191120-002 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน002-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ006.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์232 KB
วันที่แก้ไข4 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้เป็นวันที่ 20 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2519 แต่อย่างนี้ไปพ่อท่านทุกคนที่รักด้วยนะโมพุทธายะเช้าที่พระราชทานสันติอโศกสำหรับวันนี้คุณจะเป็นการบรรยายเกี่ยวกับเรื่องประวัติจากพระโอษฐ์วันนี้เราก็มาทำวัดต่อจากเรื่องพุทธประวัติเรื่องแรกที่เราได้พูดตั้งแต่เรื่องเป็นภาพนำแรกสุดคือเรื่องโรคธาตุ 1 มี พระพุทธเจ้าเพียงองค์เดียวนี่เป็นการยืนยันหรือเป็นการแจ้งสัจธรรมชนิดหนึ่งซึ่งเป็นการแจ้งสัจธรรมชนิดที่ว่าสูงที่สุดเป็นที่สุดคำว่าโลกธาตุ 1 มีพระพุทธมีพระพุทธเจ้าองค์เดียวเป็นการแสดงถึงความเป็นยอดสุดยอดสุดมีหนึ่งเท่านั้นยอดสุดจะมี 2 ไม่ได้มึงต้องมี 1 ถ้าวันหนึ่งและมี 2 มันไม่ใช่ยังไงมันก็ไม่ใช่เป็นสัตว์จัดทำที่ลึกซึ้งถึงที่สุดเรียกว่าสุดสุดนั้นต้องมีสดและอันที่สุดนั้นมี 1 ไม่มี 2 เพราะฉะนั้นเราจะเข้าใจแม้กระทั่งเป็นสภาพที่หยาบเข้าใจคนที่เข้าใจโลกได้ว่าโลกคือลูกโลกนี้กลมๆนี่แหละไอ้ที่เรายืนอยู่บนมันเนี่ยมีประเทศมีมวลมนุษย์มีสัตว์โลกเยอะแยะแล้วก็มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาปรากฏเป็นคนคนหนึ่งมาปรากฏก็เป็นได้ว่าจะต้องมี 1 และบุคลิกฐานออกใหญ่โตอย่างนั้นก็ต้องเป็นหนึ่งมีหนึ่งในระยะตามเวลาที่ขยายความและขยายความไว้แล้วเพราะมันเป็นฐานะเลยที่จะเกิดปัญหาครบทุกอรหันต์ 2 องค์ขึ้นพร้อมกันไม่ก่อนไม่หลังกัน ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้และแม้ผู้ใดจะเข้าใจให้ลึกละเอียดไปจนกระทั่งว่าถามยอดสุดนั้นในตัวเราย่นย่อจากโลกนั้นเข้ามาหาตัวเราร่างกายของเรากายยาววาหนาคืบกว้างศอกพร้อมสัญญาและจ่าย 1 เนี่ยมันก็จะมีความรู้สูงสุดได้ขนาดหนึ่งเป็นสุดเราต้องรู้ความสุขของเราถ้าเราไม่รู้ความสุขของเราแสดงว่าเรายังไม่ใช่พุทธะที่แท้ทะลุความสูงสุดของเรารู้เขตความสูงของเราไม่มีมานะไม่ผิดมานะผู้นั้นเริ่มเป็นพุทธนั้นเริ่มเป็นพุทธขีดความสูงของเราไม่ใช

อ่านต่อ

่รู้ผิด ความสุขของเราพูดได้กำหนดขอบเขตของความจริงที่เราเป็นเรามีความรู้ความเก่งความยิ่งอะไรของเราจริงไม่ใช่ไปเดาผิดดาวถูกประเทศโดยหลงเอาความสูงของคนอื่นรู้โดยบัญญัติรู้โดยภาษารู้โดยสภาพที่รับมาเป็นเจ้าของคนอื่นเป็นแต่รูปร่างนิมิตอย่างนั้นอยู่กำหนดหมายว่าอย่างนั้นอย่างนั้นอยู่แล้วก็มาคิดว่าเราเป็นแล้วอย่างนั้นคิดว่าเราเกิดอย่างนั้นแล้วมีอย่างนั้นในโตแล้วคิดเอาจึงเรียกว่าการหลงผิดไม่ใช่พุทธะพุทธะต้องมีจริงเกิดอย่างนั้นเป็นอย่างนั้นจริงตามบัญญัติที่เราได้รู้นั่นแหละ หรือตามภาษาตามความรู้ที่เด็กรู้มานั่นแหละที่ได้เข้าใจมานั่นแหละได้เป็นจริงมีจริงอย่างนั้นจึงจะเรียกว่าพุทธะมิสูงเท่าไหร่เรารู้ขนาดของเราจริงๆว่าเราได้เท่านี้เราเป็นเท่านี้ที่เรารู้บัญญัติเรารู้ภาษาเรารู้ความหมายรู้เหตุรู้ผลว่าสูงกว่านี้มีอีกแต่เรายังไม่ได้เป็นเรายังไม่ได้ครบพร้อมเรารู้แล้วได้เป็นอยู่บ้างนิดนึงบางครั้งบางคราวยังไม่มั่นคงยังไม่เที่ยงแท้ยังไม่เด็ดขาดก็รู้อย่างนี้เรียกว่าเราจะรู้ตัวเราเองเข้าไปอีกวันโลกก็ถ้าโลกนี้มี 1 จุดสูงสุดเป็นหนึ่งขนาดนั้นอันนั้นอันเดียวไม่ใช่ 2 ไม่ใช่ไป ไม่ไม่ใช่ว่าสิ่งที่ยังเบลอๆเป็นสองอยู่มีตัวนั้นแล้วก็มีเงาพลางๆอีกไม่ใช่ต้องมีอันชัดเจนมีอันแน่แท้มีสิ่งนั้นมีสภาพนั้นสภาวะนั้นจริงๆที่ตัวเรากายเป็นได้ทั้งกายฉันก็รู้ว่ากายได้มาจากใจอย่างชัดเจนว่าจีก็ทำอย่างนี้ได้ก็รู้เราได้จิตใจเราเป็นแต่กายยังไม่ถึงประกอบกายยังไม่เชี่ยวชาญประกอบลูกของกายเอาออกมาไม่ได้บริบูรณ์เป็นอัตโนมัติประกอบร่วมของวจีไม่ได้ออกมาบริบูรณ์เป็นอัตโนมัติหรือได้รูปนามรูปครบพร้อมก็ยังไม่ได้ในรูปพระจีนในรูปกายก็ให้รู้แม้ใจ รู้แล้วใจเราพยายามแล้วทำได้บ่อยๆแต่ยังไม่ถึงบริบูรณ์ก็ให้รู้ว่ายังไม่บริบูรณ์และที่สุดก็คือใจและใจอันเป็นพุทธะสูงสุดจะต้องรู้อารมณ์ของจิตรู้สภาวะของจิตที่แท้จริงว่านั่นแหละเป็นหนึ่งเดียวนั่นแหละเป็นยอดสุดของจิตเป็นฐานะที่จะมีได้อยู่ที่นี่อยู่ที่จิตนี่อันเดียวของเราแล้วอันสูงที่เดียวจริงๆที่เอกจริงๆจิตอันเอกเดี๋ยวจริงๆจิตนั่นเองจิตอันนั้นเรียกว่าบุคลิกการปรากฏของตถาคตมีได้ยากในโลกในหัวข้ออันต่อมาได้ฟังธรรมเมื่อวาน ยืนยันว่าการปรากฏของบุคคลเอกมีได้ยากในโลกบุคคลเอกก็คือตถาคตหรือพระอรหันต์ตรัสรู้ชอบเองผู้เป็นอรหันต์ตรัสรู้ชอบเองเป็นบุคคลเอกบุคคโลแปลว่าไอ้สิ่งที่ดังลงที่จิตอันยิ่งปากบอกว่าอันยอดเยี่ยมสุดเป็นอันสุดของคนนั้นคนนั้นของใครก็ตามที่มีปากที่มีตัวปรับที่ตัวจริงยอดอันนั้นมันยังลงก่อนและจิตของคนที่มันอย่างลงก่อนเรายังไม่รู้มันว่ามันมีแล้วล่ะมันก็ค่อยมีเป็นถ่ายรูปแล้วก็จะเป็นรูป กว่าเราจะรู้ในรูปนิมิตนั้นกำหนดหมายรองเท้ามีงั้นเราเป็นแล้วเราได้ครบพร้อมชัดเด่นยากมากที่จะมีในโลกยากมากที่จะทำได้ยากมากที่จะเห็นไม่ชัดผู้ใดเกิดเห็นขึ้นมาเรียกว่าเกิดญาณทัศนะรู้ของตัวสภาพที่เห็นนั่นแหละเราเรียกว่าอรหันต์ที่ตรัสรู้ชอบเองตัวอรหันต์ตรัสรู้ชอบเองนั้นคือของเราเองรู้ของเราเองเรียกว่าปัดจัดฟันเรียกว่าปัจจัยคือสภาวะนั้นอัตตาอันนั้นที่มันสว่างมันแจ้งมันถึงเป็นอัดจากประกอบไปด้วยอาจจะเรียกว่าสัจจะ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ไม่ใช่ไม่ใช่ไม่ใช่สัตว์บุคคลถ้าใครอ่านสุดยอดปาฏิหาริย์ที่ได้อธิบายสัตว์บุคคลในเจโตปริยญาณมาให้ฟังชัดๆถ้ารู้ได้ชัดจะเข้าใจดีมากเลยแล้วยิ่งอธิบายศตวรรษกล่าวมาแล้วถ้าเข้าใจศตวรรษก็ได้จะรู้แล้วว่าสัตว์ทั้งหมดแม้แต่อายตนะอยู่ก็ยังหลงอยู่นั่นแหละคนนั้นหลุดจากอายตนะนั้นแล้วจึงเรียกว่าบุคลากแท้หรือบุคคลแท้และเป็นหนึ่งเท่านั้นไม่มี 2 ไม่มี 2 ขนาดเท่าไหนก็ของแต่ละบุคคลถ้าเข้าใจมาถึงตัวเราแล้วนะตอนนี้เราไม่ได้เป็นนักเป็นโรคหยาบๆเหมือนอย่างโลกนี้และมีคนคนหนึ่งเป็นบุคคลอันแก่แล้วก็มาเป็นพระสัมมา พระพุทธเจ้าซึ่งตอนนี้ยุคสมัยนี้ที่เรานับถือศาสนาพุทธเราหรือบุคคลนั้นคือเจ้าชายสิทธัตถะก็จริงอย่างนั้นก็อยากก็จริงด้วยแล้วก็เห็นลงตัวยอมรับว่าแม้แต่คุณธรรมของพระพุทธองค์เรามีเอกของเราเองเรายังไม่ถึงขององค์นั้นที่ท่านมีหลักฐานเทียบเคียงกันเรายอมรับแล้วผมก็ยังยอมรับอยู่พอพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์นั้นจริงแล้วก็เอกจริงๆเรายังไม่ถึงยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังไม่ถึงเอกก็เอกของเราทีนี้มาย่นย่อเราตัดรอบอย่างนั้นหรอกเอาของเราเราก็มีเอกของเราจริงมีส่วนที่เรารู้เราถึงอันนี้จึงเป็นบุคลิกอันเองแล้วเรารู้ยอดไม่ผิดรู้ยอดถูกไม่เป็นมานะไม่เป็นมานะ 9 ไม่ ไม่ผิดไม่สูงไปไม่ต่ำไปตรงสภาวะแท้ตรงขนาดแท้และแม้ที่สุดแม้เสมอขนาดนี้ยังไม่ยึดว่าอันนี้เป็นของที่เปลี่ยนไม่ได้เคลื่อนไม่ได้จะต้องเปลี่ยนได้เคลื่อนได้ไม่เป็นอย่างนี้อยู่อย่างคงที่ของเที่ยงด้วยแต่อันนี้จำแม้เสมออย่างนี้ก็ไม่ยึดมั่นตายตรงนี้แค่นี้อยู่ก็ไม่ยึดมั่นเอาเป็นเอาตายอยู่แค่นี้แหละสูงขึ้นไปอีก 20 เป็นอนันตังไอ้เที่ยง พระพุทธเจ้าไม่ถือแม้แต่ธิติมันแล้วคงแล้วได้เสมอขนาดนี้แล้วยังลงได้ขนาดแล้วแต่ขนาดนี้ก็ดีแล้วไม่ต่ำกว่านี้ให้สูงขึ้นไปอีกเป็นฐานะเป็นวุฒิเคลื่อนออกได้แล้วเอาใหม่เปลี่ยนใหม่แต่ไม่ใช่เปลี่ยนใหม่เพื่อต่ำลงเปลี่ยนใหม่ให้เพิ่มขึ้นอีกให้ดีขึ้นใหม่ให้มีใหม่มีใหม่ที่ดียิ่งขึ้นจึงเรียกว่าวุฒิหรือปรับเปลี่ยนทำไม่ได้อย่างนั้นมั่นคงภายใน 1 เดือนให้มีพฤติกรรมเกิดอยู่อย่างนั้นน่ะฐานะเป็นฐานมันแพงได้ฐานและเพิ่มสูงขึ้นไปอีกเพิ่มฐานขึ้นมาอีก อาอิขึ้นไปเรื่อยๆถึงจะเรียกว่าไม่ถดถอยเป็นพุทธะแท้เป็นสภาพที่เจริญเจริญอยู่จึงจึงเรียกว่าบุคคลประเสริฐเรียกว่าการเกิดมาแล้วมันมีแต่ดีทวีอยู่อย่างแท้จริงเป็นสัจธรรมที่ถูกต้องที่สุดถ้าใครเห็นอันนี้เรียกว่าการปรากฏอย่างนี้การรู้อย่างนี้และการทำได้อย่างนี้หรือการมาปรากฏของบุคคลมีแต่ยากมีได้ยากในโลกมีได้ยากในโลกโลกนี้ก็มีได้ยากตัวเราเองก็ยังมีได้ยากเลยตัวเราเองก็ยังมีได้ยากการที่จะเป็นอย่างไรมันก็ยากเขา แล้วเข้าใจของเราเองอยู่เนี่ยว่าเรารู้ว่ามันยากหัวข้อต่อมาที่เราได้เรียนกันไปพูดกันไปเมื่อวานนี้อีกก็คือโลกที่กำลังมัวเมาก็ยังสนใจในธรรมะของพระตถาคตไม่ไปอัศจรรย์อัศจรรย์ที่ไม่เคยมีมาเลยมันแปลกมันอัศจรรย์ที่คนหลงไปตามพอใจในกามก็ยังมาเงียบหูฟังมาตั้งใจฟังมาพยายามทำความเข้าใจให้ทั่วถึงในเรื่องของการเพื่อที่จำหน่ายกามคนพอใจในเรื่องมานะในเรื่องการถือตัวถือตนก็ยังมาเงียบหูฟังมาตั้งใจฟังมาพยายามทำความเข้าใจทั่วถึงในมานะเพื่อจะลดจะละลายไขมัน คนพอใจในความเป็นอย่างโลกีย์ในรถไม่มีก็แปลว่าความวุ่นวายความไม่สงบแต่ถ้าพอเอาสำนึกธรรมดาภาษานี้คนมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอกมันไม่อยากวุ่นวายหรอกมันไม่สงบมันไม่เรียบร้อยมันก็ไม่ค่อยชอบหรอกแต่ที่จริงมันเป็นจริงคือมันดิ้นรนดินสอสับๆๆอยู่อย่างนั้นแหละเรียกว่ามันดีดดิ้นอยู่มันดิ้นอย่างคนอยู่แสวงหาอย่างคนอยู่ไม่พักลงได้เพราะพลอยใจในสภาพนั้นคนน่ะพอในสภาพที่จะแสวงหาเพื่อมาเสพอยู่ไม่พักลงได้นะควรจะใช้ หาภาษาวันนี้เพราะว่าถ้าไปใช้ภาษาจนทั้งหลายพอใจในความวุ่นวายไม่สงบในฟังดูแล้วมันก็คนโง่มากจังเลยมีอย่างละคนบอกว่าชอบให้ความวุ่นวายใครจะไปชอบความวุ่นวายมาเกิดวุ่นวายขึ้นมาใครจะไปชอบถามจริงจริงแต่ชอบในการแสวงหาสิ่งนั้นสิ่งนี้มันเสร็จเขาชอบจริงๆด้วยแล้วเขาไม่พอใจที่จะพักแล้วพอใจที่จะพอไม่พอใจที่จะยึดในเรื่องที่เขาจะแสวงหามาเสพติดนี้เรียกว่าโลกียะเขายินดีวุ่นวายอยู่อย่างนี้อยู่จริงๆบันเทิงอยู่เพราะบันเทิงอยู่อย่างสง่าเริงพอใจพี่เปรมที่จะทำอย่างนั้นอยู่คนเต็มไปด้วยอย่างนั้นจริงๆ คำตถาคตแสดงธรรมที่เป็นไปเพื่อความสงบคือเป็นไปเพื่อความรักอันนั้นพออันนั้นจะหยุดอันนั้นน่ะประชาชนเหล่านั้นก็ฟังเงียบหูฟังตั้งใจฟังเพื่อให้เข้าใจทั่วถึงนี่คือของหน้าอัศจรรย์ไม่เคยมีอย่างที่ 3 มีขึ้นมาเพราะการบังเกิดของตถาคตผู้อรหันต์แต่สัมมาสัมพุทธะเป็นของแปลกที่เขาเองเขายังหลงปีเปรมเปรมใจอยู่กับไอ้สิ่งที่เขาแสวงหาซอกๆเพื่อมาเสพว่าเป็นสุขเขาก็อยากพักเขาไม่อยากพอแต่พอจะหาคนเกิดปัญหาคนก็แสดงว่าให้ อย่าไปหลงเสพอย่าไปซอกซอกลงวันนั้นเป็นสุขจงมารู้ว่านั่นเป็นทุกข์อริยสัจและคนกลับหยุดได้ชะงักมาฟังมาพึงเข้าใจเอ๊ะเป็นจริงเหรอมันเป็นไปได้ยังไงแล้วก็ย้อนแย้งหัวใจอย่างอะไรดีถ้าหยุดได้ฝืนอ้าวยังอุตส่าห์สนใจมาฟังมันเป็นของประหลาดนั้นเป็นของประหลาดก็อย่าอย่ากินเข้าไปไอ้นั่นก็รู้อยู่ว่ากำลังจะอร่อยกำลังจะเอาเข้าปากแล้วตถาคตบอกว่าไอ้นั่นไม่อร่อยหรอกหยุดฟังได้ชะงักได้จริงเหรอเอาวางลงจริงเหรอไม่อร่อยจริงๆเลยทั้งๆที่เขารู้ว่าเขาอร่อยแล้วเขาจะเอาพอเขาจะถามคนไปแล้วใจที่มันยังติดอยู่มันก็ยังเอามากินอยู่แต่เขาก็ยังหยุดฟังเนี่ยหูฟังตั้งใจฟังเพื่อที่จะเข้าใจให้ ชะงักได้ไอ้สิ่งที่มันชะงักโลกได้เนี่ยนี่แหละเรียกว่าฉันรักโลกหยุดยั้งยั้งโลกียะยุทธไอ้สิ่งที่กำลังจะแสวงหานี่กำลังซอกๆๆเพี้ยนอยู่ที่จะไปหาสิ่งนั้นได้เรียกว่าเบรคอันนี้ได้หยุดอันนี้ได้เนี่ยมันเก่งอัศจรรย์มากความอัศจรรย์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงผิดคาดอย่างที่เกิดมาจากต้นเมื่อวานนี้นะอัศจรรย์จริงแทงไม่เข้ายิงไม่ออกอัศจรรย์จริงหาไม่เจอหนุ่มพุทธศาสนาไม่ใช่พุทธศาสนาไม่ได้อัศจรรย์อย่างนั้นเลยความอัศจรรย์ของพระพุทธเจ้าแต่อัศจรรย์ที่แปลกคนกำลัง พอใจในการกำลังวุ่นวายกำลังชอบในมานะชอบในการยกตัวยกตนถือตัวถือตนถือดีแต่พระพุทธเจ้ามาอธิบายให้ยับยั้งมาพอใจฟังเพื่อที่จะยับยั้งเพื่อที่จะเรียนรู้ให้ทั่วถึงและก็จะได้เริ่มไม่ติดไม่ยึดมาพอใจในการแสวงหาสิ่งที่หลงมาเป็นโลกียศพๆๆไม่รู้พักไม่รู้พอเพราะท่านไม่ให้พักให้พอให้หยุดซะบ้างให้เข้าใจให้ทั่วถึงให้นายคลายให้เข้าใจเท่าทันให้รู้เท่าทันครับหยุดได้เหมือนกันชะงักได้เหมือนกันสนใจได้เหมือนกันอัศจรรย์จริงๆแปลกจริงๆเรื่องนี้แปลกถ้าใครเห็นแปลกได้ในใจจริงๆคนนั้นน่ะเกิดธรรมะแล้วรู้สึกว่าเออจริงใคร มันเห็นจริงๆมันรู้เออมันแปลกจริงๆมันเกิดความแปลกจริงๆแต่ถ้าใครเห็นว่าฟังแล้วก็ให้มันแปลกตรงไหนเลยธรรมดาถ้ามีหมาสองหัวหมายถึงเขาจะแปะยิ่งกว่าถ้ามีคนถอดได้หรือว่าถ้ามีแทงไม่เข้ายิงไม่ออกแล้วถ้ามีอะไรเป็นแบบที่เขาคิดว่าไอ้นั่นอัศจรรย์ปาฏิหาริย์อภินิหารหรือประหลาดประหลาดเอาอย่างนั้นเขาจะแปลกกว่าแล้วนี่ก็ไม่เห็นแปลกหรอกแล้วเขาจะไม่ซึมซึมซึ้งใจเลยว่าไอ้นี่ก็แปลกที่น่าสนใจกว่าไอ้นั่นไม่น่าสนใจเขาจะไม่เห็นเด่นชัดเลยถ้าจะไม่เห็นเด่นชัดแต่ผู้ที่มีธรรมะในใจขึ้นแล้วจะเห็นเด่นชัดเลยว่าจริงอันนี้หน้าแปลกกว่าจริงๆแล้วหน้าใส่ใจกว่า คนนั้นก็จะมาเอาเวลามาให้ตัวเองก็จะโน้มน้าวมาทางนี้จริงๆมาทางด้านจิตประหลาดก็จะมาใส่ใจเรื่องการเรื่องมานะมีรากเน่าใหญ่ของคนน่ะมันเรื่องกามเรื่องมานะไอ้การก็ยังอยากข้างนอกไอ้มานะก็คือข้างในไม่พบตามอาการปัญหาอันที่ 4 ก็คือตัวใจจริงๆภพชาติจริงๆก็คือประกอบอยู่ด้วยอวิชชาประชาชนทั้งหลายประกอบอยู่ในอวิชชาเป็นคนบอกถูกความมืดครอบงำเอาแรงขั้นต่ำแสดงธรรมที่กำจัดอภิชาประชาชนเหล่านั้นก็ฟัง เงียบหูฟังตั้งใจฟังเพื่อเข้าใจทั่วถึงนำมาเข้าใจถึงว่าอวิชชาคืออะไรอันที่ 4 อัศจรรย์แล้วก็จะมาล้างกับวิชาเพราะรู้ว่าอ๋ออันนี้เป็นความโง่อันนี้เป็นความไม่รู้ของคนเราไม่เคยรู้อย่างนี้อ๋อนี่เลยมาชักหลังๆแล้วอ่ออย่างนี้เองมาเป็นสิ่งที่มนุษย์ควรจะรู้อย่างนี้ไอ้อย่างอื่นไปถูกเขาหลอกให้รู้มาโอ๊ยนับหมื่นนับแสนนับล้านเห็นเขาหลอกให้รู้มาแล้วเราก็ไปรู้นอกจากรู้แล้วยังไม่พออุตส่าห์เข้าไปติดซะอีกไปยึดปฏิเสธไปหนักหนามีเวลาเท่าไหร่ก็เอาไปเสียเวลากับการประกอบการแสวงหาอย่างนั้นมันนานแล้ว ใครมารู้อันนี้ว่าฉันว่าไอ้นี่เป็นวิชาที่ประเสริฐกว่าเป็นความรู้ที่น่าจะได้รู้ยิ่งกว่าเป็นสิ่งที่จะทำแล้วมันพ้นทุกข์อย่างสนิทใจเป็นค่าที่สูงเป็นคุณธรรมที่สูงเป็นสิ่งที่น่าได้น่าเป็นหน้ามีอันสูงได้มาแล้วตนก็ยอดสบายยอดเลิศเกิดเป็นคนจนสบายยอดเหลือเกินเป็นคนแล้วถ้าเราจะขยันเราจะเหน็ดเหนื่อยเราจะหนักหนาก็เอาวิชาความรู้อันที่ได้นี่ไปสอนคนย้อนซ้ำซ้อนลงไปให้คนอื่นเขาได้วิชาอันนี้ดีกว่าให้เขาไปหลงวิชาไอ้ในโลกโลกอยู่ที่เขาไปแสวงหากันที่เขาหลอกกันอีกมากนักดีมากๆนะมันจะเห็นชัดที่สุดเลยมาสอนวิชาที่ให้คนหลงให้คนเลิกหลง ให้คนหมดอภิธานอันนี้แหละเป็นวิชาที่ยอดวิชาเป็นความรู้ที่ยอดความรู้เป็นคนก็เป็นคนที่เป็นครูสุดครูครูยอดครูครูปลายแห่งครูเป็นงานที่ยอดที่จะนำเขาพาเขามาดีที่สุดมันจะเห็นมันจะเข้าใจเลยว่างานอื่นเรารู้มันไม่จบงานเข้าใจแสนเข้าใจจริงๆพยายามจะอนุโลมไปทำงานอื่นก็ทำเป็นเขียนๆไปงั้นแหละผสมไปอนุโลมไปมีบ้างประกอบแต่ไม่เช่นมี LINE ไม่ใช่งานใหญ่ไม่ใช่งานหลักงานใหญ่ของเรานี่สอนอันนี้ สวนน้ำเป็นองค์ประกอบที่จะทำบ้างให้คนนั้นรู้รู้การปัดอย่างนี้กวาดอย่างนี้การถูอย่างนี้การทำอันนี้ให้เจริญให้เกิดอย่างนี้ขั้นนี้แค่นี้แค่นี้ก็สอนบ้างก็บอกบ้างแต่หลักจริงๆแล้วเน้นมากสอนกันมากบอกกันมากคือกายสุจริตไปสุจริตมโนสุจริตคือรู้ในสิ่งที่เป็นอวิชชารู้ว่ากิเลสตัณหาทั้งหลายมันหลงโลกเขาหลอกว่านานๆเป็นหน้าด้านหน้ามีแล้วก็ไปหลงว่ามันอร่อยซะด้วยมันสนุกซะด้วยมันเพลิดเพลินซะด้วยมันเป็นอนุพยัญชนะเป็นองค์ประกอบหลอกหลงว่ามันเป็นสุขเป็นเพลิดเพลินเป็นอะไรเป็นหน้ายินดีปรีดาฟรีเปรมอะไรอ่ะ ทะลุไอ้ตัวหลอกจนหลงพวกนี้ที่เป็นอาริกาทั้งหลายแหล่ที่เป็นตัวโกหกตัวไม่จริงหลอกลวงเนี่ยไม่ใช่สัจจะไม่ใช่อริยสัจจะมันเป็นสุขรู้ตัวพวกนี้จะว่าสนุกมันก็สุขจะว่าอร่อยมันก็สุขแต่ว่าเพลิดเพลินมันก็ตัวสุขย่อมเยามาหาภาษาโลกียะตัวนี้เป็นโลกียสุขที่จริงมันอิกะทั้งนั้นมันสุขขามิกะทั้งนั้นเป็นสุขล็อกล้อและสุขที่ไม่จริงเป็นสุขที่มันรวมๆพลางๆเรายังฝ้ามัวหรือเรายังบอกเมื่อถูกครอบงำแล้วในความมืดถูกความมืดครอบงำแล้วมันเองเพราะว่าถ้าสว่างขึ้นไปจากกระจ่างชัดขึ้นเห็นจริงว่าอดทนไม่ใช่อริยสัจสักหน่อยมันอาจมีการแท้ๆไม่ใช่อริยสัจ alika ไม่ใช่อริยะคำคู่กันอริยสัจสระอิกไก่ไอ้นี่มันริยะไม่ใช่อาริกามันลวงไม่ใช่จริงมันผิดกันอยู่ตรงนี้มันมี 2 ฝั่งเขาเอาภาษามาแทนสัก 2-3 อาทิตย์คนละฝั่งมีความหมายแยกกันเสียอันนึงมันเป็นสุขอันนึงมันเป็นความหล่อของโลกอีกอันนึงมันเป็นตัวจริงๆตัวจริงๆจึงเรียกว่าคนละอย่างเอาผู้ใด รู้อย่างนี้เข้าใจนี้ถึงที่สุดก็สบายถ้ายังไม่รู้ก็เป็นของประหลาดที่คนเขาไม่ได้รู้อย่างนี้มาสนใจอย่างนี้เข้าซึ่งมันจะล้างผลาญตัวเองนะล้างผลาญตัวที่ไปหยิบยึดติดเป็นโลกิยะมันจะลดละตัวเองเลยเขาก็ยังยินดีที่จะให้เชิดชื้นตัวเองออกหรือเป็นของประหลาดอัศจรรย์อัศจรรย์จริงๆทีนี้การมีทำของพระตถาคตอยู่ในโลกการมีธรรมะของพระตถาคตอยู่ในโลกคือความสุขของโลกข้อต่อมาจะได้พูดกันเมื่อวานแล้วพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นมารอบเย็นแล้วไม่เอาอย่างๆโจรพระพุทธเจ้า แต่สิ่งที่เป็นพระธรรมมันมีกายจะทำขึ้นมาพร้อมกับพระพุทธเจ้าแล้วพอต่อมามันก็มีวจีทำเป็นธรรมะออกทางภาษาเป็นคำสอนแล้วก็วางกดวางระเบียบวางวินัยวางหลักวางสูตรเรียกว่าทฤษฎีวางออกมาให้เราได้รู้ได้เห็นไม่เข้าใจแล้วเราก็ทำตามหลักตามกฎตามที่ดีตามระเบียบตามวินัยอะไรพวกนี้ตามเมื่อการมีระเบียบมีวินัยที่พระพุทธเจ้าได้วางลงอันนั้นก็เกิดธรรมะที่ทำให้โลกเป็นสุขนั้นเป็นความสุขของโลกเกิดขึ้นมาจึงเพราะว่าหลักเหล่านั้นจะทำให้คนนี้นายพรายเย็นรู้ความจริงไม่เร้า ใหม่ดีดดิ้นเกินขอบเขตจริงๆวัดพระสุคตโกรธเมื่อใดก็มีกายจะทำเกิดมีวจีทำมีระเบียบวินัยเกิดและก็เป็นไปท่านยืนยันว่าเป็นไปเพื่อความสุขของชนเป็นอันมากคำว่าชนเป็นอันมากนั่นหมายความว่าประชาชนหรือมวลชนภาษาใหม่เดี๋ยวนี้เรียกว่ามวลชนหรือประชาชนเป็นอันมากหมายความว่าจำนวนมากด้วยหรือจะเรียกเป็นภาษาใหม่กว่านั้นก็เรียกว่าสังคมนิยมเรียกใหม่ก็ว่า นิยมเพื่อความสุขของสังคมนิยมหรือเพื่อความสุขของมวลชนเพื่อความสุขของประชาชนภาษาเกาหลีเพื่อความสุขของชนเป็นอันมากกับประชาชนเป็นอันมากนั่นแหละคือหมู่กลุ่มชนและหมู่กลุ่มใหญ่ด้วยก็คือประชาธิปไตยเอาอำนาจชนเป็นใหญ่ก็อำนาจความเป็นความเห็นของคนหมู่ใหญ่เป็นใหญ่ก็เลือกเอาประชาชนเรียกว่าสังคมนิยมหมู่สังคมความหมูเป็นหมูเป็นกลุ่มใหญ่เป็นสังคมใหญ่นั่นน่ะเห็นกันมากยินดีกันมากนิยมหรือว่ายอมรับมันเป็นส่วนมากเอาอันนั้นเป็นใหญ่ก็อันเดียวกันทุกคนต้องการความสุขเพราะฉะนั้นทุกคนว่าอย่างนี้ ประชาชนหมู่ใหญ่เขาว่าอย่างนี้สุขก็อย่างนี้แหละคือถูกแล้วเพราะฉะนั้นคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นไปเพื่อสังคมนิยมเป็นไปเพื่อประชาธิปไตยเป็นไปเพื่อชนเป็นอันมากเพื่อให้สุขพระพุทธเจ้าเกิดไม่ใช่จะให้มาเป็นความทุกข์และก็เป็นสุขที่แท้จริงด้วยเป็นสุขที่สงบระงับแนบเนียนแนบเนียนเป็นสุขที่เป็นไปเพื่อความเรียบร้อยไม่ฆ่าไม่แกงไม่เอาเปรียบเอารัฐฉลาดก็รู้จักว่าฉลาดมีความฉลาดในคนและเป็นความฉลาดที่เป็นอริยะไม่ใช่ความฉลาดอย่างเฉโปถ้าจากความฉลาดแกมโกงฉลาดแต่มีเล่ห์ซ่อนฉลาดจะเอาเปรียบแฝงไว้ฉลาดจริงใจฉลาดที่ซื่อสัตย์ฉลาดที่รู้ แล้วพอรู้ว่าเสียคืนดีก็ทำเสียเสียสละเป็นผู้ที่ไม่เอาเปรียบเลยกินน้อยใช้น้อยอยู่น้อยทำงานมากให้ประโยชน์มากไม่ใช่มะแฝงสะเออะแอบเสพสุขเอามากไม่ใช่ให้มากเป็นผู้ที่จะเอาประโยชน์ให้มากทำประโยชน์ให้มากแต่ประโยชน์นั้นของตนก็มีอยู่ประโยชน์นั้นก็ไม่ใช่ว่าจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมาแล้วก็ไปเอาชิ้นเอาอันนั้นมาเป็นตนก็ไม่ใช่เอาแต่เพียงพอใช้มาสังเคราะห์หรือเอามาเกี่ยวข้องกับร่างกายชีวิตนิดหน่อยจึงเรียกว่าเมื่อการเกิดของพระสุคตเจ้า มาแล้วเมื่อใดสุพจน์นี่หมายถึงเราก็ได้เมื่อเราเองรู้อย่างนี้มีอย่างนี้ขึ้นมาจริงเราก็เป็นผู้ที่จะทำตามระเบียบจะทำตามวินัยทำตามกฎและเราก็จะยืนยันหลักที่พระพุทธเจ้าทำมานับถือพระพุทธเจ้าเราไม่เก่งกว่าท่านท่านวางมาแล้วก็ทำตามกฎตามระเบียบตามวินัยตามกายจะทำตามวจีธรรมของท่านที่ท่านได้เป็นมาก่อนแล้วจะเป็นตามนี้แหละตามที่จำเป็นมันก็จะเป็นความสุขเป็นความสุขเพื่อชนเป็นอันมากหรือเพื่อความสุขของชนเป็นอันมากเพื่ออนุเคราะห์แก่โลกในการขยายไปเลยอย่าว่าจะชนเป็นอันมากเลยโลกทั้งโลกเนี่ยเพื่ออนุเคราะห์เขาอนุเคราะห์แก่โลก ประโยชน์เน้นๆสุดท้ายลงมาลงที่ประโยชน์อายะห์อายะประโยชน์และจิตประโยชน์จิตตะประโยชน์อย่างลงเพื่ออันนั้นให้มันยืดยาวต่อไปโดยชนะเกิดยาวต่อไปให้เกิดประโยชน์ค่ะทำให้เกิดลงมาขยันเพียรขึ้นมาประโยคคะลงไปให้ดาวก็ให้มันเป็นพยายามให้มันมีอะไรติดต่อเรียกว่าโยคะให้เป็นไปโดยต่อต่ออยู่โยนชนะเหมือนกันนั่นแหละ ปากมันพากเพียรขึ้นมาให้มันยาวยืดออกไปอีกให้มันมีขึ้นไปอีกให้มันเกิดจึงเรียกว่าเรารู้ว่าให้ทำความเกิดเพื่อความเกิดของมันเองและเป็นความเกิดที่ดีถ้าสิ่งนั้นจะเกิดสิ่งที่จะเกิดให้มันเกิดดีให้สิ่งนั้นดีเกิดถ้าจะเกิดก็ไม่ประหลาดอะไรนี่ในโลกเพื่อประโยชน์เพื่อความเกื้อกูลเพื่อความสุขนั้นอีกทีเพื่อความสุขแต่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายคือความสุขของผู้ที่เป็นเทวดาผู้ที่เป็นมนุษย์ถ้าเข้าใจแล้วเทวดากับมนุษย์ก็คืออันเดียวกันอธิบายไปแล้วไม่เทวดาคือจิตสูงมนุษย์จิตอันสูงอันนี้เหมือนกันเทวดาคือจิตที่สูงขึ้นเรื่อยๆ Samsung Galaxy มนุษย์คืนแน่ชัดแล้วรู้ในมรณะอันสูงนะเข้าใจแท้ล่ะเป็นวิสุทธิเทพไปเลยเชียวเพราะฉะนั้นก็เกิดความสุขและสุขอย่างอุบัติเหตุสุขอย่างวิสุทธิเทพสุขอย่างเทวดาแท้ด้วยไม่ใช่สุขอย่างเทวดาปลอมเทวดาสมมุติที่เรียกว่าสมมติเทพในใจสุขอย่างนั้นเป็นประโยชน์อย่างนี้จริงๆนอกจากการเกิดของพระพุทธจึงเพื่อความสุขของตนเป็นอันมากเพื่ออนุเคราะห์แก่โลกเพื่อประโยชน์เพื่อความเกื้อกูลเพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายอยู่เพียงนั้นนี่เราอธิบายมาถึง 4 ข้อนี้ข้อต่อไปวันนี้อธิบายคำตอบถ้าสถาบันเกิดขึ้น ความสุขของโลกยืนยันอีกเพื่อความสุขของโลกพระตถาคตเกิดขึ้นธรรมะของพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นกับเกิดความสุขมีบทมีทฤษฎีตอนนี้บอกว่าพระตถาคตเกิดขึ้นกับเพื่อความสุขของโลกกำลังฟังดูภาษาก่อนจะว่าพราหมณ์เอยก็สมณะพราหมณ์พวกหนึ่งกลางคืนแท้ๆก็เข้าใจไปว่ากลางวันรางวัลรางวัลแท้ๆก็เข้าใจไปว่ากลางคืนในลักษณะของพราหมณ์คือมันยังพรางมันยังรวมมันยังไม่ค่อยรู้ความจริงตามความเป็นจริงข้อนี้เรากล่าวว่าเป็นพระสมณพราหมณ์เหล่านั้นเป็นผู้อยู่ด้วยความหลงทางเลยส่วน ตถาคตย่อมเข้าใจกลางคืนเป็นกลางคืนกลางวันเป็นกลางวันพราหมณ์เอยเมื่อใครจะเรียกผู้ใดให้เป็นการถูกต้องว่าเป็นสัตว์ผู้ไม่มีความหลงอยู่เป็นปกติและเกิดขึ้นเพื่อความเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมากเพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมากเพื่ออนุเคราะห์โลกเพื่อประโยชน์เพื่อความเกื้อกูลเพื่อความสุขของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายแล้วเขาเมื่อจะเรียกให้ถูกต้องเช่นนั้นพึงเรียกเราตถาคตนี้แหละว่าเป็นสัตว์ผู้มีความไม่หลงอยู่เป็นปกติเกิดขึ้นเพื่อความเกื้อ คุณจะชนเป็นอันมากเพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมากเพื่ออนุเคราะห์โลกเพื่อประโยชน์เพื่อความเกื้อกูลเพื่อความสุขของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายเดี๋ยวพระเจ้าท่านตรัสยืนยันว่าท่านเกิดวันนี้ท่านเพื่อความสุขของมนุษย์เพื่อประโยชน์เพื่อความเกื้อกูลเพื่อความสุขของมนุษย์ทั้งหลายจริงๆมนุษย์เป็นอันมากเพื่อสังคมความสุขของสังคมมวลชนจริงๆถ้ายืนยันเพราะอะไรท่านยืนยันเพราะว่าท่านรู้แท้รู้แน่ๆไม่หลงเลยชัดเจนความมืดคือความมืดความสว่างคือความสว่าง กลางคืนทันรู้ว่ากลางคืนคือกลางคืนกลางวันหรือกลางวันแต่ความทั้งหลายแหล่พราหมณ์ในที่นี้ในสมัยพระพุทธเจ้าคำว่าพราหมณ์นี่หมายความว่าพระสมัยพระพุทธเจ้าเนี่ยยังไม่มีคำว่าพระโดยเฉพาะภาษาอินเดียเขาไม่มีหรอกคำว่าพระเขาไม่เรียกเขาเรียกสมรรถนะชื่อพระหรือสมณะอย่างกับเราภาษาไทยของเราในนักบวชเราเรียกว่าพระเราไม่เรียกสมรรถนะสมัยโน้นก็เหมือนกันในสมัยพระพุทธเจ้าท่านเรียกนักบวชเนี่ยหรือว่าพวกเหล่าหนึ่งวรรณะหนึ่งวรรณะนึงเนี่ยวรรณะที่มีอาชีพอย่างนี้ถ้าเรียกวันนั้นว่าพราหมณ์ผู้บริหารท่านเรียกว่ากษัตริย์ แล้วก็มีประชาชนที่ทำงานตามอาชีพก็แบ่งกันไปอีกเป็นพวกแพทย์พวกสูตรแต่สมัยนั้นก็แบ่งกันแบ่งเป็นพวกเป็นพวกเหลี่ยมพวกแพทย์ก็ถือว่าเป็นพวกที่ค้าขายไปพวกสูก็ถือว่าเป็นพวกโรงแรมลงมือเป็นชาวนากรรมกรเป็นผู้ผลิตแท้เป็นผู้ใช้แรงงานพวกแพทย์ถือว่าเป็นผู้ที่ใช้สมองหน่อยเพราะว่าพวกคำว่าคือคำว่าพระสมัยนี้พระนี่คือพวกมีอาชีพชนิดหนึ่งมีวรรณะอย่างหนึ่งเดี๋ยวนี้พระเนี่ยมันก็เรียกคำว่าพระพุทธเจ้าท่านเรียกคือหมายถึงว่านี่พระเอยก็ กลางคืนแท้ๆก็เข้าใจว่ากลางวันกลางวันเข้าใจว่ากลางคืนมีพระอยู่พวกหนึ่งหรือมีพราหมณ์พวกหนึ่งนั่นแหละเขาเข้าใจอย่างนั้นจริงๆเขาเข้าใจผิดๆเขาหลงก็ไม่รู้ชัดเจนไม่รู้สะอาดชัดว่าสว่างสว่างมืดไม่รู้นะมืดนี่ยังสลัวสลัวให้สลัวสลัวยังพอผ่ามัวๆให้รู้ว่าผ้าๆหมายความว่าอย่างนั้นถ้ายังไม่รู้ก็จะจางจริงหรอกพระพุทธเจ้าท่านยืนยันแท้ๆว่าพล่ามเอยส่วนเราตถาคตจึงย่อมเข้าใจกลางคืนเป็นกลางคืนกลางวันเป็

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน