230327-367 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ022.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2523 อภิณหปัจจเวกขณ์ (84 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์37 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพฤหัสบดีที่ 27 มีนาคมพุทธศักราช 2523 ปัจจัยนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์นำพิจารณาธรรมะปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกมีจุดสำคัญมีจุดหนึ่งที่อยากจะฝากให้ไปคิดกันว่าจะได้เกิดปัญญาอันยิ่งจะได้ถึงจุดหมดสงสัยได้คือจุดที่กำลังเลยแล้วก็ถามกันทั่วบ้านทั่วเมืองหรือว่าศาสนาเรียกว่าพระเนี่ยจะมีประโยชน์ต่อสังคมหรือท่านหนึ่งเมื่อเกิดถามอย่างนั้นขึ้นมาแล้วคำตอบทุกคน ต้องตอบว่ามันก็ควรจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมใครๆก็ต้องอยากตอบว่าอย่างนั้นในฐานะที่ต้องที่ยังรักศาสนาหรือว่ามันศาสนามันควรจะเป็นคุณสมบัติหรือว่าเป็นอริยะสมบัติหรือว่าเป็นสมบัติที่ดีของมนุษย์มันก็จะต้องให้คำตอบว่าพระต้องมีประโยชน์ต่อสังคมพระช่วยเหลือสังคมสร้างสรรค์สังคมได้แน่ๆถ้าเมื่อคำตอบเป็นอย่างนั้นแล้วทีนี้ผู้ที่จะไปเป็นประโยชน์ต่อสังคมหรือว่าพระที่จะได้ชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมได้นั้นมันจะเป็นยังไงมันถึงจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมได้อ่าเล่าวิเคราะห์ลงไปถึงจุดนี้แล้วเราก็จะต้องรู้ให้ชัดลึกลงไปว่า คือผู้ที่มาปฏิบัติตนเพื่อละความเห็นแก่ตัวละกิเลสเมื่อเราเห็นความเห็นแก่ตัวแล้วมันก็มีแนวอยู่ 2 แนวแนวนึงคือแนวเดรัจฉานกับแมวอยู่ตรงแนวผมพูดนี่แนวคนเดียวและสีก็บอกว่าละความเห็นแก่ตัวก็คือไม่โลภเอาของใครไม่อยากได้ของใครนั่งอยู่เฉยๆกินให้น้อยใช้ให้น้อยที่สุดแล้วก็เป็นจบของฉันก็ถูกเหมือนกันก็ถูกเหมือนกันถูกคือที่ว่าไม่ไปแย่งไปซื้อแย่งสังคมไม่ไปรบกวนไม่ไปทำให้สังคมเขาวุ่นวายเพราะถ้าเกิดคนที่ไม่ยื้ออย่างนี้ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดตามธรรมชาติและคนก็รู้จักกินน้อยใช้ ไม่ติดรูปลบทิ้งเพียงสัมผัสแล้วธรรมชาติมันเกิดกินผักกินพืชกินสัตว์กินเนื้อกินอะไรอยู่อะไรต่ออะไรก็คิดกันบ้างใช้กันบ้างลองคากองหญ้ากรองอะไรต่ออะไรมาใช้ก็สอยกันก็พอไปมันก็พอไปได้สังคมอย

อ่านต่อ

่างนั้นถ้าเผื่อว่าคนอ่าลดลงมาได้แค่นั้นมันก็ทันแต่ทุกวันนี้มันไม่เป็นอย่างนั้นเพราะงั้นเราจะเป็นแค่เป็นผู้ที่ไม่เบียดเบียนใครโดยการทำตนให้น้อยกินน้อยใช้น้อยแล้วก็อยู่เฉยๆจบหรือว่าบรรลุธรรมก็คือการอยู่เฉยๆไม่ทำงานอะไรใครจะสร้างศาลอะไรใครจะพัฒนาอะไรก็ทักไป เฉยๆเราไม่ไปแย่งเขาแล้วเราไม่ไปทำบาปนั้นเป็นความเห็นของเดือนละทีเพราะฉะนั้นถ้าความเห็นคนเดียวผีแค่นี้เราจะเอามาเป็นคำตอบว่าพระหรือว่านักบวชนี่เป็นประโยชน์ต่อสังคมรังสรรค์สังคมสร้างสังคมไหมเราก็ตอบได้ทันทีว่าไม่ไม่ทำการสังคมไม่สร้างสรรค์สังคมแต่เขาไม่เบียดเบียนสังคมเท่านั้นถึงเบียดเบียนก็น้อยที่สุดน้อยที่สุดแล้วพยายามที่จะเป็นผู้สันโดษมักน้อยให้ได้น้อยที่สุดนี่ก็เป็นแนวโน้มของศาสนาอยู่ศาสนาเดียวกับผีอย่างนี้พูดง่ายเข้าใจง่ายๆเป็นได้ก็ง่ายด้วยเป็นได้ก็ง่ายด้วยสำหรับผู้ที่มีฐานของธรรมผู้ที่มีฐานะมีบารมีทางธรรมแล้วเป็นได้ก็ง่าย ไม่ใช่ความจบของศาสนาพุทธศาสนาพุทธไม่ได้มีอุดมคติอยู่เท่านี้แล้วผู้ใดเข้าใจพระอุดมคติของศาสนาพุทธแล้วก็จะตอบได้ว่าพระหรือนักบวชของศาสนาพุทธนั้นพัฒนาสังคมช่วยสร้างสรรค์สังคมเพราะอะไรเพราะว่านอกจากจะไม่เห็นแก่ตัวมักน้อยอย่างนั้นอย่างที่เดียรถีย์ก็เป็นได้นั่นน่ะพุทธเราก็เป็นได้ด้วยนอกจากเป็นได้แล้วมันสูงกว่านั้นอีกตรงที่ว่ามันมาสู่ช่วงเราไม่ได้เลยว่าแบบนี้ก็เจาะรูเอาตัวรอดจากเพียงคนเดียวตัดช่องน้อยแต่พอตัวแบบนี้มันก็ยังมีเหลือส่วนที่เห็นแก่ตัวอยู่เหมือนกันถ้ายังพูดแล้วแม้แต่อย่างนี้ก็ดูไม่ได้ว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้นศาสนาพุทธเน้นการกระทำมีการงานมีสมาชิกมาวาจาสัมมา [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] เราทำให้แก่ผู้อื่นมาเป็นการเสียสละมันเป็นการรังสรรค์มันเป็นการกระทำที่จะต้องเป็นไปถ้าใครเข้าใจจุดนี้ได้แล้วนะมันก็จะถามกันเองมันก็จะบอกตนเองมันก็จะให้ตนเองนี่มาเราควรทำอะไรเราควรทำอะไรเมื่อเราควรทำอะไรเราก็จะนึกถึงประโยชน์ของคนอื่นเพราะตัวเราเองมันสบายซะแล้วเนี่ยมันไม่มีอะไรหรอกไม่ยุ่งยากอะไรของตัวเองวันหนึ่งคือ 1 วินาทีมันก็อยู่อย่างนั้นเพราะฉะนั้นในสิ่งที่จะขวนขวายอย่างนี้แหละมันเป็นบุญกิริยาวัตถุเป็นผู้ที่ต้องมีความขวนขวายมีความพยายามมากมีฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสาเป็นอายุเพราะสมรรถนะของพระพุทธเจ้าจึงเป็นสมณะที่มีอายุมีชีวิตชีวามีฉันเท่าที่เราจะวิริยะจิตตะวิมังสาดังที่รู้จักกัน คืออะไรอายุของสมณะคืออิทธิบาทมองเห็นเราเป็นผู้ที่มีความยินดียินดีในอะไรยินดีในสิ่งที่ควรกระทำมีวิริยะมีความพากเพียรอยู่เห็นแล้วว่ามีบทบาทแห่งความพากเพียรไม่ใช่คนเฉื่อยเหนื่อยไม่ใช่คนสวยแห่งแต่เป็นคนที่มีความพากเพียรพยายามขวนขวายขยันอยู่ทีเดียวมีวิริยะมีอุตสาหะมีจิตใจมีน้ำใจมีแต่จิตกะใจมีน้ำใจจริงๆเอาใจใส่ในสิ่งที่ควรเอาใจใส่อยู่มีการพัฒนามีวิมังสาเป็นตัวยืนยันแท้ๆว่าวิมังสาแปลว่าการพัฒนาวิมังสาแปลว่าการก้าวหน้าที่นักศึกษาที่แปลว่าความเจริญยิ่งอยู่ยิ่งอยู่ยิ่งมันเป็นความดัดแปลงเป็นการปรับปรุงเป็นการกระทำให้ยิ่งยิ่งขึ้น นี่เป็นตัวยืนยันเป็นตัวไขความว่าศาสนาพุทธนั้นพัฒนาศาสนาพุทธนั้นรังสรรค์ถ้าผู้ใดเข้าใจอย่างนี้แล้วก็จะได้คำตอบที่ชัดเจนว่าศาสนาพุทธไม่ได้เหมือนเดียรถีย์ดังที่แยกวิเคราะห์ไว้ให้ฟังว่าไม่มีความเห็นเป็น 2 ในมีความเห็นเป็น 2 แยกส่วนพุทธนั้นแยกชัดเจนอย่างนี้ส่วนที่ไม่ใช่พุทธนั้นก็แยกชัดเจนของเขาเหมือนกันเพราะพวกนั้นก็มีเยอะอย่างมีศาสนาที่อยู่ในเมืองอินเดียมีเยอะที่มักน้อยได้แล้วมันก็นับถือนักหนาจริงเป็นความดีชั้นหนึ่งในความดีชั้น 1 จริงๆไม่ใช่เป็นของง่ายสำหรับผู้ที่ไม่มีบารมีทางธรรมคือผู้ที่ยังหลงโลกอยู่อย่างมากๆทำไม่ได้ง่ายเหมือนกันแต่ผู้มีบารมีทางธรรมทำได้ชั้น 1 โดยเฉพาะผู้มีเลือด ผัวมีบารมีทางธรรมทางพุทธเป็นลูกของครุฑมาหลายๆชาติแล้วนี่ยิ่งไม่มีปัญหาง่ายง่ายและจะต้องทำให้ถูกตรงด้วยจะต้องเป็นผู้ติดตามฉันแล้วปัญหาที่จะถามว่าศาสนาหรือว่านักบวชมาเป็นนักบวชมาเป็นพระแล้วนี่มาเป็นผู้ที่อยู่ในฐานะของผู้ที่อยู่ในสังคมเขาอย่างมีจารีตประเพณีเรียกว่ามีกฎระเบียบแบบนี้เนี่ยเป็นกาฝากสังคมหรือเป็นนักพัฒนาเราก็บอกได้ว่าเราเป็นนักพัฒนาเราเป็นนักพัฒนาทุกวันนี้เราพัฒนาแม้กระทั่งการเผยแพร่การกระทำงานการพาสังคมนำพาบุคคลให้บุคคลต่างๆนั้นน่ะมีศีลมีสมาธิมีปัญญาให้รู้โดยปัญญาแจ้งเหมือนหงายของ เหมือนจุดไฟในที่มืดว่าเขามีความเป็นอยู่ทุกวันนี้เขาเดือดร้อนหรือเศรษฐกิจก็ดีเพราะเดือดร้อนด้วยความหลงที่ถูกสิ่งยั่วย้อมมอมเมาที่เขาปรุงมาหลอกมาล่อกันอยู่เต็มบ้านเต็มเมืองก็ดีเราจะต้องทำให้เขาเข้าใจทำให้เขาเห็นแจ้งแล้วก็ทำให้เขาพยายามลดละมามันยังมีเชื้อแห่งความผิดจากที่เรียกว่ากิเลสตัณหาอุปทานเป็นช่วยความผิดอย่างที่ยังมีอยู่โยงใยไม่รู้ได้ปัญญาแล้วมันยังมีเชื้ออาวรณ์อาลัยอันนี้อยู่เลยที่เราเรียกว่ากิเลสชัดๆกำลังกิเลสอันนี้จริงๆเราพูดได้ฝึกได้เพียงในเข้าใจแล้วก็ทำกันไปจริงผู้นั้นได้ช่วยตนผู้นั้นได้ช่วยประเทศชาติคนนั้นได้ช่วยสังคมและพัฒนาเราจะเป็นผู้ที่มีปัญญาเป็นผู้ที่คิด เป็นผู้ที่จะต้องหาวิธีการที่จะต่อสู้กับสังขารธรรมโลกโลกมันพัฒนาการสังขารของมันเหมือนกันสมัยพระพุทธเจ้าสังขารสิ่งที่มอมเมายั่วยอมนั้นได้ขนาด 1 สมัยนี้มันพัฒนาการมันสร้างสิ่งที่ยั่วย้อมมอมเมาเหลือกำลังเราจะทำเป็นคนไม่ดูดำดูดีไม่ดูอะไรต่ออะไรไม่ได้เราต้องรู้ว่าโลกมันพัฒนาของมันโลกิยะมันพัฒนาของมันไปถึงขนาดไหนมันมีเครื่องหมายเครื่องมือมันมีอุปกรณ์มันมีเล่ห์เหลี่ยมขนาดไหนเราเป็นพระอริยะเราเป็นผู้ที่มีความฉลาดเราต้องรู้เท่าทันเขาและเราก็จะต้องต่อต้านหรือว่าเราจะต้องแก้ลำเราจะต้องแก้พวกนี้สู้พวกนี้ให้ได้เพื่อกอบกู้มนุษยชาติขึ้นมา จ่ายพวกนี้ให้พวกโลกียะให้พวกผีหลอกๆนี่ดึงเข้าไปทั้งหมดไม่ใช่เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าเราเองเราไม่ดูดำดูดีต่อโลกไม่ศึกษาโลกไม่รู้โลกแล้วเราก็จะช่วยเขาไม่ได้เพราะการที่เราสนใจหรือว่าเรารู้จักโลกเขาอยู่บ้างพอสมควรนี่ก็ต้องมีฐานะถ้าพูดได้ยังก่อนอย่ามาสัมผัสสภาพปรุงแต่งของโลกเขาเช่นอ่านหนังสือพิมพ์ฟังวิทยุหรือว่าใช้อุปกรณ์อะไรเครื่องอะไรของโลกเขาเนี่ยเราโดยเราควบคุมไม่ได้เราเลือกเป็นสิ่งที่เป็นแก่นสารสาระไม่ได้เราไปถูกโลกมันยั่วย้อมมอมเมาในเครื่องปรุงแล้วเราไปติดใจไปชอบใจไปเป็นบริวารผีเข้าไปเลยอย่างนั้นคนนั้นก็ไม่ยังไม่สมควรที่จะมาทุกปีหรือเกี่ยว กลับไปสังขารเอาโล่หรือว่าจริงๆแต่งของโลกที่มันมีฤทธิ์มีแรงเราต้องรู้ฐานะของเราเพราะนักบวชแต่ละระดับหรือว่าผู้ปฏิบัติธรรมแต่ละระดับก็จะต้องรู้ตัวว่าเราเองเราอยู่ในฐานะไหนอันนี้เราอย่าเพิ่งไปแตะต้องต้องฝากมาในช่วงระยะออกจากน้ำเสียก่อนเพราะว่าเราไม่สามารถที่จะเข้าไปคลุกคลีเกี่ยวข้องได้เรายังอ่อนเรายังเป็นเด็กถ้าเรายังเป็นผู้ที่ไม่มีเรี่ยวแรงไม่สามารถสู้ได้ผู้ใหญ่ก็ต้องดูดีๆว่าผู้นี้ต้องปล่อยไอ้พวกนี้อย่าเพิ่งให้ไปยุ่งอย่าไปยุ่งอย่าไปเป็นเราเอามาเพราะว่าเขาจะต้องมากมายในช่วงระยะออกจากน้ำซะก่อนนี่เราต้องเข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นขั้นเป็นตอนเป็นลำดับให้ชัดเจนแล้วก็ช่วยเขาเหมือนกับเด็กอย่าเพิ่งมาเกี่ยวข้องในหลายอย่างเด็กมาทำไม่ได้จน กว่าเขาจะแข็งแรงจนกว่าเขาจะหลุดพ้นได้จนกว่าเขาจะสามารถมาแตะต้องได้อีกทีนึงเป็นปฏิปทาเป็นสามารถเวียนคืนมาแตะต้องหรือว่าเป็นวุฒิฐานะสามารถถอนเพิ่มกลับมาเป็นอีกอันเก่านี่แหละเอามาซ้ำไม่คลุกคลีแล้วก็กลับมาคลุกคลีเพราะเรามีความสามารถมันทุกทีได้มันก็ต้องให้รู้ฐานะของแต่ละบุคคลและผู้ที่ขาดได้จริงแล้วหลุดพ้นได้จริงแล้วไม่กลับมาคลุกคลีพวกนั้นก็ได้ชื่อว่ายังเป็นความเห็นผิดเป็นเดียรถีย์เพราะไม่กลับมาคลุกคลีไม่กลับมาดูไม่มีประสิทธิภาพไม่มีประสิทธิภาพสีอันเป็นอันสุดท้ายของศาสนาเรามีนิโรธแล้วก็มีประสิทธิภาพและศักดิ์ศรีถ้าเราไม่มีอันนี้ศาสนามันจบอยู่ที่ประสิทธิภาพปัจจัย อานาปานสติสูตรยืนยันมีนิโรธหลังนิโรธนะนิโรธารามกับปฏิสังขาโยเหนือมันมาอยู่เหนือมันแล้วเราก็จะได้ช่วยพัฒนาให้แก่คนอื่นเขามันถึงจะลงตัวมันถึงจะเป็นพหูชนะให้ตายยากเพราะผมชนะสุดท้ายได้แน่นอนเพราะสิ่งที่ผมได้ผ่ากระทำมาแต่ต้นแล้วก็พยายามอธิบายประกอบมาเรื่อยๆเรื่อยๆก็จะเห็นชัดขึ้นชัดขึ้นจะได้ยืนยันยิ่งขึ้นว่าผมไม่ได้พาออกนอกรูนอกทางอะไรยืนยันอ้างอิงธรรมวินัยตลอดเวลาแล้วก็จะเห็นถึงประโยชน์สูงที่ชัดเจนว่าเรามีค่า มีประโยชน์สูงและบางคนทำไม่ได้ก็เกิดการท้อแท้ท้อถอยมาทำและอึดอัดๆทำไปแล้วก็สู้ไม่ไหวเอ้าก็ไม่ไหวก็พักเพราะเรารู้ว่าจิตของเรายังไม่เป็นสมาธิที่สูงแล้วก็บำเพ็ญต่อไปอีกเรียนรู้ธรรมทั้งจิตทั้งเจโตก็ให้เป็นเจโตว่า 10 กว่าโตให้มีกำลังฌานที่แข็งแรงปัญญาก็ให้สูงจนกระทั่งเจโตแน่นอนวิมุตเด็ดแข็งแรงมั่นคงปัญญาก็ถึงรอบชัดเจนและเราดำเนินตนด้วยสัมมารีมักองค์ 8 อยู่ตลอดเวลามันก็ฝึกฝนกลับไปกลับมากลับไปกลับมาจนเราแข็งแรงมั่นคงเป็นผู้ที่ยืนหยัดอยู่ในโลกจะช่วยโลกได้อย่างนี้จึงจะได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์เหนือโลกเป็นมนุษย์ที่มีบุญคุณแก่โลกเป็นเอกกับบุรุษที่มีคุณสมบัติช่วยโลก อย่างนี้จึงจะได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์เหนือโลกเป็นมนุษย์ที่มีบุญคุณแก่โลกเป็นเอกบุรุษที่มีคุณธรรม 4 ประการคือ 1 พหุชนะหินตายะทั้งหมดชนะสุขายะดังกล่าวนี้แหละไม่กล่าวเป็นผู้ที่มีประโยชน์ต่อมวลชนทั้งหลายแหล่อยู่จริงทำให้มวลชนทั้งหลายแหล่มีสุขหรือแม้แต่ใช้อีกอันหนึ่งที่ท่านพูดเรื่องสำนวนอื่นที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสตอนที่ส่งสาวกออกไปเผยแพร่ศาสนา 60 รูปแรกที่บอกมีโลกำปังอนุกรรมปลายักษ์เป็นการอนุเคราะห์โลกมีเงินด้วยและอันต่อมาก็เพราะว่าเราเองเป็นผู้ที่มีเจโตว่า 10 โตเป็นผู้ที่มีกำลังจิต แรงแล้วก็เป็นผู้ที่มีฌานอย่างแท้จริงไม่ใช่ทานหลับตาจะมีชาญเป็นสิ่งที่ตั้งมั่นอยู่อย่างไม่ยืนยันเราจะอนุโลมทำแค่ไหนอะไรต่ออะไรแค่ไหนได้ตลอดเวลาและเป็นผู้ที่มีวิมุตแท้มีอุปกรณ์แท้เป็นข้อที่ 4 อย่างเด็ดขาดอย่างนี้เรียกว่าเป็นเอกกับบุรุษหรือเป็นมหาบุรุษเป็นสัตบุรุษเป็นคนที่พระพุทธเจ้าท่านต้องการเป็นอุดมการณ์เป็นเป้าหมายที่ฉันจะพยายามอบรมบ่มนิสัยสร้างสรรค์คนได้เป็นอย่างนี้ผู้ที่เป็นได้มีได้จึงจะเห็นชัดว่าเรามีชีวิตอยู่อย่างไม่พักไม่เพี้ยนนี่แหละเป็นสภาพข้าวของเขาสงสารและเราก็มีความขวนขวายมีอะไรต่ออะไรเอามาเทียบเคียงเข้าแม้แต่หลักปัจจะเวกขณะเราก็จะรู้เราก็จะเห็น แต่ว่าเราเองไม่แตกเราเองแตกต่างจากคฤหัสถ์พฤหัสบดีเขาก็มีงานการเราก็มีงานการแต่แตกต่างการแล้วเรามีงานการเขาก็มีงานการบางทีทำงานการเดียวกันด้วยซ้ำทำงานการอย่างเดียวกันแต่ไม่เหมือนกันความไม่เหมือนกันนี้เราจะรู้อยู่เราไม่ได้ทำเหมือนอย่างเขาเราไม่ได้ทำแล้วมีความโลภความโกรธความหลงอะไรเราไม่ได้ทำด้วยอาชีวะอย่างที่ฆราวาสเขาเป็นเราทำอย่างอาชีวะซึ่งเป็นสัมมาอาชีวะสูงสุดแม้แต่ข้อลาเพนะลาภังนิชคุณซนตาข้อที่เราทำเพื่อเป็นรากไปแลกลาภหรือเป็นราบต่อลาภอะไรอยู่ก็ไม่มีไม่เป็นอย่างนั้นจริงๆเป็นสัมมาอาชีวะอันบริบูรณ์สูงสุดถึงป่านฉะนี้เราจะยืนยันของเราได้สำหรับบุคคลที่ถึงจริง เราจะรู้เพราะฉะนั้นการกระทำอะไรต่ออะไรอยู่ฆราวาสไม่เหมือนกันเราต่างจากคฤหัสถ์เรายังมีชีวิตที่เนื่องอยู่กับคฤหัสถ์คือเรื่องอยู่กับผู้อื่นจริงๆอะไรดีกว่านี้กายกรรมวจีกรรมที่ดีกว่านี้ยังมีอีกมีจริงๆเราจะพิจารณาของเราก็ทำอยู่จริงๆอภินิหาปัจจะเวก 3 ข้อนี้ก็แสนที่จะชัดเจนเป็นชีวิตที่อยู่แล้วข้อต้นๆนี่เป็นข้อที่สูงที่จริงพ่อหลังๆเป็นข้อที่สูงอีกนัยหนึ่งหลังน่ะสูงในญาติของนามธรรมเพราะแม้แต่ที่สุดอภินิเวศ 10 ข้อเนี่ยข้อที่สูงสุดที่สุดก็คืออุทยานข้อที่ 10 อย่างนี้เป็นต้นหรือแม้แต่ข้อที่ 9 ข้อ 18 อะไรเนี่ยก็ละเอียดสูงเป็นลักษณะของนามธรรมแต่ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 เป็น ทั้งรูปประธรรมถ้ามีนามธรรมครอบปลายนั้นด้วยก็จะหันกลับมาอยู่ที่ข้อนามธรรมรูปประธรรมต้นๆเช่นเคยยกตัวอย่างให้ฟังว่าศาสนาสอนศาสนาของพระพุทธเจ้านี่สอนบุคคลเมื่อบุคคลนั้นบริบูรณ์แล้วไม่มีอะไรหรอกมีทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์มีที่ทำให้เกิดประโยชน์เป็นผู้ขยันอยู่เป็นผู้ที่อนุรักษ์ธนาในสิ่งที่ดีเป็นผู้ที่สร้างสรรค์กัลยาณมิตตาเป็นผู้ที่มีสมาชิกตามมีชีวิตอันอยู่อย่างสงบพร้อมมีสัมมาอาชีวะสมาชิกได้อธิบายไปแล้วเมื่อกี้เราเป็นสมาชิกจึงเป็นผู้ที่มีกิจกรรมการงานมีสัมมาสังกัป สัมมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะมีสัมมาวายามะสัมมาสติอยู่อย่างถูกต้องเป็นสัมมาทิฏฐิและแข็งแรงมั่นคงเป็นสัมมาสมาธิยืนยันยืนหยัดไม่หลอกแหลกไม่เปลี่ยนแปลงไม่วอกแวกไม่หวั่นไหวเป็นผู้มั่นคงอยู่อย่างแท้จริงสบายไปตลอดชีวิตนี้ก็เท่านี้หมดสงสัยเห็นชัดว่าเราตั้งมั่นเรายืนยันวันหนึ่งคืนหนึ่งก็เป็นไปพักแล้วก็เมื่อยแล้วก็พักไม่เมื่อยแล้วก็เพี้ยนวันนี้เราทำอะไรอยู่ดีกว่านี้มีอีกไหมเราพึงกระทำเราก็กระทำหาอะไรก็ทำไปอ่าแม้แต่งานนอกนอกง่ายๆไปจนกระทั่งถึงงานชั้นสูงเท่าที่มันจะเป็นไปได้ช่วยกันคนละไม้คนละมืออยู่ไม่มีการพัฒนาที่ไหนถ้าเผื่อว่าเราเห็นอย่างนี้แล้วมันมีการ ขนาดโต้งโต้งเป็นการพัฒนาที่ชัดๆเจนๆว่าในฐานะที่เรามีสมาธิมักองค์ 8 เป็นองค์ธรรมที่ฝึกไปในตัวและสำเร็จไปในตัวสั่งสมลงไปในตัวพร้อมพรั่งอยู่ตลอดเวลามันจึงเป็นการปฏิบัติธรรมอย่างเดินตรงหรือเดินลัดเดินสั้นที่สุดเข้าหามาหาผลนี่เป็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าค้นพบท่านยืนยันว่าสัมมารีมรรคองค์ 8 นี่แหละสูงสุดบริบูรณ์เหลือเกินใหญ่ยิ่งเหลือเกินศาสนาอื่นไม่มีสัมมาอัยวะองค์ 8 เหมือนอย่างที่ท่านกล่าวเราจะต้องเข้าใจให้ดีถึงสมาธิมรรคองค์ 8 ของพระพุทธเจ้าว่ามีค่าสูงและมีความหมายซึ่งไม่ใช่ความหมายต่ำต้อยต่ำตื้นเลยถ้าผู้ใดเข้าใจอย่างสูงแท้และทำปฏิบัติถูกจะเห็นเด่นชัดว่าวิชาการของพระพุทธเจ้านี้เลิดยอดเหลือ และทำให้คนมีค่าจริงๆเหลือเกินและคุณเองจงพิสูจน์ความสบายของตนเองให้จริงและไม่ใช่สบายอย่างเอาเปรียบใครด้วยสบายอย่างที่โลกยอมรับว่าเราสบายอย่างเสียสละแม้เสียสละเราก็ยังเบิกบานแจ่มใสยินดีอยู่คนเดียว

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน