230328-368 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ022.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2523 อภิณหปัจจเวกขณ์ (84 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์37 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ถ้าใครจะขอกำชับกัญชาพวกเราในเรื่องการบำเพ็ญหรือการประพฤติประการบำเพ็ญหรือการประพฤติของผู้ที่บำเพ็ญจะต้องมีความละเอียดลึกซึ้งธรรมะโดยเฉพาะเรายืนยันว่าธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้เป็นธรรมะอันละเอียดสุขุมประณีตลึกซึ้งเราประมาทไม่ได้แม้ที่สุดในที่สุดแล้วพระอรหันต์เจ้าจะเป็นอยู่ท่านก็จะเป็นอยู่อย่างไม่ประมาทเพราะมันยังมีขันธ์ 5 มันจะมีกรรมจะมีการกระทำ งานเพราะฉะนั้นเมื่อมีการกระทำหรือการงานหรือการเป็นอยู่เราก็จะต้องเป็นผู้ที่เป็นอยู่อย่างชนิดที่มีสิ่งที่เป็นกุศลอยู่ให้ถึงพร้อมอยู่ตลอดเวลาวรรณกรรมใดๆกรรมใดๆที่จะเกิดมันย่อมพึงมีพึงเป็นพึงเกิดเพราะเรายังไม่ใช่คนตายโดยสัจจะโดยสมมติที่สัจจะเป็นอย่างนั้นปรมัตถสัจจะที่หมายเอาจิตเจตสิกรูปนิพพานแม้พระอรหันต์เจ้าท่านจะมีจิตมีเจตสิกมีรูปที่ท่านยืนรอยืนรับหรือท่านรู้นามอยู่พร้อมพรั่งเป็นนิพพานก็ดีท่านก็ยังจะต้องมีสมมติสัจจะอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นสัจจะที่จะต้องรับรู้ที่ต้องเข้าใจ เสื้อยางกุศลให้ถึงพร้อมเพื่อยังประโยชน์ให้เป็นประโยชน์ให้มันถึงพร้อมไปด้วยดีเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดยังไม่บริสุทธิ์บริบูรณ์ล่วงส่วนยังไม่สะอาดบริสุทธิ์เป็นอรหันต์แท้เราก็จะไม่ถึงที่สุดของศาสนาหรือของที่มาของศาสนาก็จะไม่บริบูรณ์เป็นแม้ข้อ 1 พระองค์ชนะหินตายะปะฏิปันโนโหติพระชนะที่ว่าจะต้องเป็นประโยชน์ต่อชนทั้งหลายหรือชนเป็นอันมากจะเป็นความสุขต่อชนทั้งหลายจนเป็นอันมากเราจะประดิษฐานหรือเราจะพัฒนาเราจะทำให้มหาชนทั้งหลายหรือประชาชนทั้งหลายเนี่ย เป็นผู้ที่มีความรู้มีอารยธรรมมีอารยธรรมเกิดขึ้นนั่นเป็นผลของพระอริยเจ้าที่ถึงที่สุดที่จะสามารถกระทำได้เป็นเป้าหมายข้อที่ 1 ข้อที่ยืนยันว่าเราจะเป็นผู้ที่กระทำสิ่งนี้ได้อย่างดีจริงเราก็จะต้องเป็นผู้ที่บริบูรณ์บริสุทธิ์จริงๆจนกระทั่งมีปัญญาร

อ่านต่อ

ู้รอบในธรรมะแห่งความผาสุกสร้างประโยชน์สูงได้อย่างแท้จริงทำความประหยัดสุดได้อย่างแท้จริงประหยัดในตนที่ตนมีศีลแล้วก็ตนจะไม่เอาสีนั้นไปข่มผู้อื่นจนเกินการจนเกินทิศเกินแรงที่ตนจะพอเป็นพอไป จะไม่พยายามมองออกนอกตนก่อนจะมองตนเป็นหลักแกนมองตนเป็นเป็นเป็นเป็นเป็นเป็นที่ตั้งก่อนอื่นก่อนที่จะกระทำไปสู่ผู้อื่นเราจะต้องเปลี่ยนต้องเทียบต้องวัดต้องประมาณว่าเราจะทำได้แค่ไหนเรามีฤทธิ์มีเดชแค่ไหนเรามีคุณงามความดีมีคนศรัทธาเลื่อมใสเท่าใดมีความสามารถเท่าใดอย่างแท้จริงเราจึงจะได้ทำออกไปจนเราสามารถที่จะมีประโยชน์มีผลได้ถ้าเราทำออกไปโดยเรามีศีลเพียงเท่านี้มีฤทธิ์เพียงเท่านี้มีแต่เพียงเท่านี้แต่เราทำออกไปแล้วมันไปกระทบไปสัมผัสที่อื่นแล้วก็มีผล ตอบสนองมีผลตอบแทนมาทำให้เราแย่ลงแย่ลงไม่เป็นอยู่ผาสุขทำอะไรก็เจริญไม่ได้ก้าวหน้าไม่ได้อย่างนี้ต้องตรวจตราต้องระวังให้จริงๆประมาณให้ดีน้อยไว้ไม่เป็นไรแม้มันได้บทบาทที่มันเป็นไปด้วยเล็กได้น้อยมันก็ยังดีกว่าที่เขามาปราบปรามเราเหี้ยลงไปโดยที่เราไม่สามารถทำอะไรเจริญงอกงามได้นี่คือความเสื่อมความไม่เจริญและความไม่เป็นอยู่ผาสุขด้วยเพราะการมองตนประมาณตนเทียบเคียงกับกรรมกรรมต่างๆการกระทำต่างๆสิ่งสำคัญเราจะต้องเป็นผู้ที่มองตนเราจะต้องเป็นผู้ที่ไม่มีชื่อเสียงก็ไม่อยากได้ชื่อเสียงอะไรมา ถ้าเบอร์ยังอยากได้ชื่อเสียงยังอยากได้สรรเสริญอยู่มันก็ยังไม่สิ้นหรอกมันแน่ๆมันยังไม่เป็นกิเลสที่บริบูรณ์บริสุทธิ์มันยังเหลือกิเลสอยู่จริงๆเพราะเราก็จะต้องตรวจสอบเราไม่ได้ทำเพื่ออยากได้คำสรรเสริญเพื่ออยากได้ชื่อเสียงอะไรเราจะทำโดยที่เรียกว่าเห็นเหมาะสมควรจริงๆจึงทำมาทำไปแล้วชื่อเสียงมันจะได้เองถ้ามันงามถ้ามันลงตัวถ้ามันไม่ลงตัวชื่อเสียงดังได้ดังเหมือนกันแต่ดับดังระดับเร็วด้วยอันนี้ก็คงจะเข้าใจกันไม่ยากไม่เย็นอะไรเพราะพวกเราเข้าใจธรรมะของพระพุทธเจ้าอย่างลึกซึ้งอย่างดีแล้วเราจะเห็นพระพุทธเจ้านี่มีพระปัญญาธิคุณเหลือท่านตรัสสอนมีข้อมี เจนมีอะไรต่ออะไรระเบียบระบบอะไรไว้ยังดีงามที่สุดเพราะเราจะเป็นอยู่ผาสุขด้วยเราจะทำให้เจริญงอกงามด้วยโดยการต้องเรียนรู้ประหยัดต้นอย่าให้อะไรมันพลิกออกไปถ้าเรามีดีเราได้ดีแล้วกิเลสมันมันจะเป็นจริงๆมันจะยุแหย่ให้เราในอวดดีทำให้เราเนี่ยเอาดีนี่ออกไปวุ่นวายเอาออกไปเที่ยวได้กระจัดกระจายอวดดีปวดดีออกไปมากจนแม้ที่สุดไม่หลงชื่อหลงเสียงพระพุทธเจ้าเตือนนักหนาว่าลาภสักการะเสียงสรรเสริญเยินยอนี้เป็นอันตรายอันแสนเผ็ดผู้ที่เป็นอรหันต์แล้วมันเป็นอันตรายที่จะประมาทไม่ได้พระ เตือนแม้กระทั่งพระที่นั่งสอบถ้าเราไม่เข้าใจจริงๆแล้วว่าสิ่งเหล่านี้มันมีอำนาจมันมีฤทธิ์มีเดชแล้วประมาทจะตายเพราะมันทันทีเพราะแม้แต่พระขี่หน้าศพท่านเตือนเอาไว้ถึงปานฉะนี้เราจะประมาทหรือว่าเราจะได้ทำอะไรง่ายๆมักง่ายไม่ได้เป็นอันขาดขอให้พวกเราได้พยายามดูมันเป็นประโยชน์ตนด้วยถ้าเผื่อว่าเราเองเราเป็นผู้ที่รู้แล้วศีลขนาดใดขนาดใดเราได้และเราจะแสดงศีลออกไปโดยฐานะผู้รู้ติเตียนผู้อื่นอันนี้ไม่ใช่พระพุทธเจ้าท่านห้ามเปลี่ยนห้ามของผู้อื่นด้วยศีลถ้าไม่ห้ามติดเตียงหรือข่มคนอื่นได้เหมือนกันแต่ต้องเป็นผู้รู้จริงๆพิจารณาแล้วไตร ผู้รู้ใคร่ครวญแล้วติเตียนเราด้วยศีลได้หรือไม่นี่ก็เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าท่านให้พิจารณาเนืองๆเพราะฉะนั้นผู้ใดที่อยู่ในฐานะผู้รู้ใคร่ครวญแล้วจะติเตียนผู้อื่นนั้นก็ท่านจะต้องเป็นผู้รู้ที่ใคร่ครวญแล้วจริงๆเราก็จะต้องเป็นผู้รู้ที่ใคร่ครวญว่าจะเป็นผู้รู้ที่สุ่มสี่สุ่มห้าประมาทใครครูวันตัดสินดีๆถ้าไม่สมควรสมเหมาะไม่ไม่ดีเสี่ยงๆอยู่อย่าเลยไม่ต้องไปทำหรอกสงวนไว้ดีกว่าค่อยทำค่อยไปนะความเป็นอยู่ผาสุขก็จะเกิดความเจริญงอกงามก็จะเป็นไปได้การดับโดยไม่ควรมันก็จะไม่ดับนะเพราะงั้นถ้าพูดใดทำได้จริงสามารถบังคับจิตใจตัวเองได้จริงมีทานทั้ง 4 ได้โดยไม่ยากโดย มีวิมุตแท้ทั้ง 3 4 อย่างนี้จริงผู้มีวิมุตแท้ผู้เข้าใจด้วยปัญญายิ่งจริงไม่มีกิเลสที่อยากมีชื่อมีเสียงไม่มองตนหรือแม้แต่มีศีลและก็เอาศีลเป็นของผู้อื่นโดยไม่ระมัดระวังไม่ประมาทผู้นั้นก็เป็นผู้ที่ยังไม่รอบถ้วนยังไม่บริบูรณ์เป็นวิมุตบริบูรณ์ผู้มีบริบูรณ์แล้วจะเป็นผู้ที่ครบถ้วนจริงๆอ่าไม่คมใครอื่นด้วยศีลง่ายๆใดๆจนเป็นภัยแก่ตนจนตนเองไม่เป็นอยู่ผาสุขต้องเดือดร้อนต้องลำบากต้องมีผลสะท้อนกลับมาให้เราเองยากเย็นแสนเข็ญนี่มันจะมีผลออกมาย้อนแย้งจริงๆก็ขอเตือนพวกเราให้สำคัญ ตัวเราเองจะเป็นสุขที่แท้เป็นอยู่ผาสุขด้วยหมู่ด้วยกลุ่มเองนะแม่หมูน้อยหมูเล็กหมูที่อยู่ด้วยกันเพียง 2 คนหรือ 3 คน 5 คน 10 คน 20 คน 100 คนก็ตามเราจะเป็นอยู่ผาสุกด้วยหมู่อย่างแท้จริงแม้แต่ในหลักเกณฑ์ที่ว่านี้ไม่ไปเพ่งผู้อื่นเอาสีไปตีผู้อื่นกันมากนักมองตนอยู่ตลอดเวลาปรับปรุงตนอยู่ตลอดเวลาไม่มีชื่อเสียงไม่โด่งไม่ดังไม่ใหญ่ไม่เด้งก็ไม่ต้องอยากใหญ่อยากเด้งเราทำฌานของเราให้บริบูรณ์แข็งแรงทำให้มนุษย์ของเราให้บริสุทธิ์ไปเรื่อยๆๆๆเราจะไปอยู่ผาสุขจริงๆนี่เป็นความประหยัดในตนประหยัดสุดเราจะเป็นประโยชน์สูงในการที่ใคร่ครวญ ยอมตนเองอย่าหลงผิดความลับความหลบหลงติดความหลับความหลบนั้นเราจะไม่เจริญไม่เป็นประโยชน์เราอย่าหลงติดในหลัก 5 มีพระพุทธเจ้าจึงตัดเตือนเอาไว้ไม่พยายามที่จะหลงในความเกลียดพยายามที่จะหลงในหลักต่างๆทั้ง 5 ข้อนั้นอันนี้เป็นการเตือนเป็นการบอกเป็นการเขียนหลักประกาศในการเปิดเผยเอาหลักเกณฑ์ต่างๆออกมาให้ใครกลัวในไตร่ตรองว่าลักษณะต่างๆเหล่านั้นเป็นอย่างไรเรามีขี้เกียจเราหลับเราเป็นผู้ที่หลงใหลในจุดต่างๆที่ว่าทั้ง 5 ข้อ 5 หลัก ก็จำไม่ได้หมดก็หลังๆมีอะไรบ้างตอนนี้รื้อฟื้นขึ้นมาก็ขอให้ทบทวนไตร่ตรองการเรียนรู้เราจะได้เป็นผู้ที่สร้างประโยชน์และเป็นผู้ที่เป็นประโยชน์ตนก็ได้ด้วยเพราะสิ่งที่มันหยกบกพร่องที่ตนนั้นเองเราจึงไม่เป็นประโยชน์สูงสุดเพราะประโยชน์ตนก็ได้ประหยัดก็ได้เราได้ทั้งปัญญาที่รู้จักประหยัดได้ทั้งการสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์และเราจะเป็นอยู่สุขเราจะถึงจุดเห็นสภาพที่มันทั้งไม่พักไม่เพี้ยนนั้นเราเป็นผู้ฆ่ามันก็สงสารเป็นอยู่ผาสุกโดยหมู่โดยกลุ่มโดยคนเดียวก็เป็นอยู่ผาสุขคลุกคลีก็เป็นอยู่ผาสุขเราคลุกคลีก็ได้ ข้องก็ได้โดยบริสุทธิ์บริบูรณ์ไม่ใช่จะต้อง present อยู่หลบอยู่หลีกอยู่นี้ผู้ที่คงทนถาวรแต่เที่ยงแท้แน่นอนแล้วเหมือนหลักหินที่แมงวันไว้ต่อพายุเหมือนก่อนน้ำแข็งที่อยู่กลางเตาหลอมเหล็กเป็นผู้ที่จะบริสุทธิ์บริบูรณ์ได้อย่างมั่นคงแข็งแรงอย่างนั้นจริงๆจึงจะเป็นผู้นำจึงจะเป็นผู้พาจึงจะเป็นผู้ที่มีประโยชน์สูงสุดนี่เป็นอุดมการณ์เป็นหลักแกนที่เราจะต้องตรวจสอบตลอดเวลาเราจะต้องสุขุมลึกซึ้งอยากจะเน้นคำว่าสุขุมให้ชัดๆคนที่มีปัญญามาก ความสุขขุมในแง่คิดมีมากแต่ความสุขุมในสภาพทำสภาวะธรรมมีน้อยจะข้ามสภาวะธรรมเพราะมันไปรู้แต่มันไม่มีมันรู้ๆๆล่วงหน้าล่วงไปผ่านไปเพราะฉะนั้นคนที่มีปัญญามากเจโตจึงไม่มั่นคงไม่แข็งแรงไม่หนักแน่นก็เพราะว่าเราไม่สร้างภาวะของฐานของฐานนะของเจโตให้เกิดให้เป็นให้มีให้อย่างลึกอย่างแน่นมันมีแต่รู้ๆๆมันรู้แล้วมันก็ประมาณการประมาทจึงทำให้ความมั่นคงเกิดไม่ได้เพราะว่าการเอาแต่ผ่านแตะผ่านแตะผ่านแต่เพียงรู้ผ่านรู้ผ่านแต่ไม่ใช่รู้แล้วมีรู้แล้วเป็นอยากจะให้ทบทวนอยากจะให้ซักซ้อมสำหรับผู้ มีปัญญาแล้วไม่พยายามตรวจสอบให้ละเอียดถี่ถ้วนเพราะว่ามันหลงตัวว่ารู้อะไรๆมันก็รู้เพราะฉะนั้นเราจะรู้ๆๆแล้วมันก็ไม่ละเอียดมันไม่หนักแน่นมันไม่มีสภาวะธรรมที่มั่นคงมันจึงมีไหวมีหวั่นไหวมีวอกแวกๆๆมันไม่เด็ดขาดสักทีนึงอ่าไม่มั่นคงสักทีหนึ่งเพราะฉะนั้นพระสารีบุตรที่มีหลักฐานว่าท่านตรัสรู้หลังพระโมคคัลลานะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรสำหรับผู้ที่รู้สภาวะธรรมที่แท้จริงของจริต 2 อย่างนี้คือปัญญาจริตหรือว่าพุทธจริตกับพวกศรัทธาจริตเนี่ยเราจะเห็นได้ชัดเจนเราจะเข้าใจ พวกศรัทธาจริตนั้นเป็นผู้ที่แน่แม้จะช้าก็แน่ก็เด็ดขาดก็เป็นจริงส่วนผู้ที่รู้นี่รู้อาจจะรู้ลึกรู้แล้วบ่นซะด้วยรู้แล้วก็ตีตลกตนเองซะด้วยแล้วก็เลยไม่เสร็จไม่สิ้นสักทีง่ายๆภาษาญี่ปุ่นจึงบำเพ็ญบรรลุธรรมมีปัญญามากแต่บรรลุธรรมหลังพระโมคคัลลาตั้งเท่าตัวอย่างนี้เป็นต้นไม่ใช่ของแปลกอะไรถ้าเราเข้าใจอย่างแท้จริงจึงอยากจะให้ผู้ที่มีปัญญานี่ให้ช้าสุขุมผ่อนโยนเป็นไปจริงๆสามารถควบคุมกายไปจีนมโนสามารถที่จะบังคับจิตอย่างถึงเจโตสามารถ ระงับเจโตควบคุมเจโตควบคุมจิตของเราให้ช้าให้สุขุมให้ละเอียดลึกซึ้งไม่ตกไม่หล่นอดทนได้มีความนิ่มมีความเนียนมีความแน่มีความแน่นได้อย่างแท้จริงเพราะการปฏิบัติที่เราจะไปสู่สภาวะสูงสภาวะยิ่งยิ่งจนถึงที่สุดแห่งที่สุดขึ้นไปมันยิ่งยากมันยิ่งละเอียดลออผู้ที่มีเจโตที่แท้แล้วก็ไม่ใช่ว่าจะหลงจุดที่เราเองเราได้เราแช่เรานิ่งอยู่ที่ตรงนั้นไม่ใช่เราจะต้องพยายามใช้ปัญญาทานแล้วซ้ำอีกเรียกว่า ตามดูแล้วตามดูอีกแม้เล็กแม้น้อยเท่าใดอายุจะแปลว่าน้อยก็รู้ได้ว่าเราจะต้องพยายามโลมไล้เข้าไปลมเนี่ยภาษาไทยๆนี่เรามันก็มีความหมายคล้ายคลึงกันพยายามที่จะต้องล้มไล่ลึกเข้าไปแทรกเข้าไปแตะเข้าไปสัมผัสสัมผัสก็ไปมันจะฉาบจะผิวอยู่ลึกอย่างไรเราก็พยายามเข้าไปให้ถึงเขาไปให้ถึงให้ได้จึงเรียกว่าทั้งอนุโลมทั้งปฏิบัติก็ชวนไปทวนมาทวนไปทวนมาส่วนอนุโลมแล้วก็ตามอย่างเข้าไปอย่างเข้าไปให้ได้มันจะลึกเท่าไหร่ 1 2 3 4 5 ไล่เข้าไปจนถึงที่สุดในที่สุดถึง 10 บาทถือว่าถือว่าสุดแล้วหรือว่าถือว่า 0% แล้ว มันยังไม่สุดจะต้องตามเข้าไปจนถึงสุดถึงเรียกว่าอนุโลมมีให้ถึงสุดให้ได้สุดแล้วยังต้องทบทวนอีกปะติดลมทวนซ้ำอีกซ้ำแล้วซ้ำอีกว่ามันครบพร้อมไม่ขาดตกหล่นนะไม่มีอะไรหลุดไม่มีอะไรขาดไปหล่นไปบกพร่องไปเราจะต้องตามรู้ทั้งที่ลึกสุดทั้งที่ตกหล่นทวนแล้วทวนอีกอย่างมีศาสนาพระพุทธเจ้าจึงเป็นศาสนาที่บริสุทธิ์บริบูรณ์สุขุมลึกซึ้งจริงๆถ้าเราเองฟังรู้เข้าใจที่พูดนี้ก็ขอให้เอาไปทำให้พากเพียรจริงๆถ้าเราได้จะรู้เฉยๆแล้วเราไม่ทำมันก็เป็นไปจริงไม่ได้โดยเฉพาะผู้ที่มี รักมีฐานอาศัยแล้วที่มักจะประมาทง่ายแล้วก็ยึดถือฐานอาศัยนั้นๆแหละอยู่แค่นั้นแค่นั้นเองเราก็จะไม่มีภาวะการก้าวหน้าหรือการเจริญยิ่งๆขึ้นสู่อธิจิตอธิปัญญาหรือแม้อธิษฐานเราก็จะไม่เกิดได้วันอาทิตย์ศีลที่สูงสุดเป็นสภาพปกติจริงๆไม่ปอกเปลือกไม่หวั่นไหวไม่แปรปรวนเย็นนิ่งสนิทสบายตลอดกาลนิรันดร์เที่ยงแท้อยู่มันก็เป็นไม่ได้แล้วก็ขอให้พวกเราผู้ใดยังรู้ตัวรู้ตนอยู่ว่าเรายังไม่อยู่ในขั้นที่เรียกว่าเป็นผู้ที่บริบูรณ์บริสุทธิ์เที่ยงแท้แน่มั่นคงยังลมเพลมพัดถูกอะไรปัดอะไรเป่าอะไร ทุ่งท่านั้นท่านี้เล็กๆน้อยๆก็จะต้องอ่านให้ดีให้จริงโดยเฉพาะผู้ที่มั่นคงในฐานต้นแล้วอยู่ในที่นี้มีเสนาสนะอันสงบระงับไม่คลุกคลีกับโรคหยาบๆอยู่อย่างสบายเป็นแต่เพียงว่าเราจะต้องศึกษาลึกซึ้งในฐานะที่เราจะต้องเรียนรู้มานะสังโยชน์และเก็บส่วนของรูปราคะอรูปราคะจนกระทั่งเห็นสนิทเห็นละเอียดในอุทธัจจะในความฟุ้งฝอยหรือว่าสภาวะที่ละเอียดอ่อนที่มันยังฟูที่มันยังเฟื่องอยู่ด้วยว่าที่มันยังลอยออกมาเฟอร์ออกมาเกินออกมาหรือว่ามันควบคุมไม่ติดของเราเอง มันเกิดโดยที่เราไม่รู้ตัวเกิดที่ละเอียดลึกซึ้งสุขุมสั้นเกิดเรียกว่าสั้นเกิดหรือว่าแสงเกิดอยู่ในตัวของเราเองนี่แหละเราไม่รู้มันมีพระพุทธจักรเราจะต้องตามจับตามดับตามควบคุมไม่ได้อย่างแท้จริงแม้กาละที่เกิดผัสสะเกิดสัมผัสเกิดกระทบขึ้นมาแล้วแล้วจิตใจของเราก็แปรปรวนวอกแวกหวั่นไหวก็ให้รู้เท่าทันในปัจจุบันน่ะทำหรือแม้มันไม่เกิดในปัจจุบันน่ะทำในปัจจุบันน่ะทำเรามีภาษีสามารถควบคุมได้มีสมถะสามารถระงับได้สามารถบังคับได้ในชั่วระยะนั้นแต่แท้จริงมันไม่หยุดมันสั่งลงไปสมลงไปในสายอาสวะมันเกิดไปมีปฏิกิริยาในจิตก้นบึ้ง พอไม่ช้าไม่นานมันก็มาเล่นงานของเราอีกทีนี้ได้โอกาสก็หมักดองแตกตัวเหมือนกับตัวเชื้อตัวยืดตัวอะไรที่ผมมาก็แตกตัวได้ระดับมันก็ฟุ้งใหญ่เล่นๆไม่เข้าเรื่องไม่เข้าเราไปอกุศลออกมาเราก็ต้องตามรู้ให้ได้ว่าเพราะเหตุอะไรเมื่อไหร่แล้วเราก็จะต้องรู้สมุทัยแท้ๆชัดๆแล้วก็ถอดถอนเสียทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งเสียแล้วเขาจะบริสุทธิ์บริบูรณ์ได้สังโยชน์ 5 เบื้องสูงนั้นเป็นความสุขุมเป็นความประณีตในความละเอียดละออถ้าเราไม่เรียนรู้จริงไม่ปฏิบัติไม่ประพฤติไม่บำเพ็ญจริงๆเราก็สบายไปชาตินึงสบายไปชาตินั้นแหละแล้วมันก็ไม่บริสุทธิ์บริบูรณ์จริงๆไม่เป็น ไปอย่างเรียบร้อยไม่มีวันไว้เลยจะมีอะไรกระทบสัมผัสจรุณจะแรงยังไงมันก็เฉยไม่มีปัญหาแล้วเราก็จะคลุกคลีเกี่ยวข้องอยู่กับหมู่อย่างผาสุกอยู่อย่างมีสุภาพอยู่อย่างมีความรู้ว่าเราจะทำภาวะอย่างไรเราจะทำสภาพอย่างไรเราจะปรุงเราจะสร้างเราจะทำอินทราที่สังขารเราจะทำบุญยาที่สังขารอย่างไรในขณะนั้นขณะนี้ในทุกๆเวลาเราจะทำได้เมื่อเรามีจริงเป็นจริงมันอาจจะต้องเรียนรู้ปรับปรุงไปในขณะนั้นขณะนี้พาณิชย์พลาดหน่อยเราจะมีไหวพริบที่จะรู้ทีเดียวว่าอ่อนี้มากไปนิดอันนี้น้อยไปหน่อยเราก็จะปรับปรุงไปทีเดียวตลอดเวลาเหตุปัจจัยมันไม่เที่ยงเหตุปัจจัยไม่คงที่เราก็จะเรียนรู้เหตุ ใจไปตลอดเวลาที่เก่งขึ้นเก่งขึ้นเก่งขึ้นจึงจะเป็นคนที่มีประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริงและเราเองก็สบายสุดด้วยนี่พูดเอาไว้นี้อธิบายเอาไว้นี้ขอให้ทบทวนขอให้ระลึกขอให้เรียนจริงๆขอให้ปฏิบัติจริงๆอย่าประมาทว่าเราได้ฐานที่อาศัยพอสมควรแล้วและก็เป็นลมยุทธแต่ฐานที่ยังไม่บริสุทธิ์บริบูรณ์สูงสุดของพุทธนั้นมันน่าเสียดายและการเป็นประโยชน์สูงสุดการเป็นคนดีสุดเราก็ถึงไม่ได้ก็เป็นการกำชับพยายามฟังมันอาจจะวนสำหรับผู้ที่ยังไม่ถึงแก่ผู้ที่ยังถึงแล้วติดตามได้แล้วจะเข้าใจและเมื่อตั้งตนอยู่ด้วยความเพียรไม่ตั้งตนอยู่ในความประมาท เราก็จะเป็นผู้ที่สามารถจะถึงที่สุดบริสุทธิ์บริบูรณ์ได้อย่างแท้จริง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน