150220 สัมโพธิสูตรและนันทกสูตร-พ่อท่าน-วัดนรนาถสุนทริการาม.txt

โฟลเดอร์2515 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์369 KB
วันที่แก้ไข17 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

พระพุทธศาสนิกชนวันนี้เราก็มาคุยกันต่ออาตมาวันนี้เอารถใต้ดินดกเล่มภาษาไทยนะเล่ม 4 ตอน 2 นวกะนิบาตคือหมวดเกล้าหมวด 9 ทั้งหลายแหล่นี่เอามาพูดกันซึ่งอาตมาชื่อว่าก็คงจะยาวหรือว่ายากยืดยากถึงจะยาวอย่างไรก็ตามแต่เถอะเราก็ต้องศึกษาไปเรื่อยๆแล้วก็พยายามทำความเข้าใจไปตามเรื่อยๆเสมอๆ อาตมาจะเริ่มต้นตั้งแต่อันหนึ่งเลยของเล่มนี้ที่จริงมันตอน 2 หรอกแต่ว่าอาตมาเห็นว่ามันมันเหมาะเจาะดีแต่พระพุทธเจ้าเราที่ท่านได้ตรัสรู้เนี่ยท่านตรัสรู้เองรู้ดีรู้ชอบแล้วนี่จุดสุดท้ายที่ท่านตรัสรู้รวมลงแล้วคืออะไรไอ้สิ่งที่รวมลงแล้วที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ก็คือท่านรู้ว่าท่านรู้ว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวงในโลกนี้นั่นน่ะท่านเห็นจริงแล้วว่ามันไม่จริงฝากให้ดีนะตรัสรู้รวมยอดลงหมดแล้วเนี่ยสิ่งทั้งสิ่งทั้ง เครื่องปวงในโลกนี้ท่านเห็นอย่างแท้อย่างจริงแล้วว่าทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหลายในโลกไม่ว่าอะไรทั้งสิ้นมันไม่จริงท่านเห็นจริงว่ามันไม่จริงเพราะฉะนั้นท่านจึงยอมรับสมมุติท่านเห็นว่าสิ่งทุกสิ่งทุกอย่างนี้ท่านเห็นจริงนะว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่จริงเมื่อท่านเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่จริงแล้วท่านก็ไม่ยึดถืออะไรด้วยเลยทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี่คือของพระพุทธเจ้าท่านไม่ยึดถือเมื่อท่านไม่ยึดถือท่านก็รอดตัวของท่านไปเออมันติดแล้วค่อยๆหมุนค่อยๆค่อยๆยอมเพราะงั้นถ้าใครยังไปเห็นอะไรทุกสิ่งทุกอย่างว่ามัน ผู้นั้นก็ไปยึดถือเอาสิ่งที่ผู้ใดยึดถือไว้อันใดอันใดนั่นแหละอันนั้นแหละคือสิ่งนั้นก็ถือว่าจริงสิ่งนั้นก็ถือว่าจริงมีภาษาพูดนะถ้าใจมันไม่ยึดจริงแล้วมันไม่เอาอะไรเลยมันไม่ยึดอะไรว่าจริงเลยแต่ผู้นั้นต้องเป็นที่ใจไม่ใช่เป็นที่ภาษาเดี๋ยวนี้มีอยู่เยอะเหมือนกันคนที่บอกว่าไม่ยึดอะไรเลยเพราะงั้นเมื่อไม่ยึดอะไรเลยก็เลยไม่ยอมรับว่าโลกนี้มันมีอยู่ 2 ฝ่ายฝ่ายหนึ่งค

อ่านต่อ

ือฝ่ายที่เขายังยึดอยู่อีกฝ่ายหนึ่งคือฝ่ายผู้ที่รู้แล้วเห็นแล้วแจ้งแล้วแล้วไม่ยึดแล้วเพราะฉะนั้นผู้ที่มายึดแล้วแจ้งแล้วเข้าใจแล้ววางแล้วก็วางไปไม่เป็นไร แต่เราอยากไปอยากไปเที่ยวเราวางแล้วคนอื่นเขาจะวางอย่างเราเข้าใจอย่างนั้นไม่ถูกเข้าใจอย่างนั้นแสดงว่าไม่เข้าใจว่าก็คนอื่นเขาวางยังไม่ได้นี่ทำไมจะให้เป็นอย่างเก่าล่ะเออก็คนอื่นเขาวางยังไม่ได้อย่างเรานี่เพราะฉะนั้นอันนั้นมันก็จะเป็นความจริงของคนอื่นเขาอยู่อันนั้นยังเป็นความจริงของคนอื่นเขาอยู่เพราะฉะนั้นเมื่อมันเป็นความจริงของคนอื่นเขาอยู่เราก็ต้องยอมให้เขาบ้างตามลำดับไปแต่ก็บอกไปนะว่าถ้าวางอันนี้อันนี้ใช้ได้มันจะสูงขึ้นมามันจะสูงขึ้นมาพูดให้เขาเข้าใจอย่างนั้นมันจะสูงขึ้นมาเองแล้วเราทำจริงแล้วมันจะสูงขึ้นมาไอ้ที่ว่าไม่ได้เอาจริงวางไม่ได้มันยังไม่ดีนะว่าไม่ได้มันยังไม่ดีแล้วก็ให้เขายอมรับหรือว่าเขามองให้เห็นไม่ได้ว่ะ มันวางไม่ได้มันก็ยังไม่ดีใช้เป็นต้นว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนว่าละกองสมบัติมาโกนหนวดโกนเคราปลงผมซะแล้วก็ออกบวชสู่โครงการสารพัดมันจะได้ปฏิบัติธรรมได้บริสุทธิ์ร่วงส่วนเป็นประเด็นสำคัญจะได้บริสุทธิ์บริบูรณ์อย่างนั้นแล้วท่านก็ตรัสไว้ว่าอย่างนี้เราก็รู้เราก็เห็นแต่ผู้ที่ยังบวชไม่ได้ก็ไม่เป็นไรพระพุทธเจ้าท่านไม่เคยไปขู่เข็ญให้คนมาบวชไม่เคยพระพุทธเจ้าท่านไม่เคยไปผูกแขนให้ใครมาบวชคนที่เขายังบวชไม่ได้บารมีก็ยังไม่ถึงเรียกว่าเขายังเห็นทุกอย่างอยู่ว่าเป็นความจริงเขายังยึดอยู่เออไอ้นี่ก็เมียฉันไอ้นี่ก็ลูกฉันไอ้นี่ก็บ้านฉันไอ้นี่ก็สมบัติฉันเขายังยึดอย่างนั้นอยู่ก็ไม่เป็นไรปล่อยเขายึดไปแต่ก็สอนว่าการยึดไว้ไม่ดีนะ ถ้าทิ้งมาเส้นด้ายนะวางมาเส้นด้ายเลิกมาเส้นด้ายมันดีกว่านะก็พูดให้เข้าใจด้วยไม่เข้าใจได้เขาก็จะพยายามพิจารณาตามจะทำยังไงเข้าใจพระพุทธเจ้าท่านก็บอกแล้วจะเข้าใจได้ก็จะต้องมีศีลสมาธิปัญญาเอาไปประพฤติปฏิบัติจริงๆนะแล้วมันจะค่อยๆลุล่วงมันค่อยๆจะหลุดจะวางได้จริงๆถ้าใครเชื่อตามเห็นตามเอาไปปฏิบัติตามมันก็จะสูงจริงแล้วเขาก็จะลุล่วงขึ้นมาจริงๆก็ได้แต่ทีนี้คนที่ไม่เข้าใจอย่างนั้นก็ฟังเฉยๆเข้าใจเออดีแท้ท่านปฏิบัติท่านอธิบายถูกต้องแท้แต่ไม่เอาไปปฏิบัติคนนั้นก็บรรลุก็ได้ไม่จริงเพราะฉะนั้นก็ต้องมีการขู่เข็ญกันเข้าไปอีกหน่อยบอกว่าเอาจริงๆสิทำจริงๆสิทำให้ได้สิครูมันก็ไปหน่อย จำไม่ได้อยู่กับนรกนะอยู่กับสวรรค์อยู่นะถ้าท่านยังอยู่ก็ยังมีอยู่ 2 ส่วนแหละมันมีทุติกับสุคติสุคติก็คือยังเป็นนรกสุคติก็คือยังเป็นสวรรค์เพราะฉะนั้นเราจะร่วงสุคติทุคติมันก็สูงยิ่งกว่าสุคติซะอีกทุกคนต้องการสุคติแต่ว่าร่วงสุคติได้สูงก็คือไม่มีคติที่ไปแล้วถ้าติดที่ไปไม่มีไม่มีที่ไปไม่มีที่มาจึงเรียกว่าร่วงทั้งสองคติไม่ว่าทุกคติหรือสุคติผู้ที่จริงแล้วก็จริงไปผู้ที่ไม่จริงก็ยังเห็นว่าสิ่งนั้นจริงคนทุกที่ลงทุกวันนี้หลงเห็นที่สิ่งที่ไม่จริงว่าเป็นจริงเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าท่านถึงใช้คำว่าญาณทัศนะก็คือเห็นสิ่งที่ ตามความเป็นจริงคือเห็นสิ่งที่คนเขายึดถือว่าสิ่งนี้ไอ้ประยุทธ์ซื้อสิ่งนี้ว่าไอ้ของไม่จริงอันนี้เขายึดถือว่าจริงเราก็อนุโลมตามคำว่าเออจริงล่ะเขาเองเขายังหลงสิ่งนี้แล้วเขาก็เห็นสิ่งนี้เขาก็ยึดสิ่งนี้ว่าจริงเราก็ให้เข้าใจใช่ป่ะนี่ความเป็นจริงของเขายังยึดยังถืออยู่เราก็เข้าใจให้ได้แล้วเราก็บอกเขาว่าเอาวางมาวางมาเลิกมาเลิกมาค่อยๆช่วยกันขึ้นมาอย่างนี้เรียกว่าให้เขาเข้าใจในสิ่งที่ว่าไอ้ความจริงนั่นน่ะที่ตัวประยุทธ์ถือและหลงเห็นว่าจริงอยู่นั้นน่ะแท้จริงมันไม่จริงนะถ้าจริงมันไม่จริงเพราะฉะนั้นเอาออกมาให้ได้ออกมาจากสิ่งที่ไม่จริงนั้นให้ได้รู้ว่าเห็นให้ได้ว่ามันไม่จริงเมื่อเห็นได้ว่ามันไม่จริงแล้วเขาก็จะวางมาค่อยๆเลาะออกมาค่อย ตกมาเมื่อหลุดออกมาแล้วออกมาได้จริงๆมันก็เป็นจริงโดยที่ว่าความจริงที่แท้จริงที่สูงที่สุดนั่นก็คือสุญญตาหมดสิ้นไม่มีอะไรมันไม่มีอะไรหรอกนะทีนี้คนที่บอกว่าไม่มีอะไรทุกวันนี้มีเยอะนะอะไรก็ไม่มีอะไรแต่ว่าพอเอาอะไรอร่อยๆมาฉันก็จะกินอร่อยๆนี่แหละไม่มีอะไรแต่ฉันก็ว่าตามก่อนล่ะสบายฟังเสร็จแล้วไม่มีอะไรแล้วฉันก็นั่งอยู่เฉยๆไปๆมาๆเฉยๆพวกนี้นี่เรียกว่าเอ่อตัวเองไม่เข้าใจความแท้จริงถ้าไม่มีอะไรเราก็จะต้องไม่ไปเที่ยวในแย่งอะไรใครเลยไม่แย่งอะไรใครเลยใครจะมาแย่งเราไปเราก็ยังเฉยด้วยถ้าเขาให้โดยดีเขาให้โดย เห็นดีเห็นชอบว่าเขาจะให้เขาเอามาให้เราจึงเอาพระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ว่าท่านเอาแต่หรือว่าท่านต้องการแต่ของที่เขาให้ท่านจะไม่เอาของที่เขาไม่ให้นี่เป็นธรรมดาธรรมดาที่ท่านกลับไปบ้านนี้จะไปบอกว่าพระพุทธเจ้าพูดอย่างนี้เอ้าพระพุทธเจ้ายังมีตัณหาสิพระพุทธเจ้าบอกว่ายังมีคำว่าต้องการนั่นเราไปเล่นภาษาพระพุทธเจ้าท่านพูดเหมือนกันทั้งหลังเหมือนกันท่านบอกว่าเราต้องการของที่เขาให้เท่านั้นของที่เขาไม่ให้เราไม่ต้องการนี่เป็นของจริงเลยพระพุทธเจ้าท่านตรัสอย่างนั้นนะนี่ในที่ชนิกานต์นี่ก็มียุทธศักดิ์เอาไว้แต่อาตมาจะไม่พูดถึงอาจจะไม่อ่านให้ฟังอันนี้จะขอเริ่มเข้าไปในอวกาศอันแรกเลยนะ สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ณพระวิหารเชตวันอารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีใกล้พระนครสาวัตถีณที่นั้นแลพระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่าดูกระดาษภิกษุทั้งหลายภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้วพระผู้มีพระภาคก็จัดถามว่าดูกรภิกษุทั้งหลายอะไรเป็นเหตุให้ธรรมอันเป็นฝักฝ่ายแห่งธรรมเครื่องตรัสรู้เจริญท่านถามว่าอะไรเป็นเหตุให้ทำที่เป็นฝักฝ่ายหมายคำว่าที่เป็นส่วนที่จะทำให้เครื่องตรัสรู้เจริญท่านถามและท่านก็ตอบเองเธอทั้งหลายถูกถามอย่างนี้แล้วเมื่อถูกถามมีแล้วพึงพยากรณ์แก่อัญญะเดียรถีย์ปริพาชกเหล่านั้นว่าอย่างไร ถ้าถามว่าจะพึงพยากรณ์กับพวกเดียรถีย์ปริพาชกหมายคำว่านักบวชต่างศาสนาหรือต่างลัทธิภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญทำของข้าพระองค์ทั้งหลายมีพระผู้มีพระภาคเป็นมูลมีพระผู้มีพระภาคเป็นมูลและก็มีพระธรรมมีพระสงฆ์อะไรต่อๆไปอีกตามลำดับคือหมายความว่าเริ่มต้นตั้งแต่มีพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ต่างๆยาวต่อไปอีกนะที่สุดทั้งหลายได้ฟังต่อๆพระผู้มีพระภาคแล้วจะทรงจำไว้เพราะผู้มีพระภาคตรัสว่าแล้วมันไม่มีไม่ทราบว่าดูการพิสูจน์ทั้งหลายถ้าเช่นนั้นเธอทั้งหลายจงฟังจงใส่ใจให้ดีเราจะกล่าว ภิกษุเหล่านั้นก็ทูลรับพระผู้มีพระผู้มีพระภาคแล้วพระผู้มีพระภาคตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลายพวกอัญญาเดียรถีย์ปริพาชกพึงถามอย่างนี้ว่าดูอาวุโสอะไรเป็นเหตุให้ทำเป็นอันเป็นฝักฝ่ายแห่งทำเครื่องตรัสรู้เจริญก็คำพูดเมื่อกี้นี้แหละเธอทั้งหลายถูกถามอย่างนี้แล้วก็พึงพยากรณ์อากาศช่วงเหล่านั้นว่าอย่างนี้ว่าดูก็ได้อาวุโสหมายความว่าพระพุทธเจ้าบอกว่าถ้าเกิดว่าถูกถามแล้วก็ว่าอย่างนี้นะตอบตรงนี้นะภิกษุในธรรมวินัยนี้เป็นผู้มีมิตรดีมีสหายดีมีเพื่อนดีดูการรับภิกษุ ขอดูคณะอาวุโสทั้งหลายนี่เป็นเหตุข้อที่ 1 ให้ทำอันเป็นฝักฝ่ายแห่งธรรมเครื่องตรัสรู้เจริญหมายความว่าในลำดับที่ 1 ที่สุดนั้นจะไปกล่าวอย่างที่พระภิกษุที่กล่าวต่อเพื่อทูลต่อพระพุทธเจ้าเมื่อกี้นี้ว่าพระภิกษุทั้งหลายทูลตอบว่าธรรมที่เป็นฝักฝ่ายที่จะทำให้เป็นเครื่องตรัสรู้นั้นมีพระพุทธเจ้าเป็นมูลมีพระธรรมมีพระสงฆ์อะไรต่อไปจนกระทั่งพระพุทธเจ้าจึงบอกว่าอย่าเพิ่งกล่าวอย่างนั้นแท้ที่จริงนั้นหมายความว่าอย่างนี้หมายความว่าหนึ่งเป็นผู้มีมิตรที่ดีมีสหายที่ดีมีเพื่อนที่ดีฟังให้ดีนะคำหมายคำนี้ความหมายอันนี้สูงที่สุดเลยนะสูงคืออย่างไรสูงคือพระพุทธเจ้าท่านบอกว่า อยากไปพูดอย่างนั้นถ้าพูดว่ามีพระพุทธเจ้าเป็นมูลเหตุเป็นที่สูงที่สุดและมีพระธรรมมีพระสงฆ์เป็นลำดับและมีคำสอนต่างๆแล้วก็พิสูจน์ทั้งหลายก็จะได้ฟังต่อพระผู้มีพระภาคแล้วก็ทรงจำเอายังไม่พอนะถ้าอย่างนั้นแล้วก็มันเป็นการยกเหตุสูงไปพระพุทธเจ้าท่านตีราคาลงมาเลยว่าเป็นผู้มีมิตรดีถ้าบอกว่าไม่ใช่หรอกเออเรามีเพื่อนดีๆใครเป็นเพื่อนก็พระพุทธเจ้าไงล่ะเป็นเพื่อนของเราเรียกว่ามิตรดีมีสหายดีมีเพื่อนดีพระพุทธเจ้าไงล่ะเป็นเพื่อนทั้งๆที่พระสงฆ์ไม่กล้าไม่กล้าทูลตอบอย่างนั้นเข้าใจมั้ยพระสงฆ์ไม่กล้าทูลตอบสงกรานต์มีพระเจ้าเป็นที่สูงที่พึ่งของเราแต่พระพุทธเจ้าเองกลับเสียบอกว่า ไม่ต้องยกหรอกพระพุทธเจ้าไม่ต้องไปยกกับพระพุทธเจ้าสูงเหมือนกันเป็นสหายการเป็นเพื่อนกันเป็นมิตรกันเรียกว่ากัลยาณมิตรต้องมีอันนี้ซะก่อนพระพุทธเจ้าท่านรบตัวเองจะลงมาเท่าๆกันกับพระสงฆ์นะฟังให้ดีนะความหมายนี้สูงมากนี่เป็นเหตุข้อที่ 1 นะที่จะทำให้มีทำเครื่องจักรจะรู้เพราะฉะนั้นนอกจากจะเป็นพระพุทธเจ้าแล้วเครื่องที่จะเป็นมิตรที่ดีสหายที่ดีก็หมายถึงพระธรรมด้วยหมายถึงพระสงฆ์ด้วยนะถ้าทำก็เป็นมิตรที่ดีเช่นอาตมาเนี่ยมีพระธรรมเป็นมิตรที่ดีนี่เป็นเล่มๆมีวิธีดีเอาไว้สำหรับปรึกษาหารือ ขอบคุณสำหรับสนทนาปราศรัยสำหรับปรึกษาอาตมาได้พระธรรมเป็นมิตรที่ดีมีพระสงฆ์เป็นมิตรที่ดีก็พระสงฆ์องค์ไหนที่เราเห็นว่าเป็นผู้ที่จะช่วยเกื้อกูลเราได้เราก็พึงน้อมเข้าไปหาเป็นกัลยาณมิตรด้วยเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าก็ตามที่พระพุทธเจ้าอ้อยที่พระสงฆ์ท่านทูลว่ามีพระพุทธมีพระธรรมมีพระสงฆ์เป็นมูลและเราก็จะฟังธรรมของท่านก็ตามแต่เถอะถ้าเราว่าเราถือว่าเป็นมิตรก็แล้วกันอีกประการหนึ่งภิกษุเป็นผู้มีศีลท่านก็ไม่ได้ทิ้งนอกจากจะรู้แล้วจะได้ฟังแล้วจากมิตรที่ดีทั้งหลายแหล่มิตรที่ดีจะเป็นพระพุทธเจ้าก็ตามจะเป็นพระธรรมก็ตามหรือจะเป็นพระสงฆ์ที่มาอธิบายให้เราฟังก็ตาม จะเอามาที่อธิบายอะไรก็ตามข้อที่ 1 เป็นข้อที่ 1 เท่านั้นเป็นมิตรที่ดีกัลยาณมิตรข้อที่ 2 เป็นผู้มีศีลท่านก็ยืนยันว่าศีลนี่แหละสำคัญศีลนี่แหละเป็นข้อที่จะนำพาต่อไปให้เราสู่เครื่องตรัสรู้สำรวมระวังในปาฏิโมกข์ถึงพร้อมด้วยอาจารย์และโคจรมีปกติเห็นภัยในโทษเพียงเล็กน้อยสมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลายดูกะทะอาวุโสทั้งหลายนี่เป็นเหตุข้อที่ 2 ให้ทำอันเป็นฝักฝ่ายแห่งธรรมเพื่อตรัสรู้เจริญนี่แหละเป็นข้อที่ 2 นะนอกจากมีมิตรที่ดีแล้วก็ต้องมีศีลศีลและก็ต้องสมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลายนะไม่ใช่มีศรีษะแต่ว่ามีเฉยๆมีแค่รู้ต้องสมาธิ ศึกษาอยู่ในสิกขาบทด้วยเอามาประพฤติจริงๆเอามายึดถือเอามาประพฤติให้ได้แน่ๆอย่าสักแต่ว่ามีศีลเป็นศิลปะปรามาสเฉยๆเนี่ยอาตมาก็ขอย้ำย้ำย้ำให้ฟังด้วยนะข้อที่ 3 อีกประการหนึ่งภิกษุพูดได้ตามปรารถนาได้โดยไม่ยากไม่ลำบากซึ่งคาถาเห็นปานนั้นซึ่งคาถาเห็นปานนั้นคาถาก็หมายคำว่าหลักการหรือเรื่องราวนั้นๆหลักการหรือเนื้อหานั้นๆก็ได้จะบอกว่าเนื้อหานั้นๆก็ได้เป็นผู้ที่ได้เนื้อหานั้นๆหรือสิ่งที่ต้องการอันนั้นแหละได้โดยไม่ยากอันเป็นไปเพื่อขัดเกลากิเลสเป็นที่สบายในการเปิดจิต ไปเพื่อการขัดเกลากิเลสเป็นที่สบายในการเปิดจิตคือจิตคาถาอันที่ 1 เอ้าปิดจะชักคาถาก็คือมีความปรารถนาน้อยมักน้อยผิดจะชักมีความปรารถนาน้อยเป็นผู้มักน้อยพยายามยึดถือให้ดีนะพยายามเข้าใจให้ดีนะก็ถามในที่นี้หมายความว่าสิ่งที่เราจะเอาไปยึดและเป็นผู้ที่เป็นไปได้ด้วยแล้วจะกลายเป็นผู้เป็นความเป็นผู้มักน้อยเป็นผู้มีความปรารถนาน้อยเนี่ยมันไม่ใช่ของง่ายนะแต่ว่าภิกษุพูดได้ตามปรารถนาได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ คาถาคาถาซึ่งเรื่องของการเป็นผู้มีความปรารถนาน้อยเป็นผู้ได้ง่ายๆเราจะไปพูดไม่ปรารถนามากล่ะเป็นผู้ปรารถนาน้อยเราพูดเอาเดี๋ยวนี้เราคิดถึงเดี๋ยวนี้แล้วเราก็เป็นผู้อำนวยมักน้อยเดี๋ยวนี้ก็ทำได้ทันทีนี่เรียกว่าเป็นผู้ที่ได้ตามปรารถนา 2 3 สุทธิสันติเรียกว่าความยินดีของตนความยินดีของตนคือตนเห็นอย่างไรก็ยินดีอย่างนั้นตามปัญญาที่ตนเองมีแท้ๆจริงๆด้วยแท้ๆจริงๆหมายความว่าเราได้ซองแล้วด้วยนะไม่ใช่เห็นตามโลกของตนนะเป็นความยินดีของตน ถ้าเป็นความยินดีของโลกเราก็ต้องเอาอย่างเขาเพราะว่าโลกนี้เขาต้องการกิเลสทั้งมวลลาภยศสรรเสริญสุขเราก็ต้องตามเขาทั้งโลกแต่เรากำลังที่จะศึกษาหาความแท้จริงลาภยศสรรเสริญสุขเป็นของโลกนี้ไม่ต้องไปพูดกันหรอกทุกคนรู้เรื่องรู้ราวและทุกคนปรารถนาอยู่ซึ่งไม่ใช่ความยินดีของตนที่เป็นจริงตามแต่ตนที่เข้าใจเพราะฉะนั้นเราจะยินดีจะต้องยินดีโดยที่เรียกว่าความยินดีของเราต้องยินดีตามที่เราเห็นด้วยปัญญาปัญญาแท้ๆนะมึงอย่างเดียวนี้ผู้ที่นั่งฟังเดี๋ยวนี้อาตมาเชื่อว่าหลายคนทีเดียวเห็นตามที่อาตมาพูดคือว่าเราไม่ควรจะยินดีในการที่จะติดในกามคุณ 5 อย่างนี้อาตมาเชื่อเชื่อนะใจไม่อยากติดเลยไอ้นี่อร่อยไอ้นี่หวานไอ้นี่หอม ไม่อยากติดเลยเรียกว่าเรายินดีในคำสอนอันนี้หรือว่าเรายินดีในคำกล่าวอันนี้ของพระพุทธเจ้าเห็นตามเห็นแท้ว่าจริงถ้าเราไม่ติดไอ้เสือสวยของงามไอ้ของกินอร่อยไอ้รถสูงกลิ่นดีอะไรนักหนาเนี่ยถ้าเราไม่ติดเสียเนี่ยเราจะส่งมันเป็นความยินดีของเราที่เห็นแท้ๆอันนั้นแหละเมื่อเราความยินดีของเราเห็นอย่างนั้นแล้วเราก็เป็นผู้ได้ตามความปรารถนาได้โดยไม่ยากเมื่อยินดีอย่างนี้แล้วว่าเราจะไม่อยากได้กามคุณ 5 แล้วเราก็สามารถทำได้ตามความปรารถนาได้โดยไม่ยากด้วยเข้าใจให้ดีนะเพราะฉะนั้นต้องเป็นผู้ที่ได้อย่างนั้นจริงๆเอาแต่ภาษาพูดไม่พอ ภาษาพูดไม่ออกข้อ 3 ประวิตรกับคาถาหรือพระวิเวกคาถาประวีเวทก็คือความสงัดการแยกออกจากหมู่อยู่แต่ผู้เดียวหรือการไม่คลุกคลีการไม่คลุกคลีด้วยโลกและด้วยปวงชนต่างๆมากนักในขณะที่เราเองเรายังตัดจิตของเราว่างเปล่าไม่ได้นี่เราจะต้องตัดวิกฤตตัวเราเองออกไปลองดูซะก่อนถ้าใครไม่เชื่อเอาตัวเองไปขังอยู่ในห้องเดี่ยวๆกันสักอาทิตย์สิลองดูเรียกว่าเข้าเข้าวิเวกทั้งคนกินแล้วก็นอนนอนแล้วก็กินไม่ต้องเอาอะไรอยู่ในนั้นน่ะกดอยู่ในเกณฑ์แล้วก็นอนๆกินสักอาทิตย์นึงไม่ต้องพูดกับใครไม่ต้องจ้างใครมาก็งดไม่พูดไม่จา ลองดูสักอาทิตย์สิไหวไหมลองดูการอยู่วิลเลจไม่ใช่ของง่ายเลยนะไม่ง่ายเลยนะอยู่สักอาทิตย์น่ะลองดูให้ก่อนถ้าได้สักอาทิตย์นึงแล้วลองดู 2 อาทิตย์ถ้าได้ 2 อาทิตย์ลองดูสักเดือนถ้าได้สักเดือนลองดูสัก 2 เดือน 3 เดือน 4 เดือนลองดูซิถ้าใครลองได้ 35 ปีเหมือนกับท่านเจ้าคุณนรนะเอาล่ะอาตมายกให้นี่แหละครับสุปฏิปันโนชุดปะฏิปันโนญาญ่าปฏิปันโนถ้าทำได้อย่างท่านเจ้าคุณนรนะไม่มีอะไรฉันแล้วเสร็จอะไรเสร็จไปสวดมนต์สวดพรตามต้องการตามที่เขามีเป็นกิจวัตรแล้วท่านก็เข้าสู่ทุกท่านเงียบไม่มาก็คือไม่วุ่นวายอะไรวิเวกของท่านอยู่อย่างนั้นได้ 35 ปีนะอาตมาจะชี้ให้อีกคนนึงว่านี่แหละคือสุป อุชุปะฏิปันโนยายะปะฏิปันโนเป็นผู้ที่เป็นตัวอย่างเป็นสรณะที่พึ่งที่ควรจะเอาอย่างไรเพราะฉะนั้นการออกนิเวศน์หรือว่าวิเวกที่สงัดที่เราจะพึงได้อย่างนี้มันไม่ใช่ของเล่นนะถ้าใครไปทำเขาจริงๆไปดันทุรังโดยที่เรียกว่าจิตของเราไม่หลุดไม่ขาดจริงๆนะอาตมากล้าท้าได้เลยว่าอยู่ไม่ถึง 35 ปีหรอกอยู่สัก 5 ปีก็เข้าโรงพยาบาลหมอประสบหรือโรงพยาบาลหมออรุณฝั่งธนแล้วไม่ต้องยากหรอกเข้าแน่ๆประสาทเสียจิตเสียแน่ๆมันไม่ใช่ของง่ายๆนะลองดูซะหน่อยที่จะไม่เชื่อเดี๋ยวไปคลุกคลีกับใครไม่ไปพูดกับใครไม่ไปยิ้มหัวกับใครไม่ไปจากใครเนี่ยมันไม่ใช่ของง่ายๆนี่เรียกว่าของวิเศษถ้าผู้ใดทำได้โดยง่ายได้โดยตามปรารถนา โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากผู้นั้นก็สบายนะเพราะฉะนั้นก็ถามพวกนี้แหละจึงจำเป็นที่เราจะต้องพยายามทำให้ได้โดยไม่ยากโดยไม่ลำบากคะคาถาคือไม่ติดข้องในสวรรค์จะต้องได้โดยไม่ยากในการที่จะไม่ติดข้องในสวรรค์อสังสักพักคาถาเดี๋ยวนี้พูดกันยากยากเรื่องสวรรค์จนกระทั่งอาตมาถูกกล่าวหาว่าไม่สอนผ่านทำไมอาตมายังไม่สอนผ่านให้ทานหมดตัวเลยพูดทีไรก็พูดยืนยันให้ทานเข้าไปทานให้หมดตัวแต่ทานยังไม่ได้ก็เอาเถอะไปตามลำดับแต่ใครทานได้หมดตัวแล้วทานก็ไปซี่แล้วอย่าไปติดไปยึดเป็นสวรรค์อยู่ด้วยถ้าใครยังทานติดยึดอยู่เป็น นึกไม่ใช่ของแท้นะสวรรค์มันยังเป็นตัวอัตรามันจะเป็นตัวยึดถือไม่ต้องไปสอนกันให้หลงสวรรค์มันได้จริงๆใครทำทานและมีสวรรค์อยู่ในตัวแต่อสังสัพพะไม่ต้องไปติดข้องอสังอสังนี่หมายความว่าไม่ติดไม่ให้มีอะสังแปลว่ามีแปลว่าไม่ไม่ให้มีสวรรค์ไม่มีอ่ะสังแปลว่าไม่มีสวรรค์ศักราชคือสวรรค์ก็ไม่มีไม่มีสวรรค์เลยไม่เหลือสวรรค์เข้าใจว่าไม่ติดข้องอยู่ในสวรรค์ทั้งหลายทั้งหลายทั้งปวงไม่ต้องกลัวว่าทำบุญจะไม่มีสวรรค์ทำไปเถอะใครจะถามว่ามีปัญญาจะทำจะทำให้หมดตัวเดี๋ยวนี้ก็เชิญทำเลยก็มีสวรรค์บาทนึงทำ 5 บาท เหรียญ 5 บาททำแสนนึงมีสวรรค์แสนนึงทำร้านนึงก็มีสว่านล้านนึงไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีสวรรค์แต่ลืมซะทำแล้วลืมเลยทำแล้วเลิกอย่าไปมีสวรรค์อย่างนั้นอยู่ต้องอสังออกมาต้องไม่ติดไม่มีสวรรค์ไม่มีเราไม่ยึดเอาเราไม่ติดข้องจึงเรียกว่าอสังสักกะคาถาต้องเป็นผู้ที่ทำแล้วไม่ยึดอย่างนี้เพราะฉะนั้นถ้าใครไปสอนกันว่าสาธุจะใส่บาตรทีก็โอ้โหยประดับอีกตั้งอยู่นั่นแล้วไม่รู้ว่าป้านมอะไรมั่งไม่รู้ไปสร้างเอาอะไรมั่งจะใส่บาตรสักช้อนสักทีนี่ก็จดแล้วจดอีกจดจริงถ้าไม่จดไม่ได้บุญมันแล้วใครจะมาโกหกถ้าเอาเงินของคนอื่นมาทำบุญที่ไม่ได้บุญแต่ก็เงินของฉันข้าวของฉันหุงมาแท้ๆ มาจากสตางค์ฉันซื้อข้าวมาก็ฉันจะทำบุญเดี๋ยวนี้มันจะไม่ได้สวรรค์ได้ยังไงนะถ้าไม่จบแล้วไม่ได้บุญนี้ใครสอนกันนะอย่าไปเชื่อไม่จบแล้วไม่ได้บุญไม่ตรวจน้ำแล้วไม่ได้บุญอย่าไปเชื่อไม่จริงไปตรวจน้ำก็ได้บุญไม่ต้องจบก็ได้บุญยิ่งได้บุญ 2 ทอดด้วยถ้าไปจบแล้วมันก็ติดน่ะสิสาธุขอให้เป็นบุญเป็นสวรรค์เป็นนิพพานเป็นอะไรอยู่ไม่ต้องไปขอนิพพานก็ไม่ต้องขอเอาไม่ต้องขอหรอกนิพพานขอเอาไม่ได้ถ้าไม่ทำไม่ได้ขอให้ตายก็ไม่ได้ไม่มีใครจะไปยืมอ๋ออยากได้นิพพานเลยแล้วมีคนที่จะส่งเรามีเจ้าหน้าที่ส่งที่ผ่านอ้อคนนี้ขอนานแล้วถึงเวลาให้สักทีไม่จริงอย่างนั้นหรอกไม่ต้องขอทำเอาประพฤติเอา คนที่ไหนก็พระพุทธเจ้าที่สำรองอย่าไปติดอย่าไปอัดอย่าไปฝันอย่าไปฝังอยู่ถ้าสังคนเดียวก็สังโยชน์ชนะใหญ่เลยปกติเป็นทุนเลยสังโยชน์ไปใหญ่เลยต้องอสังต้องไม่มีเพราะน้ำยาให้เป็นยอดชนะอย่าให้มันยาวยืดยากไปอย่าให้มันมีหยุดยาฉันไม่มียอดชนะก็ต่อไปสิยอดชนะน่ะคือยอดล่ะอย่าเอาไปด้วยยอดชนะอย่าเอายืดไปเรื่อยๆเรียกว่ายอดชนะเพราะงั้นถ้ายังมีสังแล้วก็เป็นสังโยชน์เข้าไปเลยยิ่งเลิกกันใหญ่ไม่ได้เลือกเพราะฉะนั้นต้องสังฆะทำบุญไม่มีสวรรค์ใครมาเปล่าร้องว่าทำบุญนะแล้วจะได้สวรรค์จากเมืองฟ้าเมืองอินอะไรนะนั่นเอาลัทธิของศาสนาอื่นเข้ามาพูดเพราะพระพุทธเจ้าไม่สอนเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าสอนพระคาถาท่านสอนสักพระคาถา สอนให้เลิกติดเลิกยศไม่ให้มีแม้กระทั่งสวรรค์ไม่มีแม้กระทั่งสวรรค์โดยสัจจะพาสัจจะสภาวะมันมีสวรรค์แต่เราอย่าไปติดสวรรค์อันนี้สำคัญอาตมาที่พูดยาวหน่อยเพราะว่าติดกันเหลือเกินทำอะไรนี่อาตมาก็ทาได้เลยนี่มันนั่งพนมปิดทองกันอยู่เนี่ยรับรองเลยติดเข้าไปที่ไม่เป็นไรนี่อยากจะทำทานทำทองอะไรก็ทำไปเถอะไม่เป็นไรหรอกแต่ไม่ต้องไปนั่งภาวนาปวารณาอะไรก็ไม่ต้องไม่ต้องไปเสียเวลาเลยจะติดน่ะพระพุทธรูปเพราะอะไรพี่ติดพระพุทธรูปเอาทองติดเข้าข้างหน้าพระพุทธรูปองค์นี้ก็จะกลายเป็นทองไปเลยเป็นทองเต็มไปเลยนี่ก่อนก่อนหน้านี้เขาก้อนดินหรือก้อนอะไรที่เข้ามาติดก้อนดินใช่ไหมหินเหรออ๋อหินเจียรแล้วก็มาติดหน้าก้อนหินก้อนหินเนี่ยเอาทองติดเข้าไอ้หินลูก มันจะกลายเป็นทองมันก็จะกลายเป็นรูปทองไปนั่นแหละอ้าวแล้วเราเห็นดีเห็นชอบว่าเออดีนะถ้ามันเป็นหินที่มันไม่สวยถ้าเอาทองไปติดมันจะสวยขึ้นอ้าวยินดีที่จะไปติดกับเขาเอาที่เข้าไปสิไม่เป็นไรนี่เพราะอะไรเพราะเพื่อว่าเราจะได้เอาลูกนิมิตไอ้นี่ไปให้เป็นแทนที่จะเอาลูกหินไปฝังลงไปในบ่อในหลุมอะไรที่จะขุดกันนะก็เอาลูกทองไปฝังมันก็โก้ดีกว่ากันแฮะอ่าลูกทองก็ลูกหินกู้ก็กันเยอะเลยก็เอาที่ถ้าเราเห็นดีด้วยว่าเราจะเอาไปติดแต่เราก็ทำไม่เป็นไรแต่ไม่ต้องไปที่ได้สาธุขอมาฝังลูกนิมิตอันนี้ขอให้ร่ำรวยมหาศาลคอยได้อะไรจะรวยที่ไหนก็ซื้อทองไปนั่น 5 บาทก็ติดลูกนิมิตไปก็เสีย 5 บาทซะแล้วก็ชิบหายไปแล้ว 5 บาทมันจะไปได้อะไรตรงไหนล่ะทีนี้อยากจะได้อะไรมาก็ไปทำงานน่ะสิถ้าทำงานแล้วมันถึงจะได้มาอยู่ดี บุญ 5 บาทไปติดลูกนิมิตแล้วติดทองลูกนี้วันที่ 5 บาทแล้วนะซื้อทองปิดแล้วนอนฝันเลยสบายฉันทำบุญแล้วอีกไม่ช้าไม่นานแล้วสวรรค์จะส่งอะไรมาให้ฉันฉันจะรวยมหาเศรษฐีเชิญเลยอธิบายคำว่านิมิตซะหน่อยนะครับนิมิตรเหรอคำว่านิมิตหมายความว่าสิ่งที่ตั้งเกิดขึ้นมาแล้วเป็นรูปเป็นรูปเรียกวันนิมิตก่อนที่จะเป็นนิมิตมันมีประณีตปะก่อนนะมีปฏิปทาหมายคำว่าก่อขึ้นมาตั้งขึ้นมาพอตั้งขึ้นมาแล้วมันก็เป็นสิ่งนั้นแหละตามที่เป็นนามธรรมยังไม่เห็นรูปชัดเห็นได้ด้วยเฉพาะคนที่มีปัญญาหน่อยเท่านั้นจะเห็นเพราะฉะนั้นคนที่ไม่มีปัญญา ก็ไม่เห็นได้ง่ายๆมันเป็นของยากเรียกว่าปราณีหิตะเมื่อตั้งปณิธานนี้ขึ้นมาหลายๆประณีตคือตั้งขึ้นมาตั้งขึ้นมาตั้งขึ้นมารวมกันเข้ามันก็เป็นก้อนสมมติว่าอธิบายทางโลกสมมุติว่าเรามีเศษที่ผมอยู่อันนึงเสร็จนิดเดียวเศษฝุ่นอยู่อันนึงแล้วก็เอาเศษส่วนนั้นมาเก็บใส่กล่องเอาไว้แหมนี่เศษผงวิเศษแต่ใส่กล่องของเราไว้เราเห็นของเราเองคนเดียวนะเราเห็นของเราเองคนเดียวเลยใส่กล่องของเราไว้ใส่กล่องปิดไว้อย่างดีเลยแล้วคนอื่นนะไม่เห็นมาขอดูว่าได้อะไรไว้ให้ผมวิเศษแต่ผมวิเศษใส่ในกล่องไว้แล้วก็เอาผงวิเศษใส่กล่องไว้ทำไมคนอื่นดูคนอื่นตามไม่ดี ไม่ดีเท่าเราไม่เห็นมีอะไรนี่ไม่เห็นก็ไม่เห็นไม่เป็นไรแต่เราเห็นเรารู้ว่าเราได้มีไว้แล้วเราได้เอามาแล้วเราได้หามาแล้วเราได้สร้างขึ้นแล้วสิ่งนี้เป็นประณีตของเราเป็นที่สร้างขึ้นแล้วเรามีของเราแล้วจริงๆคนอื่นไม่เห็นด้วยก็ช่วยไม่ได้หรอกคนอื่นเขาไม่เห็นแต่เรารู้เราเห็นนี่เรียกว่าฟันหักเมื่อเราเอาฝุ่นนี้สะสมก็เป็น 2 อัน 3 อัน 4 อันก็รวมตัวกันเข้าเกาะรวมตัวกันเข้าจนกระทั่งโตขึ้นมาแล้วเราให้เพื่อนคนนี้ดูอีกใหม่เห็นไหมเห็นแล้วเป็นรูปที่มันก่อรูปร่างขึ้นมาโตขึ้นมาจากประหลาดนี่แหละเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาจนชัดเราเรียกมันว่าเราเรียกขึ้นว่าเป็นนิมิตเพื่อนสมมุติว่านาย ตอนนี้เห็นแล้วแต่ก่อนเป็นวันนี้อากาศในกล่องมันเคยมาดูกับเราไม่เห็นแต่พอเราสร้างขึ้นมาสัก 4-5 ตัวรวมกันเข้าแล้วไอ้ฝุ่นอันนี้มันชักเป็นก้อนโตขึ้นมานิดหน่อยได้ก่อเห็นได้เออนี่เป็นรูปนิมิตแล้วเป็นนิมิตแล้วสำหรับเราสำหรับเรานะเป็นลูกนิมิตแล้วแต่ว่าในกรณีที่เห็นอันนี้เป็นประเด็นต่างๆนะแล้วก็ไอ้นี่เป็นประดิษฐ์มีความสามารถเห็นได้แล้วเออเห็นแล้วเออไม่ได้มาจากไหนที่ผมอันนี้สีนวลๆนะออกเหลืองหน่อยๆเห็นเป็นปัญหาในขอตาถั่วกว่าในกองมาดูบ้างมาดูอันนี้นะมาดูรูปนิมิตของนายนายคนนึงที่คนคนแรกอ่ะ ถือเป็นนิมิตแล้วเป็นรูปประธรรมชัดๆแล้วในกอถึงเห็นตามนายกเพิ่งเห็นเนี่ยนายกเป็นปฏิปักษ์ยังไม่เป็นรูปนิมิตชัดยังเป็นหลังๆอยู่ส่วนไหนขอตาถั่วอีกมาดูประดิษฐ์จากของในคอที่เห็นในคอที่เห็นเนี่ยอะไรอ่ะฝุ่นพิเศษผงพิเศษเห็นมั้ยไม่ขอดูนะดูเราก็ไม่เห็นดูยังไงก็ไม่เห็นไม่รู้ไม่เห็นน่ะจนกระทั่งจะรวมอุบัติเหตุปากของนายก่อนนี้เป็นก้อนขึ้นอีกโตพอสมควรขึ้นมาอีกใหญ่กว่ารูปนั้นขึ้นมาชัดแล้วได้

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน