191129-004 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน004-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ006.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นวันที่ 29 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2019 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพุทธที่รักแม่น้ำมูลผู้กล่าวทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกสำหรับวันนี้ยังคงเป็นพุทธประวัติจากพระโอษฐ์ต่อจากเมื่อวันวานมีเราก็มาทำวัตรกันต่อเรื่องเรื่องย่อที่ควรทราบก่อนซึ่งเราได้อธิบายกันไปแล้วแต่เมื่อวานนี้แล้วก็ไล่เรียงกันมาในลำดับลำดับ 143 ถ้าซื้อเหล้าสั้นๆสั้นๆทั้งย่อไว้แต่ผมก็ได้พยายามที่จะขยายให้เป็นธรรมะเป็นทั้งบุคลิกฐานที่เรารู้มาแล้วผมไม่ได้เน้นเรื่องบุคลิกฐานมากแต่ผมเป็นเน้นทำสมาธิฐานมากจะแย่แยะออกให้เห็นออกไปกว้างขวางพิสดารทำความเข้าใจว่าทุกอย่างมันเกี่ยวพันกันในโลกนี้มันเป็นสิ่งเดียวกันทั้งนั้นเป็น ago แปลว่าเราไม่รู้จึงขยายออกไปหมดมันก็ขยายออกไปสร้างความพิสดารมากมายท่านได้เล่าสั้นๆเล่าว่าท่านเป็นโคตรโคตรหรือว่าเป็นตระกูล ความหมายของเราเอาละครตระกูลนี้เราก็แยกกันยากภาษาฝรั่งเขาก็มีอีกเยอะแยะเลยฉันก็เรียกตระกูลเรียกโคตรอะไรนี่เขาก็มีเรียกว่าแฟนมันเลยเรียกเอ่อ PC เรียกไฟลัมเรียกอะไรอีกเยอะแยะภาษีนึกออกภาษาฝรั่งเองแล้วก็แบ่งแบ่งหมูทั้งด้านหันไปเอาละ 20 บาททางด้านชีววิทยาก็มีอีกเยอะแยะที่เขาจะเรียกเราก็ต้องพยายามเข้าใจเท่าที่พอจะไปได้ว่าโคตะมะหรือพ่อหรือโคจรหมายเอาทางด้านมาเอาทางด้าน หาดนับคำว่าตระกูลหมายเอาสืบสายโลหิตกันสืบพันธุ์ญาติที่โคโยตี้เนื้อหนังมังสาทั้งตัวตนอะไรได้ก็ท่านแยกเอาไว้เป็น 2 ในคำว่าตระกูลคำว่าโคตรชนะซึ่งหมายอันไหนที่เป็นกลุ่มธุรกิจทางพุทธศาสนาเป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้าเราถือว่าเราเป็นญาติเราถือว่าเราเป็นตระกูลเดียวกันโดยจิตเอาจิตเป็นยาที่จะได้เป็นพี่เป็นน้องกันเป็นญาติกันจิตจิตเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมีเหมือนกันมีเลือดเหมือนกันคำว่าเลือดนี่ อย่ามาเอาเม็ดเลือดเม็ดโลหิตก็หมายความว่าจิตใจที่
อ่านต่อ
มีความปรารถนาดีความต้องการดีในจุดเดียวกันเราเรียกว่าโคตรสงสารระยะตระกูลนั้นกว้างออกมาอีกเอาสืบสายเลือดออกมาท่านเป็นพวกตระกูลศากยะอย่างที่เคยได้ฟังมาจากส่วนนี้ต่อไปจะได้ฟังถึงเริ่มมาตั้งแต่พระเจ้าอกหักสุราษฎร์ธานีก็ตั้งลาวออกจากพระเจ้าทรงพระเจริญลงไปจนถึง อธิษฐานให้ฟังดังที่อธิบายนี้ก็เหมือนกันก็หมายถึงคำอธิษฐานว่าไม้เอาเรื่องอย่างไรจึงเน้นลงไปรายละเอียดลงไปเป็นหมู่นับเอาอย่างไรถ้ามีบ้านเมืองมีอะไรต่ออะไรต่างๆมีกรุงกบิลพัสดุ์มีพ่อมีแม่มีอายุมีสิ่งที่ประกอบแม้กระทั่งมีภรรยามีลูกมีพูดภาษาไทยๆถ้าพูดถึงภาษาเจ้าแล้วก็จะต้องพูดถึงพระราชบิดามีพระราชมารดามีพระชนมายุ 29 ครองเรือนอยู่แล้วก็ออกบวชมีปราสาทสูงสุด 3 หลังมีทั้งชายายโสธรามีพระโอรสจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกันมาจนกระทั่งถึงเพราะได้เห็นนิมิตทั้ง 4 จึงได้ออกด้วยม้าเป็นพาหนะทำความเพียรถึง 6 ปีเราได้ทำสิ่งที่ใครๆทำได้โดยยากเราเป็นชนะประกาศธรรมจักรที่ป่าที่สุดทัศนะเมืองพาราณสีเป็นพระเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าชื่อโคตมะโคตะมะนี่เป็นชื่อของพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้านับถือตัวเองว่าขอธรรมะพระพุทธเจ้าองค์โคตะมะหรือพระโคจรคำคมของทางสายเลือดมาตรงนี้ก็จะแยกชัดว่าไม่ใช่ชื่อตระกูลเขาทางสายเลือด มีพ่อมีแม่มีอะไรมาก็ไม่ใช่พระเจ้าท่านว่าท่านเป็นตระกูลหนึ่งเป็นพุทธะโคตะมะเป็นผู้ที่มีสมบัติโคนี่แปลว่าสมบัติธรรมะก็คือจิตธรรมะก็คือจิตที่ท่านรู้จักก็คือการเป็นไปของจิตกลายเป็นไปของจริงท่านหมายเอาอย่างนั้นของท่านและท่านก็ประทานเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าชื่อโคตะมะเป็นที่พึ่งของสัตว์โลกเป็นที่ปรึกษาทั้งหลายในการกล่าวเอาที่ของท่านเอง อธิบายกันมาถึงคำว่านิมิตทั้ง 4 ก็ได้แจกแจงนิมิตทั้ง 4 แล้วก็แจกแจงถึงความเห็นที่ท่านได้เห็นแล้วเราก็เอาตีความหมายคำว่าการได้เห็นท่านเห็นด้วยว่าเราเห็นจะมีความรู้สึกอย่างไรผมก็อธิบายกันไปละเอียดลออจะยกตัวอย่างของตัวเองที่ได้เห็นและควบคุมควรจะได้เห็นทั้งๆที่เราเห็นนิมิตทั้ง 4 นี้มากันมากหลายแต่เราก็ไม่มีความระลึกรู้เห็นเหมือนคนตาบอดเห็นไม่มีความรู้สึกเห็นไม่มีความเข้าใจทุกข์ไม่มีความเข้าใจเห็นไม่มีความรู้ว่าเราเป็นผู้ที่เห็นอย่างไรแล้วมันเกิดอารมณ์อย่างไรหรือว่าควรจะเกิดอารมณ์อย่างไรควรจะรู้ความจริงอย่างไรตามประสา เมื่อเป็นผู้รู้เท่าทันอีกทีนึงแล้วก็จะหมดอารมณ์รู้ความจริงตามที่มันสัมผัสแล้วมันก็เป็นความจริงตามรูปและอยู่เหนืออารมณ์นั้นก็ได้แจกแจงเรื่องนิมิตมากมายแต่ทีนี้พอพระพุทธเจ้าท่านเห็นนิมิตทั้ง 4 ทั้งนั้นท่านเกิดความรู้สึกทุกข์จริงๆท่านจึงบอกลงอยู่ไม่ได้จะต้องไปแสวงหาความเป็นมนุษย์ที่เกิดมานี่จะต้องเกิดยังไงถึงจะเป็นยังไงเพื่อที่จะไม่มีสิ่งที่เป็นไป 4 อย่างนี้หรือว่ามีสิ่งที่เป็นไป 4 อย่างนี้แล้วก็ไม่เกิดความทุกข์ร้อนไม่เกิดความทุกข์ร้อนถ้าใครจะต้องไปแสวงหาสิ่งที่จะอยู่เหนืออริยสัจ 4 ซึ่ง จะทำหลีกพ้นไม่ได้เพราะว่าถ้าเกิดว่าเรามาถึงตรงนี้แล้วเราจะเข้าใจได้ดีว่าผู้ที่รู้จักอริยสัจว่ามันเป็นทุกข์จนกระทั่งสาวไปหาเหตุมันได้มันเป็นสมุนไพรเป็นที่ไปที่มาหมดเพราะเหตุอย่างนั้นเพราะเหตุอย่างนั้นจนถึงจิตเพราะทุกอย่างมาแต่จิตเป็นเหตุธรรมดาสมุนไพรสูงอยู่ที่อื่นไม่เกี่ยวศูนย์อยู่นอกจิตไม่ใช่ศาสนาพุทธหรอกเพราะฉะนั้นมันจะสูญอยู่ที่ของเราตรงเราวางวางอย่างใดวางอย่างไม่รู้ วางหยั่งรู้ถ้าวางอย่างไม่รู้ดับสนิทไปหมดอย่างที่เขาอธิบายแบบนี้เลยง่ายดับติดดับเวทนาดับสัญญาดับความรู้สึกไม่รับรู้อะไรเลยสูญญตาอย่างนี้เราง่ายและถ้าปลูกได้ที่ทำเป็นแบบฝึกหัดทำอาหารตามจิตไม่รู้เรื่องเลยจุดแข็งเป็นต้นไม้ทำลายเป็นคนแปลว่าเป็นท่อนหินและก็เรียกว่าถึงจะตายอย่างหนักแต่ผู้เรียนรู้ได้ถึงจุดนั้นก็รู้ก็ไม่เป็นไรศาสนาพุทธก็ให้เรียนรู้และก็ควรจะรู้และส่วนการดับโดยรู้หรือว่าการไม่ไม่ปรุงไม่แต่งรู้ตามความเป็นจริงโดยมีธาตุวิญญาณหรือวิญญาณธาตุ แต่เราไม่มีความเกิดเกิดในสิ่งที่เป็นตัวของเราไปจะยุ่งเราเองเราก็รู้การกระทำโดยกายโดยวิธีตามสมมติแต่โดนใจของเราก็เป็นใจเป็นวิญญาณธาตุที่ไปรับประกอบด้วยไม่มีเสแสร้งไม่มีอะไรมีความสามารถมีความจริงใจอะไรก็ทำด้วยรู้แต่ไม่มีความเป็นตัวตนไม่มีความยึดถืออะไรที่จะมาทำให้เราเกิดฟ้าญาติโทรมานัดเกิดทุกเกิดประเทศเทวดาการต่อทวีปที่ไร้พรมทอดต่อเนื่องอะไรที่มันไม่ควรจบได้แล้วนะครับควรจะเรียกว่าตนนี้มันถึงขีดสุดได้แล้วถึงขีดตัดแล้วนะแต่เราก็ไม่ตัด ตกแต่งโดยที่เรียกว่าเพื่อตัวเองไม่ต้องไปแต่งไปเพื่อตัวเองเพื่อเราจะเป็นผู้ได้ผู้เสพผู้เสวยไปจนกระทั่งออกมาด้วยความฝืนทนด้วยความลำบากเห็นได้เป็นอโศกหรือว่านิมนต์มองอับเฉาไม่เป็นไปด้วยเบิกบานไม่เป็นไปได้ดีแล้วเห็นออกมาได้ชัดๆเมื่อโสกะแต่ถึงแม้อย่างนั้นเราก็จะต้องรู้อย่างชัดเจนและไม่มีจึงเรียกว่าความไม่มีแต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีวิญญาณธาตุไม่มีธาตุรู้ไม่มีความรู้ไม่ใช่กลับกันกลับเป็นผู้ที่รู้ยอดถึงเรียกว่าอาทิตย์ปัญญาหรือเรียกว่าญาณทัศนะวิเศษกลับเป็นยอดรู้แต่ก็มีดับ ลดความหมายคำว่าดับคำนี้จึงลึกซึ้งไม่ง่ายเหมือนอย่างความคำว่าดับก็ดับเวทนาดับสัญญาไม่มีเลยมันจึงยากกว่าทีนี้ก็แปลกันในภาษาง่ายๆว่ามีสูตรที่สอนไว้ว่าสัญญาเวทยิตนิโรธดับทั้งเวทนาดับทั้งสัญญาก็แปลคำว่าอย่างนี้นะเขาว่าดับหมดนี่ก็สัญญาณนิทราเวทนานิรุทธ์เค้าก็แปลว่าดับดับสนิทแต่ทีนี้ผมว่าดับอย่างนั้นก็แปลเป็นแบบฤาษีแล้วทีนี้มันมีแทรกซ้อนอธิบายได้คือกำหนดหมาย ที่มันเป็นนายกสัญญาที่เป็นสัญญาที่กำหนดหมายไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ชัดเจนเพราะฉะนั้นใดที่ไม่ชัดเจนสัญญากำหนดหมายที่เป็นนายหน้าตัดสัญญาหรือเป็นเนวสัญญานาสัญญายตนะสัญญานาสัญญาสัญญาสัญญาสัญญาสัญญาใดที่มันไม่ดีดับหมดสัญญาใดที่มันยังไม่สะอาดทำให้สะอาดหมดไม่มีสัญญานั้นเกิดความไม่ดีไม่งามอะไรตัดสัญญาที่เลวเหลือไว้แต่สัญญาณมีตัวเกิดและมีตัวดับอยู่พร้อมกันเลยสัญญาคือจิตวิญญาณที่มีความ จดหมายรู้ชัดที่สุดเป็นตัวเกิดเป็นตัววิญญาณธาตุเต็มธาตุเต็มธาตุใสสะอาดสว่างโปร่งรู้ชัดแจ้งไม่พร่าพรางไม่มีอะไรมองมองไม่มีอะไรทุกข์ร้อนไม่มีอะไรอึดอัดขัดเคืองไม่มีอะไรลำบากอยู่ที่จิตเลยเป็นทาสจิตของธาตุผิดเองเท่านั้นทำงานเต็มหน้าที่เรียกว่าเกิดเต็มที่ดับดับสิ่งที่เรียกว่า j7 หรือสัญญาอันหนึ่งที่เป็นสัญญามันเป็นเนยว่าสัญญานะสัญญาหรือเป็นสัญญาซึ่งเป็นสัญญาที่กำหนดยังไม่ชัดเจนเป็นสัญญาที่ยังเบลอๆยังจะรู้เขาว่าไม่รู้แต่ว่าไม่รู้ก็พอรู้ได้มากด้วยก็ได้แต่ยังเหลืออีกเศษที่ใช้อยู่บ้างที่ยังไม่รู้ อย่างนั้นก็ยังเรียกว่านายหน้าตัดสัญญาเพราะตัวสัญญาที่แท้เนี่ยไม่มีวิธีติดช้าเลยไม่สงสัยอะไรเลยเพราะมีจิตอิจฉานิวรณ์ตัวสุดท้ายไม่ต้องใช้อะไรเลยรู้แจ้งทั้งหมดสะอาดสว่างสงบเรียบอยู่จริงๆแล้วก็เป็นไปได้ดีที่สุดเป็นภาวะที่เป็นสุภาวะและสุขภาพดีจริงๆทำงานอยู่ที่ใครจะว่าไงก็รู้เข้าใจว่าทำไมไม่ดับอย่างไม่รู้เรื่องล่ะเป็นหูปิดตาอะไรที่ดับเวทนากับสัญญายังไม่เข้าใจไม่รู้เรื่องอะไรทำไมไม่ทำอย่างนั้นน่ะก็เออตอนนี้ระดับแล้วล่ะกลับยังงั้นเราไม่ต้องดับก็ได้รู้เขาจะเข้าใจเอาอย่างเดียวเข้าใจว่าดับหมดเลยนะสัญญาเวทยิตนิโรธเขาอธิบายกันอย่างนี้เราก็เข้าใจว่าเขาจะหมายอะไรถ้าคนนั้นทำได้ก็บอก ได้ตอนนั้นเราจะดับอย่างนั้นเราก็ดับได้แต่ตอนนี้เราจะตื่นเราจะไม่ได้พักตอนนี้เราจะมีเพียงเราจะรู้เราจะเป็นผู้รู้ว่าเป็นผู้เกิดก็จะดับจากพวกเกิดเราจะรู้มันถึงได้เป็นสภาพลึกซ้อนลึกซึ้งอยู่ในนั้นอีกทีนึงมีอันดับแรกเกิดมีเกิดแต่มีดังนี้เกิดจากอะไรที่เป็นสภาวะที่ดูเหมือนมันย้อนแย้งเป็นสันในกระทำเป็นธรรมะที่มันทำไมมันดูเป็นแบบมันไม่มีมันยังมีเป็นสมุดใช่สมมติต้องมี 2 จริงๆสมมติมันเหมือนกับการเป็นอย่างนี้มี 2 ไม่เหมือนกันแต่ถ้าเราลงตัวกันได้เหมือนเหมือนกันนั่นแหละเหมือนกันนั่นแหละเขาบอกว่าดับเหมือนกันผมก็ได้แปลคำว่านิรภัยนิโรธอีกความหนึ่งว่าอยู่เหนือ จะแปลว่าดับก็ได้ผมเห็นด้วยผมก็ใจเข้าใจเข้าใจไม่สงสัยที่เขาต้องการดับอย่างนั้นไม่สงสัยแล้วจะทำอย่างที่ดับอย่างที่ว่านั้นทำได้ในกาลเวลาที่เขาต้องการแล้วถึงจะบอกว่าได้นิพพานแบบดักแบบนั้นได้ได้รับรับไม่รู้เรื่องดับไปหมดเวทนาหมดสัญญาตอนนี้รถอย่างนั้นได้ทำได้รู้เข้าใจกันจริงเราเป็นจริงอย่างนั้นด้วยแล้วคนที่ไม่เป็นจริงอย่างนั้นก็ไม่รู้เรื่องทีนี้ถ้าเป็นจริงอย่างนั้นแล้วถ้ายืนยันว่าอย่างเขาเป็นเราก็เป็นได้แต่อย่างเราเป็นดับโดยที่ว่าเกิดอยู่ไม่มีสัญญาณเข้าไปในสัญญาที่เป็นธรรมชาติของสัญญาของความกำหนดหมายของจิตเป็นความวิจิตร ความขันอย่างหนึ่งซึ่งกำหนดหมายรู้จดจำได้รู้ละเอียดในสภาวะอย่างนั้นอย่างนั้นก็เป็นความเก่งของจิตมันก็ทำงานตามหน้าที่ของมันเท่านั้นมันไม่มีทุกข์ไม่มีสุขอะไรแล้วไม่มีเรื่องอะไรเดือดร้อนมันก็พ้นทุกข์แล้วเป็นอริยสัจที่ละเอียดละออก็ไม่เห็นจะเป็นไรเมื่อเรารู้ว่าเราไม่มีทุกข์อะไรนี่เราจะรู้เราก็ไม่ทุกข์อะไรอันนี้จะร้อนจะหนาวจะเย็นจะแข็งแกร่งอย่างโน้นอย่างนี้จะเป็นยังไงอยู่สักพักนึงมันก็ไม่ได้ทุกข์อะไรเรารู้รู้อยู่เนี่ยไม่โมหะโดยไม่ติดด้วยไม่ติดไม่เย็ดในโลกไม่ได้ก็ไม่เป็นไรถึงไม่ถึงได้ก็รู้ที่จะรับมาสังเคราะห์เท่านั้นถ้าไปสังเคราะห์ก็ไม่ใช่ของเราถ้าเราต้องเอาส่วนนี้มาทั้งครอบครัวแล้วก็ไม่เอาของเราหรือแม้แต่จะต้องเอามาให้เรา เขาจะเอาไปเขาจะโลภมากไปจนกระทั่งเราแสดงเสร็จแล้วบอกอะไรแล้วเขาก็ยังไม่ฟังเขาจะแย่งชิงกันไปก็ไม่ทุกข์ร้อนที่จะถูกแจ้งไปนะเป็นนายถึงขนาดนั้นมีทานนะในใจด้วยนิทานอาจารย์มั่นจริงๆรู้อยู่จริงๆเข้าใจจริงๆในสภาพที่เป็นไปอยู่ในโลกอย่างชัดจึงเรียกว่าเหนือโลกชัดๆมันเหนือโลกโดยที่เราไม่ต้องไปดับโลกมีโลกอยู่และรู้จักโลกและก็อยู่กันอย่างเหนือโลกอย่างเห็นเห็นแก่ๆเลยมีอะไรก็รู้ด้วยตามโลกจึงเรียกว่าผู้รู้ผู้ตื่นแล้วก็อยู่อย่างเบิกบานไม่พอหนูไม่มีลักษณะที่เป็นไปโดยอาหารเช้าห่อยังไม่มี เบิกบานแท้นี่มันซ้อนลงไปอีกทีนึงเราเป็นสภาพศพสูงสุดไปถึงขั้นวิโรจน์ทันทีนี้เมื่อเกิดผู้ที่รู้ผู้ที่เรียนไปถึงสุดก็ไปได้ถึงขนาดไปได้ทุกอย่างนี้เป็นสุดท้ายก็จะทำเอาเป็นอริยสัจ 4 แล้วก็อยู่กับอริยสัจ 4 เป็นผู้รู้เหตุรู้ปัจจัยเป็นผู้รู้ทุกข์แล้วก็รู้สมุนไพรแล้วก็อยู่เหนือทุกข์ได้อันนี้จึงเรียกว่าเป็นมนุษย์เหนือมนุษย์เป็นผู้ที่อยู่สูงกว่านิมิตทั้งสิ้นเพราะอรหันต์ของพระพุทธเจ้าแล้วก็ยังมีการเกิดมีการแก่และมีการเจ็บยังมีการตายแต่ไม่ได้หวั่น เพราะการเกิดไม่ได้หวั่นไหวเพราะการแก่ไม่ได้หวั่นไหวเพราะการเจ็บไม่ได้หวั่นไหวเพราะการตายเห็นมันเป็นธรรมดาธรรมดาของสิ่งที่เป็นไปมนุษย์ก็เกิดถ้าใครจะไปทำเหตุนั้นให้มันเกิดมนุษย์จะไปสร้างความเกิดให้มนุษย์เกิดขึ้นมาอีกก็เกิดเป็นแท่งเป็นก้อนมาสมสู่ก็ขึ้นมาก็เป็นธรรมดาเพราะฉะนั้นมนุษย์จะแก่ก็เป็นธรรมดามนุษย์จะเจ็บถ้าเหตุปัจจัยมันเป็นอย่างนั้นมันก็ธรรมดาหรือแม้มนุษย์จะตายสิ้นลมปราณลงหมดลมหายใจร่างกายเป็นปุ๋ยของคนภายนอกเพื่อลงไปมันก็เป็นธรรมดาแม้จะถึงภาวะนั้นมาถึงเราแล้วภาวะนั้นมาถึงเราแล้วก็เป็นธรรมดาเก็บมาถึงเราแล้วก็รู้ว่าจะเป็นธรรมดา ตอนนี้รถยนต์มาชนก้นรถที่เรานั่งไปเราไม่ได้เตรียมตัวเราไม่อะไรก็ถูกแรงผลักคอเคล็ดเลยเจ็บแล้วก็เจ็บก็เจ็บเป็นธรรมดาก็รักษาสกปรกมันขึ้นไม่ต้องไปยึดถืออะไรมากก็มันเจ็บตรงไหนก็แก้ไขตามที่ควรโดยรูปขาดก็ต่อรูปพระพุทธรูปฉีกก็ต่อรูปรูปเพชรก็ตัดก็อะไรมันให้มันเข้าที่เข้ารูปซะจิตของเราก็รู้แล้วจิตของเราก็วางถ้ามันเจ็บมันปวดก็พยายามเอาจิตนั้นพรากออกไปไม่ต้องไปใช้ดีไม่ต้องไปขอเกี่ยวอะไรมันก็เป็นธรรมดามันก็เป็นเรื่องของเจ็บถ้าเราทำได้เป็นการปล่อยวางเป็นการที่ไม่มีไม่เอาอยู่เนื้อมันอย่างนี้ได้ยิ่งจะพิสูจน์เห็นชัดเลยว่าเจ็บนั้นจะน้อยคนที่เก่งไม่เจ็บหรอกมันไม่มีจริงๆ ไม่มีไอเจ็บแล้วหลุดลอยหายไปไหนไม่รู้ทั้งๆที่จะเป็นคนอื่นกูเจ็บแย่เลยแต่ไม่เจ็บที่เราถ้าๆที่มีอยู่ที่ลูบคลำด้วยตัวเรามันมีอยู่ในรูปขันเราแต่มันไม่เจ็บนี่เหมือนอย่างท่านเจ้าคุณนรมีมะเร็งที่นี่ที่โป่งใหญ่แตกซึ่งหมอเห็นแล้วโอ้โหถ้ามะเร็งแต่มีคนธรรมดาอยู่ไม่ได้ทนพิษบาดแผลไม่ได้ตายนานหรอกเพราะมันจะเจ็บเจ็บปวดเจ็บทรมานเยอะแยะเลยเพราะมันมีความจริงมีเชื้อมีเชื้อโรคมีปฏิกิริยาที่ตัวทำลายมันหลุมฝังเพลิงขนาดทนไม่ได้แต่ท่านเจ้าคุณนอนเล่นสมถะในการปล่อยวางไม่เอาอะไรไม่เกี่ยวไม่ถูกตัดๆๆมีพลัง 4 พละในเรื่องนั้นมากไม่เสียถ้าจะบอกว่ามันมีอะไรตึงๆแค่นั้นเองเหมือนเรามีอะไรจริงๆเหมือนเราเองนี่ที่จริงเรามีหูแต่เรารู้สึกเหมือนกับเราไม่มีใบหูแต่เรามีจนเคยมันไม่มีใบหูก็เหมือนๆอยู่แล้วเรามีจมูกมันก็ไม่มีแตงโมแต่มองดูไปเออสัมผัสแล้วไม่มีแตงโมแต่พอลูกหรือเปล่าแต่เราเหมือนไม่มีสมองแต่ความรู้สึกที่เราวางก็วางแล้วไม่ได้สึกก็ปล่อยมันก็เหมือนไม่มีอะไรทีตัดเองแต่มีออกเจ็บแต่ท่านทิ้งวางคล้ายๆกับมันมีจริงๆหน่อยๆ ที่จริงมันไม่เก่งๆหน่อยๆนะมันมันมีทั้งความเจ็บปวดทั้งประสาททั้งอะไรตั้งเยอะแยะแต่ถ้า 3 ธันวาคมแล้วเป็นจริงอันนี้เป็นจริงสำหรับอำนาจอินทรีย์วิถีของแต่ละคนถ้าผู้ใดวางใจได้สนิทไม่เจ็บไม่ปวดถ้าฝึกแล้วถ้าไม่ฝึกมันก็ไม่ได้เนี่ยผมเองผมก็ไม่ค่อยได้เล่นไม่ค่อยได้ฝึกเท่าไหร่จะมาทำเพราะต้องมาปรุงมาทำงานอะไรพวกนี้อีกเยอะแต่ก็พยายามพอถึงเวลาที่จะต้องต่อสู้ก็หัดรับในส่วนที่ควรจะดับเป็นอีกวิธีซ้อนอยู่ในตัวเราแล้วทำได้แล้วก็ไปส่วนใดส่วนควรทำเอาไปทำจดจ่อหรือว่าเพลงเพี้ยนอยู่ในอันนั้นอันนี้อย่างหนาวก็เลยตัดสินใจว่าตัดสินไปมันก็คือทำจิตนั่นแหละให้ปรุงเรื่องความ อุณหภูมิให้มันรู้สึกว่ามีสภาพฝุ่นหรือสภาพร้อนสภาพไม่รับสัมผัสจากสัมผัสนอกสัมผัสนอกก็อยู่นอกอากาศมันไม่เข้าไปถึงข้างในทรวงหรอกไม่ได้เข้าไปถึงทับเส้นตายแล้วหรือไม่อากาศมันไม่ได้เข้าไปถึงนั่นความหนาวนี้ก็อยู่ข้างนอกนี่มันเข้าไปถึงตับเราได้ที่ไหนไม่ได้หรอกแต่เราสิเอาความรู้สึกเอาจิตของเราเข้าไปไว้ในข้างในอยู่ข้างในไม่ต้องมารับสภาพผิวนอกผิวหนังถึงอะไรที่มันลับแตกต่างกันหรอกมันก็ไม่รู้สึกเย็นมันก็อยู่กับอากาศข้างในจริงๆข้างในเรานี่ร้อนไอ้ตัวเรานี่ร้อนเราเรียกว่าตัดสินไปก็อย่างนั้นแหละจะเรียกว่าเราไปสำนึกสร้างสำนึกว่าร้อนสร้างสำนึกว่ามันเป็นไฟก็ได้แล้วจะทำต่อหรือเอาจิตข้างนอกไปให้มันอยู่อย่าให้มันมาออกมาเส้นทางเป็นการกำหนดจิตเป็นการทำวิธีทำคลิปลงมาไม่ให้มัน การตัดรอบของจิตของเราเองไม่ใช่อื่นหรอกมันก็ไม่แตะมันก็ไม่รับมึงมันไม่รับได้เก่งมันก็เป็นอีกวิธีค้นหาเราก็ไม่หนาวก็ได้เพราะเราก็ไม่ร้อนจนกระทั่งไปเจอเดินย่ำไฟเดินลุยไฟมันต้องรอแน่ๆใครไปแตะเข้าไม่มีอะไรมันเผาเลยนี่ขนาดอย่าว่าแต่ร้อนหรือไม่เผาไม่ทำปฏิกิริยาด้วยไงผนังเท้าก็เฉยๆเดินผ่านไปเพลินกันเฉยๆแต่บางคนที่เดินด้วยกันไม่มีไอ้เรื่องนี้แหมถามกันออกไปทำแล้วก็เอาไปรักษาพองมันก็เป็นความจริงมันก็มันท้องจริงๆมันไปจริงๆแล้วไอ้คนทองก็พองจริงๆไอ้คนที่ไม่พร้อมก็เดินเฉยๆไปดูหนังเท้าอีกก็เท่าเก่าแล้วก็เป็นได้แต่เก่งไงไม่ใช่ไม่เก่งแล้วก็เป็นเรื่องของอีก มันเป็นวิชาของวิชาวิชาที่จะเล่นจิตเอาจิตไปเล่นทำพวกนี้ซึ่งมันไม่ได้หมายถึงเป้าหมายของศาสนาพุทธไม่ได้หมายถึงเป้าหมายของศาสนาพุทธมันเป็นการเกี่ยวข้องกับจิตเหมือนกันแต่เอาจิตไปทำพลังงานอะไรอันนึงมาใช้เท่านั้นเองก็ได้มันก็เป็นเรื่องของความเก่งอันนั้นทีนี้การที่จะดับโดยวิธีของศาสนาพุทธไม่เอาถึงดับเวทนาไม่เอาถึงดับสัญญาการกำหนดหมายอย่างนั้นก็ได้โดยการรู้ว่าความชั่วความดีความควรความไม่ควรสิ่งที่ควรรับหรือไม่ควรรักทีนี้เราบอกว่าเราไม่ควรรับประทานแล้วก็ตัดได้เป็นผู้ตัดสินใจไม่เอาไม่มีไม่เกี่ยวไม่ปรุงไม่สังขารท่านอธิการหนัก ไม่ปรุงไม่ต้องถามด้วยไม่ยุ่งด้วยรับรู้ด้วยซ้ำไปแต่ไม่ยุ่งรู้ก็รู้เขาว่าอย่างนี้ก็รู้แล้วบางคนมาเล่าเรื่องหนี้สินบางคนมาเล่าเรื่องการเจ็บป่วยบางคนมาเล่าเรื่องทุกข์ของเขาแล้วเราจะไม่ทุกข์กับเขาเราก็ไม่ทุกข์กับเขาก็จะมาเล่าแหมทุกข์เหลือเกินโอ้โหทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างโน้นอย่างนี้มันเล่าสู่กันฟังแล้วก็รู้ว่ามันเป็นทุกข์ถ้าเกิดว่าคนที่เขาวางไม่ได้ก็ต้องทุกข์แหละแล้วเขาก็มีเหตุปัจจัยอันนั้นถ้าเขาไม่มีเป็นผัวเป็นเมียกันก็ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกันเขาก็หมดทุกข์แต่ก็อดไม่ได้เขาห้ามไม่ได้ที่เขาจะไม่ทะเลาะกันเขาห้ามเขาเองไม่ได้หรอกเพราะเขาจึงทะเลาะกันแล้วเขาก็เป็นทุกข์ก็เราไม่มีอย่างนั้นเราไม่มีเหตุปัจจัยเราเป็นผัวเป็นเมียเราไม่มีเหตุปัจจัยเราจะต้องไปทะเลาะและเป็นผัวเป็นเมียก็อยากให้เกิดการทะเลาะ ไม่เข้าใจกันแน่นอนแล้วใครจะยอมก็ยอมใครจะอ่อนอนุโลมก็อนุโลมมันก็ไม่ทะเลาะมันก็ไม่ถูกแต่ก็ไม่รู้เหตุนี้เขาจะเอายึดมั่นถือมั่นเขาจะเอาชนะเขาจะเอาดีเอาเด่นเขาจะเอาถูกเอาผิดอะไรกันเขาจะเอาอันนู้นอย่างที่เขาต้องการให้ได้เขาจึงเกิดการทะเลาะกันอยู่ถ้าเป็นเหตุปัจจัยของเขาแล้วก็เข้าใจตามเขาที่เขาว่าหมดแต่เราไม่ทุกข์นี่เราไม่ได้ไปร่วมกลุ่มกับเขาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เราเหมือนกับเป็นไปเขาอย่างเขาเลยเขาทุกข์ทรมานแล้วก็เล่าไปเล่าไปก็ร้องไห้ทนไม่ได้ก็ร้องไปเราก็ดูเฉยๆแล้วก็ไม่ได้ร้องไห้เราก็เห็นทุกชัดแต่เราหลุดพ้นทุกข์วันนี้แล้วเนาะเราไม่เป็นอย่างที่เขาเป็นเลยไม่มีเหตุปัจจัยจริงๆและจิตเราก็ไม่สังขารด้วยจิตเราก็ไม่ได้เป็น ก็เป็นตามเขาเป็นเลยก็รู้อยู่จึงเรียกว่าเราไม่เราเรารู้ว่ามีสัญญามีเวทนาแต่เราไม่มีสุขกับเวทนาไม่มีทุกขเวทนาทีนี้เวทนาตรงนี้สัญญาเรากำหนดหมายรู้ตามรู้ปัจจุบันเขามาเล่าเรื่องให้ฟังคำว่าเล่าเรื่องต้องปรุงสิ่งที่เขาเป็นทุกข์ให้ฟังเรารู้ถูกทุกตัวแต่เราไม่มีความรู้สึกว่าเวทนาทุกขเวทนาไม่มีเราทุกคนเราไม่ได้มีเวทนาไม่ได้มีสิ่งที่รู้สึกหรือเป็นอารมณ์ว่าทุกวันถ้าไม่มีอารมณ์ของเราไม่มีสอนคำว่าอารมณ์ที่เกิด 80 เราที่มันเกิดเป็นธรรมารมณ์เป็นทรงไว้ทรงขึ้นเอาไปอารมณ์ไม่มีก็รู้อยู่ว่าสุขภาพใจ โดยข้อความเข้าใจที่มีความรู้ความกำหนดหมายว่าทุกข์เป็นอย่างนี้เขาทุกข์ก็รู้อย่างนี้โลกมันอยู่กับทุกข์มันเป็นอย่างนี้เขาว่าสุขรู้เนี่ยเขาหลงผิดก็จะสุขอย่างนี้รู้เวทนาจริงมีอยู่ความรู้สึกเวทนาแท้ๆเพียวๆเป็นเวทนาขันธ์มีอยู่แต่เวทนาที่เป็นอารมณ์เป็นเวทสุขเวทนาทุกขเวทนาไม่มีสั่งสอนนะเวทนามีแต่เวทนาไม่มีเวทนาคือความรับรู้นี่รับรู้สึกเวทนานี้เป็นวิญญาณธาตุแท้ๆเลยแต่เวทนาที่จะเป็นอารมณ์สุขอารมณ์ทุกข์ไม่มีเวทนามีแต่เวทนาไม่มี จึงเรียกว่าดับเวทนาด้วยว่าจะแปลว่าดับสัญญาดับเวทนาได้เราก็เข้าใจว่าดับดับเวทนาที่เป็นทุกข์ลำดับปริศนาที่เป็นสุขดับทุกข์ก็สุขกับเวทนาทุกขเวทนาดับเรารู้เลยว่ามันทุกข์มันเป็นอารมณ์ไม่มีไม่มีสุขไม่มีทุกข์อะไรเขาสุขเขาทุกข์ของเขาเพราะตนไม่มีไม่มีตนตนไม่ถูกตนไม่ถูกจนไม่สุกจนไม่ทุกข์จริงๆจิตรู้อยู่จนไม่สับสนไม่ทุกข์อ่ะแล้วก็แปลว่าเราเวทนาดับสัญญาแล้วเราก็รู้ด้วยว่าดับเราก็ได้ดับจริงๆดับทุกข์ก็เวท เขาเวทนาแล้วแล้วเราก็มีเวทนาที่เป็นเวทนาเฉยๆกลางๆโดยไม่ใช่โมหะไม่ใช่อุเบกขาต่างกันแล้วก็เป็นโมหะไม่ใช่เป็นอุเบกขาเป็นเฉยวางไม่สุขไม่ทุกข์ที่เราชัดๆเลยรู้ว่าเวทนาคือเวทนาคือนามขันธ์ไม่ได้แบกนามขันธ์แต่มันเป็นของมันไม่น่านานขนาดนี้ไม่เป็นภาระอะเวย์เวทนานี้ไม่ได้หนักอะไรไม่ได้เดือดร้อนอะไรไม่ได้มีปัญหาอะไรมันก็เป็นสิ่งที่คิดอันนึงมันเป็นทาสรู้อันนึงมันเป็นนามธรรมนางก็เกิดแต่น้ำน้ำไม่ได้มีอย่างลงอะไรที่เรามันเป็นการเกิดของมันเองมันเป็นตัวของมันเองมันไม่ได้สั่งสมกับเราจะต้องผูกยึดเท่าไหร่ไม่วุ่นวายเพราะฉะนั้นเราจึงไม่มีสังขารเราไม่ได้ ลุงด้วยเราไม่ได้เป็นเอาอารมณ์ของจิตไปที่อื่นร้อนด้วยหนาวด้วยทุกข์ด้วยเปล่าด้วยเขาไม่ได้รับสัมผัสมาอย่างนี้ข้างนอกของเขาก็ของเขาลมหนาวพัดลมหนาวรักษาจิตเราไม่ได้แล้วก็รู้ว่าเราตัดสินเราไม่ได้เราก็รับสิทธิ์นี้มารู้สึกดีทำไมมันเย็นสรุปความจริงเย็นๆไม่ต้องคิดจิตเรามันเย็นจริงๆมันไม่เย็นมันไม่ร้อนแต่เรารู้สึกว่ามันเย็นไม่ค่อยเย็นทีนี้เราทำได้แค่ไหนตัดได้แค่ไหนถ้าตัดได้อย่างที่ผมว่าเป็นอีกวิธีแกงมันก็สบายแต่ถึงแม้ว่าคุณตัดไม่ได้คุณรู้ว่าหนาวแล้วคุณก็วางก็มันได้แค่นี้ที่เราแข่งแค่นี้แล้วก็หลับแค่นี้แล้วก็รู้ว่ามันก็เป็นไปตามธรรมดามันไม่เที่ยงมันก็จะต้องหายจากไปกลางคืนหนาว ในช่วงเช้าดีกว่าจะสว่างนี่หนาวเพราะเดี๋ยวอีกหน่อยแดดออกก็จางหายก็พอไปพอสู้มันก็เวียนวนเวียนวนยิ่งหมดฤดูหนาวไปแล้วไปเป็นฤดูร้อนมันก็ยิ่งไม่มียายไม่เป็นไรเราก็รู้ความจริงแล้วไม่ถูกไม่เดือดร้อนดิ้นรนพอไปได้แค่ไหนที่เราช่วยตนได้แค่นี้เองไม่มีปัญหาอะไรถ้าเราจะแสดงต่อสู้ให้แก่คนหรือว่าที่จริงแล้วมันเป็นประโยชน์ตนฝึกกินที่วิธีให้แก่ตนด้วยซ้ำไปก็เอาสิไม่เป็นไรเพราะการถึงที่สุดแห่งพ้นเกิดแก่เจ็บตายมีชีวิตอยู่ที่จริงเราก็มีชีวิตเกิดชีวิตแก่ชีวิตเจ็บมีชีวิตตายอยู่อย่างนี้แหละแต่เราทนทุกข์เพราะดับทุกข์เวทนาตัวสำคัญ รู้แน่มีสัญญามีความรู้กำหนดรู้เข้าใจและมีสภาวะมีอันนั้นจริงจึงเรียกว่าไม่มีสัญญาที่ไม่รู้สัญญาที่ยังไม่เข้าใจสัญญาที่โง่สัญญาที่อวิชชาสัญญาจึงโมหะไม่มีหมดสัญญาที่เป็นอวิชชาจึงเลือกเอาอิจฉานักอวิชชาสว่างแล้วมันเป็นกามไม่ใช่ยาไม่ได้รังเกียจอะไรหมดความหมายเป็นสัญญากำหนดรู้หยั่งรู้แล้วสัญญาเป็นเขาเคลียร์สัญญาหรือว่าความกำหนด ห้องน้ำมาขันของเศรษฐกิจอันนี้ไปทำงานเต็มรูปเลยว่าสัญญาทำงานเป็นผู้รู้สิ่งนั้นเวทะดวงจิตตัดอันนั้นน่ะรู้ไอ้ที่รู้นั้นให้มันได้รู้คือตัวจริงมันเป็นตัวรู้ว่าจริงแล้วมันกำหนดเค้าผิดปกติทำงานเต็มที่เรียกว่าวันนี้รอดแล้วเอาคำว่านิโรธตามเข้ามาจับแปลนิโรธก็ดับก็มีดับแต่นิโรธว่าอยู่เหนือใช่อยู่เหนือตรงสุดที่เราเราสบายแล้วเรารู้จิตของเราอย่างนี้จบแล้วก็ใครจะอธิบายอย่างไหนเราก็เข้าใจอธิบาย ก็ไม่เป็นไรจะไปเรียนต่อนะแต่เรามีผมเคยอธิบายแล้วว่าเรามีเราไม่รู้ว่าตอนนี้เราไม่รู้เรื่องอะไรเลยในช่วงใดที่เราดับเรานอนหลับนี่เรามีอาจารย์นิมิตเลยไม่รู้เรื่องอะไรไปชั่วโมง 2 ชั่วโมงนาที 2 นาทีจบนะช่วงนี้ใครรู้ตัวบ้างไหมว่าตัวเองฝันตลอดนอน 5 ชั่วโมงฝันมันตั้ง 5 ชั่วโมงรู้ตัวไหมคุณฝันตั้ง 5 ชั่วโมงเหรอคุณนอน 6 ชั่วโมงคุณนอน 7 ชั่วโมงเหรอไม่หรอกมีช่วงที่คุณหลับสนิทแต่เป็นแต่เพียงคุณอ่านไม่ออกแค่นั้นเองคุณจับเวลามันไม่ได้คุณไม่รู้ว่าตอนไหนช่วงไหนเท่านั้นเองคือดับสนิทก็ไม่รู้เรื่องครับ นอกก็ไม่รู้ในคุณก็ไม่รู้ไม่มีตัวสร้างไม่มีรูปเป็นจิตไม่มีเอารูปไปติดไม่มีสภาพไม่มีภาพไม่มีเรื่องไม่มีอะไรวันนี้สนิทหยุดไปเฉยไม่รับรู้อะไรไม่ปั่นไม่สร้างอะไรเรียกว่าฉันมีไม่ตอบไม่ฟุ้งซ่านไม่มีอารมณ์จิตไม่เกิดสงบสนิทอยู่นี่คุณจะฝันคุณก็มีฝันบ้างชั่วครั้งชั่วคราวตื่นมันตื่นคือจิตมันฝันที่มันตื่นสร้างโลกสร้างอารมณ์ขึ้นมาเป็นบางครั้งบางคราวก็มีเป็นช่วงเป็นตอนคุณ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive