191204-009 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน009-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ006.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์221 KB
วันที่แก้ไข4 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้เป็นเช้าวันที่ 4 ธันวาคมพุทธศักราช 2519 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกสำหรับวันนี้ยังคงต่อพุทธประวัติจากพระโอษฐ์ตอนบุพกรรมที่จะให้ได้มาซึ่งมหาปุริสลักษณะของวัดกันต่อการทำวัตรช่วงนี้เป็นการฟังธรรมที่เรียกว่าจะต้องใช้ปัญญาให้มากหน่อยเพราะว่ามันเป็นเรื่องซับซ้อน ต้องจับให้มั่นต้องสัญญาถึงกำหนดหมายให้มันตรงว่าตอนไหนตอนไหนเราพูดตอนไหนที่เราฟังว่าคำพูดหรือว่าช่วงนี้จำหน่ายเอารอกหยาบตอนไหนที่หมายเอารอบละเอียดภาษาเป็นภาษาเดียวกันภาษาชักบนประเดี๋ยวบอกว่าปลุกเวลาอธิษฐานปริวาสกรรมมาที่ฐานและแม้แต่ในบุคลิกฐานแม้แต่ในธรรมาธิการเองก็ยังมีความหยาบความละเอียดหามีชั้นเชิงมีความหมายใช้ภาษาเก่าแต่หมายเอาบอกว่านี่เลื่อนไปใหม่แล้วนะเงินเดือนก็ไปอีกรอบนึงแล้วนะมันมีอยู่เสมอเพราะว่าถ้ากำหนดมั่นหมายเอาไม่ชัดไม่ถูก มันจะสับสนสับสนตำรวจว่าเอายามาเป็นละเอียดละเอียดไปเป็นหยาบแล้วมันจะตีกลับมันจะขัดแย้งกันมันจะงงเนี่ยเพราะฉะนั้นต้องฟังให้ดีอธิบายก็ไม่รู้จะพูดยังไงพูดไปแล้วก็จะไม่เอาคำอธิบายมาชี้บอกแล้วนะนี่ละเอียดแล้วนะอยู่ตลอดทุกคำทุกความมันก็พูดไม่ได้มันจะรุ่มร่ามเกินไปมันวงเล็บมากไปแล้วนะทุกวันนี้บรรยายธรรมะนี่ก็เหมือนกับเขียนวงเล็บเหมือนเขียนหนังสือเนี่ยใช้วงเล็บลงไปกำชับลงไปมากเหลือเกินจนคนอาจจะเวียนหัวตายเพราะวงเล็บมากพูดก็เหมือนกันวนไปวนมาถ้าเอาแต่บอกคำวงเล็บที่ใส่มันไม่เหมือนเขียนมันไม่มีเหมือนตัว ถ้าพูดเอาใส่วงเล็บไปแบบเดียวกันก็เขียนด้วยพวกคุณยิ่งจะเมาแอ่งแม้งลงตรงนี้เลยเพราะว่าพูดมันไม่มีวงเล็บถ้าเขียนมันยังน้อยที่สุดก็ขีดวงเล็บมันก็คันตาแล้วมันก็รู้อยู่แล้วว่าได้กำชับอะไรอันหนึ่งนะหรือว่าสรุปอะไรอันนึงนะหรือขยายอะไรอันนึงนะไอ้ความอยู่ในวงเล็บ

อ่านต่อ

นั้นมันก็จะรู้อันนี้ไอ้พวกที่มันไม่ไหวเมื่อไหร่จะปิดวงเล็บจะเปิดวงเล็บก็ยังยาวยังยากพอมาทำทันทีแล้วก็ปล่อยไปปล่อยไปไม่มีอะไรเหลือซากจึงตามรู้ของเก่าย่าเก็บของเก่าที่ผ่านไปขึ้นมาประกอบขึ้นมาพิจารณาร่วมได้อย่างคำพูดจึงไม่ละเอียดละออเท้าข้อเขียน แล้วก็เขียนมีวงเล็บได้มากเพราะว่าทำแล้วมันไม่เลือนลางมันไม่ลบเลือนหายไปทันทีแต่คำพูดจะให้เป็นวงเล็บกำกับสัญญานะมีละเอียดนะนี่หมายความว่าอย่างนี้นะนี่เป็นคาถาแล้วนะอันนี้ตรงอันนี้อยู่นะเหมือนกับหนังสือไม่ได้ต้องฟังให้ดีๆไม่สับสนไม่สับสนเท่าเขียนหนังสือถ้าเราสัญญามั่นหมายหรือว่าจับคำจับความจับรอบที่หมายจับตอนที่หมายได้ว่าตอนนี้เลื่อนมาละเอียดแล้วอันนี้เลื่อนไปหยาบและอันนี้เลื่อนมากลางอันนี้เลื่อนมาเอาอย่างนี้แล้วกลับไปกลับมากลับไปกลับมาถ้าเราสำคัญมั่นหมายหรือว่าสัญญาหรือว่ากำหนดตามเด็กตรงเราก็จะเข้าใจได้มาเข้าใจได้ลึก ทีนี้เราก็มาต่อหน้าบุพกรรมของการได้มหาปราสาทและลักษณะอย่างนี้อย่างนี้คำว่าลักษณะหรือลักษณะหมายความว่าสภาพรูปร่างสภาพกรรมกิริยาสภาพอย่างนั้นแหละที่มันจะเกิดขึ้นมาพูดถึงยอดเลยว่ามาหาปู่ฤทธิ์หรือมหาบุรุษผู้ที่เป็นผู้ยอดเก่งจะสามารถทำให้ลักษณะอย่างนี้เกิดได้เพราะฉะนั้นจะเกิดเป็นลักษณะหยาบจนถึงขั้นรูปร่างกายก็พร้อมเป็นรูปประธรรมก็เอาถ้าเป็นได้ถ้ามันยังไม่ หมายถึงรูปประธรรมครบพร้อมเกิดในเนื้อในตัวกายตอนนี้ฟังแล้วคล้ายๆกับมันเกิดที่กายมหาปุริสลักษณะ 32 ให้คล้ายมาเกิดที่กายทั้งหมดถ้ามันจะถึงเกิดที่กายได้ก็เอาแต่ตอนนี้กายเราไม่เป็นเราก็ต้องเข้าใจให้ได้ว่ามันยังไม่เป็นถึงกายมันยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเป็นกอบเป็นกำจนถึงความประชุมกันใหญ่ก็ถ้าเกิดความประชุมอันเล็กให้มันเกิดในจิตประชุมกันขึ้นมาเกิดลักษณะขึ้นมาที่จิตเกิดกรรมกิริยาเกิดมาที่มโนกรรมให้จิตของเรารู้แล้วให้จิตของเราทำได้อย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นซะก่อนหาเรื่อยมาเรื่อยมาถ้าผู้ใดเข้าใจกรรมเข้าใจบุพกรรมเข้าใจสิ่งที่ทำมาอย่างนั้นแหละสั่งสมมาเรื่อยๆก่อน คาดร้ายจิตหลายดวงหลายจิตหลายดวงสั่งสมสั่งสมมาเรื่อยๆหลายคำกริยาหลายจิตที่มันสั่งสมเป็นกรรมเป็นกิริยาเป็นการกระทำเป็นมโนกรรมอันดีอย่างนั้นอย่างนั้นมาเรื่อยๆมันจึงจะมาประกอบกันเข้าประกอบกันเข้าจนรวมเป็นความประชุมหรือเป็นกอบเป็นก้อนเป็นกาโยในความประชุมใหญ่แล้วก็เป็นตัวตนอันแท้จริงตัวตนอันนั้นจะมีผลมาถึงรูปก็ให้มันถึงเองมันเป็นเองของมันน่ะถ้ามันยังไม่ถึงรูปมันยังไม่ถึงตัวตนที่เป็นเนื้อเป็นแท่งเป็นดินน้ำไฟลมมันก็ไม่หยั่งลงเครื่องบินน้ำใส่ลงไม่มีปัญหาอะไรก็เข้าใจคำกริยาที่มัน ระวังอย่าให้ละเอียดที่เราพูดเนี่ยเราพูดไปให้หมายไปถึงจุดละเอียดคือเอาจิตเป็นที่ต้นเอาจิตเป็นที่เกิดแรกเอาจิตเป็นตัวที่ตนที่เกิดแรงแล้วเอาให้เกิดที่จิตและพยายามรู้อย่างรู้ให้ถึงจิตให้ได้แต่ทีนี้ต่อกรรมกิริยาต่างๆหรือบุพกรรมที่มันจะสั่งส่งผลให้เกิดลักษณะต่างๆที่เรียกว่ามหาบุรุษลักษณะของมหาบุรุษลักษณะนี้จราจรจบถึงสถาบันเกิดเป็นมนุษย์ในชาติก่อนได้เป็นผู้ให้ทานให้ทานของเคี้ยวของบริโภคของควรลิ้นควรเก็บควรดื่มมีรสจัดสรรหนี้แล้ว ทำอย่างนั้นด้วยกุศลมาตลอดเวลาจนเป็นอาทิกุศลธรรมเป็นอธิปกุศลธรรมมาเรื่อยๆท่านมาสู่มนุษย์ชั้นมาสู่สภาพตอนนี้อย่างนี้แล้วจึงได้มาหาผลเสียลักษณะคือมีเนื้อนูนหนาในที่เจ็บแทนจะเป็นบุญฤทธิ์ลักษณะที่ 36 ลักษณะที่ 16 ย่อมได้ของควรเคี้ยวควรบริโภคควรลิ้นควรเก็บควรดื่มอันมีรสชาตินี้อันนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ปัจจุบันถ้าเผื่อว่าเราเองเราได้เป็นผู้ที่มีบารมีอันนี้ไม่ได้ทำอันนี้มาแล้วเราก็จะได้ผลอันนี้ตอบแทน บ้านทวนมาหาเราได้เป็นการเห็นได้ชัดใครมีรูปร่างนี้มีเรื่องนี้อยู่แล้วอย่างที่ผมได้ยกตัวอย่างตัวผมเองขึ้นมาประกอบว่าแม้ชาตินี้ผมจะไม่ได้ประกอบการให้ทานของเคี้ยวของบริโภคของคนลิ้นควรเก็บควรดื่มอันนี้แก่พระนักหรือว่าแก่คนนักแต่ผมก็ได้ทำแล้วแม่เดี๋ยวนี้ผมก็ได้รับผลตอบแทนไอ้ที่ได้ของคนเคี้ยวคนบริโภคควรลิ้นคนที่ควรดื่มอันมีรถแบบนี้ก็ได้แล้วก็ได้อยู่เขาก็ครบกำหนดให้อยู่มีอาทิตย์แรกลาพอในขณะนี้อยู่ก็เป็นการพิสูจน์จริงและผมจะไม่มี เนื้อนูนหนาในที่ 7 แห่งที่เป็นรูปในตัวร่างกายผมก็มีลักษณะหรือมีกิริยามีกรรมของความได้ที่เป็นรูปธรรมอันเดียวกันคือจะได้ของควรเคี้ยวควรบริโภคควรลิ้นควรเก็บควรดื่มหรืออันมีรถคันนี้ก็ได้มีอยู่ถ้าเราเข้าใจว่าอันนี้เป็นอันเดียวกันกับเนื้อนูนคือกองสมบัติจะหมายถึงว่ากองสมบัติเนื้อนูนพอกหนาอะไรจะตีความเอาแบบง่ายๆก็ได้นะอาทิตย์นี้ข้อต่อไปก็จอภิกษุทั้งหลายเมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ในชาติก่อนได้ ผู้อื่นด้วยสังคหวัตถุ 4 คือการให้สิ่งของวาจาที่ไพเราะการประพฤติประโยชน์ผู้อื่นและความมีตนเสมอกันเพราะเพราะทั้งหมดนั่นแหละอย่างที่ข้อต้นเลยเพราะอะไรต่ออะไรต่างๆเนี่ยมันจะซ้ำมาตลอดเวลาเพราะได้กระทำได้สร้างสมได้ก่อปูนได้มั่วสุมกรรมนั้นๆไว้ภายหลังแต่การตายเพราะกายแตกย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ลบออกไม่ใช่เพราะมาก่อนคำนั้นๆไม่เพราะมาจนกระทั่งถึงกรรมนั้นๆ Download หมายถึงการดำเนินแม้แต่ตถาคตนั้นถือเอาเทพเหล่าอื่นในฐานะศิษย์เลื่อยไล่แมลงกินได้ทั้งจุติเป็นมนุษย์อย่างนี้ได้จึงได้มีมหาประลัยลักษณะของกรรมอย่างที่ได้กระทำมานั้นแหละครั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์อย่างมีแล้วจึงได้มาหาปุริสารลักษณะ 2 ข้อนี้คือมีมือและเท้าอ่อนนุ่มมีลายฝ่ามือฝ่าเท้าหลุดตาข่าย ขณะที่ 56 ย่อมเป็นผู้สงเคราะห์บริษัทคือภิกษุภิกษุณีอุบาสกอุบาสิกาเทวดามนุษย์อสูรนาคคนธรรพ์ย่อมได้รับความสงเคราะห์จากตถาคตเพราะได้สั่งสมสังคหวัตถุ 4 มีเราก็เคยพูดกันมาคือมีทานด้วยในการให้สิ่งของหรือการให้อะไรก็ตามแต่ที่ท่านแปลว่าอยากท่านแปลว่าแต่การให้สิ่งของคำว่าทานจริงๆมันแปลว่าการให้ทั้งนั้นมันจะไปให้สิ่งสิ่งซึ่งเป็นไม่ใช่สิ่งที่ใช้ของแม้แต่จะให้ธรรมะเป็นทานไม่ใช่สิ่งของและก็ตามมันก็ยิ่งเป็นเอกยิ่งสูงวาจาที่ไพเราะ เกิดเป็นผู้ที่เป็นผู้ที่มีการให้เป็นผู้จัดการประกอบกรรมมีวาจาไพเราะหรือมีปิยวาจานั่นเองมีการประพฤติประโยชน์ผู้อื่นในการทำแปลออกจากอัตถจริยาอัตถจริยาแปลเอาตรงเป๊ะเลยหมายความประพฤติเป็นแก่นสารอัตถะเป็นเนื้อหาสาระจริยากับการประพฤติมีการประพฤติที่เป็นประโยชน์ก็เป็นแก่นสารอย่างแท้จริงเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นท่านหมายเอาผู้อื่นเป็นเอดส์ก่อนที่ท่านหมายเอาเอาไปพูดเอาเป็นที่เรียกว่าคนต้นๆเนี่ยมันไม่ค่อยจะทำประโยชน์เพื่อคนอื่นหรอกมันจะเอาแต่ประโยชน์ตน คนต้นๆจนกระทั่งรู้ประโยชน์ตนอันแท้จริงแล้วคือประโยชน์ในการวางปล่อยและสามารถที่จะวางจะปล่อยจะให้ได้ก็คือการให้แก่ผู้อื่นมันก็เป็นไปลงตัวแล้วไปเกิดเนื้อหาสาระอันแท้ในการประพฤติที่จะให้ทำหรือให้แก่ผู้อื่นนั่นแหละมันเป็นของที่จะละโลพระเป็นที่สุดเพราะอัดอัจฉริยะก็หมายเอาการให้ผู้อื่นการให้ประโยชน์แก่ผู้อื่นก่อนหรือแม้ที่สุดสำหรับปฏิบัติตนทำประโยชน์ความว่าความปล่อยความทุกข์ร้อนจนไม่เกิดความ ความเดือดร้อนความลำบากแต่เราแล้วเราก็จะทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นในที่สุดอีกเพราะในการที่จะรู้ประโยชน์ตนพอไปช่วงหนึ่งแล้วมันจะรู้ว่าการหยุดการพักกายไม่เอาการปล่อยการวางการไม่ถูกละการไม่ขวนขวายการไม่อะไรนี่มันเป็นมันเป็นของดีมันเป็นของเบาเป็นของง่ายเราก็จะไปติดประโยชน์เป็นประโยชน์ตนเพราะเป็นประโยชน์ตอนนั้นอีกแล้วมันก็จะไม่อยากทำประโยชน์ผู้อื่นเพราะฉะนั้นการประพฤติประโยชน์ผู้อื่นจึงเป็นสาระเนื้อแท้ที่จะทำให้เป็นที่สุดให้ได้มันแบบใหม่ๆแรกๆเราก็จะเห็นแก่ตัวด้วยอะไรก็ตามด้วยสมบัติสิ่งของด้วยทุกอย่างหยาบๆจนไม่เอาสมบัติไม่เอาไม่หวงไม่เห็น แล้วปล่อยวางเลิกละแล้วมันเป็นประโยชน์ต่อมันเบาแล้วก็จะไปปิดไม่เอาอะไรไม่ทำอะไรไม่ก่ออะไรไม่มีอะไรเข้าไปมากเกินไปจนแม้ที่สุดจะมีคำพูดไปสอนเขาก็ไม่เกิดจะมีคำกริยาการกระทำเป็นกายกรรมต่างๆช่วยทำงานโน้นทำงานนี้ช่วยไอ้โน่นไอ้นี่หน่อยไม่เอาอีกไม่ทำอีกมันก็ไม่เป็นประโยชน์เพราะฉะนั้นจึงจะต้องมาทำคืนมาทำประโยชน์บั้นปลายอีกพอได้ประโยชน์ตนเห็นดีแล้วก็เอาที่ใจอย่าไปเอาที่กายให้รู้กายยิ่งกัดให้รู้ใจแต่สิ่งเพราะถ้ากายรีบกลับมันเป็นอยู่ก็เป็นจะตายแต่เรื่องของความประชุมวันนั้นถ้าเจอแต่สิ่งของเรามันไม่เล็กไม่ถือมันวางมันปล่อยมันเข้าใจในความจริงแล้วมันก็ไม่มีปัญหาอะไรเราก็ทำประโยชน์อื่น และความมีตนเสมอกันคือสมาชิกได้ครับสมานัตตตาท่านแปลว่ามีตนเสมอกันสมานัตตตาซึ่งก็แปลให้ฟังมาแล้วเคยทำความเข้าใจอย่างซับซ้อนมาแล้วด้วยสมานัตตามีใจสมานก็แปลให้ฟังว่ามีใจสมานมีใจนั่นแหละเป็นใหญ่แล้วก็ทำความสมานสามัคคีร่วมกันอยู่ได้จะร่วมกันอยู่ได้ก็ไม่มีตนไม่มีตัวตนไม่มีความถือตัวหรือไม่ยศยึดตัวยึดตนยกใหญ่ยกตัวอย่างเกินไปไม่มีรถลาวาศอกหรือว่าไม่รู้จักการอนุโลมปฏิญาณกันไม่เข้าใจ เห็นฐานะอันเป็นที่สุดประยุทธ์จะถืออยู่แต่เอาแต่เราเป็นเอกเป็นใหญ่บ้างไม่ยอมอนุโลมให้คนอื่นเลยแม้มันจะจริงว่าคนอื่นนะทำสิ่งนั้นต่ำอยู่จะให้เขาสูงก็จริงแต่ว่าก็ต้องรู้ฐานเขาว่าเขาเป็นไปไม่ได้แล้วเขาสุดที่ขนาดนี้แล้วก็เคร่งตึงหรือว่าเขาเก่งที่สุดก็ทำได้เท่านี้แล้วเราก็จะต้องรู้ฐานอันเป็นที่สุดถ้าเราไม่รู้ฐานอันเป็นที่สุดเราก็ไม่อนุโลมเมื่อไม่อนุโลมก็ไม่สมานไม่ร่วมกันแต่คนละอันนั้นเมื่อเรายอมกันอนุโลมกันหรือว่าตัดสินว่าตกลงคุณเอาเท่านั้นคุณทำขนาดนั้น คุณเป็นขนาดนั้นเราส่วนเราจะเป็นขนาดอื่นก็จงเป็นเราจะเป็นอย่างสูงกว่าก็เป็นอย่างเขาก็ต้องรับก็ต้องรับอ้าวคุณเป็นขนาดนั้นแม้จะขัดกันอยู่ในที่ก็ไม่เป็นไรเมื่อเราเองเรารู้แล้วว่ามันก็ต้องเป็นอย่างนั้นแหละคนนั้นก็ต้องมีอันนั้นเราก็ต้องมีอันนี้เป็นขั้นเป็นตอนสืบสานกันอยู่ในช่วงต่อกันอยู่นะต่ำกว่านั้นก็ยังมีสูงขึ้นไปอีกถ้าเราไม่ใช่ผู้สูงสุดแล้วก็ยังมีสิ่งที่สูงขึ้นไปอีกอยู่ช่วงต่อก็ระยะเดียวกันมันก็ไล่เรียงกันอยู่อย่างนี้เขาเรียกว่าใจสมานหรือว่าใจมันมีปัญญาใจมันรู้การเป็นที่สุดแล้วก็ตัดแล้วก็เกิดการสืบต่อกันอยู่หมดการกระทำอันใดก็ทำได้ทำการกระทำในบาง บางอันเป็นกรรมคล้ายๆกับขัดกันในซ้ำไปแต่มันก็ไม่ขัดสำหรับเราดูแล้วปัญญารู้แล้วมันก็เป็นสมานัตตตาเป็นสิ่งที่เกิดอยู่ได้เนื่องกันอยู่หรือเนืองๆต่อๆกันอยู่เนืองๆกันอยู่ต่อต่อเนื่องเป็นอยู่เสมอไปได้โดยธรรมดาจะเกิดอยู่เป็นธรรมเกิดอยู่เป็นสิ่งที่เป็นวัฏฏะดำเนินไปและดำเนินไปอันนี้จึงเรียกว่าเป็นธรรมขั้นสุดของพระพุทธเจ้าคือสมานัตตาอธิบายฟังแล้วมันสำคัญมากสมการแปลเป็นภาษาไทยกันง่ายๆตื่นๆยังไงก็แปลแต่เราต้องทำความเข้าใจให้สูงขึ้นไปได้เรื่อยๆและให้มีสภาวะธรรมภิกษุว่าไอ้นี่หมายความว่าอย่างนี้มีตนความมีตนเสมอกัน ไม่จำเป็นถ้าสมมุติและปรมัตถ์ความจริงมันไม่มีอะไรเสมอกันในโลกบอกแล้วว่าถ้ามี 2 สิ่งขึ้นมาในโลกไม่มีอะไรเท่ากันไม่มีอะไรเสมอกันแต่มันร่วมกันอยู่ได้มันสมานกันอยู่ได้มันสามัคคีกันได้มันก็ทำกันประสานกันสอดแทรกกันอยู่เชื่อมโยงกันอยู่เป็นขั้นเป็นตอนหรือเป็นสิ่งเดียวกันประหนึ่งสิ่งเดียวกันต่างทำงานร่วมกันต่างมีงานเสริมไปในจุดเดียวกันเหมือนงานอันเดียวกันทั้งๆที่ทำหนักคนละอย่างมีความไม่เท่ากันในหลายๆส่วนทำงานเดียวกันแต่เก่งผิดกันมันก็ไม่เหมือนกันแล้วแต่มันก็ทำเสมอกันเพราะฉะนั้นแม้จะทำงานอื่นที่ไม่ใช่งานเดียวกันดูบางที ดันต่ำกว่าขั้นสูงกว่ากันจนคนละรอบแต่ก็ประสานกันอยู่ไปหมดเลยโดยจิตเป็นที่สุดว่าจิตมุ่งหมายมีเจตนาดีแล้วและทำได้สุดแค่นี้คนนั้นเขาก็ทำของเขาแค่นั้นเป็นธรรมดาแล้วก็กรรมนั้นๆเพราะท่านได้ทำสังคหวัตถุ 4 ท่านมีทานท่านมีปิยวาจาให้มีอัจฉริยะมีสมานัตตตาหรือมีการให้สิ่งของมีวาจาที่ไพเราะมีการประพฤติประโยชน์ผู้อื่นและความมีตนเสมอกันมีอย่างนี้เสมอถ้ามาสู่ความเป็นมนุษย์อย่างนี้แล้วจึงได้มาหาผลสลาก 2 คือมีมือและเท้าอ่อนนุ่มมีลายฝ่ามือฝ่าเท้า ตาข่ายเป็นลักษณะที่ 56 เมื่อมีอย่างนั้นมันจึงยิ่งชัดเจนใหญ่เลยว่าก็ยังพอได้มีสังคหวัตถุนั่นแหละมันจึงเกิดฝ่ามือฝ่าเท้ามีมือมีเท้าอ่อนนุ่มมันจึงดูเรียบร้อยนุ่มสุภาพจะทำอะไรก็เกิดจากเท้าจับมือมันดึงดูสุภาพเรียบร้อยเป็นไปได้ดีในการประพฤติก็ดีการประพฤติปฏิบัติการพูดสุ่มเสียงวาจาที่เป็นกรรมเป็นวาจาก็เป็นสัมมาวาจาเป็นสวาจาที่ดีการกระทำปัจจัยสำคัญที่ดีและมีที่สุดคือให้ทานสละเสียสละ เป็นผู้ไม่เอาไว้แจกตนเป็นผู้ที่ไม่มีทานก็เป็นที่สุดอีกนั่นแหละและเพราะมีจิตอันรู้ในอนัตตาหรือรู้ในอัตราเป็นสมานัตตตาที่สุดในสมานัตตาบวกสมานัตตตาเนี่ยมันมาจากคำว่าสมณะสมานัตตาคือมันมีความไม่มีตนแล้วที่จริงไม่มีตนอยู่เสมอเสมอมันมีความไม่มีตัวตนอยู่เสมอแล้วเป็นที่สุดเมื่อเป็นอย่างนั้นมันก็ทำอะไรไม่เอาแรงเอาเรื่องอะไรไปกระทำ หมวดธรรมตรีหรือว่าทำแข็งทำรุนแรงเมื่อมันไม่มีความรุนแรงไม่มีความโหดความตีความแข็งเกินไปมันก็จะมีความสุภาพอ่อนเกินไปก็ถือว่าผิดเหมือนกันนะเพราะฉะนั้นมันก็จะอยู่ในความสุภาพอยู่ในความอ่อนนุ่มดีถ้าอธิบายเป็นลักษณะของมือของเท้าเป็นต้นแห่งกรรมมือเท้าเป็นต้นของการกระทำก็มีมือนุ่มมีเท้านุ่มนะมีลายฝ่ามือฝ่าเท้าหลุดตัดขายการกระทำเกิดขึ้นจากมือจับเท้าเนี่ยมันเหมือนกับขายเหมือนมีลายบอกแล้วว่าแสดงสัญลักษณ์เท่านั้นเองถ้าจะเป็นรูปธรรมมีลายตามขายตามเคยก็คือความต่ออธิบายมาแล้วตั้งแต่ Police ลักษณะ 32 มันเชื่อมโยง เป็นต่อเป็นท่อเป็นไข่ที่ได้ระเบียบเรียบร้อยโยงกันไปด้วยเหมือนจอมแห่ไล่มาแต่ละตาๆจากถี่จากขี่มาหยาบโทรมาเลยก็ได้จากเล็กเลยมาใหญ่กว้างขึ้นไปก็ได้มันเชื่อมต่อกันมาเป็นจังหวะหรือจากใหญ่เข้าไปหาเล็กอาจารย์ใหญ่แล้วก็ลดลงๆๆเข้าไปหาจอมเข้าไปหาที่สุดก็ไปหาปลายสุดเล็กศูนย์ก็ได้เป็นตัดขายมีความต่อมีความเชื่อมโยงมีความเชื่อมโยงเพราะเกิดสังคหวัตถุก็ทำสังคหวัตถุเพราะมีกรรมอันเป็นกิริยาอันเป็นอะไรสืบต่อกันมาด้วยเรื่อยๆเรื่อยๆเรื่อยๆรู้ขนาดรู้ระดับมันก็จะเกิดการต่อสืบต่อมาว่าจะหมายความเอาเป็นอุปกรณ์ที่ฐานว่าจะมีมือเท้าอ่อนๆนุ่มมีลายฝ่ามือ สะดุดตาข่ายก็ไม่เสียหายอะไรก็มีความสืบสานเป็นตาข่ายและเป็นระดับเป็นช่องเป็นจังหวะเป็นระเบียบเรียบร้อยดีด้วยนี่เป็นลักษณะที่เกิดอย่างนี้ได้โดยคำกิริยาก็เป็นอย่างนี้ไม่ต้องมีลายที่เท้าเป็นลายตัดขายไม่ต้องมีลายที่มือเป็นลายตัดขาดก็ไม่เห็นแปลกตรงไหนถ้าเรากระทำประโยชน์ใดเป็นการให้ได้อยู่เป็นปิยวาจาอยู่เป็นอัตถจริยาอยู่หรือเป็นสมานัตตตาอยู่มีความเกิดไม่มีตัวไม่มีตนอนัตตาอยู่เสมอเสมอเป็นสุดท้ายก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรทีนี้ท่านก็สรุปเป็นผู้สงเคราะห์บริษัทคือภิกษุ มีอุบาสกอุบาสิกามีบริษัทของพุทธะมันมีอยู่ 4 เท่านั้นแหละมีอยู่ภิกษุภิกษุณีอุบาสกอุบาสิกาแต่ท่านต่อไปอีกว่ามีเทวดามนุษย์อสูรหน้าคนทำมันจะอยู่ที่ไหนเล่าเทวดามนุษย์อสูรหน้าคนทำมันก็อยู่นี่ไงภิกษุภิกษุณีอุบาสกอุบาสิกาและเป็นนามธรรมที่อยู่ในตัวมนุษย์เพราะฉะนั้นมนุษย์ใดที่สุดในเรื่องอุบาสกอุบาสิกาใดมีจิตเป็นเทวดามีจิตเป็นมนุษย์มีจิตเป็นอสูรมีจิตเป็นนามีจิตเป็นคนธรรพ์ก็ได้รับการสงเคราะห์อยู่เป็นผู้สงเคราะห์ย่อมได้รับความสงเคราะห์จากตถาคตตอนนี้เป็นผลประโยชน์ต่อสังคมแต่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นสังหารวัตถุเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นเป็น ส่วนมากแล้วเหมือนกับผู้ใดมีสมานัตตตามีอนัตตาในตนเสมอๆคือตัวเรามีมีสิ่งที่ไม่มีตนตนมีสิ่งที่ไม่มีตนอยู่เสมอมีอะไรก็ถามสิมันไม่มีตนน่ะมันก็ไม่มีอะไรมันก็มีแต่ให้เมื่อมันให้มันก็จะให้แต่สิ่งดีสิ่งที่ออกจากตัวเรามันก็ไม่มีอะไรนอกจากกรรมที่เป็นกรรมทั้งวาจาเป็นกรรมทางกายก็มีแต่กรรมทางกายกับกรรมทางวาจาอันมาแต่จิตเพราะเมื่อจิตไม่มีตนจิตเป็นผู้เสียสละจิตเป็นผู้ให้เป็นผู้แทนหรือจากพระที่แท้จริงแล้วล่ะก็มันก็ไม่มีอื่นแล้วในโลกมันก็ได้ช่วยเขาได้สงเคราะห์เขาได้ อุ้มชูเขาเท่านั้นเองจะอุ้มชูภิกษุจะอุ้มชูภิกษุณีจะอุ้มชูอุบาสกอุบาสิกาก็อุ้มชูแต่ไม่ใช่อุ้มแบกใส่บ่าเท่านั้นสงครามสงครามช่วยเหลือเพื่อฝ่ายเท่านั้นเองช่วยเหลืออะไรก็ไม่ดีเท่าช่วยเหลือกันแสดงธรรมเป็นทานหรือการที่จะให้เขาเกิดประโยชน์ในการที่จะบรรลุหลุดพ้นทำจิตอันเป็นจิตอสูรปิดหน้าแม้จะเป็น 10 คนทำเป็นจิตเทวดามนุษย์ขั้นไหนที่เขายังติดขัดตาอยู่เราก็ให้เขาเกิดการได้เหมือนกันกับที่เราเป็นเราจะให้สิ่งที่เราได้เราจะให้สิ่งที่เราเต็มแล้วมีแล้วได้ตาม แล้วจะให้ไปตามภูมิเพราะเราสมานัตตตาเท่าไหร่เราเป็นผู้ไม่มีตัวตนเท่าไหร่เราเป็นผู้ไม่ยึดถือเป็นผู้ที่ไม่เอาแล้วไม่พูดจะไม่หวงแล้วเป็นอริสโตเป็นผู้ที่ไม่ไม่ได้ยึดแม้จิตแล้วเป็นผู้ที่อนามัยผู้นั้นก็เป็นผู้ที่บริบูรณ์และเป็นผู้ที่มีนิยามเป็นมนุษย์ทั้งหลายเป็นมนุษย์ขั้นสุดขั้นเหนือเป็นผู้ที่ไม่หวงแหนหวงแหนไม่ฉวยเอาเป็นของเราแล้วเป็นผู้ที่อมไม่ยึดไว้แม้จิตมันกันไม่มีสิทธิ์แล้ว รู้จักหิมะรู้มะมะรู้ชั้นเชิงของม้าของจิตอมรมีจิตแต่ไม่มีจิตท่านแปลเอาความกันแต่ว่าไม่ทุกข์ทรมานแปลว่าไม่ช่วยเอาไว้ไม่ยึดเอาไว้อมรแปลว่าไม่ถูกอนุญาตแน่นอนเขาจะพูดเป็นอย่างนั้นก็ให้ได้เสมอผู้ที่ไม่ควรไม่เห็นไม่มีทุกข์มีร้อนอะไรแม้จะทำงานอยู่ทำงานอยู่มีการกระทำมีกรรมแบบบ่าแบก 2 บาท 3 บาทจะทำการอยู่ด้วยมือสองข้างด้วยมืออันอ่อนนุ่มฝ่าเท้าอ่อนๆนุ่ม ไปทำกรรมก็ทำกิริยาอยู่ตลอดเวลาเพราะฉะนั้นเมื่อเราทำอยู่ด้วยฝ่าเท้าฝ่ามือหรือฝีไม้ฝีมือของเรามันก็จะเกิดลายไม้ลายมือของเราเป็นตาข่ายสานต่อไปเลยกรรมต่างๆก็จะสานต่อไปเรื่อยๆด้วยฝีไม้ลายมือของเราทำก็เป็นมันก็จะเกิดฝีไม้ลายมือหลุดตาข่ายมันจะสีม้าลายมือจะต้องไม่มีลายอยู่ตรงนี้ก็ยากอะไรก็เอานักจิตมันเขียนก็ลบจะออกยากเหมือนกันใน LINE เขียนว่าจะตัดเราจะทำแผลเป็นลงไปเลยจะมีละลายตาข่ายจากสระเอารูปกินไอ้อย่างนั้นมันจะยากแต่ฝีไม้ลายมือหรือกรรมกิริยาที่เราก็ทำสืบสานต่ออยู่เป็นกุศลกรรมเป็นอะไรทำอยู่อย่างสุภาพอย่างอ่อนนุ่ม ปัญญาอ่อนแออย่างอ่อนโยนอย่างดีงามกูก็ทำไปสิเป็นผู้มีมือฝ่ามือฝ่าเท้าอ่อนนุ่มเป็นผู้มีรายฝ่ามือฝ่าเท้าหลุดตาข่ายสืบสานกันเป็นช่วงเป็นช่องต่อไปดีเป็นเลขฐานในการไล่เรียงสืบสานอยู่มันไม่เห็นจะมีอะไรมันก็ได้ช่วยกันอย่างนี้แหละมันก็ได้เป็นอย่างนี้เพราะงั้นเราทำได้เราก็ช่วยคนช่วยคนให้เป็นภิกษุเพื่อคนให้เป็นทุกข์สุนีย์ช่วยอุบาสกอุบาสิกาให้พ้นทุกข์คือมาจากทุกอย่างจากความเร็วต่ำให้มาสูงขึ้นมาสูงขึ้นมาสูงขึ้นมาสู่ความสูงสู่ความดีให้พ้นทุกข์อันเลวร้ายอันเลวร้ายให้มาเป็นผู้คิดค้น สูงกูจะดีผู้ที่ไม่ทุกข์อย่างเลวอย่างไรแม้จะทุกข์อย่างดีทุกข์แต่เป็นความดีก็ให้รู้ว่าทุกข์นี้ดีกว่าทุกข์อย่างเลวๆร้ายๆเป็นหลงว่ามันเป็นสุขด้วยซ้ำไปแท้แท้จริงมันเลวมันร้ายก็ให้รู้ให้เท่าทันแล้วก็เลิกมาอย่าไปหลงสุขแม้อย่างนี้จะมีประโยชน์แล้วก็จะเป็นจริงเป็นสังคหวัตถุ 4 โรคจะอยู่ได้สังคหวัตถุ 4 นี่แหละสำคัญมากหากเราก็พูดได้เกิดสังคหวัตถุ 4 ก็จะเกิดผลจริงเราเองก็เป็นอนุพุทธได้ย่อมเป็นผู้สงเคราะห์บริษัทได้ผมก็ทำอยู่ครับเป็นตัวอย่างผมก็เป็นตัวอย่างอยู่ไม่ใช่การยกตัวยกตนไม่ใช่การบวช ปิดเครื่องยกมาเพื่อเป็นหลักฐานเพื่อเป็นการพิสูจน์ให้มันรู้ว่าพิสูจน์สิว่าจริงไหมเราก็เป็นสงเคราะห์ต้องเป็นผู้สงเคราะห์บริษัทนะมีทั้งภิกษุภิกษุณีอุบาสกอุบาสิกามีทั้งเทวดามนุษย์อสูรนาคคนทำถ้าเราเข้าใจจริงถึงสิ่งเหล่านั้นแล้วนี่เป็นสภาพจริงขอให้สั่งสมเข้าไปสั่งสมสังคหวัตถุ 4 นะแล้วเราจะเป็นผู้ที่ได้ปลุกหรือลักษณะข้อที่ 5 ที่ 6 ก็ชอบภิกษุทั้งหลายเมื่อตถาคตเกิดเป็นมนุษย์ในชาติก่อนได้เป็นผู้กล่าววาจาประกอบด้วยธรรมและนำชนเป็นอันมากเป็นผู้นำประโยชน์สุข ให้แก่ชนทั้งหลายตนเองก็เป็นผู้บูชาธรรมพระทั้งหมดกรรมนั้นๆเป็นกรรมนั้นๆคือได้กระทำมาตามนั้นชั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์อย่างนี้จึงได้มหาปุริสลักษณะ 2 2 ข้อนี้คือมีข้อเท้าสูงมีปลายขนช้อนขึ้นเป็นลักษณะที่ 14 มีข้อเท้าสูงมีปลายขนช้อนขึ้นอธิบายไปแล้วถ้าเกิดว่าเข้าใจย้อนไปถึงเมื่อได้อธิบายลักษณะว่าข้อเท้าสูงไม่ได้หมายถึงแค่ข้อเท้ามันยาวขึ้นไปเท่านั้นเอาลักษณะเอานามมาทำเอาขั้น มันหมายความว่ามันมีฐานะสูงข้อเท้าข้อมือยาวมีข้ออันยาวอันกว้างกับอธิบายฟังแล้วว่ามันมีขอบเขตมีอานาบริเวณมีปริมาณส่วนข้อเท้าสูงนี่หมายถึงฐานะยกความสูงไม่ใช่ความต่ำยกเอาความดีไม่ใช่ความชั่วยกเอาความถูกต้องไม่ใช่ความผิดผิดเขาเรียกว่าความสูงนอกจากได้ความสูงแล้วยังจะได้มีขนปลายงอนมีขนปลายช้อนขึ้นซึ่งก็ได้อธิบายและให้ฟังแล้วอ่ะยังมีแม้จะอนุโลมแม้แต่จะมีผลเนี่ยมีปลายมีอนุโลมไปเขาก็ยังมีปลายช้อนขึ้นมีทิศเวียนขวา มีสีดําดอกอัญชันอะไรไม่ข้อนั้นมันหมายความเป๊ะเลยว่าเราใฝ่สูงมีคนเอาช้อนขึ้นแม้จะลดลงมาขนนี่มันจะต้องเอนบ้างราบบ้างมันเอียงบ้างก็ตามลักษณะของขนมันไม่ใช่ตั้งตรงชี้ลงมันเองแต่ก็จะมีปลายช้อนขึ้นมีลักษณะสีดอกอัญชันบอกแล้วว่าแดงกับเขียวมันคนละสีหรือแดงกับน้ำเงินหมายถึงเย็นและร้อนแต่มันจะไปเชื่อมเย็นมากกว่าคิดดีมันขวาก็ไม่ได้หมายความว่าเราขวาจะโน้มเองไปในทางเวียนขวาก็ไม่ได้หมายความว่ามันถนัดกว่าซ้ายขวานี่เป็นเนื้อหาสาระเป็นกรรมกิริยาเป็นหลักใหญ่กว่า ของบุคคลเป็นความชำนาญเป็นศิลปะเป็นเนื้อหาของกรรมมากกว่าก็มีเนื้อหาของกรรมเนี่ยมากกว่าเอเชียไปในทางคำกริยาทางขวาไม่ใช่หมายความว่าขวาซ้ายอย่างที่เขาเอียงขวาเอียงซ้ายกันทุกวันนี้หรอกนะหมายความถึงรู้จุดเด่นรู้จุดดีรู้จุดที่ถูกต้องแท้และก็น้องเอนไปในทางที่ถูกต้องมีเสมอจึงเรียกว่าจะได้ลักษณะ 2 อย่างนี้มีข้อเท้าสูงมีปลายขนช้อนขึ้นข้อความยังมีสีดูดดอกอัญชันมีได้มีความเวียนมีสีติดต่ออัญชันขึ้นเวียนขวามีปลายคนช้อนขึ้น ดอกอัญชันขึ้นเวียนขวามีความหมายเพื่ออธิบายไปแล้วทีนี้ย่อมเป็นเลิศประเสริฐเยี่ยมสูงกว่าสัตว์ทั้งหลายก็ไม่เห็นมีปัญหาย่อมเป็นเลิศประเสริฐเยี่ยมสูงกว่าสัตว์ทั้งหลายก็ในเมื่อไฟสูงในเมื่อยกฐานะสูงในเมื่อมีทิศทางที่มุ่งสูงแม้จะอนุโลมก็อนุโลมรู้จุดสุดและก็ยังจะต้องพยายามให้ลักษณะมีพรายมียอดมีอะไรที่ต่อท่อขึ้นไปสู่ที่สูงอยู่ตลอดเวลาก็จะไม่เป็นผู้ที่ประเสริฐเลิศหรือว่าเป็นผู้ที่เลิศประเสริฐเยี่ยมศูนย์กษัตริย์ทั้งหลายได้ยังไงมันต้องเป็นแน่เพราะฉะนั้นเมื่อเรากำหนดหมายรู้อยู่ทุกอย่างเลยว่าเราทิ้งท้ายหรือว่าเราเน้นเข้ามาหาจุดฐานะ ความถูกต้องความดีงามความสูงเราทำอยู่อย่างนี้เสมอเสมอแม้อย่างละเอียดแล้วก็รู้ในส่วนละเอียดที่เป็นไฟล์ที่เป็นส่วนสุดท้ายนั้นๆอยู่ทิ้งไว้เรารู้เราก็ทำทิ้งส่วนที่ปลายส่วนที่หางไว้เนี่ยนกเองไปในจุดสาระน้องเอมเป็นจุดสูงจุดยกฐานะของสิ่งที่ได้ยกไว้แล้วตลอดเราทำได้แก่แค่นี้ล่ะคนนี้เราก็ยกฐานะแม่น้อยที่สุดก็ยกฐานะที่เขาให้เขารู้ให้เขาเกิดผลถ้าเขายังรู้ไม่ได้เรายกฐานะไว้เป็นธรรมะจิตติยกฐานะจิตของเขาให้เป็นกิติญาณให้เกิดอยู่ข้างในซะก่อนให้มันตั้งอย่างลงที่จิตเขาก่อนโดยก็ไม่รู้ตัวแต่เราเป็นผู้ฉลาดให้เขาต่

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน