200315-103 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ004.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2520 อภิณหปัจจเวกขณ์ (184 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข2 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

เวลากอดฉันของวันอังคารที่ 15 มีนาคมพุทธศักราช 2520 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำบุพกรรมปัจจะเวกปัจจัยที่พุทธสถานสันติอโศกความละเอียดละออของโรคหรือความยังอยู่หรือไตรลักษณ์ทั้งหลายมีความหมุนเวียนซึ่งเป็นลักษณะธรรมดาของทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นแล้วก็มีทรงอยู่แล้วก็มีการเปลี่ยนไปมันมีความละเอียดละออซับซ้อนมากมายเราจะต้องเรียนรู้แม้เราจัดระบบของจิตของเราให้รู้ว่าความฟูความหมุนเวียนที่มันร้อนมันทุกข์มันหนักจนเบาบางได้แล้วก็ตามเราก็ยังมีสภาพธรรมที่เป็นสุรภาเป็น ใหญ่เป็นภาวะอันที่เห็นชัดพร้อมทั้งรูปขันน้ำขันที่เรายังตั้งอยู่กับสังคมตั้งอยู่กับมวลชนแม้มันยังตั้งอยู่มันยังไม่สลายไปแล้วก็ให้มันเป็นส่วนที่ตั้งอยู่ที่มีประโยชน์มากที่สุดมันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นเราจะเป็นผู้นำเองโดยจิตใจเราชอบนำก็เอานำให้ดีนำให้คุ้มถ้าเราไม่นำแต่เราแน่ใจแล้วว่านี่แหละคือกลุ่มคือหมู่ที่เราจะอยู่แล้วเราก็ตามหรือว่าช่วยกันรุนแรงหนุนตามไปด้วยกันส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงที่เรามีเราก็ตามไม่ดีเธอไปให้ดีเป็นแรงหนุนที่มันพร้อมไม่มีขัดไม่มีเขยไม่มีถั่วไม่มีดึงมันก็จะเกิดแรงที่ เกิดผลประโยชน์ที่มากมันก็มีอยู่ง่ายๆอย่างนี้แต่จะอธิบายละเอียดมีเชิงชั้นซับซ้อนกว่านี้ก็ได้แต่ว่าขณะนี้ก็เข้าใจเป็นขั้นตอนไปให้ดีก่อนแล้วเราเองเราทำประโยชน์ของตนได้โดยเราไม่เดือดร้อนในเรื่องของจิตใจในเรื่องของความเป็นอยู่เราเข้าใจหมดสงสัยอยากจะกินอยู่หลับนอนหรือว่าจะทรงชีวิตไว้ขนาดนี้ไม่มีทุกข์ไม่มีร้อนไม่มีริษยาอาฆาตประหยัดได้มีประโยชน์คุ้มตัวมีปัจจัยอันพอดีแล้วไม่อยากใหญ่อยากโตไม่อยากมากอยากมีไม่อยากเดือดอยากร้อนอะไรอีกก็ไปได้แล้วเราจะเป็นผู้ตามไปเป็นผู้ที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลเพราะเหตุว่าเรายังตั้งอยู่เรายังไม่เปลี่ยนไปยังไม่ หลายตัวในสภาพที่มันจะเป็นไ

อ่านต่อ

ปเราไม่ต้องอยากตายไม่ต้องอยากเป็นไม่ต้องอยากอยู่ไม่ต้องอยากไปไม่ต้องอยากยึดไม่ต้องอยากไม่ยึดมันก็จะต้องเป็นไปตามจริงมันเป็นไปตามความที่เกิดมาแล้วมันก็ส่งไปตามที่มันเป็นไปแล้วมันก็สลายหรือเปลี่ยนไปนี่เป็นเรื่องธรรมดาธรรมดาจิตใจของเรามีอำนาจมุ่งหมายจับผู้ที่มีความมุ่งหมายจับแล้วก็ไม่ยึดถือได้จากก็เป็นอำนาจที่ล้างกันหมดได้เพราะผู้ที่จะยิ่งเป็นโพธิสัตว์ใหญ่ผู้นั้นและยิ่งยึดยึดใหญ่ยึดดียึดสูงแต่ถ้าเป็นคนสะใจท่านยึดได้และท่านก็มีอำนาจที่จะวางได้ ฉันรู้ว่าฉันหยุดไม่ได้ยึดเอาเป็นตนแต่ท่านยึดเอาเป็นดีต้องทำดีท่านนำดีถ้าโพธิสัตว์ไม่นำพระพุทธเจ้าไม่นำอยากจะพระพุทธเจ้าพอตรัสรู้แล้วไม่สอนคนชิบหายโรคชิบหายอาจจะเป็นบุคลิกฐานผมต้องมาอาราธนาบอกชิบหายนะท่านผมพระพุทธเจ้าไม่สอนโลกพระพุทธเจ้าไม่นำโลกชิบหายใหญ่นะนี่ก็เป็นสัจจะโพธิสัตว์ก็ดีที่เราเองเราใช้คำว่าบริษัทก็คือหมายเอารองพระพุทธเจ้าหมายอาญายังไม่ปฏิญาณสุดยอดท่านผู้ที่สากลนำไปตามแต่ก็ยังยกพุทธะอยู่นั่นแหละแล้วเดียวกับพุทธอย่างพุทธะไม่ได้เป็นเอง ไม่ได้รู้เองไม่ได้ปฏิญาณใหญ่สุดเพราะเราเป็นผู้ที่ใหญ่สุดจริงเรายังเป็นรองพุทธะพ้นจากนั้นก็นำไปทำไปถ้าไม่ทำเสียมันก็ไม่เกิดผลเดินมันไม่เกิดผลดีมันก็มีแต่ช้าลงแล้วก็ไปสู่ความสูงความเสื่อมสูญอันนี้เป็นศูนย์ความเสื่อมความดีมันเสื่อมมันก็แย่เพราะนำดีพาไปจุดดียึดได้ดีด้วยไม่เข้าข้างใครมีความบริสุทธิ์ใจมีความจริงใจมีความสะอาดสะอ้านทำเพื่อผลเพื่อการเป็นไปที่ดีและเมื่อเรารู้ตัวเองเราว่าเราเองเรามีความบริสุทธิ์ใจและเราก็มีความเบาง่ายเรารู้เท่าทันในโลกในชีวะ เรารู้ในชีวิตกับมันสบายแล้วเราก็ทำอะไรที่จะเสริมสารเป็นไปด้วยขั้นตอนแล้วก็ทำไปชีวิตคุณก็เดินทางไปหากเป็นแนวโน้มแนวเนื่องควรจะมีปัญญาขึ้นมานำเป็นผู้ใหญ่ชั้นสูงขึ้นมาอีกเป็นตัวร่วมหัวคิดเป็นคีย์แมนหรือว่าเป็นผู้ที่จะนำช่วยเป็นขั้นตอนไปแม้สุดไม่ได้ก็คันนี้ไม่ว่าจะสุดใหญ่ขึ้นไปกว่าโพธิสัตว์องค์กรอีกจะนำขึ้นไปอีกก็อ้าวก็เอาขึ้นมาเท่าเทียมกันก็เท่าเทียมกันไปหรือว่ายิ่งกว่าได้ร่วมมือกันหรือไม่ร่วมมือต้องแยกไปคนละทางแล้วนะอาจจะเป็นปฏิปักษ์ต่อกันอยู่บ้างมีส่วนดีมากมีส่วนไม่ดีน้อยก็เป็นได้อยู่เหมือนกันเพราะความ 2 มีได้คำหนึ่งมีหนึ่งเดียวแต่ความ 2 มันมีได้ คำสามีไปได้อีก 4 มีไปได้อีกขยายไปได้อีกแม้จะมีส่วนดีเป็นแกนร่วมอย่างศาสนาพุทธศาสนาไม่มีดีเป็นแกนร่วมทั้งนั้นแหละแต่ว่าเขาจะตั้งตนตั้งกลุ่มทางหมู่ขึ้นมามีเหตุผลมีหลักเกณฑ์มีทฤษฎีมีข้อปลีกย่อยไม่ตรงกันทีเดียวแต่แนวใหญ่แกนใหญ่ที่ดีมันก็กำหนดมีเมตตาเกื้อกูลไม่โหดร้ายทารุณมีการเสียสละมันเหมือนกันทั้งนั้นแหละใครจะแสดงความเสียสละใครจะทำอุบายในการเสียสละได้ดีที่สุดสูงที่สุดหมดศูนย์ในการเห็นแก่ตัวได้มากที่สุดนั่นก็เป็นยอดขอให้พวกเราได้พยายามเทียบเคียงอ่านและก็รู้ตัวเองเดินเมื่อเราเองก็หาทางดีแล้วมันก็ไหลเอียงเทไป ใครจะรู้ว่าตัวเราเองสูงขึ้นจริงๆเป็นอนันตังเจริญเจริญเจริญเจริญเจริญเจริญเจริญเจริญเจริญเจริญตลอดกาลไม่ใช่หยุดอยู่หรือไม่ใช่เสื่อมทรามลงด้วยเราจะรู้นี่ยืนยันของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพราะต้องเจริญขึ้นเจริญขึ้นเป็นอนันต์ธรรมจึงจะเรียกว่าผู้ประเสริฐแท้หรือผู้เจริญจริงเรียกว่าอริยชาติอย่างแท้จริง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน