150000 สัมมาทิฐิสูตร-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2515 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์107 KB
วันที่แก้ไข16 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์และอบรมธรรมะภาคเช้าที่ธรรมสถานแดนอโศกวันนี้ได้นำสัมมาทิฏฐิสูตรมาบรรยายดังที่จะได้รับฟังต่อไปนี้ได้เรียนรู้ในเรื่องของความลึกซึ้งเข้าไปมากยิ่งขึ้นแม้แต่เมื่อวานนี้เราก็ได้เรียนรู้ถึงส่วนของจิตที่เป็นอุปกิเลสวันก่อนนี้เป็นผลผลิตทั้งสิ้นตั้งแต่จิตที่เป็นอภิชาวิศวะโลภะกลายเป็นจนกระทั่งแขนงของทางโทรศัพท์โคตรทีเด็ด แจกแจงภาษาเน้นให้เห็นชัดว่ามันมีโคตรและมีตระกูลมีลูกที่เป็นเรียงระดับร้อยเรียงเข้าไปเป็นระดับระดับเพียงแต่พยายามแจกแจงไปตามที่สามารถที่จะพูดได้แล้วแล้วเราก็จะต้องล้างต้องเผาต้องผลาญออกให้เศษเสี้ยวของโทรศัพท์โคตรอยู่ในจิตไม่ได้นั่นเป็นจุดหมายที่สำคัญที่สุดให้โทรศัพท์โคตรทั้งหมดไม่ว่าลูกเล็กลูกน้อยลูกอ่อนลูกเบาลูกบางขนาดไหนลูกศิษย์ต่างๆที่เป็นสายของโทรศัพท์โครตตั้งแต่พยายามบาทโกทาปัญหาไล่เรียงไปจนกระทั่งถึงธรรมประมาณนั้น ไปถึงขั้นนั้นเราจะล้างออกจากจิตของเราให้มันเป็นผู้ที่มีจิต Choice แล้วจิตของเราก็เบิกบานสดใสอยู่เป็นผู้ร่าเริงแม้จะมีโสมนัสสักตังค์ก็ยังเป็นจิตที่ยังเรียกได้ว่าเราพ้นทุกข์ฟังคำว่าพ้นทุกข์ให้จริงเพราะฉะนั้นคนที่ยังมีทุกข์เป็นคนเจ้าทุกข์นั้นเราจะต้องเข้าใจสภาพทำให้ได้ว่าคำว่าเจ้าทุกข์หรือสภาพทุกข์นั้นคือความมันไม่มีสุขเมื่อไม่มีสุขแล้วแล้วเราเองเรายังไม่เข้าใจรายละเอียดของเจ้าทุกข์เล็กทุกข์น้อยเจ้าอะไรต่ออะไรไปหมดเพราะฉะนั้นเราเป็นผู้ปฏิบัติธรรมเมื่อเป็นผู้ปฏิบัติธรรมแล้วเรายัง เป็นคนเจ้าทุกข์มีแต่ทุกข์มันอับมันอัดมันแน่นมันขัดมันเคืองมันอึดอัดกระวนกังวานลำบากลำบนรำคาญหงุดหงิดอะไรอยู่ต่างๆนานานั้นเรียกว่าเราปฏิบัติธรรมไม่รู้รากฐานจิตทำจิตให้สู่สวรรค์ก็ยังไม่เข้าใจทำจิตให้สู่นิพพานก็ไม่เข้าใจจิตที่เป็นสุขเรียกว่าสวรรค์สวรรค์สวรรค

อ่านต่อ

์สวรรค์สวรรค์เป็นที่พักสวรรค์ที่สูงสุดเรียกว่าสวรรค์ชั้นสุทธาวาสมีอุเบกขาเป็นยอดแห่งสุขสวรรค์ชั้นสูงสุดทำให้ยังมีปิติก็ยังเป็นสวรรค์มีปราโมทย์ก็ยังเป็นสวรรค์มีความร่าเริง โดนใจไม่หดหู่ไม่อับเฉาไม่ท้อแท้ถดถอยอย่างนั้นก็เรียกว่ายังเป็นผู้ที่ยังมีสวรรค์ถ้าเราไม่ทำจิตให้พ้นจากความอับเฉามาเป็นประมุขอย่างมาเป็นจิตที่ปลอดโปร่งสบายสบายเป็นจิตที่ยังมีอารมณ์ไปในทางโสมนัสสหกรรมถ้าเราไม่มีอย่างนี้เราไม่รู้แจ้งในหลักธรรมไม่รู้แม้สวรรค์และไม่รู้แม้ทุกข์หรือณรงค์เพราะฉะนั้นเราจะต้องล้างนรกให้ได้ก่อนอื่นเรียกว่าสบายแม้จะเป็นสวรรค์ก็ยังเรียกว่ามันเป็นเชื้อจริงเป็นเชื้อในการที่จะหลงตัวหลง ไม่เข้าใจตัวสวรรค์รักสวรรค์ติดสวรรค์ก็จะเป็นเหตุสร้างโฉมโลภะเป็นเหตุแห่งโลภะแล้วก็จะทำให้เราเกิดผลเป็นตัวเป็นตนเกิดโทสะโมหะขึ้นไปได้ในอนาคตเหมือนกันก็จริงแต่เราต้องรู้ทุกๆระดับของฉันที่เราจะปรับจิตของเราให้สู่จิตเป็นประมุขทะยังปรับจิตให้เป็นศูนย์ในการปราโมทย์ปิติอยู่ในความเบิกบานซะก่อนถ้าไม่อยู่ในความเบิกบานแล้วเราก็จะเป็นทุกข์เป็นเจ้าทุกข์ไม่หมดทุกข์แม้เราจะอยู่ในภาวะตับบาตรทำอยู่ในการบำเพ็ญอย่างไรอดทนฝืนกลั้นอย่างไรก็ตาม เราก็จะต้องรู้ว่าเราก็จะต้องมีความเอิบอาบมีความเอิบอาบหรือว่ามีจิตใจที่ยังมีศรัทธามีความผิดติดใจอยู่ในตัวว่าเรากำลังทำงานเหมือนคนทำงานนี้เมื่อยแสนเมื่อยแต่ก็ยิ้มเมื่อยอดทนร้อนอึดอัดเหมือนกันลำบากเหมือนกันแต่ก็ยังยิ้มได้เพราะเรารู้ว่านี่เป็นของดีนี่เป็นการงานที่เราทำเป็นศีลสิกขาจิตสิกขาปัญญาสิกขาเป็นสิ่งที่เราจะกระทำเพื่อให้ได้ผลเราหวังผลเราเห็นผลเรามีจิตโน้มน้อมจำนงหมายมีสัญญากำหนดหมายกำหนดความสำคัญนั้นไว้แล้วรู้อยู่ว่าไอ้นี่เป็นมรรคเข้าวิธี เป็นทางที่จะกระทำพระผู้ใดแม้ที่จะปฏิบัติยังมีธรรมะจิตยังมีขันติจิตจะมีการข่มขืนยังมีการอดทนอยู่ปานใดปานใดเราก็ยังมีความเอิบอาบไม่หม่นหมองไม่ทรมานทุกอึดอัดท้อแท้ไม่ท้อแท้เพราะฉะนั้นเมื่อจิตของเรามันท้อแท้แสดงว่าเราเกินภูมิหรืออยู่ในสภาวะที่เราไม่เข้าใจสภาพมัชฌิมาไม่เข้าใจว่าจะมาเราฝืนทนนิดหน่อยว่าฝืนทนอยู่ในกำลังในภาระอินทรีย์ของเราเสร็จแล้วเราก็จะต้องมีความมีอารมณ์อย่างที่ว่าเนี่ยอารมณ์ยังมีความประหลาดใจมีความยังมีความหวังหรือมีความจำนงมีอาการ มีอาการเขยยะมีความจำนงรู้เลยว่านี่เราก็ทำกำลังทำอยู่อย่างนี้นี่เป็นบทของบริบูรณ์ด้วยศีลเป็นบทที่บริบูรณ์ด้วยเป็นคำสมถะอยู่แล้วก็ไม่ห่างเหินไอ้ชาญเป็นสภาพฌานเป็นสภาพวิปัสสนาเพื่อไปถึงเส้นสุญญตาแล้วเราก็จะกลายเป็นผู้ที่สมในที่เราห่างกันขาไว้อาการเขย่าไว้จำนงหมายไว้สำคัญมั่นหมายไว้มันจะเป็นผลให้ได้อย่างนั้นจริงๆสภาพที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ในขณะนี้พวกเรานี่หลายๆคนกำลังมีโรคอันนี้โรคอันไม่สบายท้อแท้ถดถอยหดหู่ใจแต่สภาพของ ผีนะมิตรพระที่ละเอียดขึ้นสูงขึ้นคือความหดหู่ท้อถอยหงอยเหงาเสื่อมซึมไม่เบิกบานไม่ร่าเริงไหมเอ่ยปากอยู่ในบทปฏิบัติอยู่ในสภาพไหนก็ตามแต่เราไม่ขี้คลายมีแต่ตกจมลงจมลงจมลงจมลงจมลงและสุดท้ายเราก็จะแย่จะกลายเป็นโทสะขี้หงุดหงิดรำคาญแล้วก็รำคาญรำคาญขี้กังวลขี้หงุดหงิดกลายเป็นคนขี้โมโหคนขี้โกงเป็นคนขี้โกรธอะไร อะไรหน่อยก็ไม่ได้มันก็กลับไปสู่โทสะโลภะอย่างเก่ามันก็ไม่มีอะไรธรรมะมันจะเวียนวนอยู่อย่างนี้ตลอดกาลเพราะฉะนั้นเราจะต้องแก้ไขอันนี้เราจะต้องพยายามเรียนรู้อันนี้เหตุเกิดมาจากโมหะเหตุเกิดมาจากโมหะคือความไม่รู้ความไม่เข้าใจไม่เข้าใจว่าขณะนี้จิตเราเป็นอะไรจิตเราท้อแท้ถดถอยจิตเราหดหู่เพราะอะไรเพราะเรา 1 เราไม่รู้อะไรเพิ่มขึ้นความไม่รู้ไม่รู้ในอะไรไม่รู้ในร่างของจิตมี 2 เท่านั้นคือโลภะโทษโดยเฉพาะไม่รู้ในโทรศัพท์โทษมันจะกลายเป็นอะไรต่ออะไรไปหมดเลยในสภาพ พญาปลาทะลบหรูดูหมิ่นเกิดอะไรต่ออะไรขณะนี้ในสภาพธรรมในที่นี้เนี่ยจะเห็นบทบาทของโทสะโคตรชัดที่สุดจะเห็นบทบาทของโทสะโคตรคือวัตถุธรรมวัดธรรมที่เราเรียกเป็นสายมาตั้งแต่พยาบาทโกธะอุปสรรคพยาบาทปองร้ายโกธะคือโกรธนี่เขาเรียกว่าโกรธที่จริงมันก็มันไม่แพงถึงขนาดนั้นอุปมาผูกโกรธพระเคืองน่าจะใช้คำว่าเคืองแค้นอบตหมายความว่าผูกเคืองผูกแขนมักขะลบหลู่คุณท่านมันจะเกิดนี่สายลูกจิตจะเป็นอย่างนี้ไปเสมอเพราะบทบาทที่เกิดอยู่เป็นสภาพธรรมที่เป็นอยู่นี้มาจากอนุ พรุ่งนี้มาจากโทรศัพท์มูลนิธิพวกนี้หรือโทรศัพท์โคตรมาจากมูลรากเหง้าของโทรศัพท์โคตรนี้แล้วก็เกิดโรคจิตขึ้นมามาเป็นอารมณ์พรุ่งนี้เพราะมันปองร้ายอยู่พยาบาลอยู่มันจึงเกิดความคุ้นเคืองแค้นแล้วมันก็ผูกเครื่องคุณเคืองแค้นต่อไปอีกมันจึงกลายมาแสดงผลลบหลู่คุณท่านเป็นมัคคะเมื่อลบหลู่คนท่านแล้วไม่พอมันจะกลายเป็นปลาร้าสับยกตนเทียบเท่าไม่อาจจะมันจะลงไปหากูกูจับลิงไปเลยแล้วก็ไปสู่สายโทรศัพท์โคตรลึกไปเลยเพราะเราก็จะจบแค่นั้นถ้าเรารู้ว่าทางนี้ยังจะมีที่ไปเราต้องตัดต้นเหตุคือสีน้ำมิทานิก่อนคือความหดหู่ท้อแท้ใจดักดานลงไป ซึมเศร้าลงไปมันเหงาหงอยลงไปมันไม่เบิกบานเลยต้องแก้ตรงนี้ซะก่อนด้วยการเผาล้างปรับจิตปรับจิตปล่อยจิตที่มันอยู่ที่ตัวเองมันจะอยู่คนเดียวมันจะอยากอยู่คนเดียวมันจะไม่เอาอะไรมันจะไม่อยากกระทบสัมผัสอะไรนี่ก็ทีนะมีทางอยู่คนเดียวมันไม่อยากจะคบกับใครมันไม่อยากจะอะไรยึดจุดนั้นแหละแล้วมันก็หาทางออกของมันเองสุดท้ายมันจะได้ทางออกก็เป็นอันติมานะเป็นไทยแก่ตัวเลยอยู่คนเดียวโดดเด่นไม่เกี่ยวกับใครเป็นเดือนละทีตอนจบของเดือนละทีจึงเป็นอติมานะเป็นอัตตะกินเลยมาถามเป็นประมาณกับมัน ไม่มีประโยชน์โลกทำตนเป็นท่อนแทงแล้วไม่สูญสิ้นยังมีเชื้อมีรากเหง้าของโทสะอย่างนี้อยู่ไม่จบเกิดใหม่มีปัจจัยเมื่อไหร่เกิดใหม่ทำปากยึดอยู่ที่นั่นแล้วก็อยู่อย่างนั้นแหละถ้าเกิดอะไรอีกเป็นปัจจัยนะกลายเป็นกวนหรือว่ามีอะไรเกิดอุปสรรคควรขึ้นมามีอะไรโผล่ขึ้นมาก็จะเกิดกลายเป็นโทสะเพราะโมหะเป็นรากเหง้าเพราะเราเองเราจะต้องรู้จะต้องเกิดญาณเราพูดอยู่ทุกวันนี้ก็พยายามที่จะให้ไปปริญญาที่เอาไปเทียบเคียงสภาพจิตอธิบายไล่เรียงออกไปเสมอเป็นยานหรือเป็นความรู้หรือความมีในจิตกำลังใส่ความมีให้แก่เด็กๆของพวกคุณ ความพยายามเติมส่วนชาญเมื่อวานนี้เราก็เรียนแล้วฌานคือการเผาล้างชามหรือชานั้นคือความไม่มีในจิตคือความวางหรือความเผาทำลายไปคือวิมุตคือความไม่ติดไม่คล่องอยู่ผู้ใดไม่มีความติดข้องผู้ใดไม่มีความคล่องความกังวลกังวลไม่มีรากเหง้าของโมหะโทสะอะไรพวกนั้นผู้นั้นได้มีมดได้เผาทำลายทุกไปแล้วเป็นความวางเป็นความปล่อยจิตในความไม่มีในจิตการเกิดของชาญหรือการเกิดของความไม่มีในจิตก็คือการทำลายการเผาการล้างการทำให้หมดทำให้สิ้นในสิ่งที่เรากำหนดรู้แล้ว จะไม่มีในจิตเป็นการกำหนดรู้ชัดๆเลยว่าจะไม่มีในจิตในสิ่งนั้นเพราะฉะนั้นตัวทุกข์ตัวที่ว่านิสัยโทสะนี้ต้องเอาออกสายโทรศัพท์โคตรให้มันเบิกบานแจ่มใสขึ้นมาก่อนร่าเริงเป็นปราโมทย์เป็นปิติอย่างดีมันจะได้เร่งเร้าหรือชักจูงให้เราทำงานให้เราพากเพียรให้เรามีอุทฐานะขึ้นไปได้อีกถ้าเรายังไม่จบแต่ถ้าคนจบแล้วมันก็ไม่มีอะไรมันก็เฉยเบิกบานเป็นพุทธะเบิกบานรูดตื่นพุทธก็คือเบิกบานแจ่มใสอยู่รู้ตื่นเป็นผู้รู้ผู้ตื่นจริงๆเป็นอย่างนั้นจริงๆนะเพราะฉะนั้นผู้ใดที่มีอาการหดหู่ตัวจิตตัวเองมีอาการท้อแท้มีอาการเงาไม่อยากเห็นไม่อยากคบไม่อยากจะเข้า พบอะไรก็ไม่ได้แม้แต่หมู่ฝูงขนาดชนชั้นพวกเราก็เข้าไม่ได้ก็จะเข้าไปป่าหรือเข้าไปหาชาวบ้านชาวช่องอื่นๆที่แย่ยิ่งกว่าไม่ใช่หมูไม่ใช่กลุ่มมันก็จะมีอาการอย่างนี้เกิดขึ้นก็ตรวจให้ดีนะจะออกป่าออกเขาหรือว่าจะเข้าบ้านเข้าเรือนเข้าหมู่บ้านเข้าไปสู่สังคมอื่นที่ไม่ใช่สังคมนี้มันเกิดการเบื่อมันเกิดการทำคานนั่นเองและจิตตัวพวกนั้นมันสายโทรศัพท์ออกโทรศัพท์โคตรทั้งนั้นเพราะฉะนั้นการเกิดฌานหรือการเกิดของความไม่มีในจิตก็คือการทำลายการเผาการล้างการทำให้หมดในให้สิ้นในสิ่งที่เรากำหนดรู้แล้วว่าจะไม่มีในจิตอันนี้แหละคือตัวนี้ก่อนพอพ้นโทรศัพท์โคตร พ้นอันนี้แล้วเราก็จะมีสวรรค์เป็นอย่างน้อยคือมีความเบิกบานสดใสมีความแจ่มร่าเริงแจ่มสดอยู่อะไรล่ะที่เราหมายเราหมายใจจะไม่ให้มีในจิตเพราะสิ่งที่จะไม่มีนั้นเราต้องรู้แจ้งจริงๆว่าไม่ดีรู้ชัดแท้ๆว่าชั่วแล้วก็ทำการจับให้มั่นคั้นเอาแต่เฉพาะส่วนนั้นๆให้แม่นให้ถูกตัวให้ละเอียดจริงๆไม่ใช่ว่าอะไรอะไรก็จะไม่ให้มีไปหมดทั้งของดีส่วนดีก็จะทำลายจะเผาจะล้างจะทำไม่ให้มีไปหมดนั้นไม่ใช่เราจะต้องรู้อย่างนี้การรู้เช่นนี้เข้าใจได้อย่างนี้แหละคือการเกิดญาณมันซ้อนกันมันทำงานเกี่ยวกับการ บ้านเกิดหยังคือการรู้รู้อะไรรู้สิ่งที่เราจะฆ่าเราจะดับเราจะทำลายเราจะเผาซะก่อนเผาแล้วเสร็จเผาได้เป็นฌานจริงก็เป็นผู้อยู่สุขพอเผาได้ก็เป็นชาญจริงก็เป็นผู้อยู่สุขเพราะฉะนั้นชายแม้ตั้งแต่ชาติที่ 1 ปฐมฌานไปจนถึงกี่ชั้นก็ตามแต่ถึงฌาน 4 ก็เป็นผู้อยู่สุขทั้งนั้นเลยฌาน 4 ไปก็เป็นผู้อยู่สงบระงับยิ่งขึ้นสุดท้ายมันจะอ่ะกินจันทร์เป็นอสัญญีสงบระงับจะไม่มีอะไรเลยดับสนิทไปอีกแต่พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ได้เรียกว่าเป็นเป็นสิ่งที่เป็นไปเพื่อความอยู่สุขถึงไม่ได้เรียกว่าคิดจะทำสุขวิหารีท่านจึงเรียกแค่ว่าสันป่าวิหารราศาลตาเป็นความสงบระงับเพราะงั้นอรูปฌานจึงเป็น ไปเพื่อความสงบระงับยิ่งเท่านั้นเองส่วนเป็นไปได้อยู่สุขอุเบกขาเป็นสุขสูงสุดและปลายของอุเบกขาคือหมดทุกข์หมดสุขนั่นแหละคือฐานของนิพพานรู้ตรงกลางให้ดีนะถ้าไม่งั้นเลยเถิดไปเป็นอรูปฌานนั้นเดินเถิดไปเป็นอัตตาปักดินจบติดดับมากเกินไปเราเองเป็นคนมีจิตรู้เป็นคนมีอยู่ในสภาพสว่างในความเกิดอยู่โดยสมมุติเราก็จะอยู่ในตัววางกลางของการมีจิตรู้มีความเกิดอยู่มีความสว่างไสวไม่ใช่ดับมืดมอดดับไปจนกระทั่งสันติสงบระงับไปเงียบไปเลยเป็นอาจกินกันอะไรนิดนึงน้อยนึงก็ไม่มีไม่ใช่อย่างนั้นต้องรู้ให้ชัดโดยชาวบ้านเราจะอยู่กึ่งกลาง มัชฌิมาเครื่องกลางเราจะทำสภาพจิตให้อยู่กึ่งกลางให้ชัดเพราะอะไรล่ะเราจะเผาจะล้างจะทำลายระดับที่ 1 ก็คือสายของโทรศัพท์โคตรเพราะมันเป็นทุกข์ดับให้หมดนะกายกับจิตเป็นของไม่ดีหรือก็เปล่ากายก็คือรูปขันทำลายมันทิ้งซะเพราะว่ามันยังไม่ดับแล้วถ้าทำลายกายฉันหรือดับ 0% ก็โง่ไปมันไม่ดีเหรอมันก็ดีนี่นะมันก็เป็นไปโดยสภาพของสมมุติอย่างนี้ก็ดีอยู่แล้วจิตไม่ดีหรือเปล่าก็เปล่าก็ดีจิตมันก็ดีนี่นามันก็รับรู้ของมันได้แต่เราโง่ที่ไม่มีสิ่งที่มันทำให้เราทุกข์ทำให้เราก่อเกิดทำให้เราวุ่นวายมากนัก เกินขอบเขตไม่อยู่ในความเป็นกลางไม่อยู่ในความที่เป็นประโยชน์กายกับจิตเป็นของไม่ดีหรือก็เปล่ามันก็ดีกามพยาบาทถีนมิทธะพระพุทธเจ้าและวิจิตรอิจฉาอันเรียกกันว่านิวรณ์กิเลสนั่นต่างหากที่ไม่ดีที่เป็นสิ่งชั่วซึ่งเป็นสิ่งมีอยู่ในจิตอันนี้ต่างหากล่ะที่เราจะไม่ให้มีตั้งแต่การพยาบาลที่เราจะไม่ให้มีผู้จะหมดสิ้นนิวรณ์ทั้ง 5 ประการดังกล่าวนี้ก็ต้องเป็นผู้บำเพ็ญให้เกิดจรณะข้อ 12 ไปจนถึงข้อ 15 ที่เรียกว่าฌาน 1 ฌาน 2 ชั้น 3 ชั้น 4 ให้เกิดไปเรื่อยๆ คือสภาพแห่งการติดของจิตของใจทั้งนั้นเรียกว่าจิตนิยมภาษาสมัยใหม่เขาเรียกว่าจิตนิยมแต่เขาไม่เข้าใจเกียรตินิยมอย่างที่ว่านี้นะเขาเข้าใจจิตนิยมไปในทางอะไรก็ไม่รู้นิวรณ์ทั้ง 5 นั้นคือสภาพแห่งการติดของใจทั้งนั้นความไม่รู้ว่าใจเราติดหรือว่าเราเป็นทาสใจตนเองโดยหลงสังเวยใจตนเองด้วยด้วยด้วยด้วยด้วย 1 กามคุณเราต้องเปิดใจตนเองได้ 1 กามคุณคือสภาพของโลภะตามพระคุณนี่คือสภาพขององค์พระใคร่อยากตำหนักต้องการเอาเรียกว่าโลภอยากได้อยากเอาอยากมีอยากเป็น 2 เราต้องโดยใจของตนเองด้วยพยาบาทคือสภาพโทรศัพท์ ผลักดันอึดอัดอะไรก็ทำให้มันอยู่เรื่อยๆเพราะงั้นอย่าทำถ้าใครรู้ข้องจิตของเรามันหม่นหมองมันอะไรพยายามตัดออกก่อนเปิดออกไปก่อนเลยหยุดไปก่อนเลยเลิกล้างออกไปให้ได้ก่อนโทรศัพท์เป็นรากเหง้าแห่งความทุกข์แท้ชัดเจนพยาบาล 3 ที่นั่งคือสภาพของโมหะหรือความไม่รู้หรือจิตที่หนีห่างไกลความเข้าใจในสภาพโลภะโทสะออกไปอีกเรื่อยๆจิตมันโง่มันไม่รู้อะไรมันไม่รู้หรอกว่าโทรศัพท์มันไม่รู้สภาพของโลภะโทสะนี่แหละไม่ใช่อื่นมันไม่รู้ไปเรื่อยๆจึงจะยิ่งเบียดเบียนโลกเบียดเบียนตนด้วยโลภะด้วยโทรศัพท์ทับทวีขึ้นเรื่อยๆมันจะเบียดเบียนตนเบียดเบียนโลกขึ้นไปเรื่อยๆด้วยความไม่รู้นี่แหละรวมค่าโทรศัพท์ และ 4 วัฏจักรกุกกุจจะคือสภาพของโลภะกับโทสะที่รู้ยากยิ่งกว่าโลภะโทสะธรรมดาธรรมดาชัดๆหรือโลภะโทสะที่ละเอียดขึ้นเป็นสภาพลึกซ้อนเข้าไปอีกพุทธวจนนี้มันก็ไม่ใช่อะไรมันก็โลภะโทสะนั้นเองที่มันลึกซ้อนเข้าไปอีกละเอียดขึ้นไปอีกสุขุมขึ้นไปอีกถ้ายังไม่รู้จริงคือกำหนดชัดลงไปไม่ถูกตัวถูกตนของสภาพจิตคือยังไม่มียังไม่เกิดปัญญายังไม่เกิดสัญญาเวทยิตนิโรธสภาพธรรมตรงนั้นน่ะมันเรียกว่าสัญญาลงไปแล้วสัญญาเลย ถามแม่ไม่รู้ในภาษาไม่รู้ในรถติดก็เกิดการรู้จริงแล้วอ๋อจิตอย่างนี้เองเป็นโลภะอยู่น้ออย่างนี้เป็นโทสะอยู่น้อรู้จริงๆจึงเรียกว่าเกิดสัญญาเวทีกีตะถ้าผู้ใดจะเพิ่มปฏิสัมภิทาญาณมารู้ภาษาเพิ่มใส่เข้าไปอีกก็จะมารู้ทีหลังถ้าใครรู้มาก่อนแล้วเอาภาษานั้นไปเทียบเคียงกับชื่อเป๊ะๆๆได้ก็ได้เหมือนกันแต่สัญญาว่าจะยึดหลักที่มีนิรุตติที่มีภาษาผสมเข้าไปทันทีอ่าก่อนถ้ายังไม่รู้จริงความกำหนดชัดลงไปไม่ถูกตัวถูกตนของสภาพจิตที่เรียกว่าอยากได้อยากมีอยากเป็นอยากเสพและการเมื่อได้มีเมื่อมีเมื่อเป็นเมื่อเสพก็สมใจในลักษณะหนึ่งเรียกว่าโรคพระ สมใจหรือล็อคพลาสติกสมใจสำเร็จความใคร่สำเร็จความสมญาเรียกว่ารับพลาสติกหรือรับพระเอกก็ร่างเงาของโลภะนี่แหละก็ตัวโลภะพอได้สมใจเขาเรียกว่ารักพลาสติกหรืออยากผลออกไม่อยากได้ไม่อยากมีไม่อยากเป็นอยากทำลายและท่านเมื่อได้ผลักออกเมื่อไม่ได้เมื่อไม่มีเมื่อไม่เป็นเมื่อได้ทำลายก็สมใจไปอีกลักษณะหนึ่งเขาเรียกว่าโทสะพวกนี้ไปในสายการประหารการฆ่าผลของสภาพที่เป็นอยู่แล้วแล้วเราอย่างนี้แหละคือมันไม่รู้ในสภาพอยากได้อยากมีอยากเป็นอะไรก็ไม่รู้ไม่อยากได้ไม่อยากมีไม่อยากเป็นอะไรมันก็ไม่รู้มันไม่รู้ไม่รู้ไม่รู้ไม่รู้ไม่รู้ไม่รู้ไม่รู้ไม่รู้ไม่รู้ไม่รู้ไม่รู้ไม่รู้อยู่อย่างนั้นแหละเลย เพิ่มขึ้นไม่รู้ในโทรศัพท์เพิ่มขึ้นเป็นการหยุดอยู่เราจะหยุดอยู่แล้วก็มีแต่ตัวเธอเมื่อมันหยุดอยู่มันไม่รู้โลภะโลกเราจะศึกษาอะไรไม่ศึกษาอะไรศึกษาโรงพักกับโทรศัพท์เมื่อเราไม่รู้โรงพักกับโทรศัพท์มันก็หยุดอยู่หยุดอยู่มองหามันก็ยิ่งหนักขึ้นหนักขึ้นหนักขึ้นหนักขึ้นเพราะว่าเราไม่เติมการรู้มันก็ยิ่งปักกิ่งแล้วมันก็จะหดหู่ถดถอยจิตมันไม่ทำงานแล้วก็โมหะใหญ่ยิ่งขึ้นไปนะมันจะเป็นสภาพแบบนั้นเป็นผลของสภาพที่เป็นอยู่แล้วๆอยู่อย่างนี้แหละคือไม่รู้อย่างนี้แหละโดยผู้นั้นอ่านสภาพจิตที่เป็นโลภะเป็นโทสะดังกล่าวมานั้นไม่ออกสักทีสักครั้งมันยังมะรืนอยู่จิตมีการรู้เท่าใดก็เท่าเก่าซึ่งมันลืมๆอยู่ไม่เคลื่อนคลาย ไม่เพิ่มภูมิไม่เพิ่มความรู้หรือยิ่งหลงติดหลงปักยึดความรู้เก่าหรือไม่งั้นก็ยิ่งหลงติดหลงปักยึดความรู้เก่านั้นแน่นเข้าไปอีกจิตเคยเห็นเป็นอย่างไรก็เป็นไปในทิศทางเดิมอยู่อย่างเก่าไม่เปลี่ยนแปลงบทบาทไม่มีความรู้ใหม่อะไรเพิ่มเป็นการกลับทิศทวนทางแห่งความคิดความเชื่อความยึดถือเดิมๆบ้างเลยก็เรียกว่าไม่งอกไม่เงยไม่งั้นเถอะมันไม่งอกเป็นเงยขึ้นมาเลยคือไม่มีสภาพที่จะถ้ามันกลับทิศเป็นปฏิสัมพันธ์คือทวนที่เคยไปยึดถืออย่างนั้นเห็นช้างออกไปยึดไปถือนี่เป็นโลภะนี่เป็นโทรศัพท์ไอ้อย่างนี้เรียกว่าทวนทิศกลับทางแต่ถ้าผู้ใดไม่ทั่วทิศกับทางไปรู้ของใหม่เหมือนกันมันได้รู้อะไร มันก็สดชื่นเหมือนกันแต่เติมโมหะเติมความโง่ลงไปอีกเพราะเราไม่รู้ว่าเราใส่ความโลภใส่ความโกรธลงไปอีกใส่สิ่งที่เราเองไปติดไปยึดไปใกล้ไปอย่างอยากได้อยากมีอยากเป็นหรือไม่ก็เพิ่มความเกลียดชังพยาบาทไม่อยากได้ไม่อยากมีไม่อยากเป็นในสิ่งนั้นหนักขึ้นไปอีกนั่นเรียกว่าเป็นไปอย่างโลกีย์เลอะไปเลยรู้เหมือนกันสดชื่นเหมือนกันมันสบายใจเหมือนกันเพราะมันหลงหลงหลงสดชื่นเพราะมันหลงแต่ถ้าสดชื่นเบิกบานร่าเริงแบบธรรมะก็คือได้รู้โลภะโทสะของตนที่จิตนี่เองเพิ่มขึ้นพอรู้ว่าอ๋อปิติก็ขึ้นมาเพราะได้รู้ปิติก็ขึ้นวิตกวิจารณ์นั่นเองติดแน่นอยู่เนี่ยพิจารณาดู มันแตกออกแยกออกพลาสติกอย่างนี้หนอของจิตเป็นโทสะน้อเป็นโลภะหนองทีเรียกชื่อโคตรมันจะเป็นโรคจิตขนาดก่อนขนาดบางขนาดไหนก็รู้ให้ได้แต่เพียงเรารู้ชื่อผมเรียกชื่อโคตรมันให้ฟังเพราะเรารู้ว่าอ๋ออย่างนี้อยู่ในโทรศัพท์มูลนิธิเดี๋ยวนี้ในโลหะมูลนิธิรู้มันใครจะดูอย่างนี้ก็ผิดสิก็ราดเริงแล้วก็จัดล้างก็คือจะทำชานั่นเองโดยมีสีโดยมีสมาธิโดยมีฌานโดยมีวิปัสสนาเพื่อให้มันสูญให้มันสูญยาอาคารให้มันเป็นครูเหตุตามศูนย์ยาขนาดหนังให้ได้ให้มันสูงลงไปให้มันเกิดการว่างต่างกันบ้างจากอะไรว่างจากโลภะโทสะ เพราะเมื่อมีคนโมหะเมื่อมันได้รู้ขึ้นมาไม่หลงแล้วตอนนี้มันก็จะล้างมันรู้อะไรรู้โลภะรู้โทรศัพท์แล้วก็ LINE เรียงมันจะเรียกว่างอกเงยขึ้นหรือก้าวขึ้นเพิ่มพูนขึ้นแต่ถ้าไม่เพิ่มภูมิก็เป็นโมหะมันจะดิ่งลงไปเรื่อยเลยมันจะปึกๆๆไม่รู้จะใช้ภาษาอะไรมันจะตกตะกอนออกไปไม่เบื่อจริงจังแต่ว่ามีเบื่อเป็นพักๆบางทีก็อาจจะชื่นมื่นขึ้นมาบ้างเพราะแรงโลกีย์แต่ไม่ได้รู้ความจริงนะไม่ได้รู้โลภะคืออะไรโทรศัพท์คืออะไรในจิตของเราละเอียดขึ้นไม่นายยังเข้าใจแท้ว่ามันไม่ดีจริงไอ้สิ่งนี้ไอ้จิตอย่างนี้มันไม่ดีจริงไม่เกินนี้พี่ถ่ายอาจารย์ไม่คิดเลิกไม่คิดล้างความผิดนั้นเลย จะไม่คิดเลิกคิดล้างความผิดนั้นเลยมีแต่ติดหนักดักดานลึกลับดับทึบซึมเศร้าลงหรือกระด้างขึ้นจิตมันกระด้างขึ้นมันแข็งขึ้นมันแข็งมันตกตะกอนกระด้างหรือน้ำกระด้างหรืออะไรนี่คือมันเกาะจับกลุ่มกันเข้ามันกระด้างขึ้นคือมันแน่นเข้าไม่รู้จะสวยการอธิบายภาษายังไงอธิบายภาษานามธรรมแต่ก็ใช้ภาษาของรูปประธรรมมาให้เข้าใจมาให้เข้าใจมันจะกระด้างขึ้นมันจะซึมเศร้าลงไปคือมันไม่มีเบิกบานสดใสในใจมันจะหดหู่และท้อแท้ถดถอยแล้วก็เหงาหงอยในใจมันเป็นอย่างนั้นแต่พยายามอธิบายโดยประสานให้เข้าใจลึกๆเข้าไปเพราะสภาพเวลาธรรมะมันสูง ไม่ใช่ของโลกไอ้แค่ของโลกๆมันไม่ต่างกันมันท้อแท้ถดถอยเอาเงินซึมเศร้าอยู่ในใจจริงๆเนี่ยสภาพดังกล่าวมานี้ทั้งหมดนั่นแหละเรียกว่าผีนะมีพระหรือโมหะที่รามอินทราหรือโมหะยนต์ย่อเข้าร่วมกันไปให้ได้มองหาก็คือเถาของผีนางพิทักษ์พยาบาลก็คือเถาของโลภะโทสะอ่าโลภะก็คือเขาของกามะหรือกามะก็คือเขาของโลภะรวมไม่ลงไม่งั้นเคยยะไม่ได้มีแต่บริบาลข้อมูลให้ได้รากเหง้ามันมีอยู่แค่โลตัสไม่มีอื่นในโลกออนไลน์นี้หมดแล้วมันก็สิ้นตาม อาจารย์ออกไปก็ไม่รู้ว่ากระจายออกไปแล้วไม่ใช่บานเบิกจนรวมผมไม่เข้าต้องรวมยอดลงมาให้เข้าทางเข้ารากเหง้าให้เข้าต้นตระกูลมันให้ได้มันอาจจะอาการอย่างที่ว่าทั้งหมดนี่แหละคือสภาพของผีนะหรือโมหะอย่าเข้าใจได้ว่าสีดำพิทักษ์คือนั่งสัปหงกลืมซึมอยากหลับไปเลยเท่านั้นอย่างเดียวไอ้นั่นใช่เหมือนกันแต่ตื้นๆธรรมะขั้นต้นเพราะฉะนั้นละเอียดเนี่ยจิตใจมันเป็นอย่างนี้จริงๆคนมันซึมเศร้าเหงาหงอยมันมันท้อแท้ถดถอยแล้วมันก็ตกแล้วก็สั่งสมมันก็ไม่รู้เมื่อจิตมันไม่ Active หรือจิตมันไม่ร่าเริงวันที่จะเลือดรื่นเริงในธรรมมันมีปิติที่จะใส่ใจก็ทำงานต่อมันอาจจะกรึบๆๆอย่างนี้มันก็จมลงจมลงจม มีอะไรนั่นแหละที่นั่นสภาพนะท้อแท้ถอยต่อไปจะเป็นยังไงแล้วสภาพจิตนี้มากๆเขาก็จะเกิดเป็นโทรศัพท์อันเนื่องมาแต่เมื่อโมหะมันมากเข้ามากเข้าคือโมหะอย่างที่ว่าในลักษณะมองหาวิธีนั้นมีมากเข้ามากเข้ามันก็เป็นโมหาคติคือมันยิ่งโง่หรือความไม่รู้มันยิ่งสะสมจับตัวรวมตนกันแน่นความเห็นแก่ตัวยิ่งมากก็กลายเป็นคนเจ้าโทสะมันจะเป็นตนเป็นตัวตนเป็นอัตราส่วนความไม่เอาไหนไม่เอาอะไรอะไรเนี่ยมันจะเป็นตัวตนเป็นสภาพธรรมเป็นจริงๆนะแล้วเราไม่รู้อ่ะเมื่อก่อนเป็นอัตตาตัวตนเกาะเขาเลยมันจะไม่เอาอะไรมันจะไม่เอาไหนเลย แล้วมันจะกลายเป็นคนจ้างโทรศัพท์แท้จริงนั้นมันมาจากโมหะคือมาจากความโง่ความยิ่งหนึบลงไปมันไม่เอาอันไหนเลยมันมาจากโมหะถึงไทยๆจึงเรียกคนเจ้าโทสะนั้นว่าคนขี้โมโหมันมาจากภาษาเนี่ยภาษาโมหะนี่แหละคนไทยเราเรียกภาษาคนขี้โมโหนี่มาจากก็คนนี้มันเกิดโทสะเก่งอะไรนิดอะไรหน่อยก็ได้เลยเขาจะเรียกคนขี้โมโหมันมาจากรากเหง้าเพราะโมหะเพราะโง่เพราะไม่รู้ตัวเองเพราะไปสร้างตัวให้เป็นตัวเพราะไปสร้างตัวตนให้เป็นตัวตนตัวตนของอะไรตัวตนของพวกความท้อแท้ถดถอยไม่เอาไหนไม่เอาอะไรตัดอะไรก็ได้ตัดอะไรก็คือผลักนั่นเองตัดอะไรจะได้ไม่เอาอะไรเนี่ยแต่มันไม่ใช่ตัดเหมือนตัดเหล็กมันกลายเป็นตัดอะไรก็ไม่รู้จะไม่ มันหนักเข้ามันก็กลายเป็นโทรศัพท์แล้วภาษาไทยเราเข้าใจเราเข้าใจสภาพว่าคนที่เข้าใจก็เลยมาเรียกอันนี้มาเนี่ยโมโหโมโหใหญ่เจ้าขี้โมโหเนี่ยโมหะใหญ่หรือเรียกคนที่โกรธง่ายว่าเจ้าโมโหให้ทายเราจึงเรียกว่าคนขี้โมโหหรือคนขี้โกรธง่ายๆเลยว่าเจ้าเจ้าโมโหคนขี้โมโหคนเจ้าโมโหเพราะมันเนื่องมาจากโมหะหรือจากความไม่รู้ตัวจริงๆไม่รู้ตัวคนโกรธเท่านั้นธรรมดาจะไปโกรธทำไมคนที่รู้ตัวไม่โกรธทำความเบิกบานร่าเริงเสมออยู่ธรรมดาเพราะว่าโกรธน่ะมันทุกข์โกรธมันไม่ใช่ตัวสุขเลยในโลกก็ไม่ใช่ตัวสุขมันเป็นแม้แต่สุข ไม่ใช่เลยเพราะฉะนั้นตัวเป็นตัวทุกข์คนเราจะดับทุกข์จึงต้องรู้ทุกข์ให้แท้ทุบให้ชัดเราจะเข้าใจทุกข์ชัดๆเนี่ยจับเส้นผมออกเป็นร้อยแฉกให้แต่เราเท่ากันเนี่ยมันยังยากเพราะฉะนั้นรู้ทุกข์ก็ได้ทุกที่ไหนทุกจิตมีอะไรอึดอัดมีอะไรรำคาญมีอะไรกระทบนิดนึงแล้วก็เราก็เกิดการร้อนเกิดการถ่าขี่อะไรที่มันไม่เข้าเรื่องรู้ว่าจะชัดถึงจะเรียกว่ารู้ทุกที่ชัดที่สุดเพราะใครรู้ทุกข์ที่ชัดที่สุดดับทุกข์นั้นสนิทอย่างน้อยก็มีสุขแล้วเรารู้ทันสุขอีกอย่าไปให้มันสะสมเราจึงมีสมณศักดิ์สตางค์ได้บ้างเนี่ยในพระอภิธรรมจิตโสภณในจิตก็มีโสมนัสได้บ้างแล้วก็อุเบกขาเป็นฐานโสมนัส 4 ดวงอุเบกขาสากกะตัง 4 ดวง 18 ดวงของโสภณในจิตมันมีอย่างนี้จริงๆเราจะไม่สงสัยเลยเข้าหลักเข้าเกณฑ์ ลงช่องของคำสอนหรือคำกล่าวหรือว่าหลักฐานที่มีมาอย่างแท้จริงพระผู้ใดที่ขี้โมโหมันก็เนื่องมาจากความไม่รู้ตัวจริงๆหนักเข้าก็กลายเป็นคนขี้หงุดหงิดเป็นคนขี้รำคาญเป็นผู้มีแต่ความกังวลจึงยิ่งหดหู่ยิ่งอับเฉาใหญ่อันภาษาบาลีเรียกว่ากุกกุจจะสภาพจิตมันก็จะเพิ่มปัจจัยจากเหตุสืบต่อสืบต่อไปอยู่อย่างนี้ซ่อนซ้อนลึกซึ้งเข้าไปเรื่อยๆถ้าเราไม่รู้เหตุและก็รีบแก้ที่เขตแล้วก็จะต้องไปกินยาจากโรงพยาบาลประสาทหรือโรงพยาบาลโรคจิตซึ่งมันจะไม่มีผลบำบัดถูกจุดแท้จุดจริงได้ดอกในเรื่องยาถ้าไม่หาทางรู้โลกโทรศัพท์ของตนและ ขับรถละดักมันให้ตรงจริงๆจะไม่มีงอกเลยแต่จะต้องทั้งโลกเขาก็จะจับไปให้กินยาทางโลกเท่านั้นไปโรงพยาบาลประสาทแต่แท้จริงมีเหตุมันมาอย่างนี้จริงๆและแม้จะได้รู้ขึ้นมาบ้างแล้วก็ยังรู้ไม่ทะลุหรือยังดับมันไม่ได้อย่างแน่ใจมั่นใจมันยังข้องยังพลางแคลงใจอยู่ขนาดเท่าใดเท่าใดก็ตามสภาพนี้ล้วนคือวิจิกิจฉาทั้งสิ้นมันยังรู้ไม่ทะลุยังแพงพรางอยู่หน

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน