230320-364 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ022.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2523 อภิณหปัจจเวกขณ์ (84 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์26 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

แต่ความสุขุมความหมายของคำว่าความสุขุมเนี่ยมันเป็นความหมายที่ลึกซึ้งในคำคำว่าสุขุมเราจะต้องรู้สภาวะธรรมของมันให้มากเกิดการรู้เกิดการมีเกิดการเป็นเราจะรู้เราจะเข้าใจเราจะจับเอาสภาวะของความสุขุมมารู้ได้ก็โดยการเราต้องเจตนาต้องมีสติสัมปชัญญะเพื่อที่จะทำความสุขุมให้แก่ตนเองกายกรรมก็ดีวจีกรรมก็ดีมโนกรรมโดยเฉพาะจะต้องพยายามทั้งควบคุมทั้งสอดส่องอ่าน อ่านคำอ่านกิริยาอ่านผัสสะอ่านสภาวะที่มันเกิดอ่านไปทั้งหมดตั้งแต่รูปกรรมที่เป็นกายกรรมหยาบหยาบใหญ่ๆเราก็จะต้องพยายามให้มันสุขุมแล้วคำว่าสุขุมก็จะมีคำขยายไปว่ามันจะดูเหมือนมันจะช้าแต่มันก็ไม่ได้หมายความตรงๆว่าจะช้าอย่างเฉื่อยเหนื่อยแต่มันจะช้าอย่างมีความเก่งของแต่ละบุคคลมันช้าแต่ได้รูปหรือมันไม่ช้าหรอกที่จริงน่ะมันเร็วแต่มันดูเนียนมันไม่กระดกกระเดกมันเลยดูช้ามันสมุดหรือว่ามันมันราบเรียบไอ้ราบเรียบดูมันไม่กระเทือนเนี่ยมันดูว่าช้าแต่ที่จริงมัน สนิทนิ่งเนียนมันก็เลยดูเรียบไปนี้อธิบายโดยภาษาถ้าเราทำอะไรได้เก่งจะรู้สึกว่าเราทำเหมือนมันช้าแต่ที่จริงไม่ใช่ช้ามันเร็วแต่มันเรียบมันเร็วแต่มันเรียบมันไม่ดูก็ฉุกกระชับมันไม่ดูก็ดับแต่เดินอะไรมันไม่ดูผลักๆมันดูมันเรียบราบเฉื่อยไปเหมือนกับมันไม่มีอะไรเกิดมันยังดูเนียนอันนี้ก็เป็นสภาพที่ลึกซึ้งสุขุมที่ผู้ใดถ้ามีปัญญาก็จะเข้าใจได้อย่างทันทีว่าอ่อสภาพอย่างนี้เราเคยมีเคยเป็นหรือเราเคยรู้เคยเห็นของผู้ที่เขามีเขาเป็นได้นี่เป็นกายกรรมอย่างหยาบๆรูปแบบหยาบๆลองพิจารณาให้รู้ความสุขุมแม้ การพูดก็เหมือนกันอาการพูดที่สุขุมพูดสุขุมพูดเร็วบางคนพูดเร็วแต่สุขุมมีการเรียบเรียงมีการไม่ขาด 6 ตกหล่นได้ถ้อยกระทงความอย่างราบรื่นดีเรียบร้อยดีมีความเยอะได้ด้วยแต่บางคนน่ะพูดช้าช้าเนิบนาบๆๆใช้อย่างเฉยๆใช้อย่างหน้าน่าสงสารก็มีบางคนพู

อ่านต่อ

ดช้าแต่ก็ยังรู้สึกว่ายังมีมีไม่เหนื่อยพูดช้าแต่พูดก็มีคำมีความไม่น้อยนักไม่เหนื่อยอย่างนี้เป็นต้น ภาษาที่อธิบายให้เราสังเกตให้เราได้พยายามไปพิจารณาเป็นการขยายความหมายให้ชัดเด่นขึ้นให้เราได้พิจารณาว่าคำว่าช้าคำนี้เนี่ยมันไม่ใช่เถรตรงไปซะทีเดียวแต่เราก็ต้องกำหนดอะไรก็ตามแต่ถ้ามันไม่เรียบร้อยมันไม่ราบรื่นอย่าฟังตรงนี้ให้ชัดๆถ้ามันไม่เรียบร้อยมันไม่ราบรื่นมันไม่ดีมันไม่แนบเนียนเราจะต้องพยายามช้ามันลงพยายามให้มันช้าลงเพื่อสอดส่องไม่ว่าจะเป็นกายกรรมไม่ว่าจะเป็นวจีกรรมอันนี้เป็นกรรมวิธีซึ่งทุกคนจะเข้าใจด้วยสามัญสำนึกอยู่แล้วว่าเราจะต้องทำกันอย่างนั้นอยู่ทีเดียวเพราะว่าถ้าเกิดว่าเราเองเราไม่แน่ใจเราก็ต้องช้าๆช้าๆดูมันทำให้ช้าลงเพื่อที่จะได้ดูมันได้ละเอียด เมื่อผู้ใดพิจารณาดีแล้วจนกระทั่งแคล่วคล่องจนกระทั่งเป็นจนกระทั่งชำนาญมันก็จะดูไม่ช้าเลยแต่มันเนียนนี่เรียกว่าช้าไปหาสุขุมมีความหมายต่อเนื่องกันอย่างนั้นเพราะคำว่าสุขุมจะเกิดได้ต่อเมื่อเรารู้และเราก็ฝึกเมื่อรู้ว่าจะต้องเป็นอย่างนี้แล้วเราก็ฝึกก็ฝึกได้แล้วมันจะดูสุขุมประณีตแนบเนียนและซึ่งคำว่าช้านี้อาจจะไม่ใช่เอาซะด้วยดังที่กล่าวแล้วอธิบายแล้วมันจะเร็วกว่าด้วยแต่มันก็ยังรู้สึกว่ามันเนียนนิ่งสนิทดีราบรื่นเรียบร้อยจึงดูเหมือนมันช้ามันมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมีตัวอย่างอันนึงจะยกประกอบก็คงพอจะเข้าใจได้แต่ก็ไม่ตรงทีเดียวเช่นว่าเราขี่รถคันเล็กๆ ไม่ดีเครื่องประกอบไม่เข้าท่าพื้นถนนก็ยิ่งไม่ดีก็ประกอบนี้โอ้โหนั่งไปแล้วกระเทือนฉึกฉึกฉักสั่นคลอนหมดแต่ถ้าเรานั่งรถคันใหญ่ๆยิ่งมีโช๊คอัพดีๆแล้วแม้ถนนมันจะเป็นลูกคลื่นขนาดไหนก็ดูเหมือนกันไม่กระเทือนอะไรเลยนิ่งสนิทเนียนเฉยไปทีเดียวอย่างนี้เป็นต้นไอ้สิ่งที่มันได้ทางวัตถุแบบนั้นที่เขาเอามาใช้ประสานนั่นแหละคือสภาพที่เราเองคนเนี่ยก็จะต้องพยายามทำให้มันเนียนได้อย่างนั้นเหมือนกันมันก็มีเครื่องมีโช๊คอัพอันดีมีประภาหาอันใหญ่ซึ่งสามารถที่จะกลบเกลื่อนสิ่งที่มันมาต้านมาทานได้มีอำนาจพลังใหญ่มีเครื่องที่จะกลบเกลื่อนสิ่งที่มันเป็นขรุขระอะไรเข้ามา อุปสรรคก็สามารถกลบเกลื่อนไปได้เหมือนกับนั่งรถคันใหญ่ที่มีโช๊คอัพอันดีมีน้ำหนักสูงไม่กระเทือนง่ายๆอย่างนี้เหมือนกันเหมือนถ้าผู้ใดจิตใจก็ไม่กระเทือนง่ายๆแล้วก็มีทีติธรรมมีธรรมะจิตติของตัวเองนี่มั่นคงแข็งแรงเราก็จะเป็นผู้ที่ไม่กระเทือนอะไรง่ายๆไม่หวั่นไหวอะไรมากระทบสัมผัสเราก็จะยังสนิทแล้วก็ไปได้เรื่อยๆและจะไม่หยุดคือจะไม่ใช่จะไม่หยุดจะไม่หยุดนั่นแหละแต่คือจะไม่ชะงักจะไม่ชะงักเพราะว่าแรงต้านของโลกมันกลับจะเร็วหรือว่ามันกลับจะไปได้อย่างไม่มีการชะงักไม่มีการต้องขาดตอนหรือว่า เสียเวลาไปอะไรเนี่ยมันไม่มันไม่ใช่หมายความว่าไอ้หยุดตัวตัวสุดท้ายนั่นน่ะคำว่าหยุดคำนี้ต้องพยายามฟังให้เข้าใจดีๆมันชะงักมันหยุดชะงักมันชะงักเพราะไอ้นั่นมาสัมผัสนิดนึงก็เสียเวลาแล้วหยุดแล้วงอแงแล้วไม่เดินแล้วเชื่องช้าไปแล้วไม่ดำเนินต่อไปแล้วอย่างนี้เสียหายนะเพราะว่าจะไม่เสียหายจะไม่ชะงักติดขัดเพราะสิ่งที่จะมาสัมผัสสัมผัสในชีวิตมันจะกลายเป็นการเดินไปเรื่อยราบรื่นเร็วอ่าถ้าลงทะลวงไปได้เรื่อยๆอย่างนี้เป็นต้นนี่เป็นสภาพที่มันเป็นไปด้วยดีแล้วก็ไม่สะดุ้งสะเทือนด้วยจึงเรียกว่าราบรื่นราบรื่นเรียบร้อยไปดีสภาวะเหล่านี้ที่พยายามอธิบายเพื่อที่ให้เราได้เข้าใจฝึกปรือผู้ใดที่มีความซาบซึ้ง ความสุขคุ้มความละเอียดความประณีตผมเองผมเคยซาบซึ้งในภาวะที่ได้ปฏิบัติประพฤติอย่างเห็นความสงบเป็นความสุขุมเป็นความละเอียดละออมันน่าชื่นใจไอ้ตอนนั้นผมก็อยู่กับภพของผมเองผมทราบซึ่งผมยินดีที่จะอยู่อย่างเรื่อยๆช้าๆแม้แต่จะนั่งจะเดินจะไปจะมาจะแวะทำไอ้โน่นทำไอ้นี่จะเลื่อนเข้าเลื่อนของจะทำงานจะปิดประตูนี่ช้ามันไม่ช้าหรอกมันก็เร็วแต่ว่ามันสุขุมจะใส่กล่องใส่กลอนไม่ต้องทำให้ผิดก็โชคกระชากดังแก๊กจะจับมาวางจะรดน้ำจะจับขันจะวางขันจะจับของเจอไอ้โน่นไอ้นี่ไม่ลากไม่ถูกค่อยๆ ค่อยขยับเขยิบอะไรก็ได้มันรู้สึกว่ามันสบายๆมันรู้สึกว่ามันปราบปลื้มมันรู้สึกว่ามันดีจังเลยในชีวิตผมเคยคนอื่นจะเคยหรือไม่เคยไม่รู้ได้ลองๆดูสภาวะที่สุดคุ้มกว่านี้สภาวะที่มันเป็นอย่างนี้มันรู้สึกว่าเป็นคุณธรรมของผู้ดีมันเป็นคุณธรรมของมนุษย์ที่เอออย่างนี้เป็นความสงบอย่างหนึ่งเป็นความสงบเป็นความราบรื่นเป็นความที่ไม่เอิกเกริกเฮฮาเป็นความที่ไม่เอะอะมะเทิ่งเป็นความเรียบร้อยจะเรียกตัวสงบนี่แหละตัวสงบระงับนี่แหละภาษาที่ใหญ่ๆมันเป็นความเป็นไปได้จริงๆนะคนใดทำได้จะรู้สึกว่าตัวเองก็ทราบซึ้งแม้แต่เราจะวางนั่นวางนี่แม้แต่ว่าเราจะลากถูแม้แต่ว่าจะขยับขยับอะไรต่ออะไรต่างๆนานา หาตอนแรกๆมันอาจจะช้าเพราะตอนหลังๆแล้วมันก็คล่องแคล่วแล้วมันก็เร็วแล้วมันก็เป็นไปในจังหวะใดที่เราควรจะทำอย่างไรเช่นเราจะเอาของไปวางให้เวลาเราจะเอาขยะไปเนี่ยเร็วๆก็ได้แต่เวลาจะวางงี้ปั๊บเราจะรู้สึกเราเวลามันจะสัมผัสเราจะต้องตอนนี้จะแตะแล้วน่าจะสัมผัสแล้วเราจะช้านิดนึงแล้วมันก็จะไม่ดังโป่งกวางโครมครามอะไรอย่างนี้เป็นต้นเพราะสภาพช้าสุขุมที่อธิบายขยายความขึ้นมานี่จะมีนัยยะให้เราได้รู้ได้เข้าใจแล้วเราจะได้ฝึกเพียรและจะได้เป็นไฟไม่ได้หมายความว่าเราจะทำงานได้เร็วเร็วลงเปล่าเลยเราจะทำงานได้ดียิ่งขึ้นเจริญยิ่งขึ้นเป็นคนงานที่ทำงานอย่างเก่งยิ่งขึ้นและสงบยิ่งขึ้นด้วย สงบยิ่งขึ้นต้องการที่จะได้พึดประพฤติตั้งแต่รูปหยาบอย่างนี้ไปมันก็จะได้ส่งต่อสืบสานไปจนกระทั่งถึงจิตอันสงบราบเรียบแล้วเราจะเป็นจิตที่ละเอียดจิตที่แววไวจิตที่มีปฏิภาณแหลมจะรู้ความสุขขุมหนี้อย่างไม่ใช่ภาษาพูดเลยที่พูดนี่เพื่อที่จะให้เข้าใจลึกละเอียดเข้าไปถึงสภาวะธรรมของจิตใจหรือของวิญญาณธาตุว่าเมื่อเราได้ปฏิบัติแล้วเราจะมีจิตที่ละเอียดจิตเราเองเป็นผู้ได้เป็นผู้เป็นเป็นผู้มีเองเราจะเก่งจนกระทั่งเอาจิตละเอียดนี้ไปอ่านจิตผู้อื่นได้ละเอียดยิ่งขึ้นตอนนี้ไม่ใช่รูปประธรรมแล้วตอนนี้เป็นนามธรรมจะสร้างอภิญญาให้แก่ตัวเราเองเพราะงั้นเราจะมีจิตรายละเอียดนี้ไปวัดจิตหรือไป ความหยาบความกระด้างความแข็งความไม่อ่อนโยนของผู้อื่นได้จริงๆไม่ใช่สภาพของอ่อนโยนอย่างรูปเท่านั้นแต่มันอ่อนโยนที่จิตถ้าเรามีจิตที่ละเอียดสุขุมอย่างนี้เราจะไปวัดความอ่อนโยนของจิตของคนแสดงประกอบออกมาเป็นโสดทิพย์แสดงรูปแสดงนามแสดงเสียงแสดงกายกรรมวจีกรรมออกมาเราก็สามารถที่จะอ่านเสียง 2 ได้ว่าอ่อนโยนจากกำที่เป็นกายกรรมที่เป็นวจีนั้นหรือไม่เราจะอ่านได้เราจะมีอภิญญาโสดจากลักษณะอย่างนี้ด้วยถ้าเราได้ฝึกความสุขผมให้แก่จิตตนเองเพราะในระยะแรกๆนี้เราจะช้าลงหน่อยนึงโดยรูปก็ดีโดยวจีก็ดีก็ไม่เป็นไรลองฝึกดูลองทำดูแล้วเราจะเป็นคนที่ อะไรเพิ่มขึ้นมาจะเป็นผู้ที่ช้าสุดคุ้มอ่อนโยนเบิกบานในจังหวะที่เราจะฮึดฮัดเนี่ยความเบิกบานนี่นะมันจะมีมันมันจะมีสภาพจิตที่ละเอียดละออขึ้นแล้วขยับๆเราระงับได้หรอกแต่พอเวลาเรามีอะไรมากระทบเราไม่พอใจเรียกว่าอะไรไม่ยินดีไม่พอใจตัวไม่ยินดีมีอคติตัวนี้แหละอุปกิเลสตัวนี้สำคัญมากเพราะนิวรณ์ 5 ผ่านไปแล้วนิวรณ์ 6 มีวิชาอวิชชานิวรณ์ 7 มีอะไรติดกับปราโมทย์นี่เบิกบานร่าเริงกับตัวที่ไม่ยินดีจนได้ยินดีเป็นอุปกรณ์ร่าเริงนี่เป็นอุปการะถ้าเราไปมีตัวไม่ยินดีมีคำประกอบมันจะรู้สึกเราไม่ชอบ ไม่พอใจไม่ยินดีแม้อย่างละเอียดอ่อนมันก็ทำให้วาจาของเรานี่เพี้ยนไปมันทำให้กายกรรมของเราเพี้ยนไปให้สังเกตดีๆเพราะอันนี้เป็นรายละเอียดชั้นสูงเป็นนิวรณ์ชั้นอุปกิเลสเป็นนิวรณ์ชั้นสูงเราจะต้องพยายามกระทำถ้าทำแล้วเราจะไม่มีเลยความไม่เบิกบานเราจะทิ้งความไม่เบิกบานได้อย่างสนิทเราจะเป็นผู้เบิกบานเบิกบานเป็นพุทธตลอดเวลาแม้แต่อารมณ์เล็กอารมณ์น้อยเหล่านี้ซึ่งเป็นสภาพที่ละเอียดละออเราก็จะดีขึ้นเพราะถ้าผู้ใดละเอียดไปจนกระทั่งป่านนี้แล้วไอ้เรื่องหยาบมันก็ไม่มีได้เรื่องยากมันก็น้อยได้แต่ถ้าผู้ใดยังไม่ถึงก็ต้องไปไล่ขึ้นไปไล่ขึ้นไปมีปัญญาเข้าใจได้เท่าไหร่ กรรมลูกกิริยาของเราเท่าไหร่เท่าไหร่ก็สังเกตก็อ่านอ่านกริยากายอ่านกริยาวาจาจนกระทั่งอย่างตามเข้าไปจนถึงจิตของเราเองแล้วเปลี่ยนจิตปรับจิตนี่คือการปฏิบัติธรรมปรับปรุงจิตของเรานั่นแหละเป็นตัวมโนปุพพังขมาธัมมามโนเสฏฐามโนมยาตัวจิตเป็นเหตุตัวจิตเป็นต้นเขาตัวจิตมาก่อนเพื่อนจิตเป็นประธานแล้วเราจะเป็นผู้ที่ช้าสุดคุ้มอ่อนโยนเบิกบานและเป็นผู้ที่หยุดในสิ่งที่ควรหยุดได้แต่ไม่ใช่หยุดตายอย่างทางโลกโลกเห็นตรงแต่เป็นการหยุดอกุศลในการหยุดทุจริตเป็นการหยุดสิ่งที่ไม่ดีไม่งามเป็นผู้ที่งามพร้อมทั้งเบื้องต้นทำกลางบ้านปลายเป็น กัลยาณ์นางมัทรีกัลยาณังปริญญาสานะกัลยาณังพรั่งพร้อมน้ำพร้อมคำว่าหยุดก็ดีไม่ขยายความคำว่าหยุดแต่คำว่าหยุดคำนี้ให้พยายามทำความเข้าใจให้ได้ว่าสิ่งใดที่มันยังไม่ไม่ช้าหรือว่ามันยังไม่เป็นไปด้วยดีก็หยุดเสียหยุดความไม่ช้านั้นเป็นชาสิ่งใดที่มันยังไม่สุขุมก็หยุดความไม่สุขุมนั้นให้เป็นสุขุมสิ่งใดไม่อ่อนโยนก็หยุดความไม่อ่อนโยนนั้นให้เป็นอ่อนโยนสิ่งใดไม่เบิกบานหยุดความไม่เบิกบานนั้นให้ได้จนเป็นเบิกบานเราก็จะเป็นผู้ที่ถึงที่สุดที่งามในเบื้องต้นทำกลางวันปลายดังกล่าวแล้วได้ด้วยการสอด เรียนรู้และพยายามอบรมตนขึ้นไป

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน