180000-A พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอนทรงเป็นสมณะสุขุมาลในบรรดาสมณะทั้งหลาย-พ่อท่าน-แดนอโศก-ฬ003.txt
เนื้อหาในไฟล์
และในการทำวัตรเช้าของวันต่อมาก่อนที่พ่อท่านจะได้เอาพุทธประวัติจากพระโอษฐ์มาสอนต่อพระท่านใดนั้นสภาพจิตของชาวโซในช่วงนั้นเราก็จะต่อที่จะเอาคำศัพท์พระพุทธเจ้าที่ท่านทรงเยาะในนี้ท่านพุทธทาสท่านใช้คำว่าทรงเยาะลัทธิที่ว่าสุขทุกข์เพราะกรรมกรรมเก่าอย่างเดียวแล้วก็จะมีทรงเยาะลัทธิที่ว่าอื่นๆอื่นๆไปอีกหลายๆอันหลายๆลัทธิก็ไม่มานั้นหรอก 22 นาทีแล้วก็จะต่อก็อยากจะทราบกัมพูชาพวกเรา ลายพวกเราเนี่ยพยายามนะเข้าใจรู้เราพยายามให้สัมผัสพยายามให้ระลึกให้เห็นแท้จริงแท้เข้าไปในจิตรับรู้รับเห็นรับแจ้งอย่าสับสนที่ได้อธิบายแยกแยะไปหมดแล้วว่าจุดที่เราจะรู้เป็นที่สุดและเข้าใจเป็นที่สุดให้รู้ให้เข้าใจไม่ใช่ให้ติดศาสนาไม่ได้สอนให้คนติดถ้าติดมันก็เป็นอัตราถ้าเผื่อว่าติดมันก็เป็นสภาวะของสิ่งที่เป็นตัวตนนั่นแหละสิ่งที่มันยึด เป็นสภาวะธรรมไม่ใช่ของคิดเอาเราไม่ใช่ของคิดเอาเพราะฉะนั้นมันมีแต่เราจะลาออกลาออกลาออกลาออกลาออกมันมีแต่จะลาออกแล้วเมื่อเราเข้าใจดีถ้วนทั่วแล้วว่าอันนี้ดีแล้วก็ใช้ดีเราก็ใช้แต่ใช้จุดดีโดยใช้สิ่งดีโดยใช้ส่วนดีนี้ตามกาลโอกาสทางการและโอกาสที่ดีอย่าเพิ่งหยุดยั้งในกุศลธรรมทั้งหลายแม้ว่าที่สุด กินหมดภาระส่วนต้นแล้วก็ตามเราก็เพิ่งจะได้รับผลประโยชน์จากสิ่งที่หมดภาระหมดกิจนั้นอยู่ในตนโดยควรโดยแน่นอนเข้าใจให้ได้ว่าเราได้แล้วก็ไม่ใช่หมายความว่าเมื่อเราได้แล้วมีมากเมื่อเราได้แล้วเราก็เสพมากเรารู้ว่าอันนั้นเป็นความสบายอย่างนี้เป็นต้นเราเข้าใจความสบายแล้วเข้าใจความสบายและเราก็ควรจะรู้ว่าฉันสันโดษของความสบายมันควรมีเท่าไหร่สันโดษของความสบายมันควรมีเท่าไหร่คือรู้จักจุดพอ ตามสบายต้องเข้าใจนะเพราะเวลาพูดที่รู้แล้วแน่นอนเข้าใจเด็ดขาดแล้วผู้นั้นจะต้องรู้ฉันสุทธิหรือสันติธรรมด้วยความพอความพักเนี่ยอันนี้ได้เท่
อ่านต่อ
านี้นี่คือพอถ้าไม่รู้ขอบเขตของความพอแม้การกินการอยู่การหลับการนอนการทำงานแต่เราไม่รู้จักความพอกินก็ไม่รู้จักพอการเป็นอยู่จะอยู่อย่างไรในอย่างนั้นอย่างนี้แล้วเราก็ไม่รู้จักพอไม่รู้จักเขตแห่งความพอดีการหลับการนอนก็ไม่รู้จักพอการทำงาน รู้จักพอก็ไม่ได้เราต้องรู้จักพอทุกอันทุกอย่างเขตความพอของแต่ละสิ่งแต่ละเรื่องแต่ละอันเราจะต้องมีสติสัมปชัญญะกำหนดรู้ให้ชัดเจนว่าเนี่ยควรจะพอกำหนดที่เรากำหนดที่ผู้อื่นอยู่ตลอดเวลากำหนดทั้งกาละด้วยสิ่งไม่มีตัวตนอะไรเป็นตัวตนของใครหรอกกาละกำหนดการและกำหนดทั้งผู้รับมวลชนบุคคลกำหนดเท่าเราความพอดีเราก็ควรจะมีความพอดีผู้อื่นก็ควรจะมีความพอดีแต่ถ้าเผื่อว่าเราเองเราจะเป็นผู้ที่ให้ เราจะเป็นผู้ที่ให้อันนั้นเป็นความถูกต้องเป็นความที่ง่ายดายเป็นความง่ายที่เราจะให้จะต้องรู้ส่วนผู้อื่นจะรับนั้นแล้วผู้อื่นจะเอานั้นเขาก็จะง่ายด้วยไหนว่าคุณนั้นเจตนาจะรับสิ่งนั้นอย่างแท้จริงแล้วเขาก็จะง่ายด้วยในเรื่องการที่ว่าเขารับแต่คนที่จะเอาจะหาเอาโดยไม่มีคนให้นั่นแหละยากคนที่จะหาเอาโดยไม่มีคนให้นั่นแหละยากจนที่จะมีคนให้แล้วผู้จะรับเอานั่นแหละมันง่ายเพราะ เราจะทำสิ่งที่จะทำอยู่เราจะให้เนี่ยเมื่อเวลาเราจะให้เราก็จะได้ฟังดูดีๆเมื่อเวลาเราก็จะให้เนี่ยเราก็จะได้ในตัวในขณะใดที่เรายังจะให้เขาโดยที่เราเองเรามีอยู่เต็มเราจะให้เนี่ยเราจะยังไม่ได้เรามีหยุดเต็มเราก็ควักสิ่งที่มีนั้นให้เขานี่เราจะยังไม่ได้เพราะเรามีมีแต่พอเราไอ้ส่วนที่เรามีเราให้เขาไปให้เขาไปจนกระทั้งลงจนกระทั่งแล้วจะให้เขาอีกตอนนี้แหละเราจะบีบ เราจะเค้นหาเอาสิ่งที่เรามีนี่มาให้เขาในขณะเค้นนี่แหละจะเกิดการปรุงหรือว่าจะเกิดการเพิ่มหรือจะเกิดการใช้ความสามารถจะเกิดปฏิสัมภิทาญาณจะเกิดอะไรต่ออะไรได้ก็ตามแต่จะเกิดการปรุงจะเกิดการสร้างจะเกิดการก่อจะเกิดการผสมกระแสส่วนนี้แหละคือสิ่งที่จะได้จะดึงเอาอะไรขึ้นมาจากฐานของจิตก็จะดึงจริงๆจะดึงสภาวะอะไรก็จะดึงออกมาจะมีความรู้จะมีอะไรต่ออะไรที่จะให้ตอนนี้ก็จะชักออกชักออกชักออกถ้าเผื่อว่าเรามีเนื้ออยู่ในจิตเราจะชักออกมาง่ายที่สุดเช้าออกมาง่ายแต่ก็จะรู้สึกว่าเราได้ดึงจะดึงออกมาเหมือนกัน ให้ดึงดูดออกมาถ้ามันยิ่งจะไม่มีในจิตแล้วฝืนก็ไปจะดันทุรังจะเค้นจะอะไรแล้วตอนนี้ชักไม่ค่อยทักเข้าท่าแล้วหนักเข้าก็จะเป็นการเฉโปหนักเข้าก็จะเอาอะไรอื่นๆมาผสมเอาสิ่งที่ไม่ใช่เนื้อแท้ๆออกมาผสมกันไปวนๆเวียนๆเอาของเก่าๆนั่นแหละที่จริงมันไม่มีเนื้อหรอกวนๆเวียนๆเลอะๆเลอะเทอะอะไรก็ได้ออกมาผสมไปใส่ข้าวก็ชักจะไม่ค่อยเข้าท่าเราจะต้องรู้ตนมีอาการยึดตารู้จุดนี้ของเราด้วยในขณะใดที่เราได้ขณะได้นี่สำคัญขนาดได้นี่คือขนาดที่กำลังมีเนื้อกำลังชักเนื้อออกมาในขณะที่เราจะพูดในขณะที่เราจะทำงาน รักที่เราจะบรรยายโปรดผู้อื่นช่วยผู้อื่นนั้นเราก็จะชักสิ่งเหล่านั้นออกมาเป็นนิติเป็นปฏิภาณคือชักออกมาเป็นภาษาชักออกมาเป็นปฏิภาณในการที่จะกระทำให้ผู้อื่นได้รับรู้อย่างเก่งปฏิภาณเรียกว่าทำให้ผู้อื่นได้รับรู้อย่างเก่งมีความรู้รอบชักความรู้รอบนั้นออกมาภาษามันก็จะไหลออกมาเองมีอะไรต่ออะไรมันก็จะจ่ายออกมาเองแม้จะไม่เป็นภาษาที่เป็นภาษาอย่างทั้งธรรมะแม้จะไม่เป็นภาษาอย่างภาษาทางธรรมะก่อนก็ตามมันก็จะเป็นภาษาง่ายๆของเรานี่แหละออกมาก่อนจะเข้าใจง่ายด้วยซ้ำไปคนฟัง จะเข้าใจง่ายพ่อเป็นภาษาที่มันเป็นภาษาปั้นออกมาบอกให้ตรงๆเนื้อและขณะที่เราจะปั้นนี่แหละขณะที่เราจะปรุงเป็นภาษาเพื่อให้มันตรงเนื้อนี่แหละมันเป็นภาษาที่ง่ายและเป็นภาษาที่คนฟังง่ายแต่ว่าเป็นภาษาที่ยากสำหรับผู้ที่กำลังจะปั้นออกมานี่ยากในขณะที่เรากำลังจะปั้นออกมานี่แหละมันเป็นความฝืนหรือเป็นความพยายามจุดนี้แหละจะเป็นจุดได้ของเราหยุดได้ของพระโพธิสัตว์หรือจุดได้ของผู้ที่จะพรรคปฏิภาณออกมาทั้งหมดก็ชักปฏิสัมภิทาญาณออกมาทั้งหมดคือเรามีอัตถะเรามีธรรมะอยู่ในตัวแล้วเป็นรูป เรามีอรรถเรามีธรรมะอยู่ในตัวเป็นธรรมะที่ติดยานอยู่ในตัวของเราในเนื้อตัวของเราแล้วเป็นอัตถะปฏิสัมภิทาญาณเป็นธรรมะปฏิสัมภิทาญาณมันมีเหตุมันมีผลไม่มีเนื้อหาสาระอยู่ในตัวของเราแล้วเกิดก่อนเป็นทำปฏิกิริยาเกิดก่อนแล้วทีนี้จะเป็นยานของนิพพานหรือเป็นยานของสาระที่จะออกมาข้างนอกเป็นนิรุตติเป็นภาษาหรือเป็นปฏิภาณให้ผู้อื่นเขารู้รอบนอกรอบในเอาจากในของเราออกมาเป็นนอกให้คนอื่นคนอื่นนอกแล้วเขาก็จะได้รับไปฝึกให้เข้าในวนเวียนบนกันจากของเราเป็นเนื้อเป็นอัตถะเป็นสาระและมีเหตุมีผลมีธรรมะ ปฏิสัมภิทาญาณอยู่ในตัวและเราก็ชักออกมาพยายามที่จะเอาภาษามาปล้นเอามาปั้นมาแปะอะไรออกมาให้เป็นภาษาก็เกิดนิรุตติแต่ภาษามีปฏิภาณเกิดรอบถึงจะเกิดนอกจากในเนี่ยเราก็ชักออกมานอกมันก็จะเกิดนอกนอกวันนี้ก็จะไปเข้าคนอื่นคนอื่นก็ฟังเป็นนอกไปก่อนเป็นปริยัติก็จะเอาปริญญาอันนี้ไปผสมไปปรุงไปแต่งไปกระทำไปปฏิบัติให้เกิดในของคุณนั้นบ้างเพราะฉะนั้นเกิดในเป็นธรรมชาติแล้วผู้นั้นก็จะเอาออกมาพูดนอกอีกถ้ามีนิรุตติเข้าใจนิรุตติอันเดียวกันอีกก็ไม่มีปัญหาก็ปลงออกมาเป็นนิติอันเดียวกันได้สบายหรือจะปรุงเป็นนิติของตัวเองผสมผสานอีกขึ้นบ้างก็ได้ตามถนัดตามประสาที่เราเข้า ก็จะเป็นนิรุตติเป็นปฏิสัมภิทาเป็นปฏิภาณรอบออกมาอีกของคุณนั้นออกมาเรื่อยๆก็จะขยายกว้างขวางเป็นกระจายนะมหากัจจายนะขยายละเอียดละออเป็นคัมภีระเรื่อยไปอีกส่งเสริมกันคลื่นและสภาวะมันจะเป็นดังนี้หมุนเวียนอยู่เสมอๆเพราะมันพูดได้ฟังธรรมจากผมก็คือรักรักนอกรับนอกเอาไปเทียบเคียงในเรามีทำปฏิกิริยาหรือว่าเรามีอะไรอยู่บ้างที่เกิดเป็นเจโตวิมุตติยังไม่มันไม่ขึ้นมาไม่ได้ปั้นเองก็ไม่ออกพอได้รับภาษาพวกนี้เข้าไปด้วยเข้าไปเทียบเคียงกับทำปฏิกิริยาหรือว่าภาษาของเราเอง รับรู้ได้ว่านิรุตติหรือเป็นบัญญัติหรือเป็นภาษาที่เอาไปเทียบเคียงกันเนื้อหาสาระที่มีอัตถะมีธรรมะของเราอยู่แล้วอยู่ในตัวของเราเราก็ได้อ๋อๆๆก็เข้าใจชัดเจนบ้างสบายผมก็รอแสดงรอบออกมานอกให้คนอื่นฟังได้อีกสบายหรือผมแสดงนอกออกไปคุณฟังเป็นปริยัติคุณก็เข้าใจแต่เพียงปริยัติเป็นระยะเท่านั้นเป็นภาษาและทีนี้คุณก็ไปปฏิบัติปฏิบัติปฏิบัติปฏิบัติจนเกิดเจโตมีเจโตวิมุตติบ้างมันก็ออกไปในตัวเร็วเพราะมีเครื่องนำทางมีแผนที่ก็เกิดในตัวคุณทีนี้คุณก็ไปในตัวเลยได้พร้อมกันพอได้ทั้งภาษาได้ทั้ง ตัวใหญ่โตที่เราปฏิบัติแล้วมันก็มันก็ได้พร้อมกันควักออกมามันก็มีภาษามีนิรุตติแล้วก็มีปัญหาอะไรก็ออกมาได้แล้วมีปฏิภาณนอกในอีกรอบทั่วทั้งนอกทั้งในอยู่เสมอๆย้อนออกย้อนเข้าย้อนออกย้อนกลับเกี่ยวกันอยู่เป็นธรรมดาอันนี้เป็นสภาพที่เราจะพยายามฟังแล้วก็เอาไปใช้แล้วก็ปฏิบัติให้จริงเทียบเคียงฟังเป็นภาษาไปแล้วอยู่ในใจของคุณเข้าใจด้วยสัญญาคุณก็ใช้อยู่เหมือนกันแหละแต่มันจะไม่เด่นชัดแต่มันไม่มาสติมันจะไม่แข็งเพราะฉะนั้นก็ให้มีสติให้ระลึกรู้ให้ชัดเลยเป็นผู้ตื่นๆอยู่เลยอย่าไปให้มันเป็นการกระทำ ข้างในอย่างเดียวเดี๋ยวแม่เราปฏิบัติแม่เราทำงานอยู่เราก็ปฏิบัติธรรมให้เรากินแม้เราเป็นอยู่แม้เราหลับแม่เรานอนแม่เราเป็นอยู่ทุกๆวันนี้เราจะมีการพักในจุดที่เราได้พักเราได้พักมากเราได้พักอยู่ที่นี่เราได้พักพอสมควรทีเดียวเพราะฉะนั้นในขณะใดที่เราพักอยู่แม้เราจะอยู่คนเดียวเราก็อย่าห่างจากสิกขา 3 อย่าห่างจากศีลสิกขาจิตสิกขาปัญญาสิกขาอย่าห่างเพราะอยู่คนเดียวเราก็จะต้องมีเพื่อนคือตัวปฏิบัติธรรมนั้นอยู่ด้วยเราจะระลึกถึงธรรมวิจัยต่างๆจับจิตอยู่เล่นกับจิตอยู่เป็นจิตที่ขาที่แท้จริงเลยเป็น นาปานระลึกความเก่าความหลังก็อย่าไปเป็นทาสของความหลังเป็นทาสของอดีตไม่เอาระลึกถึงอดีตก็ต้องให้เอาอดีตนั้นมาระลึกรู้ถึงกายถึงเวทนาถึงจิตแยกทำให้ออกวันนี้เราเคยผ่านมากระทบสัมผัสอย่างนี้มันไม่ใช่ของจริงนะมันเป็นสัญญามันเป็นความระลึกความเก่าที่ยังจำได้หมายรู้ที่ยังจะควักขึ้นมาได้รู้ของตัวเองอยู่เท่านั้นเองจะไม่ๆเป็นความเก่าที่เพิ่งผ่านมาก็ตามหรือว่าจะเป็นความกล่าวที่นานมาแล้วหรือจะระลึกความเก่าย้อนลงไปอีกผ่านพบผ่านชาติอะไรต่อไปอีกได้ในสภาพต่อเนื่องของเราออกไปหรือไม่ต่อ เราก็ตามเป็นประวัติศาสตร์ต่างๆก็ตามแล้วก็เอามานึกเทียบเคียงเข้าเหตุผลมีเหตุมีผลเข้ามาในทั้งนั้นแหละรู้ธรรมะก็คือรู้เหตุรู้ผลอาจเป็นเหตุเป็นผลที่เห็นชัดเทียบเคียงเข้ากับชีวิตชีวาเข้ากับอารมณ์มนุษย์หรือแท้จริงก็คืออารมณ์ของเราจิตของเรามันไปยึดอย่างนี้มันจึงเป็นไปอย่างนี้มันมีอันนี้เป็นส่วนผสมมันจึงไปปรุงแต่งเป็นอย่างนี้มันจะไปเอาอย่างนี้มันหลงอย่างนี้มันถึงไปเอาอย่างนี้เหมือนมันไม่หลงมันก็ปล่อยก็คลายมาแล้วมันก็ถึงไม่ทุกข์ไม่ร้อนมันถึงเบาว่างพ้นภาวะขาดอย่างนี้ให้รู้ในความหลุดขาดให้รู้ในความที่ยังเกาะกลุ่มแล้วก็ไปเอาเป็นเรื่องเป็นราวไปสร้างไปกอเข้าใจให้ชัดถ้าสร้างกออย่างไม่ติด เป็นอย่างไรก็ไม่รู้สร้างก็ยังติดแล้วจะพาให้เราเป็นไปอยู่นานอย่างไรก็ไม่รู้นานโดยที่เรียกว่าหลงมันด้วยกับกระทำโดยไม่หลงเป็นอย่างไรเราเคยมีสักคราวบ้างไหมที่เราเองเราพยายามระลึกถึงว่าเราทำงานอันนี้โดยที่เราไม่ติดเราไม่ชอบฟังภาษาดูดีๆที่จริงเราไม่คำว่าไม่ติดหรือไม่ชอบนี่จะเรียกว่าเบื่อหน่ายก็ได้จะเรียกว่าไม่ยินดีก็ได้เราก็ทำอยู่โดยรู้ว่าเราเองเราทำงานนี้ด้วยความจำเป็นจำใจในวาระใดที่เราทำงานนี้ด้วยความจำเป็นจำใจหรือว่ามีความอยากมีความต้องการอื่น เราจะทำงานนั้นด้วยความทรมานด้วยความลำบากด้วยความทุกข์มากแต่ขณะใดที่เราทำงานนั้นโดยที่เราไม่มีความอยากจะกระทำอื่นหรืออยากเป็นอื่นแม้เด็กๆและถูกบังคับให้ทำงานเราไม่มีความอยากที่จะไปเล่นไปวิ่งเล่นไปเพื่อไปทำไอ้โน่นไอ้นี่ที่เราชอบแล้วก็ทำงานนั้นได้โดยจิตของเราไม่ทุกข์เท่าไหร่หรอกมันปล่อยมันก็สบายๆเรื่อยๆไปจิตทำงานนั้นไปเรื่อยๆมันไม่ทุกข์เท่าไหร่หรอกแม้เราไม่ชอบก็ตามงานนั้นจริงๆมันไม่ติดใจเลยไม่ชอบแต่เราจำเป็นต้องทำเช่นเราอยู่กับพ่อกับแม่พ่อแม่ค้าขายพ่อแม่ทำงานนู่นงานนี้แล้วเราก็ช่วยพ่อช่วยแม่เราไม่ได้ชอบหรอกพ่อแม่ก็เข้าไปทำด้วยซ้ำไปแต่เราก็ทำไปโดยที่ว่าถ้า มีจิตไปผูกพันว่าเราอยากไปเที่ยวแล้วอยากไปวิ่งเล่นแล้วอยากไปทำไอ้โน่นไอ้นี่ยิ่งกว่าอีกอันนึงผสมกระแสดึงอยู่แล้วล่ะก็เราจะไม่เหน็บหนาวละอายใจอะไรเท่าไหร่จะทำได้สบายเรื่อยๆไปแล้วทำแล้วก็ไม่ติดทำแล้วก็ไม่ได้อยากทำอีกทำอะไรก็ไม่ได้อยากทำแต่เรามีความครอบครองมีความเก่งขึ้นมีความชำนาญขึ้นโดยธรรมดาของมันเท่านั้นแหละแต่เราก็ไม่ได้อยากทำลักษณะที่เราทำงานอยู่นี่เลยทำไม่ติดผมบอกกับพวกคุณก็ได้ผมทำงานอยู่นี่นะทุกวันนี้ผมทำงานศาสนาเนี่ยผมไม่ได้ติดกับผมไม่ได้ชอบหรอกใหม่ๆที่มัน ดีไม่มีปิติอย่าไปเครื่องจูนเครื่องชูเริ่มต้นถ้ามันเข้าฌานหรือมันเข้าในหลักของรูปฌานแล้วมันมีวิตกวิจารที่รู้สภาวะธรรมรู้อะไรต่ออะไรจริงแล้วมันเกิดปิติจริงมันมีปิติปิตินั่นแหละจึงทำให้เราทำจะทำได้มากจะทำได้แรงจะทำได้เร็วทำได้มากทำได้แรงทำได้เร็วแล้วล่ะก็มันก็เป็นเพราะว่าเรามีสิ่งที่หนุนเนื่องกันเป็นความชอบจึงให้ทำทำสิ่งนั้นก็จะทำไปแล้วสุดท้ายมันก็จะเบื่อเหมือนกันสุดท้ายมันก็จะรู้เมื่อยเมื่อผู้ใดมีจิตที่รู้แล้วว่าทำมันเมื่อยทำงานน่ะมันเมื่อยพวกนั้นจะไม่ช้าหรอกประ แม้จะมีปิติปานใดก็ตามทำแล้วมันก็จะเมื่อยถ้าไม่เข้าใจเลยจริงๆแล้วหลงปิตินั้นแล้วก็ปิตินั่นแหละจะจูงนัมจูนำจงนำตัวปิตินี่เลี้ยงโลกไว้โลกเขาไม่รู้ตัวปิตินะไม่รู้ว่าโลกก็ไม่รู้ผิดๆเค้ามีปิตินั่นแหละสร้างโลกมีปิติตัวปิตินี่แหละสร้างโลกปิติตัวนี้เป็นของเขาเองเป็นลูกจิตของเขาเองเป็นบุตรตัวนึงของเขาเองและไอ้บุตรตัวนี้แหละเป็นสิ่งที่เขาหลงเขารัก เขาจะไม่ยอมพลาดเขาจะไม่ยอมจากลูกตัวนี้จะไม่สูญหายไปจากจิตลูกตัวนี้จึงดึงเขาผูกเขาไว้กับโลกเพราะฉะนั้นถ้าบอกว่าเขาได้ลาภได้ยศได้สรรเสริญได้เสพโลกียสุขอยู่ทุกทีเขาก็จะเอาตัวชื่อใจตัวปิติตัวชอบใจฟูใจตัวนี้แหละเป็นลูกแล้วก็จะมีลูกอันนี้ล่ะมากที่สุดในโลกเขาไม่รู้น่ารู้ตาของลูกไม่รู้หน้ารู้ตาของตัวปิติไม่รู้หรอกแล้วก็ถ้าปิดติดตัวนี้มันตกเป็นสิ่งที่นอนเนื่องชัดที่สุดชัดสำหรับผู้รู้ แต่ตัวเขาเองผู้ที่มีผู้ที่เกิดเขาไม่รู้มิติตัวนี้จึงทำงานอยู่กับเขาตลอดเวลาไม่รู้เน็ตไม่รู้เหนื่อยเขาจะไม่รู้เน็ตก็ไม่รู้เหนื่อยไม่รู้ทุกข์เลยเขาจะทำงานนั้นอยู่ในโลกอย่างเป็นอย่างนี้ส่วนผู้ที่รู้จริงแล้วจะรู้ความพอแม้ทำงานก็รู้สึกพอรู้เน็ตรุ่นเหนื่อยและรู้ด้วยว่าถ้าเราจะฝืนเราจะทนอยู่ด้วยความพยายามมีสัมมาวายามะทนทำรู้นี่ว่าเป็นกุศลคุณฟังดีๆนะตรงนี้ถึงแม้คุณทนอยู่อย่างไรคุณก็จะรู้อยู่ว่ามันเป็นทุกข์คุณตาย อย่าโดดเข้าไปหาถูกไหมไม่เอาหรอกคนโดดออกจากนี้จาก YouTube จะไม่กระโดดลงไปที่ YouTube เมื่อเราเห็นว่าเรานี่เป็นการปล่อยครั้งสุดแล้วเราไม่ต้องอาศัยพวกแพเราไม่ต้องหยุดสังขารใดมันไม่หรอกเพราะคนนั้นรู้ทุกข์เป็นปริญญาอยู่ตลอดเวลามีแต่เพียงว่าสมุทัยลำลองมีกุศลเจตนาลำลองตั้งเจตนาที่ดีอยู่เดี๋ยวนี้แล้วก็ทำงานมันก็รู้อยู่ว่ามันทุกข์มันไม่ได้สุขอะไรมันเมื่อยแต่มีกุศลและเจตนาเกื้อกูลเขาทำงานก็เมื่อยทำงานมันก็ทุกข์เราก็ทำงานอยู่ก็ทุกข์นี้โดยที่เราไม่อิจฉาละอายใจตัวที่เราไม่อิจฉาละอายใจนั้นเรารู้ดีเราเข้าใจดีอยู่แล้วเราก็ทำงานนี้อยู่เป็นอะไรก็เป็นการสร้างให้เขา เป็นอะไรเป็นการค้ำจุนโลกเป็นการเกื้อกูลโลกเป็นการผลิตให้แก่โลกเป็นการผลิตเป็นการก่อตัวอย่างเป็นการจรรโลงสร้างสรรค์สร้างสิ่งที่ได้เลือกแล้วผมจึงพยายามใช้คำว่าสร้างสรรค์เนี่ยศาลเป็นสเสือและรหันไม่มีคอการันต์ถ้าศาลมีรหันคอการันต์นั้น 3 ตัวนั้นมาจากคำว่าสังฆะเป็นสวรรค์และหลงสวรรค์อยู่นั่นแหละเป็นการสร้างการก่อวิหารหรือการทำวิมานนั้นไว้ถ้าแปลเป็นไทยคำว่าสันที่มีกการันต์ว่าแปลว่าทำสร้างเป็นตัวรูปก็จริงทีนี้ศาลโดยที่เรียกว่าสรหันยังไม่มีตัวคอสะกดลงไปเนี่ยมันเป็นการ กระทำเป็นการกระทำที่เรียกว่ากระทำแต่จิตมันไม่ได้ติดเป็นรูปมันก็ทำแต่จิตรู้เพราะจิตดูนี่ก็คือตัวปัญญานั้นเองปัญญารู้ดีเราทำดีใครๆก็ทุกคนอย่าทำดีทั้งนั้นไม่มีใครอยากทำชั่วหรอกรู้ดีแล้วก็ทำดีจึงเรียกว่าเลือกทำสันตัวนี้ไม่มีตัวละครทีนี้ฉันรอหันคอน่ะมันมาจากบาลีที่ว่าสักพระสไม่หันอากาศคอคอเนี่ยที่เราเขียนประเทศไทยที่จริงมันก็สคบนั่นแหละเรียกว่าสังฆะเราแปลว่าสวรรค์มันเป็นสันสกฤตก็เป็นสวรรค์สวรรคตประกอบไปด้วยพฤติกรรมวันนั้นก็เอาตัวพฤติกรรมอันนี้มาใส่เข้าไปให้มันเป็นรูป วัดระฆังหรือสังฆะมาเขียนเป็นสันสกฤตเชิงสันสกฤตกึ่งๆมีรรหันอรหันต์มาเป็นไม้หันอากาศก็สอนแล้วก็คควายเป็นสังฆะแต่ทีนี้มาเป็นภาษาไทยก็แปลงไปอีกใส่การันต์ไปซะเป็นสันแต่คอนะกำลังเสียมันก็อันเดียวกันนั่นแหละก็สำคัญส่วนสันต์รอหันนั่นน่ะก็เป็นบาลีกึ่งมาเป็นไทยสัตว์นี่แหละต้องสอนประกอบไปด้วยกันเท่านั้นเองประกอบอยู่เท่านั้นเองอรหันต์เข้ามาใส่ก็เป็นสันไปเพราะมันเป็นสระอันรอหันน่ะก็เลยเป็นสันไปโดยไม่มีอะไรอื่นไม่มีความหมายอื่นนอกจากตรวจสอบตัวเดียวนี่แหละเป็นบาลีตรวจสอบแต่เดี๋ยวประกอบอยู่ด้วยเท่านั้นเองเคียงๆอยู่เช่นเดียวกัน เวลาเราไปทำงานเนี่ยเรามีสิ่งที่เป็นสมุทัยที่เรารู้อยู่สมุทัยนี้คือเป็นกุศลเจตนาเป็นสิ่งเคียงๆอยู่เท่านั้นเองประกอบไว้เฉยๆแต่ไม่ได้ปรุงกันเหนียวแน่นอะไรเรารู้อยู่ว่าเรามีเจตนาดีแล้วเอาเจตนาดีนี้สร้างหนุนไว้หยุดเมื่อไหร่แล้วก็ปล่อยกันจากกันทุกอย่างก็เป็นตัวของมันเองความพยายามหมดหยุดพักแล้วไม่ได้ติดใจไม่ได้มีปิติไม่ได้ฟูใจไม่ได้หลงใหลอะไรเราก็ไม่มีการติดยึดไม่มีการสั่งสมแต่ถ้าเรายังติดยึดอยู่สั่งโสมหลงดีในสิ่งที่เราก่อสร้างดังนั้นเราก็ไปพบเป็นชาติแต่เรารู้ดีว่าสิ่งนี้เราสร้างดีเราก็ดีแล้วรู้ว่าไอ้นี่ดี แล้วก็จำไว้เท่านั้นเองไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องที่จะต้องลงมันมากมายถ้าเผื่อว่าสิ่งดีนี้ไม่เกิดอีกก็ไม่ได้เอาเป็นเอาตายจนเกินคนก็ไม่ใช่แต่ถ้าเกิดว่าเราไม่ทำให้มันเกิดเลยถ้าเราเป็นผู้ที่รู้ถ้าเราเป็นผู้ที่เข้าใจคนอื่นก็ไม่เข้าใจสิ่งดีอันนี้คนอื่นก็ไม่รู้ดีอันนี้โลกเขาก็ไม่ก่อดีอันนี้ออกมาเพราะว่าเขาไม่รู้นี่แต่เรารู้เราดูดีๆจะเห็น 3 คนดีพรมแต่เรารู้ดีอันนี้เราเข้าใจดีอันนี้แล้วเราก็ไม่พยายามทำไม่มีสัมมาวายามะในการที่จะกระทำดีอันนี้ออกมาให้แก่โลกบ้าง ใครจะทำล่ะในเมื่อไม่มีใครรู้ดีอย่างนี้ไม่มีใครเข้าใจดีอันนี้ตัวดีตัวนี้ไม่มีใครรู้ตัวดีตัวนี้ใครจะทำล่ะก็ไม่มีเนื้อหาสาระออกมาเลยทีนี้เรารู้ดีตัวนี้เราเข้าใจตัวดีตัวนี้แล้วเราก็จะหยิบตัวดีตัวนี้ออกมาแจกให้คนอื่นปั้นออกมาบัญญัติออกมาเป็นภาษาก็ดีแสดงสภาวะเป็นรูปกายกรรมก็ดีเป็นภาษาพูดเป็นวจีกรรมก็ตามโดยจิตของเราพยายามมีความฉลาดเอาสิ่งที่เขาเคยใช้มากล่าวมาประกอบบ้างหรือเอาเราเอาบ้านขึ้นมาใหม่มาประกอบบ้างเป็นภาษาใหม่ที่เขาใช้เดี๋ยวนี้ภาษามันพัฒนาที่พัฒนามาเดี๋ยวนี้มันวิวัฒนาการมาเยอะเป็นภาษาไทยก็เข้าใจภาษาไทยแล้วเอาภาษาไทยประกอบอธิบายแยกแยะออกมาถ้าเราไม่ทำ คืนนี้ก็สูญหายเมื่อโลกขาดสิ่งดีที่เรียกว่าธรรมะขั้นสูงที่เรียกว่ากุศลธรรมสิ่งที่ทรงขึ้นมาส่งไว้อยู่เป็นกุศลถ้าเรารู้กุศลธรรมวันนี้เรารู้ความดียอดอันนี้แล้วเราไม่ปั้นออกไว้เราไม่ทำเอาไว้ให้แก่โลกเมื่อกี้เราบอกแล้วว่าคนอื่นไม่รู้อย่างนี้เรารู้อยู่อย่างเงี้ยเพราะฉิบหายเลยเพราะฉะนั้นบอลโลกฉิบหายสภาวะจิตที่สูงสุดที่เรียกว่าพรหมเป็นเอกเป็นสิ่งที่ร่วมอยู่ระหว่าง ภาษาบาลีว่าดีนี่คือปกติยังลงเต็มสิ่งที่เกิดก่อนที่จิตติไปว่าครบรอบมีตัวนี้เป็นประธานใหญ่และเป็นตัวตนอันหนึ่งปฏิวัติเป็นตัวประธานใหญ่เป็นหัวหน้าใหญ่พอดีเนี่ยที่เรามาเรียกอธิบดีอะไรที่ไม่ใช่ภาษาไทยๆสติภาษาบาลีคือปกติเป็นตัวประธานใหญ่ที่มีรูปร่างส่วนหนึ่งให้ชัดเจนที่เป็นแต่เพียงสมมุตินะฟังดีๆสภาวะจิตมันมีอย่างนั้นด้วยมันเป็นตัวแข็งกล้าเต็มรูปแล้วมันเป็นตัวที่การเป็นตัวการงานที่เก่งมาร่วมอยู่ในจิตนี่แหละสหะสามีสามารถ มาตอนนี้ก็เจ็บสหัสร่วมอยู่ด้วยสหรัฐร่วมอยู่ด้วยตัวประธานใหญ่ตัวที่ร่วมอยู่ด้วยที่เราเรียกว่าจิตสูงที่สุดก็คือจิตพรหมพระจิตยอดพิจิตรยอดมันจะไหวดูขั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถวายวัดไม่เลยไว้รับรู้ร่วมอยู่ด้วยเลยสิ่งที่ดีขึ้นดีขึ้นดีขึ้นจะต่อต่อเนื่องเสมอเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าเป็นแต่เพียงน้องเอมมาทางว่าจะขวนขวายน้อยจะไม่สอนคนจะหยุดแล้วพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นแต่เพียงฝ่ายจิตของท่าน พระอาจารย์น้อมเองเข้ามายศเท่านั้นแหละจิตที่ดีกว่าที่เรียกว่าสหบดีพรหมก็จะเตือนทันทีบอกไม่ได้โรคชิบหายถ้าเรารู้ดีเราเป็นผู้ที่เป็นสยามผู้ผู้รู้ยอดแล้วไม่เอาดีนี้มาช่วยออกให้โลกไม่สอนคนไม่สาธยายต่อไม่เผยแพร่เราก็ชิบหายกันใหญ่ 6 ฉิบหายทันทีแล้วก็เป็นความจริงอย่างนั้นพระพุทธเจ้าจึงจะออกสอนรู้เพราะฉะนั้นผู้รู้ในจุดนี้ก็จะพาทำผมเอาพระออกมาอธิบายเป็นภาษาสูตรคุณฟังถึงพอดีพรมเนี่ยมันเป็นสภาพจิตอันหนึ่งถ้า รู้ที่ตัวคุณแล้วมีสภาพนี้จริงมันก็จะเตือนตัวคุณสามีจะจี้คุณเองสหบดีจะรู้ความพอหรือความฮักแต่ถามว่าดีนี้เป็นสภาวะหนึ่งเท่านั้นที่ไม่ได้นกเองในความรักสามีพรหมจะเป็นผู้ที่โน่นไปในทางที่เตือนคุณให้ช่วยโลกให้รู้จักการร่วมรวมอยู่ไม่ใช่รู้การสลายสหไม่ใช่การสลายสหคือการร่วมให้มีโลกให้อยู่ในโลกให้มีตัวอยู่ในโลกให้มีการเกิดอยู่ของ สหร่วมอยู่ร่วมอยู่ถ้าสลายแล้วมันก็สละสลายน้ำมันก็แตกออกสาระอีกที่จริงสลายนี่นะสาระบอกอายะเนี่ยมันยังเห็นส่วนหนึ่งเท่านั้นเป็นประโยชน์สรณีมาจากประกอบด้วยละตัวนี้เนี่ยมันเป็นสภาพที่กำลังก่อรูปก่อร่างขึ้นมาเป็นสภาพธาตุน้ำหล่อลิงในสภาพธาตุน้ำผึ้งคือธาตุทั้งหมดอยู่ในโลกนี้นะมันมีธาตุ 4 ดินน้ำไฟลมเนี่ยอ่อนที่สุดในสภาพที่เรียกว่าถ้าเราเรียกว่าอันนึงว่างอีกอันนึงเป็นตัวน้ำกระดิ่งก็เป็นตัวฝ่ายก็ลงก็เป็นว่าเป็นว่ากอล์ฟคุ้มกันน้อยกว่า ดินกับน้ำกว่าคุณจะมากกว่าเพราะฉะนั้นพ่อจะให้เป็นตัวตนมากๆก็มาหาธาตุน้ำจากไฟลมก็มาเป็นธาตุน้ำพอเริ่มต้นเป็นธาตุน้ำแล้วมันก็จะเริ่มต้นเป็นตัวตนขึ้นมาจะชัดขึ้นถ้าอธิบายเป็นตัวเลขก็เป็นเลขที่ละลายขึ้นมาว่า 56 เพิ่มขึ้นมา 27 เป็นอย่างมากเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นเท่านั้นเองเป็นการเพิ่มขึ้นไปในทางที่จะมีเป็นธาตุน้ำแบ่งครึ่งให้เห็นแล้วว่าเป็นตัวขึ้นมาบ้างเนี่ยอธิบายจากความไม่มีมาหาความมีแต่ถ้าจะอธิบายความมีมาจากหาความไม่มีธาตุดินเป็นธาตุที่มีใหญ่ที่สุดในมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นกลุ่มเป็น ก่อนเป็นตัวเป็นตนแล้วมันสลายลงมาเป็นธาตุน้ำมาเป็นละมีฟังดีๆนะอันนี้อธิบายยากไล่ให้รู้สภาพการเดินเวียนไปเวียนมาเท่านั้นเองถ้าเป็นธาตุดินสลายลงมาเป็นธาตุน้ำหรือว่าจะเปลี่ยนรูปลงมาอ่อนลงละลายลงมาแล้วมันเป็นธาตุน้ำก็แสดงว่าเด็กกำลังสูบความเสื่อมสู่ความเสื่อมถ้าเผื่อว่าลายต่อไปได้อีกละลายต่อไปอีกไอ้นี่ก็จะซื้อมึงไปเป็นธาตุไฟธาตุลมก็สูญถ้าไม่ละลายเป็นแต่เพียงสักระยะสลายไว้ ก็หมายความว่ามันทำให้อ่อนลงมาเท่านั้นเองยังเป็นประโยชน์อยู่ในส่วนนี้สารบบอายะอายะแปลว่าประโยชน์หรือเป็นกำไรย่อยสลายลงมาได้เป็นประโยชน์ถ้ายิ่งละลายลงไปอีกเลยมันก็จะเสื่อมลงไปอีกจะเจือจางลงไปอีกจะเห็นหน้าภาษาไทยอธิบายภาษาบาลีหรือออกภาษาบาลีมาอธิบายภาษาไทยอันเดียวกันหมดมันมาจากรากเหง้าของภาษาบาลีไทยเรานี่อยู่ใกล้อินเดียและเกิดมาติดต่อกันมามากใช้แล้วใช้ภาษาของอินเดียเยอะใช้ภาษาของจีนไม่เยอะหรอกภาษาของจีนน้อยใช้ภาษาของอินเดียมากอันนี้ก็อธิบายส่วนบุคคล จะลึกๆไปบ้างอาจจะลึกลึกไปหน่อย 3 หวัดดีพรมเป็นผู้ที่เป็นสภาวะธรรมที่เน้นจุดที่เรียกว่าจะให้มีร่วมอยู่เพราะฉะนั้นจึงเป็นความจำเป็นเหลือเกินถ้าอะไรที่จะสลายอะไรที่จะมลายอะไรที่จะละลายอะไรที่จะสูญเสียจะเท่าไหร่จะไม่ยอมจะต้องดึงไว้เป็นสิ่งที่สร้างไว้แก่โลกจึงดึงความพยายามของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้พยายามมีสมาธิทำงานเพราะฉะนั้นแม้เราเองเราเป็นพุทธะน้อยๆเราก็จะมีความระลึกรู้น้อยๆอันนี้ได้สัมมาวายามะความพยายามของเราจะมีอีก 10 บาทหรือมีกำลังเท่าของเรา ไม่มากไม่แรงไม่ทนไม่ได้ถ้าพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าทนได้มีความอุตสาหะดูแต่ถ้าพระท่านตรัสรู้ตอนแรกเริ่มต้นที่จะสอนศาสนาท่านก็ต้องเดินไปตั้ง 200 กว่ากิโล 250 กิโลเมตรไปเพื่อโปรดปัญจวัคคีย์คิดดูซิว่าท่านทารุณขนาดไหนทารุณนะแล้วจะทำงานแท้ๆหนักเหน็ดเหนื่อยแต่ว่าท่านเองท่านก็ทนได้เพราะว่าถ้ามีอินทรีย์พละแน่นอนแก่กล้าส่วนเรานั้นน่ะไม่มากไม่มายอะไรเท่าไหร่ทำงานเท่าที่เป็นไปง่ายๆและคุณก็มี 3 คนดีผมของคุณที่จะเตือนคุณให้ทำงานคือ Hero Spa ความระลึกละอายต่อบาปถ้าเราจะทำสิ่งนี้มันเป็น อาบน้ำมันไม่ดีแล้วพักพอแล้วเราควรเพียรบ้างแต่เราไม่เพี้ยนคุณก็รู้เองอ่ะมันเป็นหิริโอตัปปะเป็นเทวธรรมอยู่ในใจเป็นธรรมะของความรู้ดีรู้จักความพอความพักมันจะรู้เองแล้วมันก็จะกระตุ้นให้คุณเองปฏิบัติดีทำดีขึ้นแก่โลกและคุณก็ทำโดยที่ว่าเหมือนกับมีใครมาจุกตูดไว้เท่านั้นแหละคุณไม่ติดมันไม่ติดหร
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive