220124-2-014 ทางเอกภาค2-ตอน014(หน้า013)-พ่อท่าน-สันติอโศก-R999.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์233 KB
วันที่แก้ไข25 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพุธที่ 24 มกราคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์บรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 10 ที่พุทธสถานสันติอโศกลาดพร้าวมาต่อแล้วก็ขอสรุปเรื่องของความเก่งในหนังสือนี้แล้วก็จะต่อไปเรื่อยๆแต่ด้านความเก่งผู้ที่หลงความเก่งหรือภวตัณหาทางเปโตนี่ก็แบ่งออกเป็นความเก่งมีความเป็นหนึ่งเก่งทางเจโต 2 เก่ง ปัญญาเป็น 2 ประเด็นความเก่งทีนี้ความเก่งทางเจโตก็ได้ขยายอีกบอกแม่ไว้อีกหนึ่งใจโตนี้ก็ประเด็นหนึ่งก็แยกให้ฟังว่าเก่งทางจิตที่รวมจิตมาเป็นพลังแล้วก็ใช้พลังจิตนั้นมาก่อมาสร้างมาก็ทำโน่นทำนี่อะไรให้เกิดผลและก็หลงผลที่ตัวเองเก่งนั้นอันไม่ใช่สภาพของทางร้านขายกิเลสตัณหาอะไรเป็นเพียงหาพลังนั้นมาเพิ่มไว้สร้างไว้สันในโลกจะสร้างสรรค์อะไรก็ตาม 11 หลงพลังจิตสองใจโตอีกอันนึงก็ไม่ใช่บอกว่าสร้างข้างนอกสร้างข้างในสร้างภาพสร้างรถสร้างขึ้นสร้างเสียงสร้างรูปสร้างอะไรต่ออะไรต่างๆนานาอยู่ข้างในภพอยู่ข้างในจิตเองเลยไอ้อันนึงแล้วพวกที่สร้างหรือบันดาลภพอันเป็นรูปก็พบและอรูปในสภาพฌานหลับตาเป็นสภาพภายในตนนี่คืออีกหนึ่งมีสองแล้วนะทีนี้ก็อีกหนึ่งก็คือสร้างรูปประคบเอารูปไปพบแล้วก็เสพสม สมติดยึดเป็นพระวาสนาอยู่เมื่อได้รูปฌานในรูปแบบหลับตาได้เอารูปฌานแบบหลับตาก็เป็นสวรรค์เป็นวิมานให้แก่ตนเสพอยู่เท่านี้เท่านี้หิวเมื่อไหร่ก็นั่งหลับตาเข้าไปเสพครั้นพอใจหรือสมใจแล้วก็ออกมาทำผิดอื่นเวียนวนเสพเวียนวนหยุดแล้วก็เวียนวนไปนั่งหลับตาเสพแล้วก็ออกมามีชีวิตอยู่กับจิตบางสิ่งบางอย่างไปตลอดนิรันดรเราพูดซึ่งมีลัทธิหรือระบบเยี่ยงนี้นั้นกิจกรรมงานต่างๆก็จะไม่ค่อย กระเป๋าจะเป็นคนเฉื่อยเหนื่อยค่อนไปข้างหลบหลีสังคมและเลยกลายเป็นหลงป่าหลงเขาหลงถ้ำไปเป็นที่สุดแล้วพรุ่งนี้อัตราเชิงนี้ก็จะมีจริตเอียงไปเป็นพระป่าในวงเล็บอรัญญวาสีไม่ค่อยจะเจริญทางปัญญาแต่เจร

อ่านต่อ

ิญทางนั่งหลับตาหรือเจริญทางพลังจิตในวงเล็บเจโตดังกล่าวแล้วพระรูปบัญชาการและอรูปฌานในแบบนั่งหลับตาทำเอาจึงจะได้นี่จึงเป็นอัตราอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นภวตัณหาแท้ๆอันพูดได้พูดติดผู้เป็นผู้มีอัตตานี้เสพสมสุขสมอยู่นั้นมันลืมตาออกมาแล้วจึงยังคงเสพกามตัณหาหรือคงมีกามตัณหาอยู่อาจจะมากพอๆหรือมากกว่ามากกว่าภวตัณหานี้ก็ได้หรืออาจจะมีกามตัณหาน้อยกว่าเพราะว่าตัณหาน้อยกว่าการเสพอัตราที่นั่งหลับตาก็ไปเสพเอานี้ก็ได้แต่นั่นแหละอย่างไรก็ดีหากเราหลงในพระวาสนาเป็นการศึกษาโดยโยก จริงๆแล้วไซร้เราก็จะต้องรู้จักตนรู้จักสักกายะเช่นนี้เช่นนี้ของตนและก็จะต้องเลิกละเสียเป็นเบื้องต้นให้ได้ก็ย่อมถูกต้องแท้ๆอันควรทำอย่างยิ่งมิเช่นนั้นก็คงเสียเวลาทรมานตนเปล่าโกหกก็ผิดอยู่เหมือนเดิมเช่นการหลงกามันตัณหาเป็นกามสุขัลลิกานุโยคแต่มิจฉาทิฏฐิ ไปหลงสร้างเพราะว่าตัณหาจับแล้วก็ไปสร้างใหญ่เลยนะสร้างการพัฒนาที่จริงในพื้นความเป็นมนุษย์นี่น้อยแต่ไปหลงทราบเพราะว่าตัณหาจัดขึ้นมามากๆจนกลายเป็นผู้ที่มีพระวาสนาได้หลงเจโตไปหลงสั่งพริกอย่างเป็นประเด็นหนึ่งไปหลงสร้างสภาพไม่รู้ว่าเป็นรูปเป็นภาพเป็นรถเป็นกลิ่นอะไรแล้วแต่ในภพในชาติในข้างในเป็นสวรรค์เป็นนรกอะไรต่างๆนานาซึ่งเล่นภาพภายในปั้นขึ้นไปมโนไม่ใช่อัตตาเองเลยแล้วก็บันดาลไปบรรดาจนกระทั่งสุดท้ายก็บรรดาลูกเป็นเรื่องเป็นราวเป็นเพราะเป็นโรคเป็น วิมานเป็นอะไรต่ออะไรของคนนั้นคนนี้หนักเท่ากับไปนั่งระลึกชาติได้คนนั้นคนนี้มีโลกโน้นโลกนี้โลกเก่าโลกใหม่อะไรไปอีกนั่นก็เป็นเรื่องของมโนราห์ตาทั้งสิ้นนะไปสร้างจนเก่งแล้วก็เป็นหลงเวลาลืมตาออกมาก็มีกาวเหมือนอย่างเก่านั่นแหละแต่ว่ากามอาจจะน้อยผู้ใดสร้างอย่างนี้ก็เป็นภาวะปัญหาหรือไม่ประเด็นที่ 3 ที่บอกว่าไปนั่งหลับตาเสริฐเอาจริงๆนั่งหลับตาก็หลับตาตี๋ไปนั่งทำเป็นนิโรธสมาบัติหรือนั่งเป็นหลบเป็นหลักอะไรไปแล้วก็จะไปอร่อยในเมืองนอกเข้าไปได้แบบนั้นแล้วก็ฟุ้งซ่านอยู่ เหมือนนั่งหลับตั้งหลายอะไรไปก็ตามแต่แล้วเป็นรถเป็นรถตรงๆเลยไม่ปั่นผ้าไม่ปั่นลูกไม่ปั้นดินจิตติดใจอะไรเก่งหรอกนั่งหลับก็ไปแล้วก็สบายสบายเหมือนสายพวกพุทโธเนี่ยนั่งสบายสบายวันๆก็ต้องนั่งรถฟินนะวันนึงนั่งไปบางวันก็นั่งมันอย่างนั้นอ่ะมันปวดเมื่อยแขนขาหน่อยก็เดินจงกรมแล้วก็นั่งจะทำงานอะไรก็ทำมั่งครับผมก็คิดอยากทำแต่คนแบบนี้บอกแล้วอย่างอันที่ 3 บอกมาแล้วคนพวกนี้สวยเหนื่อยไม่มีความคิดสร้างสรรค์ปัญญาด้อยจะลดลงไปเรื่อยปัญญาจะลด ความคิดสร้างสรรค์ไม่ค่อยมีนั่งจมไปจมไปก็เป็นพระป่าหนักก็เป็นพระป่าหลงเขาหลงถ้ำไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนรุ่นอยู่อย่างเงี้ยอยู่เฉยๆเหนื่อยๆเหมือนต้นไม้ต้นไร่มีข้าวมีอาหารดูดอาหารมันได้ก็ดูทหารมาเลี้ยงลำต้นกินไปถ้าเผื่อว่าเป็นคฤหัสถ์ทำแบบนี้ก็ทำไปเรื่อยๆเฉยๆถ้ายังมีการก็เสพสัมพันธ์สืบพันธุ์มีลูกมีเต้ามีอะไรไปตามเก่านั่นแหละก็เหมือนกับต้นไม้เอาอาหารมาได้ก็มาทำมาผลิตดอกผลิตลูกอะไรไปตามเรื่องตามราวของตัวเองไปไม่มีดีขึ้นน่ะมีลูกมีเป้าลูกเต้าอาจจะออกมาไม่ค่อยเต็มๆเหมือนต้นไม้ดูด ดูดอะไรกับมันก็ดูดไปกินงั้นน่ะมีลูกมีผลอะไรก็ไม่ได้มีพัฒนาเหมือนไม้ป่าไม่ได้พัฒนามันก็เป็นไม้ป่าไปเรื่อยๆไม่มีไม่มีการสร้างสรรค์อะไรขึ้นมามากมายอะไรนานวันเข้างานวันเข้าไม้นั้นก็ยิ่งจะเป็นไม้ป่าแบบมีเมล็ดมากมีลูกน้อยลงลูกตัวเล็กลงอีกนานปีกับลูกก็เล็กลงเล็กลงอะไรไปงั้นแหละเหมือนกันสมัยป่าไม่มีการพัฒนาผลไม่มีการพัฒนาการสร้างสรรค์และตัวเองก็ไปนั่งติดเสพติดเสพติดอย่างเจโตนี่ก็แบ่งออกเป็น 3 ประเด็นเป็น 3 ประเด็นง่ายๆหลงผิดสภาพอย่างนี้ผู้มีพระวาสนาแบบนี้จึงสร้างสมเอาจริงก็เป็นจริงสายนั่งหลับตาถ้าเขาเองเขาไม่บอกว่าเขาเข้าใจเหมือนกันว่ามาเล่นๆนี่ผิดอย่าไปสร้างภพสร้างชาติอย่างนั้นผิดก็เป็นประเด็นที่ 3 ไปนั่งหลับตาเอาเศษนั่งหลับตาไปนั่นแหละสบายสบายนั่งสบายหลับตาไปสบายเจ็บก็เฉยๆน้อยๆไปเฉยเมยไปถ้ามันรถตามปัญหาได้บ้างมันก็เป็นทิศทางดีก็พอไปได้เพราะเป็นประเภท 3 เนี่ยจะบอกว่ามันจะลดโลกก็ดีอยู่แต่เป็นเดือนที่ไม่ได้ไกลไปจากเดิมที ไม่มีการปฏิสนธิคือสัญญาและปัญญาไม่เคยไหวพริบไม่เคยมีใครสอนพระพุทธเจ้าสอนไว้นะแต่ไม่มีไหวพริบรู้เองศาสนามันเสื่อมแล้วคำสอนไม่มีใครสอนจึงไม่มีไหวพริบกระเตื้องขึ้นมาแต่บางคนมีไหวพริบบ้างเหมือนกันสลับคืนมีปฏิสัมพันธ์ปรับเหมือนกันเข้ามาขยันหมั่นเพียรมีพรรคมีเพียรมีอะไรขึ้นมาทำประโยชน์ก็รู้แล้วก็แค่นั่งสบายๆแค่นั้นมันจะมีปฏิภาณเหมือนกันอะไรเกิดมาเป็นมนุษย์มันก็สบายก็รู้แล้วเพราะถ้าเผื่อว่ากิเลสกามก็ไม่มากแต่เป็นตัวนั่งหลับเป็นหยุดเกาะก็เข้าใจแล้ววันคืนวันคืนปีแล้วปีหน้ามันก็ไม่เห็นมีอะไร แถวนี้มีปฏิภาณบางคนพระพุทธเจ้าสอนไว้ก็ไม่เคยได้ยินได้ฟังไม่มีใครมายืนยันเพราะศาสนานึกว่าศาสนาพุทธไปนั่งแช่ๆนั่นแหละคือปฏิบัติแล้วก็หยุดได้แล้วก็หยุดได้พอฝึกเข้ามาก็หยุดได้ถ้ามีกามก็ไม่มากจนได้กามไปฉันทะพยาบาทก็ไม่มากก็จะไปติดสินค้าก็รู้อยู่นั่งหลับนั่งไหลไปติดหินหรือไม่เข้าใจก็ไปนั่งหลับเอาจริงๆนั่งเป็นไปอย่างนั้นแหละสบายๆกันไปเงินน่ะมันจะเหลือเชื้อของพวกที่ร้านลูกปลาที่ชีวะลูกปลาที่เวลานั่งเขาฟุ้งซ่านฟุ้งอยู่แค่ไหนก็ฟุ้งขนาดนั้นแต่ตัวเองไม่มีปัญญาไปจับมันก็นั่งหลับเดี๋ยวเข้าใจว่าเวลานั่งหลับก็ไปแล้วเนี่ยเมื่อเวลาสติเราตกแล้วเรารู้อะไรไม่ได้ไม่ใช่จิตมันไม่ทำงาน บ่มีกิเลสที่มันทำงานจึงว่ามันตกอยู่ในภพแล้วมันก็ฟุ้งอยู่เท่านั้นถ้าเรามีกำลังของจิตที่จะเข้าไปอ่านไปรู้ว่าจิตของเราฟุ้งเท่าไหร่เท่าไหร่ฟุ้งเรื่องอะไรอะไรมันจะจับได้ทุกอันแต่ถ้าเราเองเราไม่มีกำลังที่จะเข้าไปจับมันก็จับไม่ได้มันจะฟุ้งด้วยแล้วมันก็ตกอยู่เนี่ยสบายอยู่ในภพมึงนอนทีไรฟันที่นั้นถ้าเผื่อว่าเรากิเลสมากก็ฝันแรงฝันเป็นเรื่องเป็นราวเป็นรถเป็นชาติจะลดทุกข์หรือรถสุขก็ตามใจแต่ถ้าเผื่อว่ามันไม่แรงมันก็ฝันเบาๆมันก็ไม่สุขไม่ทุกข์อะไรจากแต่มันก็มีรถรถไม่จับเพราะว่าปัญหาหรือการเรื่องราวอะไรที่เราไปยึดไปถือมันไม่มากไม่แรงมันก็ไปจัดมันก็อยู่ไปอย่างนั้น โชว์หน้าตาปีตายแล้วจะตายมันก็อยู่อย่างเก่าแต่ไม่สร้างความชินใหม่ปฏิเสวามิหมุนเวียนไปหมุนเวียนไปเป็นสีอย่างงั้นน่ะนิรันดรตายเกิดตายเกิดหมุนไปหมุนมาตามก็ไม่หมดพบกับต่างอยู่อย่างนั้นไปดีไม่ดีชาติไหนอาจจะคิดขึ้นมามันมีคนชี้ชวนไปพบกับผู้ที่นำเอาให้จัดเอาอย่างนั้นจัดไปอีกเน้นพบจัดไปหรือเน้นการจัดไปก็เอียงเข้าหากราบเรียนก็หาพบแล้วแต่ถ้าไปเจอเอาพระพุทธเจ้าหรือไปเจอเอาสาวกเจอพระพุทธศาสนาก็ยังดีก็อาจจะนำทางเพิ่มขึ้นในทิศทางทิศนี้แต่ถ้าไม่ก็เป็นอย่างเก่า ต้องการที่จะหลงเจโตหลวงตาแบบนี้จึงเป็นไปได้นิรันดรมีมากกว่ามากทุกวันนี้ศาสนามันเปลี่ยนเพี้ยนไปหาพวกฤาษีพวกอย่างเก่าๆเพราะมันไม่ใช่อะไรมันก็เหมือนโลกมันเป็นนิรันดรโลกียะการก็อยู่ในโลกนี้กันไปมันก็เป็นนิรันดรไปแม้มันจะฆ่ากันตายแล้วเดี๋ยวมันก็เวียนกันมาใหม่สะสมมนุษย์ก่อเกิดมนุษย์กันใหม่แล้วมันก็บ่มีกันใหม่แล้วค่อยพัฒนาขึ้นมาใหม่ตามแบบหยาบๆไปจนกระทั่งนึกว่ามันละเอียดนึกว่ามันดีปลามันยิ่งบ้าใหญ่นึกว่าชั้นสูงขึ้นมาเนี่ยพัฒนาสร้างสรรค์ตามมาเนี่ยมันก็ยิ่งไปกันใหญ่อีกมากขึ้นถึงแม้แต่มาพูดที่มีปัญญาก็หันทิศทางมาในทางธรรมะ สามภพสามชาติครับคือทำอะไรแล้วก็ไปหาพวกๆไม่เหมือนกันเพราะในโลกมันก็มีกามมาพบกับภพทั้ง 2 ส่วนนั่นแหละซึ่งทั้งสองส่วนนี้ไปทางไหนก็ตรงทั้งนั้นสุดโต่งเป็นพบเป็นโรคทั้งลูกทั้ง 2 อันและผู้จัดการน้อยแต่ไปติดภพมากก็ถือว่าพบนี้เป็นสัตว์กายะเหมือนกันต้องรีบตัดก่อนถ้าผู้ใดกล่าวมาตัณหาน้อยแล้วไปติดภพนี่มาพบพบในใหญ่ไปติดเพราะว่าปัญหาใหญ่ๆอย่าไปเข้าใจว่าจริงมีขั้นตอนการตรวจพบเป็นขั้นรองพอดียิ่งเข้าไปหาจิตตามหลักของพุทธเรียนรู้การมาหาแล้วก็เรียนภวตัณหาแล้วก็เข้าไปหา เพราะว่าตัณหาชั้นลึกเข้าไปอีกก็จริงนี่เป็นขั้นตอนแต่ว่าถ้าเผื่อว่าผู้ใดมันมีอีกว่ากาวมันไม่มากไม่แรงแต่เป็นหลวงพ่อเอาจริงๆสร้างพบสร้างชาติอย่างที่หวังตรงแรงอันนี้ก็เป็นภาวะตัณหาได้เหมือนกับสังโยชน์ถ้าผู้ใดมีมานะทิฐิมานะสังโยชน์แรงไม่เชื่อไม่ฟังใครแล้วเอาตัวเองเป็นใหญ่ถือดิบที่ดีตัวใหญ่ไม่ไม่เชื่อใครใครจะอยากจะโตจะเป็นอาจารย์ศาสดาอะไรก็ไม่เอาไอ้อีแบบนี้ก็จะไปบอกว่ามานะสังโยชน์เนี่ยเป็นชั้นสูงละทีหลังก็ไม่ได้คิดนั่นแหละตัวสักกายะใหญ่จะต้องมารู้ตัวเองว่าตัวเองติดตัวเองถือตัวเองถือดิบถือดีตัวเอง เห็นของตัวเองไม่เชื่อไม่ฟังใครไม่ยอมเอามาพิจารณาต่อตัวเองคิดเองเห็นเองตัวเองเข้าใจเองเอาเองแบบนี้ก็เป็นสักกายะมานะสังโยชน์ไม่ใช่ถือว่าสูงถือว่ามานะใหญ่เพราะว่ามานะนี่ไม่ใช่ว่าไปมีเอาเฉพาะธนาคารมีมันมีตั้งแต่ต้นชนนั่นแหละเพราะฉะนั้นประชาชนมีมานะตอนนี้ใหญ่ก่อนอื่นจึงถือว่าเป็นตัวสำคัญที่สุดของศักดาเขาจึงแปลกันว่านี่คือละตัวละตนละตัวตนคำนี้ก็คือหลงตัวหลงตนหลงมานะถือตัวถือตนอันใหญ่นี่ก่อนอื่นจริงๆอันนี้จริงๆเลยเพราะงั้นก็อย่างที่พวกคุณมาอย่างนี้คุณไม่ละตัวตนอะไรมากมายหรอกเพราะว่าคุณไม่เห็นคุณสมบัติทางเลื่อมใสคุณจะมาเอานี่แล้วเนี่ยจึงไม่ต้องพูดกัน ตายเรื่องนี้เพราะว่าคุณเห็นดีเวลาประเทศไปอะไรแสดงและคุณศรัทธาเลื่อมใสกลับมานี่แสดงว่าคุณไม่ต้องเป็นจงรักตัวตนที่ว่านี้หรอกจึงมาสอนเบื้องต้นโสดาเอาเข้าเลยเหตุปัจจัยโสดาละกิเลสฉันอยากสบายใจมุกอะไรต่ออะไรที่พาทำแบ่งเป็นขั้นตอนให้ฟังเพราะว่าพวกคุณมานี่แล้วแสดงว่าตัวตนมันไม่ใช่อย่างที่ว่าแต่ในโลกทั่วไปเนี่ยคนทั่วๆไปนี่เขาไม่มีแต่ไม่มีกิเลสตัณหาไม่มีศรัทธาไม่มีอะไรต่ออะไรเนี่ยโทรไปเนี่ยไปเผยแพร่ต้องให้ละมานะตัวตนนี้ก่อนให้ฟังทำไมน้ำชาล้นถ้วยมาอะไรต่ออะไรอย่างนั้นอยู่ไม่ได้กินหรอกพี่บอกขั้นต้น หัวเราะฟันหักเลยเขาไม่รู้เรื่องหรอกไม่เอาเชื่อผมที่ตัวมีอยู่นั่นแหละเพราะงั้นตัวนั้นจึงเป็นสักกายะเป็นตัวการร้ายตัวการใหญ่ซึ่งจะไม่เกิดผลอะไรถ้าถือตัวถือตนแล้วไม่เกิดผลอะไรเป็นประตูปิดอันนี้ก็ต้องเป็นการยากก่อนเพราะฉะนั้นการหลงภาวะวาสนานี้ก็มีนัยยะคล้ายกันถ้าเราไปหลงผิดในแง่ใดแง่หนึ่งที่อธิบายมาแล้วแรงจัดกว่ากามตัณหาเพราะต้องตรวจตัวเองก็ต้องรู้ว่านั่นเป็นสักกายะส่วนลดแล้วก็การปฏิบัติธรรมของเราทุกวันนี้เหมือนกันการที่จะรู้สึกกายาจึงไม่ได้หมายความว่าสักกายะตายตัวเด็กๆอยู่เหมือนกันที่เขาอธิบายกันแล้วก็ แยกตัวใหม่ออกที่คล้ายก็ไม่เป็นเข้าใจความจริงก็ไม่ได้ก็เลยไม่รู้อะไรสักกายะทุกวันนี้เลยไม่รู้อะไรคือศักยะนี่แยกให้ฟังถึงประเด็นความหมายความหมายตามคดีความหมายเพราะว่าพบคนดีภวตัณหาคนดีมันเหมือนเรารู้ตัวว่าอะไรของเรามีอันนี้แหละแรงสุดทำให้เราไม่เจริญเป็นตัวร้ายตัวใหญ่ในขณะนี้เราก็รู้ตัวแล้วมันก็จะถ้าเสร็จแล้วมันก็จะเปลี่ยนไปคือมันก็เมื่อเวลาเรารู้ตัวแล้วเราก็พยายามหาหลักเกณฑ์หากรรมฐานหาวิธีการเป็นอิทธิวิธีที่จะมาปราบมาลงถ้ามันทำตรงทำถูกมันก็จะลดลงลดลงลดลงลดลงลดลงไปมากเหมือนลดลงไปมากไอ้ตัวที่เราไม่ได้ไปทำมันไม่ลดเช่นปากกา ตรวจลอตเตอรี่เมื่อรู้สึกว่าเราทำอันนี้เป็นรถเบาบางไปง่ายสบายสบายขึ้นไปมากแล้วก็มาตรวจอีกอ่าตัวนี้ตามมาชั่งตวงและไอ้นี่เป็นผีร้ายมากกว่าไอ้นั่นเบาบางง่ายมันไปแล้วก็จัดการจัดการจัดการลดต้นลดไปอีกมากก็เป็นเรือพบหรือไปมีพรบอะไรขึ้นมาใหม่ตรวจเจออีกก็เอาอันนั้นอีกหน่อยแต่กายะก็เปลี่ยนไปอย่างนี้เรื่อยๆจึงเป็นสัปดาห์ของโสดาสักกายะของจุฑาสักกายะของอนาคตจริงๆเป็นระดับเป็นระดับระดับระดับ วิจิกิจฉาศิลปะปรามาสนั้นใช้ตลอดทุกอริยะถ้าผู้ไม่รู้อย่างนี้มาแต่ต้นแต่เดิมเลยไม่ได้เป็นแม้แต่อริยะโซดาเพราะฉะนั้นเป็นอริยสัจได้แล้วก็รู้อันนี้ก็ใช้อันนี้ไปใช้จริงๆมาเป็นสันติภาพก็ใช้อันนี้โซดาก็ต้องใช้อยู่เพราะคนเป็นสันนิษฐานเราก็ต้องมีภูมิโสดาสิมีเครื่องมือของโสดามาใช้เท่านั้นโซดาหมายความว่ารู้จักเป็นผู้รู้จะต้องรู้รู้อะไรรู้ทุกข์รู้เหตุแห่งทุกข์สันติธรรมมีอะไรเป็นเชื้อเป็นกิเลสเป็นตัวทุกข์เป็นตัวเหตุแห่งทุกข์มันก็คือดูจากการรู้หลักเกณฑ์ศิลปะศีลข้อที่จะปฏิบัติเพื่อที่จะให้มันปรับได้ละได้ไม่ใช่ศีลพจน์ที่ไป ศีลอย่างนี้เพราะอย่างนี้กรรมฐานอย่างนี้เรื่องนี้มันไม่ตัดนี่มันไม่ลดไม่ล้านี่มันไม่ใช่อิทธิวิธีนี่เราก็ต้องรู้ไม่ใช่ไปตามสูตรใช้สูตรนั้นสูตรนี้ใช้กรรมฐานและกรรมฐานนี้มาเพื่อที่จะตัดไอ้ที่ว่าเรารู้แล้วอันนี้เป็นทุกข์อันนี้เป็นเหตุแห่งทุกข์แต่ทำทีไรมันก็ไม่จางใครไม่นิโรธได้สักทีเป็นสีแล้วก็จับปลามากอยู่นั่นแล้วๆอิจฉาก็ไม่ใช่วิธีอิจฉาไม่รู้เอาเลยอย่าว่าแต่นี่ได้หรือไม่ได้สงสัยการแทนไม่รู้เรื่องเลยก็ใช้ไม่ได้มันจะต้องมีมันจะต้องรู้มาชัดเจนไม่ติดศึกษาไม่สงสัยเลยมีผลมีประโยชน์ทำได้ตามคลายลดละได้จริงก็ทำไปเพื่ออะไรอีกเป็นอนาคตก็เหมือนกันก็รู้จัก ระยะของอนาถาศีลพจน์ของธนาคารตัดละลงไปเห็นจริงไม่ค้างแท้ไม่สงสัยชัดเจนรู้แจ้งรู้จริงมันรถมันจางก็รู้แม้กระทั่งสุดท้ายขนาดมันนิโรธคนสุดท้ายจริงๆเหมือนกันไม่ใช่ก็ไม่รู้เพราะต้องฟังดีๆและต้องเข้าใจดีๆเมื่อเวลาผู้ใดตัดละสิ่งที่เป็นตัวชั่วได้แล้วก็มาอธิษฐานต่อมาหากามทั้งหมดถึงเบื้องต้นจึงเป็นสัตว์กามราคะปฏิฆะในพระในทวารจากทวาร 5 เป็นพระสันติภาพมีเป็นขั้นตอนที่เป็นสูตรตายสูตรใหญ่ๆโครงสร้างแต่มันก็ยังมีสภาพละเอียด สลับกันที่ว่านี่ไปเรื่อยๆถ้าเราไม่รู้แล้วเราไม่เร็วก็เข้าใจถึงสักกายใหญ่มาเป็นตัวองค์ประชุมใหญ่ๆที่มันเองมันเป็นตัวเหตุตัวปัจจัยเหตุแห่งทุกข์หรือเป็นตัวทุกข์แท้ต้องรู้ให้ตัวอริยะอริยสัจพวกนี้ชัดๆถ้าไม่เช่นนั้นเราก็ไม่ทำไม่ถูกตัวตนอ่ะทีนี้ต่อการหลงเก่งข้อที่ 2 คือเก่งทางปัญญาวงเล็บเปิดก็คือจิตนั่นแหละของดีๆนะเมื่อกี้นี้บอกแล้วว่าหลวงพ่อวาสนาปัญญานี้ก็เพราะว่าตัณหานะน้องเก่งทางปัญญาวงเล็บเปิดก็คือจิตนั่นแหละแต่เป็นเชิงคิดอ่าน เพิ่มปัญญาวงเล็บปิดแล้วพวกที่หลงอัตตาชนิดนี้เชิงนี้นี่ก็เป็นอัตรานะปัญญานี่จะไปเข้าใจว่าเป็นการพวกที่ลบอัตตาชนิดนี้เชิงนี้ก็คือผู้ที่มัวแต่วุ่นวายอยู่แต่กับเรื่องความเก่งทางความรู้วันนี้ความเก่งทางความรู้เรื่องเดรัจฉานวิชาทางคิดมีเดรัจฉานวิชาเหมือนกันอย่าไปถามวิชาทางคิดทางเล่าเรียนทางปรัชญาทางผู้สอนเขียนสอนแต่งประดิษฐ์ออกมาสอนไม่รู้กันโดย ตีกันมากแต่การเรียนในวงเล็บปริยัติพระบุโรมากแต่การแต่งการแสดงออกในวงเล็บบัญญัติ 10 พระบูโรมากแต่การสอนการสวดการสาธยายวงเล็บสัตว์ชายะพระบุโรมากแต่การผกผันขบคิดคาดคั้นนี้คะแนนต้นดาว 1 เล็บพระโพโรโระซึ่งล้วนเป็นพวกรู้มากในวงในแปลว่ารู้มากที่จะต้องสำรวจสังวรเพื่อสร้างทำอันเป็นเนื้อเป็นแก่นให้แก่ตนทั้งนั้นเพราะเท่าที่ ที่เป็นนี้มันรู้มากเปล่าๆแต่ยังไม่ใช่ผู้ได้ธรรมะหรือยังไม่ใช่ผู้มีธรรมะเป็นที่พักพิงพึ่งพาอาศัยได้อะไรวงเล็บเปิดยังไม่ใช่ธรรมะวิหารีเป็นเพียงผู้พหุโลดังธรรมมหาวีระดังธรรมวิหารสูตรอังคุตตรนิกายปัญ 73 ว่าไว้วงเล็บปิดเนี่ยอันนี้พหุโลด้านด้านปัญญามีตั้ง 4 มีปริญญาปริญญาโทมีบัญญัติพระองค์หล่อมีศักดิ์ชายะโปโลใน 5 นาที มีเรื่องธุรกิจหลงเก่งทางจิตนะแต่จิตพวกนี้มาพลิกแพลงนั่งขบนั่งคิดนั่งวาดนั่งเสร็จแล้วก็เก่งเก่งได้แต่แบบที่ว่าเนี่ยเอาย้ำดูอีกทีนึงมากแต่การเรียนทั้งเหล้าทั้งเรียนเรียนปรัชญาเรียนสอนเรียนพูดเรียนตกแต่งประดิษฐ์ออกมาสอนมารู้มากกันในปริญญาโทภาพวันบัญญัติหรือบัญญัติบาลีมันไม่ใช่ไม่มีบอใบไม้หรอกพอดีพอปลาปัญญาติดก็มันยากในภาษาไทยง่ายๆว่ามันอยากๆๆมาแต่การแต่งการแสดงออกแต่ภาษาแต่งคำพูดแต่งท่าทางแต่งท่าที ตกแต่งเป็นบัญญัติให้เขาสื่อความหมายให้เขารู้ออกมาเฉยๆตามที่ตัวเองจะสื่อนึกว่ามันถูกมันมีก็สื่อมีแต่จะสอนมีแต่จะบันดาลแสดงออกเฉยๆถูกผิดไม่รู้พิสูจน์ไม่รู้หรือมากแต่การสอนการสวดสาธยายศรัทธาญาติพระบูโรอันนี้ก็เน้นสภาพเป็นส่วนสอนสาธยายนี่เน้นมาทางวจีกรรมนะสวดสอนสาธารณรัฐมีหมดรวมหมดปริยัติรวมในการสร้างการประดิษฐ์ตกแต่งเล่าเรียนไม่ว่าจะเล่าเรียนทั้งคิดทั้งอ่านทั้งวาจาทั้งบัญญัติใดๆรวมหมดปริยัติ มิตะมีไปในทางจิตคิดไม่ใช่พวกพูดไม่ใช่พวกเรียนบททั้งตกแต่งอะไรหยาบหมดเหมือนปริยัติเหมือนมันอยากดูเหมือนสัตว์มหัศจรรย์พวกนี้เอาแต่พวกนั่งเพ้อคิดไปผูกพันไปก็คิดแต่เมื่อเขาคิดมากๆมันก็อดไม่ได้ที่จะเขียนอดไม่ได้ที่จะพูดหรอกเป็นนักพูดเป็นนักเขียนเก่งเอาแต่เขียนออกเป็นนักแสดงท่าทีคิดแล้วไปเลยทำเลยก็เอาแต่ทำทำไปตามตัวคิดทำไปตามตัวเข้าใจทำไปเลยใครจะว่ายังไงก็ตามคิดไปภาษาไทยเน้นหนักอะไรก็แสดงออกทั้งนั้นเอาแต่คิดเชื่อความคิดตัว ส่วนคำว่าพหลโยธินส่วนด้านปัญญาหรือด้านอย่างนี้เราเรียกว่าพวกรู้มากพวกใช้รู้ใช้ปัญญารู้แล้วก็มาสร้างอะไรต่ออะไรต่ออะไรมากมายโดยไม่รู้ว่ามันมีสภาวะจริงเป็นไปได้จริงปฏิบัติประพฤติร่วมด้วยก็ไปยังไงบ้างหรือเปล่าก็ไม่ตรงนี้ก็เป็นการสร้างอัตลักษณ์ถ้ายิ่งไปหลงความเก่งหรือหลงความรู้มากรู้ความเป็นพระคุณหลวงของตนไม่ว่าเชิงไหนแสดงเพราะออกมาทางปริยัติแหลกลาภและยศและสรรเสริญได้ก็จมอยู่กับนี่ยิ่งผลิตปริยัติหลงทางบัญญัติผลิตบัญญัติออกมาแรกลาภยศสรรเสริญสุขใดก็หลง กษัตริย์ฉายาก็เหมือนกันได้แต่สาธยายหลงสาธยายไฟฟุ้งไปเพ้อเจ้อไปไม่รู้เรื่องแต่เอามาแลกลาภยศสรรเสริญสุขนึกว่านี่คือผลสำเร็จยิ่งได้รับการต้อนรับคนต้อนรับมากยกย่องชมเชยแหลกลาก็ได้ลาบแหลกก็ได้ยศมีคนชมเชยมากเข้าไปมันก็นึกว่านี่เป็นข้าเป็นของมีมีตัวตนล่ะมีค่าที่ให้แก่ชีวิตได้ก็ได้สุขแบบโลกามีซึ่งแบบโลกได้รับผลตอบแทนเหมือนกับชาวโลกสินค้าที่ขายที่ร่ำที่เรียนที่สร้างที่ศาลแบบโลกทำข่าวทำน้ำปลูกผักปลูกหญ้าหรือว่าทำอุตสาหกรรมหรือว่าทำการอย่างโน้นอย่างนี้อะไรในโลกแล้วก็แหลกลาภแหลกสรรเสริญ ก็เป็นสุขให้แก่ตนเองเลี้ยงชีวิตหรือว่าตนเองมีชีวิตเป็นผลสำเร็จแล้วมันไม่ใช่นิพพานนะแต่เป็นอัตตาอยู่อย่างเก่าก็ไปในเชิงที่ตัวเองประดิษฐ์ตัวเองสร้างออกมานั่นแหละบอกรถยนต์ในโลกนี้มีเธอพรุ่งนี้หลงปัญญาแบบนี้ก็มีอยู่นะอัตราชนิดนี้เชิงนี้มีเกลื่อนและเรียกผู้มีอัตราชนิดนี้ว่าพวกอาตมาทุกปาทานคือพวกได้แต่พูดหรือพวกที่ยึดเอาได้แต่คำพูดได้แค่ภาษาเท่านั้นแหละเป็นอัตตาเป็นตัวเป็นตนวงเล็บเปิดซึ่งอัตราทุกปัญหานั้นมาจากอัตตะเท่ากับตัวตน พระเท่ากับคำพูดภาษาอุปทานความยึดถือเอาวงเล็บปิดแล้วผู้มีอัตราเชิงนี้ก็จะมีจริตเอียงไปเป็นพระบ้านในวงเล็บคามาสีไม่ค่อยจะเจริญทางเจโตแต่เจริญทางเรียนหรือเจริญทางรู้มากในวงเล็บเท่าไหร่ดังนั้นแม้อย่างนี้ก็ยังคือเบื้องต้นที่พระโยคาวจรจะต้องตรวจสักกายะของตนอยู่จริงๆอย่าเพิ่งรีบลงตัวหลงตนว่าตนสูงตนมีธรรมะแล้วเป็นอันขาดเพราะจะหลงเผลอว่าตนเรียนมากรู้มาก Doctor จบปริญญาจบเปรียญ 9 ประโยคหรือจบปริญญากี่ชั้นกี่ระดับก็นั่นแหละยิ่งจะเป็นภวตัณหาเพิ่มในจิตในใจเป็นมานะซ้ำซ้อนเข้าไปใหญ่ซะอีกและที่ร้ายกาจก็คือยิ่งมีอัตราชนิดนี้มันก็ยิ่งจะนำไปแลกโลกามิส 8 นำไปแลกสมบัติวัตถุหรือนำไปสร้างญาติเพิ่มญาติและเปิดคือลาสิกขาออกไปแต่งงานซะเลยวงเล็บปิดตัวเก่งออกเสียด้วยจึงยิ่งทำให้ซ่อนเร้นทำให้ประมาทที่จะรู้ในปัญหาต่างๆได้ยากยิ่งยิ่งขึ้นจึงยิ่งรู้มากก็ยิ่งจะต้องสำเนียงจะต้องสังวรระวังยิ่งขึ้นต่างหาก ก็ขอชี้ตัวจริงว่าคนที่มีพวกนี้นี่นะเยอะอยู่ที่ไหนขณะนี้กองอยู่ที่กรมการศาสนาคนพวกนี้เรียนมากรู้มากจบเปรียญ 9 จบเรียนจบเรียน 8 หรือว่าจบ the poster จบปริญญาโทปริญญาเอกอะไรเยอะแยะแล้วก็ออกมานัดเขาก็พาออกสื่อก็มาแต่งงานฉันเลยแล้วก็แต่งงานบางคนโอ้โหหลายอย่างกินเหล้าหัวดำน้ำไม่ได้เรื่องอะไรเยอะอยู่ที่ในกรมการศาสนามีคนเคยมาถามมากเหมือนกันว่าทำไมพวกที่บวชมากๆ โกหกไอ้เราไม่ได้เรียนได้ทำอะไรยังกินเหล้าสู้ไม่ได้ยังกามตัณหาอะไรยังไม่ร้ายแรงเท่ามีคนมาถามเหมือนกันก็ออกแปลกใจว่าได้เล่าเรียนมาทำไมมันควรลดละก็มันจะลดจะละอะไรมันเป็นแบบนี้ไปเป็นเพราะว่าปัญหาหนักมากเพราะว่าปัญหาแบบนี้แล้วหลงตนว่ามีปัญญาก็มีความรู้ได้เล่าได้เรียนตามอาจารย์หาก็ไม่ได้ระวังระวังอะไรเพราะไม่ได้ปฏิบัติพระพุทธอะไรคือไม่เข้าใจไอ้พวกนั้นก็ล้มตัวลงมานะด้วยแต่แถมกราบเพราะสึกออกมาทีนี้ไม่มีสีไม่มีอะไรขัดกลางก็ใหญ่ไม่มีสีมีอะไรกำหนดกลับกลับไว้คั่นไว้ก็หนักใจ เป็นแบบนี้เยอะแยะแล้วทีนี้ก็หันมาคำว่าอาตมาทุกตาทานอัศวาอุปาทานเนี่ยมันมีคำว่าวาทะกำหนดคนที่ไม่มีวาทะก็แสดงแสดงออกทางกิริยาแสดงออกทางกายกรรมแสดงออกทางส่วนอื่นทำออกมาเลยมันก็เป็นวาทะประกอบบ้างคนพูดน้อยแต่กระทำมากมันก็เป็นเหมือนวาทะนั่นแหละถ้าไปถามเขาก็บอกได้แต่ก็ไม่ใช่ช่างอธิบายไม่ใช่ช่างยืนยันด้วยภาษาแต่ทำคนที่ทำทำก็เป็นอันตรายมีความนึกคิดเป็นอัตรา ภาวนาอย่างไรก็ทำไปตามที่ตัวเองหลงตัวเองยึดสร้างมาเป็นอันตรายถ้าช่างพูดแล้วก็ได้แต่ภาษาเลยทีเดียวแม้จะลงมือทำยังไม่ลงมือทำเลยพวกนี้มันยิ่งเมามันยิ่งไม่เข้าท่าใหญ่เลยเพราะว่าหลงความเก่งหลงความคิดหลงความนึกถึงความเข้าใจหลงจิตจิตที่เป็นเชิงปัญญาหลงแล้วทีนี้ออกมาจะได้ถ้าไฟๆๆแค่ตัวเองฝึกยังไม่ฝึกทำยังไม่ทำมือยังไม่มีทำแม้มันจะเป็นหลงสร้างเป็นโลกิยะก็ตามจึงเรียกว่าตัวอันตรายทุกปาทานแท้อันตรายแท้มันได้แต่อย่างนั้นน่าจะภาษาพูด ไม่ได้เป็นอะไรเลยทำยังไม่ทำเลยเพราะคนทำมันจริงๆเธอก็ยังเป็นเนื้อเป็นชิ้นนะจะไปทำแบบเก่งแบบไหนก็แล้วแต่ที่ว่าเราก็เก่งสร้างสรรค์ขึ้นมาเพราะฉะนั้นจึงไม่เรียกว่ามันไม่เป็นทุกข์ไม่ได้เป็นอัศวาอุปทานทีเดียวเพราะว่ายังบอกว่าดีก็ยังพอมีลูกมีเรื่องแต่ไอ้นี่มันฝอยยันแก่เลยมีแต่วาทะมีแต่คำพูดภาษาฝอยๆให้เป็นตัวนี้ที่มันตัวอัดแท้ๆวาทะอยู่แท้ๆไม่มีตัวลูกตัวเรื่องอะไรเลยได้แค่คิดแล้วก็ได้แค่ฝอยออกมาให้แก่ลูกแล้วมันชัดเจนถ้าอยู่แต่ในจิตไม่ต้องฝอยไม่ต้องทำนะมันก็ยังไม่ใช่อัตราที่ออกมาระรานคนในโลกหรือว่ามามองคนใน อะไรมากนักเพราะว่ามันได้ไปตรรกะวิตกกะอยู่ในจิตของตัวเองไม่ออกมามากเท่าไหร่มันก็ยังมันก็ยังไม่เป็นอัตตะว่าอุปทานมันก็ยังไม่หยาบคายมันก็ยังไม่ออกมาชี้ชวนมามอมเมาโลกมากมายแต่ถ้าเผื่อว่ามันออกมาถ้าออกมาเป็นการสร้างด้วยพูดน้อยมันก็ยังเป็นชิ้นเป็นอันแล้วพรุ่งนี้จะรู้เองว่าพิสูจน์ได้ทำลงไปแล้วนะเพราะเดี๋ยวมันจะค่อยๆรู้ตัวว่าจะรู้สึกไอ้นี่มันพิสูจน์หรอกนึกว่าได้ตามความคิดแล้วก็น่าจะไปพูดไปไม่ได้ทดสอบไม่ได้ทดลองอะไรเลยไอ้นี่แหละผีร้ายที่สุดฟังดีๆนะที่อธิบายในพิสดารเป็นชั้นเชิงให้ละเอียดให้ฟังทำไมท่านถึงชื่อว่าอันตรายทำไมถ้าไม่เชื่อว่าอัดตกอัดตกอัตโนมัติปาทานคือ คือเป็นอัตราแล้วก็ออกมาก็ทำเป็นซะอย่างนั้นอย่างนี้ทำไมไม่มีคำนี้ที่ไม่เอาคำนี้เพราะจะต้องเอาคำจบคำสั่งคำแปลเรียกว่าอัตตวาทุปาทานเพราะว่าไอ้ตัวนี้มันผีร้ายบอกว่าถ้าทำบ้างนะมันก็ยังเป็นเนื้อเป็นตัวจะผิดจะถูกยังไงก็ช่างแล้วมันก็จะรู้สึกมากเพราะว่าปฏิบัติที่สุดนี่มันจะรู้ตัวง่ายขึ้นมันเป็นชิ้นเป็นอันมันเป็นไปได้หรือไม่เป็นไปได้ผ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน