200116-021 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน021-พ่อท่าน-สันติอโศก-R036.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์193 KB
วันที่แก้ไข4 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้เป็นเช้าวันอาทิตย์ที่ 16 มกราคมพุทธศักราช 2520 ไปถึงนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ด้วยนำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานคริสเตียนอโศกวันดียังคงต่อในพุทธประวัติจากพระโอษฐ์เอาวันนี้เราก็มาทำวัดกันต่อที่เราอยากจะทำอยู่เป็นกิจวัตรประจำที่จะส่งเสริมที่จะทำให้เราได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นก็ตั้งใจอธิบายพุทธประวัติจากพระโอษฐ์นี่มาจนกระทั่งถึง คําสมาสพระพุทธเจ้าได้ออกผนวชแล้วและก็เอาที่มีในพระไตรปิฎกที่มาเรียงร้อยต่อมาพระพุทธศาสนาจับได้ว่าท่านเล่าถึงบ่ทันได้ไปศึกษาหาลำดับมานี่ก็ไปศึกษากับผู้ที่คิดว่าเป็นเรื่องเป็นราวเป็นหลักหรือว่าเป็นอาจารย์เป็นครูที่จะให้ประโยชน์บ้างก็คือตารางอาราดาบทผู้คารามมาโคตรท่านหนึ่งกลับ 12 องค์นี้ก็เป็นผู้ที่มีคุณธรรมพอสมควรถ้ามีคุณธรรมพอสมควรมีความสามารถความรู้และไปได้ไกลถึงภาคินกันยายนถึงในวัดสัญญาณหาสัญญาณอธิบายไปแล้วก็พยายามทำความเข้าใจถึงสภาพของอาทิปัญญายุทธนาที่เขาหมายเอาเฉพาะการไปนั่งหลับตาก็ให้เข้าใจให้ได้ถ้าใครจะพูดส่วนนี้กับเราและเราทำให้ได้ด้วยก็ยิ่งจะแสดงว่าเรารู้จริงแต่จับได้ด้วยและสภาพการกินเป็นยาย่อมชนะในสภาพเวลาหลับตาเนี่ยมันมีได้ แม่เราไม่ต้องไปนั่งหลับตาหรอกเรานอนหลับนี่แหละก็กินได้คือหลับดับลงไปแล้วก็ไม่รู้เรื่องหลับหลับสนิทไม่มีฝันไม่มีอะไรเลยเงียบไปเลยถ้าใครสามารถจับได้รู้ได้ลึกได้กลับมานี่ตั้งหลายปีมีดับแล้วเนี่ยเราเคยหลับมาเนี่ยเคยนึกออกบ้างไหมเรามีข่าวไหนข่าวไหนบ้างที่เราสามารถรับทรัพย์ดินชนิดเลยไม่มีแม้แต่ฝันนั่นแหละเบาสบายง่ายสภาพเดียวกันมาพยายามหัดนั่งหลับตาเข้าไปรับเขาไปเราก็ไปช่วยให้มันดับสนิทไม่มีความรับรู้เลยได้ก็อันเดียวกันกับที่นอนหลับหลับสนิทนั่นแหละ แต่อันนึงเราเจตนาทำจนกระทั่งทำได้และมันจะได้นานเท่าใดเท่าใดก็ตามความสามารถของคนนั้

อ่านต่อ

นเท่านั้นเองไม่มีอะไรไปทำได้นานก็เก่งใครทำได้มากก็เก่งเก่งตามเธออย่างนี้นะถามถึงที่หมายเอาว่าดับไปนิดนึงหน่อยนึงก็ไม่มีไม่รับไม่มีความรู้สึกอะไรนั่นเป็นอาจิณกันยายะนะที่เขาหมายในหมู่ที่อธิบายทางด้านสมาธิหรือฤาษีคือใครดาบสหรือว่าอาจารย์ก็หมายเอาอย่างนั้นแต่ถ้าเกิดว่าทำได้จุดนี้สำเร็จตามที่เขาหมายถึงว่าจุดนี้เป็นจุดในโลกคณะว่าอันนี้เป็นนิโรธซึ่งสภาพนี้ที่จริงเราเรียกว่าอสัญญีสัตว์ เขาเรียกว่าอัสสัมมีสัตว์คือผู้ที่ไม่มีความรับรู้อะไรไม่มีกำหนดสัญญาอะไรไม่มีความหมายรู้อะไรไม่รู้อะไรเลยเขาเรียกว่าอสัญญีสัตว์แต่พูดไม่รู้นี่เขาก็เลยไปหลงผิดไปเข้าใจเอาอันนี้ว่าเป็นนิโรธประดับว่าไม่รับรู้อะไรเลยนี่แหละคือดับสนิทเพราะถ้าเราเข้าใจภาษาเข้าหมายว่าดับสนิทตามด้วยความมันไม่รับรู้อะไรเลยเป็นดับสนิทเราก็เข้าใจกับเขาได้ที่ก็หมายถึงก็ถูกแต่เราจะให้เขามาขายตามพุทธที่ประดับสนิทนั่นแหละไม่จำเป็นดับสนิทจิตไม่รับรู้อะไรเลยไม่ใช่ระดับส่วนที่ไม่ดี กฎหมายไปรู้แล้วว่าในสัญญาหมั้นหมายเอาเป็นอัตตาหรือว่าเป็นความยึดถืออย่างนั้นอย่างนี้ที่เห็นว่ามันไม่เป็นไปเพื่อความเจริญหรือไม่เป็นไปเพื่อความสบายอะไรเนี่ยมาเป็นความหลงตลอดไปคิดอย่างนั้นแล้วเราก็ดับอย่าให้มันมีความคิดถึงนะอย่าให้มันมีความรู้สึกอย่างนั้นอย่าให้มีความกำหนดหมายอย่างนั้นถ้าเราระดับน้ำยาอย่างนั้นเราก็ได้หรือจากเวทนาที่เรียกว่าเวทนาที่มันเป็นทุกข์หรือแม้จะเป็นหลงกับเวทนาที่มันเป็นสุขเราก็ไม่เอามีความรู้สึกเวทนาแล้วก็เป็นลมเป็นสุขเป็นสัญญากำหนดหมายหลงมันลงไปอีกติดมันลงไปชอบใจชื่นใจมันลงไปอีกเพราะเป็นสุขเขาเรียกว่า แม้แต่อุเบกขาเวทนาเป็นสภาพที่อาจถูกขโมยศพแต่สภาพดีเราก็จะรู้ดีแต่ไม่ให้มันเป็นอุปกิเลสต่อเหมือนกันอย่างนี้เป็นต้นเราต้องเข้าใจสภาพจริงถ้าจะอธิบายแบบความรู้สึกหลับตาไปอย่างนั้นก็ให้เข้าใจหรือแม่ลืมตาแล้วก็จะต้องหมายรู้กำหนดรู้ว่าไอ้ที่ไม่มีนิดนึงน้อยมึงไม่มีนั่นน่ะอะไรไม่มีความรับรู้สึกที่มันไม่มีอารมณ์ของโลภะโทสะไม่ได้โมหะเลยคือรู้ชัดมองหานี่คือหลงผิดไม่ผิดถูกต้องตรงตามที่ได้เรียนรู้กำหนดหมายชัดเจนตามภาษาพูดแล้วพูดอีกฟังมาแล้วฟังมาอีกแล้วเราก็ทำได้ตรง อย่าหมดเชื่อโลภะหมดเชื้อโทรศัพท์ได้อย่างอ่อนๆยังธุลีขนาดไหนก็หมดจริงๆถ้าอย่างนี้เราเรียกว่าอากิญจัญญายตนะที่ถูกแต่ถ้ากินจรรยาเย็ดกันนะดังทีมอธิบายอยู่นี้ลืมตาเขาไม่มีเหมือนกันถ้าเอาไม่มีมีแต่ภาษากำหนดก็ไม่มีอะไรอะไรก็ไม่มีเป็นนัดพิกัดคิดถึงไปเลยด้วยทั้งๆที่มันมีเขาไม่รู้ความจริงเพราะฉะนั้นพรุ่งนี้จะไม่มีปัญญารู้รายละเอียดของความในโลกเพราะว่าสิ่งที่มีในโลกเป็นประมุขที่มีในโลกแต่มันมีเป็นสมมติฐานเขามีระดับอ่อนน้ำบางอย่างอะไรแล้วก็ต้องพึ่งพาอาศัยกันเกี่ยวเกาะกันไปตามประสาของสิ่งที่เป็นสังขาร ถ้าเป็นสังขาราโลกมันเกาะเกี่ยวกับไตเป็นธรรมดาจริงๆแล้วเขาก็อาศัยกันตามขั้นตอนเมื่อไม่มีความรู้ก็เลยไม่รู้อะไรเลยไม่รู้อนุโลมปฏิโลมไม่รู้ว่าไอ้นั่นต่ำไอ้นี่สูงไม่รู้ว่าไอ้นั่นดีไม่ดีอะไรไม่รู้เรื่องเพราะความยึดถือว่าไม่มีอะไรอะไรก็ไม่มีนิดนึงน้อยนึงก็ตีซะว่าไม่มีหมดเลยถ้าลืมตาพวกนี้ก็จะเป็นเขาจะหมายเอาอย่างนี้เพราะฉะนั้นเขาก็เบาเบาจริงๆเหมือนกันเบาว่าไอ้เฉโปไม่มีประโยชน์อะไรแล้วก็บางทีไอ้ของเค้าดีก็ตีทิ้งหมดเพราะว่าเล่นเอากินข้าวไม่มีอะไรอย่าไปยึดติดคืออะไรเลยไปหมดเลยไม่เข้าใจในสมมติสัจจะ นี่พวกหลงความถือว่าไม่มีแล้วก็จะเอาเรื่องไม่ดีแต่เขาก็มีมีปัญญาพิจารณารู้ส่วนหนึ่งเราต้องรู้ส่วนที่เขามีส่วนที่เขาได้เรียกว่าอากินสัญญาจะชนะเชิงของพวกปฏิเสธก็ไม่มีทีนี้มาถึงขั้นรามบุตรหรือท่านผู้ชมก็ดาบสนั้นน่ะสิ่งที่มีก็รู้ได้บ้างแล้วเริ่มเริ่มรู้สิ่งที่มีรับรู้ทันทีแต่ก็ไม่ได้รู้ไปซะหมดยังไม่รู้จนเกลี้ยงกล่าวหรือว่ารู้จักคนสงสัยจะไม่รู้บ้างไม่รู้บ้างแต่ว่าไม่รู้ก็ไม่จริงก็ไม่รู้แต่ว่าสิ่งนี้มีก็ไม่รู้แต่เราก็ไปติดแล้วก็ไม่รู้ว่าตัว อันนี้ตามลำดับเพราะใครที่ไม่ติดสิ่งใดได้แล้วและรู้ว่าสิ่งนั้นมันเป็นพิษเป็นภัยได้บ้างแล้วและก็ละมาได้ทำจิตใจให้หลุดพ้นหรือไม่มีไม่มีโลภะโทสะกับสิ่งนั้นสิ่งนั้นได้บ้างก็เรียกว่าเป็นผู้รู้เป็นบางส่วนส่วนใดที่ไม่รู้เลยเขาเรียกว่าไม่รู้แล้วตัวเองก็ไม่รู้จริงๆเพราะว่าคนพวกนี้ไม่รู้ก็ไม่ได้ส่วนรู้ก็มีอยู่แล้วก็ได้ละลดราคามาจริงๆแล้วอยู่พูดได้อธิบายถูกจนสิ่งที่ไม่รู้พูดไม่ถูกอธิบายไม่ได้ก็มีไอ้ที่ไม่รู้เราจริงๆไม่รู้ตัวเอาจริงๆว่าตัวเองติดตัวเองด้วยตัวเองยังเป็นหลงไหลอะไรอยู่ ก็ไม่รู้อย่างนี้เรียกว่ายังไม่บริบูรณ์แต่ว่าไม่รู้ก็ไม่ได้รู้แต่ว่าไม่มีวิมุตก็ไม่ใช่มีแต่ว่ายังไม่วิมุติอย่างบริบูรณ์ร่วมสวดมนต์ทุกสิ่งทุกอย่างหมดเท่าที่มนุษย์จะพึ่งหมดได้เขาเรียกว่าสัญญานะสัญญาสูงสูงขึ้นมาจึงถือเป็นขั้นปลายของฌานเป็นทานที่ 8 เลยจากนี่ไปนั้นก็ถือว่ารู้หมดเรียกว่าสัญญาคือกำหนดหมายรู้และละเอียดลึกซึ้งยังไงก็รู้ว่าสิ่งที่มีขั้นตอนการมียากลางละเอียดกันซับซ้อน 4 ท่านเป็นร้อยชั้นร้อยเชิงอะไรก็ตามเข้าใจละเอียดและเราก็จะไม่ให้มีใจเป็นหลงยึด รู้ความเป็นจริงตามความเป็นจริงอนุเคราะห์ไปตามความเป็นจริงได้อย่างเข้าใจและสบายและมีครูอดีตเราจะอนุโลมปล่อยให้มีละก็มีเป็นฝ่ายจะร่วมร่วมสังขารพวกเขาก็ได้แต่จิตของเราไม่สังขารและร่วมทำร่วมกลุ่มร่วมกันร่วมเป็นร่วมไปกับเขาด้วยก็ได้แต่จิตของเราไม่เอาความโลภความโกรธเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยจริงๆแล้วทำอันนี้เพื่ออนุเคราะห์ความอยู่เป็นอยู่ด้วยความเป็นไปเท่านั้นเองอย่างนี้เรียกว่าเป็นผู้รู้สึกว่าสัญญาเวที 23 และได้ดับคืนนิโรธดับส่วนที่ควรดับเป็นนิโรธอริยสัจคือดับเหตุแห่งทุกข์เพราะเหตุใด ประมูลโทรศัพท์มูลโมหะมูลแห่งทุกข์จำนวนเท่าแห่งทุกข์ดับได้หมดแล้วเหตุแห่งทุกข์นั้นเรารู้ว่าทุกข์หมายเอาอย่างนี้ทุกไม้เอาว่าเพราะว่าเราวางใจสนิทไม่มีโลภะโทสะโมหะและยังสนิทและความรับรู้ของจิตก็รับรู้ได้เต็มมีธาตุรู้เต็มที่ครบครันจะเป็นการรู้อย่างจริงใจอย่างจริงจังอย่างชัดเจนผู้ใดทำได้คนนั้นก็แม่นเฝ้าที่สุดแล้วก็เป็นผู้ที่ถูกต้องที่สุดทำได้จึงเป็นสิ่งมีชีวิตเรียกว่าพระอริยเจ้าจริงๆถ้าไม่ว่าจะเป็นผู้ยังไม่โกนหัวไม่นุ่งผ้าจีวรอะไรก็ได้ทั้งนั้นตั้งแต่ขั้นที่สูงขึ้นไปอีกไม่พูดเลยอธิบายประกอบไปต่อ ไม่ช้าหรอกเราจะปฏิบัติไปด้วยเรียนรู้ประวัติเพื่อเทียบเคียงความจริงไปด้วยอันใดที่จะอธิบายนำหน้าผสมกระสือไปผมก็อธิบายส่วนประกอบไปด้วยแต่เรามาทำความรู้ให้จริงอย่าให้เข้าใจมากขึ้นไปเรื่อยๆแต่ทีนี้ก็ต่อประวัติพอไปพบอาจารย์ 2 องค์นี้แล้วพระพุทธเจ้าเราไปเรียนรู้ด้วยแล้วเสร็จท่านก็บอกว่าโอ้ทำสูงขนาดนี้ฉันทำได้แต่ยังไม่สุดยอดเลยเมื่อไหร่จะทำนั้นก็ต่อมาเสนานิคมราชกุมารเรานั้นเมื่อมีไปจากสำนักพุทธศาสนามาหมดแล้ว หาอยู่ว่าอะไรเป็นกุศลค้นหาแต่สิ่งที่ประเสริฐอันไม่มีอื่นยิ่งกว่าเที่ยวจารึกไปตามลำดับหลายตำบลในปรากฏการณ์จนบรรลุถึงตำบลอุรุเวลาเสนานิคมพักแรมอยู่ณตำบลนั้นณที่นั้นเราได้พบภาคพื้นรมณีในสถานมีป่ามีสัตว์ป่าเยือกเย็นแม่น้ำไหลไหลมีธาตุน้ำราบเรียบเป็นอันดีใจมีบ้านสำหรับโคจรตั้งอยู่โดยรอบพระราชกุมารเราได้เห็นแล้วเกิดความรู้สึกว่าภูมิภาคนี้น่าเรียน สัตว์ป่าเยือกเย็นเยือกแม่น้ำไหลใสเย็นสนิทมีท่าน้ำราบเรียบเป็นอันดีน่าเพลินใจทั้งที่โคจรก็ตั้งอยู่โดยรอบพรุ่งนี้สมควรเพื่อจะตั้งความเสี่ยงของกุลบุตรผู้ต้องการด้วยความเพียรดังนี้ข้านั่งพักอยู่นั่นตำบลนั่นเองด้วยความคิดว่าที่นี้สมควรแล้วก็การตั้งความเพียรดังนี้พระพุทธเจ้าก็เหมือนกับนักบวชทั้งหลายตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าเองก็ตามยุคสมัยนี้ก็ตามมีความเข้าใจอยู่ว่าการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมนี่จะต้องอยู่ฝ่ายเดียวจะอยู่ในวงรกพัดแล้วก็จะเข้าไปทำอะไรก็ตาม ที่เด็กสอนได้รับเรียนมาเข้าไปนั่งแล้วก็ไปทำอะไรกรรมวิธีต่างๆที่ได้ฟังได้เล่ามาพระพุทธเจ้าก็เหมือนกันเวลาไปฟังมาจากฤาษีคือภัยจากอาจารย์ต่างๆเยอะแยะก็ว่าให้เป็นอย่างนั้นเพราะฉะนั้นการไปเห็นที่ที่เป็นสัตว์แล้วก็มีสิ่งแวดล้อมที่เป็นสปายะมีน้ำมีท่ามีภูมิภาครัฐบาลรัฐบาล พยายามเรียนจริงๆขนาดเรียนจริงๆนะความรู้หรือว่าคำสอนหรือคำตัดแนวโน้มเป็นต้นหรือว่าแนวโน้มที่มีอยู่มากก็บอกว่าให้รับที่สงบสงัดกันงับและเป็นไปเพื่อสงบสงัดระงับกลิ่นทีนี้เขาสอนลงไปจากความหยุดจนกระทั่งคืนหยุดเพราะอยากรู้ไม่ได้เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องตั้งเป้านั้นก่อนหยุดแล้วก็อยู่ในที่เงียบสงบพระพุทธศาสนา เป็นยังไงแล้วถ้าพูดได้อยู่ไม่เกี่ยวข้องกับโลกเขาบ้างแล้วก็อยู่ได้สบายก็แสดงว่าเรานี่ไปได้แล้วคันนึงนะไปได้แล้วไม่ได้ไปจะปล่อยใจไปทุกท่านสงบสงบมันอยู่ป่าอยู่เขาอยู่ถ้ำอยู่อะไรก็สงบสงบนี้ได้ไม่มีอะไรกวนแล้วก็อยู่ได้แล้วก็ไม่อะไรมากมายแล้วเราก็อยู่อย่างนั้นปล่อยเลยตามเลยไปเรื่อยๆเลยมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมามันก็จะเห็นดีมีความสงบสงบสงัดมันก็จะรู้ว่าโรคอย่างนี้นี่เรียบร้อยเบาว่าง่ายสบายก็จะได้รับผลตามสบายถ้าเราไม่รู้เท่าทันเราก็จะติดความสงบขนาดนั้น ถ้าไม่มีแนวคิดไม่มีแนวศึกษาเลยไม่มีทฤษฎีไม่มีกฎหลักอะไรจะให้รู้ก่อนนั้นเลยก็จะคิดความสงบไม่เป็นไรแล้วก็ไม่คิดอะไรความคิดก็จะหยุดหยุดหยุดหยุดหยุดหยุดหยุดไม่อยากคิดไม่อะไรเลยก็กลายเป็นพวกกูจะชักเรียกว่าเป็นพวกคุณเหนื่อยเหนื่อยเหนื่อยเป็นพวกที่เรียกว่าอยู่อยุธยาไปเลยกลายเป็นพวกไม่เอาถ่านกับอะไรหมดเลยกลายเป็นคนขี้เกียจไม่มีความกระตือรือร้นอะไรไม่มีการงานกลายเป็น เป็นโมฆะบุรุษเปล่าๆหยุดไปเลยหายไปนั่นแหละเรียกว่าไม่รู้เรื่องอะไรพอเข้าไปที่สงบแล้วก็ปิดแล้วก็เข้าใจว่าดีก็ดีก็เบาก็ง่ายจริงๆต้องรู้จุดนี้ไม่ได้แล้วก็หยุดเลยไม่ทำอะไรก็เบาก็ง่ายก็หยุดไปเลยก็จมฝังเขาฝังถ้ำไปเลยอย่างนี้มีอยู่ตลอดกาลน่ะมันเป็นธรรมดาเป็นธรรมชาติเป็นธรรมชาติธรรมดานี่อยู่ตลอดกาลในโลกไม่ต้องอาศัยพระพุทธเจ้าท่านสอนไม่ต้องมาใช้หรอกไอ้หลักอย่างนี้แหละมีอยู่ไม่สูญหายไปไหนเขาเรียกว่าให้รักสงบสงัดและมีตลอดถ้าใครทำได้จริงก็เป็นอย่างนั้นใช่ศาสนานี้ง่ายมาก อะไรที่ควรทำไม่ควรทำต้องรู้เรียนรู้และเราจะทำใจยังไง เมื่อเราจะไม่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มันไม่มีอะไรชี้ชวนชักชวนเลยไม่ใช่อยู่นิ่งๆแต่เราจะไปเจอตรวจสภาพที่เขาที่ชวนน่ะพอไปสัมผัสเข้าตาหูจมูกลิ้นกายไปสัมผัสข้าวมันก็จะมีเหตุปัจจัยนั่นแหละมึงแล้วจะหลงไปกับเขาไหมหรือว่าเราจะรู้เท่าทันได้หากพิจารณาแล้วก็ลองทบทวนดูว่าเราเคยเรียนที่สนุกสนานจะพิจารณาอยู่ในที่อย่างนั้นก็ได้เรื่องระบบเครนที่ว่าศาลนั้นจะถึงแล้วถึงยอมดูว่าเราเคยผ่านเคยสัมผัสเคยกระทบสัมผัสตามหูจมูกลิ้นกายเราเคยผ่านมาพบมาก็ผ่านแล้วไปเกิดคิดยังไงเกิดอารมณ์ยังไงเกิดเป็นจิตยังไงแต่หลงไหลมันยังไงพ่ายแพ้มันยังไงคิดไม่ออกเราไปเป็นทาสมันเป็นปัญหากิเลส ดูประธานต่างๆก็มันยังไงทำความเข้าใจให้สนิทแล้วเราก็รู้ว่าเราเป็นหลงมันเพราะว่าเราไปเข้าใจสำคัญหมายถึงผิดไปสำคัญกับมันว่าเป็นของจริงเป็นของที่จะต้องสำคัญก็มาเทียบดูก็ว่าเราเดี๋ยวนี้เราไม่ต้องอาศัยตัวเหล่านั้นมันก็ไม่เห็นเป็นไรเพราะชีวิตแม้เราจะเข้าไปอยู่กับมันอีกเราไม่ต้องอาศัยมันบ้างเราไม่ต้องหลงขั้นตอนรสชาติของโลกไม่ว่าลูกก็คิดถึงสัมผัสก็คือปรุงขึ้นมาอย่างไรอย่างไรเราไม่ต้องไปหลงก็ไม่เห็นเป็นไรถ้าไม่ต้องไปหลงมาเห็นเป็นไรเราพิจารณาให้ออกให้เห็นไม่ชัดเราก็จะเข้าใจได้มากขึ้นมากขึ้นปล่อยวางได้เห็นจริงเห็นจังคือถ้าเราจะออกมามาพบกับสภาพตรงนี้ต่างหูจมูกลิ้นกายมาทั้งผลกระทบ พอสัมผัสมาสัมผัสดูจริงแล้วเราก็จะรู้ว่าให้สิ่งเหล่านี้ไม่เกิดไม่ปรุงเราระงับได้จริงเราอยู่เหนือมันได้จริงเราก็จะรู้ว่าอ่อยเราทำได้แม่สัมผัสสิ่งเหล่านี้แล้วเราก็อยู่เหนือมันได้จึงเรียกว่าดับสนิทจิตดับสนิทจิตเหนือแท้เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วเราก็อยู่กับมันได้ทีนี้เราก็รู้มันด้วยแล้วเราก็จะช่วยผู้ช่วยคนคนอื่นเขาได้ไม่ใช่ตัวเราเองกลายเป็นมนุษย์ที่มีการงานไม่มีประโยชน์ทำบอกว่ามันเป็นประโยชน์เป็นแบบหลงไหลไปแบบนั้นเลยนึกว่าสนใจประโยชน์นั่นเป็นประโยชน์เป็นกำไรชีวิตตายไปเลย ตรวจสลากไม่มีในโลกหรือเราถูกฆ่าตายไปจากโลกแล้วเหมือนกันเลยคล้ายๆกันเลยเป็นอย่างนั้นแต่จิตใจที่สงบนั่นแหละถ้ามีร่างมีลูกขันน้ำขันต่อรับความสงบนั้นก็ติดไปเรื่อยยิ่งหนาแน่นไปเลยเป็นอัตภาพขึ้นหนาก็ไปเรื่อยเพราะฉะนั้นจุดมุมของศาสนาพุทธนั้นจึงไม่เหมือนกันกับศาสนาอย่างนี้แต่ก็พยายามจับเป้าให้ดีที่พูดอธิบายพวกเราก็พูดจังเลยซ้ำซากแต่เมื่อเราจะได้รู้เหลี่ยมมุมอะไรที่คิดในการหรือว่าที่ปัจจัยที่มันลึกซึ้งมากขึ้นอะไรก็ได้ผมก็พยายามที่จะ Forza นวดแทงออกมาตลอดมุมนั้นมุมนี้พยายามพูดซ้ำๆก็เพื่อที่จะให้เกิดการจำได้มั่นคงกับมุมอะไรที่มันละเอียดละออที่จะพูดแปลกๆไปเปลี่ยนอะไรออกมาเนี่ยเราก็จะได้รู้มุมต่างๆเหล่านั้นให้เข้าใจได้อีกมันก็จะเพิ่มความรู้ลึกเข้าไปอีกเพราะที่จำเป็นต้องพูดจำเป็นต้องอธิบายอยู่ตลอดเวลาพระพุทธเจ้าท่านตอนนั้นท่านก็ยังไม่รู้อันนี้แล้วก็เข้าใจว่าอยู่ในที่เปลี่ยวอยู่ในป่าช้ามีอะไรก็จะทำความเพียรให้มันคิดค้นอย่างที่ว่าเขานั่งทำจิตให้มันดับมันอะไรก็เป็นไงตั้งแต่ยังไม่ค่อยเข้าใจแล้วก็นั่งทำดูต่อไปที่ว่าถ้าจะทำอะไรบ้าง ต่อไปก็เป็นทรงประพฤติอัตตกิลมถานุโยคที่ท่านพุทธทาสกันวงเล็บไว้ว่าวัดของเดือนนี้ทรงประพฤติปฏิบัติรู้เฉพาะซึ่งพรหมจรรย์อันประกอบด้วยองค์ 4 ที่ได้ประยุทธ์แล้วลำบากศีลวัฒน์เราก็ได้ประยุทธ์รู้เข้าวัดเราก็ได้ประพฤติวัดเราก็ได้ วัดเราก็น่าจะพูดอย่างยิ่งถ้าภาษาบาลีคนนี้เป็นชื่อของการประพฤติวัดต่างๆในวัด 4 อย่างนั้นมีเป็นตบะจิรวัฒน์ของเรากระบะชินวัตรสมัยคำว่าเป็นศีลหรือเป็นหลักเกณฑ์ที่ประพฤติเช่นตำหนักเช่นเผาผลาญยากกิเลสอย่างเรียกว่ายังตั้งใจเรียกว่าอดทนสู้ฝืนมากมายซึ่งเราก็เข้าใจง่ายๆภาษาอันนี้ภาษาไทยเราเข้าใจไหมสถาบันสังคม จิรวัฒน์ก็คือการปฏิบัติที่เป็นประจำด้วยหลักเกณฑ์ข้อศีลที่เข้มแข็งคือเราได้ประพฤติเปลือยกายฟังดูหน้าคนที่เจ้าที่ได้บำเพ็ญอะไรต่ออะไรมาแบบไหนๆไหนบอกท่านรองมาแล้วทั้งนั้นแหละแล้วก็เข้าไปถ้าไปบำเพ็ญถ้าไปเรียนรู้กับอาจารย์ต่างๆเหล่านั้นแล้วก็รู้สึกว่าไม่ค่อยจะเข้าใจว่าผมเองแต่ตามที่ฉันเข้าใจไม่ได้ต่อรองไปต่างๆดูการมีมารยาทการปล่อยทิ้งเสียแล้วคือไม่ได้อาศัยจำนวนเบาหวานๆหน่อยมีมารยาทการปล่อยทิ้งไปแล้วเรียกว่าถ้าแปลกันตรงๆตัวก็คือ ไม่มีมารยาทไม่รู้จักมารยาทของมนุษย์เปลือยกายธงธงไม่มีมารยาทไม่รู้จักสังคมว่าเขาทำยังไงอย่างนี้เขาเรียกว่ามีมารยาทหรือไม่มีมารยาทมีความควรหรือไม่ควรอะไรไม่รู้สังคมไม่รู้ความเป็นจริงไม่ได้ทำกับแปลว่าไม่มีมันยากกันปล่อยทิ้งไปแล้วก็คือไม่มีมารยาทนั่นแหละไม่ต้องไม่ต้องวกบนอะไรฉันพูดคำพูดแค่อุจจาระของตนด้วยมือและอุจจาระของตนด้วยมือถือเป็นผู้ไม่รับอาหารที่เขาร้องเชิญว่าท่านผู้เจริญจงมาเช่นเหมือนคนทั่วประเทศเขาเชิญเขานิมนต์ไม่รับเอาดื้อๆเราจะต้องลำบากโดยไม่ ร้านนิมนต์ซะด้วยถึงขนาดนั้นไม่รับอาหารที่เขาร้องนิมนต์ว่าท่านผู้เจริญจงหยุดก่อนแล้วถ้าใครจะทำให้หยุดก่อนเพื่อรับอะไรก็ไม่เอาเขานิมนต์ก็ไม่เอาไม่ยินดีในอาหารที่เขานำมาจำเพาะถามว่าเจตจำนงจำเพาะเราจะนำเอามาให้แต่เฉพาะเรานี่ไม่เอาต้องเอาอาหารที่จัดมาเป็นกลางไปเจอแล้วก็ไม่ต้องนิมนต์ไม่ต้องอะไรทำพิธีที่เคร่งแล้วก็รับจุดเทียนให้ตัวเองได้รับน้อยก็ถือว่าไปเบียดเบียนใจเขามากไปว่างั้นน่ะแล้วหยุดไปเรื่อยไม่ยินดีในอาหารที่เขาอุทิศเจาะจงนอกจากทำจำเพาะให้แก่เราแล้วก็พยายามที่จะอุทิศเจาะจงเข้าไปอีก รู้จักเราแล้วก็แนะนำโดยเฉพาะเราก็ไม่เอาไม่ยินดีในอาหารที่เขาร้องนิมนต์เราไม่รับอาหารจากปากหม้อไม่รับอาหารจากปากภาชนะอาหารต่างๆอยู่ในหม้อในภาชนะอะไรก็ไม่รับไม่รับอาหารคร่อมธรณีประตูมีกฎระเบียบมีอะไรเยอะไม่รับประทานอาหารค่ำๆไม่รับประทานอาหารของคนสองคนผู้บริโภคอยู่ในขณะที่ไปแล้วก็กำลังกินข้าวกันอยู่ 2 คนเราไปเจอเขากำลังกินเขาจะให้เขาจะแบ่งเขาจะให้อาหารใส่บาตรไม่เอาไม่เอาถือว่าเป็นแย่งเขาไม่รับอาหาร ชุดพวกนี้ไม่มีอะไรจะอะไรมากไม่รับอาหารของหญิงที่กำลังให้กำลังให้บุตรดื่มนมอยู่ไม่รับก็หาของหญิงพูดไปในระหว่างแห่งบุรุษคือผู้หญิงใดที่ไปกับบุรุษไปกับผู้ชายแล้วก็จะได้อาหารที่ให้ก็ไม่เอาไม่รับประทานอาหารในอาหารที่มนุษย์ชักชวนร่วมกันทำมนุษย์ชักชวนร่วมกันทำอาหารให้เอามาใส่บาตรอะไรก็ไม่เอาเรียกว่าเคร่งซะจนไม่รู้จะแก้ยังไงเรียกว่าประพฤติปฏิบัติ ไม่รู้รางวัลวันคงได้กินยากกลางวันคงไม่ค่อยได้กินหรอกเพราะว่ามันโอ้โหถ้ามาเมืองไทยไม่ได้กินมาทุกวันนี้อยู่แบบนี้นะถ้าอยู่เมืองไทยทุกวันนี้นะไม่ได้กินไม่มีสักบาทแบบนี้ก็ไม่ได้กินไม่รับก็หาในที่ที่มีสุนัขเข้าไปยืนเฝ้าอยู่เนี่ยนึกว่าจะไปแย่งหมาหมามันไม่รู้เรื่องมันก็รู้เรื่องเหมือนกันแหละมันกำลังจะไปคอยดูของเขาอะไรกันถ้ามีหมาไปยืนคอยอยู่ก็ไม่เอาไม่ได้ก็หาที่ที่เห็นแมลงวันบินไปเป็นโมโหทหารไทยไม่เอาอีกด้วยถ้ามาอยู่เมืองไทยคงตายไวคงไม่ได้กินหรอกคงหาได้ยากมาก ไม่รับปลาไม่รับเนื้อไม่รับสุราไม่รับเมรัยไม่ดื่มน้ำอันเนื่องจากไม่รับเรือนเดียวฉันคำเดียวบ้างไปรับเงินเดือนฉันคำเดียวบ้างครับ 2 เดือนฉัน 2 คำว่าแต่ลับลับการกำหนดตรงนี้เรียบร้อยแล้วตามกำหนดไม่รับรับ 3 เดือนฉัน 3 คำว่าอะไรพวกนี้สัก 7 เดือนฉัน 7 คำว่าไม่รับกำหนดอะไรแสดงตรงนี้ไม่เอาครับเราเลี้ยงร่างกายด้วยอาหารในภาชนะน้อยๆถ้าเป็นนักเดียวบ้างทีนี้ทำไงไปรับอย่างนั้นแล้วทำไงก็คือเลี้ยงร่างกายด้วยอาหารในภาชนะน้อยๆภา เดี๋ยวว่างเลี้ยงร่างกายด้วยอาหารในภาชนะน้อยๆ 2 ภาคชนะบ้างเลี้ยงร่างกายด้วยอาหารในภาชนะน้อย 7 ภาคชนะบ้างเราชนะอาหารที่เก็บไว้ในวันเดียวบ้างฉันอาหารที่เก็บไว้ 2 วันบ้างและอาหารที่เก็บไว้ 7 วันบ้างเรียนไปทานอาหารน้อยๆเก็บไว้วันนึงก็ลองดู 2 วันก็ลองดู 3 วันก็ลองดู 7 วันก็ลองดูเก็บไว้กินไม่ไปสะสมไม่ใช่สะสมเก็บไว้แล้วเอามาได้วันนี้ก็แบ่งกินแบ่งกินแบ่งกินไปไม่ได้สะสมนะได้มาแล้วก็เอามากินในวันแล้วก็เอาไว้กิน 2 วันแล้วกิน 3 วันไปจะมาน้อยๆพยายามใช้ภาชนะน้อยๆแล้วก็รับมาน้อยต้องเข้าใจจุดหมาย ไม่ใช่ความมักมากน้อยเพื่อที่จะให้รับได้มาสักทีนึงก็มาแบ่งไว้กิน 7 วันอะไรคือไม่เข้าใจทิศทางนะว่าอธิษฐานพวกนี้มักน้อยจน 12 ทำอะไรน้อยไม่ใช่ลักษณะที่ว่าไปทำมากไว้แล้วก็เหนื่อยมากๆใหญ่ไม่ใช่แต่รับมาจากต้นทางก็รับมาอย่างระเบียบจะเสียด้วยตัวเองมากและรับมาก็รับมาให้น้อยที่สุดเท่าที่เราจะเห็นว่ากับคนดำคนนี้ก็มีแต่ส่วนมากเขาให้ดีๆนะตั้งตั้งหลักให้ดีๆอย่าไปมองไปกลับไปเดี๋ยวไม่เข้าใจมองกลับแล้วก็ไปพูดสะสมเป็นผู้มากผู้ชายเป็นผู้กล้าไปทางด้านก็เอามาไม่ใช่นะครับ จะไปว่าเป็นผู้สะสมก็ไม่ใช่ไม่ใช่ลักษณะสะสมเป็นลักษณะอย่างนี้วัดน้อยแล้วก็ทำไม่สำเร็จจะเขียนก็ไปทานอาหารที่เก็บไว้ 7 วันบ้างและประกอบความเพียรในทักษะในพรรคและผู้ชนะมีปริญญาอย่างนี้แต่คือทำอย่างนี้มักน้อยแล้วก็ทำให้มันพูดลงไปให้มันน้อยลงไปจนตั้งตายมันแย่ขนาดนั้นไปจนถึง 1 เดือนด้วยอาการอย่างนี้หัดทำอยู่จนถึงครึ่งเดือนเรานั้นมีผักเป็นภาษาบ้างมีสาระแห่งชาติกับแก้ยากครับ ชื่อยากนิดนึงกับภักษาบ้างมีลูกเดือยไปทักษาบ้างมีเปลือกไม้เป็นภักษาบ้างมีสาหร่ายเป็นภักษาบ้างมีรำข้าวเป็นทักษาบ้างรักษามันแปลว่าอาหารนะเป็นทหารมีข้าวตังเป็นภาษาบ้างมีข้าวสารหักเป็นทักษะบ้างมีหญ้าเป็นทักษะใหม่คือขี้วัวโคใหม่มีผลไม้และรากไม้ในป่าเป็นอาหารบ้างบริโภคผลไม้ เราให้เราให้เราพูดกันบางทีเราไม่บอกว่าตายแล้วบอกว่าโอ้ยคนนี้อันเป็นไปแล้วเสียหายไปหรือเปล่าคนที่เป็นไปและตายไปแล้วมันไปซะแล้วล่ะไม้เขาก็ตายนี่ก็เหมือนกันผลไม้อันเป็นไปก็หมายความว่าผลไม้ที่มันร่วงหล่นลงมายังชีวิตให้เป็นไฟบ้านเข้าใจว่าเป็นไปไม่ได้นะอันนี้เป็นไปโดยการดับติดอันดับ ผลไม้กินผักมาเป็นอาหารสำหรับให้เราเกิดคำว่าความเต็มใจมันเป็นไปในทิศไหนต้องตั้งทิศให้ดีต้องตั้งความหมายหรือตั้งสัญญาให้ถึงกำหนดหมายให้ดีแล้วก็เป็นไปเรานั้นนุ่งห่มด้วยผ้าป่านบ้างนุ่งห่มผ้าเชียร์กันบ้างเรื่องของผ้าที่เขาทิ้งไว้ก็สร้างสรรค์เพื่อท่านอธิบายมานี่แสดงว่าท่านทำทุกสีทุกอย่างทำทุกสิ่งทุกอย่างไปอะไรต่ออะไรก็เป็นยังไงก็ลองไปหมดนุ่งห่มหนัง นุ่งห่มแผ่นกระดานกรองบ้างแหมเอากระดานมาร้อยเอากระดาษมาทำคงจะแบบคดีหนังตลกคณะพลังไม่ถึงเช้ามาร้อยกับข้าวแล้วก็ทำเป็นกระโปรงแบบนั้นนะก็ต้องฟังดูมันก็ตลกตลก เขาให้ผมยาวกันมากเพราะเวลาคนตายแล้วเนี่ยผมก็ติดอยู่ที่คนตายเยอะผมยาวๆผมก็ไม่มีในสมัยนี้หวานเลยตัดเอาไปทำที่ขายแต่สมัยโน้นเขายังไม่มีชีวิตผมก็ต้องทิ้งแล้วก็คงเยอะเขาก็เอามาครองลูกเอามาร้อยนึงเอามาจากที่ว่าภาค 2 คนนุ่งห่มผ้ากำพลทำด้วยขนหางหักเอาผมคนมาจองทีนี้ถ้าเป็นคนที่นี่ก็คือค้นหาผมด้วยว่าขนเหมือนกันมันขนแล้วเอามาครองทีนี้ค้นหาสัตว์ก็เอามากรองเอามากองเป็นผ้านุ่มแบบผลิตภัณฑ์ ร้านตัดผมและหนวดต่อมาเราตัดผมและหนวดประกอบตามซึ่งความเพียรในการตัดผมและหนวดเราเป็นผู้ยืนประโยคห้ามใช้ซึ่งการนั่งอยู่แต่ในท่ายืนไม่นั่งปฏิบัติบำเพ็ญหากมีคนยืนท่ายืนขย่มเขาถ่ายเป็นประโยชน์ก็คือไม่เป็นตัวยืนยอดตัวนิดหน่อยก็ยกขาเดียวก็เอาขาขึ้นขัดไว้สุดท้ายมันก็งอๆไว้ 1 คืนแล้วแต่คือมันไม่ได้ตรงๆทีเดียวไม่ได้ยืนอยู่ในรูปเต็มรูปตรงๆธรรมดาเรียกว่ายืนขย่มคาดเป็นผู้เดินประโยค ตอบตามความซึ่งความเพียรในการเดินสยองบ้างเราประกอบการยืนการเดินบนหนามสำเร็จการนอนบนที่นอนทำด้วยหนามอุปกรณ์การยืนการเดินบนน้ำสำเร็จการนอนบนที่นอนทำด้วยหนามเราประกอบตามซึ่งความเพียรในการลงสู่น้ำเวลาเย็นปิดทั้ง 13 บาทต่างๆนานาชาติโดยวิธีต่างๆเช่นนี้คือลูกค้าเข้าใจว่าทะเลมีเหตุการณ์มันแห้งมัน ไม่ๆไม่สดชื่นเหมือนกับคนธรรมดาให้มันรีบๆเรียวๆเขาถือว่าเป็นผอมแต่พวกนี้ถือว่าฤาษีต้องผอมเหี่ยวแห้งเชียวโหยๆอะไรเนี่ยเขาก็พยายามที่จะมารีบตรงนี้ได้สบายทำตรงนี้นี่คือความเข้าใจอย่างนั้นสมัยพระเจ้าและแม่ในสมัยนี้ก็มีอยู่มากที่เข้าใจแบบนี้ว่าเป็นผู้ที่ปฏิบัติธรรมตบปากทำแล้วจะต้องเคี้ยวอะไรพวกนี้ท่านต้องการดูโหลๆๆอะไรอย่างเนี้ยเป็นทางการทำกายให้เหลือแค่ด้วยวิธีต่างๆด้วยอาการอย่างนี้สาลีบุตรนี่แหละเป็นวัดเพื่อความเป็นผู้มีฉบับของเราให้ฟัง เคยทำมาหมดแล้วไอ้ประเภทที่มีสีก็ต้องทำทั้งหลายสีต่างๆที่เขาบำเพ็ญจะนุ่งอย่างนั้นจะบิณฑบาตกินแต่อย่างนี้จะอดอย่างนั้นจะทำอย่างนี้จะสนิทนั่งบนหนามนั่งบนใหม่จะยืนขาเดียวไปทำอะไรอยู่อย่างนี้ท่านทำมาเยอะแยะนี่เป็นพวกทรมานร่างกายเพื่อให้มันที่เกี่ยวลงเรียกว่ากระบะวีรวัฒน์ต่างๆในวัด 4 อย่างนั้นนี้เป็นรูเข้าวัดคือวัดถ้ำมองเมื่อกี้สบายๆ เก็บตังค์แล้วที่ตายตอนนี้จะปล่อยให้ขี้เหงื่อขี้ไคลที่ขยะอะไรให้มันเต็มเนื้อเต็มตัวไปนี่พวกฤาษีหรือพวกบำเพ็ญตบะตรงนี้

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน