560622_เทศน์ค่ายอุโบสถศีล ครั้งที่ 113 ณ สันติอโศก โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์.docx
เนื้อหาในไฟล์
560622_เทศน์ค่ายอุโบสถศีล ครั้งที่ 113 ณ สันติอโศก โดย พ่อครู สมณะโพธิรักษ์ พ่อครูว่า… วันที่ 22 มิถุนายน พศ. 2556 ที่ บวร สันติอโศก ทุกวันนี้โลกไม่ได้เดือดร้อนเพราะมีด เพราะปืน แต่เดือดร้อนเพราะคนไปจับมีดจับปืนไปทำร้ายกัน ถ้าคนเราดีซะอย่าง เรา เรียนรู้จิตวิญญาณให้ดี สังคมมนุษย์จะเกิดความเรียบร้อยได้ เพราะคนเป็นหลัก สังคมจะสงบเย็นจะพัฒนา ได้ ก็เกิด จากสองหลัก คือ ใจ ต้องมี 1 . ปัญญา จริง และ 2 . มีแรง ที่จะกล้าทำสิ่งที่ดีๆ( เจโต ) ถ้าปัญญามี แต่แรงหรือเจโตไม่แรงพอ ก็ทำอะไรไม่ได้ ทุกวันนี้สังคมไทยเราปัญญามี แต่ไม่มีพลัง อินเดียเขามีเจโตดีก็ไปรอด สายจีนเป็นปัญญาแต่คนมากก็ใช้กฏระเบียบบังคับ สรุปคือ ต้องมี เจโต และปัญญา มีแต่ปัญญาไม่มีเจโตก็ทำไม่สำเร็จ แต่ถ้ามีแต่เจโตไม่มีปัญญาก็ถูกจูงไปทำผิดได้ง่าย พระพุทธเจ้าก็ใช้ทั้งสองหลักคือ ศีลและวินัย ท่านเน้นไปที่ปัญญา ให้เกิดทั้ง เจโตวิมุติ และ ปัญญาวิมุติ จีนใช้ปัญญา และม ี กฏระเบียบบังคับคือเจโต ส่วน อินเดียสายเจโต จะอยู่รอดไปนานได้มากกว่าจีน ประชาธิปไตยจีนก็ใช้กฏระเบียบบังคับ รู้ทันหมดฉลาด แต่อินเดียไม่ค่อยรู้อะไร ก็ใช้เจโตพากันไปได้นาน นายสีจิ้นผิงได้นำเสนอข้อปฏิบัติ 11 ประการและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ นายทหารทุกระดับชั้น และภาคธุรกิจเอกชนของจีนได้ปฏิบัติอย่างเข้มข้น ดังนี้คือ 1.ห้ามขึ้นป้าย ปูพรมแดง หรือมอบช่อดอกไม้แก่คนในรัฐบาล ข้าราชการ และนายทหารระดับสูง ไม่ว่าจะในโอกาสใด 2.ห้ามใช้จ่ายเงินหลวงอย่างฟุ่มเฟือย โดยเฉพาะในระหว่างไปตรวจราชการ ต้องไม่พักโรงแรมหรู 3.ห้ามจัดเลี้ยงด้วยอาหารราคาแพง หรือสั่งอาหารจนล้นโต๊ะ แม้จะปฏิบัติจนเป็นธรรมเนียมก็ตาม
อ่านต่อ
4.ห้ามมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทุกงานเลี้ยง 5.ห้ามคนในรัฐบาล เจ้าหน้าที่ของกรมการเมือง ข้าราชการ และ นายทหารระดับสูงใช้สัญญาณไซเรน เพื่อขอทางสะดวกแก่ตน 6.ให้เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ และ นายทหารระดับสูงทุกคน อบรมสั่งสอนภรรยาและลูก ให้กระทำตนเป็นเยี่ยงอย่างในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการด้วยความซื่อ สัตย์สุจริต ห้ามรับสินบนทั้งหน้าบ้าน ในบ้าน และหลังบ้าน ด้วยเหตุแห่งหน้าที่ของตนเป็นอันขาด 7.ทุกคนที่กินเงินเดือนหลวง ต้องใช้ชุดที่ราชการตัดให้ 8.ห้ามเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ และ นายทหารระดับสูง เดินทางไปต่างประเทศ โดยไม่ได้รับอนุญาต 9.ให้เวลาหาหลักฐานพิสูจน์ว่ารถหรูราคาแพงกับนาฬิกาแบรนด์ดังที่ใช้อยู่ ท่านได้มาจากไหน? เพราะเหตุใด? 10.บัญชีเงินฝากในต่างประเทศให้เอากลับมาฝากในประเทศ 11.บุตรหลานที่เรียนอยู่ต่างประเทศ ต้องกลับมาเรียนในประเทศให้หมด กฎเหล็กข้อ 9, 10 และ 11 ให้ใช้กับผู้มีตำแหน่งระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนอย่างเข้มข้น และแม้แต่นายสีจิ้นผิงเอง ก็จะไม่มีอภิสิทธิ์หรือขอรับการยกเว้นในการปฏิบัติใด ๆ ทันทีที่คณะกรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลาง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน ประกาศใช้กฎเหล็กทั้ง 11 ข้อนี้แล้ว นายสีจิ้นผิงก็ได้สั่งให้บุตรีที่เรียนอยู่ในต่างประเทศเดินทางกลับมาศึกษา ในประเทศทันที อย่างอินเดียมีคนตั้งพันกว่าล้าน การเดินทางเขาก็ไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ เพราะจิตวิญญาณมีความเอื้อเฟื้อเห็นใจกัน แต่ว่าคนไทยเราขับรถเฉียดกันก็ลงมามองหน้ากัน ควักปืนใส่กันเลย เลวร้ายแรง ที่หยิบสิ่งเหล่านี้มา ให้ศึกษาจิตวิญญาณคน สามารถทำให้ดี ทำให้ชั่วได้ มีทั้งตัวเอง และอำนาจส่วนรว ม ที่จะโน้มนำให้ดีหรือชั่วได้ มีคนตั้งข้อสังเกตว่า กัลยาณมิตโต กัลยาณสหายโย กัลยาณสัมปวังโก เป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของพรหมจรรย์ พระพุทธเจ้าท่านให้คบบัณฑิต หลีกคนพาลให้ไกล อย่างพวกเรามีกลุ่มชุมชน แม้ไม่ได้มากอยู่ก็มีมิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี ในระดับ สาธารณโภคี ผู้มาเป็นสมาชิกก็จะได้รับสาธารณโภคี ไปตามระดับ ยิ่งเป็นสมาชิกภายใน ก็ได้รับสวัสดิการ หรือการร่วมกินใช้สอย เป็นเนื้อหนึ่งเดียวที่สูงขึ้นๆ การร่วมประโยชน์ภายนอก ก็คือ กัลยาณสหายโย ส่วน กัลยาณมิตโต คือร่วมในส่วนภายใน ร่วมประโยชน์กันทางใจ เป็นประโยชน์ที่ เอื้อเฟื้อเจือจานกัน ผู้ที่แข็งแรงช่วยคนอ่อนแอ ผู้อดทนได้มากก็อดทนมากกว่าคนอดทนน้อย อย่างมีเวลามีอาหารน้อย แม่ก็แบ่งให้ลูกกินก่อน แม่ไม่ค่อยอิ่มหรอก นอกจากแม่ที่ไม่มีกัลยาณมิตโต แม่ก็กินก่อนให้ลูกกินทีหลัง แม้คนที่จะด้อยกว่า สุดท้ายก็ต้องเสียสละให้ เพราะถ้าไม่ให้เขาก่อน เขาก็จะฆ่าเรา อย่างนี้ก็ถือเป็นความซับซ้อนในสังคม ถ้ามีอย่างนี้ก็เป็นความเสื่อมของสังคม ซึ่งทุกวันนี้เปรียบเทียบจีน-อินเดีย-ไทย ไทยเรามีพลเมืองในระดับกลาง ส่วนจีน-อินเดียมีพลเมืองมากในระดับโลก ก็ได้นำมาศึกษา เขาใช้ระบบอย่างไร เขามีจิตอย่างไร อินเดียเชิงเจโต จีนเชิงปัญญา แต่ที่จริงเป็นความฉลาด และอินเดียคือสายศรัทธา ทั้งสองประเทศเป็นพฤติภาพที่ชัดเจนที่จะเอามาศึกษา อาตมา ถามพวกเราว่า ไทยเราเป็นสายเจโต หรือสายปัญญา....ยกมือสายเจโตน้อยกว่า ยกมือให้สายปัญญา... อาตมา ว่าที่จริง ไทยนี่ไม่ใช่สายปัญญา แต่สาย ค่อนข้างเฉโก ยกตัวอย่าง เช่น สังคมไทยทุกวันนี้ปกครองบริหารกันอย่างศรีธนน ชั ย อย่านึกว่าขณะนี้ศรีธนน ชั ยชนะได้ บริหารบ้านเมืองใช้วาทกรรม ครอบงำคนที่ไม่รู้ทันได้จริงๆ แต่ อาตมา ไม่เชื่อว่าคนไทยจะมีความโง่จนกระทั่งไม่รู้เท่าทัน คนที่รู้เท่าทัน หรือพอรู้ในพวกศรีธนน ชั ย เขาใช้วาทกรรมครอบงำบ้านเมือง อาตมา ไม่เชื่อว่าคนโง่จะมากกว่าคนฉลาด แต่ คนไทยเจโตอ่อน และคนไทยเฉโก ไม่ตรง ไม่กล้าเสียสละ เพราะกิเลสมาก เห็นแก่ได้ คนไทยจำนนต่ออามิส เพราะแพ้กิเลส ดังนั้นปัญหาที่จะแก้ ต้องแก้ที่กิเลส ถ้าแก้ได้ประเทศไทยไม่ตกต่ำ รู้อยู่ว่าอะไรเป็นอะไร มีปัญญาแต่หย่อนเจโต ถ้าไทยเรามีเจโตอย่างอินเดีย จะไม่แย่อย่างอย่างทุกวันนี้แน่ การพัฒนาเจโต ถ้าพัฒนาผิดก็จะกลายเป็น ไทยเฉย ศาสนาพุทธนี้สอนให้เป็นไทยเฉยมานานหลายร้อยปี เพี้ยนไปเสริมสร้างเจโต อย่างไม่เอาถ่าน รู้ทุกอย่าง แต่ไม่มีกำลังสู้ ไม่กล้าพอ กำลังสู้กิเลสไม่ได้ เพราะแพ้กิเลส แพ้อามิส เมืองไทย ต่อให้คุณออกไปมาก คุณก็อ้าง ประชาธิปไตย ถ้าเป็น สังคมนิยม หรือ คอมมิวนิสต์ เป็นเผด็จการซึ่งใช้กฏเหล็กได้ แต่ถ้าเป็นประชาธิปไตยไม่ได้ เขาจะว่าริดรอนสิทธิ์ นี่คือเรื่องคาราคาซังอยู่ คือถ้าเป็นอันใดอันหนึ่งชัดเจนก็เป็นได้ แต่ถ้าไม่ชัดเจนก็เป็นไม่ได้ เมืองไทยจะเป็นอะไรซักอย่างก็ไม่เป็น จะเป็นคอมมิวนิสต์ก็ไม่ใช่ จะเป็นเผด็จการหรือประชาธิปไตยก็ไม่ใช่ มีแต่ทุกข์ มีแต่เสื่อม พรางกัน ตอนนี้ อาตมา เปิดเผยชาวอโศกต่อสาธารณชน เหมือนอวดตัวอวดตน และย้ำข่มคนอื่นเขา มันมีความจำเป็นที่จะต้องยืนหยัดยืนยัน ที่จริงไม่ได้ข่มเขาหรอก แต่ยืนยันสัจธรรม ทั้งๆที่เรามีพฤติภาพแสดงตัว อย่าง ชาวอโศก มีพฤติภาพ มีความเป็นอยู่ของสังคม กฏเกณฑ์ เราก็ไม่ใช่กฎเกณฑ์ประเทศ บางอย่างดูริดรอนสิทธิ์ อย่างมาในอโศก ห้ามกินเนื้อสัตว์นะ เขาก็ว่านี่ท้องฉัน ปากฉัน จะกินอะไรก็เป็นสิทธิ์ฉัน แต่เราก็ไม่ได้บังคับคุณ คุณจะมาที่นี่คือ ทั้งหมู่เขาใช้ระเบียบบังคับนี้อย่างสมัครใจ คุณเข้ามาอยู่โดยสมัครใจ คุณเอาสิทธิมาให้เขาริดเอง สิทธิ์คุณจะกินเนื้อสัตว์คุณก็มาให้เขาริด อย่างศีล 5 เราก็บังคับแน่นอน แต่มีหลักกว้างๆ ไม่กินเนื้อสัตว์ก็กว้างๆ มีมีอบายมุขก็กว้างๆ อย่างวันก่อน อาตมา ว่า " ความรวยเป็นอบายมุข " ศ.สมภาร พรหมทา ก็ขานรับเห็นด้วยทันที ซึ่ง อาตมา เทศน์ว่า ถ้าออกกฏได้จะออกให้คนรวยในประเทศไทยไม่ให้รวยเกินเท่านี้ๆ เพราะการรวยมา คือเอาจากของคนอื่นมาไว้ที่ตัวเองมา และยังเอาเงินที่มีไปดูดให้เข้ามาหาตัวอีก มันคือ อภิมหาอบายมุข มันถึงเดือดร้อน คอมมิวนิสต์จึงจัดการอันนี้เป็นหลักเรื่องทุนรอนนี่ เขาออกกฏมา 11 ข้อ ไม่มีใครต้าน เขายอมรับเพราะเป็นระบบคอมมิวนิสต์ เขามีประชากรพันกว่าล้าน อาตมา ไม่นิยมแบบบังคับ แต่นิยมแบบอินเดียมากกว่า นิยมแบบ พระพุทธเจ้าให้ปัญญา ให้เลือกได้อิสระ ยินดี มีฉันทะ พอใจมา แล้วก็พัฒนาตน และหมู่ไปกันได้ อาตมา เอา สาธ า รณโภคี มาประกาศ นี่หลังจากที่พวกเราทำกันได้แล้ว เป็นกลุ่มหมู่เป็นชุมชนชาวอโศก ทุกชุมชนอโศกเป็นสาธารณโภคี ซึ่งเขามองว่าเราจะแผ่ขยายกัน เป็นอันเดียวจากส่วนกลางให้ใหญ่ๆไปเรื่อยๆ แต่ เราทำอย่างกระจายกันให้เจริญ มีหลากหลายจุด เหมือนหน้ากากขาวที่ทำตอนนี้ ไม่ใช่ทำลักษณะจากส่วนกลางใหญ่ออกไป แต่ว่าทำลักษณะเป็นดาวกระจายไปเรื่อยๆ จะเรียกว่าเป็นกระแสหรือเทรนด์ เป็นกระแสหน้ากากขาวนี่ระบาดพรึบขึ้นมาทั่วประเทศ อาตมา ว่าน่าจะเป็นสาธารณโภคี เป็นลักษณะกว้างๆ ไม่ใช่แบบกระจายจากส่วนกลางเหมือนพ ันธมิตร นี่ทำไม่ได้หรอก แต่อโศกเราก็กระจายกันทำ ให้เกิดเองเป็นจุด เป็นตามธรรมชาติ อาจจะช้าพอสมควร เพราะมันลึกซึ้ง แต่มันจะถาวรได้ ถ้าถึงเวลารอบหนึ่ง จาก 1-2-3 แล้วจะเกิด 1-2-3 ถ้าเรากระจายกันไป อย่างใช้การสื่อสารทางโทรทัศน์ ทำให้การเผยแพร่เป็นไปได้ดีมาก ทางหนังสือเราทำมาก่อน เราทำวิทยุไม่ค่อยเก่ง แต่โทรทัศน์เรายอมจ่ายเงินมาก ให้เผยแพร่ กระจายรับรู้ไป คนที่แสวงหาก็จะมา เราไม่มีการโฆษณาปรุงแต่ง ไม่หลอกล่อ เราไม่ทำ เพราะว่าต้องมาล้างตัวนี้อีกที เสียเวลา เราแรงงานน้อย เราต้องการเร็วด้วย มันย้อนแย้งหลายนัย อาตมา ก็เลยเลือกวิธีสัจจะ เข้มๆ ไม่ต้องมาล้างหลายขั้นตอน และไม่ถนัด อาตมา ว่าไม่มีบารมีทางนี้ เกิดมายุคนี้ อาตมา หัวเดียวกระเทียมลีบ เพื่อนก็อยู่คนละทาง ก็ต้องทำคนเดียว เมื่อทำไปก็จะเกิดสภาพสะสม เหมือนน้ำไหลไปหาน้ำ น้ำมันไหลไปหาน้ำมัน คนไม่มีปัญญาจะไม่มาเอาโลกุตรธรรม โลกุตรธรรมไม่ได้รู้ง่าย จึงได้ทีละน้อย แต่ได้เนื้อๆๆๆ อาตมา ต้องการอย่างนั้น รอจนกว่าจะถึง 1-2-3 มันก็จะมาเป็น 4-5-6 และก็จะเป็น 7-8-9 แล้วก็จะเป็น 0 มันมีเนื้อที่ จะเป็นไปตามสัจจะ ไม่ใช่ว่า 1-2-3 อยู่ที่ไหน แล้ว อื่นๆอีก กว่าจะจับมารวมตัวก็ยาก แต่ อาตมา ทำตามลำดับ รอแต่ว่าเมื่อไหร่จะถึง 10 ซึ่งพอถึงมันจะเป็นปฏิภาคทวี ถ้ามีสองหน่วยก็จะมีแรงมากขึ้น มีสามหน่วยก็ทวีคูณไปอีก เป็นสูงเชิงบวก แล้วก็เป็นระดับที่เป็นตัวคูณ จากตัวคูณก็เป็นการยกกำลัง ก็จะเป็นปฏิภาคซ้อนทับทวีไป ที่พอเห็นได้ ทุกวันนี้ อาตมา พาทำจริง ไม่รอ ไม่หวัง แต่เราทำ อย่างมั่นใจว่า ทำสิ่งถูก สิ่งดีจริง เช่น พาคนมาจน ไม่ผิดแน่ ถามใจพวกคุณ....ไม่ถามจริง....เอาที่เข้าใจ ถ้าคุณจะมาหมดเนื้อหมดตัว มาอยู่กับอโศกวันนี้....คุณจะอยู่ได้ไหม จนรอดหรือตาย ...อย่างน้อยเขาจะปล่อยให้คุณตายไหม? ข้อสำคัญคุณมีมาตรฐานไม่ต่ำกว่าของเขา คุณอยู่ได้แล้ว ถ้าคุณจะเลวกว่าระดับพื้นฐานของอโศก คุณจนหมดตัวได้แล้ว ในบางคน นอกนั้นคุณยังมีสมรรถนะมีความขยัน ยิ่งสนใจการศึกษาปฏิบัติ ประพฤติตน ก็จะก้าวหน้าแน่ มั่นใจว่า อโศกไม่มีวันสูญ ที่จริงทุกอย่างก็มีสูญ แต่ว่าไม่ใช่เวลานี้ อาตมา ประเมินเหมือนโลโก้ของ บ ริษัท เดินหน้าฝ่ามหาสมุทร ตอนนี้ อาตมา ทำงานมา 36 ปี ผ่านอายุ 72 ไปแล้ว ก็ผ่านมา 3 นักษัตรแล้ว ขณะนี้กำลังขึ้นเส้าที่ 4 ทำงานมาเป็นปีที่ 4 3 ผ่าน 36 มา 7 ปี ปัจจุบันเป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุด ถ้าแต่ละคนพยายามอย่างมากขมีขมันมาก ก็จะได้สำเร็จ ทุกวันนี้พวกเรามีปัญญาเข้าใจ และหลักเกณฑ์เราก็มีอย่างสัมมาทิฏฐิของพระพุทธเจ้า ก็เหลือแต่แรงทำจริง ถ้าเราทำจริงสำเร็จก็เกิดผลจริง จะก้าวหน้าเร็วหรือช้าก็อยู่ที่พวกเรา เราไม่ได้หว่านล้อม ปรุงแต่งประดับประดา หรือใช้วิธีการทางโลก เราต้องการเนื้อแท้ ไม่ต้องปรุงแต่งมาก เรา ทำอย่างประโยชน์สูง ประหยัดสุด ไม่ต้องเสียเวลาล้าง และแม้จะช้าก็จริง แต่ว่าไม่ช้าหรอก เพราะไม่ต้องเสียเวลาไปล้าง ทำงานมากว่า 40 ปี เรื่องโทสะที่ต้องชำระความกันก็ไม่มีมาก มีน้อยมาก แต่ราคะก็มีกันบ้างแต่ก็น้อย ไม่ต้องเสียเวลาล้าง ทั้งที่เราอยู่อย่างสหศึกษา ไม่ได้แยกมาก อย่างฝ่ายหญิงห้ามข้ามเขตนี้ ฝ่ายชายห้ามข้ามเขตนี้ เราก็ไม่สตริ๊กมาก แต่เขาไม่ค่อยเชื่อ เพราะเขาแม้แยกยังเละเลย แต่ของเราไม่แยกเขาก็ไม่เชื่อว่าไม่เละ แต่ของเรากิเลสน้อย แม้กระทบอยู่สัมผัสอยู่ก็ใช้เป็นโจทย์ในการลดกิเลส อย่างโทสะถ้าทางโลกเขาก็แก้แค้นกัน เมื่อกระทบแรง แต่ของเราก็ใช้เป็นโจทย์ในการลดกิเลส เราตั้งหมู่กลุ่มมา 40 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2516 ที่แดนอโศก ก็เกิดเหตุจากโทสะ ราคะ ซึ่งมีบกพร่องบ้าง แต่ก็ไม่จี๋จ๋าเหมือนทางโลก เปิดโปงไปเราก็ไม่มี แม้พระมีปาราชิกก็ไม่ได้เป็นมากเหมือนเขา แม้พระพุทธเจ้าอยู่ก็ยังเกิดปาราชิก มีแก๊งค์ฉัพพัคคีย์ หรือแก๊งอื่นๆ เป็นอั นธ พาลอยู่ในหมู่กลุ่ม แม้จะไม่มีดำเต็มไปหมด แต่ก็มีดำจัดแทรกชัด เช่น เทวทัต คือจุดดำชัด หรือรองกว่านั้นก็ไม่อยู่ แต่ไม่มากสมัยพระพุทธเจ้า แต่ว่าสมัย อาตมา เป็นโพธิสัตว์ ก็ไม่มีจุดดำมาก เราไม่ปล่อยให้ความชั่วลอยนวล แม้ในตนเองหรือในหมู่กลุ่ม แต่เราก็ต้องยอมรับว่าไม่มีที่ไหนสะอาดสิ้นเกลี้ยง แต่เราก็พากเพียรทำ แม้เรามีคนไม่มาก แต่ก็พากเพียร ยิ่งเข้าใจโลกุตรธรรมก็ใส่ใจ แม้เราไม่หรูหราใหญ่โตอย่างเขา อย่างเขาจะเดินธุดงค์ ก็เดินยาวเหยียดไปกินที่ถนนให้คนปูผ้าให้เดิน โรยดอกไม้ให้เดิน คือเขาต้องทำ ถ้าไม่ทำก็ดึงความหลงของคนไม่ขึ้น คือไฟนี่ถ้าไม่พัดมากมันก็ไม่ติด อาตมา ว่าซักวันหนึ่งขาดแกนหลัก จะยับเยินหนักยากมาก ตอนนี้มีแรงสามารถก็พอรอด แต่หมดแรงจะเห็นชัด ไม่เหมือน สายสัจธรรมที่สร้างแก่น มีหลักฐานมีแกน แต่อันนั้นมีแต่เปลือกข้างในกลวง พอเอาเปลือกออก มีแต่หนอนชอนไชมากมาย ของเราแม้เล็กแต่เป็นแก่นไปได้นาน ผู้หลงผิดก็คิดว่าสร้างแกนแต่สร้างแกนอามิสแกนโลกธรรม หรือคุณสร้างแกนสุญญตา คือสิ่งที่หมดเนื้อหมดตัวแต่มีพลังสร้างสรร มีสาราณียธรรม 6 มีพุทธพจน์ 7 แกนหลักสูงที่เรามี สาธารณโภคี คือเรามีคนไม่สะสม คือคนศีล 10 ไม่มีทรัพย์ส่วนตน อาศัยกินอยู่กับหมู่ แม้ในฆราวาสอโศกก็มี ไม่ต้องมาคุยให้กันฟังเลย เสื้อผ้าหน้าแพรก็เอาจากสขจ. เราจะรู้ใจเราว่า เราโลภอยากได้หรือเราใช้สิ่งที่สมควร เรามีสขจ.นี่เบาพวกเราไปเยอะ แต่พวกขี้โลภก็มีไปเอาจากสขจ. ก็อย่าสะสมความโลภแก่ตัว เพราะพวกเราไม่เคร่งครัดตรวจสอบ ไม่มาจับผิดกัน จะหยิบไปเขาก็ไม่ว่าอะไรบางที ก็พยายามอย่าทำทุจริต ในองค์ประกอบสังคมมีพฤติกรรมคน มีข้าวของอยู่ แม้เรามีของราคาแพงก็มี เป็นของส่วนกลาง เราไม่จำเป็นต้องมีเพชรพลอยส่วนตัว โลกเขาถือว่าทองคำมีค่า เป็นโลหะไม่ขึ้นสนิม เพชรมีความแข็ง เอามาใช้งานได้ เราก็รู้ อย่างแสตนเลสก็เอามาใช้ หรือเครื่องไม้ เครื่องมือราคาแพง เอามาเป็นประโยชน์ท่าน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ตน เรามีการประมาณรู้ความพอเหมาะพอดี ที่เราจะเข้าใจลึกซึ้ง ในความรู้ทางเศรษฐกิจ เป็นเศรษฐศาสตร์ที่เป็นอย่างนี้ แม้แต่เรื่องรัฐศาสตร์ การบริหารดูแล หลักของพระพุทธเจ้าสุดยอดแล้วบริหารโดยไม่บริหาร ปกครองโดยไม่ปกครอง ช่วยกันทำช่วยเอาใจใส่ ดูแล อะไรควรเป็นหัวเรือ เป็นผู้ช่วย เป็นลูกมือ เราก็ทำกันจริง โดยไม่ต้องเอาการบังคับ หรือจ้าง แต่เราทำด้วยปัญญา ก็เกิดสังคมที่ไม่บกพร่องอะไรขาดเราก็เสริม แรงงานเป็นหลักให้เกิดวัตถุ เกิดมาก็สละออก สะพ ั ดออกไป สะสมแต่น้อย ในอโศกจะมีเงินคงคลังไม่มากเสมอ เพราะถ้ามากจะเกิดเสียเวลา ธนบัตรถ้าอยู่กับที่ก็คือกระดาษ แต่ถ้าเอาไปสะพ ั ดแทนค่า ก็เกิดประโยชน์ ถ้าเอามาวางเฉยๆก็เหมือนกองขี้หมา เรา ต้องเข้าใจ เศรษฐศาสตร์ เรามีคงคลังส่วนกลาง เพราะเกิดจากการผลิต เรามีของไร้สารพิษ เราทำแค่บริสุทธิ์สะอาดไร้สารพิษก็ไปรอด ประชาชนเชื่อใจอโศก เพราะเราไร้สารพิษ อย่างกสิกรเขาปลูกมีสารพิษยังไม่กล้ากินของตนเองปลูกเลย แต่ให้คนอื่นกินพิษ มันคือเรื่องโหดร้ายรุนแรง สูบบุหรี่มีพิษ มันน่าออกกฏระเบียบไม่ให้สูบบุหรี่ อย่างอิสลามก็ห้าม แต่เขาก็ลักลอบ การศึกษาธรรมพระพุทธเจ้า ถ้าคนละกิเลสจริง เราจะเป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน เรามีสมรรถนะความสามารถ และมีความไม่สะสม หรือสะสมน้อย ก็จะมีเหลือไปช่วยสังคม ถ้า อาตมา ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องมีแว่นตา ไม่ต้องมีคอมพิวเตอร์ อาตมา ไม่ได้ใช้คอมฯเพื่อเสริมรายได้แก่ตน หรือเพื่อได้ลาภยศสรรเสริญหรือกาม เราจะเข้าใจสิ่งเหล่านี้ว่าเพื่อตนหรือสังคม เราก็ทำงานรับใช้สังคม เราฝากชีวิตไวกับสังคม มี ปรปติภัทธาเมชีวิกา แม้การตายก็ให้สังคมดูแล การศึกษาทฤษฎีพระพุทธเจ้านี้ ถ้าเชื่อมั่นมีสัมมาทิฏฐิแล้ว ก็พากเพียรศึกษาเอาประโยชน์ให้ได้เร็วๆมากๆหมดๆ ถ้าเห็นว่า อาตมา มีเท่าไหร่ ก็เอาให้มากให้หมด ประโยชน์ของพระพุทธเจ้านั้น ไม่เห็นแก่ตัว ทรัพย์ที่พระพุทธเจ้าประทานแก่ทุกคนคือ ไม่เห็นแก่ตัว ท่านพุทธทาสพิสูจน์มาแล้ว แม้ทรัพย์สินแรงงาน ความรู้ เราไม่คิดเป็นของตัวเรา เราแจกให้หมด เมื่อยก็พัก ส่วนวัตถุก็พออาศัย มาแย่งคอม พิวเตอร์อาตมา ไป อาตมา ก็เอาหนังสือเขียน แต่ อาตมา ไม่ได้ขวนขวายเลย แต่เขาก็หามาเปลี่ยนให้ เราไม่ต้องอยากได้เลย ถ้าเขาเห็นว่าเราควร ก็จะหามาให้ ทำไปเถอะจนกว่าเขาจะหามายัดเยียดให้เรา ชีวิตนี้เนื่องด้วยผู้อื่น ปรปติภัทธาเมชีวิกา อย่างไปขอเขาเอา ทำดีไม่ได้ดีเพราะทำดียังไม่มากพอ...เอวัง