230403-372 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ022.txt
เนื้อหาในไฟล์
สภาวธรรมขั้นละเอียดสุขุมพระที่มีนโยบายให้ช้าสุขุมอ่อนโยนจนกระทั่งได้รับรสความเบิกบานรู้ความเบิกบานด้วยความร่าเริงหรือปราโมทย์หรือว่าความยินดีที่มันเป็นสภาพธรรมของพุทธเป็นสภาพธรรมที่มีคำซ้อนหรือว่ามีไวพจน์กันเรียกว่าแปลเป็นไทยว่าเบิกบานร่าเริงพุทธคุณคือผู้เบิกบานตู้ตื่นระเบิดก็อยากจะให้พยายามไตร่ตรองทบทวนถึงความเป็นจริงของเราวันหนึ่งคืนหนึ่งเราเป็นอยู่เราก็ต้องรู้ถึงอารมณ์รู้ถึงกรรมกิริยาที่แตกต่าง ตั้งแต่เราเคยปฏิบัติมากลับยังไม่เคยปฏิบัติมาบัดเดี๋ยวนี้ในขณะนี้เรามีอะไรได้ดีเราจะต้องรู้ความได้ดีนั้นๆของเราให้ชัดเจนเพราะอาศัยความสุขุมเป็นหนี้อาศัยความละเอียดละออของจิตที่จะเป็นอภิปัญญาวิญญาณทัศนะวิเศษเข้าไปดูเข้าไปตรวจให้มีสติสัมปชัญญะสติปัญญาไม่ใช่ว่าลูกๆๆเราเป็นอยู่ดีขึ้นอยู่แล้วเราก็ไม่รู้ตัวรู้ตนหลงผิดสิ่งที่ได้อยู่ก็ไม่รู้ว่าตัวได้ดีกว่าแล้วก็ไม่รู้ว่าตัวได้ดีกว่าสับสนปนเปไม่ไม่ยั่งยืนไม่ถาวรให้เกิดการไม่ถาวรและเกิดการไม่ยั่งยืนก็เพราะว่ามันโกหกคนผิดมันไม่มันไม่แน่นอนมั่นคงแต่มัน สมาธิแท้มันจะเปลี่ยนแปรปรวนแปรวกวนเวียนวนอยู่ไม่แล้วไม่รู้แล้วแต่ถ้าผู้ใดรู้ความจริงปากมั่นเด็ดเดี่ยวชัดเด่นไม่มีปัญหาหมดวิกิพีเดียแท้และเห็นด้วยญาณทัศนะวิเศษเห็นด้วยปัญญาวิมุติอันบริสุทธิ์เรื่องส่วนหรือเป็นญาณทัศนะวิเศษเป็นวิมุตติญาณทัสสนะเราจะไม่มีการวกเวียนเลยไม่ว่าในระดับไหนๆไม่ว่าในเหตุปัจจัยชั้นต้นชั้นกลางหรือที่สุดทั้งปลายเออเหมือนกับเราขนาดนี้นี่เรามีผลที่ได้มาแล้วและหลายๆชั้นในหลายระดับระดับต้นๆที่เราเองเราแน่ใจจนสิ้นสงสัยหมดมีวิมุตมีวิมุตติญาณทัสสนะหมดวิจิตรอิจฉาเป็นที่สุด สงสัยอาจจะรักของเราก็ทำได้เรียบร้อยปัญญาเข้ารอบส่วนรู้ผลของมันเด็ดเดี่ยวเรายืนยันได้ว่าแม้แต่ที่สุดเราจะไม่ได้อยู่ใน
อ่านต่อ
สมณเพศนี้ไปเป็นฆราวาสเพศในคำกิริยาอย่างนั้นในเรื่องที่จะต้องไปเกี่ยวข้องวุ่นวายวนเวียนออกไปเป็นโลกเป็นวัดป่าอีกต้องปฏิเสธไปติดไปดื่มไปสู่ไปทำอะไรก็แล้วแต่ในสิ่งที่เรารู้ชัดรู้แจ้งแล้วนั้นน่ะเราจะไม่ไปเราบอกเราได้เองเลยไม่มีใครบอกเราหรอกเราจะยืนยันมั่นคงเราจะเห็นชัดเจนว่าเราไม่เวียนไม่เวียนจริงๆไม่กลับไปไปเห็นว่ามันเป็นสุขคือมันไม่ใช่ความสุขโดยอริยสัจไม่ใช่ความสุขถ้าไปวุ่นวายถ้ามันเป็นทุกข์เพราะฉะนั้นจุดที่มันเป็นตัวอย่างเหล่านี้แหละมันจะเป็นรูปรอย ซ้อนมากขึ้นชัดขึ้นยิ่งมากยิ่งเข้าใจซับซ้อนยิ่งได้วิมุตวิมุตติญาณทัสสนะในเหตุปัจจัยมากขึ้นมากขึ้นเราก็ยิ่งจะแน่นอนมั่นคงและรู้ง่ายยิ่งในชั้นละเอียดนี้มันแทรกปัญญาเข้าไปอ่านในสภาพที่ละเอียดละออของสังโยชน์ชั้นสูงเราแทรกไม่ได้หรือไม่ภาพเพี้ยนหรือว่าไม่ไม่มามีกรรมวิธีถึงได้บอกวิธีให้เราจะต้องสังเกตตั้งแต่ใช้เวลาไตร่ตรองช้าดูสุขุมดูเข้าใจจิตใจตนเองแท้ๆถ้าเห็นความเบิกบานเห็นความละเอียดละออว่าคิดถึงละอ่อนโยนจริงๆไม่ใช่จิตของเรา หัวใจของเรายังมีสภาพของความโหดร้ายไม่ใช่โหดร้ายหยาบหรอกแต่ว่ามันยังรู้สึกว่ามันยังเห็นแก่ตัวมันยังมีการขุ่นเคืองอุปราชคับแค้นใจเป็นเรื่องทุกข์หาที่มันละเอียดละเอียดที่มันมีภาวะเบาบางมีภาวะไม่ชัดเด่นไม่แก่หยาบเราจะต้องอาศัยปัญญาไปอีกเข้าไปอ่านเข้าไปรับรู้จึงต้องเรียนต้องคอยสุขุมค่อยรู้ทุกๆช่วงทุกๆตอนถ้าเราไม่มีปัญญาละเอียดแล้วไม่มีการสอบส่องด้วยสติสัมปชัญญะครั้งแรกเข้าไปอ่านมันจะผ่านไปผ่านไปแม้มันเกิดแล้วมันก็ผ่านไปเกิดแล้วมันก็ผ่านไปเพราะว่ากรรมกิริยาอย่างหยาบ กระทบอย่างหยาบมันจะกลบเกลื่อนมันจะทำให้เราไม่รู้ได้เราจึงจำเป็นที่จะต้องใช้ความสุขจะมีความช้าบ้างในส่วนที่จะต้องช้าก็ต้องทำเพื่อจะได้รู้ความละเอียดละออแห่งความอ่อนโยนเราจะต้องทำใจให้อ่อนโยนเพิ่มขึ้นทำใจให้ไม่มีสภาพที่มันเป็นโสเภณีเทวะทุกกระทงมานัดอุปายาสใดๆต้องเข้าใจความหมายสภาวะธรรมของโสกะมันยังมีความหม่นๆหมองๆอยู่ในใจมันไม่เบิกบานร่าเริงที่แท้ต้องรู้ให้ชัดหรือว่ามันก็เบิกบานร่าเริงได้บ้างและไปพบแพทย์มาหรือว่ายังไง ลงไปหาจุดที่มันจะต้องซึมต้องมองต้องบ่นอะไรอยู่ปริศนาการรู้ว่าการที่ยังไม่ขาดกันถ้าตัดไอ้ที่ไม่ขาดด้วยปฏิทินไม่มีอีกมันก็จะไม่มีหมดมีหมองอันนี้ก็อยากหน่อยเพราะฉะนั้นทุกข์ในด้านยาพวกนี้มันก็จะหายไปจะมีทุกซ้อนไปละเอียดถึงขั้นโทรมานัดเพราะลงไปอีกละเอียดลงไปอุปสรรคอะไรอยู่ในจิตเบาๆบางๆเป็นสิ่งที่เหลือรอยอยู่เรียกว่าญาติลอยทุกที่รำไรรำไรเออโทรมานัดก็บอกอยู่แล้วว่าจิตมันไม่ใช่โสมนัสจิตมันไม่ใช่ติดยินดีของวันนั้นคือกินข้าวโดยยินดีถ้าโทรมานัดแล้วก็คิดไม่ได้เลยเพราะเราจะต้องเข้าใจอาการที่แตกต่างมีไอ้ความเฉยนั่นน่ะไม่ สวยยังลูกๆที่เข้ามาง่ายๆอย่าเฉยอย่างหนึ่งว่าไม่ทุกข์ไม่สุขไม่ใช่เราเฉยโดยที่เรียกว่าเรารู้สุขรู้ทุกข์แต่เราไม่ติดสุขและเราไม่เป็นทุกข์เราไม่ติดสุขเราไม่เป็นทุกข์คำว่าสุขคำนี้อาศัยเรียกก็ได้เป็นความยินดีร่าเริงเบิกบานของใจเนี่ยมันก็เป็นสุขถ้าเราจะเรียกมันได้สรุปเอาร่าเริงเบิกบานในใจของเราแต่เราเฉยต่อการสัมผัสมีเรียกว่าถอยจริงๆอุเบกขาอย่างที่เคยอธิบายให้ฟังแม้จะต้องสัมผัสต่อเหตุปัจจัยนั้นอย่างลูกโลกโลกียธรรมฝึกทักษะ หวั่นไหวเลยไม่กระเทือนเลยยังกับภูเขาหินเฉยมากอย่างนี้เป็นความหมายของที่ชัดเจนและความหมายของอนุกรรมสุขนั้นไม่ได้หมายความว่าเราเลยกลายเป็นคนจุดๆๆเชยๆเฉยเฉยไม่ใช่เราเป็นคนรู้เท่าทันสุขรู้เท่าทันทุกข์อันเรียกว่าโลกียและเราไม่ได้เป็นภาพสุขเราไม่ได้โง่จนกระทั่งทุกข์มันเข้าคอมได้ผมก็ชอบทำงานครอบงำเราไม่ได้จริงๆต้องรู้ตัวเองและเราก็ไม่เผลอวัยสิ้นสุดลงหรือให้สุขมันตกตะกอนให้มันเข้าไปนอนเรื่อง แต่เราจะไม่ให้สุขมันเข้าไปนอนเนื่องไปสั่งสมจนกระทั่งกลายเป็นตัวผีร้ายมีฤทธิ์มีเดชบงการเราให้เราไปแสวงหาสุขให้อีกเพราะว่าเราเองเราไปเผลอไปต้องรักษาสุขให้แก่ขึ้นแก่ขึ้นแก่ขึ้นจนสุดท้ายก็เลยกลายเป็นภาพความสุขอีกเราไม่เพราะฉะนั้นแม้แต่การจะอยู่สงบจนกระทั่งเราไปเห็นดีเห็นงามในความอยู่สงบอยู่เฉยๆอยู่เฉยๆเด้อแบบลัทธิเดียวละทีเยอะแยะจนกระทั่งเราเห็นว่าโอ้ยอย่างนี้ดีแล้วมันก็ต้องตะโกนไม่ใช่อะไรหรอกมันก็เคยกินมันก็เจ็บคนมันก็เบาก็ว่างก็ใช้อยู่เฉยๆเฉยๆช่วยพาไปแต่ว่าถ้าพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าไอ้อย่างนี้ไม่ใช่แล้วไอ้สัตว์ ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องของศาสนาพระพุทธเจ้าศาสนาพระพุทธเจ้าต้องเข้าครองว่องไวปราดเปรียวเพราะทำงานทำการอยู่มีสัมมาอาชีพมีสัมมาสัมพันธมิตรมาวาจาสัมมาสัมพุทโธมีความคิดความอ่านมีอะไรต่ออะไรพัฒนาอยู่อย่างพอดิบพอดีและเราก็รักตัวละตนได้เราไม่เห็นแก่ตัวจริงๆแล้วเราก็ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ด้วยความเห็นดีด้วยความเข้าใจดีแต่เราไม่ได้ผิดพลาดความดีเรารู้ความดีทำความดีเพื่อความดีเท่านั้นนี่ก็เป็นภาษาบอกกันได้อธิบายบอกกันได้ชี้แนะด้วยกันได้ส่วนเราจะเป็นจริงได้นั้นเราต้องไปเรียนรู้ฝึกฝนจริงๆถ้าไม่เช่นนั้นแล้วตกตะกอนถ้าไม่เช่นนั้นและสั่งสมและไม่เช่นนั้นแล้วมีอารมณ์ใสมีสิ่งนอนเนื่องมีอาสวะมีสิ่งที่ทำ เรากลายเป็นคนขี้เกียจขี้คร้านเป็นคนที่เป็นศาสนาที่เขาหลงกันศาสนาที่พระสงฆ์ก็คือผู้ที่ไม่พัฒนาเป็นผู้ที่สงบไปเลยเป็นผู้เขาก็ตีศาสนาทิ้งอย่างที่ว่าศาสนาถูกตู่ไปหมดแล้วเพราะเข้าใจไม่รอดส่วนพยายามทำความเข้าใจดีๆแม้เราเข้าใจดีแล้วเราจะเห็นว่าจิตที่มันเก่งจิตที่มันหลงง่ายแล้วมันก็สะสมจริงๆเราจึงจะต้องเปลี่ยนจนให้มันลงตัวแล้วเราก็จะจบด้วยความมีสัมมนาอริยมรรคองค์ 8 มีสัมมาทิฏฐิและเราก็มีสมาชิกเป็นองค์เครื่องขับเคลื่อนคุมเป็นทั้งกับการเป็นขั้นต้นของอยู่ในตัวเลยมีมายามะหรือวิริยะมีต้นผลมีสติเป็นกัปตัน อยู่กันอย่างมีความเห็นเป็นเข็มทิศทำอย่างดีเดินเครื่องอยู่แล้วเราจะตั้งมั่นแล้วเราก็จะมีความเจริญความประเสริฐอยู่ในตัวเราจะเข้าใจว่าศาสนาพระพุทธเจ้าท่านจบด้วยการเห็นสัมมาอะระหังชัดแจ้งและมีองค์ 8 นี้อยู่อย่างแม้แต่ภาคปฏิบัติไปจนกระทั่งภาคสุดท้ายคือภาคจบสิ้นก็มีสัมมาสัมนั้นสูงเรียกว่าสัมมาแท้ๆเป็นผู้ที่ทำได้ชอบแล้วควรแล้วเหมาะยิ่งแล้วจริงๆ