220121-2-011 ทางเอกภาค2-ตอน011(หน้า013)-พ่อท่าน-สันติอโศก-R999.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์178 KB
วันที่แก้ไข25 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอาทิตย์ที่ 21 มกราคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์บรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 10 ที่พุทธสถานสันติอโศกสหกรณ์จะได้เข้าสู่บทเรียนในหนังสือทางเอกเล่ม 21 ก็คือเรื่องของการกราบการคารวะเนี่ยเป็นเรื่องที่มีมาแต่ สมัยพุทธกาลจะทำกันเป็นกิจจะลักษณะและธรรมยุตกับพยายามที่จะฟื้นฟูขึ้นมาในเรื่องกราบในเรื่องคารวะในเรื่องทำวัตรของการกราบเนี่ยจะเห็นได้ว่าถ้าใครเคยอยู่ทางด้านธรรมยุตเนี่ยจะมีการคารวะการกล่าวการยกมือไหว้ยกมือเป็นนมเวลาพูดเวลาอะไรก็ได้ต่างๆกันหลายหลายอย่างหลายอันแต่พยายามฟื้นฟูหรือพยายามที่จะทำขึ้นให้เกิดผลประโยชน์ในการปฏิบัติการประพฤติซึ่งก็ถูกแล้วและดีแล้วล่ะทีนี้เราเองเนี่ยก็พยายามที่จะทำ ให้มันเข้าตามธรรมตามวินัยแล้วก็มีจารีตประเพณีเรียกว่าพุทธที่พระพุทธเจ้าพระธรรมก็พยายามที่จะทำเช่นเดียวกันแล้วก็จะทำให้จริงจังให้เกิดผลไม่ใช่ธรรมศักดิ์รีบประเพณีเผยควรจะรู้ความหมายควรจะเข้าใจจุดสำคัญของมันให้จริงๆประการทำนั้นน่ะเป็นการทำคาราวานเนี่ยไม่ว่าโตคาราวานเป็นเรื่องของการทำเพื่อให้เป็นผลดีทั้งสองฝ่ายหนึ่งฝ่ายยกสองฝ่ายรถฝ่ายยกก็หมายความว่าจะได้รู้ที่หมายจะได้เข้าใจที่ด้วยทั้งกายกรรม กายกรรมรวมหมดแหละกายกรรมมันรวมทั้งกายการกระทำอิริยาบททางกายรวมทั้งวจีกรรมซึ่งมาแต่มโนกรรมเนี่ยเป็นผู้ที่จะต้อง 1 ยอมรับรู้ตามกฎตามระเบียบตามจารีตตามๆกันมา 2 จะต้องยอมรับผิดคิดจริงๆอดีตทำตามเจ้าหน้าที่มาเฉยๆโดยจิตไม่ยอมรับมันก็เรียกว่ายังมีจิตหรือยังมีมานะยังมีตัวจิตมานะแปลว่าตัวจิตจิตนั้นมันขาดสมาธิมันไม่ยอมถ้ามันหมดขัดนั้นก็หมดมานะสิ่งนั้นก็หมดยอมมันก็ไม่มีอะไรผู้เป็นเจ้าตัวจะรู้สึกเองน่ะมันยอมหรือไม่ยอมมันขัดหรือไม่ขัดมัน มันจะรู้เองยิ่งทำมากยิ่งรู้ยิ่งทำบ่อยยิ่งรู้ว่ามันกะมันเกิดมันไม่ยอมมันเกิดมันขัดม

อ่านต่อ

ันหาเรื่องมันอึดอัดมันอะไรต่ออะไรหนักเข้าก็แสดงเลยทำไมอย่างนี้ก็เดี๋ยวจะต้องทำวัดอันนี้เพื่อที่จะต้องทำอันนี้มันไม่ยอมแล้วมันก็ไม่เข้าหนักเข้ามันก็ไม่เข้าพบหน้าเลยไม่เข้าเขต LINE ไม่เข้าใกล้ถ้ามันยอมมันก็ไม่มีอะไรมันก็เหมือนกับเรายกแขนยกขายกไม้ยกมือมันก็เราเดินเหมือนกับเราหลับตาลืมตามันก็เป็นธรรมชาติธรรมดาธรรมชาติมันก็เป็นของง่ายแม้จะทำจิตทีเราจะกระพริบตากี่ทีมันก็เรื่องธรรมดาไม่หนักไม่ยากพอแขนออกงอแขนเข้ากี่ทีก็เรื่องธรรมดานอกจากกรรมการมันจะเมื่อย เพลงง้อแคลชเขาหลายๆครั้งเกินไปมันก็เมื่อยกล้ามเนื้อมันปวดมันก็เป็นเรื่องของสรีระทางกายเท่านั้นเองสนใจมันก็ไม่มีอะไรมันเมื่อยมากมันก็หยุดถ้ามันไม่เหมือนก็ทำได้อยู่เท่านั้นเองมันต่างกันมันเป็นความเกลียดทางกายหรือเปลี่ยนใจถ้าเปลี่ยนใจแล้วแม้จะทำครั้งเดียวมันก็เปลี่ยนถ้ายิ่งทำร้ายเขาก็ยิ่งเปลี่ยนหนักเลยหนักกว่ากายอีกแต่การที่ทำคาราวานโตหรือว่าการเรียกว่าทำวัตรการทำวัตรการเคารพเนี่ยก็เป็นการทำวัตรชนิดหนึ่งโดยเฉพาะมารวมๆกันในศาลาจะมีการทำวัตรกัน เสมออย่างสมัยพระพุทธเจ้าพอเวลาลงศาลาก็มีการทำวัตรเพราะฉะนั้นเราก็จะรู้ในธรรมเนียมออกไปทำวัดกันเราก็ทำวัดกันที่ก็ลงศาลาบอกว่าไปทำวัดก็หมายความว่าลงศาลาจะเข้าใจง่ายๆบางทีคนที่เคยไปวัดไปวาไปถ้าไปไปทำวัดแต่ว่าก็ไปลงสนามส่วนใหญ่ในสมัยอยุธยาทำวัตรมารวมกันที่บ้านนะศาลาแล้วก็คารวะพระผู้ใหญ่สมัยพระพุทธเจ้าอยู่พระพุทธเจ้าก็เป็นพระผู้ใหญ่พ่อค้าเราว่าการค้าระหว่างกันในรายละเอียดหลักของเราเองที่เราทำกันอยู่เนี่ยมันก็มีเป็นเรื่องของระดับชั้นมันก็เป็นเรื่องของการกระทำกัน สิ่งที่เราทำแล้วมันจับไม่ให้เป็นรูปแบบทำให้เป็นธรรมเนียมเพื่อที่จะสร้างรูปแบบมด Slow Motion อย่างที่เราทำได้หลายอย่างที่เราจับก็ไม่เป็นรูปแบบเลยเพราะว่ามันเสียแล้วแต่ก่อนนี้เขารู้กันเองแล้วเขาก็คารวะกันเองถ้ามีกันไปเองอ่ะตามหมู่ตามยอมเป็นเรื่องเป็นราวไปตามระดับตามอะไรก็ได้แล้วก็ไม่ได้กล่าวกันไว้เพราะมันหลายมันมากจะกล่าวกันไว้มันก็กราบก็ไม่ไหวมันหลายระดับมันหลายชั้นอย่างที่เราเป็นดูดูแล้วมันก็ยิ่งมันก็เห็นได้ว่ามันหลายระดับหลายอันหลายตอนเมื่อไหร่ทำแล้วในประเภทที่ยกก็จะได้เห็นกันเป็นชั้นตอนจะได้เข้าใจบางทียิ่งมีพระ มากๆพระรุ่นน้องรุ่นหลังพระโน่นพระนี่มาเมื่อเวลานั่งเรียงหมดเวลาอย่างนี้หมดเวลาอะไรก็ได้เข้าก็ได้ก็ทำกันรุ่นน้องบางคนไม่เคยพบไม่เคยเห็นไม่เคยรู้ก็จะได้รู้ได้เห็นไม่เข้าใจเหมือนกันขี้บอกว่าผู้นี้อันนี้ระดับนี้อย่างนี้แสดงแสดงแสดงการคารวะในการทำความน้อมพร้อมกันน้อมให้แก่ผู้ที่เรายกมีการกระทำจริงมีการเป็นจริงมีการเกิดขึ้นจริงได้ ถ้าผู้ใดมีมานะหรือว่ามีกิเลสจริงก็ได้ก็จะได้ลดจริงนอกจากจะเป็นการชี้ยกชี้บอกแต่ส่วนที่ยกพื้นที่ลดก็จะได้ทำการลดจริงไม่ใช่รถอะไรหรอกรถมานะยิ่งทำให้มันมีทั้งทางกายกรรมมีลูกมีแบบกลางหมู่กลางสาธารณะก็ถือว่าทำวัดทำแค่สาธารณะอย่างมากก็ทำแค่ในหมู่ในสถานที่ที่ศาลานี่ก็เรียกว่าตัวแน่เลยทำที่ศาลาแน่ๆเลยสถานที่ในวัด ไปทำที่อื่นอีกอยู่ในเขตวัดในเขตวาหรือแม้แต่ไปที่อื่นๆที่อันเหมาะสมที่มันเหมาะควรกระทำแต่เข้าในบ้านอยู่ในบ้านไปกินของชาวบ้านไปเก็บของเขาไปจิตของผู้ในบ้านเขาอื่นเราไม่ทำเราจะไปทำวัดกันโดยไปกราบอย่างที่เรากล่าวเนี่ยถ้ายังไปเจอกันที่โน่นในบ้านในอะไรต่ออะไรกันแล้วก็ทำกันซะจนฟันเฟืองบางทีอยู่ในขณะที่จะทำพิธีของบ้านเขาทำกิจของชาวบ้านเขาแล้วเราก็ไปทำอันนี้ของเราอยู่เราถึงละเว้นไว้อะไรก็ทำถ้าแม้ว่าเราเห็น ควรเราจะทำก็หาเวลาอื่นแม้จะอยู่ในบ้านแล้วเกิดไปพักอยู่ในบ้านเขานิมนต์เราไปทำกิจบ้านน่ะแต่ว่าก็อยู่กันหลายวันหลายคืนอะไรเนี่ยเกิดจะมีปู่จอนมามาผสมมาสมทบมาพบกันมาอะไรก็แล้วแต่ได้เราก็จะทำทำวัดนี้ขึ้นหรือว่าการคารวะคำกล่าวอะไรต่างๆก็อยู่ในที่ที่สมควรพอสมควรหรือแม้ว่าจะมากลางขณะกำลังจะทำพิธีนั้นก็แล้วก็ทำเล็กน้อยหรือพอเป็นเครื่องหมายถึงกล่าวอาจจะไหว้กันแค่นั้นก็พอในวาระนั้นจะทำกันเต็มครบเครื่องก็เวลาอื่นหรืออาจจะถือนั้นเป็นการทำแล้วก็แล้วไปมีเป็นตัวเราจะต้องรู้ความเหมาะสมความควรเพราะว่าถ้ามียกไว้แม้แต่การไหว้ ปราบการทำการคารวะกันถึงยกไว้ตั้งหลายอย่างท่านต้องพูดบ้างเหมือนกันสำหรับส่วนสำคัญต่างๆไว้อย่างเช่นเวลากินที่กินเวลากินก็ไม่ต้องไหว้ไม่ต้องกราบไม่ต้องรับอะไรกันเวลาอุจจาระเวลาปัสสาวะเวลาอะไรอีกไม่รู้จำไม่ได้จำได้ไหมคุณครูอ่านมากๆเวลานอนหลับเวลากินเวลาถ่ายเวลาเดินทางเวลาเดินทางเดินทางนี้ก็พูดอย่างเมื่อกี้ความหมายอย่างเมื่อกี้เนี่ยคือเข้ามาอย่างที่ว่าเราเข้าไปติดบ้านหรือเวลาเดินทางเวลาอะไรกันเนี่ย หน้าส่วนมากก็ไปกับพระอยู่แล้วส่วนมากก็จะไปนั่งไหว้อะไรกันบ้างไม่ได้ไม่พบกันถ้าจะทำแล้วก็มันมีเหมือนกันคือปะหน้าเนี่ยเช่นว่าเวลาจะทานอาหารในเรามีอันนึงแล้วเวลาจะทานอาหารและเวลาจะทำกิจทำพิธีแล้วนั่งก็โมโหแล้วลากกระเป๋าเนี่ยเวลาเข้าบ้านทำทำได้อยู่อย่างเก่าแล้วก็ไม่มีอะไรขั้นตอนอะไรอยากเรียนทำที่ให้ทำแล้วเพราะอะไรเพราะว่าจะดิน ชาวบ้านด้วยเพราะว่าเดี๋ยวนี้แม้แต่ชาวบ้านเขาไม่รู้จักการกราบการไหว้ไม่รู้ไม่รู้จริงๆชาวบ้านเนี่ยคฤหัสถ์ไปกราบไม่เป็นแล้วเดี๋ยวนี้ถ้าไปในบ้านนี่นะถ้าบอกว่าเราไม่นำปราบนะถ้าไม่ใช่ชาววัดหรือว่าชาวที่เป็นผู้ปฏิบัติธรรมแล้วไม่กราบหรอกพระยังดีก็แค่วาดวาดก็ว่าอย่างนั้นแหละแล้วก็แล้วไปจะเห็นได้บ้านไหนที่ไม่เอาถ่านในเรื่องการธรรมะทางธรรมทางศาสนาทางอะไรแล้วไม่มีเลยสัมมาคารวะจริยาที่ประเพณีการไหว้นอบน้อมอะไรก็ได้ที่เป็นประเพณีของไทยอันดีงามไม่มีแล้วเดี๋ยวนี้มันเหลือไปหมดแล้วมันก็ไม่เป็นจริงด้วยมันไม่มีการเสริมฐานไม่มีการยกพวกที่ควรยก ผมพูดที่ควรข่มมันไม่มีไม่มีแล้ว nikana ถังไม่มีไม่มีลักษณะยกไม่มีลักษณะคมไม่มีเลยไม่มีการแสดงพุทธภาษิตบทนี้ไม่มีของจริงแล้วคราวนี้ของจริงมันก็มีของกินไปยอมรับนับถือนิมนต์ท่านเข้าบ้านนิมนต์ท่านไปทำสิริมงคลก็ต้องยกเท้านิมนต์ท่านพระหรือว่าถือว่าท่านควรยกแล้วเราก็ทำเป็นจารีตเป็นการยกย่องเป็นการทำให้เห็นเป็นการเปล่าประกาศเป็นการแจ้งบอกเราเป็นเจ้าบ้านเรานิมนต์ท่านไปแล้วก็เดี๋ยวก็หมดคนมาในบ้านเราเชิญคนมานะเนี่ยเรานิมนต์พูดที่สูงผู้ที่ มาทำสิริมงคลให้แก่บ้านเอามาร่วมกันข้าพเจ้าบ้านเขาคนอื่นเขาก็จะทำเพื่อไปทำก็แล้วแต่ถ้าเราทำสัญญากู้ที่เป็นชาวบ้านเป็นเพื่อนเป็นฝูงมาเห็นเขาก็จะทำตามยิ่งผู้นั้นเป็นผู้ใหญ่เป็นเจ้าบ้านแล้วก็เป็นผู้ใหญ่นำผู้อื่นที่มาด้วยก็จะตามมันเป็นการชี้ชวนมันเป็นการกระทำจูงดึงมันเป็นการสัมพันธ์ในการสืบต่อเป็นเลขาเป็นจารีตประเพณีที่มีนโยบายที่ดีเป็นนโยบายที่สูงเป็นนโยบายที่จะต้องน้อมนำที่จะต้องกระทำให้มันเกิดผลจริงถ้าไม่เช่นนั้นสิ่งนี้รักษาไว้ไม่ได้สถาบันนี้เกิดไม่ได้สร้างสถาบันนี้ไม่ขึ้น จะต้องสร้างสถาบันนี้ขึ้นแล้วก็จะต้องเป็นจริงเราก็ต้องเป็นคนจริงเราก็ต้องทำจริงไม่ใช่ยกกันเล่นเหมือนกับเราพยายามที่จะเจียนคนพยายามที่จะกระทำคนทำให้ขึ้นเป็นพระและเป็นผู้ที่สมควรที่จะอยู่ในฐานะที่หน้าคารวะเป็น AR หมดเลยบุคคลเป็นทักษิณเลยบุคคลน่ะเอาเลยเปล่ากินเลยอัญชลีกรณีโยจริงๆเป็นทรงสาวกที่มีคุณธรรมอันที่เราไม่ใช่ทองปากเปล่าทำแล้วจึงเกิดจึงเป็นจริงจึงเป็นจริงได้ทำให้เราทำแล้วเสร็จทุกวันนี้ไม่มีแล้วอันที่อัญชลีกรณีโยไม่ชาลีเฉลยมันจาง สถาบันนี้หมดมันไม่เคารพตั้งแต่มานะเกิดฆราวาสเองก็ไม่อยากเคารพพระมันเป็นสัจธรรมที่มันเป็นไปทุกวันนี้เป็นสัจธรรมมันไม่อยากเคารพเราไม่ได้เกิดมานะมันเกิดจิตเขาลบไปลงมันไม่อยากได้หรอกมันก็จะเห็นดอกพร้อมไปทุกกราบหรือเปล่ามันไม่ยอมมันไม่ยอมมันไม่กลับมันจะกราบอะไรหรอกมันไม่กลับหรอกมันไม่เอามันก็เป็นสัจจะเหมือนกันทีนี้เราก็ต้องทำขึ้นแล้วก็ดึงเอาสภาพเก่านี่แหละมามันเป็นธรรมเนียมเดิมจริงๆต้องมีทั้งกายทั้งวจีทั้งมโนแล้วมันก็จะเกิดจะเป็นการจูงยิ่งทำไปก็ยิ่งเห็นยิ่งเด็กตัวเล็กก็ทำก็มันก็เกิดเกิดการถ้ารู้เกิดค่าที่จะรับรู้ไปสังเกตเขาก็รับ ไม่ต้องวาดก็ไม่ต้องกราบทำไมตามๆกันมาเฉยๆพวกที่ไม่มีปัญญามันก็จะสะสมตามๆมาแต่มันก็ยังรักษารูปรักษาสถาบันรักษาสถานะมารักษาได้ทีนี้กูเกิดปัญญาก็ซักถ้าไม่รู้ก็ซักเกิดปัญญาเองก็เข้าใจนะไม่ไหวพลิกก็รู้ออกเป็นฐานะเป็นสถานะเป็นสถาบันเป็นสิ่งที่ควรยกไว้แล้วยกไว้ในยกเปล่าหรือว่ายกจริงๆท่านมีฐานะสูงท่านไม่มีบาปน้อยท่านมีศีลเอาศีลวัดท่านก็มีบริบูรณ์สูงกว่าเราเราคารวะสีน้อยกว่าฐานะที่ทำบาปทำบาปมากเป็นคนต่ำกว่าเป็นคนที่มีโทษมีภัยมากกว่าท่านเป็นคนที่มีโทษมีภัยน้อย น้อยกว่าถ้าผู้ศึกษาก็จะเข้าใจอ้อมีศีลศึกษาสีมีจิตถ้ายุ่งโดยจริงของท่านที่น่าเคารพนับถือพระท่านจิตของท่านสูงจิตของท่านไม่ให้แตะต้องบาปนอกจากกายไม่ทำแล้วจิตของท่านก็บริสุทธิ์ทางจิตอีกและจิตของท่านก็ว่างไม่มีบาปไม่มีบุญเป็นจิตนิพพานเป็นจิตสูงฐานะสูงจริงต่างๆเนี่ยและอธิบายให้ฟังดูดีๆมันจะมีอะไรซับซ้อนมีสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนเข้าไปในสภาพจริงก็ยังเป็นผู้ที่ต้องยกไว้เป็นอาหมดเลยบุคคลจริงปรากฏความจริงทักษิณบุคคลอัญชลีกรณีโยจริงเป็นผู้ที่ควรจะได้ต้องกระทำการอัญชลีเสมออัญชลีกรณี จะต้องกราบไหว้เสมอยกไปเชิดไว้เป็นเอาเลยบุคคลได้รับการนอกไหว้เคารพนับถือมันก็เป็นจริงลงตัวเพราะจุฬาธรรมนี่เราก็นำแล้วเราก็พยายามที่จะเป็นตัวที่เป็นผู้น่าเคารพจริงด้วยการที่เราได้ฝึกเพียรกันได้สร้างกันแต่ก็ทำกันทุกวิถีทางที่จะดีที่สุดเพราะฉะนั้นเราก็ทำเลขขาดทำการเสริมทำวัดทำอะไรต่ออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตนของท่านผู้อื่นก็จะได้เป็นประโยชน์ขึ้นมาด้วยเราควรจะได้เป็นประโยชน์จริงกับข้อมูลเราเองทำซ้อนกันอยู่เราก็เป็นประโยชน์แก่กับเรากันเองผู้อื่นก็เป็นประโยชน์เกิดขึ้น ประโยชน์แล้วก็จงดึงสร้างสถาบันนี้ขึ้นหัวหน้ากะปะยังเป็นผู้นำอยู่ไปไว้ในบ้านเข้าบ้านก็ตามถ้าไปด้วยก็กระทำจากคารวะอะไรก็ได้นี่เป็นรูปแบบแม้แต่การไหว้เราก็จะต้องพยายามให้เห็นเบญจางคประดิษฐ์ซึ่งเป็นภาวะที่เมืองไทยเรานี่แหละครับอย่างอื่นก็มีท่าว่ายิ่งกว่านี้อีกแต่เราว่าเป็นแค่เป็นเจ้าของดิบเนี่ยคือประเทศชาติอื่นเค้ากราบกันนอนราบด้วยนะยืมคุกเข่าพอตัวนอนหลับไปกับพื้นเลยนะเป็นแนววางครับประดิษฐ์ยิ่งกว่า มากกว่าเราอีกนักหนาเขามีแต่ของเราก็บอกแหมขนาดนั้นมันเราก็ตัดเอาถ้าจะเอาถึงขนาดกราบกับพื้นดินกับพื้นเลอะอะไรก็กราบกันอย่างนั้นนะใครเคยไปเจอใครเคยไปเห็นไปอินเดียมาไปดูคนอื่นๆชาวชาติอื่นก็ไปเขาคารวะบางคนไปเห็นมาเขามาคาราวะไปที่พุทธคยาที่ต้นโพธิ์ที่ที่เป็นสูตรอะไรเนี่ยเค้ามาคารวะกันนี่ก็มีค่าฆราวาสของเขาท่านเมื่อวานก็ประดิษฐ์เนี่ยเค้ามาเห็นเราเคารพแค่นี้เขายังบอกว่าอะไรนี่เขาลบแค่นี้เองของเราน้อยนะบางทีของเราขนาดเราก็ว่าเรามากเขาก็ว่าของเราน้อย หาเขาก็อย่างนั้นแหละเขาก็รับกันมาของเขานี่โอ้ขนาดนอนราบแล้วก็อย่างพวกชาวทิเบตนี่เขาทำอันนี้เยอะนะประชาธิปัตย์กันถึงขนาดนั้นในนี้เป็นต้นนะเราเองเราก็จะต้องดูที่เราไม่ได้ทำอะไรมากเกินหรอกมันน้อยไปด้วยซ้ำที่เรากำลังจะพยายามดึงขึ้นเราพยายามที่จะทำให้เห็นให้เป็นตัวอย่างให้เป็นกิจจะลักษณะให้เป็นอะไรต่ออะไรขึ้นมาชัดเจนเพราะผู้ใดได้กระทำจะมีความรู้สึกเองจะเกิดเองถ้าเราเองมีมานะมีจิตมันก็จะเป็นจิตมันเกิดความสุขใจ หงุดหงิดรำคาญตัวเกิดก่อนเพราะหนักเข้ามันก็ไม่รู้จักกูกูจะละมันก็พยาบาทโทสะอยากเข้ารถโทรศัพท์แท้ๆเนี่ยต้องไปหาตัวเมืองมูลนิธิใหญ่เลยมันก็เกิดโทรศัพท์มูลนิธิเลยมันก็โกรธมันก็ไม่ชอบถ้ามันไม่ชอบถ้ามันไม่ยอมรับถ้ามันมีจิตสายไม่ชอบแต่ถ้าเรามีจิตชอบที่จะทำมันก็เป็นราคะแต่ก็คงหายากอย่างที่เราทำกันอย่างนี้แล้วก็เกิดราคะเกิดโลภะมูลจิตก็คงหายากเพราะฉะนั้นก็จะมีก็แต่เพียงว่าวางได้กับไม่เกิดโทสะนะแต่ถ้าใครจะชอบก็อาจจะเป็นได้เหมือนกันนะ ชอบธรรมชอบว่าชอบยกเพราะว่าพอใจจริงเรานับถือจริงเรายกย่องอีกาเท่าไหร่ก็ชื่นใจกราบเท่าไหร่ก็พอใจมีได้จริงสำหรับผู้ที่เรานับถือจริงเป็นส่วนบุคคลนะหนีได้จริงๆมันพอใจมันเชิดชูมันนอบน้อมคารวะมันปลื้มใจด้วยซ้ำไม่ได้นั่นก็เป็นสัจจะแต่ปลื้มมากนักก็เดี๋ยวก็มากไปก็เหมือนกันแหละแต่ถ้าเขาไม่ได้ส่วนดีมันก็ไม่ไกลแต่มันหาได้น้อยเพราะงั้นก็ไม่ต้องเน้นในเรื่องนี้ก็เหมือนกันก็ติดโทรศัพท์หรือมันจะเกิดเพิ่งเกิดทางไม่ชอบเพราะว่าอันนี้มันเป็นรากฐานของมานะการถือตัวถือตนถือศักดิ์ถือนั่นแหละถือเรา บอกว่าอันนี้การกระทำวันนี้จึงเป็นการลดตัวมานะนี้จริงลดตัวกิเลสฐานนี้จริงเราทำเมื่อเรารู้แล้วผู้ใดวางได้เข้าใจดีโน้มน้าวให้อันนี้เป็นจารีตประเพณีให้อันนี้เป็นสัดส่วนที่เกิดเป็นระเบียบเป็นแบบแผนเป็นประโยชน์แก่ศาสนาอันหนึ่งซึ่งเรียกว่าเป็นจิตที่เรียกว่าธรรมะคือจิตอันนึงเป็นกิจวัตรเป็นกิจวัตรที่เราทำโดยมีลูกมีเรื่องของมันตามควรน่ะมันคือซึ่งเราก็ทำกันอยู่เป็นกันอยู่เนี่ยจัดสรรกันมาเรื่อยๆมันเกิดมาที่จริงไม่ได้จัดมากหรอกมันเกิดเองไม่เกินตามที่เรารู้ไม่ ผมเองผมก็ไม่เป็นคนวางไปทีเดียวแต่มันเกิดเขาก็เกิดค่อยๆเห็นแล้วผมก็พยายามจับอันไหนมากผมก็ตัดอันไหนพอๆๆผมก็เห็นดีผมก็ปล่อยให้มันเกิดเป็นๆผมไม่ได้เป็นคนบอกไม่ได้เป็นคนทำสร้างไม่เป็นให้กับทำกันทีเดียวหรอกนะถ้าใครติดตามมันเป็นต้นจะรู้จะเห็นมันเกิดของมันจริงตามธรรมเนี่ยมันก็ค่อยๆเป็นแล้วก็ต่างคนต่างเห็นรู้สึกว่ามันควรเป็นอย่างนี้มันควรทำเพราะใครบางคนคนนำบางคนอาจจะไม่รู้สึกตัวบางคนอาจจะรู้สึกตัวอยู่ก็ตามเธอไม่เป็นไรผมเองผมก็ให้มันเกินดูแต่ตามควรตามตามแล้วก็จะจัดจัดเอาแล้วผมก็เก็บเอาอันนี้อันนี้เอาไว้อันนี้ไม่เอาอันนี้มากไปบอกขาดอันนี้ยังขาดไปนิดนึงเติมมันก็จะพอดีทีเดียวก็เติมกันไว้เนี่ยที่มันเกิดมาเป็นสภาพอยู่ทุกวันนี้ มันเกิดมาตามธรรมไม่ได้ตั้งไม่ได้ไปสมมุติขึ้นมาไม่ได้ไปบังคับขึ้นมาหรอกไม่ได้แต่มันเป็นของมันเองแล้วค่อยๆไล่ขึ้นมาแล้วดีนะที่เราทำอยู่นี่ดีแล้วเป็นเป็นๆๆโดยทำด้วยแล้วก็ดีแล้วด้วยแล้วก็เนี่ยเอามาอธิบายเอามายำเอามาบอกว่ามันไม่ใช่คนเราเพิ่งทำนะมันมีมาแต่โบราณกาลมีมาแต่สมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอันนี้ไม่ใช่ว่าเรามาแกล้งยกแกล้งยอมแกล้งบัญญัติขึ้นไปแกล้งกระทำเกิดขึ้นเปล่าเลยไม่ใช่มันเป็นของดีเป็นจารีตเดิมเป็นของเก่าเดี๋ยวนี้มันหายจนกระทั่งเขาไม่ทำกันแล้วจนกระทั่งมาทำคุณก็บอกมีด้วยเหรอแล้วผู้ที่จะทำนี่แหละจะรู้ว่ามีหรือไม่มีจะยืนยันตรงที่ตัวเราเองมีแต่เราก็ทำ เราเกิดจิตเราก็ทำแล้วเราเกิดผลเมื่อคนสองคนคนไหนปล่อยวางได้มันไม่มีปัญหาแล้วมันก็มีอะไรมันก็เป็นกิจวัตรมันก็เป็นธรรมดามันก็เป็นมันไม่ได้เดือดร้อนอะไรมันก็เป็นไปด้วยดีเหมือนกับเราเองเจอหน้ากันก็ควรจะมองหน้ากันแล้วก็ควรจะคุยกันยิ้มให้กันนิดหน่อยอะไรเนี่ยก็เป็นธรรมเนียมเพราะเป็นจริงแล้วก็เป็นธรรมเนียมหรือเที่ยงด้วยธรรมนิยามว่าเที่ยงธรรมนี่ก็คือเป็นไปตามธรรมที่ดำเนินทำแล้วก็เรียกว่าธรรมนิยมมาเป็นภาษาไทยเขาเรียกว่าธรรมเนียมมันเพี้ยนมาเป็นธรรมเนียมธรรมเนียมมีเพียงมาจากภาษาบาลีว่าทำมันนิยมทำมันนิยมทำไม่ยอมเมียมันไม่นิยมแล้วมันก็ทำมันมีเนียมเลยมาเล่นเงียบกันโกโก้เลยทำมานิดเดียว อยากเป็นไปตามกรรมแล้วเกิดก็เกิดทำมันนิยมหรือเกิดธรรมเนียมแล้วมันก็เป็นเรื่องธรรมดาไม่น่าไม่หนาไม่เดือดไม่ร้อนไม่ลำบากแก่ใครแล้วใครพูดทำก็ไม่ลำบากจะมากจะน้อยอะไรก็เฉยเหมือนเราเจอกันก็ยิ้มยิ้มได้ทีแล้วก็เฉยเจอหน้ากันแล้วก็ยิ้มให้กันหน่อยนึง 200 ที 500 ทีก็เฉยๆธรรมดาอันนี้ก็เหมือนกันมันอาจจะเป็นกิจจะลักษณะที่มากไปก็ตามมันก็เป็นธรรมดาผู้วางใจวางจิตแล้วผู้อื่นนี้แล้วก็ไปบางครั้งบางคราวอย่างที่นี่มีการไปกันมากันมากมีบ้านเป็นบ้านใหญ่เรือนใหญ่คนเข้าคนออกเยอะก็แน่นอนมันก็เป็นธรรมดาที่จะต้องมีเรื่องนี้มากมีคิดอย่างนี้มากอยู่ก็เป็นเรื่องของสัดส่วนเหตุปัจจัยที่มันมีมันก็ยอมมาเป็นธรรมดาเราก็รู้ ความจริงซะด้วยเหตุปัจจัยห่อก็แล้วไปแล้วเราก็ทำตามพอสมควรก็ไม่ใช่ว่าจะมากซะจนเบื่อก็บอกแล้วก็ตัดแล้วว่าในที่อื่นสถานที่อื่นก็เอาทิ้งไว้ไม่ต้องแล้วก็เอาเข้าโรงพยาบาลก็ทำกันสักทีอย่างที่ว่าเดี๋ยวก็เก็บมากองอยู่ที่ศาลามันก็เลยดูมากจริงๆมากันตั้งหลายขบวนอย่างนี้มันก็ยิ่งมากก็เลยดูเยอะไม่เช่นนั้นแล้วมันก็พูดกับเขาครับแพงมันก็ไม่พร้อมยิ่งจะโอ้หลายองค์แล้วเราก็จะคารวะภันเตไว้ตั้งเยอะตั้งแยะถ้าเกิดว่าก็คอยไปนั่งเก็บทำมาถึงก็รีบหาทำโอ้ยตายอย่างนั้นยิ่งปวดเมื่อยเลยเอวคดกันพอดีกับเด็กชายอะไรผมก็ไม่ต้องหรอกเอามาเจอกันข้างนอกหมดเวลามันก็แล้วไปก็เชิญไว้ก่อน เก็บมาทำที่ศาลาเป็นการทำวัตรนริศราจะมารวมหมู่รวมกลุ่มอย่างที่เป็นเนี่ยซึ่งมันก็เก็บเข้ามาแล้วไม่งั้นก็ยิ่งมากกว่านี้อีกนะรวบรวมกันแล้วนี่เรียกว่าตัดแล้วก็สัดส่วนที่ควรตัดไม่ได้เพิ่มนะที่จริงตัดส่วนที่ควรตัดด้วยซ้ำไปที่เอามาทำไม่เช่นนั้นยิ่งยากยิ่งๆยิ่งมากไปอย่างนี้เป็นต้นเมื่อเรารู้ทุกอย่างละเอียดละออแล้วเข้าใจดีแล้วก็วางใจแล้วด้วยทุกอย่างมันก็ไม่มีอะไรแต่มันก็เป็นประโยชน์ต่อไปเป็นเลขาเป็นจารีตเป็นประเพณีเป็นระเบียบเป็นวินัยเป็นธรรมเนียมก็เป็นไปตามรูปเรื่องก็จะเกิดสืบสานต่อไปเพราะงั้นผู้ที่ทำอยู่ก็ให้เป็นประโยชน์ก็รู้เมื่อมันมีกิเลสก็ เมื่อทำไปแล้วเกิดผลก็เป็นเครื่องมือในการที่เราจะใช้ทำให้เราได้เป็นแบบฝึกหัดลงไปทำให้เราเกิดการลดระดับปล่อยจิตก็ตามมานะก็ตามคนรถได้จริงและพร้อมกันนั้นเราก็มีทั้งสภาพของนิคันอรหังปะคันหูอะระหังเป็นสภาพที่จะต้องมีระบบระบบอันนี้เราเรียกว่าระบบภาษาในสมัยโบราณเขาไม่รู้จะเรียกอะไรแต่ในเมืองไทยเนี่ยมันกลับภาษาเสร็จแล้วเรียกว่าระบบอาวุโสเขาเรียกว่าระบบอาวุโสพรีเมียร์ลีกที่ก็เกิดจริงมีจริงเกี่ยวกับระบบที่ให้รู้ระดับอาวุโส กินในภาษาบาลีพระพุทธเจ้าก็ทำไม่รอดแม้แต่สุดท้ายก่อนจะปรินิพพานก็ยังมอบหมายวันนี้พวกเธอก็ยังเรียกกันผิดนะให้เรียกกันเป็นพันแต่พวกที่มาก่อนผู้ที่อยู่สูงให้เรียกภันเตผู้ที่ต่ำกว่าให้เรียกอาวุโสถ้าหนูยังสาวฝากใบไม้กระทั่งจะปรินิพพานนะพระพุทธเจ้าแม้แต่ในสมัยพระพุทธเจ้าอยู่ก็ไม่รู้ว่ามันเละเหมือนกันในเรื่องอาวุโสนี่ใครก็อาวุโสอย่างเลยพูดน้อยเรื่องพลูโตก็เรียกอาวุโสฉันเดินกันอยู่เหมือนกันในสมัยพระพุทธเจ้ามันฟื้นมาจนกระทั่งมากมายนะทีนี้เรามาทำกันได้นี่แล้วก็หมายความว่าเราเองอนุเคราะห์พระพุทธเจ้าแม้แต่หมู่ใหญ่เขาถามเขาก็ทำกัน เขาก็ยังอาวุโสอาวุโสคนอยู่นั่นนะพันปีก็มีน้อยคนหรอกที่เห็นชัดๆยืนยันก็พันเตจะเอาเข้าจริงก็ไม่หมดเวลาค่อยพูดกันไปกินจะลักษณะผู้เรียนแต่พอเวลาเอาเข้าจริงก็ไปเป็นอาวุโสอีกแหละแม้แต่ทางศาสนาเอ้ยทางฆราวาสทางคนเนี่ยรับคำว่าเอาอาวุโสมาในเมืองไทยก็รับเข้ามาอาวุโสบอกเขาว่าภันเตไม่ติดเพราะฉะนั้นแม้แต่ชื่อระบบก็มาเป็นระบบภาษาไทยเรียกว่าอาวุโสระบบอาวุโสอยู่อย่างเก่าไม่ได้ใช้ภาษาระบบทางเดินก็เอาเอาไปชื่อน้องที่จริงระบบนี้คือชื่อน้องเราเข้าใจความหมายว่าให้รู้น้องให้ดูน้องสาวพันปีก็เป็นที่มหาลัย สรุปรู้ว่าได้ย้ำให้เข้าใจเผื่อจะเกิดประโยชน์บางคนฟังได้รับความเข้าใจได้รับปริญญาอันดีแล้วก็ปล่อยปละละเลยปล่อยปลาปล่อยไม่ใช่ปล่อยปละละเลยปล่อยวางหัดเป็นการปล่อยการวางได้เป็นความสบายในความหมดความรสให้เข้าใจจงจงรู้จิตของเราด้วยว่าเราปล่อยวางนี่ไม่ใช่ปล่อยวางอย่างสมถะถ้าการปล่อยวางอย่างสมถะมันไม่มีปัญญาเข้าใจเข้าไปร่วมจริงแล้วเราก็มันมันก็น่าจะปล่อยวางในครั้งในคราวในฐานะที่เรากระทำเท่านั้นเองมันไม่จริงถ้าเผื่อว่าเราปล่อยวางได้จริงเป็นวิมุตสุดยอดทั้งปัญญาทั้งความเข้าใจเข้าใจ ฟังเหตุผลส่วนใหญ่ทั้งเหตุผลส่วนตัวว่าไอ้นี่มันเป็นกิเลสที่จิตของเราไปยกไปถือขึ้นมาแล้วมันก็จะเกิดมันถ้าผู้ใดมันมีจิตนั้นจริงพอจะทำคราใดครั้งใดมันก็จะเกิดอยู่จริงถ้าถือเป็นแบบสมถะก็บอกว่ายอมมันก็แล้วกันมันก็เป็นแต่เรื่องว่ายอมไปก็แล้วกันแต่ถ้าเผื่อว่าปัญญามันไม่ได้เห็นว่าจะยอมไปเท่านั้นแต่มันรู้ว่าไอ้นี่มีประโยชน์อะไรมีคุณมีค่าอะไรมันก็ไม่มีแรงใจอะไรมันก็ไม่มีทุกข์ร้อนอะไรเขาบอกว่ายอมไปเนี่ยมันเป็นการมีเศษกดนะมีเศษกดนะมีเศษเก็บเสี้ยวฝังใส่ออมสินนะมันยอมไปก็แล้วกันยอมเป็นภาษาเฉยๆนะยอมเรียกว่ามันจำ จำยอมพ่นทรายแต่ถ้าเผื่อเห็นผลดีว่าอ๋อนี่เราเอื้อเฟื้อทำเรากตัญญูกตเวทีพระพุทธเจ้าเชียวนะไม่ใช่ว่าเรื่องเล่นแล้วกตัญญูเพื่อที่จะสร้างเลขาเพื่อที่จะทำธรรมเนียมเพื่อที่จะสร้างธรรมะนิยมเพื่อที่จะสร้างจารีตประเพณีวัฒนธรรมของธรรมะของศาสนาเป็นประโยชน์เป็นกายกรรมเป็นวิธีกรรมเป็นรูปแบบเป็นแบบแผนเป็นอะไรต่ออะไรเราก็ถ้าเราไม่กระทำใครจะทำถ้าเราไม่สร้างรูปนี้ใครจะสร้างรูปนี้ก็เราก็ทำหรือผู้รู้ย่อมกระทำรูปนี้สืบต่อสืบต่อเป็นเลขาจะต้องเกิดปัญญาจะต้องรู้ทั้งผลดีและก็รู้ด้วยว่าถ้าเรายังมีจิตแล้วก็เป็นผลเสียจิตของเราปล่อยวางร้างเลิกละได้มันก็ได้จริง ปัญญามันก็รู้ว่าพอใจมีฉันทะในการจัดทำไม่ใช่วัดขนาดยอมก็แล้วกันนะไม่ใช่แต่ว่ามีฉันทะพอใจทำก็ไม่มีอะไรที่มันสะกิดใจไม่มีกระดกอะไรไม่มีอุปสรรคไม่มีอะไรขัดไม่ให้ดูปลาดุกไม่ดูกระดกกระเด็นไม่มีอะไรมาจีบมาขั้นมาขวางเป็นนิพพานจริงๆไม่มีอะไรข้องไม่มีอะไรคาไม่มีอุปสรรคไม่มีอะไรเกิดไม่มีอะไรทำไม่มีอะไรแม้แต่อุปกิเลสส่วนน้อยๆที่ยกกล่าวภาษาคำสองคำขึ้นมานี่ก็ตามอยากจะมียาก็อีกไม่มีแม้แต่เล็กแต่น้อยก็ไม่มีมันก็เป็นการปล่อยวางได้ปัญญาโดยการเข้าใจและจริงที่จิตของเราจริงๆก็เป็นจริงล้างสบายมีฉันพระด้วยอีกกี่ครั้งกี่ครั้งก็ไม่มีปัญหา ฉันทะมีการยินดีเห็นดีรู้ดีเข้าใจดีไม่มีปัญหาอะไรเลยถ้ามี 7 ฉันทะอยู่ทีเดียวมันก็ไม่มีอะไรเหลือเชื้อไม่มีอะไรเก็บใส่กระป๋องอึดอัดขัดเคืองมาบอกแล้วว่าจะฉันพระจนกระทั่งชอบใจติดใจเป็นราคามูลหรือเป็นโลเคชั่นนั้นน่ะมันไม่มีได้ง่ายนักหรอกมันจะมีกับเฉพาะผู้ที่เราศรัทธาเลื่อมใสเราเชิดชูโน้มน้าวจริงๆซึ่งเป็นรายบุคคลเพราะฉะนั้นบุคคลบางคนเราไม่ได้เชิดชูจริงมันก็มีฉันทะคือไม่มีทุกข์เท่านั้นเองนักกีฬาคนนี้ยิ่งเราไม่รู้จักเลยให้มากราบเคารพเดี๋ยวนี้ก็กราบเคารพไปก็ตามฉันทะ มันก็จะหมดทุกข์แล้วแต่จะให้ไปเป็นราคะมูลตกจิตใจเลยนะมันไม่ไม่หรอกเพราะว่าองค์นี้เราก็ยังไม่รู้คุณธรรมเราก็ยังไม่ได้เคารพนับถือชื่นใจชูใจผูกพันอะไรมันไม่น่ะเพราะฉะนั้นจึงจะไม่เกิดได้ง่ายๆหรอกไม่ต้องกังวลทำไปแล้วมันก็คงตัวทุกอย่างที่เกิดกิเลสทั้งด้านราคทางด้านโทสะไม่มีทั้ง 2 ส่วนเพราะฉะนั้นไอ้ตัวที่จะพาทุกท่านราคามันไม่พาทุกข์ได้ง่ายหรอกไอ้เรื่องทำวันนี้โทรศัพท์มันผ่านโทรศัพท์มูลนิธิมันจะผ่านทุกข์ถ้าเราตัดโทรศัพท์ได้สักนิดเนียนแล้วปล่อยวางจริงก็หมดง่ายสบายเราทำบรรยายให้เห็นอย่างที่ว่าเนี่ยที่เล่าที่อธิบายเนี่ยมันเป็น ความหมายของมันอยู่ในตัวถ้าคุณเข้าใจอย่างที่ว่านี้นะแล้วก็ปล่อยวางได้จริงจิตของคุณเป็น

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน