150000 สมาธิจะเกิดอธิจิตต้องมีศีลเป็นเบื้องต้น-พ่อท่าน-วัดธาตุทอง.txt
เนื้อหาในไฟล์
ก็จะรู้ไปตามลำดับและได้ทีละธรรมดาทำลายจนกระทั่งรู้แต่พระอรหันต์รู้ผู้รู้ทั่วทุกองค์อ่ะรู้ว่าเรียกสัตว์แล้วรู้มานะรู้จักไม่รู้ภาษานะรู้สภาวะมันเป็นยังไงที่ติดตัวเองจะจัดขึ้นมาดูแล้วจะเอาไปคืนขึ้นมาเป็นมานะดูแลรู้จริงๆไม่ใช่รู้ป่ะพูดจนกระทั่งมันมาสร้างเป็นรูปก็รู้ถ้ามันเอารูปแล้วจะโตมาเป็นรูปจริงๆและพระอรหันต์เจ้าทุกองค์จะรู้ระยะอย่างสูงที่สุดที่จะให้ตัวเองสร้างแผ่นแค่อารมณ์ชั่วคราว ถ้าไปเป็นกามะไปเป็นปฏิกะอะไรพวกนี้ไม่เอาแล้วพระพุทธเจ้าพระอรหันต์ทุกองค์ท่านไม่เกี่ยวแต่แม้จะเป็นอุปราชพระอรหันต์ทุกองค์รู้รู้ในความเหมาะควรรู้ในความอบอุ่นเป็นสัมมาปฏิปทาเป็นสัมมาปฏิปทาเป็นมัชฌิมาปฏิปทาด้วยอันนี้พอประมาณหมายความว่าเป็นอรูปเป็นวิชาเป็นวิชาที่ควรจะทำผลประโยชน์โลกดิทำแต่ถ้าพระอรหันต์องค์ใดเอาแต่วิมุตๆไม่เอาอะไรเลยไม่ นิยายอะไรเลยอยู่ป่ามีแต่ประโยชน์ตนไม่มีประโยชน์ครับพระอรหันต์แบบนั้นก็มีมีแต่ประโยชน์ตนไม่มีประโยชน์ท่านเลยเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าเราสอนว่าเป็นประโยชน์ตนแล้วเป็นประโยชน์ท่านด้วยเพราะฉะนั้นพระพุทธศาสนาเหล่านี้ที่มีประโยชน์ท่านจะเอาอะไรล่ะก็ปรุงพวกนี้แหละกรุงวิชาปรุงไอ้พวกนี้มาเป็นแต่ไม่ยึดนะไม่ยึดเป็นอัตรารวมได้ระหว่างได้ด้วยนะพระอรหันต์ไม่ใช่ว่าท่านสักแต่ว่าครูบากรุงวางประสานนะท่านปรุงและท่านวางได้ทุกท่านจริงๆด้วยถ้าทุกวันนี้ท่านก็วางวันนี้ถ้ายิ่งไม่อยากยึดเลยก็คงเดี๋ยวนี้ว่างเดี๋ยวนี้ใต้กระโปรงเดียวที่ว่าเดี๋ยวนี้เป็นสมุนไพรวงเดือนนี้ใครจะวางในนี้ ไม่มีอะไรมาคัดค้านกันนอกจากท่านว่าท่านจะไม่ไม่ดับเดี๋ยวนี้ไม่เป็นสมุดเขตละถ้าส่งไว้เออเดี๋ยวเอาไปประจวบอีกหน่อยสิ 5 ชั่วโมงก็ดับท่านก็ทำได้ไม่มีใครมาห้ามท่านแล้วก็ท่านคิดดูของท่านเองว่าท่านควรจะจับหรือยังหรือยังมีคนดังท่านดูด้วยถ
อ่านต่อ
้าดับแล้วมันก็หายไปถ้าไม่ดับมันก็ยังอยู่แล้วถ้าจะกลับเมื่อไหร่กลับได้เป็นสมุดเสียหายถ้าจะทำตามเมื่อใดทำได้ฉันจะไม่ดับก็จะเหลือไว้ก็เรื่องของฉันนี่เรียกว่าพระครูประภาสติดกะพระอริยะที่จัดการเกิดจนกระทั่งหมดๆๆมาชราไม่มีการไม่มี เทพเจ้าไม่มีโอปปาติกะอันนี้จึงเป็นอนาคามีได้แล้วพร้อมกันนั้นผู้ที่จะไม่ให้เกิดโอปปาติกะฟื้นตัวก็จะต้องไม่มีแม้กระทั่งแค่อิจฉาไม่มีแม้กระทั่งแค่วิชาขณะนี้ใครมาเรียกอาตมาเอาพระอรหันต์ฝืนคนนั้นไม่ได้เพราะอาตมากำลังส่งคำถามบางทีสังขารสังขารสู้มาเราๆๆแล้วให้กลายเป็นทางบัญชีทั้งขาจะเกิดได้มีมาจากไหนมโนผูกพันก็มาทำมามโนเสฏฐามโนมยาเกิดมาแล้วจากมโนสังขารก่อนมันจึงจะเป็นบางทีสังขารได้จึงจะมาเป็นการสังหารได้มโนต้องเคยก่อนถ้ามโนไม่เกิดก่อนไม่มีการเกิดมาเมื่อกี้เกิดไม่ได้กายเกิดไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดสังขารเป็นมโนสังขารก่อนจึงมาเกิดอย่างนี้โดยผู้ที่ปูอย่างนี้มันเรียกว่าอรหันต์บอกโอ้ที่ท่านพระอรหันต์กำลังมาเทศนากำลังพูดไม่ได้มันบอกว่าอย่างนี้บารานีไม่ใช่พระอาจารย์แต่ว่าด้านไหนเป็นพระอรหันต์วาระที่ไม่มีแม้กระทั่งโอปปาติกะวาระนั้นไม่มีแม้กระทั่งอุปทานไม่ปรุงอะไรเลยแม้แต่วิชาก็ไม่รู้วิชาสังคมศึกษาพุทโธก็ไม่มี เพราะฉะนั้นไม่มีแม้กระทั่งความเป็นพุทธะอยู่ในตัวหมดเพราะฉะนั้นอรหันต์ที่แท้จริงจะดับสุดดับจริงแล้วดับแม้กระทั่งความเป็นคุณพระในตัวด้วยพุทธาก็ยังเป็นสำคัญยังเป็นผู้รู้จะเป็นผู้รู้คือพระก็คือตัวทุกข์เพราะฉะนั้นดับหมดแม้กระทั่งพุทธพระแม้กระทั่งโพธิแม่ก็ทำวิชาดับจิตจึงเรียกว่าอรหันต์ขณะนั้นอยู่ในอะไรอยู่ในสภาพอยู่ในสภาวะเชตุพนเพราะฉะนั้นเราจึงต้องให้มาดาบพรุ่งนี้กิเลสพวกนี้เมื่อเราทำผิดว่าได้จริงๆอย่างที่คุณเป็นคุณก็อยากให้คุณวิโรจน์ว่าว่างจากข้างนอกเราก็ต้องมาดักทำงานเมื่อใด ดอกไม้ประจำผู้ชายแล้วก็ดับสันติจะเลทที่มันเป็นเหยื่อเป็นขี้โสโครกเกาะเกี่ยวอยู่ในจิตของเราเราก็ต้องล้างให้ที่โชคได้โสโครกต่างๆออกไปเกาะเกร็ดให้ไปหมดเลยจนกระทั่งเหลือแต่โอปปาติกะจิตเดิมแท้อยู่เป็นอัตราอยู่ก็อย่าไปยึดอัตตานั้นไว้นอกจากไม่ได้ไปยึดอัตราไว้ยังไม่พอยังดันให้อัตราเร่งมันไปสร้างรูปสร้างสร้างสร้างสร้างสร้างสร้างอะไรต่ออะไรอยู่เป็นนิมิตนั่นเป็นนิมิตนี่เป็นโรคอะไรดียังไม่ต่อสู้รบราฆ่าฟันกันดูดีอย่างเป็นรูปแบบผมนอกจากผู้ที่รู้เรื่องนี้แล้วเรารู้เรื่องนี้เสร็จไม่เอาแล้วไปรบราฆ่าฟันให้ใครก็ไม่เอาดีๆไปสู้กับใครก็ไม่เพราะเรื่องอันนี้เลิกเสร็จเพราะมัน ถ้าไม่ปรารถนาเป็นบริษัทดับไปหมดเลยเอารูปพระพรหมไปศูนย์จนกระทั่งไม่มีแม้กระทั่งสัจจะมานะอะไรไม่มีรู้วิชาตัวสุดท้ายก็ไม่มีด้วยไม่กึ่งแม้กระทั่งวิชาผู้นั้นจึงดับเพลิงปาติกะนี้ลงไปด้วยเป็นอันสุดท้ายการเกิดทั้ง 4 อย่างนี้จึงดับสูญสิ้นบทไม่ซึ่งเรียกว่าอรหันต์ที่แท้จริงเป็นอาหารที่ใช้ในสิ่งที่จะดูแลคืออาหารที่แท้จริงๆดับหมดแม้กระทั่งวิชาจบระดับเป็นระดับด้วยถ้าไม่ดับจริงก็ยังเป็นโพธิสัตว์ ด้วยเหตุนี้แหละทั้งหมดนี้อาตมาเอามาเล่าให้ฟังวันนี้เห็นว่ายังไม่ได้พูดถึงเรื่องการเกิดในประตูอย่างนี้กันมานานแล้วอาตมาก็เลยเอามาพูดซะวันนี้เอ่อเพราะฉะนั้นศาสนาต่างๆที่ได้เขาได้เกิดขึ้นมาในโลกนี้จะเป็นศาสนาแห่งพระเจ้าที่เราเรียกว่าอาตมาหรือปรามาสกับมันไม่มีพระเจ้ามีสิ่งที่สร้างสิ่งที่ก่อในโลกอะไรของเขานั้นอยู่เหมือนกันเขาก็ยังเป็นขั้นตอนอย่างนี้พระพุทธเจ้าท่านรู้จักอรูปพรหมอย่างละเอียดละออที่สุดเลยไม่รู้จนกระทั่ง พวกที่ดับจิตของตัวเองแล้วไปเกิดเกิดแม้กระทั่งระลึกชาติไปได้เป็นสังวัตกลับคือระลึกไปจนกระทั่งเราบางกลับนี่ไปเกิดเป็นตัวเป็นตนอย่างนั้นชื่อนั้นชื่อนั้นเกิดเป็นสัตว์อย่างนั้นเกิดเป็นคนเกิดเป็นเทวดาเกิดเป็นสัตว์โลกอะไรก็ตามแต่แล้วก็มีชื่อนั้นมีอายุอย่างนั้นกินอาหารอย่างนั้นจนกระทั่งดับจากชาตินั้นแล้วเป็นกุฏิแล้วก็ไปเกิดเป็นอันอื่นอีกต่อไปจนกระทั่งรู้ว่าบางชาติไม่เกิดวิวัฒนาการไม่เกิดแต่ไปจับอยู่เหมือนกับผมไม่เกิดดับอยู่ก็รู้ตัวเองได้ว่าชาตินี้ไม่เกิดแล้วเป็นวิวัฒนาการเกิดไฟดับอยู่ตั้งนานหลายเป็นกำกับรู้ก็ช่างชาติที่ ฝังวัดตะกล่ำคือธาตุที่มีการเกิดวัฏฏะมีวัฏฏะวนเวียนจนกระทั่งรู้แม้กระทั่งวิวัฏฏะคือวัฏฏะที่ไม่มีการวนเวียนดับอยู่เหมือนกบจำศีลก็รู้แจ้งเป็นกว่าแสนกว่าล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านปีก็รู้แม้กระทั่งอย่างนั้นพวกอย่างนี้แหละสัตว์โลกอย่างนี้ยังพอพระพุทธเจ้ายังเรียกว่าอัตถะยังเรียกว่าพัชรพลพรุ่งนี้แหละอันนี้เราจะมาบัตรก็อยู่ในวิวัฒนาการพวกนี้ถึงแม้ ยังไงยังไงก็ตามแต่พอถึงเวลามันก็จะต้องเคลียร์ออกมามาเป็นตัวตนอีกทุกทีไปพระพุทธเจ้าท่านรู้ทั่วทั่วอาตมาเกิดแล้วตั้งแต่ต้นว่านี่เรากำลังพูดถึงศาสนาพุทธเพราะฉะนั้นถ้าเราพูดกันแล้วศาสนานี้มันจะข่มศาสนาอื่นหมดเกลี้ยงเลยด้วยเหตุนี้แม้ศาสนาคริสต์ก็ตามศาสนามาศาสนาทางตะวันตกที่เขายกกับพระเจ้าเป็นสิ่งที่สูงสุดเป็นผู้สร้างทุกสิ่งทุกอย่างสร้างได้มันทำไมมันจะสร้างไม่ได้หรอกเพราะเวลามันเก่งจริงๆมันก็สร้างได้จริงๆและผู้ที่ยึดถือพระเจ้าอย่างนั้นแหละจึงเรียกว่ายึงยึดถืออาตมันยังยึดถือตัวตนยังยึดถือมาหามีแต่เกิดมีแต่เกิดเกิดขึ้นนั่นแหละเกิดจากกระทั่งเล็กไปจนกระทั่งใหญ่ๆแล้วลงมาหาเล็กเล็ก เพราะงั้นจะให้จบศรีวิชาแต่เป็นอัตตาเหมือนอย่างที่ว่าอาจจะอธิบายไปแล้วทั้งหมดเป็นวิชาแต่แผ่นดินยังยึดยังยึดอัตตาเพราะฉะนั้นเมื่อยังยึดอัตราอยู่อย่างนั้นแล้วมันจึงไม่มีการจบเลยที่เรานี้ปัญญาอ่อนอยู่คนมันเป็นปัจจัยสำคัญไอ้นั่นอีกอันนึงเราปฏิเสธสักอวัยวะจะมาเอาไว้ผมจะอธิบายให้ฟังแต่เอาไว้อีกนานหน่อยมันเหลือเกินละนิดผ่านแค่พูดกันธรรมดานี่ก็ยังไม่ควรจะเอามาพูดกันแล้วเพราะมันเป็นตัวเกิด ไม่ใช่ตัวก็พูดกันเล่นๆยิ่งใครที่ไม่รู้นิพพานนะเอานิพพานมาพูดๆนะพวกกูจะไปอุษณีย์มนุษยธรรมพวกนั้นน่ะผูกผลาญศาสนาอย่างกับตัวเองมีที่ฟ้าแล้วรู้แล้วแจ้งแล้วแท้จริงตัวเองก็ไม่รู้เลยที่ผ่านมาการอย่างหนึ่งอย่าง 2 อย่าง 3 อย่างไรฉันจะตรัสว่ายังไงยังไงยังไงตั้งแต่แค่จะทันไปจนกระทั่งไปยังปรินิพพานน่ะตั้ง 13 นิทานไม่รู้หรอกฉันตัดเอาไว้เยอะแยะเลยในมุมนั้นมุมนี้มุมนี้มุมนั้นแต่ก็ทำเป็นแม่ตัวเองรู้ทิศทางไว้ว่างๆจะเอาที่ผ่านมาพูดให้ฟังมันมีรวมไว้หมดแล้วทั้งหมดมันก็ 13 ประการเดียวกันเอาไว้ที่ผ่านไม่ได้ตั้งเติมต่อหรอกเอาที่พระพุทธเจ้าจะเกิดจากอะไรถ้ากล่าวชื่อมาทุกคนก็คงจะเคยได้ยินยิ่งใครเรียนอภิธรรมมาบ้างอะไร นิพพานแล้วก็เป็นนิมิตพระนิพพานพวกนี้ 2 อันนี้มันจะเป็นสะพานแล้วก็มีพิจารณานิพพานวิจารณญาณพิจารณาอันนี้ยังเป็นวันที่ 13 สิงหาคม อันนี้เรียกว่าวันที่ 13 นิพพาน 7 7 วิชานี้แล้วจึงจะเข้าไปยังอยู่ในพวกอเสขะจะต้องไปฝึกเป็นนิมิตอนคืออันต้นต้องดับด้วยเรียกแบบรูปอันนี้ตอนนี้ผ่านต้องทำให้เป็นอนิจขนานด้วยโดยจะนำนิทานแล้วต้องดับทั้งไอ้อันที่ 4 อันที่ 7 เมื่อกี้นี้วันที่ 13 ให้เป็นอัปปะมีหิมะนิพพานดีจึงจะเป็นศูนย์ยะตะนิพพานเข้าไปเท่าไหร่แล้ว 10 แล้ว 10 ล่างซึ่งจะเป็นศูนย์ศึกษาธิการศูนย์ราชการนี่แหละถึงจะเรียกว่าได้จากอุบัติเหตุสันนิษฐานไม่ได้จากอุบัติเหตุ อ่านแล้วจึงจะได้สุดท้ายก่อนที่จะทำสุดท้ายก่อนตายถึงจะทำอนุบาลเฉยๆสันนิษฐานเมื่อใครทำจากอุบัติเหตุสันนิษฐานก็เป็นชาวมนุษย์ปฏิเสธสันนิษฐานว่าเป็นผู้นั้นทำเองก็รอบเป็นปรินิพพานครบ 13 นิพพานไว้จังหวะอันนี้มันจะมากไปมันจะรู้สึกว่าแหมเจ้านี้คุยกันเหลือเกินนะคราวนี้คุยกันถึงขั้นดุเดือดที่ผ่าน 13 อาการมันจะดุเดือดมากไปเพราะฉะนั้นเอาไว้ว่างๆค่อยคุยที่เรียกว่าขั้นตัวอย่างเอาเกินไปให้ฟังแล้วก็เอาน้ำยกตัวอย่างไปขายก่อนอย่าเพิ่งเอาเนื้อมันมาเลยเอาน้ำตัวอย่างมาขายไปก่อนเอาวันนี้อาตมาตั้งใจจะเอาพระไตรปิฎกมาอ่านให้ฟังด้วยเกี่ยวกับ ของหนักสิ่งที่ควรจะได้พูดกันว่าพระพุทธเจ้าที่ท่านได้สั่งสอนมนุษย์โลกนี้หรือพระพุทธเจ้าที่เกิดมานี่นั่นท่านเกิดมาเพื่อปรับปรุงธรรมะใช้คำว่าอย่างนั้นท่านเกิดมาเพื่อปรับปรุงธรรมะอย่าเข้าใจว่าพระพุทธเจ้าท่านเกิดมาเพื่อที่จะมาสร้างธรรมะแต่ฝ่ายเดียวท่านยืนยันไว้แล้วว่าธรรมะในโลกนี้มีแล้วพระพุทธเจ้าไม่เกิดธรรมะนี้ก็ตั้งอยู่แล้วตั้งอยู่แล้วพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ใครเคยอ่านพระไตรปิฎกก็จะเจอธรรมะมีพระพุทธเจ้าจะเกิดหรือไม่เกิดก็ตามแต่ธรรมะนี้มันตั้งอยู่แล้วในโลกแต่พระพุทธเจ้า มานั้นเกิดมาเพื่อรวบรวมธรรมะหรือมาปรับปรุงธรรมะให้มันเข้ารูปเข้ารอยหรือให้มันดีที่สุดเท่าที่จะดีได้แค่นั้นเองนี่เรียกว่าพระพุทธเจ้าเกิดมาเพื่อสิ่งนี้และพระพุทธเจ้าก็ได้เกิดมาแล้วและก็ได้มาสอนแล้วแล้วก็ได้มาสั่งความเอาไว้หมดแล้วแต่ขณะนี้พระพุทธเจ้าท่านได้ฟังความไม่หมดแล้วเราก็ยังไม่เข้าใจพระพุทธเจ้าไม่เคยตั้งชื่อว่าศาสนานี้ให้มันเชื่อศาสนาพุทธนะไม่เคยตั้งแต่ภาษาบาลีตอนนั้นเขามีบอกว่าพุทธะหมายถึงผู้รู้ภาษาบาลีเนี่ยคำว่าพุทธหมายถึงผู้รู้พราหมณ์คนนึงเดินสวนทางกับพระพุทธเจ้าแสดงส่วนต่างก็ท่านเขาก็เห็นท่านผ่องใส พระพุทธเจ้าเคยตรัสกับพระอานนท์นะว่ากายพระพุทธเจ้านี้จะมีฉัพพรรณรังษีจะมีกายบริสุทธิ์ผุดผ่องที่สุดหรือผ่องใสที่สุดอยู่ 2 คราวที่ 1 คือสัตว์ชนิดใหม่ๆยังไม่ได้กินเลยเพิ่มอาตมาพูดว่ายังไม่มีกิเลสอะไรเพิ่มนี่อย่าไปเข้าใจว่ากิเลสอย่างกูจะทนนะกิเลสอะไรนี่หมายความว่าสังขารและสัมพันธ์มีมโนสังขารบ้างมีไว้ที่สังขารมั่งมีกายสังขารบ้างซึ่งเป็นการท่านเรียกว่าวิสังขารซึ่งสังขาราเป็นสังขารที่มันกลมกลืนกว่าขอบเขตที่จะพูดกันในป่าชุมชน ชั้นสูงขึ้นไปก็พูดกันได้คืออาตมาก็พูดโกโก้เอาไว้ก่อนใครจะเข้าใจก็เป็นยังไงอาตมาก็ช่างเถอะนะมันเป็นอย่างนั้นจริงๆเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าท่านถึงบอกว่ากายตถาคตจะผุดผ่องที่สุดใน 2 ข่าวเมืองตรัสรู้ใหม่ๆ 2 เมื่อท่านปลงอายุสังขารพระพุทธเจ้าท่านตรัสบอกว่าอานนท์ในขณะที่พระอานนท์กำลังเอาผ้าไปคลุมให้แก่พระพุทธเจ้าตอนที่ท่านทรงอายุสังขารและกำลังฟังอยู่สังขารแล้วก็มีคนเอาผ้ามาถวายเป็นใครอาตมาจำไม่ได้ชื่ออะไรเนี่ยโอ๊ยจะเอามายาวมาเอาไปที่อื่นเถอะไม่ต้องไม่ต้องอาตมาไม่ต้องปล่อยหรอกเปล่าเออครับ เห็นท่านน้อมเอาผ้าที่เขามาถวายพระอานนท์ท่านได้เอาผ้าที่เขาเอามาถวายนั้นไปห่มคลุมให้แก่พระพุทธเจ้าที่จริงเรามาถวาย 2 ผืนพื้นดินให้แก่พระพุทธเจ้าเพราะว่าพื้นดินให้แก่อานนท์พระพุทธเจ้าเองบอกว่าเอาให้เราแต่ผืนเดียวดูเหมือนจะเป็นโอกาสหรือไงเนี่ยหรือมันจะเป็นถือโอกาสโกมารภัจถวายท่านแล้วก็เลยให้พระพุทธเจ้าก็บอกให้เธอคืนนึงให้แก่เราผืนหนึ่งเพราะคุณเสร็จแล้วเขาก็ถวายแล้วเขาก็ไปแต่พระอานนท์ไม่ยึดเอาพระอานนท์ไม่เอาผ้าอันนี้ไม่ควรจะรับเพราะเป็นผ้าอย่างดีมากถ้าโดนก็เอา นี่มันน้อมถวายมาคลุมผมให้พระพุทธเจ้ากำลังตอนนั้นท่านกำลังก็เห็นสรีระร่างกายของท่านฉัตรเพลงรัศมีผุดผ่องมากเลยมารวมถึงจะอุทานบอกโอ้โหกายพระพุทธองค์ก็กลายเป็นตถาคตทำไมถึงได้ผุดผ่องถึงอย่างนี้อุทานอย่างนั้นพระพุทธเจ้าท่านก็เลยจัดบอกว่ากายเราจะขุดทองเรียกว่าสะอาดบริสุทธิ์ที่สุดก็คือ 2 ครั้งทั้งรู้จักเธอรู้ใหม่ๆกับครั้งที่ปลงอายุสังขารอันนี้อาตมาเข้าใจและอาตมาเองก็กล้าบอกได้กับทุกคนเลยว่าในวาระที่อาตมาแทนธรรมะสังฆาวาส รู้สึกว่าตัวเองนี่มันโง่กว่ามันผ่องใสมันทั้งนั้นแหละในโลกมันยอดจริงๆและอีกครั้งหนึ่งก็คือตอนที่ตัวเองดับตัวเองแน่ๆตอนนั้นอีกครั้งหนึ่งซึ่งเป็นของจริงเลยนี่อาตมาเห็นแล้วเข้าใจเข้าใจและรู้ชัดเลยบอกว่าครั้งนั้นจะต้องเป็นครั้งหนึ่งแล้วอีกครั้งนึงก็คือครั้งที่ตายแล้วเราตายเราเริ่มจากตัวเราล่ะตอนนั้นมันวางหมดเลยมันจะไม่มีอะไรเลยนอกจากพลังงานที่แท้จริงในจิตมันจะขับออกมานอกเนื้อนอกกายทั้งหมดเลยขับออกมาจริงๆมันจะขับออกมาเพราะฉะนั้นจึงเปล่งรัศมีออกมาเป็นจริงๆด้วยเหตุนี้นะครับอาจารย์มั่นที่จะจัดที่ท่านบอกว่านั่นแหละท่านเป็นลูกนะอาจารย์มั่นอาจารย์เป็นรูป สั่นสะเทือนฟ้าดินมีแสงมีประภัสสรอะไรต่ออะไรมีโอภาสอะไรรังสีเกิดอะไรในขณะเดียวกันสะเทือนฟ้าดินคนอื่นไม่รู้ท่านมีแสงมีจริงๆแต่เป็นรูปของอาจารย์มั่นแบบนี้เพราะอาจารย์มั่นหน้าแบบลูกเพราะฉะนั้นก็เป็นอย่างอาจารย์มั่นอาจารย์องค์อื่นไม่เป็นแบบรูปเป็นรูปก็เป็นถ่ายรูปแต่เป็นประเพณีสอนเป็นรังสีเป็นรัศมีจริงๆเกิดแต่บุคคลนั้นบุคคลนั้นที่เป็นเป็นสิ่งที่อาตมารอบนี้ให้ฟังเป็นเฉพาะตัวด้วยเหตุนี้เองที่อาตมาจึงเข้าใจได้อย่างดีเลยว่าที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสอย่างนั้นเป็นของจริงไม่ใช่ของเจ๊และมันก็เป็นอย่างนั้นด้วยมีเรื่องเล่าเรื่องใหญ่กลับมาทีนี้กลับ ถึงว่าพระพุทธเจ้าเมื่อเดินสวนกับคนนี้คนนี้ทักว่าเปล่งปลั่งรัศมีเป็นฝั่งจริงก็จริงเพราะพระพุทธเจ้าให้คุณตรัสรู้มาใหม่ๆเขาก็ถามว่าท่านเป็นปังมีรัศมีอย่างนี้นี่ท่านเป็นเทวดาหรือพระพุทธเจ้าบอกเปล่าเราไม่ใช่เทวดาคือถ้าอย่างนั้นท่านเป็นพระภูมิเราไม่ได้เป็นพระพรหมอาจารย์เป็นนาคหรือเปล่าเราไม่ได้เป็นหน้าถ้าเป็นอะไรอะไรอะไรว่าไปอีกยาวเลยพรานคนนี้บอกทักไปหมดเลยบอกเป็นอะไรก็ไม่ใช่จนกระทั่งความทรงนี้บอกว่าไม่งั้นก็เป็นสัตว์เลยถ้าบอกเราก็ไม่เคยกัดถ้าอย่างนั้นเป็นอะไรอ่ะพระพุทธเจ้าท่านเลยบอกว่าจงเรียกเราว่าพุทธ ท่านบอกราคาคนนี้ว่าอย่างนี้จงเรียกเราว่าพุทธะคำว่าพุทธะเกิดตรงนี้แต่ตรงนี้เองที่กล่าวไว้ในพระไตรปิฎกอย่างนี้ตอนนี้เท่านั้นครั้งเดียวเพราะฉะนั้นคนก็เลยไปยึดถือว่าพระพุทธเจ้าชื่อท่านเองว่าพุทธะที่จริงภาษาบาลีคำว่าพุทธมณฑลหมายความว่ารู้ผู้รู้ผู้แจ้งชื่อเบิกบานท่านเบิกบานจริงๆท่านตื่นดีจริงๆท่านรู้แจ้งจริงๆท่านก็บอกว่าท่านพุทธทาสแล้วไม่มีอื่นนี่ภาษาบาลีมันบอกด้วยความไว้อย่างนั้นเลยซึ่งทางคนนี้จะเป็นอินเดียเป็นแขกที่รู้ภาษาบาลีเขาก็เข้าใจว่าท่านผู้นี้คุยโม้ตัวเองว่าตัวเองเป็นพุทธะเพราะเป็นผู้รู้ผู้แจ้งผู้เบิกบานสาธุ ท่านผู้นี้ก็เดินผ่านไปเขาไม่เชื่อเราจริงๆเขาไม่เชื่อเลยว่าจะแลบลิ้นหลอกไปเลยแล้วแต่คนที่จะไปเลยนี่แหละคำว่าพระเจ้าไม่เคยอยู่ครั้งนี้ครั้งเดียวนอกนั้นเป็นพระพุทธเจ้าท่านไม่เคยว่าท่านเป็นพุทธะเลยท่านว่าท่านเป็นพระภะคะวะโตมั่งเป็นศรัทธาคัตโตะเป็นอะไรต่ออะไรมั่งท่านก็ว่าของท่านไปเป็นอรหันต์อันตรายอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้ามั่งอะไรก็ตามแต่ถ้าว่างของท่านไปเรื่อยไปท่านไม่เคยฟังด้วยเหตุอันนี้เองคนนึงมาตั้งชื่อของท่านหรือว่ามาตั้งศาสนานี้ขึ้นว่าทุกศาสนาคริสต์โดยจริงแล้วท่านกล่าวถึงศาสนาหรือว่าตัวศาสนาท่านกล่าวว่าพรหมจรรย์นี้ชมวันจันทร์นี้ชมวันจันทร์นี้ชมพระจันทร์นี้ตลอด ไม่เคยบอกว่าศาสนาพุทธมีศาสนาพุทธนี้ถ้าจะแปลพรหมจรรย์ก็หมายความว่าการประพฤติเป็นธรรมะท่านก็ควรจะเรียกว่าศาสนาแห่งคนนี้ศาสนาแห่งความวิจารญาณนี่แหละ 16 ออกคือศาสนาจำได้นี่คือศาสนาเขาว่าทำจรรยาให้มันดีคนเรามีศีลข้อที่ 1 เอาไปทำไมก็หาว่าคุณช่วยตัวเองเกิดจรรยาที่ดีใช่ไหมให้เกิดปัญญาที่ดีให้เกิดปัญญาที่ดีให้เกิดจริยาที่ดีแก่ตัวนั่นเองซึ่งก็อีก 2 วันที่ 3 ข้อที่ 4 ข้อ 4 ข้อกี่ร้อยกี่พันกี่หมื่นก็ตามเพื่อให้เกิดปัญญาที่ดีจนกระทั่งจรรยาอันนี้สูงส่งถึงขั้นเป็นส่วนสำคัญ พรหมจรรย์บริสุทธิ์บริบูรณ์เป็นพรหมจรรย์มีจรรยาเป็นพรหมแล้วหรือผู้ให้ถึงสิ้นพรมได้แล้วเรียกว่าถึงสิ้นชมได้แล้วไปถึงธงได้แล้วเป็นทนได้แล้วภาษาในสมัยนั้นท่านเรียกอย่างนี้เพราะฉะนั้นความแต่ละคนแต่ละคนก็ไม่เคยเข้าใจเลยไม่เคยเข้าใจผิดเลยว่าพระพุทธเจ้าเนี่ยเป็นผู้ที่แยกศาสนาไม่เคยเข้าใจว่าพระพุทธเจ้าก็เป็นพราหมณ์คนนึงเพราะฉะนั้นคำสั่งของพระพุทธเจ้าองค์ใดก็เหมือนกันถ้าเกิดภาษาอังกฤษ คำว่าพระพุทธสมัยนี้ของเราหรือว่าคำว่าอื่นไม่ได้ท่านตรัสว่าสมณะพราหมณ์สมณธรรมคำศัพท์อันนี้แสดงว่าพระพุทธเจ้าไม่เคยแยกศาสนาพราหมณ์ท่านไม่เคยแยกศาสนาพุทธออกจากศาสนาพราหมณ์เลยฟังดีๆนะขณะนี้คนกำลังยึดถือกันมากในขณะนี้ในพระพุทธศาสนาความรู้ที่ศาสนาพุทธกำลังทะเลาะกันด้วยเรื่องเหล่านี้เขากำลังทะเลาะกันอาตมากำลังจะเล่าให้ฟังว่าศาสนาพุทธกับศาสนาพราหมณ์เนี่ยมันอันเดียวกันมันไม่ใช่คนละอันหรอกแฟนรัฐบาลใช่มันแปล พรหมลิขิตมันอันเดียวกันนั่นแหละมาๆๆก็กินความอยู่ในนั้นแล้วแม้จะกลายมาเป็นพุทธมันก็ไม่ได้แยกกันเพราะมันจะมาเขียนว่าศาสนาพราหมณ์เธอที่ศาสนาพุทธไม่ต้องเถียงกันยาวๆหรอกมันอันเดียวกันอันเดียวกันแต่ทว่าพระพุทธเจ้าท่านมาปรับปรุงปรับปรุงพราหมณีขึ้นมาให้เป็นพุทธเสียเท่านั้นเองเพราะเงินศาสนาพุทธเราจะประพฤติให้เป็นธรรมดา ข้อที่ยืนยันว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้แยกศาสนาพุทธไม่ได้แยกศาสนาพราหมณ์เลยนั้นก็เพราะคำสั่งของท่านยืนยันบอกไว้หมดเลยว่าสมณะพราหมณ์เหล่าใดสมณพราหมณ์ของเราหรือสมรรถภาพที่ถูกท่านจากคำว่าสมณะตามสมณธรรมสมณธรรมเสมอคือนักบวชทั้งหลายจะเป็นนักบวชของพระพุทธองค์ก็ตามหรือเป็นนักบวชของศาสนาอื่นก็ตามถ้าตามว่าจะเป็นสมณะพราหมณ์ที่จริงเป็นแบบไหนก็ได้ไม่ว่าอะไรถ้าไม่ว่าอะไรขอให้ประพฤติถูกประพฤติตรงพระพุทธแล้วเป็นไปเพื่อที่ผ่านจริงก็แล้วกันท่านนับถือว่าอย่างนั้นแหละเป็นของถูกถ้าไม่เคยรู้ว่ามาก็มาเซ็นสัญญากับเราบอกว่าเป็นพระ บริษัทไม่ได้บอกตนเองเกิดเองอยู่เองในตัวผู้นั้นผู้นั้นอยู่แล้วไม่จำเป็นจะต้องไปเอายี่ห้อไปพักเอาไว้ไม่ต้องเซ็นแล้วไม่ต้องเป็นพระยี่ห้อเป็นแล้วอาทิตย์นี้อาตมาจะอ่านถึงว่าหลักฐานอันนึงที่ท่านปรับเอาไว้แล้วก็ยืนยันว่าศาสนาพราหมณ์กับศาสนาพุทธนั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันก็คือว่าเนี่ยอาตมาจะไม่อ่านแต่ต้นแต่อาตมาเดี๋ยวจะมาอ่านตอนนี้แต่อาตมาจะเล่าเรื่องให้ฟังในศูนย์ราชการศูนย์ราชการเนี่ยเป็นผู้ครองนครนึงเป็นผู้ใหญ่ แต่ก่อนที่พรางผู้ปกครองนครกษัตริย์ปกครองนครเหมือนกันปลามีคลองนครอยู่นครนึงแล้วก็ได้ยินข่าวว่ามีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้เองรู้ชอบรู้ดีขึ้นมาแล้วเลื่องลือกันไปทั่วตอนนี้ก็กำลังมาใกล้เราจำจะต้องเข้าไปเฝ้าพระราชทานนามว่าเมื่อเขาพูดอย่างนั้นพวกข้าราชบริพารอำมาตย์แม่ไม่ได้นะท่านยิ่งใหญ่กว่าท่านสูงกว่าท่านเป็นถึงพราหมณ์ผู้ใหญ่ปกครองบ้านเมืองมีทั้งวิชาการ ระหว่างนี้ด้วยนะชุดกษัตริย์ที่บางทีไม่ได้เรียนวิชาภาษาอังกฤษเก่งตรงที่ว่าคลองทั้งเมืองด้วยอยู่ในฐานะของกษัตริย์และมีทั้งไกลเพศคบรู้ด้วยเพราะฉะนั้นก็ถือว่าความยิ่งใหญ่แต่ไม่ได้ท่านจะไปเฝ้าบอกพระพุทธเจ้าไม่ได้จะไปเฝ้าพระสมณโคดมไม่ได้เพราะฉะนั้นไม่เหมาะที่ท่านจะไปหาแต่ท่านควรจะสั่งสมณโคดมมาหาท่านที่อำมาตย์เขารู้ใหญ่อย่างนั้นเพราะฉะนั้นทางก็เลยว่าเออไม่ได้หรอกเราจะให้พระสมณโคดมมาหาเราไม่ได้เพราะวันธรรมดาก็เกิดแต่ตระกูลของกษัตริย์เกิดจากพวกของกษัตริย์เป็นกษัตริย์มาหลายชั่วโคตรบริบูรณ์บริสุทธิ์ด้วยโคตรและสมรรถนะโคดมก็เป็นพราหมณ์ เป็นผู้ที่ศึกษาจนกระทั่งบรรลุเราได้ยินได้ฟังมาแล้วว่าเลื่องลือมาว่าท่านตรัสรู้เองตรัสรู้ชอบเป็นผู้ที่เกิดสัมมาสัมพุทธะเองคือเกิดตัวรู้สัมมาสัมพุทธเจ้าหมายความว่าเกิดตัวรู้เองในตัวในตนขึ้นมาเองอย่างนี้ด้วยจำเราจะต้องเข้าไปคารวะถึงจะถูกเราก็เป็นผู้ที่มีปัญญาเรายังรู้ที่เหมาะสมควรโดนกระทำความว่างั้นเราเองครองนครเล็กกว่านะเราก็เล็กกว่าเมืองอ่าศากยะเราจำเป็นต้องไปเคารพไปคารวะแต่ไม่เป็นไรหรอกเราจะทันถามว่าเราจะตั้งปัญหาไปเองจะไปลองก่อนหรือว่าไปต่อกลอนดูซิว่าพระสมณโคดมองค์นี้จะ ถ้าเรารู้จักนอบน้อมเข้าไปไม่ถึงอีกเครื่องนึงมีปัญญาเขารู้ถ้าเพื่อที่ไปแข่งกันบ้างที่มีปัญญาเขาก็รู้เพราะงั้นกระนั้นเลยเราจะไปทำแข็งกระด้างแต่เราเป็นผู้อ่อนน้อมแต่เราไปสู้กันด้วยปัญญาเราจะตั้งคำถามไปสู้กับสมณโคดมเองว่าใครจะเป็นผู้ชนะใครจะเป็นผู้แพ้เธอทำถามว่ารถไฟฟ้าทางอากาศทีเดียวมันจะถามพระพุทธเจ้าว่าอะไรจะถามพระพุทธเจ้าว่าไงจากข้อเท้าไม่ใช่แล้วก็เดินขบวนไปทีเดียวไปเฝ้าพระพุทธเจ้าพอไปเฝ้าพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าอยู่พอไปดูพระพุทธเจ้าแล้วเข้าไปหาแล้วก็ทำการคารวะต่างๆควรตามศักดิ์แล้วก็นั่งในที่ควรในศัพท์ของพระไตรปิฎกทั้งหมดนั่งในที่ควรส่วนข้างหนึ่งคือหาเลือกที่นั่งให้เขาบอกว่าควรกันแล้วสิตัวละ 1,000 บาทยังไม่ทันจะเอ่ยปากขึ้นถามปัญหาเลยพอเลยว่าพราหมณ์ผู้ที่จะบรรลุธรรมประจำได้นั้นหรือผู้ที่จะไปถึงความเป็นธรรมได้นั้นจะต้องไปประกอบไปด้วยเป็นคำกี่ข้อซึ่งเป็นหัวข้อที่ จะถามพระพุทธเจ้าตั้งใจเอาไว้ศุลกากรตั้งใจไว้ว่าจะถามว่าเป็นเจ้าข้อนี้ว่าคนที่ไม่รู้เป็นประจำเนี่ยหรือว่าผู้ที่จะไปถึงความเป็นคนได้เนี่ยจะต้องมีองค์ธรรมหรือจะต้องพร้อมไปด้วยองค์ธรรมอย่างไรบ้างจึงจะเป็นผู้สาวมากบรรลุเป็นพระจันทร์ได้หรือบรรลุอรหันต์สู้คดีนี้ถึงจะไม่รู้อรหันต์ได้ทรงประทานอึ้งเลยเจอเขาแล้วเรายังไม่ทันเอ่ยปากเลยแต่น้ำยอกจะเอาน้ำไปส่งข่าวไปเจอน้ำท่วมเข้ามาก่อนเลยกลายเป็นผู้ตอบแทนที่จะกลายเป็นครูถามก็ไม่ตอบซะแล้ว ต่อไปเลยนะอาตมาจะเริ่มต้นอ่านตอนนี้จะเริ่มต้นอ่านตอนนี้ลำดับน้ำทันจึงเผยกายขึ้นเพื่อการขึ้นนิดหน่อยเดี๋ยวดูบริษัทเดี๋ยวดูบริษัทสักหน่อยเอาเสียงซะหน่อยหาเสียงซะหน่อยที่ท่านจัดละเอียดเดี๋ยวดูบริษัทแล้วกล่าวถูกก็คือมีพระภาคว่าข้าแต่พระโคดมผู้เจริญบุคคลประกอบด้วยองค์ 5 ประการประกอบไปด้วยคุณธรรมหรือประกอบไปด้วยองค์ 5 ประการคือว่ามีองค์ธรรมเท่าไหร่ถึงจะได้รู้จักเป็นผู้ที่ประพฤติสู่ความเป็นพระอรหันต์ได้นั่นเองพูดกันง่ายๆพวกความย่อมบัญญัติว่าเป็นพราหมณ์และเมื่อเขา ข่าวว่าเราเป็นพราหมณ์ก็จึงกล่าวได้โดยชอบทั้งไม่ต้องถึงมุสาวาทด้วย 5 ประการเป็นไฉนข้าแต่พระโคนมผู้เจริญบุคคลที่เป็นพราหมณ์ในโลกนี้ 1 และอธิบายขยายความต่อไปนี้จะงงไปหมดคือโทรศัพท์บอกว่าผู้ที่จะมีคุณธรรมหรือผู้ที่จะประกอบไปด้วยแบบนี้จะต้องมีหลักการแบบนี้ก่อนผู้นี้จึงจะสามารถพรหมจรรย์ได้ถ้าไม่ไปไม่พร้อมใน 5 ประการนี้แล้วกันไม่ได้รู้ว่ากฎข้อบังคับของสมัยนั้นเลย ตั้งแต่สมัยนี้เกิดมีแล้วกฎข้อบังคับต่างๆก็มีมากแล้วดีมากกันจนว่าจะต้องประกาศตนจะต้องเป็นผู้ที่อยู่ในฐานะของผู้บวชนะจะต้องไปพูดบวชเท่านั้นจึงจะบรรลุอรหันต์ได้หรือจะต้องอะไรต่ออะไรเดี๋ยวนี้มันกฎข้อเยอะแยะเดี๋ยวอาตมาจะอธิบายตอนหลังแล้วมันจะกินความซึ่งกันและกันตอนนี้ยังไม่อธิบายไม่อธิบายไปเดี๋ยวก็จะเจริญกว่าๆอาจจะอาตมาจะอธิบายอันนี้ซะก่อนจงเข้าใจให้ได้ว่าขณะนี้ฟังที่อาตมาอธิบายนี่จงพยายามนึกอย่างนี้คำใดคืออาตมากล่าวว่าพรหมหรือกล่าวว่าความทุกคนจงพยายามเอาคำว่าพุทธใส่เข้าไปฟังนะ คำใดคืออาตมาอ่านคำว่าพรหมหรือพราวออกมาให้ทุกคนเอาคำว่าพุทธใส่แทนเข้าไปเพราะศาสนาพราหมณ์หรือศาสนาแห่งชมมันอันเดียวกันอาตมาบอกแล้วอันใดที่พระพุทธเจ้าท่านกล่าวถึงคำว่าสมณะพราหมณ์ให้ทุกคนเอาคำว่าพระภาคที่ 4 ใส่เข้าไปแทนเราจะได้เข้าใจดีขึ้นเพราะคำว่าสมณะพราหมณ์ก็คือผู้ปฏิบัติธรรมคือพระภิกษุนั้นเองนะเข้าใจนะ 2 2 หลักนี้เข้าใจนะถ้าคำใดที่อาตมาจะอ่านออกไปมีคำว่ากรมหรือพราหมณ์ขอ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive