150213 โสณทัณฑสูตรและเตวิชชสูตร-พ่อท่าน-วัดมหาธาตุ.txt

โฟลเดอร์2515 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์459 KB
วันที่แก้ไข16 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้เราก็มาต่อมาต่อกันอีกนิดหน่อยสำหรับที่เราจะพูดกันบ้างแล้วก็เอาไปปฏิบัติกันบ้างอ่ะโดยแท้จริงนะเราจะเอาแต่พูดพูดพูดพูดพูดพูดพูดพูดนี่มันไม่ได้นะเราก็เอาพูดแล้วก็เอาไปทำพูดแล้วก็ทำพูดแล้วก็ทำเอาแต่พูดเฉยๆไม่มีทำไม่ได้ถ้าวันนี้เราก็มาคุยกันต่อในเรื่องที่ควรจะได้คุยกันต่อไปแต่ว่าก็ทุกครั้งทุกคราวที่อาตมาพูดแล้วว่าเราเองเราจะเอาแต่คุยกันน่ะมันไม่มีประโยชน์อะไรเอาแต่คุยมันก็ได้แต่คุยแล้วจะเอาแต่ภาษาก็พูดได้แต่ภาษาเพราะฉะนั้นมันไม่มีพระพุทธเจ้าตรัสว่า เราที่จะทำกันนี่มันจะต้องมีวิมุต 2 ส่วนมันมีทั้งไอ้ที่คุยเอาไปเป็นปัญญาแล้วก็จะต้องเอาไปทำให้มันเกิดเจโตด้วยมันจะต้องมีวิมุตทั้งสองวิมุตมีทั้งปัญญาวิมุติและมีทั้งเจโตวิมุติปัญญาวิมุติตัวเดียวก็ไม่รอดตัวต้องมีเจโตวิมุติด้วยถึงจะเรียกว่าอุปสรรคคือวิมุตทั้ง 2 อัน 2 อย่างรวมลงเป็นอันเดียวกันเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดเอาแต่ศึกษาแต่ภาษาภาษาภาษาภาษาไปก็เป็นใบลานเปล่ากันอยู่นั่นเองแล้วมันก็ไม่ได้อะไรช่วยตัวเองไม่ได้แล้วก็นอกจากช่วยตัวเองไม่ได้แล้วยังจะต้องได้ไประรานชาวบ้านชาวช่องเขาด้วยด้วยปากด้วยภาษาเพราะงั้นเราจะต้องพูดแล้วก็ให้ไปทำทุกครั้งที่พูดแล้วคุยกันแล้วอาตมาก็ขอร้องกันเสมอว่าให้ไปทำข้าวทำอะไรพระพุทธเจ้า สอนหลักแล้วว่าทำด้วยศึกษาด้วยสิกขาไร้สิกขาศีลสมาธิปัญญาไม่เห็นมีหลักอะไรเลยมากมายของพระพุทธเจ้าหลักของท่านก็มีอยู่แค่นั้นแต่ว่าเราเองเรายังไม่เอาไปทำกันสักทีแม้แต่ศีลตัวนึงก็ยังไม่ทำกันไม่พยายามที่จะเอาไปเป็นกฎเป็นข้อถือให้มันแน่นอนระลึกถึงเสมอว่าเราถือศีลข้อนี้ข้อนี้ข้อนี้เราเป็นอยู่ด้วยศีลข้อนี้ข้อนี้ไม่ได้เคยนะเพราะฉะนั้นมันจึงไม่เกิดผลมันจึงไม่ได้อะไรขึ้นมาอาตมาจะพยายามลองเล่าถึงเรื่องของศาสนาให้ฟังกันสักนิดหน่อยวันนี้ถ้าศาสนาคำว่าศา

อ่านต่อ

สนา อันนั้นน่ะเป็นคำที่มันมาเกิดที่หลังโดยแท้จริงแล้วล่ะก็แต่เดิมรากศัพท์ก็มีรากศัพท์ของคำว่าศาสนานั้นมาจากคำว่าศาสนะคือถ้าเผื่อว่าใครได้ติดตามศาสนาพุทธในภาษาพระพุทธเจ้าหรือว่าในพระไตรปิฎกอะไรก็ตามที่ได้ท่านได้ตรัสเอาไว้เนี่ยมีคำว่าอนุศาสน์หรืออนุสาสนีคำว่าอนุศาสน์อนุศาสนีนี่แหละมันคือคำว่าศาสนาล่ะศาสตร์ตัวหลังจากคำว่าอนุมัติศาสนาหรือศาสนานี่แหละคือศาสนาคือศาสนาเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าใครได้เข้าใจ คำว่าศาสนหรือศาสนาอิสลามเราก็จะเข้าใจได้ทะลุไปจนกระทั่งถึงว่าคำว่าอนุศาสน์ของท่านนั้นโดยภาษาทั่วไปมันหมายความว่าคำสอนหรือคำบอกเล่าหรือคำชี้แจงเรียกว่าอนุศาสน์หรือว่าเนื้อหาอัตของสิ่งที่เรารับเอามาจะรับเอามาด้วยทางคำพูดก็ตามหรือรับเอามาได้ทางการปฏิบัติตามๆกันมาก็ตามเรียกว่าอนุศาสตร์แต่โดยแท้จริงที่มันจะชัดที่สุดนั่นน่ะหมายความว่ารอรับกันมาโดยทางคำพูดหรือทางตัวหนังสืออะไรก็ตามแต่ที่เราจะพึงรู้ได้เข้าใจได้แล้วเอามาปฏิบัติได้เราเรียกคำว่าคำนั้นว่าอนุศาสตร์หรืออนุสาส คำว่าศาสนศาสตร์ชะนีคำนี้แหละคือศาสนาเพราะฉะนั้นเมื่อมันมาเป็นภาษาสมัยนี้แล้วเราเรียกมันว่าศาสนาศาสนะคำนั้นมันก็มีรากศัพท์มาจากความหมายที่ว่าคำสอนหรือคำที่บอกกล่าวให้เราเอามาประพฤติปากศาสนาด้วยเหตุนั้นคำว่าศาสนาจึงไม่ได้หมายถึงว่าไอ้ตัวตนอะไรต่ออะไรที่เป็นอัตราเร็วไม่ใช่ศาสนาคำนั้นจึงหมายถึงคำว่าสิ่งที่บอกกล่าวกันและกล่าวให้เอาประพฤติกันเท่านั้นเองศาสนาพุทธคำว่าศาสนาคำนี้ถ้าเราจะตีความหมายกันขึ้นมาแล้วมันตื้นถึงขนาดนั้นแต่เนื้อหา ของศาสนามันไม่ตื่นเพราะว่าคำสอนมันไม่มีอยู่แค่คำบอกกล่าวกันแค่คำตื้นๆมันมีบอกกล่าวกันไปจนกระทั่งถึงคำลึกละเอียดบรรยายกันไปจนลึกละเอียดสูงเป็นธรรมะขนาดชั้นละเอียดสุรธรรมก็เป็นศาสนาเพราะฉะนั้นภาษาที่จะอธิบายถึงสุญญตาธรรมก็เป็นศาสนาด้วยมันจึงกินความไปหมดเลยว่าศาสนานอกจากจะคำบอกตื้นๆแค่คำว่าศีลน้ำปาณาติปาตาเวรมณีไอ้แค่นี้ก็คือศาสนาแค่เนี้ยคือปลาตาเวรมณีแค่นี้ก็ศาสนาแล้วเพราะฉะนั้นเอาไปประพฤติพานจะไปนาไปไปเป็นอาทิตย์หน้าผ่านแต่สีนี้ไปจนกระทั่งมากมายทำบริสุทธิ์ไปด้วยเป็นที่สุดที่ 4 ลงไปเรื่อยบริสุทธิ์บริสุทธิ์ ไปจนกระทั่งติดเราเห็นชัดแจ้งเลยว่าไอ้ความบริสุทธิ์ของเรามันบริสุทธิ์จริงมีจิตอธิจิตที่เกิดจริงแล้วก็มีบริสุทธิ์ไปจนกระทั่งเป็นวิสุทธิ์ทิฐิวิสุทธิขึ้นมาอีกไม่มีความสงสัยไม่มีความข้องใจเป็นกังขาวิจารณญาณวิสุทธิไปอีกเห็นมักเห็นผลเห็นทางเห็นมรรคาเติมเข้าไปเรื่อยๆจนกระทั่งเห็นปฏิปทาเห็นทางที่จะประพฤติปฏิบัติต่อไปจนกระทั่งเห็นญาณทัศนะวิสุทธิเรื่อยไปเรื่อยเราเองเราก็จะเดินทางไปถูกถ้าเราได้ทำอย่างนั้นแต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยจะทำอย่างนั้นเลยมันจึงจะก้าวศาสนานี้ให้ก้าวไปจนกระทั่งถึงภาษาคำว่าคำสอนว่าสุจิตราธรรมมันจึงไม่ถึงน่ะสิเพราะปาณาตัวต้นนี่มันยังไม่เป็นศาสนาเลย ทุกคนยังไม่ทำปาณาติปาตาอวยให้เป็นศาสนายังไม่ทำอทินนาทานาให้เป็นศาสนากาเมสุมิจฉาจาราเวยังไม่เป็นศาสนาขึ้นกับตัวเองเลยแล้วมันจะไปถึงสุญญากาศธรรมเป็นศาสนาได้อย่างไรไม่ได้เพราะฉะนั้นก็ได้ผูกผันคุยโม้กันอยู่แต่ภาษาเอาไปเอามาเอามาเอาไปกันอยู่เรื่อยภาษาเหล่านี้พูดกันกี่วันกี่คืนก็ไม่จบเพราะฉะนั้นมันจะเกิดผลจริงๆจะเป็นปฏิเวธทำจริงๆมันหลังปฏิบัติปฏิเวธทำอันนั้นมันเกิดหลังปฏิบัติเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้วเรียบร้อยผลเกิดมาเป็นปฏิเวธทำอันนั้นแหละจึงเรียกว่าตัวที่เกิดมาจริงเป็นตัวผลและยานๆเกิดหลังๆจ่าเราได้ประพฤติปฏิบัติจนกระทั่งถึงขั้นมรรค กินผลไม้ยานจริงๆแม้กระทั่งเกิดผลและยานจริงๆแล้วเอามันมาทบทวนดูอีกทีเป็นปัจจาเวทนาญาณก็รู้ชัดรู้แจ้งเห็นตัวเห็นตนของมันมีทั้งตัวมีทั้งภาษาอยู่ด้วยกันหมดเลยยิ่งทบทวนไปมามากเข้าก็จะยิ่งเห็นตัวตนของมันแยกตัวออกมาชัดว่าไม่มีรูปนี้มีนามรูปคืออัฏฐะนะนางคือธรรมะนะถ้าเอาภาษามาเรียคือบัญญัตินะรวมกันเต็มตัวเลยมีลูกมีนามเป็นตัวตนอ้าวมีภาษาเป็นบัญญัติบัญญัติพร้อมกับรูปนามมีสมมุติมีสมมติที่แล้วมีปรมัตถสัจจะรวมพร้อมลงไปในตัวเดียวกันทุกอย่างมันก็ไม่มีปัญหาผู้ที่รู้ได้ชัดแจ้งในตัวเหล่านั้นแหละเรียกว่ามีปฏิภาณรู้รอบและเราก็เข้าใจและเราก็เอาไปเราก็รู้ของจริงแท้จริงอันนั้นได้โดยที่ไม่มีใคร โกหกเราได้นะเพราะฉะนั้นวันนี้อาตมาจะโยงใยถึงเรื่องของศาสนาให้ฟังว่าพระพุทธเจ้านั้นเป็นผู้ตรัสรู้ดีรู้ชอบเป็นผู้ที่ตรัสรู้เองแจ้งแล้วถ้วนทั่วจนจบจนกระทั่งพระพุทธองค์แน่ใจยิ่งกว่าแน่ใจแล้วจึงได้โพนทะนาใช้ศัพท์สมัยนี้แต่ทรัพย์ของท่านเองพระพุทธเจ้าจะใช้คำว่าปฏิญญาคือท่านเองท่านถึงได้กล้ากล่าวบอกกล่าวออกมาทั่วไปเลยให้ทุกคนได้ยินได้ฟังพูดภาษาเดี๋ยวนี้อาตมาถึงใช้คำว่าโพนทะนาถ้ากล้ากล่าวเลยถ้าเราไม่ใช่สิทธัตถะคนนะอ่านพระไตรปิฎกนี้แล้วจะเขมรพระพุทธเจ้าอย่างมากเลยถ้าใครเป็นคนศาสนาอื่นมาอ่าน ไม่ว่าสูตรไหนเลยพระพุทธเจ้าท่านตรัสนี่ท่านตัดคุยโม้ของท่านละเอียดเลยโม้แหลกเลยถ้าโม้อย่างไรเราพูดเพราะผู้มีพระภาคเจ้าเกิดมาเป็นอรหันต์แต่สัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้เองรู้ดีรู้ชอบด้วยตนเองยิ่งแล้วด้วยปัญญาอันยิ่งเองเป็นครูเทวดามนุษย์อินทร์พรหมทั้งหมดโม้แหลกเลยเราจะหาว่าเมื่อเช้านี้โมโหคุยตัวเองยกตัวเองเหลือเกินนะถ้าเป็นผู้อื่นที่ไม่ใช่พุทธศาสนิกชนนะมาอ่านดูเถอะช่างมันสร้างไหนท่านก็ตัดอย่างนี้จัดเฉยๆอย่างเงี้ยพูดเฉยๆพระพุทธเจ้าย่อมเป็นผู้ที่จะตรัสรู้เองรู้ชอบด้วยตนเองสามารถที่จะอะไรต่ออะไรสำคัญกว่าของท่าน ตัดทุกทีก่อนจะกล่าวอะไรท่านบอกอย่างนี้ทุกทีนำต้นมาทุกทีแล้วไม่ว่าสูตรไหนจะสูตรไหนนี่เดี๋ยวอาตมาจะลองลองเปิดดูให้ฟังอ่านดูให้ฟังสักสูตรนึงนะจะได้ยินภาษาของท่านชัดๆสักทีนึงพระพุทธเจ้าจะตัดอย่างนี้เสมอๆถ้าจะถ้าจะโม้แหลกอย่างนี้เพราะผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นพระอรหันต์ตรัสรู้เองโดยชอบถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะเสด็จไปดีแล้วทรงรู้แจ้งโลกเป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึกไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่าเป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายฟังดูนะ เป็นผู้เบิกบานแล้วเป็นผู้จำแนกพระธรรมพระตถาคตพระองค์นั้นทรงทำโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลกมารโลกพรหมโลกให้แจ้งชัดด้วยพระปัญญาอันยิ่งของพระองค์เองแล้วทรงสอนหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์เทวดาและมนุษย์ให้รู้ตามพระองค์ทรงแสดงธรรมงามในเบื้องต้นงามในท่ามกลางงามในที่สุดทรงประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถพร้อมทั้งพยัญชนะบริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิงก็การได้เห็นพระอรหันต์ทั้งหลายเป็นเห็นป่านนี้ย่อมเป็นการดีแลและพระพุทธเจ้าจะตรัสอย่างนี้เสมอท่านจะตรัสว่าท่านเองเป็นคนที่เหนือที่สุดดีที่สุดเป็นคนที่จะเป็นครูของโลก ร้อนหมดเทวดามารพรหมทั้งหลายทั้งปวงเป็นครูของเทวดาเป็นครูของมารหมดเลยท่านจะโม้อย่างนี้ตลอดเวลานี่เราไปใช้ภาษาโลกโลกนะพูดกันให้เข้าใจให้ได้เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเราเป็นคนศาสนาอื่นนะเพราะเป็นคนศาสนาอื่นเรามาอ่านคำตรัสของพระพุทธเจ้าเนี่ยเราจะเห็นพระพุทธเจ้านี่แหมคุยตัวเองเหลือเกินยกตัวเองเหลือเกินตลอดเวลาเลยพระพุทธเจ้าท่านจะจัดนำสูตรไหนสูตรไหนสูตรใหญ่ๆโดยเฉพาะในทีฆนิกายเนี่ยเสมอๆเลยแล้วถ้าจะตัดอย่างนี้เสมอถ้าเป็นเราเราเองเราไม่รู้สึกหรอกว่าท่านเองท่านคุยโม้เพราะเราบูชาท่านโดยจริงเราศรัทธาท่านโดยจริงแล้วเรานับถือท่านเชื่อแน่ว่าท่านพูดอย่างนั้นไม่ผิดความจริงเพราะท่านสูงอย่างนั้นจริงๆก็เราก็ไม่รู้สึกแต่คนก็ไม่นับถือที่เขาไม่มีศรัทธาอย่างคนนอกศาสนาที่เข้ามาอ่านข่าวนี้เขาบอก พระพุทธเจ้าขี้โม้แหลกเลยคุยโตๆยังไม่มีอะไรเทียบเท่าเลยแต่ที่จริงพระพุทธเจ้าท่านตรัสอย่างนี้ท่านไม่ได้ตรัสว่าท่านคุยตัวท่านไม่ได้รู้สึกว่าท่านคุยตัวแต่ท่านตรัสตามความเป็นจริงท่านตัดจริงๆท่านเป็นอย่างนี้ท่านจะไปปลิวฉันจะไปบิดเบือนท่านก็ไม่ได้ท่านเห็นอย่างนี้คิดอย่างนี้และเป็นอย่างนี้แล้วก็ท่านพูดจริงก็ทำจริงด้วยท่านพูดได้ท่านทำได้เพราะฉะนั้นท่านจึงพูดอย่างนี้แล้วก็ท่านก็ยืนยันอย่างนี้คนอื่นเขาไม่รู้ไม่เข้าใจเขาไม่เชื่อเขาไม่ศรัทธาเขาก็ว่าท่านโม้ท่านคุยโตนี่แหละพระพุทธเจ้าท่านตรัสอย่างนี้เพราะฉะนั้นในฐานะที่เราเองเราเป็นพุทธศาสนิกชนด้วยกันก็ไม่ประหลาดอะไรหรอกเราก็มาพูดกันอย่างนี้เลยในฐานะที่ เราเห็นว่าศาสนาพุทธนี่แหละเป็นศาสนาที่เข้าใจถ้วนทั่วแล้วเราก็มาพูดกันอย่างที่พูดให้เข้าใจทั่วๆเพราะฉะนั้นรวมลงแล้วคำสั่งของท่านอันอื่นก็มีปัญหาโคตรพูดเองมีเหมือนกันเฉพาะสูตรนี้ในสูตรนี้คือพระอานนท์เอามามาจัดเองเอามาพูดเอาคำพูดของพระพุทธเจ้าท่านมาพูดอีกทีนึงท่านก็พูดสอนลงไปอย่างนี้เพราะผู้มีพระภาคพระองค์นั้นคำพูดเหล่านี้ไม่ใช่คำพูดของพระองค์อื่นพูดคนอื่นจะมาพูดอย่างนี้ไม่ได้นี่หมายความว่าพระพุทธเจ้าท่านพูดขึ้นเองและองค์อื่นก็นำเอาคำพูดของท่านเอาคำตอบของพระพุทธเจ้านั้นมาพูดอย่างนี้อย่างนี้ตามที่ท่านพูดไว้แล้วจุดอื่นก็มีส่วนอื่นที่บอกไว้ว่าสถาบัน เพลงเดือนนี้หยุดไม่เหมือนกันไม่มีผิดจากนี้หรอกต้องโดนคล้ายๆกันอย่างนี้เสมอๆใช่ไหมถ้าคุณเคยได้อ่านไม่มีอะไรประหลาดหรอกอย่างนี้เป็นสัจจะอันเก่านี่แหละอย่างนี้แหละนี่พระไตรปิฎกมีพระไตรปิฎกนะนี่ภาษาอังกฤษเออทีนี้เราก็มาพูดกันว่าพระพุทธเจ้านี่เองท่านเองท่านไม่เคยไปรุกปู่ดูถูกศาสนาไหนหรอกถ้าไม่ได้ลดลงถ้าไม่ว่าศาสนาไหนเป็นอย่างไรอะไรต่ออะไรท่านบอกท่านไม่เอาถ้าเผื่อว่าพูดอย่างนั้นแล้วเสียเวลาถ้าใครสนใจถ้าใครตั้งใจที่จะมาพูดกันมาฟังกันมามาพูดมาฟังแล้วท่านก็จะพูดให้ฟังพอพูดให้ฟังแล้วใครเห็นตามเอาไปประพฤติไม่ใช่แค่เห็นตามแล้วก็เฉยๆไม่ไปต่อไม่ได้พระพุทธเจ้า มีเอาไปประพฤติตามเสมอไม่ใช่ฟังเอาแค่ฟังแค่บรรยายแค่ฟังเป็นสุตมยปัญญาไม่พอกินตามระยะปัญญาก็ไม่พอนอกจะเอาไปคิดทบทวนแล้วก็ยังไม่พอต้องลงไปปฏิบัติให้มันเกิดจริงเป็นจริงให้มันบรรลุขึ้นมาจริงๆเป็นภาวนาไม่ได้ปัญญาจึงจะพอจึงจะเป็นของแท้นี่พระพุทธเจ้าท่านตรัสอย่างนี้ในเรื่องศาสนาทั้งหมดในโลกนี้มันหมายถึงการเข้าไปแจ้งซึ่งธรรมะอันเดียวเท่านั้นแหละอันสูงสุดนะทุกคนก็พยายามที่สุดเลยที่จะยกของตนเองนี่ว่าใหญ่ที่สุดใหญ่ที่สุดใหญ่ที่สุดใหญ่ที่สุดศาสนาพุทธท่านเองท่านเห็นความใหญ่ที่สุดของความใหญ่ที่สุดได้แล้วแล้วท่านก็มาสอนพวกเรานี่เล็กนิดเดียว อะไรจึงแสดงว่าอย่างนั้นไม่ใช่เจตนาไม่ใช่เจตนาอะไรที่อาตมาหมายความว่าอย่างนั้นคืออาตมาบอกว่าพระพุทธเจ้าศึกษาจนกระทั่งรู้แจ้งสิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกหรือในจักรวาลหรือในอะไรทุกอย่างในโลกนี้ท่านศึกษามาหมดแล้วศึกษามาจนเกลี้ยงหมดแล้วรู้แจ้งมาหมดแล้วใหญ่อย่างใหญ่ที่สุดและท่านแน่นอนแน่ใจเลยว่าท่านศึกษามาได้ใหญ่กว่าใครๆแต่สิ่งที่ท่านเอามาสอนพวกเรานี่ท่านเอามาสอนอันที่เล็กนิดเดียวท่านรวบรวมลงมาแล้วเรือเล็กนิดเดียวคือเหลือแค่ศีลสมาธิปัญญาทำไมต้องทำอย่างนั้นเพราะท่านรู้แล้วว่าท่านบอกว่าท่านตั้งโลกหรือท่านกล่าวโลกหรือท่านสมมุติโลกขึ้นมาว่า มีอยู่แค่ยาววากว้างคืบหน้าคือกว้างศอกนี้เท่านั้นท่านกำหนดโลกลงมาแค่นี้เท่านั้นแต่โดยความจริงท่านไม่ได้รู้โลกแค่นี้นะท่านรู้หมดโรคกลมๆที่ท่านก็รู้ตถาคตย่อมรู้แจ้งพระอาทิตย์พระจันทร์ตถาคตย่อมรู้ว่าโลกธาตุเป็นจำนวนมากมายเทียบได้เท่าเม็ดทรายในมหาคงคานธีตถาคตย่อมแจ้งแม้แต่ในศรีษะป่าในสวนศีรษะป่าส่วนสีแสดพระพุทธเจ้าก็ตรัสกับภิกษุว่าตถาคตที่ท่านทำใบสีสัตว์ป่าขึ้นมาบอกว่าใบไม้ในมือเรากับใบไม้ในต้นนี้หรือใบไม้ในป่านี้ อันไหนมากกว่ากันภิกษุก็บอกว่าใบไม้ในต้นไม้หรือใบไม้ในป่าย่อมมากก็ใบไม้ในกำมือของพระพุทธองค์พระพุทธเจ้าท่านบอกว่านี่แหละเราสอนพวกเธอเพียงกรรมใบไม้กำมือเดียวนี่เองเราสอนแต่ว่าความรู้ของตถาคตไม่ใช่ใบไม้กับมือเดียวความรู้ของตถาคตเทียบได้กับใบไม้ทั้งต้นหรือใบไม้ทั้งป่าท่านรู้หมดอย่างนั้นทำไมเป็นอย่างนั้นอาตมาจะยกอุปมาอุปไมยรกโลกให้ฟังง่ายที่สุดเลยนะมีร้านค้ามีร้านค้าร้านค้าร้านหนึ่งตั้งขึ้นมาในถนนถนนหนึ่งพอตั้งขึ้นมาในถนนถนนหนึ่งครับร้านของ เจ้ายอดเยี่ยมที่สุดกว่าล้านทุกร้านในจังหวัดนี้ร้านค้าร้านนี้ติดป้ายขึ้นมาเลยอีกร้านหนึ่งคุยโตจริงแฮะพวกร้านของเขาเลยบอกว่ายอดที่สุดในจังหวัดนี้อีกร้านนึงก็ตั้งขึ้นมาเคียงข้างเลยตั้งขึ้นมาเคียงข้างปั๊บก็ติดป้ายเลยบอกร้านนี้ยอดเยี่ยมที่สุดในประเทศคอมมันขึ้นมาเลยบอกร้านนี้ยอดเยี่ยมที่สุดในประเทศของร้านที่บอกว่ายอดเยี่ยมในจังหวัดเลยอีกร้านนึงไม่เห็นเข้าใหม่ 2 ตัวนี้แข่งกันใหญ่บอกว่าถ้าคอมเมนต์เหมือนกันบอกเอาบ้างแล้วเก่งนะเขาตั้งขึ้นมาอีกร้านนึงเขียนเข้าไปเลยลองทาย ร้านนี้จะขึ้นป้ายว่าไงฮ่าๆใครก็เดาออกนะร้านนี้ก็ตั้งขึ้นเลยปั๊บเป็นร้านที่ 3 ร้านนี้ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกนะอ่าต่อกันเลยจังหวัดประเทศในโลกยอดเยี่ยมเลยอีกคนนึงมาคนนี้ฉลาดไงฉลาดกว่าไม่เห็นบอกไป 3 ตัวนี้แข่งกันจริงเลยนะแหมใหญ่ทั้งคู่ใหญ่กันหมดเลยไอ้ร้านนี้เอาล่ะฉันจะตั้งขึ้นอีกมากจะคมล้านบาทนี่ให้ได้ตั้งร้านที่ 4 ขึ้นมาปังคิดดูซิร้านนี้จะขึ้นป้ายว่าไงอ้าวยังไม่จบเลยเอาจักรวาลเหรออ้าวเอาจักรวาลนี่ยังไม่ฉลาดจริงนะเอาให้คุณอีกเลยนะ เอาให้มาหาจักรวาลด้วยนะตั้งชื่อว่าร้านนี้ยอดเยี่ยมที่สุดในมหาจักรวาลนี้อาตมาต่อให้นะที่จริงอาตมาจะสรุปลงแล้วคุณยังว่ายังคนนี้ยังไม่เก่งมหาจักรวาลนี่ก็ยังไม่เก่งแต่คนเก่งที่สุดนี่เก่งอย่างพระพุทธเจ้าตั้งขึ้นอีกเลยล้านนึงนะตั้งเคียงขึ้นมาอีกเลยเป็นร้านที่ 5 เอาตัวนี้เป็นร้านที่ 5 เลยเดาซิว่าเจ้านี้จะข่ม 4 ร้านนี้ได้ยังไงจะขึ้นป้ายว่าไงห๊ะเอาซิร้านนี้จะขึ้นป้ายว่าไงหมดแล้วมาหาจักรวาลแล้วบอกร้านนี้ยอดเยี่ยมที่สุดในมหาจักรวาลร้านนี้จะบอกให้ร้านนี้ขึ้นป้ายเลยบอกร้านที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เคียงกันหมดแล้วร้านที่ 5 นิคม 4 ล้านอยู่เลยขนาดร้านที่ 4 บอกว่า ยอดเยี่ยมที่สุดในมหาจักรวาลร้านที่ 5 ขึ้นปั๊บขึ้นป้ายบอกร้านนี้ยอดเยี่ยมกว่าร้านทุกๆร้านในถนนสายนี้นิดเดียวแจ๋วไหมร้านนี้ยอดเยี่ยมที่สุดกว่าทุกๆร้านในถนนสายนี้เคียงขึ้นเลยเป็นร้านที่ 5 ใครเยี่ยมก็ใครไอ้ที่ๆเอาชนะแค่ถนนสายนี้กับทั้งจังหวัดกับทั้งประเทศกับทั้งโลกกับทางมหาจักรวาลใครยื่นกับใครอยู่กับใครนี่แหละคือปัญญาและยอดปัญญาแล้วพระพุทธเจ้าท่านไปหมดแล้วเพราะฉะนั้นคำสั่งของพระอนุรุธคำพูดของพระบุรุษที่เคยไปพูดกับพระสารีบุตรอยู่คราวหนึ่งคือเฝ้าดูรถเนี่ยเก่งทาง Play Store ฌานมาก เก่งทางเจโตชานสามารถจะส่งจิตส่งใจออกไปท่องเที่ยวออกไปรู้ทั่วโลกจักรวาลอะไรหมดเลยนะและมีอยู่สูตรนึงพระอนุรุธนี้ได้พยายามพากเพียรเหลือเกินที่จะพยายามทำให้บรรลุอาสวักขยญาณให้ได้ไม่บรรลุจนกระทั่งวันหนึ่งก็ไปหาพระสารีบุตรก็ไปถามพระสารีบุตรบอกพระสารีบุตรบอกว่าเป็นยังไงนะบังคับพระเจ้านี่ได้พยายามที่สุดเลยนะไม่พยายามที่จะปรุงอะไรหมดกิเลสหมดอะไรวางทำสติให้ครองตนอย่างมั่นส่งจิตส่งใจออกไปหรือว่าครอบงำท่านใช้คำว่าครอบงำโลกธาตุนี้ไว้เป็นพันเป็นหมื่นโลกธาตุสิ้นแล้ว แต่ถึงขนาดนั้นท่านก็ยังไม่บรรลุยังไม่ถึงที่สุดมันเป็นยังไงนะธันวาคมนี้พระสารีบุตรก็ว่าแม่ดีเหลือเกินนะพระอนุรุทธที่อุตส่าห์มาถามพระสารีบุตรก็เลยบอกว่าที่ท่านเองน่ะออกไปครอบงำโลกเขาทั่วจักรวาลนั่นแหละมันเป็นกิเลสละเพราะเหตุท่านไปครอบงำเขานั่นน่ะเป็นมานะทิฏฐิอันหนึ่งเป็นมานะสังโยชน์ 2 เขตที่ท่านไปครอบงำเขานั้นเป็นมาณที่ที่แล้วท่านไม่พยายามดึงใจของท่านเข้ามาไว้ในกายของท่านมันเป็นอุทธัจจะมันฟุ้งออกไปนอกต้นดึงเข้ามาเสร็จสิเมื่อถ้าเกิดอุทยานอันนี้มันก็ไม่สงบลงได้ มันก็ไม่สิ้นสุดลงในตัวได้เพราะฉะนั้นท่านมีมานะนี่เป็นอันที่ 1 มีอุจจาระเป็นอันที่ 2 พระอนุรุทธเองสารภาพด้วยว่าแม้มันเป็นกุกๆจะเหลือเกินมันรำคาญใจมันไม่สบายใจมันมันไม่ลงตัวมันไม่บรรลุได้ทำไงจะหายก็เพราะเหตุท่านไปมีมานะท่านไปมีอุทธัจจะท่านจึงเกิดกูจะดับมานะดับอุทิศจากเซ็กซี่และท่านจะเกิดปรากฏการณ์ด้วยท่านกลับมานะดาบอุทิศจะได้อย่างไรก็อย่าไปทีละเพลงเล็งว่าตอนนี้ยอดต้นนี้เลิกเป็นมานะอย่าไปเพ่งไปครอบงำเขาทำไมโลกเราหมื่นโลกธาตุล้านโลกธาตุก็ช่างหัวเขาอะไรเล่าเขาเป็นสมมุติใครจะสร้างโลกอยู่กี่โลกให้เขาสร้างไปเราไม่เกี่ยวเราอยู่ที่เราอยากให้ บุ้งออกไปจากตัวเราถ้ามันฟุ้งออกไปจากตัวเรามันมีตัวเกิดมันไปเกิดที่อื่นเพราะฉะนั้นเมื่อมันฟุ้งไปเกิดที่อื่นแล้วเราก็ดับไอ้กุกกุจจะซึ่งเป็นตัวแทนตัวจริงอยู่ในตัวของเรานี่ไม่ได้ให้มันจ่ายอยู่ในตัวเราเนี่ยตัวรำคาญไอ้ตัวเราแล้วรู้ไอ้ตัวกูจับของเราตัวนั้นแหละตัวเดียวไม่ให้มันอุดตันออกไปเลยเมื่อดับตัวถูกจับตัวนี้ได้แล้วนั่นแหละความสนิทนิ่งไม่ต้องไปเอาอื่นเลยไม่ต้องไปเกี่ยวอื่นเลยเพราะฉะนั้นมานะพุทธจากคุณจาก 3 ตัวนี้ถ้าใครอ่านสูตรนี้เจอดูเหมือนอโศกอาตมาก็คัดในอดีตแต่ฉันมาออกมาจากในอดีตอ่ะอยู่ในประวัติของพระอนุรุทธ์เนี่ยหรือว่าในนี้จะมีนะเนี่ยถ้าผมว่าใครเจออันนี้แล้วเรียบร้อยนะคนนั้นสบาย คนนั้นจะไม่ฟุ้งซ่านแล้วก็จะไม่ไปที่ได้ยึดถืออะไรอื่นๆคนอื่นช่างเขาไม่มีหน้าที่เลยที่เราจะไปวุ่นไปวายไม่มีหน้าที่ที่เราจะวุ่นวายไปเรื่องคนอื่นเขาเราเอาของเรานี่ให้มันเรียบร้อยลงที่เราเมื่อเรียบร้อยลงที่เราแล้วจบจบอยู่ที่นี่นี่แหละคือความเก่งของพระพุทธเจ้าที่พระพุทธเจ้าท่านรวมโลกธาตุที่ไม่ใบไม้ทั้งป่าทั้งอะไรต่ออะไรท่านบอกว่าท่านไปรู้มาหมดแล้วนะท่านใช้เวลาหลายแสนกลับท่านจะรู้มาหมดแล้วแล้วท่านก็มาหาเรื่องสั้นๆย่อๆให้แก่เราไม่ยากหรอกเอาสั้นๆแค่นี้แหละคมทุกอย่างลงไปได้แค่นี้แหละร้านนี้ยอดที่สุดกว่าทุกๆร้านในถนนสายนี้เท่านี้แหละไม่ต้องไปเอาโทรมาหาจักรวาลไม่ต้องไปเอาโลกไม่ต้อง ประเทศเอาแค่นี้นี่แหละร้านนี้ยอดเยี่ยมที่สุดกว่าทุกๆร้านในถนนสายนี้เท่านั้นเองยอดเยี่ยมจริงๆนี่แหละคือความสรุปลงของพระพุทธเจ้าด้วยเหตุนี้แหละเมื่อพระอนุรุทธไปได้ปรึกษากับท่านพระสารีบุตรสูตรนี้นี่ๆอาตมาเปิดเจอพอดีพอไปเจอสูตรนี้แล้วถ้าใครยังไม่เข้าใจก็อ่านดูในนี้หนังสืออโศกแก้เล่มหนึ่งมีพอดีว่าจะเข้าใจแต่อาตมาจะไม่พูดถึงอันนี้ล่ะอาตมาจะอธิบายย้อนความให้ฟังอธิบายกระจายความที่ว่ามันทำไมมันไปเกิดที่อื่นแล้วมันไม่เอาที่นี่อย่างไรอาตมาจะช้าความไปถึงการเกิดทั้งหลายแหล่ชาติ การเกิดเป็นทุกข์เพราะฉะนั้นเมื่อการเกิดเป็นทุกข์แล้วเราจะไปดับกับความเกิดได้ที่ไหนถ้าเรารู้จักมุมแห่งความเกิดอย่างดีแล้วระดับถูกจุดหมดแล้วเรียบร้อยนั่นแหละท่านบอกว่าเจริญแล้วและถูกแล้วเอาที่นี้อาตมาจะเท้าความไปนิดนึงถึงเมื่อวานนี้อาตมาไปบรรยายธรรมที่วัดนรนาถหากคุณวิโรจน์คุณเป็นหัวแซ่เฮงก็มีทิฐิกันคนละแบบทางของคุณวิโรจน์นั้นมีทิฐิว่ากิเลสมันไม่มีหรอกกิเลสมันไม่ได้เกิดอยู่เป็นธรรมดามันไม่ได้เกิดกันด้วยไปกิเลสมันเกิดเป็นชั่วครั้งชั่วคราว กริ่งจิตของเรานี่ประภัสสรอาคันตุกะข้างนอกเป็นแขกเข้ามาหาใจของเราถ้าเราไปรับมันเข้ามาแล้วเราเดือดร้อนเพราะฉะนั้นอย่าไปรับมันเลยแล้วตัวเรามันอยู่ที่นี่นี่แหละเราก็บรรลุอยู่ที่นี่จบอยู่ที่นี่อยู่ที่ใจของเรานี่แหละนี่ทิฐิของคุณวิโรจน์ศิริอาจเห็นว่าอย่างนั้นเพราะฉะนั้นคุณวิโรจน์ก็ง่ายสบายตัดข้างนอกไม่ให้ข้างนอกเกิดไม่รับข้างนอกเขาจะเป็นยังไงไม่แยแสเอาจะอยู่แค่นี้แล้วคุณวิโรจน์ก็จบง่ายดีงานง่ายดีส่วนคุณเป็นเพราะว่าพอได้ฟังอย่างนั้นแล้วบอกไม่ได้เลยว่าช่างออกมาเลยบอกไม่ถูกแบบนั้นนรกกินหัวพูดอย่างนี้เหมือนกันกับคนตาบอด ปลาตาบอดยืนอยู่ปากเหวแหมมันน่ากลัวมากนะแม้แต่เห็นคุณเป็นหัวพูดแล้วเขาจะออกหน้าทางแล้วน่ากลัวมากนะอะไรนี่เขาว่าคุณเป็นผัวเขาจะพูดกันเหมือนคนตาบอดขี่ลาตาบอดยืนอยู่ปากเหวปลาตัวนี้พาลงเหวง่ายๆเลยเพราะมันลามันก็ตาบอดไอ้คนขี่ก็ตาบอดแล้วแถมยืนอยู่ปากเหวด้วยมันพาลงเหวง่ายๆตกนรกเป็นจุลมหากุลเลยว่างั้นคุณเป็นผู้ว่าไม่ได้ถ้าจะพูดอย่างนั้นมันง่ายไปเขาก็ยกตัวอย่างของตัวเองเค้าเคยไปเมืองจีนแล้วก็นั่งเรือมาจากเมืองจีนผ่านทางทะเลทางเขมรนี่เองถ้าทั้งแหลมญวนบอกว่าแหมตอนนั้นแกบอกแกเคยเห็นแกเคยเห็นความสนิทหรือความว่างหรือความสงบ อยากเห็นน้ำทะเลเนี่ยตอนนั้นเป็นคืนเดือนหงายเห็นชัดจะมองออกไปจากเรือตอนนั้นน้ำทะเลกำลังนิ่งสงบเงียบที่สุดเลยแกบอกเกิดมาแกเคยเห็นครั้งเดียวแล้วแกจับใจมากจะเห็นน้ำทะเลนี้เงียบเรียกเป็นแผ่นกระจกเลยโอ้มันสนิทนี่มันดีจริงๆแกบอกว่าแกจะประทับใจเหลือเกินแกบอกเป็นน้ำทะเลที่นิ่งสงบเงียบเลยแกบอกว่าเป็นไปได้เหมือนกันนะทะเลมันสงบเงียบอย่างนั้นเป็นได้เหมือนกันถ้าแกไม่เห็นกับตาจริงๆแกบอกว่าแกก็ไม่เชื่อเหมือนกันแทนแต่ก็เห็นกับตามาได้เหมือนกันแต่แกเห็นครั้งนั้นครั้งเดียวต่อจากนั้นแกก็ไม่เคยเห็นอีกแล้วต่อจากเวลานั้นตอนนั้นแกก็ไม่เคยเห็นอีกต่อจากนั้นท่านเลยธรรมดามันมีแต่คลื่นแล้วคลื่นมันไม่ใช่คืนเล็กๆก็คือทะเล บอกว่าโดยธรรมดาธรรมชาตินั้นน่ะถ้าเห็นน้ำทะเลที่มันสนิทอย่างนั้นได้จริงมันเป็นความมันเป็นความเงียบโดยชั่วครั้งชั่วคราวแต่แท้จริงไม่ได้ว่าหมายความว่าทะเลนั้นไม่มีคลื่นเป็นธรรมดาทะเลที่จริงเป็นคลื่นมีคลื่นเป็นธรรมดานะไม่ใช่ทะเลมีความสงบเป็นธรรมดาทะเลมีคลื่นเป็นธรรมดาไปหาทะเลสงบนะแหมยากเย็นแสนเข็ญเลยกว่าจะเจอมันจะไปหลงผิดก็ว่าทะเลนี่มันสงบเป็นธรรมดาจริงแกบอกตกเลยเหมือนคนตาบอดขี่ลาตาบอดยืนอยู่ปากเหวอย่างที่แกว่าก็ถูกเหมือนกันแหละถูกอย่างแกว่าเหมือนกันคือเห็นแกว่าเหมือนกันเพราะฉะนั้นการที่จะตัดสินเราก็ต้องรู้ทั้งสองฝ่าย ตามธรรมดาคนเรานี่ใจมันว่างอยู่เป็นธรรมดาหรือใจมันมีกิเลสอยู่ธรรมดาเป็นธรรมดาโดยความเป็นจริงเกิดมาเป็นปุถุชนนะไม่ต้องเถียงหรอกใจมันเป็นกิเลสอยู่เป็นธรรมดาใจมันไม่ว่างอยู่ธรรมดานะธรรมดาสักทีนานๆแล้วมันจะว่างธรรมดาสักทีไอ้นี่ทดสอบตัวเองก็ได้ใครก็ได้ที่เป็นปุถุชนอยู่ใจมันฟุ้งซ่านอยู่ตลอดเวลาด้วยเหตุนั้นแม้แต่ว่าเราเองเราจะทำให้ใจมันสงบลงเนี่ยมันไม่ใช่อาการน้อยๆนะอาการลำบากยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกินนะที่เราจะทำให้ใจมันสงบให้ทะเลมันเรียบลงไปสักคราวหนึ่งแล้วคุณเป็นครูก็อธิบายต่ออีกว่าถึงแม้ว่าทะเลเรียบสงบลงแล้วอย่าไป ระเริงงวดทะเลสงบนั่นไม่มีกิเลสนะมันไม่มีกิเลสข้างล่างทะเลเดือดปุดๆอยู่มีนะพื้นมันจริงพื้นมันเรียบนะแต่ข้างล่างปุดๆอยู่ยังมีนะถ้าใครดำดิ่งลงไปถึงใต้ทะเลแล้วจะเจอใต้ทะเลยังมีปุดๆแต่มันปุดยังไม่ขึ้นมาข้างบนเท่านั้นเองถ้ามันพูดขึ้นมาข้างบนเมื่อไหร่มันก็แสดงตัวแต่นี่บังเอิญบังเอิญตอนนั้นมันขุดอยู่ข้างล่างเท่านั้นเปรียบเหมือนดังกับแก้วน้ำที่มันมีตะกอนขุ่นอยู่ในแก้วน้ำพอเราพยายามดับไปแต่ก่อนคุณนี้ให้มันสนิทลงได้มันก็ใสอยู่ข้างบนเป็นตอนตกอยู่ข้างล่างแต่ข้างบนใสเต็มเลยสนิทนิ่งเห็นได้เหมือนกันนะแต่การที่จะทำให้น้ำที่ขุ่นๆเนี่ยมัน มาตกตะกอนนิ่งๆนี่ก็ไม่ใช่อาการยากเอ้ยไม่ใช่อาการง่ายมันเป็นของยาของเย็นของลำบากเหลือเกินที่จะทำให้สงบอยู่ได้แล้วแต่ถึงกระนั้นก็ตามแม้ทำได้แล้วอย่าไปหลงว่าไอ้ตะกอนที่มันตกเมืองไอ้กองอยู่ข้างใต้แก้วนั่

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน