230313-362 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ022.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 13 มีนาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์นำปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกก่อนจะทำอาหารกันวันนี้ก็อย่าพูดอะไรก็ได้ทุกคนฟังบ้างช่วงเวลาหนึ่งที่ไม่ได้พูดกันไม่ได้คุยกันไม่ได้พบหน้ากันรวมกลุ่มก็มีทรัพย์เวลาหนึ่งในช่วงวันประมาณนั้นอย่างนั้นก็ควรจะได้พูดอะไรกันบ้างที่เราได้มีเปลี่ยนกิจกรรมภายในในส่วน เราอยู่ขณะนี้โดยเฉพาะที่สันติอโศกจะเป็นกิจกรรมใหญ่ก็คือพฤติกรรมที่ไม่ทำวัดเช้าหมายถึงที่นี่แห่งเดียววันที่อื่นที่พุทธสถานอื่นๆก็ยังคงมีกิจกรรมนี้อยู่ตามเดิมเพราะว่าเป็นกิจกรรมหลักและก็ไม่ได้หมายความว่าสันติอโศกจะหยุดทำวัตรเช้านี้ไปตลอดก็ไม่ใช่ก็ยังคงเป็นกิจกรรมหลักขอช่วงนี้ขอหยุดพักนึงเพราะว่าเรามีอะไรจะได้เป็นแรงและมันก็มีอะไรสำคัญที่ตัวผมเองเป็นผู้ที่มองเห็นแล้วก็พูดกันก็ไม่ได้อะไรหลายๆอย่างพูดเป็นภาษาคนพูดก็ไม่ได้ ก็ควรจะได้ทดสอบคนจะได้ทดลองเพื่อพวกคุณจะได้ทดสอบสิ่งที่มันเป็นจริงเองบอกมันไม่ได้เป็นภาษาก็ยังไม่ต้องให้ผ่านเองเพราะการให้หยุดพักในช่วงเช้านี้จุดมุ่งหมายใหญ่ที่ให้พักนั้นคืออยากจะให้พวกเรามีการปฏิวัติมีการใช้เวลาในเวลาพักเพราะว่านโยบายตอนนี้คือการหยุดการพักแต่การหยุดการพักในที่นี้ก็คืออธิบายซับซ้อนหลายอย่างแล้วด้วยภาษาพระพูดหลายหลายตอนมามากก็ให้หยุดพักนี้ไม่ใช่ว่าต้องเข้าใจคำว่าพักไม่ใช่ว่าเข้าใจคำว่าพรรคผิดก็เข้าใจคำว่าพรรค สัมมาทิฏฐิซึ่งได้ขยายความอย่างยาวยืดยาดแล้วว่าพรรคนั้นเอาหลักฐานของภาษามายืนยันให้ฟังว่ามาจากสันติฐานะหรือว่าฉันเป็นผักซึ่งมันเป็นคำมาจากคำว่าอุทยานที่แปลว่าขยันฉันกลับแล้วว่าสงบเราต้องขยันอย่างสงบนั่นคือพรรคไม่ใช่หมายความว่าเป็นคนขี้เกียจขี้คร้านหลบลงไปในรูหลบๆๆอันนี้ขอให้เห็นโดยปัญญาเลยอันนี้เป็นสุดยอดที่ได้พยายามค้นคว้าทุกหลักฐานที่จะ
อ่านต่อ
เอามาอ้างอิงถึงความจริงของพระพุทธเจ้าแล้วพระพุทธเจ้าท่านบรรลุธรรมสูงสุดแล้วไม่ใช่ว่าท่านเป็นได้ทำได้เขาได้รู้แล้วก็ไป อยู่ในรูนั้นเหมือนจะยังลัทธิเดียรถีย์ทั้งหลายไม่ใช่เลยอันนี้ขอยืนยันหัวชนฝาเลยเนี่ยใครจะยึดมั่นถือมั่นอย่างไรอย่างอื่นเขาจะบอกว่าผมยึดมั่นถือมั่นผมก็จะยึดมั่นถือมั่นอันนี้เพราะพระพุทธเจ้านี่ค้นพบธรรมะที่เจริญไม่ใช่คนทำค้นพบธรรมะดึกดำบรรพ์ที่ค้นพบมาแล้วเดือนนี้ทั้งหลายฤาษีทั้งหลายค้นพบไม่ใช่พระพุทธเจ้าค้นพบสัจธรรมของท่านเองไม่ใช่ของเดียรถีย์ผิดแผกเจริญศรีคำว่าสงบก็ยังอยู่คำว่าดับสนิทก็ยังอยู่คำว่าหยุดก็ยังอยู่คำว่านิโรธยังอยู่คำว่าอะไรยังอยู่ทั้งสิ้นแต่เหนือกว่าคำว่ายังอยู่นั้นถ้าเหนือคำว่าดับคำว่าสงบอะไรนั้น มันยังมีกิจกรรมของมนุษย์ที่เป็นมนุษย์ประเสริฐมันเป็นกิจกรรมของมนุษย์ที่เป็นมนุษย์ประเสริฐจริงๆเป็นมนุษย์ที่มีสัมมาคารวะท่านยืนยันว่าศาสนาของใครก็ของใครจะวิมุติด้วยของใครของใครจะนิโรธนิพพานของใครก็ของใครแต่ของพระพุทธเจ้านั้นนิโรธนิพพานโดยมีสัมมาคารวะองค์ 8 อย่างมีสมาธิเป็นอันต้นมีต้นมาวายามะไม่ขาดสัมมาวายามะจะแปลว่าความขยันจะแปลว่าความขวนขวายจะแปลว่าความพยายามได้ทั้งสิ้นประมาณเป็นความพยายามเป็นความขวนขวายเป็นความไม่ได้หยุดมันซ้อนแสงอยู่ผสมอยู่หยุดอย่างไม่ใช่ผู้ที่หยุดตายไม่ใช่ผู้หยุดนิ่ง กูหยุดยังงงๆแล้วมาวายามะกับสัมมาสติแปลว่าผู้ตื่นไม่ใช่ผู้หลักสัมมาสติมีสติเป็นผู้ตื่นเป็นผู้ที่อยู่อย่างแววไวอยู่อย่างไม่ใช่เป็นผู้ที่อื่นอาจช่วยเหนื่อยไม่ใช่นี่เป็นเครื่องกำกับเป็นเครื่องยืนยันคุณลักษณะของพุทธศาสนาหรือพุทธธรรมรัฐบาลอเมริกากับสัมมาสติแล้วมันไม่ได้บอกว่าเป็นการหยุดหลับดับดีเลยสติก็บอกว่าเจอพยายามก็แปลว่าไม่ได้อยู่นิ่งๆแล้วมาว่าอย่ามาก็ไม่ได้อยู่นิ่งๆขวนขวายเป็นผู้ติดต่อเป็นผู้ที่มีหูตาแวววายเป็นผู้ที่รู้จิตรู้การ กิจการอยู่ที่ไหนสัมมาสัมมาสังกัปปะเป็นผู้มีดำริเป็นผู้มีปรารภถ้าตัวปรารภแล้วที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้มากก็คือปรารภความเพียรซึ่งเราได้แปลกันมามากตั้งแต่อาหรับอาราธนาพระธาตุหรือแม้แต่กรกฎาคมแปลว่าความปรารภทั้งสิ้นเลยเป็นความปรารภเป็นความที่จะขยันขึ้นเป็นความที่จะต้องคิดอ่านถามตนเสมอว่าบัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ถ้าเรานั่งอยู่เฉยๆหยุดอยู่ดึกๆดื่นๆๆถ้าเรามีเหตุผลเพียงพอว่าเออตอนนี้ควรพักเราจะพักโดยวิธีคำว่าพรรคคำนี้หรือเราควรจะหยุดอยู่เฉยๆแม้จะไม่คิดไม่นึกเพราะฉะนั้นถ้าเราควรคิดส่วนลึกเราก็จะมีสัมมาสังกัปปะดำริ นึกคิดว่าถ้าเราไม่ไม่จะไม่หยุดหยุดไม่หยุดดับพักหลับหลี่อะไรหรือว่าดับพักจริงๆแล้วล่ะก็เราก็ควรจะมีสัมมาสังกัปปะควรทบทวนพิจารณาเพราะฉะนั้นอย่างน้อยที่สุดในช่วงเช้าที่เราไม่ได้ขึ้นมาทำวัดเนี่ยเรามีเวลาช่วงหนึ่งไม่ได้หมายความว่าให้หลงหลับหลงนอนแต่ก็บอกไว้แล้วว่าเอารักคนไหนที่มันไม่ไหวจริงๆมีกิเลสแต่ตอนนี้ได้โอกาสจะแอบหลับแอบนอนจะลากหูลากหางอะไรไปแค่ไหนก็เชิญแต่ที่จริงก็บอกไว้แล้วอธิบายแล้วว่าช่วงเช้านี้กว่าจะถึงช่วงออกมาบิณฑบาตรหรือว่าไม่บิณฑบาตผู้ใดจะออกมาเดินจงกรมจะมาทำอะไรก็ตามแต่เป็นการไม่ใช้ปริยัติไม่พยายามที่จะกรอกหูด้วยบัญญัติอะไรลงไปอีกเพราะเรามีมากกันแล้ว เพราะในช่วงนี้จะมีบรรยากาศสงบสงัดอะไรอยู่บ้างแล้วเราจะพิจารณาทบทวนมีบุพเพนิวาสานุสติญาณมีการระลึกย้อมทบทวนปรับปรุงดูในบรรยากาศสงบเหมือนเราอยู่ป่าอยู่เขาอยู่ถ้ำเป็นอากาศที่ดีเป็นบรรยากาศที่ดีที่เราจะใช้เวลานั้นก็ทบทวนอะไรต่ออะไรต่างๆมันไม่ใช่ของทำเล่นไม่ใช่วันเดียวที่จะทำเล่นๆหัวๆทำไปหลายๆวันทำไปพยายามพิจารณาลุกขึ้นมาอย่าติดการนอนได้ใช้สูตรใช้อะไรก็ได้ประกอบหมดแล้วแม้แต่สูตรที่จะกันเอาไว้อย่างหนักวัตถุที่พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าอริยมรรคย่อมบริสุทธิ์ได้บอกชัดที่สุดแล้วสอนจนกระทั่งขยะทุกข์ขยันแล้วอริยมรรคจะบริสุทธิ์ได้ก็คือต้องทำความต้องกำจัด ขจัดการหลับนอนความหลับขจัดความหลับอย่าไปติดความหลับแล้วก็ขจัดอะไรต่างๆนานาทำไมแม้แต่ธรรมชาติทำอะไรนี่เป็นหลักต่อไปเป็นวิชาการหรือกรรมฐานที่ให้เป็นเวลาเป็นเวลาเพราะฉะนั้นเราจะให้หยุดตรงนั้นในตอนเช้านี้ถ้าใครไม่รู้จะพิสูจน์ความนอนอะไรก็พิสูจน์พอสมควรและเราเองเราก็จะต้องรู้ว่ามันจะไปผิดหลักต้องขับความรักอริยมรรคจึงจะบริสุทธิ์ได้เมื่ออริยมรรคองค์ 8 บริสุทธิ์ดีเราก็จะเจริญในธรรมอย่างแน่นอนเพราะเรามีสัมมาสังกัปปะสัมมาวาจายืนยันว่าไม่ใช่ว่าการหยุดหรือการพักหรือว่าการสงบการดับนี่มันไม่หยุดมันมีพูดมันมีคิดมีพูดมีสัมมากัมมันตะมีการกระทำเป็นที่สุด อมตะหมายความว่ามีการงานเป็นที่สุดกัมมะบวกอันดับมีการงานเป็นที่สุดมีกรรมและมีการกระทำเป็นที่สุดเพราะฉะนั้นจะทำการคิดกระทำการพูดกระทำการงานทางกายกรรมใดๆก็ตามเป็นต้องมีเป็นที่สุดไม่มีไม่ได้ศาสนาพระพุทธเจ้านี้ถือกรรมเป็นใหญ่หรือกรรมเป็นเหตุหรือกรรมเป็นการแบ่งมนุษย์ภาคมนุษย์ยิ่งเป็นพระแล้วจะเป็นสมณะได้ท่านบอกว่าสมรรถนะนี่จะมีอายุหรือหมายความว่าคนไม่ตายคือคนมีฉันมีฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสามีอิทธิบาทมีอธิบายมีความยินดีอยู่ไม่ใช่ไม่ยินดีเห็นหน้าก็ไม่ยินดีแล้วหน้าไม่น่ามีนาไม่เบิกบานแจ่มใสอย่างนี้มันแสดงออกทั้งทั้งภาพ ประสิทธิภาพแสดงออกทางกายแล้วถึงเราไม่ควรเราจะต้องสำนึกรู้กายรู้ตัวทั่วพร้อมทั้งกายนอกกายในรู้แต่สีหน้ารู้แม้แต่สีหน้าของตัวเองว่าสีหน้าตัวเองเราอยู่ขณะนี้เรารู้แล้วเราหรือพร้อมมีอานาปานสติระลึกกายชะตาสติเพราะว่าเราเองขณะนี้สีหน้าเราอยู่ในอะไรแม้จะอยู่คนเดียวแล้วก็จุดเทียนให้สีหน้าของเราเบิกเบิกบานเบิกบานอยู่ไม่ใช่หมายความว่าเราแม้อยู่คนเดียวก็ปล่อยไปให้ตามที่เคยเป็นเคยมีหน้านิวหน้าย่นนามุ้ยไอ้เด็กกล้ามเนื้อมันก็เคยกินแบบนั้นเราต้องไม่เอาแก้ไขไม่ให้หมดทั้งกล้ามเนื้อทั้งเซลล์ประสาททั้งสีหน้าสีตามีอานาปานสติทั่วพร้อมตลอดเวลา นั่งนอนไม่ใช่มีแต่อานาปานสติแค่ตอนนั่งรอแม่นั่งหลับตาแล้วก็จะมีหน้าเบิกบานใบหน้าเบิกบานมีสติตัวทั่วพร้อมระริกนอกกายนอกกายในมีปฏิสังขาโยอยู่เราเจริญอย่างไรรู้อย่างไรคุณก็นึกเอาเองเพราะเราจะต้องฝึกไปมีหน้าตาเบิกบานแจ่มใสหน้านิ่วคิ้วขมวดหม่นหมองเห็นได้รูปอย่างนี้ว่ารูปนี้ไม่น่ามีเราจะไม่ควรจะมีรอยย่นบนใบหน้านอกจากแก่แล้วเท่านั้นเองถ้ามันแก่ไปอีกเรื่องนึงถ้ามันยังไม่แก่หนุ่มๆสาวๆไม่ควรมีรอยย่นบนใบหน้าทำให้ควรมีความเป็นอยู่หน้าพระพุทธเจ้าสกัดไปนะใบหน้าจะอยู่ใบหน้าไม่ควรกระทำให้ตนเกิดมันมา ออกมาจากอารมณ์ภายในมันขุ่นข้องมันคิดมันขมมันขุ่นมันไม่คลายเนี่ยมันก็มันก็เลยขมวดมาหมดแล้วขมวดทั้งคิ้วขมวดทั้งหน้าทั้งตานี่มันเป็นเป็นเรื่องของสันติเป็นเรื่องของสัมพันธ์เป็นเรื่องของการสืบโยงเป็นประวัติสติเราจะต้องรู้ความสืบโยงความสืบต่อสันติคดีต่างๆนี้ครับแล้วเราจะเป็นผู้ที่ทำถูกต้องทั้งกายทั้งมโนพร้อมพระเราฝึกตัวเราเราดูเราฝึกเปลี่ยนไปเป็นผู้เบิกบานเบิกบานแม้หน้าตาก็รู้ว่านี่เป็นผู้มีพันธะเป็นผู้มีวิริยะเป็นผู้มีสิทธิ์จะได้สนับสนุนได้พยายามเน้นให้ฟังแล้วก็มีการค้าเป็นผู้มีความยินดีในอะไรต่ออะไรต่างๆไม่ใช่มีความสงสัยเป็นผู้เกื้อ พูดประสานสืบโยงเกี่ยวเกาะกันอยู่ในการเกี่ยวเกาะนี้อย่าไปหลงว่ามันเป็นการยึดมั่นถือมั่นหรือเป็นการเกี่ยวข้องอย่างติดยึดเราไม่เป็นอย่างนั้นเราเป็นคนที่จะเกี่ยวเกาะสืบโยงสัมพันธ์มีฐานิยาธรรมมีความเป็นหมู่เป็นกลุ่มมีความเป็นหมู่ปัญหาสุขมีความเป็นอยู่เป็นหมู่บ้านผาสุกซึ่งเราจะไม่ให้ทำระแหงอย่าว่าแต่ถึงแตกเราจะไม่ทำให้มันเกิดระแหงเราจะทำให้มันอย่างอยู่กันอย่างประสานสนิทเนียนเป็นอย่างดีที่เป็นอุดมการณ์ส่วนจะทำได้มากน้อยแค่ไหนเราต้องพยายามช่วยกันทุกคนทุกคนก็พยายามที่จะอบรมตนพยายามที่จะปรับปรุง โรงงานในช่วงเช้าที่ไม่ทำวัดนั้นจึงอยากให้ทุกคนคอยดูคอยแลคอยทำตัวให้สบายๆแม้เราจะพิจารณาแม้เราจะเดินจะรู้จะทำให้หนูก็ออกมาได้อ่ะมาดูมาแล้วมาทำลายก็จะสงบพอสมควรจะเดินจะยืนจะนั่งจะนอนก็ได้ฝึกปรือว่าเรามีความสงบอย่างขยันหรือเราก็ยังขยันอยู่อย่างสงบเพราะการขยันใดบางทีมันมากนักนี่ก็จึงเตือนกันอันนึงว่าพวกเราไม่หยุดแล้วแต่เรายังมีการตีระฆังตี 3 ซึ่งหนักกว่าเก่านะหนักกว่าปกติปกติเลยมีมีทำวัดหรือเราตีระฆังตี 3 ครึ่งแล้วก็มาทำวัดกันพร้อมฟัง cc พ่อบอกให้หยุดกับตีระฆังตี 3 เลยแล้วก็มาพร้อม 3:30 น หรือทำไม่ได้ก็เลยๆอยู่เลยกับพวกเราให้ฟังว่าไม่ใช่ติเตียนทีเดียวดีขยันขนาดเราจะชอบมากถ้าคนที่รักไม่ชอบมากขยันไม่ชอบมากแต่ว่าถึงอย่างนั้นบางคนที่รักก็ไม่ใช่คนบ้าที่จะปล่อยให้ขยันเลยเธอขยายล้ำหน้าเป็นอัตลักษณ์วิริยะอาจารย์ไก่อาจารย์วิริยะเป็นขยันขยันมากไปมันขยันเกินมันก็ไม่ถูกเรื่องของเราไม่ถูกกาลเทศะอยู่ว่าถ้าเราไม่เร่งรับจนเกินไปไม่ใช่กิจที่จำเป็นก็ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ บิ๊กซีเคาะระฆังมากันพอสมควรถ้าบอกว่าจะทำกันละเอาละช่วงนี้เราจะทำอันนี้กันเมื่อตกลงกันยินดีพร้อมสร้างไม่มีปัญหาอะไรหรอกที่พูดในมิติที่พูดนี่ก็เอาล่ะก็ดีแล้วล่ะแต่ว่าอยากจะให้ประมาณอยากจะให้พิจารณากันมากกว่านี้จะบอกนี่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะให้หยุดไปซะเลยถ้าสมควรที่จะทำในกาละบางครั้งบางคราวจะทำประมาณนั้นขนาดนั้นขนาดนี้ก็พิจารณากันเมื่อเห็นฝั่งพร้อมกันไม่ว่าอ่าเพราะฉะนั้นส่วนใหญ่ที่เป็นเมืองตั้งท้องอยู่แล้วแน่นอนหลับทุกครั้งมันก็จะต้องมีคนที่ไม่เห็นด้วยเพราะว่าความขยันมันไม่ค่อยจะมีมากเท่าความขี้เกียจความขี้เกียจบางทีมักจะมีมากกว่าเพราะมันจะต้องบางคนก็ไม่เห็นดีด้วยแน่นอนมันมีแน่ๆแหละมันมีเสมอแต่ถ้าส่วนใหญ่จริงๆแล้วเห็นทั้งท้องและพิจารณารอบตัวแต่ว่าเอาๆๆ 3 ก็เอาไม่ว่าจะเอาตี 3 ครึ่งเคาะระฆังก็ไม่ว่าถ้าเห็นช่างพร้อมแล้วยิ่งตอนเร่งเร่งเลยก็ไม่ว่านะรีบเตือนจริงอีกหน่อยนึงเท่านั้นเองไม่ใช่ว่าเปลี่ยนไปทีเดียวเตือนจริงฟังคำไม่ออกเตือนจริงๆก็ต่างกันนะเตือนสติมันก็เป็นเงินเดือนจริงหน่อยๆก็หมายความว่ามากคนคนนั้นถ้ายิ่งว่ามากว่าแรงว่าร้ายก็เป็นอีกเรื่องนึงมันจะยิ่งสูงไปใหญ่ต้องเข้าใจความหมายภาษาด้วยเพราะอันนี้ก็พูดขึ้นเพื่อที่จะให้พยายามพิจารณากันเพราะงั้นถ้าเกิดว่าเราไม่มีงานอะไรเร่งจนเกินการก็พยายามดูด้วยแล้วก็ได้เน้นอีกอันนึงคำว่าจิตตะในอิทธิบาทสิ่งนี้มันหมายความว่าเอาใจใส่หรือหมายความว่าเราควรจะมีน้ำ ให้มากไม่เน้นไม่เน้นแล้วพยายามให้พยายามมีน้ำใจบางคนงานหนักก็หนักทำอยู่คนเดียวคนอื่นก็ไม่เข้าไปดูเป็นแลอย่างน้อยแต่เป็นลูกไม้ลูกมือรับช่วงก็ยังดีถ้าอย่างท่านอนุกรมมีงานทั้งวันทั้งคืนตื่นแต่เช้าตื่นแต่ไรท่านมนุษย์จะโดนไม่ค่อยมีลูกมือไม่ค่อยมีใครไปรับช่วงทั้งๆที่บางอย่างบางอันรับมันได้ถึงแม้จะทำปกนี่มองดูเลยทำสงสาร มีน้ำใจกันบางคนนั้นน่ะโรคขี้เกียจนี่มันก็ยังเยอะนะทั้งๆที่มันควรจะทำบ้างมันก็ถึงกลับไปมีวิธีปิดตานั่นน่ะมันขึ้นค้อนหรือว่ามันบิดกายแต่จะไปเดินนวยนาดจิตกายอะไรกันอยู่หรือไม่สลบคุณครูเข้าไปไม่บิดตายก็ลงไปเป็นเศษส่วนจะมีนับตังค์เลยหมายความว่าทุกข์เลยทุกข์เข้ามุมเลยกดเข้าไปเลยเจ็บแต่ตัวจะดีนะตังค์เราพูดเนี่ยเราพูดถึงพฤติกรรมของจิตนะฟังดีๆเราพูดถึงพฤติกรรมของจิตเราต้องอ่านที่เราเป็นนักปฏิบัติธรรมเป็นพระโยคาวจรมันออกมาถึงพฤติกรรมกายออกปานนั้นแล้วยังไม่รู้นี่มันคืออะไรเราบังคับมันไม่ได้แล้วเราจะไปบังคับ แม้แต่เราเห็นอยู่ว่าทนโท่ว่าเราเองมันโอ้โหเรามันขึ้นขนเรามันเห็นชัดนี้ทำพิการนี่หมายความว่าชีวิตชีวานะหรือว่าวิชามิกกี้เมาส์เนี่ยธรรมะเนี่ยฟังให้ดีนะที่ไม่สามารถที่จะมาจากรากศัพท์โดยเฉพาะชีวิตชีวาเนี่ยมันเป็นเรื่องที่เป็นไปแล้วเป็นชีวิตที่เป็นไปเห็นชัดๆแล้วหิมะก็หมายความว่าจิตที่มันเป็นชีวิตเห็นชัดจิตตะจิตตะเอ่อวิธีการเนี่ยมันก็หมายความว่ามันเป็นตัวที่นึกว่ามันเป็นประโยชน์นับถืออย่างนั้นมันตีกลับนึกว่าอย่างนั้นไม่ว่าชีวิตชีวาอย่างนั้นเป็นประโยชน์นะหรือเราอาจจะชื่นใจเราอาจจะเป็นชีวิตชีวาของเราแม้เราประทับใจเหลือเกินได้หมดได้มากใน ได้ขึ้นค้นได้ไม่เอาถ่านอะไรกับกิจกรรมที่ควรเป็นมันดีนักหรือพยายามไตร่ตรองฝึกฝนแล้วก็บังคับตัวเองครับถ้าเราบังคับตัวเองแค่นี้ไม่ได้แล้วเราจะไปบังคับจิตใจของเราที่ละเอียดลึกซึ้งที่จะต้องบังคับนะจะต้องเอาชนะจิตใจอย่างนี้มันเป็นกิเลสที่ซ่อนแฝงที่สุดกว่านี้ไอ้นี่ยังหยาบเพราะมันออกมาจนกระทั่งถึงกายกรรมแล้วนี่ถ้าเราไม่รู้ถึงป่านฉะนี้แล้วเราจะไปบังคับจิตใจที่เหนือกว่านี้ได้อย่างไรเราจะเจริญขึ้นได้อย่างไรเราจะพัฒนาตนเองได้อย่างไรมันยากนะฟังดีๆแล้วเราจะต้องพยายามอย่าพยายามอ่านพยายามแก้ไขปรับปรุงขยันขึ้นเพราะฉะนั้นคนขยันคนขี้เกียจนี่แหละแย่เพราะแม้แต่ขยันขยันมากผมไม่ใช่คนที่เจริญมาขยันเกินไปก็จะต้องไม่เอาๆ พยายามปลาเมื่อกี้ก็พูดถึงเรื่องขยันเกินไปหน่อยนึงแล้วทีนี้ก็มาพูดถึงขี้เกียจซึ่งเป็นตัวตรงกันข้ามกันเพราะขี้เกียจก็ยิ่ง LINE เร็วหนักก็ต้องไม่เอาอ่ะขอให้พิจารณาใช้ตอนพักอย่างขยันในช่วงนี้เราเน้นจุดนี้ก็พยายามประจำเพราะคนขี้เกียจเนี่ยต้องพยายามอย่างมากๆให้มากๆก็ขึ้นมาพิจารณาอย่างน้อยที่สุดเป็นพระโยคาวจรที่ฝึกเพียรในระบบของการปฏิบัติธรรมของตนก็ยังดีตื่นเช้าขึ้นมาเดินจงกรมดูเนี่ยเช้าเรามีอะไรในกิจกรรมเราเปลี่ยนไปแต่ว่าเราก็ยังมีอะไรต่ออะไรอยู่เป็นเรื่องที่จะต้องเป็นชีวิตชีวาของเรามีระบบอยู่ที่ระฆังขึ้นมาช่วยกันดูแลเปิดประตูหน้าต่างอะไรต่างๆนานาในช่วยกันดูตี 4 แล้วเปิดประตูให้เขาดูเปิดเช้า บางทีผมก็ต้องรู้ว่าแม่จะเปิดไฟหน้าแม่จะเปิดน้ำก็ไม่มีใครต้องมาโทษทำไม่มีใครดูใครแล้วไม่มีใครเห็นแต่ประตูหน้าก็ดูผมก็สอดส่องดูอยู่เรื่อยๆเหมือนกันผมก็ต้องสอดส่องดูแต่ก็เห็นเปิดกันดีและยังไม่รู้ว่ากุญแจอยู่ที่ไหนแล้วบางทีผมก็เดินดูเอ๊ะกุญแจที่ไหนไม่รู้แต่ก็ได้เห็นปกติแต่น้ำท่านี้ต้องมาทำต้องมาช่วยอยู่หลายทีก็มาเปิดมาอะไรก็ได้ทีละครั้งก็ยังตีกันดีไม่บกพร่องอะไรนะเพราะบางคนได้พยายามมากขึ้นเพราะเตือนด้วยสูตรพวกนี้ขึ้นมาก็เอาระฆังไปตีเคาะเป็นๆปังๆขึ้นมาวันแรกๆก็ดูพร้อมกันเสียงดีเสียงหนาหูหลายๆเจ้าหลังๆมาค่อยๆหายไปเพราะน้อยเจ้าลงน้อยเจ้าลงเพราะตีสองบ้างเคาะหลังๆมาค่อยหายไป ตอนนี้รู้สึกว่าจะไม่ไม่มีไม่ได้ยินเสียงเคาะระฆังเลยระฆังให้ยามอะไรก็จะฝึกอะไรก็จะฝึกความตื่นก็จะฝึกขับความหลับอะไรเนี่ยที่ได้พูดไปแล้วเหมือนเราต้องฝึกตนเราต้องเป็นพระโยคาวจรที่จริงเป็นพระโยคาวจรที่เอาเอาเรื่องเอาราวเอากันการอยู่กันอย่างสงบก็ดีอยู่การจะมีการสอดส่องมีกะจิตกะใจมีน้ำใจที่จะดูแลทำความสัมพันธ์ไม่ใช่หมายความว่าเราเป็นคลุกคลีแต่เราไปดูรากเราเราดูโยงใยเหมือนกับเราอยู่ด้วยกันไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ไม่พบกันเลยนึกว่าไม่ได้อยู่ที่นี่นึกว่าหายไปไหนอะไรอย่างนี้มันก็เกินไปเพราะเราจะต้องอยู่อย่าง ฝันเห็นกันอยู่สัมพันธ์กันอยู่วันหนึ่งคืนหนึ่งจะพบหน้าพบตากันได้แต่ไม่ใช่คลุกคลีลองดูดีๆไม่ใช่คลุกคลีไม่ใช่มั่วสุมเราไม่ได้มั่วสุมทุกวันนี้ของเรามีสภาพงามว่ากันจริงๆสำหรับสถานปฏิบัติธรรมคือไม่คึกไม่ดูคลุกคลีไม่ดูจุ้นจ้านไม่ดูมั่วสุมอะไรกันไปทีเดียวแต่พอถึงเวลาหน้างานก็มาพร้อมพรั่งเอ่อต่างก็ทำงานกันดีหรือแม้แต่ไม่มีงานที่มันจะต้องมารวมหมู่ลงแขกก็ยังมีงานส่วนคนนั้นส่วนคนนี้อยู่อย่างนั้นอยู่อย่างนี้เป็นส่วนเป็นสัตว์อันดีงามแม้ไม่มีงานผู้ใดที่ไม่มีงาน ตอนนี้ถึงเวลาเราพักเราก็พักถ้าไม่พักเราก็ดำริดูว่าเราควรจะทำอะไรกายกรรมวจีกรรมอะไรที่ดีกว่านี้ยังมีอีกแล้วก็ควรจะทำกายกรรมและวจีกรรมอันใดถ้าควรไปพูดก็ไปพูดไปหาเรื่องพูดถ้าควรไปทำกายกายกรรมการกระทำทางกายก็ไปหากายกรรมดูเราจะไปทำอะไรกับใครที่สมควรที่สุดก่อนพิจารณาเพิ่มขึ้นแล้วเราก็ทำจริงๆทำจนเคยทำจนชินทำจนเป็นเรื่องธรรมดามันก็จะเกิดการประสานที่แม่ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ต่างมีอะไรก็มาเรียกสิ่งมีอะไรก็มาดึงเอาตัวไปสิฉันเต็มใจให้อยู่แล้วไอ้คนที่มีงานอยู่แล้วก็ทำงานแล้วก็ยังจะต้องไปตามอีกก็ดูคิดดูเถอะส่วนคนไม่มีงานต้องนำหมกอยู่มี ไปดูๆแล้วมันก็ไม่เอื้อกันไม่เชื่อกันส่วนคนที่ทำงานทำงานทำงานก็ระลึกถึงแม้งานมันล้นนะกว่าจะระลึกถึงคนนั้นคนนี้แล้วก็ต้องออกแรงไปตามอีกไอ้คนว่างก็ว่างๆๆอะไรก็ไม่พยายามที่จะมีพิจารณาของพระพุทธเจ้าพ่อที่บอกว่าณบัดนี้กายกรรมวจีกรรมอย่างมีอะไรที่ดีกว่านี้อีกก็ตามหรือในข้อที่ว่าบัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่บัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่เนี่ยมันสัมพันธ์กันมันน่าจะได้รู้กรรมกรรมมันจะสัมมากัมมันตะทั้งปวงเพราะฉะนั้นการระลึกได้การมีสัมมาคารอริยมรรคองค์ 8 มีสัมมาสังกัปปะมีสัมมาวาจามีสัมมากัมมันตะเป็นสัมมาอาชีวะเห็นได้ว่าพระนี่ไม่ใช่คนไม่มีอาชีพพระ คนมีอาชีพหรือนักบวชเป็นคนมีอาชีพหรือพวกเราอยู่ด้วยกันต่างมีอาชีพมีกี่วรรคแต่เรามีอาชีพเรามีชีวะเราจะเป็นผู้ที่กระทำตนให้คนเห็นว่าเรามีอีกกี่บาทเรามีอายุเราเป็นสมณะอายุของสมณะคือสิทธิบัตรเราเป็นผู้มีสติกระจายเราเป็นผู้มีฉันทะเราเป็นผู้มีวิริยะเราเป็นผู้มีวิมังสาเราเป็นผู้พัฒนาไม่ใช่เราเป็นผู้ที่เป็นน้ำเน่าเป็นสิ่งที่ตกตะกอนแล้วเป็นสิ่งที่นอนนิ่งแล้วแล้วก็สะสมหมักหมมกลายเป็นน้ำเน่าไม่ใช่เราไม่ใช่ทาสอย่างนั้นเราเป็นทาสพัฒนาเราไม่ใช่ภาพหมักหมมเราไม่ใช่ธาตุน้ำเน่า คนไม่ใช่ธาตุน้ำเน่าสมณะไม่ใช่ธาตุน้ำเน่าสมณะมีอิทธิบาทเป็นเครื่องแสดงสมณะเป็นเครื่องเสียงมีอิทธิบาทเป็นเครื่องแสดงถึงอายุหรือความเป็นอยู่อายุคือความเป็นอยู่หรืออายุหลวงปู่นี่หมายความว่าการเกิดประโยชน์หรือกำไรเป็นผู้มีประโยชน์หรือมีกำไรอยู่กำไรไม่ใช่ของเราหรอกเราเป็นสมณะและเราย่อมรู้ว่าเราไม่ได้ทำกำไรให้ตัวเองหรือเราไม่ได้ทำประโยชน์เพื่อประโยชน์ตนอย่างเดียวประโยชน์ตนสบายแล้วยังไงยังไงก็สบายทำงานก็สบายเรามีพรรคอยู่ในตัวพรรคอย่างขยันหรือขยันอย่างพักเพราะฉะนั้นสุดท้ายณนี้จึงไม่ใช่เรื่องเล่นผมทราบถึงเมืองซาบซึ้งมากเลยอ่านเจอประโยคที่บอกว่าเราไม่พรรค เรากินข้าวกับข้าวสงสารจำได้ว่าอันนี้ฉันอยากเป็นคนค้นอีกทีนึงเจอไอ้ดำตอนนั้นเจอแล้วก็สะดุดให้ไปค้นดูมันจนกระทั่งไม่รู้ว่ามันไม่ตกอยู่ในปีดอกเล่มไหนที่มันอยู่พุทธกาลนิกายนี่เป็นคนมาเจอได้เห็นอีกก็เลยไปสอบทวนเอาภาษาบาลีอะไรมันยิ่งดีจังเลยผมสั่งมาอ่านผ่านตอนแรกพบตอนแรกจะรู้จักพ่อแม่ท่านสอนเทวดาอย่างนี้มันเป็นคำสอนชั้นสูงมันเป็นคำสอนชั้นยอดไม่ใช่คนผิวเผินพูดไม่รู้เรื่องหรอกฟังแล้วไม่รู้เรื่องแล้วมันก็ไม่รู้เรื่องกันมานานแล้วมันก็หมักหมักอยู่ในพระไตรปิฎกนั่นแหละเป็นคำศัพท์ที่เขาลืมแล้วก็ทิ้งกันแล้วเขาไม่รู้ค่าแล้วแต่มันเป็นคำสูง ซาบซึ้งถึงเป็นได้เพราะที่สุดในที่สุดเราเป็นผู้ที่ไม่พักไม่เพียรดังกล่าวนี้มันไม่ใช่เรื่องอื่นเป็นเรื่องสูงต้องขอให้เราได้สอดส่องให้ใครดูเราจะพยายามดูซิว่าเราจะมีสัมมาสังกัปปะเราจะมีสัมมาวาจาเราจะมีสัมมากัมมันตะอันใดที่มันจะพึงสอดประสานกันอยู่อย่างดีมันก็จะมีจริงเป็นจริงเราจะต้องพึงระลึกประโยชน์ตนผู้ใดที่จะใช้ในช่วงระหว่างช่วงเช้าที่จะพึงบุพเพสันนิวาสความเกิดความดับของจิตที่เราเคยเป็นเคยมีความเกิดของความดับของพฤติกรรมต่างๆของเราก็ตามแต่แม้เราจะรู้พฤติกรรมมันก็เป็น เราเพิ่งอ่านไม่ถึง 10 เทียบเคียงผิดแต่อดีตกับจิตปัจจุบันความเกิดความดับเดี๋ยวนี้ความเกิดของจิตแต่ก่อนนี้มันก็เกิดประกอบพร้อมกับในระยะในระยะที่มีพฤติกรรมในอดีตนั้นกับเดี๋ยวนี้ถ้าเรามีกิจกรรมหรือพฤติกรรมอันนี้เกิดขึ้นเรามีจิตตัวเลวตัวร้ายอันนี้หรือเปล่าถ้าไม่มีเราพึงพยายามให้มีกลิ่นตัวดีขึ้นอย่าให้เลวร้ายอย่างเก่ามีอะไรจะต้องพยายามรู้เมื่อเรารู้ความเกิดความปรารถนาที่เราย้อนอย่างนี้ก็คือเป็นประโยชน์แล้วก็ต่างกรรมฐานทางจิตตั้งใจสร้างไอ้สิ่งที่เราควรตั้งให้แก่ตนคืออธิษฐานให้แก่ตนเราจึงจะสำเร็จจนถึงจะบริบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆเราจึงจะ มีวิมังสาพัฒนาทั้งตนพัฒนาทั้งหมู่กลุ่มสังคมมีอธิษฐานมีธรรมะอันไม่เสื่อมนำไปเป็นของดีเพื่อขอให้พวกเราได้ช่วยกันด้วยการกระทำอย่างที่กล่าวนี้ให้เข้าใจช่วยตนเองด้วยช่วยผู้อื่นด้วยไอ้ประโยชน์ตนประโยชน์ท่านเนี่ยผมขอย้ำให้ฟังว่ามันไม่ใช่การแยกกันนะประโยชน์ตนนั้นอย่างหนึ่งประโยชน์ท่านนั้นอย่างหนึ่งไม่ถ้าถึงที่สุดและประโยชน์ตนประโยชน์ท่านมันอยู่ด้วยกันพร้อมกันแม้เราจะหมดสิทธิ์ตนมีแต่ประโยชน์ท่านมันก็ยังมีประโยชน์ต่อตนเองอีกนั่นแหละพระอรหันต์เจ้านี่นะหมดจิตตนไม่ต้องศึกษาไม่ต้องอะไรอีกแล้วก็ตามงานการด้วยสิ่งอะไรที่ท่านทำอยู่มีประโยชน์ท่านทั้งสิ้นในประโยชน์ท่านนั้นเราจะเกิด ประโยชน์ตนโดยสมมติสัจจะคือเราจะเชี่ยวชาญถ้ำทองแคล่วคล่องง่ายเบาเก่งแล้วทำงานบางอย่างนี้เรายังไม่เข้าคล่องนี่ยากไม่ง่ายหนักแต่พอทำคล่องแล้วบ่าวจริงๆนะนั่นก็คือตนมันง่ายขึ้นมันก็สบายสิทำงานอันนี้เรายิ่งทำยิ่งทำทองมันก็ยิ่งง่ายยิ่งเบามันก็เกิดประโยชน์ตนโดยปริยายเป็นสมมติที่สัจจะอันหนึ่งแท้ๆวันแม่พระอรหันต์มาทำงานทำอะไรต่ออะไรอยู่ท่านก็เกิดประโยชน์ตนอยู่ด้วยโดยประโยชน์ตนอันนี้มันเป็นประโยชน์แบบโลกแบบสมมติที่เกิดจากและประโยชน์ท่านหนึ่งของแน่ๆเลยท่านย่อมเป็นประโยชน์เป็นผู้ประเสริฐเป็นผู้ที่ต้องยกไว้เถิดเถิดครูบูชาเคารพกราบไหว้เพราะท่านเป็นผู้ที่สร้าง ฉันเป็นผู้ที่อุ้มชูเป็นอนุเคราะห์โลกด้วยแล้วเป็นอะไรและเมตตาค้ำจุนโลกาโลโกอุปาทานเมตตาท่านเป็นผู้ที่มีเมตตาค้ำจุนโลกถ้าไม่มีคนอย่างนี้ค้ำจุนโลกแล้วใครจะทำไม่มีแต่จะผลาญโลกกันเพราะฉะนั้นเราจะต้องพยายามเข้าใจให้ตลอดเมื่อเราเข้าใจตลอดทะลุล่วงดีแล้วมันก็จะทำอะไรโดยที่ใจของเราไม่มีอะไรบ้างไอ้ที่ไม่มีอะไรต้านนั่นแหละคือหมดแต่จิตที่มันขัดจิตที่มันเข้าไปข้องจิตที่เข้าไปขวางไม่มีความมีสิ่งอะไรขวางไม่มีความขวางความขัดจึงเรียกวันนี้ผ่านกฎข้อบังคับเป็นอย่างนั้นจริงๆจิตเหล่านี้เองหมด ว่าเราจะต้องพยายามปฏิบัติหรือว่าประพฤติไปเป็นขั้นของกรรมฐานของเราเป็นศักยะของเราไปละลายไปเรื่อยๆให้มีประโยชน์สมพรมีประโยชน์ทั้งตนมีประโยชน์ทั้งท่านให้ดีและจงเข้าใจจุดมุ่งหมายของเราที่กระทำนี้ผมจะสอนหรือว่าผมจะบรรยายในภาคบ่ายก็เตรียมพร้อมแล้วท่านสมาชิกก็ได้แล้วอาจจะมีการจัดการเขียนการอะไรกันอีกว่ามีพฤติกรรมเพราะว่าเราจะต้องเปิดฉากในการสอนมีชั้นเรียนมีอะไรต่ออะไรเพิ่มขึ้นมีหลักสูตรหรือมีกิจกรรมเพราะเราโตขึ้นเราจะต้องมีกลุ่มมีหมู่เราจะต้องคอยวางรูปแบบมีตัวอย่างมีการนำพาและมีจิตอีกเยอะที่ผมจะต้องค่อยๆกระทำไปค่อยๆก้าวหน้าบางอย่างบางอันยังรื้อฟื้นขึ้นมาไม่ได้หรือว่ายังกระทำไม่ได้ต้องทิ้งไว้ก่อน คิดถึงเวลาถึงเวลาแล้วก็จะค่อยๆทำขึ้นทำขึ้นแล้วเราจะด้วยการกระทำด้วยกันภารกิจตนผู้ใดที่ค้างคาอะไรพิจารณาให้มากมันไม่มีอะไรหรอกมันยังเหลือยึดถือที่ปัญญาของเรายังไม่แล่นทะลุถ้าเล่นทะลุอะไรก็วางโยนฝังได้สำหรับผู้ที่มีจิตที่สั่งสมแล้วพอสมควรมันแทบจะนิสสรณะประหารมันแทบจะวิมุติเอามีสมุดเขตกับประหารไ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive