นี่ไม่ยึดในปรมัตถสัจจะแล้วก็อยู่กับสมมุติสัจจะได้ เหมือนพระพุทธเจ้า เกิดมาในยุคเทวนิยมก็ต้องอยู่กับพวกเทวนิยมไป

อ่านต่อ

อาศัยกันไป ซึ่งเป็นเรื่องปัญญาจริงๆ ความจริงสูงสุดอย่างไรก็รู้จะอนุโลมก็รู้ ผู้ที่เข้าใจสัจธรรมชัดเจนจริง ก็จะเข้าใจคนที่มีอัตตา มานะ อติมานะ เข้าใจชัดเจนไปตามลำดับเข้าใจได้ อาตมาทำอนุโลมถึงขั้นนี้ แต่ก่อนก็ไม่ให้มีพระพุทธรูปในวัด ทำการพรากไม้ที่ชุ่มด้วยยางจากน้ำ เขาก็โวยวาย แต่ก็ไม่ได้เหมือนที่เขาว่าพวกนี้มันไม่เคารพพระพุทธรูป ซึ่งเราก็มีคารโว ยิ่งตอนนั้นยังไม่แยกจากหมู่เขาเราก็อนุโลมกับเขา แม้เราจะปลีกไปเราก็เคารพพระพุทธรูปกันทั้งนั้น จริงที่ตอนแรกเราไม่มีพระพุทธรูปในวัด แต่เราก็ไม่ได้ลบหลู่นะ เราไปที่ไหนก็กราบพระพุทธรูป แต่ต่อมาทำไมอาตมาให้มีพระพุทธรูป เพราะเรามีฐานจิตที่ ชาวอโศกไม่ติดยึด แล้วปฏิบัติเคารพเป็นสิ่งแทนเป็นสมมุติสัจจะที่เป็นจุดศูนย์รวม เท่าที่จะให้มีพระพุทธรูปเป็นตัวอย่าง อย่างที่โลกเข้าใจกัน แต่เราก็ไม่เคารพอย่างเดียรัจฉาจวิชชา เคารพอย่างอามิส ด้วยดอกไม้ธูปเทียน เราไม่ทำ พระพุทธเจ้าห้ามไว้ในจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล พระพุทธรูปของเราสร้างมา เกือบ 10 ปีแล้วก็ไม่ได้ผิด ไม่ได้ออกนอกรีต ไม่ได้ผิดศีล ไม่ได้เป็นเดียรัจฉานวิชชา ไม่ผิดธรรมวินัย ใครเผลอมาเป็นพวงมาลัย ดอกบัวบ้าง แต่ที่จะมาตกแต่งไม่มีใครมาทำได้เพราะพวกเราตาสับปะรด เราก็จะได้เรียนรู้กำหนดจิต อ่านอาการจิตที่ยึดติด มันไม่เข้าใจไม่เกิดปัญญาละเอียดลึกก็จะได้เข้าใจ ครบองค์ประชุมทั้งกายสังขาร กายวิญญาณ เข้าใจรูป 28 ที่จะต้องพัฒนาลดอาการที่ยังค้างคา ยังติดตั้งแต่ภาวรูป 2 ไป จนหมดความเป็นสัตว์ถึงอรูป เราก็จะรู้รูปของความเป็นสัตว์ชีวิตสัตว์ที่เป็นชีวิตินทรีย์ ให้สัตว์โอปปาติกะหมดสิ้นไปจากจิต เราก็จะรู้ค่าของสมมุติสัจจะ ที่เขาต้องอาศัย แม้แต่ในพวกเรา กราบเคารพยังอธิษฐานอีก ถ้าอธิษฐานแล้วขอให้ตนเจริญอย่างไรก็ไม่ได้แต่ถ้าตั้งจิตว่าเราจะปฏิบัติให้มีกำลังก็ทำได้ แต่บางคนมีเหลือเชื้อเทวนิยม ก็จะได้เรียนรู้ให้ลึกลักษณะพวกนี้ เรามาเก็บรายละเอียดอ่านจิตว่าเรายังติดภพ ชาติ แลบเลีย มีขออะไรอีก เราเองต้องปฏิบัติให้ได้ บางคนว่า ฤทธิ์เดชบารมีก็ขอได้ แต่ว่าที่จริงแล้วบารมีก็เป็นของแต่ละคน ขอกันไม่ได้ บารมีของใครก็ของใคร หากขอได้ก็ไปขอจากพระพุทธเจ้ากันทุกคน พระพุทธเจ้าก็เมื่อยสิ ถ้าขอได้จะขอกี่คนวันหนึ่งไม่รู้กี่ล้านคน มันขอไม่ได้ แต่มันมีสิ่งที่ไม่รู้ บารมีคือความจริง เป็นของใครก็ของคนนั้น แบ่งบารมีกันไม่ได้ บารมีคือภาวะที่คุณลดกิเลส กิเลสดับแล้วก็มีกุศลขึ้น คุณล้างกิเลสลง กุศลมีขึ้นทันที คุณล้างกิเลสหมดก็มีแต่กุศล พอเมื่อไม่ต้องล้างกิเลสก็จะได้พลังทำกุศลทดมาไม่รู้กี่เท่า เพราะไม่ต้องใช้พลังงานไปลดกิเลส ก็ได้มีพลังทำกุศลอย่างเดียวเลย เป็นของจริงนะ มีแต่เป็นนามธรรมคุณต้องทำให้ถึง ถ้าไม่ถึงคุณก็ต้องทำให้ได้ _ ต่อไปพ่อครูจะได้นำพาทำพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พาไหว้พระแล้วก็จะทำพิธีบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ จากนั้นมีการตอบประเด็นปัญหา _ ขอถามว่าพระบรม สารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้าเห็นมีกันมากมาย พ่อครูว่า … พระธาตุนี่เชื่อกันว่าเป็นพระอัฐิของพระพุทธเจ้า แล้วเขาก็เห็นว่า สิ่งนี้เพิ่มเติมได้ พระพุทธศาสนาไปที่ไหนก็เกิดได้เพิ่มขึ้น เขาก็ว่างอกได้ เพิ่มได้ คนก็ว่าจริงหรือไม่? พระพุทธรูปมีจริงไหม? ก็ไม่จริง ไม่มีส่วนใดเป็นส่วนหนึ่งของพระพุทธเจ้าเลย แล้วเราก็สมมุติยึดกันว่าเป็นตัวแทนพระพุทธเจ้า ขนาดพระพุทธรูปน้อยใหญ่เราก็กราบได้ แต่พระบรมฯนี้สมมุติว่าจริงเราก็เคารพได้ แต่ถึงไม่จริงก็เหมือนพระพุทธรูปเราก็เคารพได้เหมือนกัน เขาอาจมีพิสูจน์อย่างนั้นอย่างนี้เอาไปลอยน้ำหรือเอาไปทำอย่างอื่นก็ตาม แต่จริงหรือไม่ เราก็เคารพได้ เหมือนพระพุทธรูป ผอบทองอาตมาเล็กนิดเดียว เขาก็ให้พระธาตุมา แล้วของคุณองค์โตนะ เขาว่างอกได้ด้วย แล้วมันมาจากไหน ใครแอบเอาไปใส่ คุณผึ้งนี่ให้เอามาใส่ อาตมาก็ว่าพอดีเลย คุณผึ้งก็มานี่ จะได้คลายสงสัย คุณจะได้คลายสงสัย หลายอย่างพระพุทธเจ้าท่านว่ามีอิทธิปาฏิหาริย์ เราก็รู้แต่เราพิสูจน์ไม่ได้ เราเชื่อเราก็จบ สิ่งที่เราไม่รู้มีอีกมาก ถ้าเราเข้าใจเราใช้เป็นประโยชน์เป็นนัยอะไรเรารู้แล้วเราก็จบ เป็นประโยชน์เราก็เอา ไม่เป็นประโยชน์เราก็ไม่เอา สิ่งสมมุติขึ้นมามีใหม่เรื่อยๆไม่รู้จบเลย _ ครูดีบุญ...รายงานความเป็นอยู่ของ บ้านพืชผัก สวนชายดอย.. _ ระหว่างนั้นพ่อครูแจกเหรียญพญาแร้ง 80 ปีไม่มีแก่ พ่อครูจะถามญาติโยมว่า จะเอาสีอะไร มีสีแดง สีขาว สีน้ำเงิน พอจะรับโยมบางคนก็บอกว่า เอาสีเขียว (ตามสีถุงที่ห่อหุ้มเข็มพญาแร้ง) พ่อครูก็จะบอกว่าไม่มีสีเขียว ….มีแต่สีแดง ขาว น้ำเงิน... จนท่านอ าจารย์1 ต้องประกาศว่า คงมีโยมบางคนเข้าใจผิดเหมือนอาตมาว่าให้เลือกสีตามถุงที่บรรจุ … มีสะเก็ดข่าวอีกเล็กๆว่า ตอนที่พ่อครูแจกเหรียญพญาแร้งที่ชมร.เชียงใหม่ มีคนอินเดีย มาขอเหรียญพญาแร้งเนื่องจากฟังภาษาไทยไม่เข้าใจนัก พ่อครูถามว่าจะเอาสีอะไร...เขาก็ตอบมาว่า...ศีรษะอโศก(เขาเป็นคนอินเดียไปศึกษาที่ศีรษะอโศกมา) พ่อครูก็เลยขำ แล้วก็ให้เหรียญเขาไป …. จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน