191202-007 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน007-พ่อท่าน-สันติอโศก-ม031.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้วันพฤหัสบดีปีที่ 2 ธันวาคมพุทธศักราช 2519 พ่อท่านเจ้าคุณที่รักได้อบรมธรรมเช้าณพุทธสถานสันติอโศกวันนี้เราก็มาต่อทั้งเรื่องประวัติพระพุทธเจ้าเรียกว่าการจะเกิดเป็นระดับระดับไปทีเดียวการเคลื่อนการเปลี่ยนถ้าเป็นอย่าง อธิษฐานก็เราก็จะเห็นการเคลื่อนการเปลี่ยนว่ากันเป็นตัวเป็นตนเป็นบุคคลเป็นชิ้นๆแล้วก็ตั้งชื่อกันทีเดียวเพื่อนมีสิ่งหนึ่งเป็นอัตภาพตัวเคลื่อนจากดุสิตเพื่อนลงสู่คันมารดาอาการเคลื่อนที่เป็นชิ้นๆอันๆถ้าเราเข้าใจคำคมหรือคำมารดานั้นมันไม่ใช่ท้องพ่อท้องแม่แต่ว่าการเคลื่อนของจิตท่านปรมัตถ์ 17 รูปที่ผ่านแล้วก็จะเข้าใจทำมาที่ฐานด้วยก็ขั้นตอนนั้นน่ะมีสิ่งที่เคลื่อนเข้าสู่คันซึ่งจะเป็นเป็นปฏิกิริยา [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] เปิดแสงสว่างเพราะการที่ติดจากดุสิตแล้วก็เกิดแผ่นดินไหวเนื่องจากการเสพติดซึ่งแผ่นดินไหวก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาอธิบายก็อธิบายเป็นอุปราชที่ฐานแล้วก็ผมพยายามและอธิบายเป็นคำอธิษฐานเป็นสิ่งที่เป็นเรื่องของจิตจริงๆแล้วเป็นอาการที่เกี่ยวข้องใกล้ที่สุดที่จะพึ่งรู้ได้ว่าแผ่นดินหมายถึงอะไรแผ่นดินมันไหวมันคืออะไรไหวเกิดแสงสว่างคืออะไรกับแสงสว่างแต่ 9 ลงสู่คันเข้าไปจะเข้าไปในท้องหรือเข้าไปในทันตาภายในภาระอย่างนั้นมีอาการอย่างไรมีสภาพอย่างไรแม้แต่อาการของคันซื้อของมันดาเป็นอย่างไร อาการของสิ่งที่เข้าไปในครรภ์จึงเข้าไปในท้องมารดาเป็นอย่างไรถ้าเราก็ได้รู้ไปเป็นระดับๆๆอาการเป็นสูตรแบ่งออกจากประสูตินั้นเมื่อประสูติแล้วเป็นอย่างไรคนที่ตัดออกมาจากท้องแข็งมารดาต้องสู้กันจนทั่วจนออกมาแล้วออกมาแล้วเป็นอย่างไรประสูติเป็นอย่างไรมีอาการมีลักษณะพิเศษถ้าเป็นบุคลิกฐานแล้วมันเป็นเรื่องที่พิสดารเป็นเรื่องที่พึ่งน่าทึ่งมันแปลกประหลาดและประหลาดมาก ถอด
อ่านต่อ
ออกมาแล้วมีเทวดาเทวบุตรรองรับก่อนจะถึงแผ่นดินอะไรต่างๆนานาแม้แต่ไม่เปื้อนคลอดออกมาแล้วไม่เปื้อนมือเปื้อนเลือดเปื้อนเต็มหาไม่เปื้อนน้องเปื้อนอะไรไม่เปื้อนของไม่สะอาดเลยอะไรเงี้ยจะอธิบายให้ฟังชัดเจนแม้จะบอกว่าเหมือนอย่างกับแก้วมณีที่วางอยู่บนผ้าเนื้อเกลี้ยงกันมาจากแคว้นตาสีแก้วก็ไม่เปื้อนผ้าผ้าก็ไม่เปื้อนแก้วเพราะเหตุใดโอเคก็มันเป็นของหมดสะอาดหมดจดทั้ง 2 อย่างและอธิบายเป็นสมาชิกขายเป็นคุณธรรมด้วยเป็นจิตอย่างแท้จริงแล้วจะเห็นได้มันก็ใจที่ทำเป็นคุณธรรมเป็นสิ่งที่แท้จริงแล้วเราไม่สงสัยเพราะสิ่งนั้นเป็นได้ถ้าเป็นคุณธรรมเป็นจิตก็เป็น บางทีเป็นคุณธรรมที่เราเข้าใจได้สักกะหรือเป็นเหตุผลเรายังเข้าใจได้ยิ่งไปถึงจิตยากขึ้นเป็นได้ยากยิ่งขึ้นเราก็เห็นด้วยเพราะฉะนั้นยิ่งจะเป็นสิ่งที่จะเป็นเนื้อเป็นตัวเป็นคนแล้วยิ่งยากใหญ่เราก็จะเข้าใจได้ว่ามันยากจริงๆด้วยแต่มันก็มีเหตุผลที่เป็นไปได้ผู้ใดที่มีจิตอันเป็นไปได้แล้วจะซาบซึ้งจะเห็นสิ่งนั้นเรียกว่าเห็นสัจธรรมเป็นความจริงและยังมีในจิตตัวเองจริงแล้วว่าอ๋ออย่างนี้อย่างนี้เองมันก็จะขออย่างที่ไม่ใช่ว่าเป็นแต่เพียงชาติคนมีต้นดาวมันจะเพียงหลักของเหตุผลแต่เป็นสภาพจริงๆเพราะคนมีปัญญาฟังแล้วรู้หลังด้วยเหตุผลหลักแห่งตรรกะวิทยาก็พอเข้าใจ เข้าใจนิดเดียวก็งั้นอยู่ที่จิตเราจะเป็นจริงหรือเปล่าว่าจิตเป็นจริงแล้วจิตเป็นก่อนเมื่อจิตเป็นแล้วรูปประธรรมจะเป็นหรือไม่นั้นไม่ประหลาดเพราะรูปธรรมเป็นเป็นสิ่งเพิ่มหยาบขึ้นมาหนาแน่นขึ้นมาเป็นวัตถุเป็นแท่งก้อนขึ้นมาก็สั่งสมมติมันมากๆมันก็เป็นก้อนเป็นแทนเป็นเรื่องนั้นเองถ้าถึงเหตุปัจจัยมาซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าสงสัยอะไรจนกระทั่งคลอดออกมาจากท้องมารดาและมีสิ่งประหลาดประหลาดมีท่อแห่งน้ำ 2 ท่อปราศจากอาการเกิดจากอากาศเย็นทอดนึงร้อนช่อนึงท่านเขาใช้ในการเนื่องด้วยน้ำแก้ปวดศีรษะจะแก่มันได้ซึ่งเป็นเรื่องประหลาดถ้ามีท่อออกมาจากภาคกลางซะด้วยไม่รู้มาจากไหน คุณธรรมอย่างที่อธิบายไปแล้วก็ไม่มีปัญหาเราเป็นได้แล้วเราเข้าใจได้เราก็จะมีได้แม้เดี๋ยวนี้เราก็มีได้ส่วนนั้นจะไม่ใช่ส่วนที่เป็นวัตถุแท่งก้อนเป็นตัวตนจริงๆมีท่ออากาศพุ่งออกมาจากอากาศจริงๆก็ไม่เป็นไรนะเราไม่สงสัยมันเกินจะเชื่อพอถึงแม้จะไม่เชื่อเราไม่เชื่อในคุณธรรมเราไม่เชื่อว่าพระพุทธเจ้าคลอดออกมาแล้วมีพ่อออกมาจากอากาศปรากฏออกมาจากอากาศมีท่อน้ำเย็นน้ำร้อนมาล้างท่านแล้วก็ไม่ประหลาดอะไรเพราะว่าไม่ต้องถึงตรงนั้นก็ได้ถ้าเราจะทำถ้าเราเชื่อว่าน้ำเยาะร้อนน้ำเย็นก็คือความ ความเย็นก็คือความกลัวความดีก็คือสิ่งที่แข็งกล้ากับสิ่งที่อ่อนหน่อยสิ่งหนึ่งเรียกว่าตอนเรียกว่าเย็นคิด 2 คิดหรือว่าสภาพ 2 สภาพที่เราจะใช้สภาพ 2 สภาพนี่มันจะรู้ในการใช้มันเอามาใช้ได้เองทันทีเอาสภาพ 2 สภาพนี้มาใช้อย่างเหมาะเจาะเหมือนคว้ามาจากอากาศเหมือนมีท่อ 2 ท่อนี่อยู่ในอากาศปรากฏจากอากาศไม่รู้มาจากไหนล่ะมันจะมีให้เราใช้เองแต่บริษัทมันจะมีให้เราให้เราใช้เองเออคว้าไอ้สิ่งที่สมควรเหมาะสมนี่แหละต้องการน้ำเย็นได้น้ำเย็นต้องการน้ำร้อนได้น้ำร้อนอย่างนั้นก็จะมีมาให้เราใช้ถ้าคุณธรรมอย่างนี้มีได้เรารู้ดีรู้ชั่วแล้วก็คว้าเอาเดียวชั่วคราว จะเอาไปใช้เองมันมีอดอัตโนมัติมันมีออกมาสำหรับโพธิสัตว์เมื่อโพธิสัตว์คลอดหรือเมื่อจิตวิญญาณของคนคนนั้นเป็นวิญญาณของโพธิสัตว์ถึงรอบบริษัทยิ่งเก่งยิ่งใหญ่ก็ยิ่งมีได้อย่างแนบเนียนมีได้อย่างไวอย่างฉับพลันเป็นปฏิภาณยิ่งมาได้เร็วยิ่งอยู่ในอากาศอยู่ติดตัวเป็นพ่อปรากฏจากอากาศติดตัวเลยถ้าสิ่งนี้เป็นคุณธรรมอย่างนี้เราจะประหลาดอะไรกันและเราเห็นไม่เห็นจะยากเราไม่เห็นจะต้องมากพิลึกอะไรถ้ามันเป็นเรื่องจริงแต่มันก็เห็นได้ว่ามันยากและเป็นพระพุทธที่มีจริงเป็นจริงแล้วจะทราบว่าอย่างนี้เองเราก็จ่ายแล้วแล้วก็เป็นแล้วถ้าไปยิ่งกว่านี้เราจะทำให้มี มีความรู้มีความเข้าใจมีปัญญายาลึกซึ้งรู้เย็นรู้ร้อนหรือรู้ดีรู้ชั่วหรือรู้หยาบรู้ละเอียดแก่ยิ่งกว่านี้มีปัญหาอะไรในโพธิสัตว์นั้นจะเข้าใจเข้าใจวันแม่เราจะสั่งสมมาเป็นอย่างพระพุทธเจ้ามีทองหรือปรากฏเกิดมาแล้วมีทองนี่เองมันก็ผิดลึกดีเหมือนกันที่ลึกแหละแล้วก็คลอดออกมาแล้วมีคอน้ำเย็นพุ่งออกมาโอ้ไม่รู้ถ้าถอดน้ำร้อนน้ำเย็นมันสูงลงไปจำหน่ายบริษัทจะใช้ได้ใช้ทันทีเลยมันก็ไม่มันก็ไม่มีปัญหาอะไรแต่มันก็ไม่ลึกหรอกรู้ว่ากินลึกกินหรือต้องหน้าอาจจะทันจริงๆนะแต่ไม่เป็นไรเพราะเห็นทิศทางที่มันจะเป็นได้ถึงแม้ที่สุดเดิน 7 ก้าวออกมามีฝ่าเท้าสม่ำเสมอเหยียบพื้น เหยียบพื้นด้วยฝ่าเท้าอันสม่ำเสมอด้วยนะมีใบพัดเป็นทางทิศเหนือ 9 ไป 7 ก้าวมีฉัตรสีขาวกั้นอยู่ณเบื้องบนก็ไม่ประหลาดไม่เข้าใจแล้วว่าลักษณะที่ใช้ภาษาเรียกคนนี้ก็คืออะไร 979 คืออะไรก็ไม่เป็นไรเพราะนอกจากจะ 9 7 9 แล้วยังไม่พอยังเพลงอาสภิวาจายังเปล่งวาจาอาจหาญแต่ฉันนี่แหละจ่ายจริงเว้ยก็ไม่ประหลาดกับเด็กเกิดออกมาปุ๊บก็มาแล้วจะมากล่าวนี้ก็ไม่ประหลาดอะไรถ้าเราเข้าใจว่าการกล่าวนั้นคืออะไรถ้าประวัติศาสตร์และบริษัทจัดเปล่าอย่างนั้นจริงๆเพราะเกิดก็จะอาจหาญได้กล้ากล่าวได้พอมีบริษัทเกิดขึ้นมาไอ้ตัวเองจะรู้ทันทีเลยนะเพราะว่าเรานี่แหละเป็นผู้เลิศแห่งโลกมันรู้ มันมีตัวที่มันรู้กล้ากล่าวได้เลยว่าเราใหญ่ซากเปล่าเพราะงั้นถ้าเผื่อว่าไม่มีปัญญาแล้วจะกล่าวทีเดียวบริษัทจะกล่าวไม่มีปัญญาแล้วจะเอาออกมาจะได้ประกาศถ้วนทั่วเลยทีเดียวกับฉันเป็นโพธิสัตว์ฉันเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ถ้าเป็นบริษัทที่ไม่มีปัญญาอีกชั้นนึงคือปัญญารถมานะหรือปัญญาที่ไม่มีอุปสรรคกิเลสสาธารณะแปลว่าโอ้อวดถ้าไม่มีปัญญารู้ในกิเลสอันนี้บริษัทนั้นจะโอ้อวดท้าทายเปล่าปราศจากไปทีเดียวแต่ถ้าบริษัทนั้นมีปัญญา ทำไมไปอวดทำไมมันเป็นจริงก็มีจริงแล้วเราเป็นผู้เลิศเราเป็นผู้ยอดเขาเป็นผู้เลิศผู้ยอดจริงๆแล้วจะต้องไปกล่าวว่าทำไมท่านตัดอุปกิเลสสาธารณะตรงนี้ลงไปไม่โอไม่อวดไม่เสด็จไปประกาศเป็นบ้าเป็นบอไปเฉยๆถ้าจะพูดจะพูดจะขาดหารจริงๆจะถึงเวลาจะกล่าวจะกล่าวยังเหมาะสมกับกาลเวลาเหมาะสมกับบริษัทเหมาะสมกับบุคคลจะกล่าวอย่างอาก็คิดว่าอาจารย์กล่าวยังอาจหาญปลายังแก้วกล้ามั่นคงเหมาะสมที่จะกล่าวและยืนยันเด็กเดียวรู้ว่าอาจหาญรู้ว่าเด็ดเดี่ยวปราบปรามเรียกว่ากล้ากลั่นกล้าทีเดียวจริงๆส่วนบริษัทเจ๊ ฟังคำนี้ไปแล้วกล้าเปล่าๆโดยที่ไม่มีความจริงจะเริ่มต้นจากเพลงอะไรก็ได้จะไปหลอกเขาด้วยเขาด้วยไฟก็ได้ก็แทรกแซงเอาแต่กล่าวว่าเรามีอย่างนู้นอย่างนี้ฉันเป็นคนที่อ่านมาเกิดนะนี่แหละฉันก็ชี้อ่านว่าอะไรต่างๆเหล่านั้นเยอะไปบริษัทเจเยอะไปนี่แหละจะเป็นพวกพระพุทธเจ้าในอนาคตมันเกิดล่ะอืมประดับประดาอะไรนักหนาถ้าอย่างนั้นมันจะอาจจะผิดวาจาถ้าอย่างนั้นมันเป็นของเจ๊ครับถ้าบริษัทจริงแล้วก็ผู้ที่เป็นบริษัทมันเกิดสิ่งนั้นและมีปัญญาลึกซึ้งลึกซ้อนแล้วกลับจะไม่กล่าวตักจะไม่ background เมื่อครบพร้อมด้วยกับผลิตภัณฑ์สมควรมีสาระมีธรรมะสมควรที่จะกล่าวในกาลมีมัสยิดตาแล้วอาตมาแล้วเนี่ยหลากหลายตัวถ้าท่านเป็นพระโพธิสัตว์อย่างที่เคยอธิบายกันแล้วบริษัทที่ติดอรหันต์ไม่มีอุปสรรคกิเลสท่านจะกล่าวอย่างไม่เหมือนพวกบริษัทเจ๊ที่อวดอ้างอวดดีนึกว่าจ้างวันดียังไม่เท่าไหร่รอหมดเลยโกหกด้วยซ้ำไปไม่จริงเพราะความหลงผิดของตนเองนึกว่าตนเองก็เกิดเราเป็นผู้เลิศแห่งโลกเราเป็นผู้เจริญ แห่งโลกต้องเป็นผู้ประเสริฐสุดแห่งโลกหลงตนไม่ได้ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายบัดนี้พบไม่มีภพใหม่ย่อมไม่มีประกาศวันนี้มีชาตินี้มันเป็นชาติที่เกิดลงตัวเท่านั้นเองต่อไปไม่มีแล้วนี่เราไปที่สุดท้ายแล้วจะพูดอย่างนี้จะประกาศอย่างนี้จะเป็นอย่างนี้อยากสำหรับผู้ไม่รู้เท่านั้นดังกล่าวเป็นของตลาดปลาอย่างเป็นของตลาดเพราะถ้าพูดจริงๆแล้วไม่กล่าวอย่างของตลาดแต่ถ้ากล่าวปีใดและเป็นอ่าเป็นสิ่งที่อาจหาญเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ของไร้ค่าเหมือนของตลาดจนกระทั่งการเกิดแสงสว่างเนื่องด้วยการประสูติก็ได้อธิบายถึงแสงสว่างให้ฟังแล้วก็แสงสว่างนั้นก็คือตัวปัญญาเป็นธรรมอธิษฐานจิตปัญญาถ้าเทียบเคียงกับทางวัตถุธรรมหรือว่าบุคลิกฐานเสมือนแสงทั้งที่มีคำศัพท์ว่าแสงสว่างอยู่เสมอด้วยปัญญานั้นไม่มีก็เป็นแสงสว่างที่สว่างที่อธิบายว่าแสงสว่างก็คือตัวปัญญาปัญญาที่ยอดมันผู้ที่เป็นบริษัทประสูติซึ่งเกิดออกมาก็คือตัวปัญญานำมาทีเดียวมันรู้แจ้งเห็นหมดทะลุนรกรู้สวรรค์รู้เทวดามนุษย์เปรี้ยงมันเห็นแจ้งระดับชั้นเชิงในบริษัทไม่รู้ชั้นรู้เชิงแห่งความเป็น ตลกแห่งความเป็นมนุษย์แห่งความเป็นเทวดาแห่งความเป็นพรหมอะไรเป็นชั้นๆอยู่ในชั้นซ้อนลงไปอีกก็รู้ชัดเจนยิ่งกว่าแสงสว่างใดคือมีปัญญาละเอียดละออยิ่งกว่าปัญญาธรรมดาธรรมดาจะรู้ได้ปัญญาธรรมดาธรรมดารู้ไม่ไหวแต่ปัญญาโพธิสัตว์จะรู้ไว้จะรู้ได้อธิบายไปแล้วถ้าต่อไปแผ่นดินไหวเนื่องด้วยการจัดสวนอธิบายต่อตอนนี้แผ่นดินไหวเนื่องในการประสูติดูก่อนอานนท์เหตุปัจจัยที่ทำให้ปรากฏการไหวแห่งแผ่นดินอันใหญ่หลวงมีอยู่ 8 ประการแต่ประการก็ไม่ได้ว่าหมดอายุเข้ามาแต่ก่อนที่เราดูก่อนอานนท์เมื่อใด โพธิสัตว์มีสติสัมปชัญญะออกจากท้องแห่งมารดาเมื่อนั้นแผ่นดินย่อมหวั่นไหวย่อมสั่นสะเทือนย่อมสั่นสะท้านอานนท์นี้เป็นเหตุปัจจัยคำรบ 4 แห่งปรากฏการณ์แห่งปรากฏการณ์ไหวปรากฏการณ์ไหวแห่งแผ่นดินอันใหญ่หลวงพ่อพระโพธิสัตว์ไปสู่แล้วก็จะมีเหตุเกิดแปลกประการประการที่สี่คืออย่างหนึ่งใน 8 นั่นแหละก็คือเมื่อโพธิสัตว์มีสติสัมปชัญญะแต่ถ้าอธิบายละเอียดจริงๆละเอียดอันนั้นมีสติสัมปชัญญะ สอบออกจากถ้ำแห่งมารดาออกจากคำทับโพธิ์เมื่อนั้นแผ่นดินย่อมหวั่นไหวย่อมสั่นสะเทือนย้อนหลังเป็นแต่เพียงพอที่จะเกิดเท่านั้นแหละฉันจะพอดีกับพี่ออกมาจากท้องมารดาเท่านั้นแหละสัญญาจัดซื้อออกมาเท่านั้นแหละแผ่นดินไหวแผ่นดินจำไว้ทีนี้เราเข้าใจตามประสาชื่อเป็นบุคลิกฐานก็จะมีโพธิสัตว์เกิดจากท้องมารดาจากท้องแม่เมื่อไหร่แผ่นดินก็จะไหวการเกษตรไว้เมื่อไหร่ที่ไหนก็ตามไม่เกินมันก็จะมีแหละเมื่อใดเมืองก็เหมือนนั้น จะมีในระยะใกล้เคียงกันหรือทันทีก็แล้วแต่ยิ่งทันทีเลยพอเกิดปุ๊บไม่ต้องเคลื่อนไม่ต้องนับเลยก็ไหวปั๊บเลยก็แล้วแต่หรือว่ามันก็มีช่วงติดต่อนิดหน่อยเหมือนอย่างฟ้าแลบฟ้าร้องคิดถึงฟ้าแลบฟ้าร้องนี่มันอันเดียวกันตอนแรกตกฟ้าร้องอย่างเดียวกันมันจะออกคนอื่นคือลักษณะของสภาพไฟฟ้ามันเปรี้ยงออกไปไฟฟ้ามันมันเกิดเกิดไฟฟ้าสถิตไฟฟ้าอะไรขึ้นบนท้องฟ้าแล้วมันก็ปากเป็นมันก็แลกเปลี่ยนนั่นแหละคือเสียงดังก็หยุดพร้อมกันและแสงสว่างก็เกิดพร้อมกันแต่ว่าไอ้แสงกับเสียงเดินทางผิดกันพอมาถึง แตกข้างล่างไอ้แสงเดินทางมาเร็วไอ้เสียงเดินทางมาช้าไอ้แตงวัดแล้วปลาน่ะแลปแล้วเพราะฉะนั้นต้องมีฟ้าแลบแล้วเสียงที่มันดังมากเท่าๆกันนั้นที่มันเสียงตามมานั่นน่ะมันก็จะดังตามมาทีหลังแล้วก็ปลาแลปแล้วเดี๋ยวก็มีฟ้าร้องที่จริงมันอันเดียวกันมันเกิดพร้อมกันเกิดที่ที่มันเกิดน่ะมันเกิดอันเดียวกันถ้าเกิดพร้อมกันแต่การเดินทางมันมาช้ากว่ากันก็เลยเห็นปลาแรดก่อนแล้วค่อยได้ยินเสียงฟ้าร้องก็ได้อย่างนี้เรียกว่าเมื่อใดก็เมื่อนั้นเมื่อใดประวัติศาสตร์เกิดเมื่อนั้นก็แผ่นดินจำไว้ วัดโพธิสัตว์ที่จะต้องโพธิสัตว์ไม่ใหญ่ก็จะเห็นอึดอัดเดินช้าเหมือนกันเหมือนฟ้าแลบต่อปลาร้องที่จริงแล้วพร้อมกันแล้วแต่มันก็เดินทางไปช้าเกินอาจจะเป็นอีกวันนึงแผ่นนึงค่อยไหวก็ได้แต่ถ้ายิ่งทันทีถ้าเผื่อว่าสิ่งนี้มันปัจจุบันกำหนดเป็นบริษัทจ่ายเสร็จปุ๊บก็ร้องปั๊บแผ่นดินก็ไหวปุ๊บก็ได้นะนี่เป็นระยะแห่งการละสาระหรือเวลามันจะมีความสัมพันธ์กันอยู่มันเกี่ยวเนื่องกันเยอะหรอกมันยังไม่ขาดตอนกันพอรู้ได้แต่ว่าอาจจะต้องนับเวลานานไปหน่อยก็ได้มันอาการของถ้าเกิดว่าประวัติศาสตร์เกิดแล้วก็มีอาการอย่างนี้ให้พิสูจน์นี่เป็นเรื่องปกติฐานทีนี้ทำมาที่ฐานนั้นตัวเราเอง 7 ดาวมีสติสัมปชัญญะเมื่อโพธิสัตว์ก็หมายความว่าสิ่งนี้จะเป็นการงานสิ่งนี้จะเป็นความตรัสรู้ถ้าเป็นแต่เพียง 10 ตรัสรู้ของตัวเองตัวเองเกิดจิตนี่โอ้ยอดสว่างยอดรู้ยอดเข้าใจยอดเกิดผลญาณทัศนะวิเศษหนอแผ่นดินบอกแล้วว่าตัวเราเนี่ยทั้งจิตใจและร่างกายปกติเกิดหวั่นไหวเกิดกระเพื่อมมันจะเกิดจริงๆย่อมสั่นสะเทือนย่อมสั่นสะท้านจริงๆเกิดอาการนั้นที่ตัวนี่เราเป็นผู้รู้คนอื่นไม่รู้ถ้ามิติแรงเป็นอุปทานก็ออกมาทางอากาศข้างนอกเลยเกินตัวจะระงับไม่ได้เรียกว่าคนเจตนา พ้นผิดที่จะเจตนาทำออกมาวิ่งไปโบ๊เบ๊หรือว่าเป็นอุทานไปเลยหรือว่าเป็นอาการแปลกๆเราระงับไม่ได้ระงับไม่ได้ระงับผิดไม่ได้จิตไม่เจตนาจะทำเลยแต่มันเป็นที่เราอาการอย่างโน้นอาการอย่างนี้มือไม้ออกไปทั้งมือทั้งไม้ร่างกายคันคะเยอรื้อก็เต้นๆดีๆถวายกระโดดโลดเต้นตบมือร้อยรอบไปแล้วแต่มันเกินเจตนาและวันดีใจหรือยินดีแรงงานปิติยินดีอย่างแรงจนออกมาเป็นรูปเป็นร่างเป็นอุทานคำนี้ไม่แกจะเปลี่ยนเสียงอุทานที่ควบคุมไม่ได้โดนเจตนาเรียกว่าอุทาน จะออกมาเลยมีอะไรเกิดเกิดออกมาให้เห็นจุฑารัตน์เกิดออกมาให้เห็นแต่จะแปลเอาศัพท์ชัดๆอุทานนะเกิดออกมาให้เห็นเป็นเกิดออกมาโดยที่ตัวเองไม่ได้เจตนาแล้วก็มันเกิดเป็นอัตโนมัติผลการควบคุมผลการควบคุมแสดงออกมาทีเดียวได้อย่างนั้นก็เป็นได้ทีเดียวเห็นชัดๆถ้าใครไม่มีจิตหรือว่าตัวเองได้หัดเป็นผู้สงบระงับแล้วไม่มีผิดที่ถึงขั้นปลูกเพกาคือว่ายินดีตื่นเต้นแรงพอสมควรเลยมีอาการบ้างเล็กน้อยสังเกตได้ออกมากันกลางทางบัญชีก็มีมากกว่าสังเกตได้ หาแรงอย่างโน้นอย่างนี้ออกมาเป็นรูปที่เรียกว่าคนธรรมดาใช้ปัญญาจับรู้เลยวันนี้เป็นอาการของความผิดๆยินดีอย่างแรงนะโอกาสได้อย่างแรงก็เราก็รู้ได้เห็นได้ทางกายก็ดีถ้าผู้นั้นสำรวมไม่ได้ถึงขั้นตายแต่ถ้าตำรวจได้สงบระงับได้ยินดีก็อยู่ในใจตัวเองขาดสติก็อยู่ในใจไม่ให้ออกมาทางกายได้แต่ก็ดีออกมาพลั้งออกมาตามเสียงตามสำเนียงเห็นว่าโอ๊ยมีสำเนียงดีใจมีเสียงมีคำพูดดีใจยินดีที่สุดตื่นเต้นก็ได้แต่ถ้าตำรวจได้อีกแม้แต่เสียงแม้แต่ภาษาสำเนียงก็ไม่แสดงออกมาว่าผิดๆแต่อยู่ในใจของเราเรารู้ถ้าอย่างนั้นเรียกว่าพรรณนาพิเศษสร้างอยู่ในใจควบคุมได้ พรรณาพิจิตรบ้านอยู่ในใจเพราะการที่จะเกิดการปิติยินดีอยู่ในใจไม่ออกมาทางกายไม่ให้ออกมาทางบัญชีแล้วมันจะมีมากหรือน้อยก็แล้วแต่คนนั้นถ้ามีนานก็เรียกว่ามันก็มีนานถ้ามีสั้นเป็นขณะๆเขาเรียกว่าขณะสั้นข้าราชการเรียกว่าเป็นขนาดนั้นก็ยาวเขาเรียกว่าคณิกายาวพระไม่ใช่ค่ะคราวนี้กะเนี่ยเป็นขณะขณะผู้มีขนาดเพราะขณะยินดีที่ตั้งชั่วโมงกว่ากว่าจะระงับได้ในใจเป็นตัวแทนการยินดีขึ้นนะมันรู้สึกว่าอยู่อย่างนั้นแหละสบายหรือว่าชอบหรือว่าชื่นอยู่อย่างนั้นน่ะคืออยู่ในใจเป็นชั่วโมงเนี่ยก็คราวนี้กะอันยาวถ้ามันไม่จะมองมันเป็นนาทีก็เท่านั้นนาทีตอนนี้นาทีก็แล้วแต่คณิตศาสตร์ของ จะเป็นเวลาพุทธกาลปิติเรียกว่าเป็นน้อยมีลักษณะไม่มากไม่แรงเพราะฉะนั้นถ้ามันมากมันก็ไม่ใช่คนที่คุณต้องการจริงๆมันก็เป็นการปิติอย่างแรงยินดีอย่างแรงเป็นโอกาสแล้วมันก็อยู่ในใจแรงกติกาแรงจะแรงยังไงแรงจนกระทั่งออกมาข้างนอกหรือเปล่าถ้าไปข้างนอกก็แรงอยู่ข้างในนั่นแหละที่เราก็มีฟิสิกส์อินเดียแดงอยู่ในใจถ้ามันน้อยก็เลยมากดอากาศมันมีลักษณะน้อยๆมันแพ้ต้านอยู่ในใจของเรานี่แหละมันทรานส์นานาเพราะมันอาการปิติอย่างนี้แหละเราเรียกว่าจิตใจเป็นสิ่งที่มันไหวมันหวั่นไหวเพราะประวัติศาสตร์ อาการดีนะที่จริงเป็นการดีแต่มันเกิดการจิตมันเกิดมีช่องแล้วเกิดการแยกการมีอะไรแทรกแซงได้หรือมีสภาพอะไรเกิดขึ้นมาผิดเพราะเราเอาเนื้อจิตเราไม่เรียกว่าเป็นดินแต่ก็เป็นสภาพที่เรียกว่าปฐวีธาตุของจิตแต่ปฐวีธาตุมันไหวมันหนักหวั่นไหวเรียกว่ามันจำเป็นมาการสะเทือนขึ้นมาได้อย่างนี้ก็เป็นจริงสำหรับผู้ที่รู้จิตของตนได้แต่ถ้าเผื่อว่าจะเอาแผ่นดินไหวก็ไม่ยากอะไรอย่างที่ว่าแล้วถ้ามีบุคคลตัวตนเกิดเป็นพระโพธิสัตว์ก็ แผ่นดินจริงๆนี่หวั่นไหวก็แล้วไปแต่ถ้าเผื่อว่าเราจะรู้แผ่นดินไหวโดยธรรมชาติเกิดจิตโพธิสัตว์คือปัญญาตรัสรู้เมื่อปัญญาตรัสรู้เกิดมาพับจริงๆมันเกิดขึ้นใจอยู่โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยเกิดเลยไม่รู้จักบริษัทและบริษัทเกิดอย่างนี้หรือว่าจิตที่มันตรัสรู้เกิดอย่างนี้มันรู้แจ้งรู้จริงมันเข้าใจดีอยากขนาดเป็นญาณทัศนะการโพธิสัตว์หรือปัญญาตรัสรู้เกิดเลยปัญญาที่เรารู้ว่าเราฉลาดขึ้นมาหน่อยฉะนั้นมันก็ยินดีแล้วคนในแผ่นดินไหวแล้วติดไม่ติดเกิดแล้วเวลาเกิดปัญญาหนอมันก็ยินดีแล้วแล้วนี่เป็นปัญญาตรัสรู้พอที่คือปัญญาตรัสรู้มันเกิดมันคลอดมันออกมาจาก มันเกิดออกมาก็แล้วกันมันย่อมมีปิติตามหรือผิดที่ประกอบอยู่คือพิธีประกอบอยู่จริงๆอาจจะไม่รู้ตัวตอนนั้นก็ได้เราเกิดปัญญาอย่างดีตั้งนานแล้วค่อยไปนึกออกแล้วเมื่อกี้นี้เราฉลาดจังเลยปัญญาตรัสรู้มันรู้อะไรออกมานี่ตั้งนานแล้วค่อยมาปรากฏก็มานึกขึ้นได้แบบเดียวกันกับฟ้าร้องฟ้าแลบเมื่อกี้นี้พี่อธิบายให้กูฟังจริงๆมันเกิดพร้อมกันนะแต่ตั้งนานแล้วก็ไม่ยอมหยั่งรู้หยั่งย้อนไม่รู้ตอนนั้นเราใช้ปัญญาอย่างยอดเงินมันช้าปัญญามันเป็นคนพวกนี้สายตรวจมาการเติบโตไม่มีไหวพริบทันรู้ว่าตัวเองก็ฉลาดไม่เคยรู้ทันก็ มาสักพักนึงแล้วค่อยตามมารู้โพธิสัตว์หรือว่าตามมารู้โพธิจิตหรือปัญญาตรัสรู้ปัญญาอันยอดของเราก็ตามรู้ทีหลังแล้วก็ค่อยเกิดหรือแผ่นดินไหวแต่แผ่นดินค่อยไหวตามทีหลังทั้งๆที่บริษัทเกิดตั้งนานแล้วก็ได้เหมือนฟ้าแลบฟ้าร้องทำได้ทั้งนั้นที่เห็นฟ้าแลบฟ้าร้องน่ะเกิดพร้อมกันอยู่ข้างบนโน้นแต่เดินทางมาสู่โลกโลกหรือคนจะรับได้ฟ้าแลบออกมาก่อนเพราะเสียงมันเดินแสงมันเดินทางเร็วกว่าเสียงเห็นฟันแหลมก่อนและเสียงตามมาทีหลังเปลี่ยนไปตามมาทีหลังผ่าแรงหรือว่าร้องแรงก็แล สวัสดิการเดินทางถ้ามีไฟฟ้าเป็นแรงอะไรกับอะไรจนกระทั่งเป็นวัตถุเป็นชิ้นเป็นอันจนกระทั่งถึงฟ้าผ่ามีของกินข้าวมีวัตถุด้วยธรรมดาและมีลักษณะของแผ่นดินไหวเนื่องในการประสูติจะเข้าใจให้ได้เป็นธรรมอธิษฐานและเข้าใจให้ได้เป็นบุคลิกภาพแบ่งออกจะให้สับสนแต่ตอนนี้ต่อไปประกอบด้วยมหาโพธิลักขณะ 32 สำหรับประวัติศาสตร์โดยเฉพาะพระมหาบุรุษจัดใหญ่ถึงจะครบบริบูรณ์มหาปุริสลักษณะ 32 นี้ก็บริบูรณ์ถ้าเรายกว่าเป็นของพระพุทธเจ้าก็จะต้องมีพระพุทธเจ้าจะต้องมีสิ่ง ครบ 32 ถ้ายังไม่ถึงพระพุทธเจ้าไม่เป็นมหาโพธิสัตว์ใหญ่เป็นบริษัทธรรมดาก็มีบ้างไม่มีบ้างเล็กๆน้อยๆแล้วบางทีมีแล้วท่านเจ็บแต่ครั้นรูปยังไม่ต้องมีก็เป็นโพธิสัตว์อยู่ก็ธรรมดาทีนี้ขั้นต่ำหรือว่าท่านไม่ใช่ท่านรูปล่ะท่านคุณธรรมมีอยู่ในใจและจริงๆก็เรียกว่ามหาปุริสลักษณะพลิกลักษณะด้วยเดี๋ยวเราจะเข้าใจไปจนกระทั่งถึงคันนามาทำหรือครับคุณธรรมตอนที่คุณต้องหลายมหาบุรุษผู้ประกอบด้วยมหาปุริสลักษณะ 32 ประการย่อมมีคติเป็น 2 หาเป็นอย่างอื่นไม่คือถ้าเป็นฆราวาสย่อมเป็นจักรพรรดิเป็นพระราชาโดยธรรมมีแว่นแคว้นจากมหาสมุทร ฉี่เป็นที่สุดมีชนบทอันบริบูรณ์ประกอบด้วยแก้ว 7 ประการแก้ 7 ประการย่อมเกิดแก่มหาบุรุษนั้นคือจักแก้วช้างแก้วม้าแก้วแก้วมณีนางแก้วคหบดีแก้วและกรุณายกแก้วเป็นขี้เกียจมีบุตรผู้กล้าหาญมีแววแห่งคนกล้าอันใครๆจะย่ำยีไม่ได้ตามเสด็จพัน 1 มหาบุรุษนั้นชนะแล้วก็พร้อมแผ่นดินมีสาครเป็นที่สุดโดยรอบไม่มีหลักต่อเสี้ยนหนามมั่งคั่งเบิกบานเกษมร่มเย็น 33 เสนียดคือโจรผมก็ครองโดยธรรมอันสม่ำเสมอ อาญาและศาสตราอารีจักรพรรดิของพระพุทธเจ้าหมายฟังคำจบเมื่อกี้นี้จักรพรรดิของพระพุทธเจ้าหมายทรงเป็นพระราชามีแว่นแค้นมีอะไรต่ออะไรกว้างขวางพรั่งพร้อมมีสิ่งประกอบ 7 ประการเรียกว่าขั้นยอดมีของมีอำนาจยอดมีสมบัติยอดประกอบ 7 ประการแต่สมัยก่อนนี้เขาเรียกเป็นภาษามาจากจับนี่ก็คือเครื่องยนต์เครื่องยนต์หรือเครื่องกลหรือว่าอะไรก็ตามแต่ที่มันประกอบด้วยกลคนไกลแล้วก่อนที่คนไกลที่ประเสริฐที่สุดเท่าที่จะมีได้เพราะฉะนั้นในสมัยนี้ที่มีกลไกประเสริฐที่สุดเป็นอาวุธขีปนาวุธต่างๆชั้นที่ว่าใช้กลไกทางด้านวิทยาศาสตร์ โสดอย่างไรจักรพรรดิผู้นั้นจะมีจักแก้วอย่างนั้นมีกลไกที่ประเสริฐอย่างนั้นถ้าเทียบถึงสมัยนี้นะมีเครื่องจักรกลถ้าเอามาเป็นอาวุธก็จะเป็นอาวุธแต่ในนี้บอกไว้แล้วตบท้ายว่าส่งครอบครองโดยธรรมอันสม่ำเสมอมิใช่โดยอาจาและศาสตราจักรพรรดิของพระพุทธเจ้าหมายไม่ได้หมายโดยว่าต้องมีอาญาอาญาแปลว่าคำสั่งบังคับอาจยานาให้คำสั่งบังคับสิ่งไม่มีศาสตราไม่มีอาวุธจักรพรรดิของพระพุทธเจ้าไม่ได้ใช้อำนาจด้วยอำนาจคนขี่และไม่ได้ใช้อำนาจเพราะอาวุธไม่มีแต่สักพักหนึ่ง วัฏจักรแบบที่เดียวทุกวันนี้ที่โลกปรารถนาหรือที่เป็นตัวอย่างของมนุษย์โลกทำเอาเราจะได้ปราบเขาด้วยอำนาจข่มขี่ใช้แรงเหมือนสัตว์ป่าชนะเขาด้วยอำนาจแรงเจริญระเบิดตายก็ตามอย่างนี้ยังไม่เรียกว่าจักรพรรดิโดยธรรมและจักรพรรดิแบบโลกเค้าเรียกอ่ะแล้วเนี่ยอันนี้ท่านหมายถึงอย่างนั้นเพราะฉะนั้นมันจะมีเองของมี 9 ประการย่อมเกิดแก่มหาบุรุษมีท่านก็ไม่ใช้มีจักรกลมีเครื่องกลที่เป็นแก้วมีช้างแก้วม้าแก้วแต่ก่อนนี้ถือว่าเป็นกำลังกำลังทำหรือกำลังพลมีช้างมีม้ามีสมบัติเรียกว่าแก้วมณียอดมีสมบัติ 19 วันของใช้ประจำกายประจำตัว มีบางแก้วมีคู่เคียงมีเครื่องประกอบมีค่าบริการมีบริวารมีปริมาณยกแก้วมีสิ่งที่เป็นหัวหน้าสิ่งนำหรือว่าเป็นตัวผู้นำตัวเองอย่างแก้วปริมาณยกผู้นำก็เป็นผู้นำขั้นตอนมีหัวหน้าอย่างเป็นแก้วและตัวเองก็เป็นตัวปรินายกเป็นตัวผู้นำแห่งผู้นำนั้นๆอย่างประเสริฐอย่างแก้วนี้เรียกว่าจับแก้วช้างแก้วม้าแก้วแก้วแก้วแก้วแก้วแก้วมณีนางแก้วคหบดีแก้วกรุณายกแก้วที่เรียกว่าแก้วเก็บอาการแต่ทีนี้อธิบายถึงนามธรรมบ้างเป็นจักรพรรดิพระราชาโดยธรรมมีแว่นแคว้นกว้างเราไม่อธิบายแว่นแคว้นนี่หมายความว่ามีความไกลไปได้จบมหาส มีชนบทอันบริบูรณ์เนี่ยมีส่วนไหนประกอบกับบริบูรณ์หมดจาก 7 ประการแก้วเจ็ดประการนี้เราเทียบได้ทางธรรมเหมือนโพชฌงค์นามิองค์ประกอบแห่งโพธิโพชะเนี่ยก็คือโพธิอันเดียวกันน่ะปัญญาตรัสรู้อันเดียวกันชนหรือโพธิมีองค์แห่งองค์ประกอบที่มีสติสติปัญญาเป็นเครื่องมือเครื่องกลสำคัญที่สุดของจิตใช้เครื่องมือเป็นเครื่องกลสำคัญของจิตเป็นเครื่องกลใหญ่เป็นเครื่องกลประจำ พิจิตรมีสติชามแก้วมีคำว่าวิจัยมีกำลังที่จะวิจัยแยกแยะกำลังช้างกำลังมาเป็นกำลังพลที่ใช้เป็นเครื่องรองเครื่องหนุนกันส่วนมากสามารถใช้กำลังช้างเป็นกำลังเป็นกำลังทัพหลวงทัพม้าเป็นกำลังทรัพย์ประกอบแต่เป็นกำลังทัพหนุนอะไรอย่างเงี้ยทั้งแก้วมาจะมีธรรมวิจยะแล้วก็มีวิริยะเป็นทัพหลวงเพราะว่ามีธรรมะวิจัยมีการแยกแยะทำงานอยู่มีสติเป็นจักรกลใหญ่มีธรรมะวิจัยทำงานมีวิริยะความเพียรต้องเพียรต้องขยันต้องประกอบไปด้วยการมานะอุตสาหะประกอบที่เป็นกำลังทรัพย์ เสร็จแล้วก็จะเกิดมีแก้วมณีหรือจะมีเหมือนเจ้ามณีประกอบเป็นของที่จะได้เรียกว่าปิติที่พ่อต้องพิจิกคือเจ้ามันคือสิ่งที่จะได้ที่ต้นเห็นดีรู้ดียินดีถ้าเข้าใจผิดติดตามที่ท่านทั้งหลายที่ได้ฟังมาจากธรรมะถึงขั้นสูงปานนี้ปิติไม่ใช่ตัวจริงเลยสติไม่ใช่ตัวผู้ตัวแฟบติดเป็นตัวที่สุดแล้วเรา
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive