200319-107 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ004.txt
เนื้อหาในไฟล์
เช้าวันเสาร์ที่ 19 มีนาคมพุทธศักราช 2520 พ่อท่านพระพุทธที่รักนะโมพิจารณาปัจจเวกปัจจัยณพุทธสถานสันติอโศกสัตว์โลกที่พัฒนาขึ้นมาในโลกจากสัตว์เซลล์เดียวจนกระทั่งมาถึงสัตว์ที่เป็นมนุษย์แต่พัฒนามามีปัญญายาวไกลมีปัญญาสูงจนกระทั่งมาเป็นมนุษย์แล้วจึงจะได้รู้ดูย้อนลงไปว่าเราเองนั้นเกิดมาเพราะหลงใหลความเกิดคนเราเกิดอยู่มนุษย์จึงเกิดอยู่ก็เพราะว่าหลงไหลการพัฒนาความเกิด การเกิดที่พัฒนามาได้อย่างสูงสุดนั้นก็คือปัญญาของมนุษย์มนุษย์ที่สูงสุดยอดอีกทีหนึ่งก็คือย้อนไปรู้ต้นกำเนิดแล้วก็รู้จักการดับต้นกำเนิดระดับต้นกำเนิดเป็นถึงเรียกว่าอรหันต์จึงรู้ว่าความสุดยอดมีเป็นเรื่องของความประเสริฐสุดของมนุษย์ผู้รู้รากเหง้ารู้ที่มารู้ที่ไปรู้ความรอบสิ้นรู้ต้นรู้กลางรูปลายเป็นที่สุดเพราะฉะนั้นผู้ใดจะให้เกิดอยู่ก็ย่อมได้เมื่อรู้ต้นกลางปลายจะให้ตายจะให้ดับสูญก็ย่อมได้เพราะว่าสามารถที่จะดับต้นเท้าต้นขั้วต้นรากต้นเงาอย่างแท้จริง ผู้ที่จะสามารถรู้ท่วมทั่วได้ก็คือมนุษย์แม้มนุษย์ก็มีอีกหลายชั้นชั้นที่จะประเสริฐสุดที่จะรู้ความจริงแท้หยั่งลงไปถึงสัจธรรมที่รู้รอบถ้วนอย่างนั้นผู้ที่รู้เป็นยิ่งเราเรียกว่าจอมศาสดาพระจอมศาสดาในศาสนาที่เราเห็นว่าแน่แท้ก็คือพระสมณโคดมหรือว่าเป็นพระพุทธเจ้าที่เราอาศัยความรู้ที่ท่านไม่รู้ยอดเยี่ยมนี้มาลองพิสูจน์ตามเหมือนนักวิทยาศาสตร์ก็สามารถค้นคว้าอะไรได้และเขาก็ทำเป็นทฤษฎีเป็นสิ่งที่สามารถสร้างสามารถก่อหรือสามารถทำลายได้แล้วก็ตั้งทฤษฎีตั้งสูตรเหล่านั้นไว้ให้คนอื่นพิสูจน์ตามเอาไปใช้ประโยชน์ตามฉันใดก็จะมาพระพุทธเจ้าก็ สามารถค้นพบสิ่งนั้นแล้วก็เอาสิ่งนั้นมาให้มนุษย์ที่เกิดมารุ่นหลังพิสูจน์ตามทฤษฎีหรือทิศพิสูจน์ตามหลักเกณฑ์ที่ท่านวางไว้แล้วก็จะเห็นจริงตามคนเรามันโง่เพราะไม่รู้ว่าความสุขความทุก
อ่านต่อ
ข์คืออะไรที่จะต้องมาเรียนรู้ความสุขความทุกข์มาเรียนรู้ความสุขความทุกข์แล้วก็จะเรียนรู้ความเป็นโลกเรียกว่าโลกะวิทูหรือเรียกว่าโลกียแล้วเราก็จะอนุโลมมีสัจจานนท์ยานกับโลกิยะเพื่อสอนเขาให้เขาตายฉันขึ้นมาสู่ความเป็นมนุษย์สุดมนุษย์หรือมาเป็นมนุษย์ประเสริฐสุดที่จะรู้ความเกิดและความตายอย่างแท้จริงรู้ความสุข แล้วเราจะรักเกิดเราจะรักตายแล้วก็ทำได้อย่างเด็ดขาดแท้จริงเรียกว่าผู้อยู่เหนืออยู่เหนือความเกิดความตายเป็นอมตะบุคคลสามารถกระทำได้จริงต้องต้องมาพิสูจน์จริงๆเราจะต้องพิสูจน์ตั้งแต่รอบสั้นๆตั้งแต่เรารู้ความเกิดความตายของรอบสั้นพระภิกษุถึงนามธรรมจิตของเรามันไปวนเวียนมันเป็นวัดสระมณีติดยึดในสิ่งที่เป็นความต่ำๆหยาบๆที่เรารู้ชัดอยู่แล้วแล้วก็หลุดร่อนฆ่าให้หมดเชื้อให้ได้ลองดูเป็นวัฏสงสารเมื่อเรารู้รูปร่างของวัฏฏะตามที่เราตัดขาดได้วัฏฏะต่อมาพิจิตรไปวนเวียนไปรับความเกิดนั้นอยู่ก็ให้รู้แล้วก็พยายามดับความเกิดในรอบต่อมาได้อีก ก็จะยืนยันขึ้นมาอีกแล้วก็เราก็ทำรอบที่สูงขึ้นไปอีกเป็นวัดป่าที่มันติดลึกซึ้งขึ้นไปอีกจนจะเกิดปัญญาลึกละเอียดไปจนกระทั่งถึงวัดป่าที่ลึกซึ้งจนกระทั่งถึงสภาพมีแต่จิตที่มันจะเป็นรากเหง้าเดิมแล้วก็ทำลายรากเหง้าจิตนั้นได้หมดหรือหมดอัตราตัวตนแท้จริงก็เป็นอันสูงสุดที่เราจะทำลายรากเหง้าของความเกิดที่เป็นต้นของความเกิดที่สุดได้เรียกว่าศาสนาพุทธจะพาเรารู้ความเป็นจริงอย่างนี้ต้องพิสูจน์เมื่อรอบสร้างได้เมื่อรอบกลางรอบละเอียดได้รู้เป็นชั้นเชิงมาละเอียดละออแล้วก็เป็นก็เป็นผู้รู้ความจริงแท้จริงและกระทำได้จริงก็นั่นแหละคือสัจธรรมที่จะยืน ของโลก