190502-N _พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอนการมาเฝ้าของท้าวจตุมหาราช-พ่อท่าน-แดนอโศก-R026.txt
เนื้อหาในไฟล์
เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมพุทธศักราช 2519 แต่ที่นี้ไปท่านจะได้รับฟังการบรรยายธรรมโดยพ่อท่านโพธิรักษ์ซึ่งบรรยายที่ธรรมสถานแดนอสูรการบรรยายตอนนี้ได้บรรยายธรรมะทั่วๆไปประจำวันและได้นำพุทธประวัติจากพระโอษฐ์เอามาเอาบรรยายสำหรับวันนี้ได้บรรยายถึงการมาเฝ้าของใช้จตุมหาราชและการฟังธรรมมีแต่ฟังให้ละเอียดละเอียดเข้าไปแล้วก็พยายามหาเอาประโยชน์หรือว่าทำความเข้าใจในประโยชน์ให้ได้ ประโยชน์จากการฟังได้ประโยชน์จากการประพฤติปฏิบัติในการกระทำอยู่เราก็จะเห็นจริงเห็นจังแล้วเราก็จะเป็นไปโดยดีแม้เราได้เป็นผู้ที่ดีขึ้นดีขึ้นเพราะเราเป็นผู้ที่ขยันขึ้นเป็นผู้ที่มีงานการได้สูงขึ้นเป็นผู้ที่มีงานการมากขึ้นเป็นผู้ที่ทำประโยชน์ให้แก่โลกได้มากขึ้นพร้อมกันนั้นเราก็มีประโยชน์ตนเป็นผู้ที่เบาว่างง่ายเป็นไปโดยไม่ง่ายสบายสบายแต่ภาระน้อยลงภาระน้อยลงภาระคำนี้เป็นสิ่งที่ติดอยู่ที่จิตถ้าเข้าใจอยากหย่า คือสิ่งที่มันต้องแบกต้องห้ามต้องเกี่ยวข้องต้องถูกต้องมัดภาระเราเราเข้าใจอย่างภาษาง่ายๆเป็นอย่างนั้นถ้าภาษาอย่างละเอียดละเอียดแล้วไม่มีอะไรที่มันจะนับวันโตเอามาฝากไม่มีอะไรที่มันจะนับวันเกิดไม่มีอะไรที่มันจะนับวันโตเรียกว่าภาระเพราะฉะนั้นก็เป็นแต่เพียงสิ่งที่ประกอบอยู่เท่านั้นเองในภาวะที่เรายังไม่ตายที่ยังไม่ตายก็เป็นภาระภาระก็มาจากรากศัพท์คำว่าภาระผิดกับพระไว้นิดนึง สภาวะภาระสภาวันอาทิตย์ก็นิดนึงที่ขั้นต้นตรงที่เป็นตัวรองคนละเรื่องจะรอหรือตัวละเนี่ยมันหมายถึงเอาจิตนั่นหมายถึงเอาจิตที่ไปกำหนดรู้กำหนดยึดเข้าพระมีน้ำมันมีความยึดเข้าจะรเรือมีความคิดเข้าไปความสำคัญเข้าไปในความคิดความสัมพันธ์กับฝ่ายร้ายเพราะฉะนั้นการเกิดที่มีความยุติความสัมพันธ์เรียกว่าภาระส่วนภาวะนั้นน่ะมันเป็นพฤติกรรมของสิ่งนั้นเอง เพลงไม่มีสิทธิ์ที่จะยึดหรือไม
อ่านต่อ
่มีจิตที่ไปสัมพันธ์เป็นพฤติกรรมเป็นอาการเป็นลักษณะเป็นอันนั้นอันนั้นของมันเองว่าเป็นพฤติกรรมจึงเรียกว่าภาวะหรือภาวะเข้าใจนะคำว่าภาระจึงหนักกว่าภาวะเพราะภาระเนี่ยเอาจิตเข้าไปสัมผัสเอาจิตเข้าไปยึดเข้าแล้วมันก็หนักกว่าหน่อยจนภาวะวันนั้นมันเป็นตัวของมันเองมันไม่มีหนังอะไรผู้ใดถึงขั้นภาวะวิสัยต่อภาระอะไรอะไรทั้งหมดผู้นั้นก็ไม่มีปัญหาเอาภาระมาใช้ด้วยเอาภาระมาใช้ด้วยเพราะว่าพระพุทธเจ้าเป็นผู้ที่มีภาระหนัก เมื่อท่านสร้างศาสนายังไม่เสร็จการสร้างศาสนาเป็นภาระของท่านเพราะท่านต้องสัมพันธ์กับศาสนาพระโพธิสัตว์มีภาระหนักที่สุดตรงที่ต้องสัมพันธ์กับยานสัมพันธ์กับวิมุตที่มากจึงต้องยึดยายึดวิตเพื่อศึกษาเพิ่มขึ้นเรียกว่าโพธิมีความตรัสรู้เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นพระอรหันต์มีภาระต่อการเรียนรู้ตัวหยุดตัววางตัวว่างตัวเบาให้เด็กขาดหรือรู้ภาระอันสูงสุดเยี่ยมไม่ได้จนกระทั่ง พระสุระที่เป็นชีวิตจนหมดรักช้าหรือหมดรักปะในตัวจิตคือจิตที่ยึดจิตที่สำคัญเมื่อเราจะไม่ยึดเราจะไม่สัมพันธ์เราก็วางปล่อยก็เลิกกันเดี๋ยวนี้ก็เป็นเดี๋ยวนี้แต่เราจะสัมพันธ์เราจะยึดเข้าด้วยเพื่อเป็นภาระเพื่อเป็นงานเพื่อเป็นสิ่งสำคัญ ให้มันสืบต่อไปการจะสืบต่อได้ต้องมีรุกขหรือเรขาคต้องมีลูกค้าหรือเลขาเสร็จแล้วเราก็ว่าไปสุดท้ายมีขาดเป็นสุดท้ายแล้วก็วางก็ปล่อยสุดท้ายแต่ก็เราก็สัมพันธ์ด้วยขณะที่สำคัญในปัจจุบันนั้นๆหรือว่าในสิ่งที่จะเห็นว่าเป็นไปโดยสิทธิ์ของเรารู้ด้วยปัญญารู้ว่าดีเราจึงทำเราจึงยังกุศลให้ถึงพร้อมสืบสานต่อไปเราจึงทำสิ่งที่เรียกว่าเลขขาดหรือเลขหรือลูกค้าเหมือนกันมันมาจากรากศัพท์อย่างที่กล่าวแล้วอธิบายเป็นตัว พระผู้ที่มีภาวะวิสัยหรือผู้ที่มีภาวะที่เป็นแต่เพียงภาวะมีพฤติกรรมที่เกิดอยู่โตอยู่พระตัวนี้หมายความว่าเจริญหมายความว่าเกิดหมายความว่าจะต้องถูกกล่อมเกลี้ยงจะถูกเลี้ยงไปเราจะต้องพยายามเลี้ยงนะพยายามกล่อมเกลี้ยงพยายามกระทำขึ้นพยายามให้เขาโตเร็วกว่าพระเพราะว่าพระเนี่ยบางทีเขาก็เรียกว่าลูกเขาเรียกว่าผู้ที่จะต้องดูแลพอละกรณีหมายความว่าลูกที่จะต้องได้รับการเลี้ยงดูเรียกว่ากรณีที่ต้อง การเลี้ยงดูมรณะแปลว่าอย่างนั้นน่ะหมายความว่ายังไงแล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆนะจะต้องเป็นผู้ที่คอยคอยถ้าเรามาพยายามเรียนรู้ความจบซึ่งผมก็พยายามไม่ขมวดความจบให้ฟังคือเอาอรหันต์ซะก่อนเอาตัวหยุดตัวจับตัววางตัวว่างก็ปล่อยได้หากปล่อยคิดๆแม้มือยังจับอยู่ติดเราปล่อยมันก็ไม่มีปัญหาติดธุระไม่ยึดถืออะไรจิตของเรารู้ว่าจะเป็นประโยชน์ว่าสักแต่ว่ากระทํา สิ่งที่จะต้องอยู่ด้วยกันพลาดกันไม่ได้อะไรอย่างนั้นไม่ใช่เพราะไม่มีอะไรไม่พรากจากกันไม่มีไม่มีอะไรที่จะไม่พรากจากกันเพราะฉะนั้นเราพลาดพร้อมตั้งแต่ตอนที่มันยังมีอยู่ใจของเราวางใจคนเราเห็นแล้วว่ามันต้องพรากต้องจากต้องหลุดจะไม่ได้ตามใจอย่างนี้จะไม่เป็นอยู่คงทนอย่างนี้จะไม่เที่ยงแท้จะไม่ยืนยงอยู่อย่างนี้จะไม่เกาะกลุ่มกันเป็นอย่างนี้อยู่ตลอดกาลจึงเรียกว่าเราปล่อยอย่างสนิทใจวางสนิทใจอ่ามันละลายจากกันอยู่กันตลอดเวลาหรือว่าวันมันจะต้องแตกออกจากกันอยู่ตลอดเวลาโดยใจพวกเราพร้อมที่จะแตกพร้อมที่จะละลายพร้อมที่จะคลายอยู่ตลอดเวลามันจึงไม่มี ใจมันจะต้องเป็นอย่างนั้นใจเราจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างแท้จริงเลยแล้วเราก็พร้อมถ้าบอกว่าเราแม้เราจะยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ควรยึดแล้วก็จะยึดกับสิ่งที่ควรยึดเท่านั้นหยุดพวกเขาด้วยไม่ใช่ยึดพวกเราถ้าใครจะมาดันทุรังที่จะยึดที่จะเอาอย่างนั้นอย่างนั้นจนรุนแรงจนเขาเห็นว่าซึ่งมันค้านกันกับเราเขาจะยึดเอาอย่างนั้นแต่เรายึดอย่างนี้ขัดกันครั้งกันแล้วก็ปล่อยให้เขาด้วยซ้ำไปขอบคุณก็ชนะก็แล้วกันคุณก็เอาก็แล้วกันคุณก็โตก็ใหญ่ไปก็แล้วแต่เราเองเราก็หยุดโตหยุดจ่ายหยุดเกิดจึงเรียกว่าเป็นผู้ที่สุดซึ่งมีตัวจุดสิ้นสุดตัวเพราะว่าตัวเองได้โดยรู้เราจะดึงเข้าไว้หน่อย ดึงไว้บ้างเพราะว่าเราดึงเข้ามาสู่ดีที่รู้อยู่ไม่มีเจตนาร้ายมีความบริสุทธิ์ใจจริงๆไม่เจตนาดีไม่ได้เจตนาลามกอะไรเราไม่ได้ทำเพื่อลาบเพื่อยศเพื่อสรรเสริญหรือพ่อแม่แต่ว่าเราจะสุขหรือเปล่าและทำให้แก่เขาในทุกข์ด้วยซ้ำไปเหน็ดเหนื่อยและใช้ความพากเพียรใช้อิทธิบาทด้วยซ้ำไปเพื่อเป็นประโยชน์แก่เขาและก็เป็นการอุปการะต่อโลกกับปวงชนเป็นอันมากต่ออนุชนรุ่นหลังต่อคนทั้งปวงเพราะมันเป็นผลแต่อย่างนั้นด้วยซ้ำไปไม่ใช่เพื่อเราอะไรหรอกไม่มีความบริสุทธิ์ใจแล้วจะมีญาณมีความรู้ที่ชัดเจนแต่ทีนี้เราก็มาฟังดู ภาษาของพระพุทธเจ้าแล้วผมก็จะขยายอธิบายให้ฟังเรื่อยๆไปอีกนะสูตรนี้คือการมาเฝ้าของจาตุจาตุมจาตุมหาราชที่สุดทั้งหลายเมื่อคืนนี้มามหาราชทั้ง 4 พร้อมทั้งเสนายักษ์เสนาคนพันเสนากุมภ์เสนานาคผู้ใหญ่อันนี้ล้วนแล้วแต่เป็นของของยักษ์ทั้ง 4 นะยักษ์สุวัณโณเราเรียกว่าตัวยักษ์ใหญ่ยักษ์ร้ายเข้าไปดู สุคนธ์ฐานะคนพาลวิรุฬหกตัวนี้ตัวถือสรรเสริญนี่มันมันปนๆกันยังไงไม่รู้เสนาคนชังเสนากุมภัณฑ์นี่คือตัวฤดูปากเจ๊นานมากมีพวกสับปะรด 1 ต้องการรักษาการคุ้มครองแวดล้อมไว้ทั้ง 4 ทิศแล้วสิ่งที่คิดหมายความว่าทุกมุมที่เราจะสามารถที่จะกอบโกยหามาได้หามาได้แต่กำลังยากหรือแม้แต่ละเอียดลงไปเรียกว่าคนพันธุ์หรือแม้แต่กุมภาพันธ์กุมภาพันธ์ พวกที่ยังหลงอยู่ในกามารมณ์ทั้งหลายแหล่เมถุนทั้งหลายแหล่หลงอยู่ในเรื่องของความสำเร็จพวกหลงตัวหลงส่วนใหญ่หรือพวกเศษสงบสุขทุกๆครอบครองนิ่งสนิทมีอำนาจเด็ดเดี่ยวนิ่งไม่มีกระดิกมีนาคมรวมหมดถ้าจะลดครองไว้ทรงไว้ซึ่งรัฐบาล ยอดมารร้ายดุเดือดถึงมีเขี้ยวถือว่าพวกยักษ์เวสสุวัณโณเป็นยักษ์มีเขี้ยวดุร้ายถือกระบองใหญ่เที่ยวหัวโตปากกว้างๆตัวโตกินจุโลกมากนั่นเองหมายความถึงโลกบ้างตัวโตกินจุปากใหญ่เขี้ยวใหญ่หมายความว่ามันโหดร้ายทารุณถือกระบองทุบตีกดขี่ข่มเหงมีลักษณะของรูปประธรรมที่จะให้เราเข้าใจนางมาทำทั้งนั้นแหละให้เข้าใจถึงว่ามันมีลักษณะมันให้อะไรก็บอกก็คือของที่จะบวชจะตีเขี้ยวใหญ่ก็คือสิ่งที่มันจะกัดมันเจ็บมันแตกมันปากกว้างปากโตก็กินมาก ตัวใหญ่มันก็คือไม่รู้จักพอลักษณะยักษ์เวสสุวัณโณจะเป็นผู้ที่จะต้องกว้างเอามาให้ได้ให้มากรวมแล้วก็คือขี้โรคจัดไม่หยุดจะได้มาให้สมใจให้ได้มากที่สุดโดยไม่รู้จักพอกินไม่รู้อิ่มกินอย่างดุเดือดด้วยกินสดๆกินแรงๆกินเย็นๆกินร้ายๆกินยังไงก็กินหมดจะกัดจะกินจะทำลายทั้งสิ้นมีลักษณะของกามราคะในลักษณะของชื่อว่าเมื่อมันสนใจก็รู้สึกว่าเป็นสุขตัวเองนะหลงว่าเป็นสุขจิตตัวเองหรือว่าเป็นสุขไม่ได้กินเมื่อได้เมื่อได้มีเมื่อเด็กเป็นเมื่อได้มา แต่ตนเองหลงว่าเป็นสุขแท้จริงนั้นเบียดเบียนเข้ามาหมดได้มากเท่าไหร่ก็ไม่คิดถึงคนอื่นเกินพอแล้วก็ไม่รู้จะเกินพอถ้าตัวเองให้ยายไม่มีที่สิ้นสุดเรียกว่ายักษ์ปัญญาไอ้ตัวได้ใหญ่ที่สุดที่จะขยายตัวให้ใหญ่ได้ไม่มีความสุขสิ้นพยายามจะต้องใช้อำนาจในการที่จะเสพกามในการที่จะใช้อำนาจเงินทองใช้อำนาจเข้าของแลกเปลี่ยนมาก็เอาข่มขู่ได้ก็เอาเอากระบองตีขู่เขาได้ก็เอากดขี่ขูดรีดผมเห็นทำอะไรได้ก็เอาเท่านั้นเพื่อที่จะโลกให้มากที่สุดทรมานทารุณโหดร้ายก็อยู่ที่นี่อยู่ที่วัด มากที่สุดก็อยู่ที่นี่เพราะฉะนั้นเต็มไปด้วยความโกรธก็เต็มไปด้วยความโลภก็คือยักษ์เวสสุวัณโณซึ่งเคยอธิบายให้ฟังได้ไหมเอาลักษณะแง่หนึ่งง่ายๆก่อนได้แค่ว่าพ่อค้าเวสสุวรรณก็แปลว่าเป็นประเภทขายให้ได้เงินทองมาแล้วก็สามารถที่จะเสพติดผมได้ด้วยเงินทองของเราไปแลกเปลี่ยนอะไรก็ได้อยากกินอยากเสพอยากมีความสุขอะไรก็เอาเงินเอาทองเอาทรัพย์สมบัติเป็นแลกเปลี่ยนเอาเพราะมันเป็นพวกวิรูปักก็เป็นพวกที่จะพยายามทำตัวให้ใหญ่ให้โตให้มีอำนาจแล้วก็เสพติดนั่นแหละเสพสุขอะไรก็ไม่รู้ได้กุมภัณฑ์ก็แปลฟังแล้วผู้มี กทมพรุ่งนี้อัณฑะโตทั้งหม้อก็ยังเรียกเหมือนยักษ์อยู่นั่นแหละกุมภาพันธ์ฤดูปักถักระยะมันก็ยากทั้งนั้นแหละจริงๆทีนี้เราเรียกความว่ายักษ์ก็คือมีความหมายว่ามันร้ายมันเลวมันรุนแรงเรียกว่ายักษ์ทั้งหมดจะเอายอดไปเสพถึงเคยอธิบายให้ฟังแล้วเอาไปแจกใช้อำนาจไปกดขี่เขตจะได้อำนาจหรืออะไรก็ตามแต่พยายามที่จะเสพติดหลงสุขจะต้องมีสุขดื่มวิธีการต่างๆแม้ที่สุดตัวเองอัณฑะกทมแล้วก็ยังอุตส่าห์ยังไม่รู้ยังไม่รู้ซึ่งฟังดูแล้วภาษาถ้าเข้าใจด้วยเนื้อ สาระของมันแล้วเข้าใจอรรถของมันแล้วขนพองสยองเกล้ามันดูน่าเกลียดน่ากลัวแล้วมันดูเลวต่ำแต่เขาก็ไม่รู้ภาษาบางทีเขาก็ยังอยากเป็นเทวดากันอยู่นี่เทวดานะนี่เดี๋ยวเข้าใจว่าอื่นนะเนี่ยเทวดาชั้นจาตุมหาราชเพราะแม้จะเป็นคนพันยังหลงด้วยอำนาจของสิ่งละเอียดอำนาจของสิ่งละเอียดของฐานอำนาจของเสียงอำนาจของยศอำนาจของกลิ่นอำนาจของการขจรหรือลั่นไปเป็นชั้นๆที่จริงเคยเทียบเคียงเป็นคู่ๆวันลานั่นก็คือจะ ยอดนั่นคือไม่รู้ปะคะสรรเสริญนั่นคือวิรุฬหกคือพวกคนพันธ์สุขทั้งหลายแหล่ก็คือพวกถ้ารถยกพวกหน้าเคยเทียบเคียงให้ฟังง่ายๆแต่มันก็รู้ว่ามันอธิบายให้มันรวมกันก็ได้หรือว่าแยกเป็นส่วนตัวให้ฟังอย่างนี้ก็ได้นี่เป็นเรื่องของยากอธิบาย เชตะวันทั้งสิ้นให้สว่างได้เข้ามาหาเราถึงที่อยู่ในเมื่อราตรีล่วงไปเป็นอันมากครั้นเข้ามาหาแล้วไหว้และนั่งอยู่ณที่ควรที่สุดทั้งหลายอยากเหล่านั้นบางพวกวัยเราอายัดทั้งหลายไม่ว่าทั้งเสนาทั้งเสนายักษ์ยักษ์ทั้งนั้นแหละยักษ์ทั้งยักษ์ใหญ่ทั้งเจ้าใหญ่ทั้งตัวเหตุกันลิ่วล้อของยักษ์ก็ตามแต่บางพวกไหว้เราบางพวกปราศรัยด้วยค่ะทำหน้าบันเทิงใจจับใจบางพวกน้อมอัญชลีมาทางเราวางพวกร้องขานชื่อและโทษของตนบางพวกเฉยๆ แล้วนั่งในที่ควรส่วนข้างหนึ่งฉันไม่ใช่ของตนนะเนี่ยรองฐานชื่อและโทษของเรานะที่จริงเขาเรียกชื่อพระพุทธเจ้าเฉยๆดื้อๆบางพวกก็อาศัยได้ทำหน้าบันเทิงใจจับใจบางพวกน้องอัญชลีบางพวกร้องขานชื่อและโทษของเรานะไม่ใช่ของตนหรอกบางพวกก็เฉยๆไม่ธรรมดาคือผู้ที่ร้องชื่อขานชื่อเรียกชื่อเฉยๆของพระพุทธเจ้าถือว่าดูถูกถือว่ามันไม่มีก็มาคารวะอะไรที่เสมอแล้วทั้งๆที่ตัวเองเป็นแค่ทะเลวัดก็ไม่รู้งานก็ทักทายบางพวกไหว้บางพวกก็ปราศรัยทำบันเทิงหรือว่าคำ ได้ยินดีอยู่เหมือนกันจับใจบางพวกอัญชลีบางพวกก็ทักทายเฉยๆทักทายด้วยชื่อนี่โคตรยังตีเสมอเลยบางพวกก็เฉยๆแล้วนั่งในที่ควรอยู่ข้างหนึ่งด้วยกันทั้งนั้นพิสูจน์ทั้งหลายมหาราชชื่อเวสสุวรรณผู้นั่งแล้วในที่ควรได้กล่าวคำนี้กล่าวว่าข้าแต่พระองค์รักฉันสูงที่ไม่ร่วมสายในพระผู้มีพระภาคก็มีที่เลือกใช้ก็มีแล้วฉันละเอียดมีปัญญาสูงละเอียดมีคุณธรรมบ้างแต่เรื่องใจว่าผู้มีพระภาคก็มีไม่เลื่อมใสก็มีเพราะว่าชั้นสูงเนี่ยบางคน ตรวจคริสตัลเว็บไซต์ก็มีไม่ได้ใช้ก็มียักชั้นกลางที่ไม่เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคก็มีที่เลื่อมใสก็มีเพราะมันยากชั้นกลางก็เหมือนกันมีภูมิไม่มากนักเลื่อมใสก็มีไม่เลือกใช้ก็มีญาติฉันต่ำแจ๋วคงยากไม่ค่อยมีภูมิเลยทีเดียวมีโมหะมากแต่ถึงขนาดนั้นก็ตามอย่าวิ่งช้ามากมีโมโหมากก็ยังมีที่เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคก็มีที่ไม่เลื่อมใสก็มีงานที่ไม่เลือกใช้มีที่เลือกใช้หนี้เหมือนกันเพราะคนที่เลวเนี่ยเลื่อมใสเราก็มีคนที่สูงเลื่อมใสเราก็มีคนชั้นกลางเลื่อมใสเราคนที่เลวไม่เริ่มสายเราก็มีคนที่ชั้นกลางไม่เลื่อมใสเราก็มีหรือคนที่ ทำไมเริ่มใช้เราก็มีมีทั้งนั้นแหละมีเป็นขั้นตอนไปหมดแล้วเราจะบอกว่าคนชั้นสูงนั่นแหละค่อยๆเลื่อมใสเราแล้วคนไม่ชั้นสูงไม่เรื่องใจเราก็ไม่ใช่คนที่ไม่มีปัญญาซะเลยตั้งใจก็มีคนมีปัญญามากเริ่มใช้คนไม่มีปัญญาเลยเลื่อมใสก็มีคนไม่มีแต่คนมีปัญญามากเริ่มใช้สำลีมันก็สลับกันอยู่อย่างนั้นแต่ว่าแต่ว่าอยากส่วนมากไม่เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคดอกมีการตัดสินหรือว่าวิเคราะห์อย่างละเอียดแล้วว่าส่วนมากยักษ์ส่วนมาก ไม่เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้าก็หมายความว่าอะไรที่เป็นยักษ์หรือว่าที่เป็นแม้แต่ยักษ์นี่เราบอกแล้วว่าฉันกลับมาว่าจอดนะเนี่ยผู้ที่เต็มไปด้วยกามราคะหรือผู้ที่เต็มไปได้เลยตัณหาอยู่ส่วนใหญ่ๆนั้นน่ะจำนวนมากยังไม่ค่อยเริ่มใช้ในพุทธะยังไม่หันคิดมาในทางจะวางจะปล่อยกันนั้นหรอกไม่ศรัทธาอะไรกันนักหรอกส่วนใหญ่แต่มีบ้างเป็นบางคนเป็นบางสิ่งที่จริงอันนี้เป็นเรื่องของจิตไม่ใช่เรื่องของตัวตนอะไรหรอกผิดของแต่ละบุคคลที่อยู่ในจิตใจก็ตามแต่ส่วนมากไม่ค่อยเริ่มใสหรอกอันนี้บอกให้เข้าใจให้ชัดๆพระพุทธเจ้าท่านสอนภิกษุทั้งหลายสอนให้เข้าใจให้เห็นชัด ถ้าผู้ใดเข้าใจโดยธรรมฐานก็จะเดินทางมาทำแล้วก็ไม่มีปัญหาก็ฟังก็รู้ว่าเขาเป็นสัจจะอย่างนี้พระพุทธเจ้าเอาสัจจะมาสอนเสมอเพราะแม้ถ้าจะยกบุคลาธิษฐานว่าจะทุกข์มหาราชหาเราเมื่อคืนนี้เราก็ไม่สงสัยอะไรจะเป็นเจ้าของมหาราชิกามาหาจริงๆก็ไม่ฉลาดอะไรพุทธพิสัยเราไม่จำเป็นจะต้องเป็นที่ระลึกเป็นที่ได้คิดเอาแต่ถึงไม่นึกว่าคิดเอาเราก็ทำความสงสัยให้ได้เท่าเขาเข้าใจให้ได้ว่ามันก็เป็นจริงได้เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเป็นทั้งสมุดกิจกรรมที่เราจะหาได้ตามที่เราและสุดท้ายเรามักจะสัจจะไม่ได้หมายความว่า ตัวตนบุคคลคนนั้นคนนี้หรือล่องลอยอยู่ที่นอกนู่นนอกนี่อะไรไม่โลกนอกตัวไม่มีโลกชั้นย่นย่อมาไว้แล้วที่เราเราจะดับโลกระดับโลกของเราทายาว่าหนาคือกว้างศอกพร้อมสัญญากับใจของเรานี่ละอันนี้เนื้อโลกกว่านี้ให้ได้อันอื่นฉันก็เถอะใครจะมาเหนือเราไปสั่งเขาออกมานั้นด้วยซ้ำไปแต่บริษัทจริงแล้วเราใครเข้ามาเหนือเราเราก็ควรทำวันนี้กินนั่นแหละไม่ว่ายากพอประมาณขนาดไหนนี่ก็พิสูจน์ไปเรื่อยๆแล้วก็ที่เรามีความสามารถเพราะพระองค์พระพุทธเจ้าเนี่ยพระผู้มีพระภาคมาเล่าอะไรมาสอนอะไรจะยกไปปลุกเวลาที่ผ่านมาก็ดีก็ไม่เป็นไรเพราะว่าผู้ที่เรียนรู้ไปด้วยบุ ฐานนั้นน่ะมันรู้ง่ายผู้ที่มีจิตละเอียดที่จะสามารถเข้าใจธรรมอธิษฐานควบคู่ไปได้ก็ตามภูมิแต่ตามภูมิหรือตามฐานะของแต่ละบุคคลแล้วก็ปลดปล่อยไปตามชั้นเชิงปลดปล่อยคือไม่ถือสาอะไรที่ผ่านไปตามฐานะของแต่ละบุคคลผู้ใดไม่เห็นว่าบุคลิกฐานหรือไม่เห็นว่าสมมติสัจจะเป็นสัจจะหรือมีจริงผู้นั้นกุฏิไม่เข้าใจความจริงตามความเป็นจริงของสิ่งที่มีตัวมีตัวมีบุคคลเราเขามีสมบัติวัตถุมีดินน้ำไฟลมไม่เข้าใจเรียกว่าเสียชีวิตพวกนี้สร้างแต่นรกให้ตัวสิทธิพันธุ์เด็ดขาด นอกจากสิ่งที่ผ่านแล้วสร้างแต่นรกให้ตัวพบประมาทถือว่าชาตินี้ชาติเดียวเขาไม่รู้เขาไม่มีความรู้ละเอียดถือว่าชาตินี้ชาติเดียวแล้วตายแล้วสูญเพราะประมาทอะไรหลบเลี่ยงได้เขาจะหลบเลี่ยงถ้าจะพยายามรู้ว่าไอ้คนรู้ไม่ได้มันก็จะตีกินไปเรื่อยนั่นคือการเพาะนรกให้ตัวโดยตัวเองไม่เข้าใจความละเอียดลึกซึ้งแล้วเขาจะไม่มีวันละเอียดลึกซึ้งเพราะเขาประมาทความละเอียดไปแล้วก็ประมาทความละเอียดไปแล้วก็จะไม่ได้รู้รายละเอียดอะไรส่วนพวก ศาสนาที่ผิดนั้นเป็นพวกที่มีสวรรค์เพิ่มเสมอกลัวนรกแต่ก็ปิดนิพพานเหมือนกันยังเป็นสัจจะทิฐิอยู่ไม่ได้เป็นนิพพานหรอกสุดท้ายมันจะต้องอุ่นกันมันต้องมีอุเทนด้วยมีสัจจะด้วยแต่ว่าสิ่งที่ยังเป็นไปอยู่โดยเรายังมีเรายังเป็นคนเรายังรู้ดินน้ำไฟลมเรายังมีวิญญาณธาตุรู้อยู่ด้วยสัตว์ที่ยังมีธาตุรู้อยู่ก็คือสัตว์ที่ยังมีอยู่ยังมีความเกิดถึงพรุ่งนี้ยังมีความเกิดขึ้นบริเวณนี้ถึงปีหน้ายังมีอายุอยู่ผู้นั้นก็จะต้องมีความสืบต่อมีอนาคตไม่มีอนาคตอยู่ตรง เขี้ยวมีตัสสะยังมีความต่อไปจุดต่อไปจึงเป็นจุดแนวโน้มของความรู้เพื่อจุดศูนย์นั้นเป็นของเราเอง 70 นั้นไม่มีของคนอื่นติด 0 นั้นไปขอที่อื่นไม่มีมีแต่ที่เราเราสูงเราจบเราหยุดของเราว่าจะเอาหยุดเอาจบในอันใดขอหยุดเอาจบในจิตของเราที่ปล่อยวางที่เห็นว่าหมดควรแล้วควรตัดสินคนหยุดแล้วควรพักควรปล่อยคนไม่เอาแล้วเราก็ตัดสินไม่เอาที่เราเราวางได้จริงๆแล้วตัดสินแล้วเราปล่อยแล้วเราก็จบที่เราเองหยุดที่ด้วยความสำเร็จส่วนตัวของแต่ละบุคคลทำแทนกันไม่ได้เลยพระพุทธเจ้าก็ทำให้หยุดแทนใครไม่ได้ เดี๋ยวนี้เป็นสมบัติของตัวนี้ปรมัตถะสูงสุดสาระที่สูงสุดของแต่ละคนก็เอาตรงนี้เอาอันนี้ได้แล้วไม่มีอะไรทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสมมุติของเราได้อันนี้แล้วก็จบอันนี้ของเรานอกนั้นเป็นสมุดที่เราจะต้องเห็นจะต้องเข้าใจให้ได้ว่ามันสืบต่อทั้งนั้นแม้แต่เราพูดออกไปนี่คำนึงเนี่ยมันก็สืบต่อเป็นศาสนาไปตามเหตุปัจจัยที่มันจะเป็นไปนานบ้างช้าบ้างถ้าพูดเป็นสัจธรรมก็จะอยู่ได้นานแต่พระพุทธเจ้าท่านพูดสัจธรรมกับสัจธรรมเอาไว้อยู่มาตั้ง 2,500 กว่าปีก็ยังเอามาพูดกันอยู่ยืนยันกันอยู่เอามาเรียนรู้กันอยู่ทุกวันเป็นความรู้ที่ยาวนานที่เรียกว่าความสืบต่อมีอนาคตแม้แต่คำพูดแม้แต่ความรู้ความรู้นี่ไม่มีตัวตน แต่ความรู้นี้ไปนานไปใหญ่ไปไกลมีอายุยาวยืดได้มากถ้าความรู้นั้นเป็นสัจจะหรือเป็นความดีจริงในยุคต่อมันจะตายเดี๋ยวนี้จบเดี๋ยวนี้แล้วพูดไปเดี๋ยวนี้พูดความเลวความลามกมันให้จบเดี๋ยวนี้นะมันต่อไปแล้วมันก็ไปทำลายคนนั้นหยิบไปคนนี้เอาไปต่อคนนั้นเอาไปสร้างเอาไปเจริญเอาไปพัฒนามันก็เลวต่อไปอีกเหมือนกันเพราะเราจึงไม่ก่อความเลวเลยไม่ว่าประตูใดๆทั้งกายกรรมวจีกรรมเราไม่ตอบแม้แต่ความคิดผู้ใดมีสิทธิ์ที่ละเอียดอ่อนและเมียละมัยไปจนกระทั่งระมัดระวังมโนกรรมไม่ให้มโนกรรมนี่เกิดจากความคิดที่เลวนิดนึงก็ไม่เกิดได้ผู้นั้นก็รู้ความเกิดที่ชัด แล้วก็ไม่ก่ออกุศลแหมอกุศลจิตอย่าว่าแต่อกุศลที่เป็นไปทางวัดชีที่เป็นทางกายเลยเราไม่ก่ออย่างนี้เพราะว่ามันจะสืบต่อมาสืบต่อโดยที่เราได้ไม่ได้มองรู้ด้วยตาเรามันสืบต่อมันเดินทางของมันไปหน้าตามีหูประตูมีตาหยิบไปได้แล้วก็เป็นพาหะนำไปได้ติดไปที่หูติดไปที่ตาติดไปที่อะไรก็ตามแต่มีอะไรคาบไปร่องรอยละเอียดไปได้ซึ่งการจะมีนะเพราะผู้ใดไม่ประมาทแล้วก็รู้ความจริงอันนี้อย่างละเอียดละออแล้วต้องมาพยายามแล้วก็ไม่จำเป็นอะไรเลยที่เราจะต้องไปทำความเร็วแม้แต่คิดเร็วไม่จำเป็นเลย ของเรามันคิดส่วนร้ายขึ้นมาในจิตส่วนเลวขึ้นมาในจิตแม่แค่นั้นจะคิดให้มันพิมพ์ทำไมไปคิดให้มันโกรธทำไมไม่จำเป็นจะต้องคิดให้มันเกิดให้มันกินเมื่อมันยิ่งไม่มีในจิตของเราแล้วเป็นสิ้นสุดดับไม่มีที่มโนเมื่อมโนปุพพังผิดมาก่อนนะมีแต่จิตสะอาดมาแล้วอะไรมันจะเลวกายกรรมมันจะเร็วก็จริงมันจะเลวได้ยังไงในโลกไม่มีเลวหรอกเพราะว่ามโนของเราไม่มีตัวเลวตัวร้ายแล้วมันมาเป็นเป็นยอดมนุษย์เป็นยอดยอดที่สุดถ้าเราจะต้องเข้าใจให้ลึกละเอียดไปจนถึงขนาดนั้นแล้วก็เรียนรู้เข้าไปหยุดให้ได้รับไม่ได้รู้จุดเป้าหมาย เราจึงจะเห็นได้ว่าพระพุทธเจ้าท่านว่าหรือท่านจะพูดแรงๆหน่อยพระพุทธเจ้าท่านว่าหรือท่านกล่าวหนักกล่าวด่าเปล่าบริพัตรถ้ากล่าวบริภาษคนสอนอุทัยธานีมีความไม่มีเหตุความไม่มีกิริยาพวกนี้พวกทำลายโลกทำให้โลกสุดท้ายบางคนที่สอนอุทัยธานีคนที่สอนทำให้โลกชิบหายแต่พระพุทธเจ้าก็ยังมีแนว สอนไปในทางศาสนาพระพุทธเจ้าเนี่ยมีแนวโน้มเป็นทางศาสนาจึงเห็นได้ว่าพระพุทธเจ้าสอนแม้ที่ผ่านมาสู่พื้นฐานอยู่เป็นอะไรที่บอกว่าแม้แต่อนาคตเศรษฐีเนี่ยท่านสอนพระอานนท์บอกถูกแล้วอนนท์ถูกแล้วเธอเป็นผู้ถูกในสิ่งที่พึงถูกได้ด้วยการฉิบหายเอาแล้วเทพบุตรนั้นคืออนาถบิณฑิกเทพบุตรมิใช่ใครอื่นพระอานนท์ทายว่าเออเมื่อคืนนี้เราก็บอกว่าที่พระพุทธเจ้าท่านอธิบายธรรมะแบบบุคลากรที่ฐานบอกว่าถ้าเมื่อคืนนี้มีแค่ว่าบุตรองค์หนึ่งมหาราช เทพยดาองค์หนึ่งลอยล่องมาแล้วก็มาพบกับพระพุทธเจ้ามาเฝ้าเราและนั่งณที่ควรเคียงข้างหนึ่งแล้วก็กล่าวอะไรต่ออะไรไปอย่างสงบแผ่นดินไหวที่อธิบายฟังแล้วก็เป็นธรรมะต่างๆจึงเอาส่วนดีนั่นแหละแม้แต่ว่าบุตรนั้นมาฝากก็มากราบสิ่งที่ดีฉันก็เอาปลาสิ่งที่ดีและสอนสอนสาวกต่อไปอีกพระอานนท์นั่งฟังแล้วเสร็จจบก็บอกว่าโอ้หนอคำกล่าวนี้ถือว่าเทวบุตรองค์นี้ขัดสภาพอันนี้เห็นทีจะเป็นอาณาจักรบิณฑิกเศรษฐีแน่ๆแท้แล้วเพราะเหตุว่าอนาถบิณฑิกเศรษฐีเนี่ยท่านเคารพพระสารีบุตรเหลือท่านยกย่องสรรเสริญพระสารีบุตรมากถ้านนท์เอาเหตุผลอันนี้มา เดาว่าเทพบุตรองค์นี้เป็นอาณาจักรเศรษฐีพระพุทธเจ้าก็รับรองเออใช่ถูกแล้วล่ะอานนท์นี่ดาวแม่ดาวก็เดาถูกใช่แล้วเทพบุตรนั้นคืออนาถบิณฑิกเศรษฐีมิใช่ใครอื่นอย่างนี้พระพุทธเจ้าก็สอนอยู่ในเชิงที่เรียกว่าโน้มไปในทางศาสนาบางทีก็จะให้มีอัตราและมีอัตภาพบ้างที่อาจจะภาพวาดตามฐานะบุคคลต้องอาศัยอัตภาพพระอรหันต์ก็อาศัยอัตราความดูดีๆพระอรหันต์ต้องอาศัยอัตราอัตราการทำตามปัจจุบันหรือตามสภาพจึงเรียก อรหัตตาหรืออรหัตตผลมีผลเป็นตัวตนที่ลงตัวแล้วเราจะทำส่วนนี้เป็นกุศลเราก็ทำส่วนนี้ยึดเอากุศลนี้ไปให้ถึงพร้อมแล้วก็ยังไปยังไปสนใจเราที่ไม่ยึดถือแล้ววางแล้วคลายแล้วไม่ได้หนักหนาเหน็ดเหนื่อยอะไรไม่ได้ยุ่งยากลำบากใจอะไรเราปล่อยเมื่อไหร่ก็ปล่อยถ้าเราไม่ปล่อยเรายึดอยู่เราก็รู้ว่าเราปล่อยอยู่ในตัวเราวางเมื่อไหร่ก็ขาดถึงหรือถอยลงไปตรงนั้นทหารมีอัตภาพอย่างนั้นมีอรหันต์เป็นที่สุดแต่อันเก่ามีรหัสต่างกันเราต้องเรียนรู้อัตตะที่พอเหมาะพอควรจะไม่ลึกลับเรา แปลเป็นตัวตัวรหัสไม่ลึกลับรู้แจ้งรอบถ้วนอยู่ว่าอะไรคืออะไรดีหรือชั่วจะทำไปเพื่อประโยชน์อะไรประโยชน์ตนประโยชน์ท่านควรแค่ไหนพระอรหันต์รู้จริงๆเลยไม่ได้มาเอาเปรียบโลกไม่ได้มาเบียดเบียนใครไม่ได้มาทำลายอะไรจึงเรียกว่าผู้ไม่ลึกลับอรหันต์เป็นที่สุดกูไม่ลึกลับเป็นที่สุดรู้แจ้งรู้รอบตัวแต่ผมขยายแม้แต่ภาษาเขตและเขตน้อยของภาษาบาลีและก็ตัวละตัวอ่ะผมก็พยายามที่สุดที่จะอธิบายให้เข้าใจก็อธิบายกันมาแล้วก็พยายามทำความเข้าใจตัวเองไม่ได้เพราะแนวโน้มของศาสนาหรือว่าแนวโน้มของสิ่งที่เป็นฝ่ายนั้นเรารู้อะไร และอะไรเป็นสิ่งที่เราจะพึงเข้าใจด้วยตนทำให้เป็นปัจจัตตังของตนว่าจะฟังก็คือไปจับตานั่นเองแหละปัจจัตที่รู้แจ้งสว่างโลจิสติกส์ของเราที่เกิดอยู่ที่จิตของเรานั่นแหละเป็นตัวอื่นตัวก่อนเป็นตัวแรกที่เราทำกับตนได้อันนี้ต่อว่ายักษ์ส่วนมากไม่เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ผู้เจริญเพราะเหตุใดเล่าก็เห็นว่าพระผู้มีพระภาคย่อมแสดงธรรมเพื่องดเว้นจากปาณาติบาตจากอาทิตย์หน้าทานจากกาเมสุมิจฉาจารจากมุสาวาทจากการดื่มสุ มีอะไรมีท่านพุทธทาสแปลสุราเมระยะมัชชะประมาทัฏฐานาว่าจากการดื่มสุราเมรัยแปลคำว่าดื่มโดยตรงเลยโดยเอาคำว่าสุรานี้เข้าใจว่าสุราเป็นน้ำเมาหรือมีระยะเป็นน้ำเมาไปเฉยๆที่จริง state ไม่ว่าจะดื่มหรือจะสัมผัสสัมผัสยังไงก็ตามแต่สุระมีระยะหนึ่งที่ท่านเลยคิดว่าสุราแปลว่าน้ำเมาไปด้วยก็แปลเป็นน้ำเมานะสุราก็แปลว่านั่งมองในระยะก็แปลว่าน้ำมาตามบาลีเขาหมายความว่ายังไงกันทุกวันนี้แปลว่าน้ำเมาทำไมการเมาสิ่งใดๆนั้นมันจะต้องเมาเป็นน้ำเป็นน้ำทั้งนั้นเลยที่มันพาเมาได้ เมาได้ว่าจะเป็นน้ำหรือเป็นปฐวีธาตุก็เมาได้วัตถุธาตุก้อนใหญ่ๆโตๆก็ทำให้เราเมาได้การเมาเป็นอาการของจิตจิตที่มันโมหะหรือเมามัวแต่มันเมามัวมันลงมันตามมืดตาบอดแล้วมันส่งตามภารกิจอย่างนั้นนี่ขี้เมามัวด้วยเหตุปัจจัยที่เป็นน้ำก็ได้เหตุปัจจัยที่เป็นดินก็ได้เหตุปัจจัยเป็นไปเป็นลมเป็นธาตุอย่างใดก็ได้แม้แต่บางทีถ้าจิตเป็นอารมณ์จิตมันก็ยังเมาอารมณ์จิตใจเลยแม้แต่อัตราหรืออัตภาพมันก็เมาได้อย่างที่ผมได้อธิบายให้ฟังแล้วแยกแยะไปจนกระทั่งแบ่งเป็นธุระในระยะมัทนะเป็นขั้นตอน 3 ตอนยังหยาบกลาง มันเมาได้ทั้งนั้น
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive