150220 นิพพาน13-พ่อท่าน-วัดธาตุทอง.txt

โฟลเดอร์2515 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์214 KB
วันที่แก้ไข16 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปขอเชิญท่านรับฟังการแสดงปาฐกถาธรรมเรื่องนิพพาน 13 แสดงโดยท่านพระโพธิรักษ์ได้แสดงที่วัดธาตุทองขอเชิญท่านรับฟังได้ณบัดนี้ ถ้าวันนี้เราจะพูดถึงเรื่องนิพพานคู่กันถึงเรื่องของผลนิพพานเป็นเรื่องใหญ่เป็นเรื่องของฝนที่จริงเราเองเราไม่ไม่ควรจะหยิบยกขึ้นมาพูดกันนักหรอกแต่ว่าอาตมาจะพยายามเมื่อเรารู้ซะแล้วว่าสิ่งที่เราจะพูดนี้เป็นเรื่องของความยากลำบากหรือเป็นเรื่องที่มันละเอียดลึกซึ้งเราก็พยายามดึงมันลงมาให้มันหยาบบ้างหรือให้มันพอฟังได้บ้างให้มันเข้าใจได้บ้างก็จะค่อยๆลดลงมาตามลำดับตามลำดับจะพูดกันจนกระทั่งถึงว่าในสภา ที่เราจะพึงปฏิบัติไปกับสภาวะที่มันหยั่งเข้าไปถึงเนื้อหาแท้ๆแท้ๆของมันอย่างนั้นนิพพาน 13 ก็คงจะไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่เคยได้ยินกันมาก่อนละที่อาตมา 13 นี้ก็เพราะเหตุว่าอาตมาเองได้รวบรวมนิพพานนี้ขึ้นแต่ไม่ใช่เรื่องเงินเองโดยอัตโนมัติหรอกร่วมมือจากนิพพานที่มันเป็นภาษาที่พระพุทธเจ้าท่านจะจัดเอาไว้แล้วนั่นแหละมาด้วยเอาภาษามาแล้วอาตมาก็เอามาเรียบเรียงตามสภาวะที่อาตมาเองรู้ด้วยตนเอง เอามาเรียบเรียงขึ้นแล้วก็จัดโหมดจัดหมู่เข้าเรื่องของมันจะลึกลับซับซ้อนหน่อยเพราะฉะนั้นก็เลยเอียงๆท่ามาตรงนี้มาหาไอ้กระดานดำนิดหน่อยก็จำเป็นล่ะที่จะต้องโยกโยกย้ายอะไรบ้างอาจจะเขียนชื่อของนิภานักศึกษาลงไปบนกระดานซะก่อนแล้วก็จะขออธิบายรูปนามอาตมาจะพูดถึงลักษณะทั้งรูปทั้งนามของผ่านทั้งหมดนั้นด้วยนิทานอังกฤษเรียกว่า ตักคังคะนิพพานอันที่ 2 เรียกว่าวิกหําพะนะวิสัยทัศน์คณะนิพพาน 2 อันซะก่อน 2 อันนี้เป็นนิทานที่จะต้องกระทำชนิดผ่านที่จะต้องกระทำสำหรับบุคคลที่เราเรียกว่าโยคะบุคคลคือผู้ที่กำลังประพฤติโยคะผู้กำลังปฏิบัติของโยคะบุคคลที่ผ่าน ทุกๆคนที่เราประพฤติธรรมก็เราพูดทำเพื่อที่จะได้นิพพานเพราะฉะนั้นนิพพานที่เ

อ่านต่อ

รากำลังประพฤตินี่แหละเราจะต้องให้มันได้ 2 อันนี้ให้ได้ซะก่อนไม่ใช่เราทำทันทีทันทีทันทีพอทำปุ๊บจะให้มันปฏิบัติไปถึงนิพพานอันสุดท้ายยอดเลยทันทีมันไม่ได้หรอกเพราะงั้นลักษณะคำพูดที่เราเอามาเรียกหรือชื่อที่ท่านเรียกท่านว่าจัดลำดับเอาไว้การอ่อนการแก่เอาไว้เอาก่อนอื่นก่อนที่จะไปถึงรูปนามอะไรต่ออะไรต่างๆอาตมาก็จะขออธิบายคำว่านิพพานให้ฟังแต่เริ่มต้นแต่แรกซะก่อนวันนี้ผ่านมันมาจากรากศัพท์ว่าอะไรโดยความหมายโดยอรรถโดยเนื้อหาสาระอะไรของมันจริงๆมันหมายความว่ายังไงนิพพานโดยภาษาเต็มรูปของมันเขียน นสระอิพพาน 2 ตัวแล้วก็สระอานอหนูเรียกว่านิพพานแล้วเราก็เข้าใจความหมายตามแต่ใครจะเข้าใจไปอย่างไรถ้าสัตว์ของคำว่านิพพานเนี่ยมันมาจากคำว่านิทานคำหนึ่งที่จริงมันไม่มาถึงกับนิพพานอย่างใหญ่อย่างยาวมันมีนิอย่างนี้ก็ผ่านนะอย่างนี้ผ่านภาษาทางด้านเศรษฐกิจภาษาอังกฤษ อันเดียวกันฐานะหรือว่านั่นอันเดียวกันมีความหมายอันเดียวกันแต่พอพานกับตัววอแหวนเนี่ยมันมีความหมายเหมือนกันพะนะเราก็เรียกว่าป่าวรรณะแล้วก็เรียกว่าป่าทั้งสองป่านั่นแหละพระนาคเปล่าๆก็ป่าหรือภาษาแท้ๆของคำว่าวรรณะหรือคณะเอาวรรณะดีกว่าถ้าเอาชนะประเดี๋ยวจะงงเพราะฉะนั้นเราไม่พูดถึงคณะหรือคณะอย่างนั้นหากคณะหรือคณะนี้มันก็คืออ่านภาษาไทยชัดๆก็คือวน รวมเพลงเอาเอาที่ตัวเข้าใจชัดๆเลยวรรณะหรือบนทุกคนก็คงจะเคยได้ยินวัตตะอุบลวรรณะตัวบนเพราะฉะนั้นไอ้ความวันนี้แหละที่มันไม่รู้จักจบความไม่จบนั่นเองนี้แปลว่าไม่ถ้ามันวนอยู่ตราบใดมันก็ไม่จบถ้ามันไม่วนมันเป็นยังไงถ้ามันไม่พ้นมันไม่วนถ้ามันก็จบมันก็หยุดมันก็เส้นไอ้ที่มันเป็นทุกข์หรือมันทรมานหรือมันเป็นวัฏสงสารมันอะไรต่ออะไรอยู่ในนี้ก็เพราะมันบ่น บ้านบอลเดินอยู่นั่นแล้วเวียนอยู่นั่นแล้วเพราะฉะนั้นถ้าถึงบอกว่าอย่าทำให้มันบ่นหยุดเสียเมื่อใครทำให้เกิดไม่วนได้ก็จบเพราะฉะนั้นนิภาแท้ๆไม่ได้แปลอื่นเลยนิพพานแท้ๆก็คือไม่วนไม่วนนี่แหละคือนิพพานตอนนี้ก็ไม่ให้ผ่านหรือผ่านหน้าก็บอกแล้วก็ชนะรากศัพท์มันมาจากอันนั้นคือไม่คือบนทีนี้อาตมาอยากจะให้ความหมายหรือว่าให้ให้ความรู้อีกนิดนึงเพิ่มเติมจากภาษานิดนึงภาษาในโลกนี้มันกลับไปกลับมามันเกิดมาจากสภาวะโตขึ้นมาโตขึ้นมาแล้วก็กลับไปกลับมากลับ ไอ้คำว่าวรรณะเนี่ยถ้าเกิดว่าเราปรับตัวสิเป็นนวะหรือเหมือนกันนภาก็เหมือนกันว่าใครเคยได้นกพระก็เหมือนกันแหละนวะหรือนพพระหรือหน้าพระก็เหมือนกันเขาแปลว่าใหม่นาโนภาษาก็แปลกันแล้วไอ้นี่ก็แปลว่าใหม่หรือแปลว่า 9 คำว่า 9 นี่ก็หมายความว่าเดินนั่นแหละที่จริงมาจากคำว่าเดินมาจากคำว่าไม่หยุดก้าวมันไม่หยุดหรอกถ้าศูนย์มันหยุดถ้า 1 มันเริ่มแล้ว 2 ต่อไปอีกด้วย 3 4 5 6 7 8 9 เพราะฉะนั้นเลข 9 นี่ก็เขาเขียนคนที่ออกแบบเลขางานพระเจ้ารามคำแหงนี่เก่งจังเลยที่จริง 9 ออกแบบการเรียนที่จริงมันออกมาวนเนี่ยศูนย์นี่มันไม่มีอะไรแล้วเพราะเวลามัน 1 ก็หมายความว่าออกมาแล้วแค่นี้เองชัดๆแล้วบอกให้ออกมาแค่สิ่งเดียวที่ไม่พอนะออกไปอีกไม่รู้นับจริงไม่ได้คล้ายๆเครื่องหมาย เลข 9 ก็ให้เรียกว่าให้ลูกมันสวยให้ลูกมันถูกต้องตามสภาวะเลยมันออกไปไม่รู้จักจบเพราะเป็น 1-9 ต่อจะก้าวไปอะไร 0 เพราะฉะนั้นรูปร่างของเลิกมีอยู่แค่นี้ในโลกรูปร่างของโลกมีอยู่เท่านี้ในโลก 1-9 จะเขียนไปอีกเท่าไหร่ก็เขียนไปสิเขียนผิดเขียน 11 12 13 14 เลข 1 ถึงเลข 9 ไม่มีเลขอื่นมันจะเล่นเลข 9 ขึ้นเป็นเลขที่สูงสุดเลข 9 คือเลขที่สูงสุดไม่รู้จักจบถ้า 9 อยู่ตราด ใหม่คืออะไรใหม่ก็คือเกิดใหม่ก็คือเกิดเกิดมาเรื่อยมันก็ใหม่ด้วยแต่ถ้าเกิดแล้วผ่านไปเป็นไงเป็นเก่าถ้าเก่าเป็นไงก็ตายไอ้ของเก่าก็คือของที่ผ่านแล้วของที่ดับแล้วเขายึดคนแล้วของที่หมดแล้วเก่าแต่ไอ้ใหม่เป็นไงเอาไปเรื่อยเลยเกิดมาเรื่อยๆเป็นด้วยมีด้วยเรียกว่าใหม่เรื่อยไปความหมายมันก็ตรงกันโดยพรรษา ก็เหมือนกันแหละไม่รู้เรื่องหรือเปล่าอยู่ด้วยแต่ทีนี้เราเองเราไม่รู้จักสัจธรรมเราไม่รู้จักสภาวะอากาศจากสภาวะเราก็เลยมาติดภาษาแล้วก็บอกว่าถ้าภาษาคำว่าใหม่มันไม่เหมือนกับคำว่าวนนะไม่เหมือนกับคำว่าเวียนเอาวนนี้ถ้าเราแปลภาษาอังกฤษคำว่าใหม่กับคำว่าเพียงคนละคำนะคนที่หลงเปลี่ยนเลยเขาบอกว่าเขาว่าเวียนกับคำว่าใหม่เรื่องเดียวกันหรือคนละเรื่องคนคิดมักจะบอกว่าคนละเรื่องแล้วถ้าเขามาเรียนจะเป็นลักษณะนึงถ้าคำว่าใหม่เป็นอีกลักษณะหนึ่งแล้วใครเห็นบ้างไหมว่าเขามาใหม่อันเดียวกันและกันแท้จริงมันไม่ใช่ เรื่องเก่าทั้งนั้นแหละมันเรื่องเดียวกันหมดคำว่า 9 ก็บ่นคำว่าใหม่ก็วนเพราะฉะนั้นแม้จะเกิดเอาคำว่าเกิดมาใส่ก็ได้เพราะฉะนั้นตราบใดที่มันยังมีคำว่าใหม่อยู่มีคำว่า 9 อยู่ด้วยอยู่หรือมีคำว่าวนอยู่เรื่อยอยู่มีคำว่าไม่รู้จบอยู่ด้วยอยู่ก็คือการเกิดอยู่ไม่รู้จักหยุดก่อนนั่นเองไม่มีตายไม่มีการตายนี่แหละตัวนี้นี่คือล่าสัตว์อาตมาพอพูดถึงคำว่านิพพานก็เลยอยากจะแจงเรื่องรากศัพท์ให้ฟังถ้าให้ละเอียดเรียบร้อยเพราะฉะนั้นถ้าตัวผู้ชายสามารถที่จะกระทำได้ไม่ให้มันมีนิเข้าไปไม่ได้แปลว่าไม่ไม่ให้มันวนไม่ให้มันเกิดไม่ให้มันก้าวไม่ให้มันมีใหม่อีกแล้วไม่มีให้ ไม่มีใหม่ไม่มี 9 ให้มีแต่ 0 ไม่ได้ไม่ให้มีแม้กระทั่ง 19 นี่รถมันก็มาเรื่อยแต่ก็คือ 9-17 ก็คือ 9 - 2 6 ก็คือ 9 - 3 5 2019 - 4 ให้มันลดลงมาไอ้ตัว 9 นี่มันรถต้องมาด้วย 9 จนกระทั่งเหลือ 1 1 ก็คือ 9 - 8 เพราะ 0 9 ก็ไม่มีพอลงทุนสูง 9 ก็ไม่มีเพราะฉะนั้นให้มันเป็นศูนย์ให้ได้ถึงจะเรียกว่าจบลงไปไม่ได้อย่างนี้มันก็ต่อหัวต่อหางแล้วมันก็ 9 มันก็วนมันก็ใหม่อยู่เรื่อยไปเอาละนี่ของคำว่านิพพานนะภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้นเมื่อรู้รากศัพท์ซะแล้วเราก็จะไม่พูดถึงรากศัพท์อีกทีนี้ก็จะมาเริ่มต้นนิพพานที่ได้เกริ่นไว้แล้วว่านิพพานอันแรกคืออะไรเออใครเคยอ่านหนังสือท่านพุทธทาสมาหรือไม่ท่านพุทธทาสในภาษาบาลีเขาก็แปลกันว่านิพพานมันแปลว่าเย็นเย็นก็ได้ก็เหมือนกับที่อาตมาว่าแล้วเนื้อนวะมันแปลว่าใหม่คำว่าใหม่กับคำว่าวนคนละคำเป็นภาษาคนทำยึดกันคนละคำแล้วก็เลยพยายามทำสร้างสภาวะใหม่ขึ้นมารับรองภาษาเรื่อยไปแต่แท้จริงแล้วก็อันเดียวกันไม่เกิดมันก็ตายมันก็มีแต่ดับลงดับลงดับแล้วเป็นไง ค่อยๆดับลงก็เย็นลมเย็นพัดลมมันหยุดหมุนเป็นไงหรือว่าโลกนี้มันก็ค่อยหมุนช้าลงช้าลงช้าลงไม่ค่อยวนวนคือมันหมุนหมุนข้างบนก็ตัวเดียวกันมันไม่ใช่ม้วนมันช้าลงช้าลงช้าลงช้าลงโลกนี้จะเย็นลงไหมเย็นลงแน่ๆยิ่งโลกหยุดหมุนเลยเย็นสนิทนะถ้าเราจะหยุดหมุนเลยมันก็เย็นเจี๊ยบเลยมันไม่มีอะไรเย็นเจี๊ยบเลยมึงก็ถูกพวกมันไม่หมุนหรือไม่บ่นซะแล้วมันก็เย็นเจี๊ยบเลยมันก็อันเดียวกันเราต้องพยายามคิดให้ถึงกับภาวะอย่าไปคิดแค่ภาษาพยายามอย่างถ้าใครรู้สภาวะแล้วเสร็จนะไอ้ภาษานี่เป็นของหลอกทั้งนั้นเลยแล้วก็มาตั้งเรียงชื่ออะไรต่ออะไรอย่างลงไปหาอันเดียวกัน เรื่องเดียวกันหมดเลยก็ได้ถ้าจะทำความสะอาดเอาความหมายของคำอย่างนั้นก็ได้แต่โดยแท้จริงแล้วนิรวรรณหรือนิพพานมันเป็นเพี้ยนกันแค่ว่าภาษาอันนึงเป็นภาษาอังกฤษอันหนึ่งของบาลีเขาพวกนี้แล้วแล้วแต่เด็กเขาที่มักเล่นกล้ามจะรอเรือเยอะแยะเลยเศรษฐกิจพอทีนี้กลับมาหาเริ่มต้นที่ผ่านใหม่เริ่มต้นฟังให้ดีนะอาตมาจะพยายามสร้างหลักด้วยรูปกับนามได้รูปกับนามได้รูปกับนามและรูปกับนามเรื่อยไปลักษณะคำว่ารูปกับ เดี๋ยวนี้เราฟังลูกกับนามบริษัทโดยที่เรียกว่าเราไม่เคยฟังเขาอธิบายรูปนามแต่รูปนั่งรูปยืนรูปเดินรูปนอนแล้วก็ไม่เอาสติปัฏฐานอะไรไปว่าตั้งแต่รูปร่างลูกนอนมันชักจะไปฝังความเข้าใจอย่างนั้นให้มากแล้วมันเป็นการยึดติดตัวจริงรูปนามมันไม่เที่ยงลูกอย่าไปคิดว่าไอ้นี่เป็นลูกแท้ๆเที่ยงๆอยู่ก็ไม่ได้น้ำแล้วจะไปยึดอะไรนี่เป็นน้ำแท้ๆเที่ยงๆอยู่อันนี้ก็ไม่เรียกไอ้ลูกที่จะไปเรียกว่าน้ำไม่ได้ไอ้น้ำจะไม่เรียกว่าลูกก็ไม่ได้อันนั้นยังยึดติดอยู่เพราะฉะนั้นเข้าใจให้ได้เที่ยงแท้ตามสภาวะที่จะอธิบายเรื่อยๆไปอย่าไปยึดพรรษาอย่างเดียวเอ่อนิทาน 2 ตัวนี้นิทาน 2 ตัวนี้โดยลักษณะของมันแล้วลักษณะของคณะนิ นั้นเป็นรูปลักษณะของกระทังพระนิพพานนั้นเป็นนามทำไมเรียกว่านามกระทั่งพระนิพพานทำไมอาตมาเรียกว่านามเรียกว่านามเพราะว่าผู้ที่จะนิพพานแบบกระทำพระนั้นเป็นผู้นิพพานด้วยปัญญาเป็นผู้นิพพานอย่างรู้แต่พูดนิพพานหยั่งรู้ไม่ใช่นิพพานอย่างดับไม่ใช่นิพพานอย่างไม่เกิดหรือไม่บ่นแต่ว่าคำว่าหน้านั้นเป็นการนิพพานอย่างไม่ใช่อย่างปัญญาแต่เป็นอย่างดับอาตมาจะใช้คำว่าอย่างดับเป็น อย่างที่เรียกว่าไม่รู้เป็นอย่างไม่รู้อันนี้ต้องยกตัวอย่างถ้าเผื่อว่าเราเกิดความร้อนขึ้นมาหรือว่าเราเกิดความเจ็บขึ้นมาเราจะเกิดความคันก็ได้เอาความคันดีกว่าคันขึ้นมาที่ร่างกายตรงนี้มันคันทีเดียวสมมุติว่าเราเป็นขี้กากอยู่ตรงแขนนี้เมื่อมันเป็นขี้กากขึ้นมาแล้วเราอยากให้อาการขี้กลากนี่หายไปเพราะมันเป็นทุกข์มันคันคันคะเยอทันทีไรก็ทุกข์ทีนี้สำหรับคนจะดับความ พรุ่งนี้คืออะไรเก่ายิ่งเก่าก็ยังพูดยิ่งพูดก็ยิ่งเกายิ่งเกาก็ยิ่งพูดเราเขี่ยความคันออกไปหน่อยเดียวไม่ได้ดังความคันนะที่จริงเราเกลียดความคันออกไปหน่อยเดียวเพราะไอ้ความใครมันถูกเราเคี่ยวไปได้หน่อยนึงเออรู้สึกสบายมันต้องเคลียร์รู้เรื่องนะมันถึงจะสบายเลยเพราะขี่ออกไปทีละหน่อยมันไม่ได้ดับจริงนี่ตัวคันมันยังอยู่เรื่อยไปก็เคลียร์เรื่อยไปก็ยิ่งเคลียร์ยิ่งไปผิวหนังก็ยิ่งเลือดออกอ่ะดิก็ยิ่งเครียดมากก็ยิ่งแดงยิ่งเลือดออกเรื่อยๆๆๆนี่เรียกว่าการดับความคันโดยวิธีคนไม่รู้นะทีนี้ถ้าคนใดที่จะดับความคันให้มันได้จริงๆโดยวิธีการอย่างนั้นเรียกว่า ตื่นมาถ้าจะดับจริงๆหมายความว่าดับจากภาษาว่าให้มันว่างหรือให้มันเย็นหรือให้มันหยุดลงหรือให้มันดับลงเป็นนิพพานแล้วก็ถ้าจะอาศัยทุกอันนี้เราก็พยายามลืมมันเสียไม่คิดถึงมันเสียไม่คิดถึงได้จริงๆลืมมันได้จริงๆระดับได้จริงๆนี่เรียกว่าเราไม่มีปัญญานะคือลืมไอ้นี่ขาดไปเลยเหมือนมันไม่มีที่เราจะทำได้วิธีนึงวิธีลืมจริงๆนี่ยากจะทำได้วิธีคือนอนหลับมันเสียไม่รู้เรื่องถ้าใครนอนหลับมันก็เลยไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยไอ้ขี้กากการคันนี้ก็จะหายไปเหมือนกันซึ่งเราไม่ได้ แผลในขวดก็เหมือนกันมันปวดถ้าแผลนี้มันปวดก็เหมือนกันถ้ามันปวดเราเอายามาบำบัดมันเอายามาทาบำบัดหรือกินยาปวดบำบัดปวดเข้าไปข้างในถ้าไม่เอายาไปหมดขวดเขาก็ไปข้างในก็เอามาทาข้างนอกมันก็บำบัดได้ชั่วคราวแต่ถ้าเราไม่ใช้ยาล่ะตอนนี้เราไม่ใช้ยาหมายความว่าเราจะดับด้วยตัวของเราเองเพราะถ้าดับด้วยวิธีนี้ทำรัฐประหารหรือคำคณะนิพพานเราก็คือลืมมันพยายามไม่นึกถึงอันนี้ลืมมันยากอาตมาจะยกตัวอย่างให้ฟังง่ายที่สุดก็คือเรานอนหลับมันเสียถ้าใครไม่นอนหลับแต่ถ้าใครนั่งสมาธิได้นั่งจิ้มเลยทิ้งความรู้สึกอันนี้นั่งหลับตาเป็นสมาธิทำเจโตชานสัตว์ความรู้สึก จากที่ตรงแผลตรงนี้ที่มันคันหรือที่มันปวดตัดความรู้สึกนี้ได้เลยอันนี้แหละเราเรียกว่าวิกขัมภนวิมุตติ แขนก็แขนของเราแผลนี้ก็อยู่ที่แขนของเราเพราะฉะนั้นเราจะดับมันหรือเราจะนิพพานมันลงเราจะว่างมันลงเราจะไม่ให้มันมีทุกข์แผลอันนี้จากแผลนี้เราจึงต้องหาวิธีไม่รู้จักกับมันโดยวิธีลืมทำมันลืมมันเสียหรือนอนหลับแล้วก็ลืมมันไปมันก็ไม่ปวดหรือนั่งทำสมาธิดับลงไปนี่ทำได้อาการอย่างนี้นี่แหละเรียกว่าอาการของโยคะบุคคลที่เขากำลังหาวิธีดับทุกข์กันแบบนี้อาการของคณะนี้จึงเป็นอาการของการเดินเจโตสมาธิซึ่งเป็นลัทธิของทางศาสนาทางฤาษีชีพไปอื่นๆที่เขาพยายามสอนกันได้เหมือนกันแต่เป็นแบบ ชั่วคราวถ้าเราลืมกันไม่ได้เพราะมันทำเป็นลืมพอมันไม่รู้สึกอีกมันก็ปวดอีกอย่างเก่าหรือถ้าเรานอนหลับไปถ้าเราตื่นขึ้นมามันก็ต้องมาปวดอย่างเก่าหรือเรานั่งสมาธิชาญเข้าไปพอพ้นออกจากทานมามันก็ปวดอย่างเก่าแผลนี้มีความคิดออกเดทเท่าไรเท่าไรมันก็ออกฤทธิ์อยู่อย่างเก่ามันไม่ได้หายไปเลยเพราะเราไม่ได้ตัดดับที่ต้นเหตุจริงๆตรงที่แผลตรงที่แผลหายเพราะฉะนั้นการดับแบบนี้จึงเป็นการดับทุกข์กล่าวท่านจึงเรียกว่าเป็นการดับแบบหินทับหญ้าหินหินทับหญ้าทำมันไว้ชั่วคราวเฉยๆถ้าเกิดว่าเราเอาไอ้หินออกเยอะมันก็จะไม่ดับทุกวันนี้มันก็ไม่ดับนี่จึงเลือก จับได้ชั่วคราวอาการของกระทำคณะนิพพานแต่ทางคณิตศาสตร์การดับชั่วคราวทั้งคู่เป็นอาการดับชั่วคราวทั้งคู่แต่ว่าอาการมันคนละอย่างมีอาตมาอธิบายชนิดของคณะก่อนทีนี้พระพุทธเจ้าท่านเองท่านก็เคยเรียนที่เขาชนะมาแล้วจากศาสดาอื่นๆท่านบอกว่าเอออันนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่มันไม่จริงมันไม่เก่งเท่าถ้าเก่งเท่าแล้วเราก็เราควรจะไปดับชั่วคราวเป็นว่านอนหลับไปหรือเป็นว่าทำฌานลืมไปหรือเป็นธรรมไม่รู้เฉยๆก็อย่าไปทำอย่างนั้นนะเราใช้ปัญญาสิเราใช้ปัญญาดับอย่างรู้เรื่องใช้ปัญญาระดับอย่างรู้อย่างไม่ใช่ว่าปักไว้ให้เป็นรูปลูกคือหมายความ ไม่รู้เรื่องแล้วคำว่ารูปเนี่ยมันเป็นตัวเป็นตนของมันแล้วมันไม่ฟังอีกแล้วแล้วเลิกกับลูกถ้ามันยังคงอยู่เรียกว่านามเมื่อมันยังเป็นอยู่ปัญญาเรารู้อยู่เรารู้สึกอยู่เราจะดับแผลอันนี้ลงไปไม่ให้มันปวดถ้าเลยใช้ปัญญาเราก็พิจารณาว่าถ้าแม้แผลนี้มันปวดหรือมันคันเราก็ไม่รู้ว่าเหตุอะไรมันจึงปวดเหตุอะไรมันจึงขัดให้รู้สาเหตุมันลงไปเลยถ้าเราไม่รู้สาเหตุโดยสภาวะธรรมที่แท้จริงว่าแผลอันนี้มันเกิดมามันปวดอาการปวดมันเกิดจากจิตไปรับจิตอาการปวดเป็นอาการของสิ่งหนึ่ง แผลมันจะต้องมีเชื้อมีตัวเชื้อโรคมีตัวอะไรที่มันเจาะมันเป็นอะไรอยู่มันทำปฏิกิริยากันอยู่ในระหว่างแผลนี้ถ้าเรารื้อไปได้อย่างนั้นเป็นปัญญาชั้นสูงแต่ในตอนแรกๆถ้าเราไม่รู้ด้วยวิธีนั้นเป็นปัญญาชั้นต้นท่านก็บอกว่าเราจะดับลงไปไม่จำเป็นจะต้องลืมหรอกไม่จำเป็นจะต้องทำความไม่รู้มันหรอกเราดับโดยปัญญาชั้นต้นใช้ยาใช้ยาทำไมใช้ยาลงไปฆ่าเชื้อโรคนั้นเพราะเราเริ่มต้นเหตุมาแล้วมันปวดมันเจ็บมันมีเหตุอันนึงเหตุผลคือเหตุของเชื้อโรคที่มาทำแผลอันนี้ให้เราเจ็บเพราะฉะนั้นเราก็เอายาเข้าไปฆ่าเชื้อ เสียค่าต้นเหตุคาบสมุทรไทยที่มันทำให้แผลของเรามันเจ็บมันปวดนี่เราก็ดับด้วยได้ถ้าเราฆ่ามันลงไปได้จริงแผลนี้ก็จะหายจริงการเจ็บการปวดก็จะหายขาดจริงแต่ถ้าเราฆ่ามันโดยไม่จริงถ้ามันได้หมายความว่าเอายาใส่ลงไปแล้วไอ้ตัวเชื้อโรคอ่อนเพลียไม่ทำงานมากความเจ็บความปวดก็น้อยลงมันก็จะเป็นการระงับได้ชั่วคราวแต่ทางข้านี่หมายความว่าเป็นชั่วคราวคือช่วงตัดระหว่างเป็นช่องระหว่างนั้นเรียกว่ากระทั่งเป็นช่วงๆข้าไปได้เป็นคราวๆเป็นงวดๆเพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าเราฆ่าได้โดยวิธีฆ่าไปชั่วคราวเราก็เรียกว่าจะพังพระนิพพานแพ้แต่ แผลหายเลยโดยปัญญาของเรารู้ต้นต้นทางของมันแท้ๆเป็นสมุทัยแท้ๆว่าเออมันเกิดเพราะเชื้อโรคมันแล้วเราใช้ยาฆ่ามันจริงๆไม่ใช่มายาก็ไม่ใส่อะไรก็ไม่อะไรเฉยๆแล้วเราก็ไปนั่งทำเป็นลืมเอาหรือไปนั่งเข้าฌานเอาแล้วไปนอนหลับเอาให้มันไม่รู้สึกมีทุกข์เพราะเหตุว่าแพ้เฉยๆแค่นั้นไม่ว่ายังไม่พอยังไม่มีปัญญาไม่ทันก็ประหารหรือว่าก็ขั้นกับทางนิพพานเมื่อประหารอย่างนั้นได้แล้วมันจะนิพพานจริงๆแผลนั้นก็จะหายทุกข์นั้นก็จะคนไปนี่ในระยะต้นบางคนที่เคยได้ฟังอาตมามาพูดมาแล้วเรียกว่าถ้าเป็นอาตมาอาตมาไม่ใช้ยาวันนี้อย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องนั้นนะนี่อาตมาพูดถึงระดับที่ 1 ระดับบรรยายชั้นต้นชั้นธรรมดาชั้นธรรมดา อย่าเพิ่งไปคิดไกลประเดี๋ยวจะงงเพราะไอ้เรื่องที่จะไปรู้สมุทัยของในโน้นในเรื่องของเรื่องของนามฉันกายกับจิตชั้นในแล้วจะมาฆ่ากันยังไงเอาอะไรไปสู้กับเชื้อโรคโดยไม่เอายาไอ้นั่นมันอีกเรื่องนึงนะเพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งไปคิดยาวไปถึงโน่นคนเดียวจะเลอะเทอะอย่าอาตมาอธิบายเป็นระดับระดับชั้นแรกของโยคะบางคนเพราะฉะนั้นเพื่อที่จะฆ่าทุกระดับต้นอยากจะอาตมายกตัวอย่างแค่แผลก็แค่นี้อย่างนี้ยังไม่พอหรอกตัวอย่างแค่นี้นะยังไม่พอที่เราจะเข้าใจนิพพาน 2 ตัวนี้ก็ขอยกตัวอย่างให้ฟังให้มันลึกละเอียดเข้าไปด้วยเพราะว่าไอ้แค่นี้เป็นเรื่องของวัตถุง่ายๆแต่ในเรื่องของนิพพานที่เราจะเอามาพูดถึงว่าการดับนิพพานดับทุกวันนี้มันไม่ใช่แค่ทุกข์มีแผลทุกมีอะไรเจ็บๆแค่นี้ แต่ทุกข์ที่ว่านี้มันเกิดในจิตจิตเพราะอะไรจิตของคนเราไปยึดถือไปยึดถืออะไรต่ออะไรต่างๆนานาเยอะแยะเลยเมื่อยึดถือเข้ามากๆแล้วเราเป็นทุกข์เมื่อเป็นทุกข์เราอยากให้มันพ้นทุกข์นั้นเราก็พยายามหาทางที่จะดับทุกข์นั้นโดยจิตของเราประยุทธ์เอายกตัวอย่างขึ้นมาสักอย่างหนึ่งจิตของเราที่มันทุกข์อยู่ทุกวันทุกวันนี้มันก็มี 1 ราคา 2 โทสะ 3 โมหะราคะตัวนี้แหละสำคัญมากราคาอะไรราคาอะไรอยู่เอาง่ายๆชัดๆอยากได้เงิน อยากได้เงินเมื่อเราอยากได้เงินขึ้นมาเมื่อไหร่เราเป็นทุกข์คนทุกวันนี้ไม่รู้ว่ารายการอยากได้เงินนี่เป็นทุกข์นั่งอยู่นี่อาตมาเชื่อทุกคนไม่ปฏิเสธก็อยากได้เงินอาตมาเชื่อเลยใครปฏิเสธพระองค์ไม่อยากได้เงินมีไหมมีไหมที่นั่งนั่งอยู่นี่ใครปฏิเสธบ้างก็ไม่อยากได้เงินยากอาจจะตอนนี้รู้ตัวรู้ทันก็คิดว่าได้เดินไม่อยากได้แต่อย่าเลยในส่วนลึกของจิตเนี่ยมันอยากอยู่อยากอยู่มานานแล้วก็ยังอยากอยู่ยังไม่จบหรอกยังอยากได้อยู่เอามาให้เอาแน่นะนี่คือความจริงแล้วอย่าไปเข้าข้างตัวเองว่าฉันเก่งแล้วฉันไม่อยากได้แล้วเงินเดี๋ยวนี้ฉันไม่อยากได้ วางใจเป็นกลางจริงๆก่อนว่าถ้าเขาเอามาให้เราจะเอาไหมบางคนอาจจะบอกว่าถ้าใครเอามาให้สัก 50 ตังค์บาทนึงเดี๋ยวนี้ไม่เอาจริงๆแต่ก็เอามาให้ล้านนึงนี่จะทนไหวไหมผัดเอามาให้ล้านนึงจะทนไหวมั้ยลองนึกดูนะมันจะจริงไหมถ้าจริงแล้วหมายความว่าเราไม่อยากได้หมดเลยเรารู้สมมุติว่าเงินนี่มันเป็นของสมมุติแล้วเราก็ไม่ต้องใช้ชีวิตเราไม่ต้องเก็บเงินจริงๆนะมันถึงจะใช้ได้จริงๆแต่ในระยะแรกเนี่ยถ้าเราอยากได้เงินอยู่อันนี้ท่านบอกว่าเป็นทุกข์พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าเป็นทุกข์แต่คนไม่รู้ว่าการอยากได้เงินเป็นทุกข์นึกว่าการอยากได้เงินเป็นความธรรมดาเป็นความธรรมชาติเป็นธรรมชาติเป็นสิ่งที่คนทุกคนจะต้องเป็นอย่างนั้นจริงคนทุกคนเป็นอย่างนั้นทุกคนทุกคนถูกมัดไว้ด้วย กิเลสตัณหาอุปาทานแต่พระอริยะท่านท่านเข้าใจกิเลสตัณหาอุปทานเมื่อเข้าใจกิเลสตัณหาอุปทานแล้วท่านก็จะไม่อยากได้เงินเมื่อไม่อยากได้เงินเมื่อไม่อยากได้เงินมันก็จะต้องหาทางกลับความไม่อยากอันนี้ถ้าเราฝืนเฉยๆถ้าเรากำลังคิดอยู่ว่ามีจุดมุ่งหมายว่าวันนี้ถ้าเราไปตรงนั้นนะเขาจะให้เงินเราก็อยากจะไปเอาล่ะถ้าเราไปหานายกวันนี้นายก็สัญญาไอ้ความอยากอันนี้ที่จริงเนี่ยมันเป็นทุกข์ [ไม่สามารถถอดข้อความได้] ไม่เป็นไรฉันเช่าแท็กซี่ไปก็ได้เดินไปก็ได้ยังไงก็ได้จะพยายามไปทีเดียวไปเอาเงินนั้นจะไม่เห็นความทุกข์ว่าแม้แต่เราจะก้าวย่างออกจากที่นี่เพื่อที่จะไปเอาเงินนั้นข้ามน้ำข้ามทะเลข้ามอะไรไปฉันก็จะไปเอาเพราะจุดมุ่งหมายว่าถ้าเราได้เงินมา 10,000 บาทนั้นมันเป็นกำไรเป็นของที่ได้สมใจมากกว่าไม่เป็นทุกข์แต่ทุกข์จริงๆนั้นเขาไม่เห็นว่าเขาเดินทางไปเอาเงินมาเนี่ยก็ทุกข์และแม่เอาเงินมาแบกเอาไว้นี่ก็ทุกข์เขาไม่เห็นนะอาจที่นี้ถ้าเผื่อว่าเราเองเราไปเอาเราจะเกิดความทุกข์วันนั้นแต่คนธรรมดาไม่รู้ทุกข์หรอกเมื่อไม่รู้ทุกข์จึงต้องมาพยายามคิดให้ออกคิดไม่ออกพระพุทธเจ้าท่านสอนเราว่าเราหลงในลาภและหลง เราหลงแล้วเราก็อยากได้เพราะโลภะและเราก็จะไปเอาพระพุทธเจ้าท่านสอนหลักเอาไว้ว่าถ้าผู้ใดตัดรากตัดยศตัดสรรเสริญคือไม่โลกเสียอันนั้นจะเป็นสุขอันนั้นจะพ้นทุกข์ถ้าเราตัดอย่างนี้ได้ด้วยความเข้าใจของเราด้วยปัญญาของเราด้วยความเข้าใจจริงๆอย่างรู้จริงๆว่าถ้าเราเองเราไม่ไปเอาเงินอันนี้เราได้ปฏิบัติธรรมถูกตามแนวของพระพุทธเจ้าอย่างหนึ่งอีกอย่างหนึ่งเราก็พยายามอย่างลงไปให้เป็นความจริงด้วยว่าก็ถ้าเราไม่โลภอย่างนี้นะอย่างที่นายห้ามพูดก็ถูกก็เราก็ไม่ต้องไปเป็นหนี้เขานี่เราไปเอาเงินเขาให้คนนั้นก็บอกไปเอา 40,000 บาท มันเป็นของแท้ของจริงนี่เราจะต้องเดินทางไปเอาทำไมล่ะเราไม่มีเงินหมื่นนึงนี่เราก็อยู่ของเราสบายๆเราไม่ต้องไปเป็นหนี้เขาด้วยจะให้โดยจิตใจบริสุทธิ์อะไรก็ตามแต่ก็ไม่ถือว่าเป็นหนี้โดยธรรมดาสมมุติเป็นทางโลกก็ช่างแต่โดยจริงแล้วสภาวะเขาให้เงินเรามา 10,000 บาทเราก็ต้องเป็นหนี้เขาหมื่นนึงอยู่แน่ๆแท้ๆเลยโดยสภาวะอาจจะทำเราต้องเป็นหนี้เขาอยู่หมื่นนึงแท้ๆแม้จะไม่เซ็นสัญญากับทางโลกก็ต้องใช้หนี้กันนะแต่ทางทำมันเป็นมันเป็นหนี้กันอยู่แล้วเพราะงั้นถ้าเราคิดไม่ถึงอย่างนี้ให้ได้เกิดปัญญารู้ไม่ได้มากเราก็จะรู้ไปได้มากขนาดนั้นอาตมาพูดลึกขึ้นไปแต่โดยปัญญาตื้นๆนี่เอาแค่คนให้ได้ใช่ป่ะเพราะพระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ว่าอย่าหลงลาภอย่าหลงยศอย่าหลงสรรเสริญอย่าหลงสุขอย่ามีโลภะ เพราะฉะนั้นเมื่อเราไม่ไปเอาเงินนั้นไม่ไปเอาเงินที่เขาจะให้หมื่นนึงนั้นเราก็ได้ตัดโลภะอันนี้เมื่อเราได้ตัดเจอพระอันนี้เราก็ได้ฆ่าความโลภตัวหนึ่งเป็นประธานขนิษฐาอันนึงเป็นการทำนิพพานให้เกิดอันนึงถ้าเราไม่ไปเอาจริงโดยจิตของเราก็ไม่เดือดร้อนจิตของเราก็สบายเข้าใจได้แก่ถ้าเราไม่ไปเอาอันนี้เราได้ตัดโลกได้ตัดกิเลสตัวนึงอย่างแน่ๆแท้ๆเลยตัดมันขาดสะบั้นลงไปจิตเราไม่ข้องแวะไม่คิดถึงมันเลยแล้วเราก็บอกปล่อยขาดในเรื่องนี้ไม่นึกถึงอีกในกอบอกจะให้เงินเราหมื่นนึงเราก็บอกตัดขาดกันเอาล่ะฉันไม่เอาอโหสิกรรมไม่รับอันนี้เรียกว่าทางคณิตศาสตร์ ได้อันหนึ่งคือตัดกิเลสตัวโลภะไปได้ตัวนึงนิพพานอะไรเย็นลงแล้วได้อันหนึ่งเย็นเพราะอะไรวิมุตติกิเลสความอยากได้เงินหมื่นทั้งนั้นหลุดพ้นความอยากหลุดพ้นความอยากอยากได้เงินหมื่นที่สมมุติขึ้นเมื่อกี้นี้มันมีบทความอยากอันนี้ไปได้วิมุตตัณหาอันนี้ลงไปได้ช่วงหนึ่งอันเดียวอย่างเดียวเรื่องเดียวคราวเดียวจึงเรียกว่าจะฟังคณิตศาสตร์ นอนอยู่ถ้าเราไม่เดินทางไปเอาใจมันก็ยังอยากได้อยากได้จะทำยังไงมันไม่อยากได้นอนหลับสิจะได้ลืมไปทำงานอื่นเถอะอย่าไปคิดถึงเพื่อนๆเหมือนกันกับที่บำบัดไอ้แผลเมื่อกี้นี้หรือไม่ก็นั่งเข้าสมาธิชายไปเลยลืมโลกนี้ไม่มีเขาไม่มีเราแต่ก่อนที่จะให้เงินเราก็บอกว่าเราลืมเรื่องนี้ด้วยทำลืมๆไปเฉยๆแต่มันไม่มีปัญญารู้เลยไม่มีปัญญาว่าเราจะตัดกิเลสไม่มีปัญญารู้เลยว่ากิเลสคืออะไรโลภะคืออะไรไม่รู้เรื่องเป็นแต่เพียงเราจะลืมเรื่องนี้ไปเท่านั้นเองแต่ถ้าเราไม่มีปัญญาว่างๆมันก็คิดขึ้นมาแล้วเรื่องนี้มันเกิดปัญหาเราไปเอาคนเดียวในกอให้ดีถ้ามันมีปัญญาเกิดเป็นคนที่มีอายตนะรับรู้สัมผัสทางโลกขึ้นมาเมื่อไหร่มันมีจิตใจมันไม่ลืมหรอก แม้เขาจะให้หมื่นนึงก็เขาบอกไม่มีอะไรไม่มีอะไรเดือดร้อนอีกเหรอเดินทางไปเมื่อไหร่ก็ให้หมื่นนึงมันก็เป็นความเดือดร้อนอยู่อย่างนั้นเรื่อยไปถ้าทำลืมลืมได้เมื่อไหร่ก็เป็นที่ทำพนัสนิคมคือว่าลงได้เพราะผมเอาไว้หรือเพราะทำลืมไปเสียเพราะไม่รู้มันเสียทำโรงเรียนมันไปดับมันไปข่มมันไปนี่เป็นแบบนี้เป็นแบบที่เขาชนะนิภาแบบไม่จริงนี่พอนิทานแบบไม่แน่แท้ทำลืมไปชั่วคราวเหมือนกันแต่ชั่วคราวที่มันไม่เข้าท่าเลยมันไม่หลุดแพ้แต่ถ้าอย่างนี้แหละเราจะมีปิติด้วยแหมฉันได้ค่าโรงพักอีกตัวนึงนะถ้าฉันไม่ไปเอาเงินนี้ที่เขาจะให้สัก 10,000 บาทฉันไม่ได้ไปเอานี่ไม่เอาจริง

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน