200312-049 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน049-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ008.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นเช้าวันที่ 12 มีนาคมพุทธศักราช 2520 แต่เย็นนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกเพราะวันนี้เรามาทำวัดกันตามปกติถ้าก่อนจะได้ทำวัดในเรื่องของพุทธประวัติจากพระโอษฐ์ที่เราได้อธิบายติดต่อกันด้วยมาก็อยากจะขอสัญชาติตามฐานะผมจะต้องคอยสอดส่องดูแลหรือเพิ่มเติมอื่นๆใดๆเข้าไปด้วย แต่เรามาปฏิบัติธรรมกันจนกระทั่งขณะนี้การขยายตัวได้มีมากจนกระทั่งแม่สถานที่คดีถูกกลุ่มคนดีหรือแม้แต่แวดวงของอุบาสกอุบาสิกาก็ขยับขยายเพิ่มเติมมีตัวขึ้นพระขึ้นหรือแม้แต่สถานที่ที่เราจะต้องเหยียบย่างไปจะต้องเวียนไปมันก็มีสถานที่ที่หลายสถานที่และแปลสภาวะแวดล้อมแปลกไปในระยะ ต่างอยู่โรงงานสิ่งเหล่านี้เป็นเหตุปัจจัยให้พวกเราสังเกตและให้ตัวเราเองจะต้องพยายามรู้เท่าทันเหตุปัจจัยและสิ่งแวดล้อมต่างๆแต่ละสถานที่แต่ละบุคคลมีแปลกแตกต่างกันออกไปซึ่งเรารู้เรียกว่าโลกหรือโลกียะทั้งนั้นแต่มันไม่เหมือนกันทีเดียวถ้ารู้ในสัจจะเราก็เหมือนกันหมดนั่นแหละถ้าใครไปรวมลงเป็นหนึ่งได้แล้วไอ้โก้ธัมโมมันก็มีแต่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปหรือมีใจตามรูปอะไรอย่างเงี้ยถ้าเรารวมลงเป็น 1 ได้มันก็ไม่มีอื่นว่า ความที่เราจะรวมลงหรือว่าเป็นกระแสเดียวกันนั้นน่ะมันเป็นจิตอนุรักษ์ต่อกระแสที่ไม่มีอะไรคั่นในโลกนี้มันไม่มีอะไรที่มันมีอะไรขึ้นมาเป็น 2 นั่นคือความเป็นมายาในโลกนี้มันไม่มีอะไรหรอกมันมีแต่ความมีกับความไม่มีเรื่องด้วยภาษาชนิดหนึ่งว่ามีเรียกโดยภาษาชนิดหนึ่งว่าไม่มีแต่ที่มีนั่นก็คือเกิดความรู้เกิดภาพรู้เมื่อรับรู้แล้วก็ไปยึดยึดดูดพลังเมื่อเกิดดูดผลักแล้วถ้าต้องการให้ได้ เมื่อไม่ได้ก็ทุกข์ถ้าไม่ต้องการก็จะผลักเมื่อผลักไม่ได้ก็ทุกข์ความทุกข์เกิดมาแต่จิตของแรงผลักแรงดูดที่ยึดมั่นถือมั่นซ้อนลงไปอีกตัวหนึ่งแรงในโลกมีเป็น
อ่านต่อ
ธรรมดาแบรนด์สักแรงดูดในโลกนี้เป็นธรรมดามันไม่ใช่ตัวตนมันไม่ใช่สัตว์โลกแต่เมื่อแรงผลักแรงดูดนั้นมีอะไรอีกแรงนึงที่เป็นพัฒนาเกาะกลุ่มกันข้าวแล้วก็อาศัยอยู่ในอะไรก็ตามแต่ตั้งแต่อายุมาจนกระทั่งเป็นตัวตนบุคคลสัตว์ทุกคนแล้วมันก็ยึดว่าเป็น ยึดเอาเป็นชีวิตชีวาไม่คิดว่าเป็นตัวเรายึดเป็นชีวิตชีวาแล้วมันก็พยายามจะดึงดูดเอาแรงนั่นแหละไว้เป็นตัวเราไม่ยอมปล่อยคลายความสลายตัวจึงไม่เกิดหรือจะเกิดแต่ก็ช้านานเพราะแฟนยึดเพราะแรงดูดเพราะแรงที่จะรักษาคุ้มครองแรงนั้นไว้เจ้าตัวยึดอันนั้นเป็นของตัวและเจ้าตัวก็ต้องรักษาคุ้มครองอันนั้นแหละสภาพนั้นของตัวเอาไว้นี่แหละมันเกิดเป็นอัตภาพขึ้นมาอย่างนี้จนกระทั่งมันพัฒนาดูแลอันนี้พัฒนามาเป็นสัตว์โลกจนเป็นสัตว์โลกที่ คนแล้วเป็นมนุษย์แล้วมันก็ยังโง่ต่อไปอีกมันเวียนกลับไปสู่ความสูญดังกล่าวไม่ได้แล้วก็มันก็บ้าดีเดือดกันไปอีกจนมันทำลายกันตายตายแล้วมันก็จะเกิดมาทำลายกันอีกมันมีแต่เท่านั้นที่นี่มนุษย์ประเสริฐหรือเปล่าผู้ประเสริฐมาคิดย้อนกลับแล้วก็ทวนย้อนกลับไปจนกระทั่งถึงสุดยอดก็รู้ว่าความมีกับความไม่มีเท่านั้นแต่สมมติในโลกเกิดขึ้นมาในอันดับแรกเพราะถ้าผมว่าเราจะสมมติอยู่ที่ความมีมันก็เป็นสมมติที่สัจจะอันนึงสมมุติว่าความว่าไม่มีมันก็เป็นสมมติที่สัจจะอันนึงแต่ทีนี้เราจะทำลายอัตภาพหรือทำลายตัวความรู้สึกยึดและดึงดู รุ่นบูรณะไว้คุ้มครองไว้รักษาไว้ไม่ยอมให้ไอ้นี่แตกสลายอันนี้สิมันเป็นความยากที่ปราดชั้นยอดที่สุดที่เราเรียกว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพยายามค้นพบจนเจอและก็ให้พยายามหัดกระทำการหน่ายคลายปล่อยปลาออกจางออกจืดออกจนกระทั่งสำเร็จและเมื่อสมเด็จแล้วก็มีญาณรู้ความสำเร็จของตนเองเหมือนสำเร็จแล้วก็มีญาณรู้ในความสำเร็จของตนเองด้วยบรรลุความสำเร็จของตนเองแล้วยังรู้ต่อไปอีกว่าเราจะเอาความรู้นี้มาเผยแพร่ให้แก่ผู้อื่นที่จะรู้ได้ทุกอย่างไม่ใช่ของง่ายเลย เจ้าพ่อเผยแพร่อย่างไรจะทำวิธีการอย่างไรที่จะให้คนอื่นได้รู้อันนี้ได้พระบรมศาสดาหรือญาติที่เรานับถือเป็นองค์สุดยอดของเราเนี่ยคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้พยายามจะใช้วิถีทางใช้รูปแบบใช้องค์ประกอบในโลกวางวิธีการไว้ให้แก่เราได้ศึกษาและก็ทำตามจนอาจารย์รุ่นหลังๆกระทำตามมาแล้วก็รู้ได้แล้วก็สืบทอดกันต่อมาจนถึงทุกวันนี้แม้มาถึงทุกวันนี้แล้วมันก็ยังมีองค์ประกอบที่มนุษย์มันไม่ได้หยุดพัฒนามนุษย์มันพัฒนาความบ้าดีเดือดของมันขึ้นมาอยู่เรื่อยๆจนทุกวันนี้ความบ้าดีเดือดที่มาก ขึ้นกว่าสมัยพระพุทธเจ้ามันมีอีกมากมายนักหนาแต่มนุษย์ก็ไม่รู้เก็บรู้ราวมนุษย์ก็ไม่เคยรู้อย่างย้อนกลับไปหาความสุดยอดที่ว่ามีแต่สมมติแรกคือสมมุติคำว่ามีคือไม่มีเขาไม่รู้เพราะว่ามันก็ไม่รู้เขาก็เน็ตเหนื่อยอยู่กับมันเรื่อยไปที่เรารู้ซะแล้วเราก็ไม่เหน็ดเหนื่อยเราหยุดได้แม้กระทั่งเรายังมีเรายังมีสังขารเราทำเรายังมีสังขารและโลกเราก็อยู่เหนือสังขารนี้ได้เรามีเนื้อหนังมังสาเหมือนอย่างมนุษย์เรามีจิตใจเรามีธาตุรู้ที่เรียกว่าวิญญาณเหมือนมนุษย์อื่นก็มีแต่เราก็ไม่ได้เป็นทาสไม่ได้เป็นทาสสังขารร่างกายไม่ได้เป็นธาตุ จิตใจจิตสัมผัสจิตตสังขารหรือกายะสังขารแล้วแต่ที่เราจะเรียกได้ภาษาเราไม่ได้เป็นธาตุมันมาทั้งหมดเพราะเรารู้ใจด้วยความเป็นจริงแล้วเราก็สามารถที่จะอยู่เหนือแม้แต่อำนาจความเคยชินที่เราให้อำนาจวิญญาณธาตุมันเหนือเรามานานนับกับกันเราก็สามารถที่จะอยู่เหนือมันได้โดยเด็ดขาดเพราะสมาชิกพระพุทธเจ้ายืนยันว่าท่านอยู่เหนือได้เด็ดขาดและลูกศิษย์ลูกหาต่างๆพระสาวกต่างๆที่ได้ปฏิบัติตามก็กระทำตนได้อยู่เหนือได้เด็ดขาดอีกด้วยซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงว่ามันเป็นจริงถ้าอยู่เหนือมันได้มันหน่อยนึงเราก็จะรู้ความจริงว่า จริงแต่ก่อนที่เราเป็นธาตุมันมาจริงๆเพราะเราอยู่เหนือมันได้มากสิ่งมากอย่างยิ่งขึ้นในอำนาจของวิญญาณธาตุที่เราเคยไปเป็นทาสมันมาถูกมอมเมามาถูกครอบงำมาพอเราสลับหลุดได้พอเรามีอำนาจเหนือมันได้เราก็จะรู้ความจริงว่ามันเป็นจริงแล้วเนื้อขึ้นมาได้เรื่อยๆมากอย่างมากอย่างขึ้นมาเรื่อยๆเราก็ยิ่งจะยืนยันเห็นชัดว่าสัจธรรมนี้เป็นจริงมากขึ้นมากขึ้นจนกระทั่งเราถ้าจะเหลือเชื้อน้อยเหลือเกินจนเป็นแรงอ่อนเราก็จะรู้เพราะมันเหลือเชื้อที่แรงอ่อนน้อยถึงแม้ว่าจะพาเรามาเกิดมันก็เกิดอำนาจกิเลสที่แรงอ่อนแต่ปัญญาที่สุด นิทานรู้ที่ไม่ได้รู้ต่ำตกต่ำกว่ามนุษย์คนอื่นเพราะจะทำให้เรายิ่งไว้ใจจะทำให้เรายิ่งมั่นใจต่อสภาพความเกิดเป็นมนุษย์ถ้าผู้ใดละลดลงไปแล้วแม้จะเกิดมาอีกกิเลสน้อยลงแล้วก็แทนที่จะแน่ใจว่ามันสบายเพราะเราทุกข์ด้วยกิเลสเรารู้ชัดว่าเราทุกข์เลยเรารู้ชัดว่าเราได้ยกฐานะของตนสูงขึ้นด้วยอำนาจความเข้าใจผิดๆที่โลกมันมองมาที่โลกมันหลอกรู้เท่าทันแล้วเนื้อมันแล้วเพราะฉะนั้นการจะเกิดอีกใหม่เราก็จะไม่แยแสและเราจะไม่ทุกข์ร้อนอะไรมากมายเพราะอำนาจบุญเราก็รู้บุญแล้วเราก็อยู่ในสภาพที่เป็นผู้ที่มีบุญถ้าเกิดอีกถ้าผมว่าบุญอธิบายอย่างศาสนาไหนก็ตาม มึงก็ตามมาส่งเสริมไม่ได้ขัดกับศาสนาไหนเลยเธอจะอธิบายด้วยลักษณะแบบใดไม่มีปัญหาเพราะบุญย่อมเป็นบุญบริษัทจะบาปยังเป็นบาปบริสุทธิ์ใจเมื่อเราก่อบุญก่อบุญเป็นไปด้วยความเป็นบุญที่แท้และบุญชนิดที่สูงได้อย่างอริยะเป็นชั้นเชิงด้วยกระแสที่จะรู้ชัดว่าเราจะเกิดจะตายเราจะไม่สงสัยแม้จะเกิดอยู่เราก็จะไม่อนาทรร้อนใจหรือแม้ไม่เกิดที่จะตายไปเลยศูนย์ไปเลยอย่างที่เป็นไปโดยลักษณะของศาสนาที่อธิบายโดยเฉพาะศาสนาพุทธตายอย่างอรหันต์ศูนย์ไม่ต้องมาเกิดอีกก็ไม่มีปัญหาเพราะว่าเราเข้าใจว่ามันมีแต่ความทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้นความทุกข์ทั้งนั้นตั้งอยู่และความทุกข์นั้นดับไปแต่ถ้าทุกข์ใดที่เราทนได้ อยากทุกข์ใดที่เราลงทุนได้โดยไม่ลำบากและปัจจุบันนี้ที่เรายังไม่ตายแล้วก็มีทุกข์น้อยหรือหลายเราไม่ได้ทุกข์ที่มาสั่งส่งมาเป็นของเราเราจะทำอะไรให้แก่ผู้ใดมันก็เป็นความเกื้อกูลของเราเองเป็นจิตใจอันเป็นบุญเป็นจิตใจอันเป็นกุศลเป็นจิตใจอันเป็นทานเป็นจิตใจอันเป็นผู้เสียสละทำให้แก่เขาเท่านั้นเราไม่ได้เสพติดได้ยึดได้รับไม่ชอบอะไรมองว่าเป็นของเราเลยเพราะฉะนั้นอำนาจนั้นมันไม่สะสมมันไม่ได้ประกอบก่อไว้เพื่อที่จะให้เป็นอำนาจที่เราจะมาหลงตัวหลงตนอะไรตัวตนเราเล็กลงจริงๆอัตราหรืออัตภาพเล็กลงจริงๆแต่ปัญญาของเราจะฉลาดเฉลียวสูงขึ้นความสามารถก็สูงขึ้น เกิดมาอีกแล้วก็ไม่โง่แล้วก็ฉลาดอยู่นั่นแหละแม้มันจะยังไม่ถึงขั้นสูงสนิทเป็นอรหันต์ที่แท้มันก็ยังฉลาดอยู่นั่นแหละด้วยความที่เป็นกิเลสมันก็ละลายหรือมันก็หายไปแล้วมันก็ปล่อยไปเท่าที่เราไม่ปล่อยทิ้งความทุกข์ที่เราเคยมีอย่างหนักหนาสงสารโง่เง่าที่ถูกก็จงจมูกหรือว่าครอบงำมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นอีกแม้มันจะมีใหม่มันก็มีโดยที่เรียกว่าเราไม่รู้เท่าทันวันนี้มันเป็นวิมุตที่เราไม่รู้ตัวแต่เสร็จแล้วไม่ช้าไม่นานหรอกในอำนาจแห่งความรู้มันก็จะกลับมาขายอีกอยู่อย่างเดิมเพราะการที่เราได้สั่งสมบารมีไปถ้าอธิบายอย่างศาสนาจริงๆตลอดทุกๆชาติทุกๆชาติสั่งสมเป็นคารวะปัจจัยขึ้นไปเท่าใดๆ มันก็ไม่มีปัญหาอะไรไม่มีปัญหาอะไรต้องทำความเข้าใจให้ดีที่เราสั่งสมแล้วก็ทำขึ้นมานะมันเป็นความจริงโดยกรรมโดยการกระทำของเรากุศลกรรมใดที่เราสั่งสมมันก็เป็นกุศลกรรมนั้นถ้ามันถึงขั้นสูงมันก็สูญถ้ายังไม่ถึงขั้นสูงมันก็เป็นกุศลกรรมอันนั้นแหละที่ไม่มีแบ่งกันไม่ได้แย่งกันไม่ได้ที่จะไปจับจับยัดเยียดหรือว่าไปโกงกันอะไรมันไม่ได้ทั้งนั้นแหละมันจำเป็นธรรมดาใครทำก็ของใครเป็นจริง เกิดมาแต่จิตเป็นรากเหง้ามโนปุพพังคมาธัมมามโนเสฏฐามโนมยามันมาแต่ร่างแห่งจิตอย่างแท้จริงและพยายามลึกซ้อนทำเข้าไปให้เห็นเด่นชัดแล้วก็ปล่อยปละได้สบายยิ่งโตวางตัวปล่อยตัวเห็นเด่นชัดทุกอย่างมันมีแต่อนันตังอนันตังนี่คืออะไรอนันตังก็คือความเจริญพิจารณาพระพุทธเจ้าท่านก็มีอนันตังด้วยวิญญาณธาตุของท่านท่านมีแต่ความเจริญวุฒิวุฒิสูงไปเป็นอนันตังไม่มีที่สิ้นสุดหรอกมันก็เยี่ยมที่จะเป็นธาตุรู้อันเป็นโรคอันเป็น แมนยูมันเป็นอะไรก็ตามแต่ท่านก็ได้รู้ตลอดไปเพราะความจบที่เป็นความจบในโลกก็เป็นความสุขที่เป็นสมมุติภาษาที่เรียกแล้วมันก็จบจริงเหมือนเราจบโลกมาเป็นชั้นๆแม้ปัจจุบันนี้เราก็จบได้ซึ่งไม่มีปัญหาอะไรเราจบโรคสบายแล้วจบโรคกามคุณแล้วจบโลกธรรม 8 แล้วจบโลกแห่งอัตตาตัวตนฉันอยากจนตั้งแต่เป็นศักดายักษ์จนกระทั่งอัตตาฉันละเอียดมาเป็นอัตราชนิดอัตรานกละเอียดมาเรื่อยๆจนกระทั่งเหลือแต่อัตรานกเราก็มีอัตภาพหรือเราก็มีความรู้ที่เป็นธาตุรู้นั่นแหละเราจะเรียกมันว่าอัตราก็เป็นอรหันต์ แล้วจะเรียกว่าเป็นอัตตาก็เป็นรหัสตาคือเป็นอัตตาที่ไม่มีกิเลสแล้วอรหันต์แปลว่าอย่างหนึ่งเขาก็แปลว่าความสิ้นกิเลสอรหังพวกนี้เรียกว่าผู้สิ้นกิเลสอัตราที่อัตราของผู้ซึ่งกิเลสน่ะมันมีภาษามาเรียกอย่างนี้เท่านั้นเองแล้วก็เป็นความจริงอัตราของผู้ซึ่งกิเลสอย่างโสดาอัตตาของผู้ที่สิ้นกิเลสอย่างสันติภาพอัตตาของผู้ที่เกิดจากอรหันต์ขั้นสูงสุดเรียกว่าอัตตาหรืออรหัตผลของโสดาสันนิษฐานซึ่งเป็นอรหันต์เขาเป็นธรรมดา ไม่ธรรมดาเมื่อเรารู้เท่าทันถึงอัตราอันละเอียดแล้วมันก็ยิ่งจะบางเบาลงไปบางเบาลงไปริบบิ้นน้อยลงน้อยลงก็แค่อรหันต์ก็แค่อรหันต์อรหัตตาของอนาคามีท่านก็บอกว่าเป็นผู้ที่ไม่เวียนกลับมาสู่โลกอีกแล้วเราอธิบายอยากพูดอยากๆก็มันก็เข้าใจได้ง่ายๆหรือจะพูดละเอียดก็ไม่มีปัญหาผู้ละเอียดอีกก็เป็นอัตตาที่มันละเอียดลึกซึ้งแม้กระทั่งปัจจุบันนี้แล้วก็พิสูจน์อัตอนาคามีจิตคืออัตราที่เป็นอรหันต์ตาขั้นที่ 3 เนี่ยแล้วก็อธิบายได้แม้แต่อรหันต์ในตัวเราคือมันไม่ได้ออกมาหยาบคายในโลกโลกปัจจุบันไม่มี ปัจจุบันนี้ข้างนอกจิตนี้ก็ไม่ออกมาทำงานเป็นกายกรรมวจีกรรมอะไรให้เบียดเสียดโลกแล้วเราเองก็ไม่ดีเดือดร้อนเพราะไม่มีกายกรรมวจีกรรมตามอำนาจจิตนั้นที่มันยังหวั่นไหวเล็กๆน้อยๆเบาบางไม่มีฤทธิ์เดชอะไรที่จะเกิดมาเป็นตัวตนจนกระทั่งจะต้องหารูปเอ่อลดกลิ่นเสียงสัมผัสหรือว่าจะต้องหากินน้ำไปลงเวลาไปแข่งก่อนอะไรมารองรับถ้าไม่ได้สัมผัสเสียดสีอย่างนี้แล้วก็ทุกข์จากประชาชนไม่ได้ไม่มีมันเป็นการทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากและบางทีไม่ต้องทนด้วยซ้ำไปเพราะรู้ว่ามันจะเป็นเศษเหลือความเคยชินนิดหน่อยเป็นวาสนาบารมีแล้วก็ระงับอารมณ์การขายมันออกไปสลับออกได้ไม่ยากไม่เย็นอะไรเลยเราก็เป็นที่ไว้ แต่มีคำว่าแต่ลงไปอีกก็ตรงที่ว่าแม้อย่างนั้นเราก็ไม่ประมาทให้มันสั่งสมความโตมันเกิดจากความเล็กถ้าเราทำความเล็กให้มันเล็กอยู่ได้อย่างเดิมแล้วก็รู้ตัวไม่ประมาทอยู่ตลอดเวลามันจะหมดโปรได้ยังไงมันโตได้เพราะความเผลอไปดูได้เพราะเราเองประมาณไม่มีสติสัมปชัญญะที่จะรู้เท่าทันมันเท่านั้นถ้ารู้เท่าทันมันอยู่ตลอดมันไม่โตขึ้นเมื่อไม่โตมันไม่มีพิษแล้วมันก็ไม่มีฤทธิ์อยู่นั่นแหละมันจะมีฤทธิ์ได้ยังไงในเมื่อมันไม่มีพิษแล้วกูจะหมดความสงสัยสำหรับคุณเข้าใจอย่างละเอียดจริงแล้วก็ไม่มีปัญหาข้อสำคัญที่ว่าที่อธิบายมาโดยภาษาอังกฤษโลกีย์ ตั้งแต่คาราบาว YouTube คันตามอารมณ์ขันโลกธรรม 8 ต่างๆอยากๆคล้ายๆคุณรู้หรือยังแม้ที่สุดจะเป็นคำว่าสุขอย่างนิรามิสสุขสุขโดยอาศัยจิตเป็นจิตของจิตเองเราไม่ได้ไปเบียดเบียนใครทุกอย่างนั้นอย่างนั้นแล้วมันจะพาเราตกต่ำพาเราถูกถูกท้วงติงพาเราถูกลำบากลำบนจะเป็นไปโดยละเอียดละออมันเป็นไปไม่ได้หรืออัตภาพคนนั้นเราก็ได้ประมาณแล้วก็พยายามพากเพียรให้ดีขึ้นเราได้ทำอยู่มันก็ไม่มีปัญหาอะไรมันไม่ได้ประกอบกับดินน้ำลมไฟไม่ได้ประกอบไปด้วยสิ่งสำคัญในโลก เราก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรแล้วเราก็ไม่ได้หนักหนาอะไรมันเป็นความสุดยอดของแม้แต่อัตราที่เราได้เราก็ไม่หลงดีในอัตราสุดท้ายที่เป็นอรหัตผลอันสุดท้ายก็ตามและขั้นที่ 4 รหัสกับผลขั้นที่เราเรียกว่าอรหันต์พระอรหันต์เราก็ไม่ได้ติดในนิพพานนั้นแล้วก็ไม่ได้หลงว่าแม้แต่อรหัตผลนั้นเป็นของเราแต่มันย่อมมีเมื่อเราเป็นเมื่อเราได้เมื่อเราทำได้มันก็เป็นของความเป็นอันนั้นแหละความเป็นนั้นย่อมไม่ใช่ของเราไอ้คำพูดที่บอกว่าไม่ใช่ของเรานั้นไม่เป็นตัวเราเองเป็นคำพูดแต่เรื่องจิตของเราย่อมปล่อย มันก็เป็นความปลอดภัยเรารู้ว่าเราปล่อยคลายระหว่างเราเป็นคนรู้เมื่อเรารู้แล้วภาษาก็บอกว่าไม่คนอื่นเขาจะมาทวงจริงเราว่าไม่ก็ไม่มีปัญหาอะไรพูดได้ตัดสินได้รู้ได้แล้วก็สอบทวนจิตตนเองจนกระทั่งไม่เหลือรสชาติไอ้ความอยากต่ำแล้วก็รู้ความจริงของตนเองได้โดยอย่างอยู่อย่างสง่าแน่ใจในชีวิตที่อยู่แล้วไม่มีอำนาจโรคอะไรที่จะมาครอบงำเราได้เข้าใจชัดชัดจริงๆเห็นเด่นแน่เลยว่าโลกมันก็ถูกครอบงำด้วยความหลงด้วยความมอมเมาไปเป็นรถโลกๆไปเป็นอย่างโลกๆอยู่ เพลงแล้วเราก็มีชีวิตอยู่เพื่อที่จะทำประโยชน์อันที่เราได้นี่แหละให้แก่โลกเขาประโยชน์ไปก่อไปสร้างทำอะไรต่ออะไรให้เขาเลี้ยงชีวิตมนุษย์โลกเฉยๆด้วยเรื่องของวัตถุนั้นน่ะมันก็อย่างนั้นแหละเพราะงั้นเราเองเป็นแต่เพียงว่าเรามีความรู้ในด้านนามธรรมแล้วเราก็ทำงานในด้านหน้ามาทำเลี้ยงชีวิตเราไปพอเรารู้แล้วว่าเราไม่ได้เอาเปรียบมนุษย์นอกจากไม่เอาเปรียบแล้วเรายังมีค่ายิ่งกว่าเรามีค่ายิ่งกว่าคือเราให้เขาได้มากโดยมากเราก็ไม่ได้ดูดายหรือว่าเราก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องฝันก็ได้ก็ไม่ใช่ถ้าจะได้ยิ่งขึ้นมันก็เป็นความประเสริฐยิ่งขึ้นของความเป็นมนุษย์ชาติ มีอนันต์ตรังหรือวุฒิเรื่อยไปมันก็ไม่แปลกอะไรถ้าเราเป็นประโยชน์ให้แก่โลกได้มากยิ่งขึ้นทุกวันทุกวินาทีมีแต่การพัฒนาวุฒิตลอดไปตลอดไปมันก็ไม่ใช่ของเสียหายอะไรมันก็เป็นความดียิ่งที่มนุษย์ควรเป็นได้ควรเป็นให้ได้มันก็เป็นของดีไม่เสียหายอะไรไม่ประหลาดอะไรเลยจึงจะเรียกว่ามนุษย์พัฒนาหรือมนุษย์ประเสริฐหรือมนุษย์เจริญแท้หาเราทำอยู่เข้าใจให้ชัดที่พูดนี่พูดได้พวกคุณพยายามรู้อย่างลงไปรู้ในอัตราและอัตภาพเราจะได้ตัดสินและจะได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งก็จะได้ไม่ต้องงมงายหรือหลง หลงนั่นหลงนี่อะไรจะได้เข้าใจอย่างชัดแจ้งไม่สงสัยมันเสร็จก็เสร็จมันยังไม่เสร็จก็ทำเรื่อยไปไม่ต้องอนาครอันใดเป็นได้โดยง่ายเป็นได้โดยไม่ลำบากและแม้จะเหลือเศษอยู่ก็เหลือเศษแล้วเราก็อย่าประมาทเป็นที่สุดอย่าประมาทความประมาทคำนี้ไม่ใช่ภาษาตื้นด้วยภาษาลึกมากเป็นคำสุดท้ายแห่งคำพูดของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคำสุดท้ายอย่าเป็นอย่างประโยชน์ตนประโยชน์ท่านไปด้วยความไม่ประมาทเป็นคำสุดท้ายสิ้นทำเป็นคำสุดซึ่งจะมีความหมายสูงสุดและเป็น ที่ยากสุดเป็นคำที่ต่ำสุดสำหรับคนที่มีความประมาทเพราะคนที่มีความประมาทก็เป็นคนที่ต่ำสุดคนที่ไม่มีความประมาทก็คือคนที่สูงสุดฟังดีๆนะจบกันตรงนี้เองเจ้าก็ต้องที่คนมีความประมาทมันคือคนที่ต่ำสุดในโลกและคนที่ไม่มีความประมาทนั่นแหละคือคนที่สูงสุดในโลกสุดพุทธะอยู่ตรงนี้สุดสูงสุดต่ำมันอยู่ตรงนี้เมื่อเราไม่ประมาทแล้วเราเป็นผู้ที่ครองสติมีสติเต็มมีธรรมะวิญญาณมีวิริยะมีปิติบริษัทที่สมาธิมีอุเบกขาแค่นี้มันก็บริบูรณ์แล้วในเนื้อธรรมะผู้ปฏิบัติ ต้องมีโพชฌงค์ 7 ที่เป็นพระอรหันต์แน่ๆจะอธิบายไปประกอบกับอันอื่นก็เหมือนกันรักเขาขยายกันไปจนกระทั่งเขาอันนี้ไปกลายเป็นโพธิปักขิยธรรม 37 ดังที่เคยอธิบายสู่ฟังมันก็ไม่มีปัญหาอะไรจะขยายยิ่งกว่า 37 โพสต์ที่ปักที่จะทำ 37 ไล่ไปอีกตั้งเท่าไหร่มันก็ไม่มีปัญหาอะไรถ้าเราเข้าใจแท้ถ้าเราก็ไม่เข้าใจแท้ก็ยิ่งขยายมากก็ยิ่งวนอยู่บนอยู่ไม่รู้จะจับเอาตรงไหนมาทำกินกับผลิตภัณฑ์ จีนพบช่อง 7 เนี่ยสำคัญมีสติให้เป็นสติปัฏฐานเมื่อใช้กับสติปัฏฐานได้ก็เป็นรากเหง้าเริ่มเริ่มต้นเป็นแกนสติคืออะไรต้องรู้ความจริงให้ชัดว่าในตัวเรามีสติคืออะไรสติคือความตื่นโพรงของความรู้สึกเต็มไม่ใช่รีไม่ใช่หรือว่าไปจับอยู่ที่จุดอื่นก็ยังไม่ดีจะมีสติอยู่กับอะไรจะต้องให้เป็นเอกสารจึงจะเรียกว่าเป็นสมาธิผมจะเรียกว่าจิตที่ยิ่งสมาธิและจิตอันยิ่งจิตที่ดียิ่งประเสริฐยิ่ง เม็ดเป็นเอกัคคตาอยู่กับสิ่งนั้นพิจารณามีธรรมวิจัยมีวิริยะพากเพียรมันในฐานะเราเป็นเสือกับบุคคลยังไม่เกิดอัตโนมัติยังไม่เกิดการเป็นเองหรือเคยชินจนกระทั่งไม่จำเป็นจะต้องใช้พลังอะไรไปพยายามถ้ามันเป็นจริงเป็นเองแล้วโดยไม่ต้องพยายามมันก็เป็นเองแม้จะตกใจมันก็ยังมาเป็นอย่างที่เราเคยซ้ำซ้อนเอาไว้เคยฝึกหัดเคยทำความเคยคุณเคยเสพหรือว่าติดชิมทำให้ติดให้ชินไว้ถ้ามันทำผิดทำชินแล้วจะเก่งแล้วก็ไม่ตอบเป็นอะไรก็ไม่ต้องควบคุมมากก็ได้แต่ในฐานะในขณะที่เราเองเรายังเป็นผู้ที่ยังเป็นเอง เคยชินมันยังไม่ได้แล้วก็ทำให้มันชินปฏิเสวามิแล้วมันก็ไม่เป็นไรมันช่วยตัวมันเองได้มากมันเป็นเอกมันเป็นได้มันเป็นเองไม่ได้โดยเพราะเราไม่ทำให้มันเป็นได้เมื่อเราทำให้มันเป็นได้แล้วมันก็เป็นได้เป็นเองจะเป็นอย่างนั้นจริงๆเพราะเราก็ต้องมาพยายามมีสติสัมปชัญญะรู้ดีรู้ชั่วให้ชัดเจนชัดเจนหารู้ให้แน่ใจแล้วก็พยายามฟังโสมพยายามทำให้มันเป็นตัวสภาพอย่างนั้นอย่างนั้นจริงๆไม่มีสติปัฏฐานทุกวันนี้เราปฏิบัติธรรมะปฏิบัติ ผมพยายามที่จะให้มันเข้ามาเป็นของพระพุทธเจ้าจริงๆเป็นสติปัฏฐานเป็นเอกลักษณ์โคเป็นทิศทางเดียวสติปัฏฐานและสติปัฏฐานที่ต้องไล่เรียงเป็นสำนักประธานไล่เรียงเป็นอิทธิบาทก็เสริมมีอินทรีย์มีพื้นและสั่งสมลงไปตรงกับหลักโพชฌงค์ 7 และผลออกมาเป็นมรรค 8 นี่คือโพธิปักขิยธรรม 37 มีสติปัฏฐานแน่นอนตั้งหลักเลยและมีมาตรฐานมีอิทธิบาทเท่านั้นสั่งสมลงเป็นอินทรีย์พละมีโพชฌงค์เนี่ยเป็นเครื่องขายมีผลลัพธ์ออกมาเป็นมรรคองค์ 8 จะเอามาตั้งแต่มาอธิบายเป็นต้นก็ได้ เห็นอะไรเห็นว่ารู้ว่านั่นเองเห็นหรือรู้หรือเข้าใจเห็นไม่ใช่ลูกกะตาทิฐิก็ไม่เห็นคำนี้ไม่ได้หมายความว่าลูกกะตาสัมมาทิฏฐิไม่ใช่เห็นเลยลูกกะตาแต่เห็นด้วยปัญญาญาณเห็นด้วยความเข้าใจที่แท้เห็นเดี๋ยวนี้สัมมาทิฏฐิเห็นอยู่ปัจจุบันนี้ทีเดียวเห็นอะไรเห็นจิตของเราจิตของเราเป็นยังไงจิตของเรารับรู้อยู่เต็มจิตของเราไม่มีกิเลสไม่มีอุปสรรคกิเลสไม่มีวันละ 10 บาทไม่มีผีนะมีพระไม่มีฉันคิดต่างๆอุปกิเลส 5 หรืออุปกรณ์กิเลส 10 ไร่ลงไปก็ไม่มีแต่อุปกรณ์กิเลส 5 อันท้ายมันก็ลึกซึ้งลงไปอีกอัจฉริยะ วิริยะหรืออัจฉริยะวิริยะอภิชาตสัญญารูปานังอธิฐานตะขาบนั้นต่างๆก็ตามมันก็สูงขึ้นไปอีกแม้ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่มีได้ก็ยิ่งเก่งแต่ถึงแม้ว่าอย่าง 5 อันหลังอุปกิเลส 5 อันหลังแล้วยังมีอยู่บ้างเราอาจจะมีอภิสราบ้างอาจจะมีหน้าวิริยะอยู่บ้างนะนิดหน่อยหรือว่าเพียรจัดไปบ้างแต่เพียงจากเราจะมีไปบ้างเราก็รู้ว่าตัวเรายังไม่บริบูรณ์พรุ่งนี้หรือกำหนดหมายังไม่ชัดแจ้งยังไม่เป็นสัพพัญญูยังไม่เป็นความรู้มันเป็นอธิปัญญา มานะสัญญายังไม่พ้นกำหนดลงไปก็ยังเป็นในวัดสัญญานะสัญญาอยู่ยังร่ำๆรวยๆจะว่าไม่รู้ก็พอรู้ก็ไปหลายแล้วล่ะแม้แต่ยังไม่พ้นสงสัยมันยังมีคำคมกวนๆๆเศษเสี้ยวอะไรอยู่ก็แล้วแต่ก็ได้อุปกรณ์กิเลสต่างๆพวกนี้มันพ้นสงสัยหมดในวัดสัญญาณมาสัญญาณเป็นสัญญาณขึ้นมาเมื่อไหร่มึงก็ค้นหานักตัดสัญญานั้นทันทีเสร็จแล้วเราจะหลงผิดถ้าเราไม่มีเศษเสื้อที่จะหลงติดอันนี้เป็นของเราอีกเราก็บริบูรณ์ด้วยประการทั้งปวงเพราะในขณะใดที่เรามีสติอยู่ เต็มไม่มีอุปกิเลสต่างๆสตินี่คือตัวสภาพธรรมหรือสภาพจิตอย่างนั้นแหละไม่มีแม่อ่ะมนสิการไม่มีแม้แต่ทีนี้ถ้าไม่มีแม้แต่สัมไม่หวาดหวั่นไม่อยู่เต็มโพรงไม่ได้ห่อเหี่ยวหวาดหวั่นไม่ได้ฟุ้งซ่านไปไหนไม่ได้มีอะไรเลยจิตใจอยู่ดีแล้วก็ไม่ลิงโลดตื่นเต้นผู้ฟ้องอะไรสงบสนิทเย็นดีทำงานของจิตเต็มที่อยู่เราก็รู้ความอยากที่เรียกว่ากายะรู้ความละเอียดที่เรียกว่าจิตตะโดยเฉพาะนักปฏิบัติธรรมก็รู้จิตนั่นเองจับจิตของเราได้อยู่ไม่เผลอจิตไม่ อังกฤษของเราได้อยู่และมีปัญญารู้เข้าไปในโลภะโทสะว่าอาการหยาบเป็นอย่างนี้อาการกลางๆยังมีเศษของอาการโลภะกลางๆหรือโทสะกลางๆเป็นอย่างนี้หรือแม่โมหะก็คือความเห็นผิดคือความเข้าใจยังไม่ลงร่องลงช่องนั้นเองมันยังไม่ดีมันยังหลงผิดๆไปมันยังจับหัวเป็นหางจับหางเป็นหัวอะไรอยู่นั่นแหละจนรู้ชัดเจนจนกระทั่งเข้าใจอากาศ Message อาการโลภะโทสะอย่างบางเบาก็หมดสิ้นได้ไม่เหลือหรอกเราก็เป็นผู้กระทำกับตนอยู่ไม่ว่าจะยืนเดินนั่งนอนไปมานี่เราปฏิบัติธรรมมาจนกระทั่งเรามีสถานที่เข้ามาอยู่ที่นี่เราปฏิบัติธรรมกันที่นี่บ้าง กลับไปอยู่ที่สงบที่มีสิ่งแวดล้อมหรือมีอำนาจสัมผัสที่ไม่เหมือนที่นี่เราก็ไปเราจะไปอยู่แดนแดนอำนาจสัมผัสไม่รุนแรงจีจ๋าเท่าที่มีที่นี่อำนาจสัมผัสผีจารุนแรงมากกว่ามีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสมีเครื่องอะไรต่ออะไรมีความรวดเร็วสัมผัสและปรับเดี๋ยวก็สัมผัสแล้วไม่ค่อยว่างมีแต่ปัจจัยที่จะสัมผัสมากมันจะขาดเหตุการณ์ผัสสะเกิดขึ้นมีปริมาณมากเราเองเราตั้งสติไว้ไหมตั้งสติไม่ไหวถูกอำนาจของผัสสะต่างๆมีครอบงำจนกระทั่งเอนเอียงและเราก็ไม่ได้ จนกระทั่งถูกอำนาจโลกครอบงำให้พยายามพิจารณารู้ตัวไปกล่าวแต่ต้นแล้วว่าเราเดี๋ยวนี้มีสถานที่ปฏิบัติไปพร้อมกันทั้งทำงานทั้งปฏิบัติมากขึ้นสิ่งแวดล้อมแตกต่างขึ้นซึ่งเป็นการเรียนรู้ทั้งนั้นที่นี่ก็เป็นเรื่องของโลกที่นี่ก็เป็นเรื่องของมนุษย์ชาติที่นี่ก็เป็นแดงของคนอยู่ที่แดนอโศกก็เป็นแดนของคนอยู่ที่อโศกสาลีอโศกก็เป็นแดนของคนอยู่หรือแม้แต่ที่ที่คนไม่ค่อยอยู่นี้หลบเข้าไปในถ้ำในป่าที่ไหนซึ่งหาคนเข้าไปยากก็เป็นแดนอีกคนอยู่ที่อุตรดิตถ์หน่อยที่เป็นหลบหนีเข้าไปสู่ถิ่นที่ที่สงบทั้งนั้นอำนาจผลัด 3 มันก็เป็นไปโดยง่าย ง่ายยิ่งตัวเราเองเท่านั้นเองจะมีจิตฟุ้งซ่านออกมาถ้าเราไม่มีจิตผู้สร้างแล้วอำนาจภาษาเหล่านั้นเราก็ทำตัวเองเข้ากับอำนาจแห่งสิ่งแวดล้อมและธรรมชาตินั้นได้ง่ายถ้าเราไม่มีกิเลสที่ติดโลกมากก็อยู่กันง่ายอยู่ก็ทำกับเขาอยู่กับที่เปลี่ยวง่ายยากอะไรนอกจากเราติดโลกมากๆถูกอำนาจโลกดึงดูดเราเราก็ทนไม่ได้แล้วก็ออกมาหาลูกเท่านั้นถ้าเราไม่ติดโรคแล้วเราก็อยู่อย่างนั้นได้ช่วงหน้าตาปีจนกระทั่งตายหมดอายุขายยากอะไรแต่มันไม่ใช่แดนมันรสชาติมนุษย์เดี๋ยวนี้เป็นมนุษย์ที่มีหมู่กลุ่มไม่ใช่มนุษย์แล้วมันก็มนุษย์ไม่ใช่สัตว์ สัตว์เดียวด้วยมนุษย์เป็นสัตว์กลุ่มเป็นสัตว์อยู่ด้วยมือเป็นมนุษย์ตระกูลโมลาเป็นชนิดเป็นสัตว์หมู่กลุ่มรู้จักความโตรู้จักความเจริญคำว่าหมู่กลุ่มนี้ก็คือสิ่งที่มันเพิ่มจากเดียวแล้วก็มาเป็นหมูแล้วก็เกาะกลุ่มกันได้มากที่สุดคือมนุษย์ที่เกาะกลุ่มกันได้มากที่สุดสัตว์โลกอื่นก็เกาะกลุ่มกันไม่ได้มากอย่างมนุษย์เพราะมันไม่มีปัญญามันไม่มีความสามารถที่จะทำมวลมุมมองมุมมองว่าโมเลกุลให้โตได้มันไม่สามารถที่จะทำโมเลกุลนี้ให้ต่อได้แต่คนที่ทำเนี่ยพวกเรานี่ก็คือส่วนหนึ่งของเรื่องว่าอะไรปรมาณูลงไปอีกในโมเลกุล แล้วทำให้มวลมีใครมองว่าใหญ่โตได้ให้มันกว้างขึ้นได้เป็นหมู่กลุ่มที่ใหญ่ขึ้นกว่าหมู่กลุ่มใดๆในโลกเป็นตระกูลแห่งตระกูลเป็นตัวอย่างของตระกูลเป็นตัวอย่างของหมู่กลุ่มโคลงช้างว่าใหญ่หรือโคลงอะไรที่ว่าสัตว์ป่าเรียกว่าใหญ่มันก็ไม่เหมือนคนคนนี้อยู่ใหญ่และปกป้องกันได้นานสัตว์แมลงบางจำพวกอาจจะอยู่เป็นหมู่กลุ่มแล้วก็เพาะพันธุ์ขึ้นมาทีล
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive