200329-111 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ004.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นธนากรฉันของวันอังคารที่ 29 มีนาคมพุทธศักราช 2520 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์เส้นทางหมู่พวกเราปัจจะเวกปัจจัยที่พุทธสถานสันติอโศกได้รู้สุขได้รู้ทุกข์คุณแม่ใจแยกแยะเชิงซ้อนต่างๆออกได้ก็กล่าวว่าสุขมีก็รู้สึกสุขอย่างโลกิยะรู้สึกอย่างโลกุตระรู้สุขที่อยู่เป็นสภาพธรรมอันพึงเป็นคนได้ตามภาระก็ดูสอนทุกก็รู้กล่าวว่าทุกข์มี ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้นทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่ทุกข์เท่านั้นดับไปก็รู้เปล่าว่าทุกข์นั้นไม่มีพ้นแล้วสิ้นทุกข์ดับทุกข์หมดแล้วไม่มีทุกข์แล้วก็รู้ภาษาเปล่ามันจะดูประหนึ่งย้อนแย้งกันอยู่ทุกสัดส่วนทุกท่านกล่าวว่าสุขเป็นโลกิยะแต่ก็มีสุขกล่าวว่าทุกข์เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจแต่ก็ยังมีทุกข์เราว่าอย่างใดก็ดูย้อนแย้งอยู่ก็เข้าใจแต่ในใจผู้นั้นไม่ได้สงสัยเข้าใจในความหมายอย่างดียิ่งพร้อมกันนั้นก็รู้ในจิตใจของตนอย่างชัดแจ้งว่าจะปราณีให้ประสบกล่าวเรียกว่าทุกข์เราเรียกว่า เปล่าเรียกว่าไม่ถูกกล่าวเรียกว่าพ้นทุกข์พ้นทุกข์อย่างไรก็เข้าใจและมีสภาวะที่แน่ใจไม่สงสัยจะหยิบจับออกมาอธิบายในเชิงอย่างไรก็มีเหตุมีผลร้อยหรือยังมีปัจจัยประกอบพร้อมเข้าใจได้อย่างไม่สงสัยผู้นั้นก็เป็นผู้ที่รู้สุขรู้ทุกข์รู้ชั้นเชิงของสุขของทุกอย่างละเอียดละออถ้าปัจจัยด้วยปัญญาก็เป็นปัญญาวิมุติถ้าทำได้ถึงจิตก็เป็นเกย์ต่อวิมุตเข้าใจสภาพนั้นอยู่ในตัวเองอย่างชัดแจ้งมีวิมุตทั้ง 2 ส่วนเข้าไปอุปสมบทอย่างแน่นอนเป็นของจริงและสภาพที่เรามาเรียนรู้ทุกวันนี้เรามาเรียนรู้เข้าใจโลก ไม่เข้าใจโลกุตระโดยเฉพาะให้เข้าใจผิดนั่นเองโลกุตระไม่มีปืนจิตใจของเราและเราก็อยู่กับโลกของเขาอย่างที่เราเข้าใจโลกและเราเข้าใจสภาพจิตของตนว่าการวิมุตหลุดพ้นนั้นมีลักษณะอย่างไรอธิบายกันอย่างไรและก็รู้สภาพจริงเป็นผู้รู้อย่างชัดแจ้งไม่สงสัยเห็นจริงและเป็น
อ่านต่อ
อยู่มีองค์ประกอบอื่นมีข้อธรรมะข้ออื่นมาอธิบายแล้วก็ยังไม่สงสัยไม่มีปัญหาเข้าใจแท้ตัวเองมีประโยชน์ตนประโยชน์ท่านอันบริบูรณ์อยู่โดยวาระโดยสารมีพระมีเพียรหรือเรารู้เขาก็ไม่พรรคไม่เพียงอันเป็นจุดฆ่าพวกสงสารได้อย่างแน่แท้ผู้นั้นก็เป็นผู้สบาย ส่งของให้พยายามตรวจขอให้พระอาจารย์สมความเข้าใจความแน่ชัดไม่ได้ปฏิบัติตนเป็นไปเรื่อยๆตั้งแต่ผู้ที่ยังไม่รู้ดังกล่าวนี้ตั้งแต่หยาบๆท่านเป็นต้นพิจารณาฝึกเรียนมาตั้งแต่ละของต่ำ 2 อย่างเธอต้องรู้สภาพของอย่างของต่ำขาดสิ้นรู้สึกสบายและก็มีฐานต่อไปปฏิบัติอีกไล่เรียงขึ้นไปจนกระทั่งถึงจิตหมดไม่สงสัยในจิตของตนกระทบสัมผัสอะไรอยู่บนโลกของเขาก็รู้เท่าทันในสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นจริงมีความเป็นจริงตามความเป็นจริงและเราก็รู้ด้วยปัญญาก็คือปัญญาและเรารู้สิ่งจริงก็เป็นสิ่งพิมพ์ตามสภาพของมันอย่างแท้จริงและจิตสาธารณะเอาใจอะไรอยู่กับโลกไปวันต่อวันคืนต่อคืนไปโดยทำประโยชน์ สูงสุดประหยัดที่สุดได้ไม่ทะเบียนก็เสียเยอะเกินไปและโดยจุดฟุ้งเฟ้อนั้นมองเห็นได้ยากใครจะเป็นคุณคนไม่ฟุ้งเฟ้ออย่างแน่แท้ส่วนจะหนักเอไปทางกระเบียดกระเสียรบ้างจะเห็นได้อยู่กระทำอยู่บ้างมันเป็นแนวโน้มที่จะต้องเป็นผู้ประหยัดที่สุดแล้วก็ทำประโยชน์ให้ได้มากเท่าที่เราจะสามารถปล่อยผู้วางฝ่ายได้มากย่อมทำความเป็นประโยชน์ให้แก่โลกได้มากที่สุด