200115-020 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน020-พ่อท่าน-สันติอโศก-R036.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นเช้าวันเสาร์ที่ 15 มกราคมพุทธศักราช 2520 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระครูที่รักได้นำหมู่บูชาธรรมวัดเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกสำหรับวันนี้ยังคงต่อพุทธประวัติจากพระโอษฐ์ทีนี้เราก็มาทำวัดกันต่อถ้าเราได้เรียนปริยัติหรือว่าเราได้เรียนศีลหลักเกณฑ์ในภาษามันเป็นไวพจน์ภาษามันขยายความกันเราจะต้องเข้าใจแกนมิตรกันหรือเป้าหมายของความหมายภาษาต่างๆให้ถึงจุดแล้วจะบอกว่าศีล มันก็อันเดียวกันกับว่าปริยัติเราเลยบอกว่าวินัยมันก็อันเดียวกันนั่นแหละนะเป็นจุดเป็นหลักเกณฑ์เป็นกฎเป็นความมุ่งหมายที่เราเอาความหมายขึ้นมาว่าเราจะรู้และเราจะกระทำให้ตรงเป้าอย่างนั้นให้เป็นอย่างนั้นให้เกิดอย่างนั้นให้มีอย่างนั้นเพราะเราฟังปริยัติทุกวันทางอธิบายฟังอะไรต่างๆพวกนี้แล้วฟังแล้วเราจึงต้องสรุปได้หรือว่าเคยยากหรือว่าทำคาถาให้แก่ตนทำคาถาหมายความว่าสรุปรวมเอาเนื้อคั้นเอาเนื้อมาถ้า เขตภาษาบาลีเรียกว่านิเทศปังสรุปรวมสั้นลงมาย่อเอาอันนี้เราเอาจุดอะไรมาเอาอะไรมาแต่ราคาแต่ละคราวเราเข้าใจด้วยพิสดารคืออธิบายให้เข้าใจแวดล้อมไปด้วยอะไรต่างๆแต่ละคนแต่ละคนอาจจะเข้าใจตรงนี้ผ่านตรงนี้เข้าใจผ่านตรงนี้เข้าใจเช่นเราจะเดินทางเราจะเดินทางจากสันติอโศกไปสู่สนามหลวงแต่บางคนอาจจะเข้าใจว่าเดินทางนี้สิจะไปสนามหลวงเอาไปสายนี้นะแล้วก็จะผ่านตรงหัวหมากจะผ่านลาดพร้าวจะไปผ่าน สะพานควายแล้วก็จะไปผ่านตรงนั้นตรงนี้บอกจุดไปนี้บางคนก็บอกโอ้โหไปนี้ไม่รู้เรื่องหรอกไปสนามหลวงนี่ไปไม่ถูกอ่ะถ้าพูดนี้ฟังแล้วก็ไม่รู้เรื่องเลยเพราะเราไม่มีสิ่งสิ่งที่เราได้รู้มาก่อนเราไม่รู้สะพานควายยังไงตรงไหนยังไงก็ไม่รู้ลาดพร้าวตรงไหนไม่รู้เขาบอกว่าหมากรู้แต่บอกลาดพร้าวไม่รู้บอกสะพานควายไม่รู้ไปไม่ถูกคนนี้ก็ไปไม่ถูกเพราะฉะนั้นผู้อธิบายก็จะต้องอธิบายเป็นหลายในคนนี้ไม่ถูกจริงๆ
อ่านต่อ
เกิดมาไม่เคยผ่านลาดพร้าวไม่เคยรู้ลาดพร้าวคืออะไรพรบอกว่าหัวหมากหัวหมากซ้ำกันรู้หัวมากแล้วเพราะฉะนั้นเราก็พูดไปอีกคนอธิบายก็จะสบายอีกถ้างั้นก็ไปสนามหลวงวิธีนี้ก็ได้ผ่านหัวหมาก ออกจากหัวหมากไปคลองตันจากคลองตันก็วิ่งเลยพระราชประสงค์จากราชประสงค์ก็เลยไปปทุมวันป้ายไปเรื่อยๆอย่างนี้รู้ผ่านอย่างนี้รู้แล้วจะไปถึงสนามหลวงก็บอกทางไปนี้ไปคิดอย่างนี้ถูกบางคนบอกแหมไม่รู้บอกจุดอย่างนี้ก็ไม่รู้กูบอกก็จะต้องบอกทางอื่นอีกที่มันจะสัมผัสกับเขาได้บอกไปแล้วเพื่อจะให้เดินทางมีเส้นทางที่จะมีร่องมีช่องเข้าไปสู่สนามหลวงอยู่เหมือนกันเพราะฉะนั้นผู้อธิบายจึงอธิบายเหลือเกินอธิบายมากอธิบายมากจุดมากเหลี่ยมแต่เราที่ต้องกำหนดให้ได้วันนี้เราไปรู้ทั้งหมดเลยสนามหลวงก็ได้สนามหลวงขี่เราก็รู้หมดโดยลาดพร้าวก็รู้สะพานควายก่อนลูก ที่คลองตันก็รู้ราชประสงค์ก็รู้ก็เลยจับทิศไม่ได้เลยเดินจากนี่ไปถึงหัวหมากเดินจากหัวหมากไปลาดพร้าวย้อนมาหาคลองตันเดินจากคลองตันไปราชประสงค์ย้อนกลับไปหาหัวหมากใหม่วนไปหาลาดพร้าวใหม่ไม่ถึงหรอกไม่ถึงสนามหลวงมันดันรู้ซะเยอะแล้วรู้เยอะตั้งแต่ถ้าบอกว่าออกไปทางนี้ก็ได้นะไปสนามหลวงออกไปนี่ไปถนนเมืองมินออกจากถนนเมืองมินก็ออกไปที่นนทบุรีจากนนทบุรีก็วิ่งไปทางเตาปูนจากเตาปูนไปสนามหลวงได้อีกเหมือนกันแล้วก็ออกบางกระบือออกบางกระบือทุ่งส่งไปสนามหลวงรู้มันหมดเสร็จแล้วก็ออกบางกระบือเตาปูนย้อนมาเล่นน้ำหลวงเอ้ยเลี้ยวมาลาดพร้าวจากลาดพร้าวอะไร รู้มากแหมดันรู้หมดเลยแต่เดินไม่เป็นอย่างนี้ก็ต้องรู้ว่าเราจะฝากช่องเราจะจัดช่องทางที่มันจะลัดที่สุดใกล้ที่สุดเราต้องย่อได้ในวันนี้เขตสรุปไม่ได้ว่าเส้นทางไหนเราจะเดินเส้นทางนี้เราถนัดและเราเห็นเห็นแท้ๆเลยว่าเราสะดวกบางเส้นทางเดินแล้วมันไม่ถูกกับพื้นเท้าเราเพราะว่าพื้นเท้าเราจะต้องสัมผัสกับทางเดินอันนี้มันจึงจะเดินดีเพราะฉะนั้นเรารู้แล้วว่าเส้นทางนี้ใกล้ก็จริงแต่ว่าเราฝืดเหลือเกินเราเดินไม่ถนัดอาจจะต้องขอทางยาวนิดนึงแต่ว่าเดินได้เหมาะกับเนื้อตัวของเราเหมาะกับพื้นเท้าของเราอะไรอย่างนี้มันก็ของแต่ละคนไม่เหมือนกันบางคนขนาดเลี้ยวซ้ายไปซ้ายจากจำเลยเดินซ้ายจนกระทั่งถึง เลี้ยวขวาขวาจังเลยจะซ้ายทีนี้พื้นฝืนไม่ถนัดหักซ้ายไม่ถนัดหักขวาเก่งบางคนหันซ้ายเก่งอย่างนี้แล้วแต่ถนัดเพราะงั้นคนที่จะเลือกให้ตนจึงไม่เหมือนกันผู้มีหน้าที่อธิบายผู้มีหน้าที่บอกแจ้งหรือพิสดารรู้ทิศรู้ทางเยอะรู้อะไรต่ออะไรมากก็บอกไปเพื่อให้พวกคุณจับเอาอันนี้ฉันเข้าใจดีมองเห็นเป็นช่องเป็นทางโปร่งไปเลยแล้วเราเห็นว่าทางนี้เดินตลาดถ้าผู้ใดรู้มากเพราะพวกปัญญาเนี่ยมีปัญญารู้อะไรเข้าใจอะไรได้เยอะจัดทางตัวเองไม่เป็นนะหุ้นรุ่นแล้วก็เดินวนไม่ค่อยถึงง่ายเพราะงั้นถ้าเผื่อว่าจะทางไม่ดีกลายเป็นพวกกากๆพอเป็นพวกวิธีสับ ยาวนานวุ่นวายเดินรู้มากรู้ไหมอะไรก็ได้ตังค์แล้วเพราะผู้มีปัญญาหรือว่าผู้ชนะคิดช่างคิดเนี่ยพอรู้มากเข้าใจมากแล้วก็คิดแล้วก็วนปรับอะไรลงไม่ได้สำเร็จไม่มีปัญญาที่ชาญฉลาดจริงกลายเป็นพวกวิตกกังคิดมากสลับไปสลับมาเลยยิ่งแย่ใหญ่เลยแย่ใหญ่เลยวกบนใหญ่พวกนี้เรียกว่าพวกวิริยะวิทยาที่เก่าใช้ความเพียรด้วยการตั้งหน้าตั้งตาจะไปเหมือนกันแต่วกวนแล้วก็สลับซับซ้อนไม่ถึงที่ได้ง่ายเพราะมันมีช่องเยอะมันมีทางเยอะกลายเป็น 80 แสนน่ะสงสัยกลับส่วนผู้ที่เจโตนี่ผู้ศรัทธาเนี่ยปัจจัยแน่ใจเพราะเอานี่เห็นช่องทางเดียวไม่ค่อยกว้างอ่ะแต่เอาแน่เลยเดิน ดิ่งดิ่งดิ่งดิ่งดิ่งเลยเลือกแล้วเห็น 2 ทางแค่นั้นบอกทางนี้ดีกว่าเอาเลยเปรี้ยงไปเลยแม้จะยาวกว่าตามสัญญาอาจจะมีทางอื่นที่ดีกว่าแต่ว่าไม่ๆอันนี้มากตั้งใจเลยบางทีก็ยังดีนะ 40 แสนน่ะสงสัยมหาศักดิ์ส่วนผู้ที่มีปัญญาดีเป็นปัญญาธิกะแทนเห็นรู้หลายช่องหลายทางเทียบเคียงเลือกได้เห็นช่องนี้แน่ที่สุดเดินปั๊บรักที่สุดและไวที่สุดถึง 20 แสนสงขลาเท่านั้นอย่างนี้เป็นต้นเป็นลักษณะและเพราะถ้าใครมียังไงก็ต้องรู้ตัวเองให้ดีแล้วว่าเราแน่ใจพยายามจับสัมมาทิฏฐิให้ดีและตั้งหน้าเดินเดินแล้วมันจะถึงแล้วมันจะเร็วเพราะเราก็ต้องมีปริยัติมีการฟังแล้วเราก็จับเข้าให้ได้ว่าเราเองถนัดอันนี้ตรงนี้เห็นแล้วช่องทางนี้เข้าทางเข้าช่องดีได้ ฟังปริยัติหรือฟังหลักเกณฑ์หรือฟังแผนที่ฟังแนวทางฟังทฤษฎีต่างๆอันเดียวกันหมดฟังหลักเกณฑ์ฟังแล้วก็มาไตร่ตรองทบทวนคิดอันนี้เราควรจะปรับตัวเราเองเข้าแนวทางนี้ปรับอย่างนี้ทำอย่างนี้แล้วเราก็จะได้เอาไปเป็นหลักปฏิบัตินั้นเองรู้ฉลาดรู้เพราะงั้นรู้อะไรมากๆระวังอย่าวนถ้าได้รู้ก็เป็นเครื่องแถมก็มีรู้เพื่อที่จะได้เอามาเทียบเคียงเข้าไปอีกยิ่งจะเห็นเด่นชัดว่าเราเองแม่นแม่นยิ่งขึ้นเราโดนเดินทางนี้เป็นอย่างนี้แหละตรงยิ่งขึ้นอันอื่นมาเทียบยิ่งเห็นชัดเลยว่าโค้งไกลสู้อันที่เราทำอยู่นี่ไม่ได้มันยิ่งเห็นชัดหรือว่าเราได้ฟังใหม่รับใหม่อ๋ออันนี้เราแวะไปหน่อยนึงแล้วนี่เพราะฉะนั้นก็ปรับเข้าทางของเราอีก เราก็จะได้รู้มาเพื่อปรับเข้าทางตรงเข้าไปอีกตรงเข้าไปอีกมันจะได้ประโยชน์อย่างนี้ในการฟังปริยัติแต่แม้จะมีปริยัติมากมายฟังมากๆครับปรับเป็นเอาแม่ปรับเป็นเลยแต่ถ้าไม่เดินไม่มีปฏิบัติไม่มีการควบคุมจิตไม่มีการสังวรสำรวมอินทรีย์สังวรในหลักปฏิบัติมีสติสัมปชัญญะตลอดเวลาสังวรรวมสำรวมอยู่เสมอหลักเกณฑ์แล้วก็มีแล้วตั้งให้แก่ตนและสมาทานได้ตั้งใจอย่างจริงแล้วด้วยแต่ไม่สำรวมมันก็ไอ้ศิลปะปรามาสเท่านั้นเองไม่สังวรมันก็อาจจะเท่านั้นมันข้อสำคัญเราจะต้องสังวรสำรวมมีสติเสมอแล้วก็รู้ตัวว่าเราตั้งกฎทำก็ให้เราอย่างนี้นะและทุกวันอินทรีย์ทั้ง 5 อินทรีย์ทั้ง ตาหูจมูกลิ้นกายใจเราเองจะสัมผัสอะไรเราจะต้องรู้ว่านี่เรากำลังจะทำตัวให้เขาทิศทางนี้นะเราจะสังวรจะสำรวมอย่างนี้นะถ้าจิตใจมันเป็นกิเลสจิตใจมันเป็นโลภะโทสะโมหะด้วยลักษณะอย่างไรเราไม่เอานะอย่างนี้เราจะหยุดหยุดนะอย่างนี้เราจะตั้งต้นให้เป็นอย่างนี้นะตั้งตนอยู่ในความลำบากมันต้องฝืนหน่อยต้องอดทนหน่อยก็ทำหน่อยมีความเพียรมีความตั้งมั่นพยายามปรับมันปรุงมันหน่อยมันก็จะได้ผลมีปฏิบัติอย่างนี้ไว้ปฏิบัติควรปฏิบัติหนักๆเขาถึงขั้นเรียกว่าสบายตาโป้หมายความว่าจะต้องทำกันอย่างเคร่งก็ต้องมีเพราะบางอันมันมันเก่งกิเลสมันเก่งมันต้องปฏิบัติอย่างฝืนทนหน่อยหัดดูจะได้รับประโยชน์ได้รับ อย่างไรอย่างไรเราจะเข้าใจเองว่าเราได้เราจะต้องมีปฏิบัติคนฟังแต่ปริยัติไม่มีปฏิบัติฟังไปรู้มากรู้ไหมแล้วเอาไว้คุยฟุ้งมีเยอะพวกนี้ไม่เดินเลยสะสมแต่จุดหนทางรู้หมดซอกไหนแยกไหนโค้งไหนถนนไหนรู้หมดเลยในหลับตารู้จักแผนที่อย่างสมมติว่าในกรุงเทพฯนี่คือจักรวาลแห่งหนึ่งหรือว่าชีวะอันนึงกินยานโลกของทางวิญญาณอันนึงรู้หมดทุกจุดไหนมุมไหนรู้หมดแต่ไม่เดินบนวุ้นมันอยู่กับเขาไปอย่างนั้นแหละไปอวดอ้วนๆๆด้วยปวดบอกมุมนั้นถนนนี้แก่เขาไปจะง่ายแต่ตัวเองไม่เดินสักทีไม่ปฏิบัติสักทีตอนนี้ก็วนแล้วตายแล้วอยู่ในโลกไม่รู้กี่กลับกีดกันเท่านั้นเองไม่ได้เรื่องอะไรเหมือนถ้าเรารู้แล้วเราเอาไปปฏิบัติจึงต้องมีปริยัติปฏิบัติ จนแทงทะลุปฏิเวธจนถึงจริงบอกจะไปสนามหลวงตามจุดนี้ไปถึงสนามหลวงจึงยืนอยู่นั่งอยู่บนสนามหลวงเป็นชานาสะโตเป็นทิฏฐธรรมนั่นเทียวถึงอยู่ปัจจุบันนั้นเห็นแล้วถึงแล้วไม่จะเอาจะรู้ไม่ใช่เดินเอาตัวเอาสภาพเอาทุกอย่างเข้าไปหยั่งถึงหน้าที่นั้นได้เปรียบแบบวัตถุเป็นแบบนี้จิตก็เหมือนกันเราจะสร้างนิพพานเราจะต้องเห็นรูปรอยของกิเลสขาดก็รู้ว่ากิเลสขาดจริงๆทำมีสภาพแล้วเกิดที่จิตจริงๆมีสภาพที่เกิดที่จริงๆพระปล่อยละนายพรายหรืออาจารย์คลายเบาบางแล้วสบายขึ้นเพราะจางคลายแล้วก็สบายขึ้นเยอะแล้วล่ะ เราจะอ่อนไปเองเมื่อเวลาเราไม่ประมาทเราก็จะรู้วิธีว่าเออตัดแล้วมันลงปล่อยมันลงวางมันลงมันจะเข้าใจเข้าใจและการเรียนปริยัติทุกวันฟังหลักเกณฑ์ทุกวันทุกวันเนี่ยอยากฟังปากเปล่าฟังแล้วก็สรุปเอาให้ได้สุตตะเคยยะหลักหมู่ต้นมีสุตะเคยะไวยะจะนะอ่าสุตตะฟังเคยยะแล้วก็จับประสานนะมีพิสดารมีคำขยายมีสิ่งที่เกี่ยวข้องมากมายก็เข้าใจว่าเกี่ยวข้องตรงจุดไหนจะย่นย่อลงมาไว้ในอย่างไรเข้าใจได้เพราะฉะนั้นต้องรู้รู้จักฟังฟัง สรุปเอาได้รวบรวมเอาสาระได้ย่นย่อเอาไว้ได้เอาหลักแก่นไว้ได้แล้วก็รู้แม้จะขยายออกเป็นไวยากรณ์นะแม้จะกระจายออกเป็นพิสดารเกี่ยวโยงไปถึงอะไรกว้างไปอีกรอบก่อนอื่นเป็นอย่างโน้นเป็นอย่างนี้เข้าใจอยู่รอบด้วยเรียกว่ารู้ทั้งส่วนพิสดารหรือส่วนขยายรู้ทั้งส่วนที่สรุปหรือส่วนที่เอาเป้าหมายเด่นเด่นชัดๆจะต้องเข้าใจอย่างนั้นเพราะฉะนั้นแม้จะขยายไปอีกเป็นระหว่างกษัตริย์กลายเป็นอุทานคาถากิตติวุฒิกะก็ได้หรือจะกลายเป็นชาดกเก่านิทานนี่คือเรื่องเก่าเล่าซ้ำ แล้วก็เกิดปัญญารู้เป็นธรรมสุดท้ายก็เป็นสุดยอดเวทัลละนวะกษัตริย์เป็นครูเป็นหมู่เป็นหมวดเหมือนกันขยายขนาดจะเข้าใจว่ามันเป็นเชิงซ้อนเป็นโครงสร้างที่เป็น 3 3 3 3 3 3 แรกสุดตะเคยะไวยะจะระณะ 3 อันหลังก็คืออันที่ 2 เหมือนคล้ายๆกับคล้ายๆมาเป็นอุทานคาถาอิติวุตตกะคล้ายๆเงินหรือขยายมาจากชาดกมาเป็นพระพุทธธรรมอย่างนั้นและที่ 3 หมู่หลังที่เป็นชาดกอกุศลคล้ายๆกำลังขยายเป็นไวยากรณ์ หรือเป็นอันสุดยอดอันใหญ่ที่สุดหรือจะไปอิทธิพลมีทั้งเรื่องเก่าเรื่องใหม่เรื่องเล็กเรื่องสั้นอะไรอยู่ในนั้นหมดกิตติคุณได้รวมอยู่เนี่ยเราก็ต้องเข้าใจให้ได้ว่าสภาพเชิงซ้อนพวกนี้มันเป็นหมวดหมู่เป็นโครงสร้างเป็นรูปรอยเฟืองกลหรือว่าจักรกลที่มันซ้อนซ้อนมีสภาพทั้งย่นย่อทั้งขยายขยายกำลังรวมมาไว้อีกเป็นกลุ่มก้อนแล้วก็เป็นต้นทุนแล้วก็ขยายกำลังมีเครื่องประกอบออกไปในเชิงนั้นเชิงนี้พิสดารขึ้นไปอีกเรื่อยๆขยายอย่างงี้ถ้าใครเข้าใจแล้วไม่มีปัญหาอะไรเลยจะพูดอย่างนี้ก็ในลักษณะช่างคนจะเข้าใจง่ายงานที่พูดเนี่ยขณะนี้ถ้าใครเป็นวิศวะ ช่างกลจะเข้าใจง่ายแต่ทางด้านอื่นก็เหมือนกันแหละเป็นหน่วยงานที่เป็นหน่วยหน่วยใหญ่แล้วก็มีหน่วยย่อยหน่วยย่อยก็ควบคุมกำลังแต่ละกำลังขยายหน่วยอะไรออกไปอีกก็เพราะว่าหน่วยใหญ่มีปัญญาขยายขยายกำลังและก็ให้กำลังทำงานย่อยของเขารับผิดชอบไปเพื่อจะส่งกำลังเข้ามาหาหน่วยกลางอีกเหมือนกันทั้งระบบการปกครองทั้งระบบชีวิตทั้งระบบทุกอย่างเลยถ้ารูปโครงสร้างอันอย่างนี้แล้วนะในมาหาจักรวาลนี้เหมือนกันหมดเหมือนกันหมดไม่มีประหลาดอะไรเลยความหนึ่งแต่ออกมาเป็น 2 2 แตกออกไปเป็นสีอะไรแล้วแต่แต่เอาไปเป็นเศษเล็กเศษน้อยบวกเข้าไปแม้แต่ที่สุดถ้ารวมย่นย่อมาเป็น 2 ก็รวมยอดได้ไม่ใช่ว่า 4 ที่จะยื่นเรื่องย่อเป็น 2 หน้า 2 แตกออกไปเป็น 5 ก็ได้อันนึง 2 อันนึง 3 ก็ได้อย่างนี้เป็นต้นแล้วมันจะเป็นอย่างนี้จะขยันๆอยู่ไหนจากภาพแตกออกไปอีกนับแตกเป็นลักษณะที่จะมีผสมเปอร์เซียถ้าเราบอกว่า 28 เป็น 4 เราฟังง่ายรู้เลยว่ามันเป็นรูปรอยที่มันไม่มีอะไรเขยื้อนถ้า 2 แตกเป็น 5 ก็ได้ไอ้หมู่ 1 เป็น 3 หมู่ 1 เป็น 2 แล้วเราก็จะพยายามรู้พลังงาน 2 อันนี้มันทานกันได้แค่ไหนมันถ่วงกันได้แค่ไหนอันไหนมันหนักกว่าอันไหนเราดูได้เรารู้ผู้ที่ควบคุมเป็นหัวต้นจักรหรือว่าเป็นประธานจะควบคุมจะรู้เลยว่าอะไรอะไรยังอยู่อะไรไม่เอียงไปมากแล้วก็กลับมาหากันแบ่งกันไปแบ่งกันมาทุกอย่างจะอยู่ในสมดุลได้อย่างดีแม้มันจะมีเอียงมันไม่มีเอียงไม่มีอะไรเท่ากันเลยในมหาจักรวาลนี้ตั้ง ดูปรมาณู 2 ชิ้นที่เกิดขึ้นถ้าคนไหนรู้ละเอียดจะไม่มีอะไรเท่ากันเราดูเหมือนว่ามันเท่ากันด้วยความหยาบถ้าละเอียดแทงเข้าไปละเอียดแล้วจะไม่มีอะไรเท่ากันไม่มีอะไรเท่ากัน at sims 3 ไม่มีอะไรสิ่งที่มันจะไม่เท่ากันมันจะเป็นในรูปลักษณะเราดูเหมือนเราเข้าใจส่วนที่มันเท่ากันคล้ายๆมันเท่ากันแต่ถ้าจริงอันนึงมันใหญ่กว่านี้อีกนิดนึงอะไรงี้แล้วเราก็รู้จักเติมรู้จักรถรู้จักเธอรู้จักรถมันจะ Balance Balance ได้มันจะสมดุลได้ทีเดียวเราทำมัชฌิมาสมดุลอย่างนี้ที่พูดอย่างนี้ต้องเข้าใจไปอีกมากนะเพราะว่าอานนท์อีกเยอะแม้แต่รูป พยายามจะต้องเข้าใจในความอยากความละเอียดของรูปด้วยอานี่กำชับกัญชาขึ้นเพื่อที่จะให้พวกเรารู้ว่าเรามาเรียนปริยัติมาเรียนฟังอะไรต่ออะไรไปทำใหม่เดี๋ยวเราเรียนเพื่อที่จะเอาไปปรับปรุงไปมีปฏิบัติไปมีผลที่จะสูงขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆนั่นเองแต่ทีนี้ก็เข้ามาหาที่เราใช้ต้นทุนหรือว่าใช้รากฐานโดยเราเอาพระพุทธประวัติจากพระโอษฐ์ที่พระพุทธทาสทำไว้แล้วเอาแนวทางนี้ทิศทางนี้มาใช้เพื่อที่จะนำอธิบายเป็นแกนเราได้ฟังมาถึงจนพระพุทธเจ้าออกบวชแล้วก็ไปพบอาจารย์องค์ที่ 1 จริงๆอาจารย์หลายองค์ท่านไปเยอะแยะแต่ที่นี่เล่าย่อพระพุทธเจ้าทำให้เราละเอียด หาท่านเล่าย่อๆถ้าไม่ใช่อาจารย์หรอกถ้าไม่ยกเป็นอาจารย์คือไม่ผ่านคนนั้นคนนี้เรียนไปเรียนมาอย่างนู้นอย่างนี้นี่ก็จริงๆก็ไม่ใช่อาจารย์ท่านหรอกแต่เราเองไปแกล้งนับว่าอาจารย์ท่านท่านก็ไปลองภูมิดูนั่นแหละพอไปลองซูมดูวัดภูมิดูแล้วไอ้นี่ถ้าทำได้ไม่ยากอะไรความไม่ยากเนี่ยแล้วก็ความได้เท่ากันขึ้นมาเนี่ยแสดงว่าคนนี้ก็มีภูมิอย่างนั้นเหมือนกันแต่เป็นแต่เพียงไม่ได้ฟื้นฟูเท่านั้นเองเพราะฟื้นฟูขึ้นมาแล้วนะอะไรขึ้นมาหน่อยมันไม่ยากอะไรนี่เร็วพระพุทธเจ้าท่านก็บอกว่าโอ้ยเราเล่าเรียนธรรมะนั้นได้เร็วไม่นานเลยเร็วจริงๆทั้งยานนาวาเถรวาทด้วยอาการมาตรว่าท่องด้วยปากและด้วยเวลาชั่วที่เจรจาตอบตลอดกาลเท่านั้นพอฟังตอบฟังคำตอบพูดตลอดกาลนั้น ฟังแล้วก็อย่างนี้มันจะไปยากอะไรเราก็ทำได้อย่างเงี้ยฟังตอบตลอดกาลถ้าจะดูแล้วแสดงว่าที่จริง Alarm ด่าบทเองก็ตามบทเองก็ตามไม่ได้นับว่าเป็นอาจารย์ผู้ชายมีอาจารย์มีอาจารย์หรอกถ้ามีอาจารย์จะไปเรียกว่าท่านสยามภูมิตรัสรู้ชอบเองด้วยพระองค์เองได้ไงจะเรียกอย่างนั้นได้ไงเราเรียกว่าพระพุทธเจ้าว่าเป็นผู้ที่ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เองไม่มีใครเป็นอาจารย์เป็นครูท่านหรอกแต่ท่านไปลองดูนะไปทดสอบดูเหมือนกับผมอ่ะผมบอกชาตินี้ผมไม่มีอาจารย์ผมก็ลดสอบควรดูอะไรอะไรที่เขาว่าอย่างนู้นอย่างนี้มีอะไรแสดงมาสอบมาทวนดูมาเอาหลักเกณฑ์เอาอะไรมาทำความเข้าใจและลองดูซิมันก็เข้าใจมันก็ทำได้นี่มันไม่ยากอะไรมันก็เป็นไป เข้าใจเข้าใจเพราะฉะนั้นผมยืนยันว่าผมไม่มีอาจารย์ฉันใดพระพุทธเจ้ายกให้ท่านยิ่งกว่าผมอีกจะบอกว่าหาร้านทำผมเป็นอาจารย์ของท่านอุทกดาบสเป็นอาจารย์ทุกท่านนี่เรามาสมมุติกันเรามาเทียบเคียงว่าเออมันเป็นไรหรอกคนอย่างพระพุทธเจ้าไม่มีมานะทิฐิอะไรจะเรียกจะให้ยกใครเป็นอาจารย์ท่านก็ให้ท่านไม่ว่าจริงๆก็ไม่ว่าที่จริงท่านก็ไม่ได้ไปบอกเป็นอาจารย์อะไรหรอกแต่คนเรามันเข้าใจความหมายเองว่าเคยเข้าไปขอไปหาสำนักนี้แล้วก็ไปลองดูซิว่าความรู้เป็นยังไงมีอะไรก็ได้เพราะท่านเรียนและท่านก็รู้ว่าไอ้นี่มันก็อย่างนี้มันยังไม่ใช่แนวทางที่แท้จริงเพราะฉะนั้นแนวทางอย่างนี้ยังไม่สุดแนวทางอย่างนี้ยังไม่สุดแต่ก็มีทิศทางมีความเป็นไปมีความรู้มีจุด รายละเอียดถ้าจะเอามาเล่าสู่ฟังเพื่อเป็นสิ่งที่เราจะใช้เป็นอุทาหรณ์ได้แล้วเมื่อท่านไปเทียบกับอันนี้แล้วท่านก็มาเทียบต่ออีกเหมือนเรามาเทียบอะไรขึ้นมาดูเป็นขั้นๆอ่ะลองฟังเมื่อท่านมาพบกับอุทกดาบสอยู่บ้างวันนี้เป็นอาจารย์กลุ่มหนึ่งเหมือนกันคนนับถือเยอะอาจารย์องค์นี้เขาว่าอันนี้เราเป็นนิพพานอันนี้เป็นของสูงอันนี้แหละเป็นธรรมะอันประเสริฐเอามาดูซิมาดูของสูงอันนี้ดูซิว่าเป็นยังไงมีรูปร่างลักษณะยังไงมีสภาพธรรมสูงแค่ไหนถึงอย่างไรเสด็จสำนักอุทกกระดาษบทราชกุมารเหล่านั้นแสวงหาอยู่ว่าอะไรเป็นกุศลค้นหา สิ่งที่ประเสริฐชนิดที่ไม่มีอะไรยิ่งกว่าได้เข้าไปหาอุทกดาบสผู้รามบุตรเมื่อกี้นิกายลามะอนิจจาลามมาโคตรอันนี้พูดตามว่าบุตรแล้วก็ไปหาอุทกกระดาษบทพูดรามบุตรถึงที่สำนักแล้วกล่าวว่าท่านลามะเราอย่าประพฤติพรหมจรรย์ในโครงการในธรรมวินัยนี้ด้วยข้าจะคุมงานท่านว่ากล่าวดังนี้ท่านอุทกผู้รามบุตรได้กล่าวต่อว่ายูเทิร์นท่านผู้มีอายุธรรมะนี้เป็นเช่นนี้เช่นนี้คงไม่สงสัยนะไม่ใช่มาบันทึกก็บอกเอายูเทิร์นปฏิบัติเธอทำอันนี้เป็นเช่นนี้ก็สั้นๆไว้เลยจบไม่ใช่ก็บอกไปวันนั้นวันนี้นั่นแหละเป็นอย่างนี้นะเราปฏิบัติการนี้มีอันนี้ทำ ก็ว่ากันไปอธิบายกันไปแล้วก็ทดสอบอ่านดูแล้วก็ลองปฏิบัติประพฤติดูถ้าบุรุษเข้าใจความแล้วไม่นานเลยคงทำให้แจ้งบรรลุได้ด้วยปัญญาอันยิ่งเองทั่วถึงลัทธิของอาจารย์ตนลองดูถ้าปฏิบัติถ้าลองดูแล้วเข้าใจแล้วไม่นานหรอกกูชอบก็ด่าหมดก็รับรองว่าไม่นานไม่นานหรอกถ้าเข้าใจของแท้และจะปฏิบัติได้เหมือนอาจารย์ตนได้นั่นแหละเหมือนกันที่ผมปฏิบัติหรือผมมีผมได้อะไรเหมือนกันเพราะคุณเข้าใจถ่องแท้เข้าใจดีรู้ทางรู้ทิศที่ดีจริงแล้วรู้จักตับรู้จักปล่อยจริงแล้วนะไม่นานเลยจะได้เหมือนผมได้จะเป็นเหมือนผมเป็นผมได้อะไรคุณจะได้อันนั้นมันจะไปเองมันจะสะสมไปเองรูปธรรมของคุณ เท่านี้นามาทำคุณก็จะได้ไปนำร่องกันไปเรื่อยๆส่งเสริมกันเพราะได้น้ำจึงได้รู้เพราะได้รูปจึงได้นามสลับกันไปสูงขึ้นสูงขึ้นเป็นจักรกลที่สูงขึ้นเรื่อยไปเองผมได้อะไรคุณจะได้อันนั้นจริงๆแม้ในขณะนี้ช่วงนี้ได้ขนาดไหนผมก็จะได้เอาที่สุดที่เป้าหมายที่เอาเราที่จะทำสุดของวิหารหรือศัลยกรรมวิหารที่เราจะได้เป็นสูงสุดเป็นสันป่าวิหารสูงสุดว่าเราได้นี่แหละเครื่องพระและก็ได้ขึ้นเพียงอันดีเราจะได้จุดสูงสุดเครื่องพักเครื่องเขียนอันนี้เนี่ยตามเหตุปัจจัยสาเหตุปัจจัยจริงๆคุณมีเหตุปัจจัยไม่เท่าผมคุณก็สู้ผมไม่ได้ในหลายอย่างแม้ต่างมีคุณยังสู้ผมไม่ได้ฝั่งนี้แล้วคุณก็ได้แล้วไอ้ที่สุดที่ความไม่เกิด คุณไม่เกิดก็ไม่เกิดกันถ้าคุณจะเกิดให้ไม่ได้ถ้าผมอีกผมก็ต่อบริษัทไปอีกเองแล้วคุณไม่ตอบกูก็จบก็จบแล้วได้ถึงที่ที่หมายของศาสนาแล้วคือนิพพานหรือญาณและวิมุตถึงแล้วทุกคนมีจุดนั้นเท่ากันใบไม้กำมือเดียวเท่ากันทุกคนพระพุทธเจ้าถึงอรหันต์พระสาวกถึงอรหันต์จุดนั้นที่มีทิศทางสุดของวิหารมีสันตะวิหารเป็นสุริยะวิหารเป็นความวางความกว้างความฝ่ายความเบาความสบายความง่ายความไม่ทุกข์ร้อนความรู้ความดีโดยปัญญาเรารู้ว่าดีขนาดที่เรามีปัญญาเราก็จะรู้อย่างแท้จริงแล้วเราทำงานของเราไม่ได้สบายเพราะงั้นอรหันต์จึงไม่ได้หมายความว่าคนฉลาดอย่างเดียว ไม่ได้มาอย่างนั้นหรอกเพราะคนที่ฉลาดกว่ากันบางคนฉลาดฉลาดกว่าอรหันต์ด้วยซ้ำไปบางคนฉลาดและมีปัญญาหลักแหลมมีภูมิปัญญาลึกซึ้งแต่ไม่เป็นอรหันต์หรอกไม่ยินดีในความสงบไม่ยินดีในความหยุดไม่มีไม่มีจิตยินดีในความหยุดแต่ไปโน้มน้าวไปยินดีในทางที่เรียกว่ามีแต่เรื่องวุ่นวายฟุ้งเฟ้อปะติดปะต่อก่อสร้างเกิดประพฤติไม่มีใจยินดีในการพักการหยุดการเผ่าโน้มน้าวไปในเหตุการณ์เห็นดีว่าในการที่ปล่อยวางหยุดเถิดไปเกิดโดยทั้งหมดไม่ยินดีเมื่อไม่ยินดีอย่างนี้ไม่มีทิศทางไม่เป็นอาหารจะมีปัญญาแหลมเท่าไหร่ก็ได้คนในโลกนี้มีปัญญามากมากเยอะ มันยาวมากกับผมก็เยอะเพราะในทางโลกนี้เยอะแต่ก็ไม่ย่นย่อเข้ามาในประเด็นนี้ถ้าเขายกย่องเข้ามาในประเด็นนี้เขาจะไปได้ทีเดียวแต่เขาไม่ยินดีอ่ะเขายังจะต้องฟุ้งเฟ้อเขายังจะต้องเอาอะไรอะไรเข้ามายุ่งมี Factor ต่างๆมีเหตุปัจจัยต่างๆมีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆองค์ประกอบต่างๆเยอะเขาจึงรวบรวมเป็นหมู่เป็นกลุ่มเป็นอำนาจพันเอกไม่ได้เขาไม่ได้อำนาจอันเองเพราะมันอาจจะเอาอำนาจนั้นเองมันตัดไม่พออำนาจนอกจากกิเลสไม่ได้อำนาจจิตที่เป็นธรรมที่เป็นสัมมาทิฏฐิที่จะตัดกิเลสลงไปได้และเป็นเก่งเร็วแล้วมันก็เรารวมมาจุดนี้แล้วมันจะตัดไฟชัดๆๆเลยทำได้เพราะงั้นจุดอับอาหาร มีจุดยอดอันเดียวกันหมดจดรูปภาพแล้วก็พอรู้สรุปรู้จบทุกขบวนการเพราะถ้าเราพอก็พอเสร็จแล้วเรารู้แล้วแล้วเราก็จบจะมีอะไรต่อไปก็รู้ตามจังหวะกาละเมื่อทำกาละแล้วก็แล้วเมื่อยังไม่ทำกาละมันก็ไม่มีอะไรมาเกิดทำกาละขึ้นมาก็มีเกิดเมื่อทำกาละขึ้นมาอีกเทอมนึงก็มีตายเพราะทำความหมายคำว่าทำกาละที่จะให้โลกซาบซึ้งจึงหมายเอาเขามาทำกาละหมายว่าตายทำร้ายหมายว่าตายเพราะว่าคนมันมีแต่เกิดมันจะเอาแต่เกิดมันจะเอาแต่สร้างมันไม่รู้จะหยุดคำว่าทำกาละจึงหมายความว่าตายซะให้รู้จักตายมึงสิมึงไม่รู้จักตายกันเลย ทำกาละให้หมดกาละลงบ้างมันไม่รู้จักหมดกาลมีแต่ปริเทวะอาการเรื่อยไปมีแต่พี่ดำที่ไร้ผลต่อไปด้วยเขาก็ไม่รู้จะหยุดบ้างพูดรู้จักหยุดแล้วทำหยุดได้อย่างจริงนั่นแหละรู้ความพอควรอย่างสมเหมาะสมควรจริงๆนั่นแหละเป็นผู้ที่เบาง่ายมากเจริญต่อความรู้ความต่อทำกาละที่ต่อเขารู้อย่างแท้จริงเป็นผู้ที่มีนิยตเป็นผู้ที่มีอายุเทียบแท้เป็นอายุที่ถูกถูกต้องที่สุดแต่สร้างเอาได้อาจารย์อารานอุทกดาบสก็แนะนำเหมือนอย่างเดียวกันคล้ายกันกับทหารบกเหมือนกัน สำนวนเกิดที่ลาวนี่ก็เหมือนกันหมดราชกุมารเราเล่าเรียนธรรมนั้นได้โดยฉับไวไม่นานเลยราชกุมารเรากล่าวได้ทั้งยานนาวาและเถรวาทด้วยอาการมาตรวัดทองในป่าเหมือนกันเลยสำนวนลาวเหมือนกันแหละแต่ไม่ผิดกันอยู่ที่ความสูงด้วยเวลาชั่วที่เจรจาตอบตลอดกาลเท่านั้นอันหนึ่งเราและสิทธิ์อื่นปฏิญญาได้ว่าเรารู้เราเห็นดังนี้ความรู้สึกได้เกิดขึ้นแก่เราว่าอุทกอุทกกับผู้รามบุตรเนี่ยได้ประกาศว่าเราทำให้แจ้งทำนี้ด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วแลอยู่ด้วยสักว่าศรัทธาอย่างเดียวก็หามิได้ที่แท้อุทกกับพวกเรามาบวชคงรู้อยู่เห็นอยู่ ซึ่งธรรมนี้เป็นแน่พระพุทธเจ้าท่านทำได้แล้วซึ่งธรรมะที่ตามระบบคืออาจารย์อุทกดาบสบอกไว้นี่ก็เลยตอนแรกก็เลยคิดอยู่ว่าอุทกกระดาษเป็นไปได้จริงตามที่ว่านี้หรือแล้วก็จ่ายจองแล้วก็พยายามสอบผ่านถึงจะรู้ว่าอุทกก็ได้ที่แท้อุทกกระดานมึงคงรู้อยู่เห็นอยู่ซึ่งทำนี้เป็นแม่คงจะรู้แน่นะเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าก็เลยราชกุมารท่านนั้นเราเข้าไปหาอุทกผู้ราวมาหมดถึงที่อยู่แล้วกล่าวว่าก็เลยเข้าไปหาอุทราเพื่อสอบทานดูว่ามันแน่จริงหรือเปล่าท่านลามะท่านทำธรรมะนี้ให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วและประกาศได้เพียงเท่าไรหนอก็ไปสอบกันว่าจะประกาศเพียงเท่าไรคำพูดเล่าบอกว่า ท่านลามะเนี่ยแสดงธรรมหรือว่าพยายามสอนธรรมะนี้ทำได้ขนาดนี้ขนาดนี้ทำได้จริงหรือเปล่าพระพุทธเจ้าก็ไปสอบถามดูเป็นอยู่จริงหรือเปล่าหรือว่าสักแต่ว่าศรัทธาสักแต่ว่าเชื่อถือสักแต่ว่าฟังความหรือมีแต่บัญญัติมีแต่ภาษาแต่ที่จริงทำไม่ได้เข้าไม่ถึงเข้าไม่ถึงไม่ถึงแล้วแลอยู่คือตัวเองไปไม่ถึงวันที่ว่าเนี่ยโอ้ยรู้ว่าเรียนแผนที่หมดเลยรู้เส้นทางที่จะไปตรงไหนตรงไหนถึงสนามหลวงหมดแผนที่เหมือนกับบอกเราว่าเดี๋ยวนี้เราจะไปเมืองแพร่เมืองเชียงใหม่เมืองไหนเมืองไหนเอาแผนที่มาเรียนรู้เส้นทางปฏิบัติต่อขึ้นอยู่ในสมองเลยเห็นเส้นทางรู้หมดเลยเข้าใจไปตรงนี้สั้นกว่านี้ระยะทางตรงนี้ถึงตรงนี้เข้าใจหมดเลยตอนนี้โค้งตรงนี้ตรงนี้จะผ่านตรงนี้อะไรรู้หมดจำได้แม่นแต่ตัวเองไม่เคยไปสักที ใครถามลูกหมดเลยเส้นในจักรวาลนี้คล้ายๆกันถ้ารู้เลยในเส้นทางของวิญญาณกิเลสตัณหารู้แต่เดินไม่ถูกไปไม่ถึงไม่ใช่เดินไม่ถูกไม่ได้เคยเดินเลยก็เป็นได้เพราะฉะนั้นก็ไปสอบถามดูว่าไปจริงหรือเปล่าถ้าล้างหมดนี่เคยไปถึงตรงนั้นจริงหรือเปล่าเพราะว่าเจ้ากลับมาสอบผ่านคำอธิบายคำนี้ไม่ได้อธิบายเต็มหรอกถ้าอธิบายคำนี้คล้ายๆกันมาถามเฉยๆท่านว่าท่านทำธรรมะนี้ให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเอ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive