150219 นันทกสูตร-พ่อท่าน-วัดมหาธาตุ.txt
เนื้อหาในไฟล์
ถ้ารู้เป็นของคนเกิดหมายคำว่าเกิดรู้กันขึ้นมาแล้วล่ะไอ้ตัวที่มีอายตนะท่านถึงบอกว่าเวลาเกิดมาเป็นโอปปาติกะครบเลยนะเมื่อมีอายตนะ 5 พร้อมแล้วก็มีการรับรู้ได้ออกมาเมื่อไหร่เมื่อนั้นรับสัมผัสรู้เมื่อนั้นเรียกว่าเกิดแล้วถ้ามันยังไม่เกิดมันยังไม่รู้เมื่อไหร่มันยังไม่เกิดหรอกมันยังไม่เกิดคลอดปุ๊บออกมาจากทวารนี่ก็ตามแล้วคลอดออกมาแล้วมันยังไม่แง่เมื่อไหร่นะไอ้ตัวนั้นไม่ถือว่ามันมันมีชีวิตเขาจะต้องให้มันแง่ซะก่อนถึงเรียกว่ามันมีชีวิตหลักมันเกิดล่ะให้มันทุบออกมามันเป็นอาการของโรคนะแต่พวกผมไปแล้วก็คนเอาเหล็กก็เป็นงัดมันก็ ไอ้อย่างนั้นยังไม่ได้เรียกว่าเกิดนะเพราะฉะนั้นถ้าใครยังจะจดจะจดแต่เวลาตกฟากของเด็กนี่นะต้องจดเวลาตกฟากเมื่อมันร้องแง่นะมันบอกว่าอดทนจัดนั่นแล้วไม่ได้นะจะเรียกว่ามันเกิดตอนนั้นยังไม่ได้จะต้องเอามันเกิดตอนที่มันร้องไงคุณทำอะไรเบอร์นั้นเองมันเกิดมันรู้และรู้ว่ามันรู้ถ้ามันจะไม่งามมันยังไม่รู้มันยังเป็นท่อนเป็นแท่งอะไรอันนึงอยู่มันยังตายอยู่นะอาจจะไม่แย่เลยตายเลยเด็กคนนั้นถ้าคลอดออกมาแม่งแย่เลยอ่ะเราก็ต้องหาทางอ่ะจะเอาหย่อนหัวลงยังไงก็ตามแต่พอต้องสตาร์ทเครื่องถ้า คนๆนั้นก็ตายเป็นเครื่องยนต์ตายเครื่องยนต์ถูกสร้างมาแต่ว่าแหมประกอบแล้วอย่างดีนะออกมาเป็นตัวลูกประกอบเรียบร้อยสตาร์ทยังไงก็ว่าเทศกาลถ้าสตาร์ทไม่ติดตัวระยะยืนนานก็แน่นอนว่าไอ้รถคันนี้ใช้ไม่ได้หรือทิ้งเอาดีจริงไปนะเพราะฉะนั้นการเกิดคือการรู้การตายคือการไม่รู้การเกิดคือการรู้การไม่รู้ทีนี้อาตมาจะเล่าจะพูดถึงอุตรดิตถ์มนุษยธรรมให้ฟังเมื่อเวลาคุณตายไปแล้วคุณยังไม่บรรลุอรหันต์คุณเชื่อหรือเปล่าว่าคุณตายคุณจะรู้ ใครเชื่อบ้างคนที่ยังไม่บรรลุอรหันต์ไม่ใช่ไม่รู้นะเมื่อกี้อาตมาพูดแล้วว่าถ้าตายไม่รู้ใช่ไหมแต่ถ้าไม่ตายนี่รู้ใช่ไหมกล
อ่านต่อ
ายเป็นเกิดใช่ไหมเพราะฉะนั้นคนตายเนี่ยไม่รู้เหมือนกันแต่ไม่รู้เนี่ยผมไม่ไม่ใช่ไม่รู้ในของตัวเองในขณะนี้แน่นอนแต่ไม่รู้อันใหม่แหละไม่รู้จะพบใหม่ที่สุดเพราะฉะนั้นคำว่ามาตรานี้เอามาใช้ได้ไหมตาย เหมือนกันแน่ตายแน่มันเป็นแต่เพียงเปลี่ยนเท่านั้นเองมันเป็นแต่เพลงเปลี่ยนร่างจากร่างนี้ร่างนี้อยู่ไม่ได้แล้วนอนแอ้งแม้งแล้วร่างก็นอนแอ้งแม้งโค้งประปาออกไปแล้วก็รู้อยู่ตรงนี้พอมารู้อยู่ตรงนี้คืออะไรก็อนัตตาจากอันนี้มานี่เลื่อนมาเท่านั้นเองเลือกจากสภาวะตายจากร่างนี้แล้วไปเป็นร่างนี้เราเรียกว่ากายทิพย์ก็ตามเรียกว่าโอปปาติกะก็ตามเลื่อนออกมากายนี้เมื่อเลื่อนออกมากายนี้แล้วก็มารู้อยู่กายนี้ตอนนี้ล่ะถ้าเผื่อว่าไปเกาะเกี่ยวกับนรกเอาไว้ก็มารู้อย่างจัดเลยเกาะเกี่ยวสวรรค์เอาไว้ก็รู้อย่างจัดเลยว่าสวรรค์ถ้าเป็นเกาะเกี่ยวกับสมบัติเอาไว้มาเป็นปู่โสม ไอ้นี่ก็ลูกของเราไอ้นี่ก็เมียของเราไว้นะไปเกาะเอาไว้นะไม่ไปแม่ห่วงลูกห่วงเมียตายแล้วไม่ไปไหนยังมาอยู่กับลูกกับเมียมาทำกุกกักๆอะไรอยู่กับลูกกับเมียนะหวานหวานทีนี้ก็สอนกันสิสอนกันทำบุญอ่าอุทิศส่วนกุศลไปให้พ่อแล้วพ่อตายซะแล้วนี่ไม่มีคนมาถามอาตมานะพ่อเขาตายแล้วเขาก็มาหาลูกได้กลิ่นมาให้รู้ทางอายตนะทางจิตคือใครแสดงอะไรได้จัดเป็นคนแสดงอันนั้นของฉันบางคนแสดงทางจากครูวิญญาณได้สัมผัสคงจะภูมิปัญญาได้เห็นตัวเห็นรูปร่างบางคนแสดงได้แค่ได้ยินเสียงยิ่งได้ยินเสียงเดินได้ยินเสียงอะไรรู้เลยว่าเป็นบาทโดยเสียเงินใครเคยไม่มีประสบการณ์อันนี้ บางคนมีนะเพราะฉะนั้นวิญญาณให้ตายแล้วนะมาด้วยเสียงนี่มาได้กลิ่นก็มีมาด้วยจักสุขมาด้วยจักรวงวิญญาณเคยเห็นสัมผัสด้วยตาเลยนี่เพราะฉะนั้นเมื่อมาบริเวณวงเวียนเอาแล้วลูกก็กลัวดิเพราะมันสมมุติเกิดคนละภพซะแล้วนี่ให้พ่อตายไปแล้วว่าอยู่ภพผีเราอยู่ภพนี้พบคนคนกลัวแต่ไอ้พ่อมันไม่รักกูหรอกพ่อมันอยากมาอยู่ด้วยเพราะมันยังรักลูกรักรักเมียนะพ่อยังรักลูกรักเมียก็ยังอยากมาอยู่ด้วยไม่อยากมาอยู่ด้วยก็มาแสดงสิมาด้วยฐานะที่ตัวเองแสดงกลิ่นได้เก่งก็มาแสดงกลิ่นให้ลูกรู้ว่าพ่อยังอยู่ในลูกเลยพ่อไม่ได้ไปไหนถ้าแสดงรูปเด็กๆก็แสดงรูปไม่เห็นเลยมึงแหมยิ่งน่า แสดงรูปนี้ยิ่งน่ากลัวใหญ่ก็มาแสดงเมื่อมาแสดงแล้วทางพระเดี๋ยวนี้อาตมากล้ากล่าวสอนอะไรทำบุญกรวดน้ำอุทิศไปให้สิเอาทีเดียวพ่อให้แม่หรือลูกเนี่ยกลัวพ่อจะมาไม่อยากให้มาแล้วนี่คนละเป็นคนละที่แล้วนี่บุคคลนึงเป็นผีคนนึงเป็นคนน่ะเพราะไม่อยากให้มาก็ทำบุญพอทำบุญเสร็จแล้วลึกเลยอ้าวสอนกันทำบุญอาหารดีๆนะถ้าพ่อชอบอะไรเรื่องอาหารดีๆมาให้พ่อกินนะก็หวานน่ะดีพ่อก็ได้กินอาหารดีๆพ่อก็ยิ่งไม่ไปใหญ่เลยดิเข้าใจไว้ฟังให้ดีนะมันกลับกันนะเดี๋ยวนี้ที่จะสอนกันเดี๋ยวนี้สอน ทำบุญมาให้พ่อเอาทำบุญไปให้พ่อนะเราตรวจน้ำที่จริงทำบุญให้พ่ออาหารดีๆพ่อมันไม่ได้กินหรอกพระได้จิ้มกล้าหลอกกินหรือเปล่าทำอาหารดีๆให้พ่อนะพ่ออยากกินอะไรทำให้ปราณีจะเอาให้กินแต่พ่อเอ็งก็ได้เหมือนกันพ่อได้ทั้งวิญญาณนะได้อาหารดีเหมือนกันคือเราส่งวิญญาณออกไปเนี่ยพอตั้งจิตบอกไปว่าเราส่งรูปอาหารเอาสมมุติว่าเอาหูฉลามไปนะพ่อนะรับนะพ่อก็ได้รับหรือฉลามนะกูฉลามเป็นจิตคือเป็นเรียกว่าสิ่งที่สำเร็จด้วยมโนสำเร็จด้วยจิตได้วิญญาณได้รับด้วยจิตจริงแต่หูฉลามแทนหูฉลามแท้รู้เปล่าว่าครับ ทีเดียวยิ่งทำดีเท่าไหร่ยิ่งเอายิ่งทำให้ตรวจน้ำและตรวจน้ำตรวจน้ำไม่ถึงก็คิดไปถึงนะพอตรวจน้ำไปพ่อก็ยิ่งไม่ถึงเลยลูกเราเมียเราส่งหูฉลามเป็นของชอบเราไม่กินพ่อยังไม่ไปไหนเลยอยากจะแสดงตัวแสดงได้แต่กินอยากแสดงเสียงอยากแสดงรูปน่ะยิ่งดึงก็พ่อไว้ให้จะบอกให้อย่าไปเชื่อนะพระคนไหนสอนแบบนั้นอย่าไปเชื่อนะเพราะฉะนั้นเราจะทำบุญน่ะมันก็เป็นบุญพ่อก็ได้บุญพ่อก็ได้เราได้กุศลอันนั้นได้รับคุณอันนั้นไม่ใช่ว่าไม่ได้นะเพราะฉะนั้นอยู่กันคนละทิศคนละทางแล้วอยู่กันคนละอันกันอย่าเลยที่จริงทำบุญกับคนหรือทำบุญกับพระเนี่ยเราไม่ใช่ว่าทำบุญกับพระเพราะเราไป พอเราตายไปเราถึงจะทำบุญกับพระถ้างั้นถ้าเราไม่ตายพระเลยอดอยากเลยเลยไม่ได้กินอาหารเลยพระเพราะพ่อไม่ตายนี่พ่อไม่ได้พ่อพ่อไม่ตายพ่อไม่ชอบหูฉลามพระก็เลยไม่ได้กินหูฉลามกันเออเล่นแบบนี้ไม่ได้นะเพราะฉะนั้นการที่จะทำบุญให้พระเนี่ยจงเข้าใจให้ถูกต้องเป็นยถากรรมเป็นความเป็นจริงอันแท้จริงทำบุญให้พระเราไม่ได้เลี้ยงปลาเพราะว่าจะทำบุญเพื่อที่จะส่งไปให้วิญญาณนู่นวิญญาณนี้ไม่ใช่และก็ไม่ใช่ทำบุญกับปลาเพื่อที่จะถูกลอตเตอรี่ไม่ใช่อีกอ่ะเพราะเวลาทำบุญกับพระนี่เพื่อสงเคราะห์พระว่าท่านไม่มีอาชีพพระท่านกำลังจะมาบำเพ็ญคนเราเองเรายังไม่สละไม่จำเป็นก็เพราะท่านชวนอยู่ให้ออกมา โดนทุกคนน่ะเลิกงานอาชีพมานั่งบวชมาต้องเป็นอีกว่าทำไมมาไม่ได้กันล่ะบางทีอ่ะเอาหมวกสักหน่อย 3 เดือนแหมนับวันทีเดียวพอวันบวชก็นับวันเลย 1 เลยฉีดปฏิทินไม่ทันยังไม่ทัน 2 อย่างเลยฉีกอีกแล้วใบใหม่ยังไม่ได้สองยามฉีกใบใหม่แล้วอยากให้ครบ 3 เดือนทำไมไม่อยากบวชล่ะก็เท่านั้นจะมาบวชมีคนเอาข้าวมาให้กินฟรีทำไมไม่อยากบวชอ่ะเพราะฉันถึงบอกว่าเราสงเคราะห์เอาข้าวมาให้พระกินฟรีนี่เพราะพระจะได้บำเพ็ญทำให้รู้ธรรมะในใจขึ้นมาแล้วก็รู้ธรรมะในใจแล้วจะได้เอามาสอนเราจะได้เอามาพูดให้เราฟังได้ถูกไม่ใช่พวกเราโสดๆๆไม่มีการหลอกพระไม่มีการหลอกไม่มีการหลอกถ้าไม่มีคุณธรรมจริงคน เอาอะไรมาถวายมาสงเคราะห์เหรอต้องมีคุณธรรมจริงหรือมีการกระทำจริงการกระทำจึงต้องเรียกว่าอะไรบุตรหรือว่าท่านเรียกว่าบุคคลมี 9 บุคคลอาตมาจะพูดบุคคลให้ฟัง 9 บุคคลแต่ไหนแต่ไรมาพระพุทธเจ้าท่านสอนว่าอัตถะภูริทัตบุพราหมณ์มีบุคคลแต่วันนี้อาตมาดอกเพราะบุคคลกล้าพูดแต่ไม่ได้พูดนอกสูตรหรอกนะใน rov สูตรไปอ่านดูที่ท่านกล่าวถึงบุคคลมี 9 ประเภทบุคคลประเภทใดประเภทอาตมาไม่พูดถึงผู้หญิงประเภทหนึ่งเรียกว่าประเภท 19 คือสูตรที่จะเป็นผู้ที่ควรจะเคารพนอกไหว้สักการะควรจะให้ของทักษิณในระยะทางเดินโยธินจะให้ของทักษิณเคยทานเพราะฉะนั้น rod ที่ดีอย่างนี้บุคคลที่ดีอย่างนี้ที่มีคุณความดีอย่างนี้แหละเราเรียกว่าถ้าคุณเหนื่อยจะบุคคลนะเพราะฉะนั้นเอาเลยจะบุคคลอันนี้ไม่ใช่มี 8 มี 9 อย่างแต่นี่ไม่ต้องเถียงล่ะเป็นพระโสดาบันเป็นพระโสดาบันเป็นผลเป็นพระศักติทางเศรษฐกิจ แน่นอนว่าทำบุญด้วยก็แน่นอนถ้าเป็นคนมีปัญญาแล้วท่านจะได้เอาปัญญาเอาธรรมะมาสอนเราได้แน่นอนแต่บุคคลอีกบุคคลหนึ่งที่พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าอันนี้ก็นับว่าอาคนเดิมอย่างบุคคลด้วยท่านเรียกว่าเคยได้ยินบ้างไหมล่ะโคตรคนคือมันจะเอาเนยอยู่ศูนย์ก็จะอยู่ในสูตรนี้ด้วยซ้ำไปถ้าคุณช่วยเปิดนิดหน่อยสิอ้างคนอื่นดูสารบัญนี่ก็รู้ทางเลยนะแล้วก็เปิดหน้าเลยได้ยินบ้างไหมล่ะคนแต่ละคนหมายความว่ายังไงหมายความว่า ที่ตัดโคตรของกูถูกแล้วตัดคู่ของปุถุชนพูดถูกคืออะไรสิ่งโสโครกทุกๆครั้งนี้สิ่งโสโครกนะชนใดที่เกิดขึ้นอยู่ส่วนนั้นกำลังเล่นของโสโครกอยู่นะจนนั้นกำลังเล่นของโสโครกอยู่เพราะฉะนั้นก็คือชนที่กำลังละลายของโสโครกเพื่อประชาชนก็คือชนที่กำลังละเลงของโสโครกอ้าวๆๆก็คือบุคคลที่ตัดโคตรแทงปุถุชนออก แม้จะตัดข้อใดปุถุชนออกแล้วโดยที่เรียกว่าตัดออกโดยประพฤติหรือเดือนพฤศจิกายนคือไปบวชเสียเมื่อไปบวชแล้วไม่คลุกคลีกับสิ่งโสโครกทั้งหลายสิ่งโสโครกคืออะไรคือโลกียะทั้งหมดเห็นไหมเอาเลยอ่ะหรือไม่ได้อยู่ในเล่มนี้ถ้าไม่ยินถ้าไม่อย่างนั้นก็มีมาอยู่ในเล่มนี้ คงไม่อยู่ในเล่มนี้ถ้างั้นคงไม่อยู่ในเล่มนี้อาตมาจำได้จำสูตรนี้จะสุขก็ไม่อยู่ในเล่มนี้ถ้างั้นถ้าไม่มีอ้าวแล้วไม่เป็นไรมันมาอยู่ก็ไม่เป็นไรหรอกเพราะใครมีโอกาสไปเปิดก็ดูก็ดูอุลตร้าแมนไม่มีโอกาสก็ฟังอาตมาพูดไว้ก่อนนะเพราะฉะนั้นพรุ่งนี้ตัดโคตรไอ้ความเป็นผู้ชุมชนอย่างขาดไม่ทุกทีเป็นบุคคลที่บวชแล้วเสร็จแล้วประพฤติธรรมจริงๆตั้งอกตั้งใจตัดฝุดๆออกตัดของโสโครกออกคือการมากิเลสทั้งหลายออกผู้ที่ตั้งใจอย่างนี้แล้วตัดโทษจริงๆนะไม่เอาจริงๆด้วยไม่เคยเป็นบุคคลที่ประพฤติดีประพฤติชอบจริงๆเป็นสุภาษิตเปียโนเป็นผู้ที่พยายาม คือพยายามปฏิบัติให้ตรงตามที่พระพุทธเจ้าสอนเป็นนายกประดิษฐ์มนูเป็นผู้ที่พร้อมในธรรมเป็นผู้หญิงถึงชอบในธรรมเป็นสามีจึงปฏิบัติเปียโนเป็นผู้ที่ทำธรรมะอันนั้นให้เป็นเจ้าของสามีจิตหรือหมายคำว่าให้เป็นไปโดยชอบเป็นไปโดยจริงเป็นผู้ที่มีเป็นผู้ที่มีธรรมอันชอบยิ่งจริงๆเป็นผู้ที่มีธรรมชาติจริงๆเรียกว่าสามีจิปะฏิปันโนผู้ที่จะปฏิบัติเพื่อให้ได้อย่างนี้แหละเรียกว่าสัตว์โคตรจริงๆโคตรตระกูลนี้เป็นการเป็นการปักใจที่ใจตัวเองแท้ๆไม่ได้หมายความว่าแค่เล่นระเบียงละครเฉยๆมาบวชเป็นพระแล้วเสร็จก็เล่นละครกินอะไรเป็นอะไรไปเรื่อยตามเรื่องตามราวตามจารีเพราะฉะนั้น บุคคลอย่างนี้จึงนับเอาประเภทที่ 9 ที่เข้าไปด้วยเรียกว่าโค้ชนะครับครูบุคคลคนแต่ละภูมิบุคคลอย่างนี้จึงเป็นผู้ที่ควรให้ของทานคนที่ค่อยๆของสำหรับบูชาเพราะฉะนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องรู้บุคคลให้แท้จะทำบุญกับพระอย่าไปให้พระหลอกกินเรื่องพระที่จะบรรลุอย่างนี้แล้วค่อยพูดแล้วจะมีปัญญาส่งเสริมกันจะเป็นผู้รู้รู้อะไรรู้เกิดรู้ดับรู้เกิดรู้ตายจริงๆถ้ารู้เกินรู้ตายไม่ใช่ง่ายๆอย่างที่อาตมาว่าคือแค่ภพนี้ก็แค่นี้ถ้ารู้เกินรู้ตายไปจนกระทั่งถึงพบต่อไปอย่างที่อาตมาว่าแล้วมาตราไม่มีในคนวาสนา เพราะฉะนั้นมาตราตัวนี้ก็คือคนอยู่นั่นแหละเอาล่ะทีนี้อาตมาเลิกจากมะตะนี้ว่าลากของมันมาจริงๆไอ้มาตาก็แปลว่ารู้ภาษาก็แปลว่ารู้ไม่ได้แปลว่าคนอื่นหรอกใครจะแปลว่าตายก็ช่างตายก็ได้หมายความว่าแบบแปลศัพท์ภาษาที่มันขี้คลายแต่ดูแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์มันหมายความว่ารู้เพราะฉะนั้นมาตราก็รู้มติก็รู้สึกก็รู้รู้ทั้งนั้นสติก็รู้มันคือของในธรรมก็รู้อาทิก็รู้เพราะฉะนั้นมันจึงปัญญาเข้ากับรู้แล้วมันมาจากคำว่ามนุษย์ เฉยๆมันจะไม่เข้าใจถ้าสมมุติอาตมายกคดีขึ้นอันนึงนะที่จริงสมมุติว่าอาตมาสร้างให้นี่คืออันนึงพอสร้างขึ้นมาแล้วอาตมาเขาเรียกว่าเอ่อไอ้นี่เราเรียกว่ากระเป๋าก็แล้วกันนะทุกคนลงมติไหมลงมาตีนะว่านี่กระเป๋าเราปกตินะคือรับรู้ใช่ไหมทุกคนรับรู้นะว่านี่คือกระเป๋านะเป็นมตินะเป็นส่วนรวมนะเพราะฉะนั้นถ้าในโอกาสต่อไปใครมาเจอไอ้นี่มีปัญญาไหมเขาเรียกว่าอะไรมีปัญญาไหม มีปัญญาไหมเขาเรียกว่าอะไรพอมาเจอต่อไปในโอกาสต่อไปเขาเรียกว่ากระเป๋าใช่ไหมตามที่เรารู้หรือตามที่เรามีมติมาแล้วใช่ไหมเพราะฉะนั้นนี่แหละเรียกว่ามติรู้อย่างนี้เรารู้กันด้วยอย่างนี้เป็นมติรุ่นปีก็เหมือนกันยุติก็รู้รู้สูงก็ดีดเพราะฉะนั้นเมื่อเราได้มีมติอะไรขึ้นมาหมายความว่ายกอะไรขึ้นมาทุกอันทุกอันทุกอันที่เรายกขึ้นมาแล้วเมื่อไรมันเกิดขึ้นมายกขึ้นมาเป็นสิ่งที่เรารู้ด้วยกันทั้งหมดอันนั้นก็เป็นมิติเพราะฉะนั้นถ้าจะให้มันยุติเรื่อยไปเขาก็เลยให้มันเอาคำว่าสมนึกเข้ามาใส่หน่อยส่วนมากก็หมายความ ให้มันดีอย่างนี้เสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเพราะฉะนั้นสิ่งใดมันเกิดจากนี้เสมอๆมันรู้อยู่อย่างนี้เสมอมันก็เป็นของสมมุติๆอันนี้เรารู้อยู่เสมอนี่ใครก็รู้ว่าอะไรอะไรแก้วเนี่ยคนไทยเรารู้ดีไอ้นี่เราสมมุติขึ้นไว้ว่าแก้วสมมุติบัญญัติว่าแก้วโดยสมมติสภาวะของมันก็คือไอ้อย่างนี้ใช้สายอย่างเงี้ยมีอาการแตกได้อย่างนี้แหละเรียกว่าแก้วนะอย่างนี้เราเรียกว่าสมมุติเกิดขึ้นถ้าสมมุติสภาวะก็คืออันนี้สมมุติบัญญัติโรงเรียนมันว่าหรือสมมุติเป็นภาษาเขาเรียกกันว่าแก้วอันนี้สมมุติว่าแก้วอันนี้สมมุติว่ากาอย่างนี้เป็นต้น ต่างคนต่างรู้จึงเรียกว่ารู้เสมอยกขึ้นมาเมื่อไหร่ก็รู้คนอื่นก็ปล่อยลูกตามจริงที่ว่าของนี้สมบูรณ์กันอยู่เสมอรู้กันทั่วๆไปเป็นสมมุติสติก็แปลว่ารู้อันนี้ไม่อาจจะอธิบายมากนักสติก็รู้เพราะฉะนั้นถ้ามีสติแล้วเราก็รู้รู้ด้วยสติจึงเรียกว่าเป็นปัญญาแท้สติอันนี้ถ้าเผื่อว่าปกติเฉยๆประดิษฐ์ตัวนี้มันเป็นสิ่งที่ทำขึ้นเมื่อทำขึ้นแล้วสิ่งที่มันทำขึ้นมาแล้วผู้ที่ทำน่ะรู้ก่อนเพื่อนว่าติดเนี่ยเพราะฉะนั้นทำแล้วให้มันเกิดผลขึ้นมาปฏิวัติคำว่าทำเพราะฉะนั้นให้มันอุบัติขึ้นมา นารูโตะปฏิเสธมันอุบัติขึ้นมาถ้าผู้ใดทำปฏิสัมพันธ์อุบัติขึ้นมาได้มันก็เป็นปฏิปักษ์เท่านั้นเองพอทำปฏิกิริยาอุบัติขึ้นมาให้ได้นะมันก็เป็นปฏิบัติพอปฏิวัติขึ้นมาสิ่งนั้นแหละเรียกว่าของจริงแล้วใครรู้ตัวเราเองรู้ก่อนปฏิบัติจึงไม่ใช่คนอื่นรู้ปฏิบัติเราจะรู้ก่อนปฏิบัติจึงเป็นสิ่งที่เรารู้แล้วตัวที่เรารู้คืออะไรอ่ะก็ปัญญาสิเพราะฉะนั้นปริยัติปฏิบัติอันนี้นะมันเคาะสำคัญที่เราจะรู้เราให้รู้ให้ได้ด้วยสติอย่างนี้ก็ดีให้ได้ด้วยปฏิญาณนี้จนเป็นปฏิบัติ ตี๋ใหญ่เพราะฉะนั้นถ้ายิ่งเป็นปฏิเวธก็แสดงว่ารู้แจ้งขึ้นมาแล้วปฏิเวธสติก็คือธรรมหรือว่าให้มันรู้ที่ตัวเองก่อนเมื่อมันปฏิเสธแล้วเนี่ยมันจะเกิดวันหลังปฏิบัติด้วยมันอุบัติขึ้นมาแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาอย่างชัดเวทะเดินออกมาอย่างชัดเจนออกมาเป็นอะไรคือตำราเวทคือตำราคือวิชาเป็นของที่ทุกคนรับรองในโลกว่าเป็นความรู้ทั่วๆไปเวทพรรควิชาด้วยความรู้ที่ควรจะเรียนแล้วเรียกว่าเพราะฉะนั้นมันเกิดมาจนกระทั่งเกิดมาที่รู้ในตนก็เป็นแค่ปฏิบัติถ้าเกิดว่าเป็นปฏิเวธเลยเกิดออกมาจนกระทั่งคนอื่นก็ยอมรับด้วยเรียกว่าปฏิเวธ อาทิตย์ยิ่งใหญ่อธิบดียิ่งคืออย่างไรถ้าสมมุติว่าเราเองเรามีศีลนะเมื่อเราเอาสีนี้ไปปฏิบัติธรรมปฏิบัติปฏิบัติปฏิบัติปฏิบัติปฏิบัติปฏิบัติปฏิบัติปฏิบัติปฏิบัติก็ไปปฏิบัติเข้าไปจนกระทั่งเราเกิดผลขึ้นมาลูกอันนั้นแหละเราเรียกว่าอธิษฐานอธิษฐานเกิดเพราะว่าตัวอธิษฐานจิตเกิดเพราะศีลปฏิบัติแล้วมันจะเกิดขึ้นมาอาทิตย์นี้เราเกิดเกิดที่ไหนที่นี่มันหมายความว่าอย่างยิ่งอย่างมากอย่างพร้อม มันจะเกิดที่สุดเพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดที่จิตอันนี้แหละเราเรียกว่าตัวรู้ใหญ่ๆตัวรู้ชัดๆอ่ะเรียกอันที่จิตดีว่าปัญญาก็ได้แต่อันที่ 7 นี้ยังบอกใครไม่ได้จนกว่าอันที่ 7 มันจะเกิดเป็นปฏิเวธพอเป็นปฏิเวธตอนนี้เป็นตัวปัญญาจะเอามาขายให้พวกไหนบ้างก็ได้เอามาเผยระบอบกระจายสู่กันฟังก็ได้อันนี้จึงเรียกว่าปัญญาแท้คนที่จะทำให้ปัญญาเกิดจึงจะต้องพยายามที่สุดให้มันมีปฏิบัติให้มันมีปฏิเวธให้มันมีอภิสิทธิ์ถ้าไม่มีอดีตไม่ได้เพราะฉะนั้นใครจะทำอะไรกินได้เกิดยังไงต้องมีศีลเมื่อเอาสีมาทำให้มันบริบูรณ์เป็นอธิบดีจะมาส่งสีให้เป็นสีอันแรกเนี่ยจะส่งวันที่ 10 เพราะเป็นอันที่จริงแล้วมันก็จะส่งเป็นอธิษฐาน อย่างนี้เรื่อยไปเสมอๆนี่เราเรียกว่ารู้หรือว่าตัวที่รู้กันและสำหรับปัญญาก็เอากันแค่นี้ซะก่อนวันนี้ปัญญามันก็จะต้องมีเพราะงั้นปัญญาจึงจะต้องมีอธิษฐานมันไม่มีอันที่จริงมันจะเกิดปัญญาไม่ได้ใครจะไปว่าเอาง่ายๆง่ายๆง่ายๆโดยที่ไม่ว่าจะเกิดปัญญาโดยไม่มีอธิกิตไม่มีบาทขายไปในที่จิตไม่ได้แล้วอันนี้จิตจะเกิดได้ต้องมีศีลมีสีถึงจะเกิดปัญหานี้เอาแค่นี้วันนี้ก็ดีนะที่อาตมาได้มาบรรยายอยู่เป็นประจำที่วัดมหาธาตุนี้ซึ่งมีเสามีอาทิตย์กับเสา บรรยายกันอยู่เดือนนึง 4 คนเป็นธรรมดาเนี่ยตั้งแต่คราวหน้าเริ่มต้นอาทิตย์แรกของเดือน 5 มีนาคมไปเราจะมีชีวิตจะเราจะทำคำบรรยายย่อที่จะพูดในวันหนึ่งๆหรือที่จะเอามาบรรยายในวันหนึ่งๆมาแจกไปด้วยผู้ที่มีชีทนี้ก็อาจจะเขียนมาร์คไปด้วยมีข้างหลังที่จะไปเขียนผิดตามอะไรต่ออะไรไปด้วยก็ได้หรือจะอ่านคร่าวๆก็ได้จะได้ว่าไม่สูญหายเปล่าคือมีพวกเราเราเนี่ยที่ฟังแล้วว่าพูดไปแล้วบางทีไปถึงบ้านก็จำไม่ได้ซะแล้วหายไปหมดเพราะฉะนั้นไม่หายแล้วอาตมาพูดไม่พูดเปล่ากลับไปบ้านก็ยังมีอย่างน้อยก็เอาไปอ่านให้ทบทวนก็ยังคงฟื้นความจำได้บ้างด้วยเพราะงั้นเราจะมี คราวหน้าเป็นต้นไปเราจะมีชีวิตมีแจกนะที่บอกเป็นข่าวจากพวกเราแล้วก็คราวนี้สำหรับคราวนี้อาตมาก็ยังไม่มีชีวิตแล้วก็ยังไม่เป็นอยู่ในหมวดหมู่ตอนนั้นคราวหน้าจะเริ่มเป็นหมวดหมู่แต่คราวนี้อาตมาจะบรรยายทั่วๆไปจากพระไตรปิฎกที่อาตมาอีกประมาณสักเล่มหนึ่งเนี่ยซะก่อนไปเรื่อยๆเป็นเนื้อหาสาระอาจจะไม่ไม่เรียงลำดับอะไรมากมายนักแต่ก็เป็นเนื้อหาสาระที่มีในพระไตรปิฎกมาอันเป็นแก่นสารหรือเป็นเนื้อหาที่ดีทั้งนั้นแหละเพราะว่าเรื่องคำสั่งของพระพุทธเจ้าแล้วที่ได้บันทึกลงไปเป็นพระไตรปิฎกมันจึงออกมาเป็นคำสอนพระธรรมของเรานั้นเราถือว่าสูงเราถือว่าเป็นเนื้อหาสาระทั้ง ถ้าใครจับเอาได้เท่าใดเท่าใดก็เป็นเนื้อหาสาระที่มีแก่ผู้นั้นเท่านั้นเท่านั้นถ้าใครจับเอาไม่ได้มันก็ไม่มีค่าอะไรเหมือนไก่เห็นเพชรเห็นพลอยมันก็เท่านั้นเท่านั้นน่ะสู้เม็ดข้าวเม็ดนึงก็ไม่ได้เป็นธรรมดาแต่ถ้าใครเห็นค่าก็ไม่เหมือนไก่เห็นเพชรเห็นพลอยจะเหมือนกับคนที่รู้ค่าของเพชรของพลอยนั้นทีเดียวพอใจเป็นดอกที่อาตมาเอามานี้มันเป็นพระไตรปิฎกยอดที่ได้คุณสุชีพปุญญานุภาพหรือสุชีโวภิกขุได้ทำเอาไว้แต่งานการแล้วอาตมาก็จะเริ่มต้นเอาอันนี้มาว่ากันไปต่อไปเรื่อยๆ อันแรกที่จะเริ่มต้นก็คืออะไรเป็นแก่นสารในพระพุทธศาสนาอันนี้เป็นความเห็นของคุณสุชีพปุญญานุภาพจึงทำไว้ในพระไตรปิฎกสำหรับประชาชนที่ย่อออกมานี้ซึ่งไม่เลวนักหรอกแต่ว่าแกนแท้แก่นสารของพระพุทธศาสนานั้นคุณจะชีพเห็นในนี้หมายความว่าเอาคำว่าแก่นที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสเป็นจริงๆไม่ได้เอาคำว่าแกร่งจริงๆแต่โดยแท้จริงและคำว่าแก่นจริงๆแล้วที่เราจะได้หรือว่าแก่นสารที่เราจะได้ในพุทธศาสนานั้นควรจะเป็นอะไรทุกคนก็คงจะพอนึกออกว่าเราจะต้องทำความเจริญยิ่งให้ได้ในอริยสัจ 4 เจริญ เรื่องแก่นของพุทธศาสนานั้นที่จริงเรารู้กันอยู่ดีแล้วว่าอริยสัจ 4 เป็นแก่นแต่ว่าอริยสัจ 4 นั้นเดี๋ยวนี้กำลังเข้าใจกันอยู่ว่าอริยสัจ 4 นั้นคือความจริงที่จริงยิ่งแท้อันหนึ่งอันเดียวเท่านั้นแท้จริงไม่ใช่อริยสัจ 4 ก็เป็นอนัตตาอริยสัจ 4 ก็เป็นระดับระดับของอริยสัจ 4 ที่พระโสดาบันได้ไม่ใช่อริยสัจ 4 ของพระสกิทาพระราชทานได้อริยสัจ 4 ก็เป็นอริยสัจ 4 ที่มีระดับสูงกว่าของโซดาเช่นเดียวกันอริยสัจ 4 ของพระราชทานก็ไม่ใช่อริยสัจ 4 ของธนาคาร อริยสัจ 4 ที่พระอนาคาท่านได้มาเป็นอริยสัจ 4 ที่สูงกว่าของที่พระสกิทาได้มาเช่นเดียวกันอริยสัจ 4 ของพระอรหันต์ก็ย่อมเป็นอริยสัจ 4 ที่มีระดับสูงกว่าอริยสัจ 4 ของพระอนาคาเช่นเดียวกันเมื่อพูดอย่างนี้แล้วเราก็ต้องเข้าใจทะลุไปถึงว่าเพราะฉะนั้นอริยสัจ 4 ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้นั้นเล่าจะสูงกว่าของที่พระอรหันต์ขั้นธรรมดาธรรมดาได้หรือไม่ก็แน่นอนเป็นอริยสัจ 4 ที่สูงกว่าไม่ใช่สูงกว่าโดยเนื้อหาแต่สูงกว่าโดยสมมุติฟังให้ดีนะอริยสัจ 4 ที่พระพุทธเจ้าท่านได้สูงกว่าพระอรหันต์ แต่อริยสัจ 4 ของท่านไม่ใช่อริยสัจ 4 ที่สูงโดยเนื้อหาแต่สูงโดยสมมุติที่เรียกว่าสมมุติคืออะไรสมมุติก็คือสิ่งที่เราเองเรารับสิ่งนั้นๆว่ามันเป็นสิ่งที่เกิดอยู่ในโลกทั้งหมดเราเรียกว่าสมมติเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าท่านรู้สิ่งที่เกิดอยู่ในโลกได้มากกว่าพระอรหันต์ธรรมดาพูดให้ชัดก็คือท่านมีพระสัพพัญญุตญาณมากกว่าพระอรหันต์มีสัมพันธ์อยุธยาคือมีพระปัญญารู้ละเอียดละออถึงสรรพสิ่งสัพพะธรรมทั้งปวงมากกว่าพระอรหันต์ นั่นเรียกว่าเป็นสิ่งที่ท่านมีมากกว่าคือท่านรู้สมมติมากกว่าแต่พระอรหันต์กับพระพุทธเจ้ารู้อริยสัจ 4 ที่เนื้อหารู้ตรงกันอันเดียวคือรู้ตัวทุกข์ตัวสมุทัยตัวนิโรธและตัวมาเข้าเท่ากันเท่าๆกันคือเหมือนกันจะเรียกว่าเท่ากันไม่ได้หรอกเรียกว่าเหมือนกันแต่ไม่เท่ากันตรงที่ว่ารู้สมุนไพรเท่านั้นอันนี้มันก็พูดกันทีหลังนะเนี่ยอาตมาอธิบายให้ฟังคร่าวๆเท่านั้นเองเพราะฉะนั้นในที่นี้วันนี้แก่นสารอะไรเป็นแก่นสารในพุทธศาสนานี้ก็มาจากพระไตรปิฎกและเป็นความเห็นของคุณสุชาติบุญญานุภาพก็ลองฟังดูสมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคประ เชตวนารามใกล้กรุงสาวัตถีมีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อปิงกะรัตโกรธจะฉะเข้าไปเฝ้าไม่ได้กล่าวทักทายปราศรัยพอสมควรแล้วพราหมณ์นั้นจึงกราบทูลว่าท่านพระโคดมผู้เจริญสมณะพราหมณ์ที่เป็นเจ้าหมู่เจ้าคณะในคณาจารย์มีคนรู้จักมากมีเกียรติยศเป็นเจ้าลัทธิอันชนหมู่มากเข้าใจกันว่าเป็นคนดีเช่นบูรณะจากสปป 3 อธิบายนะสัญชัยเวรรัฐบุตรและนิพนธ์ชนะบุตร สมณะพราหมณ์ทั้งหมดนั้นรู้แจ้งเห็นจริงตามปฏิญาณของตนหรือว่าไม่รู้แจ้งเห็นจริงเลยหรือว่าบางพวกรู้บางพวกไม่รู้นี่เขามาทูลถามสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราซึ่งอาจารย์ทั้ง 6 นี้ถ้าใครได้ผ่านหรือว่าได้อ่านพระสูตรสามัญญผลสูตรมาแล้วก็คงจะเคยได้เข้าใจว่าจะเป็นบูรณะกัสสปะเป็นนักฆ่าเป็นอชิตะแก่กรรมคนต่างๆนานาพวกนี้มีความคิดเห็นอย่างไรซึ่งความคิดเห็นเหล่านี้เป็นความเห็นที่แตกต่างกันออกไปเป็นหมวดใหญ่ๆเรียกว่าหมวดพระอัจฉริยะ เป็นหมวดอุทยานทิฏฐิและก็เป็นหมวดนัดติกเป็นหมวดสรรพสิทหรือแม้สุดท้ายเป็นหมวดที่มีปัญญายานมากแล้วเช่นสนชัยเวรรัฐบุตรซึ่งเป็นอาจารย์ของพระสารีบุตรอาจารย์ของโมคคัลลาเป็นต้นซึ่งเป็นพวกที่มีปัญญามากแล้วก็ตามถึงขนาดนั้นคนขนาดพระเจ้าอชาตศัตรูซึ่งอยู่ในสามัญญาพ้นสูตรนะเมื่อไปฟังบูรณะกัสสปะก็ตามมักคนสารหรืออชิตกับคนปรากฏว่ากระจายนะสนใจเวลาจะหมดและนิคมราชบุตรกล่าวและก็ตามถึงขนาดนั้นพระเจ้าอชาตศัตรูยังเล็งความเห็นเลยว่าสนชัยเวรรัฐบุตรเนี่ยเป็นผู้ที่โง่ที่สุดซึ่งมันผิดผิด ติดกันกับความเป็นจริงที่จริงสนใจวีรบุตรเป็นผู้ที่ฉลาดที่สุดในอาจารย์เหล่านี้แต่พระเจ้าชาติศัตรูเห็นว่าพระเจ้าทรงเจ้าพระเจ้าเห็นว่าสนใจเป็นรัฐมนตรีโง่ที่สุดอันนี้ก็ไม่ค่อยพูดกันในโอกาสต่อไปถึงความละเอียดละออของความเห็นต่างๆและทิศต่างๆพวกนี้สำหรับวันนี้อาตมาจะขอผ่านนะเพราะเมื่อมีประภาสตรัสว่าอย่าเลยพราหมณ์ข้อที่สามารถนำความทั้งหมดนั้นรู้แจ้งเห็นจริงตามปฏิญาณของตนหรือไม่รู้แจ้งเห็นจริงเลยก็เป็นต้นนั้นจงยกไว้เพราะว่ายกเว้นเขาจะเห็นอย่างนั้นหรือไม่เห็นอย่างนั้นอะไรก็ตามเราจะแสดงธรรมแก่ท่านท่านจงตั้งใจฟังให้ดีเถิด ท่านก็เลยบอกว่าตั้งใจฟังให้ดีเถอะเราจะไม่วิจารณ์ของคนอื่นล่ะแต่เราจะว่าธรรมะของเราให้ท่านฟังก็แล้วกันท่านว่างั้นเมื่อความรักทำแล้วพระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่าดูก่อนพราหมณ์มีข้ออุปมาว่าบุรุษผู้ต้องการแก่นไม้แสวงหาแก่นไม้เที่ยวเสาะหาแก่นไม้อยู่เมื่อมีต้นไม้ใหญ่มีแก่นยืนต้นอยู่ละเลยจัดกับพี่เผือกและสกัดเอาจริงและใบไม้ไปด้วยสำคัญว่าเป็นแก่นคนที่รู้เรื่องดีเห็นเข้าก็จะพึงกล่าวว่าบุรุษผู้เจริญ วันนี้ไม่รู้จักกันไม่รู้จักกับพี่เปลือกสะเก็ดจริงและใบไม้เมื่อต้องการแก่นไม้จึงละเลยแก่นเป็นต้นตัดเอาแต่กิ่งและใบไม้ไปด้วยสำคัญว่าเป็นแก่งทั้งจะไม่ได้รับประโยชน์จากสิ่งและใบไม้นั้นด้วยนี่ถ้าอุปมาอุปไมยบางคนที่จะไปเอาแก่นไม้พอเข้าไปเห็นต้นไม้ที่มีครบทุกอย่างเลยตั้งแต่แจกไปจนกระทั่งถึงขีดฆ่าสาขาไปเสร็จแต่คนนี้ตาบอดถึงยังไงก็ไม่รู้ไปเอาใบเอากิ่งเอาจริงเอาใบไม้คิดว่าไอ้ใบก็จริงนี่แหละเป็นแก๊งซึ่งอาตมาก็กล้าพูดได้ว่าเดี๋ยวนี้คนเราทุกคนทุกคนเห็นอย่างนั้น เห็นใบไม้กับกิ่งไม้นี่แหละเป็นแก่นเห็นแต่ของที่มันแพร่พลิกออกสาขาเดี๋ยวนี้ใครก็ตามที่มองไปที่ต้นไม้พวกนั้นน่ะจะเห็นอะไรชัดมองดูซิเห็นใบมันน่ะชัดเห็นหมู่ใบที่กว้างกิ่งสาขาใช่ไหมเช่นเดียวกันกับมวลชนเดี๋ยวนี้เห็นล
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive