190302-M พุทธประวัติจากพระโอษฐ์-พ่อท่าน-แดนอโศก-R019.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ (ปี 18-19 รวม 14 ตอน) MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์211 KB
วันที่แก้ไข2 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

เช้าวันนี้เช้าวันที่ 2 มีนาคมพุทธศักราช 2519 มีประชาชนที่ได้รับฟังท่านพระโพธิรักษ์อบรมชาวอโศกที่มาตรฐานไดโนเสาร์หัวข้อที่บรรยายในวันนี้ได้มาจากพุทธประวัติจากพระโอษฐ์มีหัวข้อที่แสดงไปก็มีอนุสติ 10 จึงเป็นการอบรมพิเศษส่วนหัวข้อหนังสือก็มีปราบผู้มุ่งร้ายต่อพระศาสนาและก็ติดตามด้วยไม่เคยเพลิดเพลินในท่ามกลางบริษัทและทรงสมาคมร่วมได้ทุกบริษัทและหัวข้อต่อมาก็รองเท้าว่า จงแสดงไม่มีใครค้านได้แล้วก็ติดตามอีกหัวข้อหนึ่งก็คือส่งท้ายให้ใครปฏิเสธธรรมะที่พระองค์รับรองทั้งหมดนี้คือข้อธรรมะที่พ่อท่านได้นำมาแสดงดังที่สาธุชนจะได้รับฟังต่อไปนี้หากเราไม่มาฟังคำบรรยายที่จะคลี่คลายสภาวะที่เราได้ผ่านมาบ้างจากประสบการณ์ต่างๆด้วยเพื่อทดสอบเพื่อเปรียบเทียบจะทำให้เราได้รู้ความจริงได้รู้จุดที่ควรจะได้เพิ่มเติม เพลงถ้าเราได้มาเสียสละหรือว่าเราได้มาใช้ชีวิตเพื่อมาเข้าโรงเรียนเปรียญสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุดจนป่านนี้ซึ่งเป็นการเรียนที่ละเอียดละออสุดคุ้มก็นี่ทั้งชีวิตทีเดียวมันเป็นการเรียนที่ใช้เวลาให้ความสามารถอย่างที่และอย่างยาวนาน บางสิ่งบางอย่างเราจะต้องใช้ความระลึกรู้ด้วยเวลาอันยาวนานพอสมควรเพราะความที่ได้รู้มานั้นมันได้มาทีละอ่อนบ้างเป็นรูปเป็นสิ่งที่น้อยเล็กละเอียดมันจึงจะต้องได้มามากเพียงพอกว่าจะได้มากเพียงพอก็ต้องใช้เวลายาวนานเราจึงจะรู้ได้เราจึงจะเห็นแจ้งบางสิ่งบางอย่างและในการเรียนของเรายังจะมีการเก็บหรือว่ารับเอาความละเอียดละออนั้นบางทีก็จะต้อง อดทนเพื่อได้รู้เผื่อได้เห็นแต่ในสิ่งที่มันหลอกเราได้บางทีมันก็ดูเหมือนว่ามันไม่มีบางทีมันก็ดูเหมือนว่ามันไม่เกิดถ้าช่วงเวลามันไม่ถึงคราวมันยังสามารถอดทนได้กดข่มได้มันก็ไม่เกิดตัวตนหรือว่าไม่เกิดสิ่งที่เราจะรู้ว่าไอ้นี่เป็นกิเลสหรือไอ้นี่เป็นตัวร้ายเขาก็จึงจำเป

อ่านต่อ

็นที่สุดที่จะต้องใช้เวลาบ้างอะไรจะดูมันทุกแง่ทุกมุมแต่จะพยายามให้รู้อย่างละเอียดละออเพราะว่าเป็นการ พิจิตรเป็นตัวร้ายที่จิตถ้าเราไม่รู้ผ่านไปมันก็ยิ่งไม่ได้รู้นอกจากไม่ได้รู้แล้วมันจะสั่งสมถ้าเราได้รู้เราก็จะเกิดการระมัดระวังแล้วก็จะได้พยายามที่จะลดละหรือว่าหาวิธีกำราบปราบมันลงไปถ้าหลายอย่างถ้าสมมุติว่าเราจะได้ลองสังเกตทบทวนดูดีๆจะเห็นได้ว่าเราต้องใช้เวลากับมันจริงๆแล้วเราจะต้องใช้ความละเอียดละออของสติความตั้งใจจริงๆเราจึงจะได้รู้บทบาทของจิตซึ่งเป็นตัวร้าย ที่มันร้ายกาจมันคอยทำไอ้โน่นไอ้นี่กับเราเรื่อยๆไปมันแสดงบทบาทกับเราด้วยโดยที่เราไม่รู้มันอ่อนบางก็ตามมาทำอยู่อย่างลึกซึ้งแล้วเราก็ไม่เคยรู้มันแล้วมันก็จะทำอยู่อย่างนั้นถ้าเกิดว่าเราไม่รู้ว่าจะทำอยู่อย่างนั้นแล้วมันก็จะสั่งสมมันจะเพิ่มขึ้นมาเพิ่มขึ้นมาโตขึ้นโตขึ้นจนออกฤทธิ์ร้ายแรงที่สุดได้เมื่อถึงคราวที่มันออกฤทธิ์ร้ายแรงก็จะทำให้ทุกอย่างปรับเปลี่ยนเป็นไม่เอาหรือว่าเป็นตรงกันข้ามสิ่งที่อุตส่าห์ได้ร่ำเรียนสะสมรูปกระทำอะไรใดมาก็กลายเป็นแพ้แพ้ภัย ตัวมันออกฤทธิ์ออกมาแล้วก็จะแยกไปถ้าอย่างนี้ก็มีอยู่เพราะว่าเราจะต้องพยายามสิ่งใดที่ทำได้แล้วสิ่งใดที่เป็นประโยชน์แล้วอย่างไม่สงสัยอย่างแน่ชัดจงพยายามมีเทวตานุสสติอย่างนั้นอยู่เสมอว่าจิตที่ดีแล้วระลึกถึงจิตที่ดีแล้วได้แล้วหรือแม้จิตที่ดีจนถึงขั้นสุดไปทีเดียวถึงความสงบระงับเป็นอุปสมานุสสติเป็นจุดวิถีนิพพานไปเลยทีเดียวเป็นสิ่งที่เราได้อย่างบริสุทธิ์แล้วก็เป็นของดีที่เราจะต้องรู้เราจะต้องไม่สงสัยและไม่วน ไม่ฉะนั้นแล้วสิ่งที่ได้ก็ไม่มีอำนาจที่จะช่วยเราดึงเราหรือว่าเตือนสติเราไว้บ้างเพราะเกิดผีพราหมณ์เกิดแพ้ภัยตัวเกิดไอ้ฤทธิ์เดชของกิเลสบางตัวมันเล่นงานขึ้นมาแล้วมันก็เลยเกิดการไม่ชอบช้างผลักดันตีกลับทำให้เราเสียหายเลิกไปหมดเลยแล้วก็หันกลับไปสู่ทิศอีกทิศนึงคือทิศโลกเลยก็จะทำให้เราขาดทุนแทนที่จะได้เพิ่มเติมอีกฤทธิ์เดชของสิ่งนี้มันเกิดขึ้นมาชั่วครั้งชั่วคราวแต่ทำให้เราแพ้ภัยตัวรุนแรงโดยไม่มีอะไรหล่อเลี้ยงไว้เลยมันลืมหมดแหละสิ่งที่เคยได้เคยมีเคยเป็นก็ลืมหมดแล้วในช่วงที่ มันเป็นโทสะก็ดีหรือมันเป็นโรคจัดก็ดีมันไม่ได้สมใจแล้วมันเกิดการรุนแรงขึ้นมาได้จะทำให้เราเสียหายและจะต้องมีความจริงจะต้องไม่มีจิตใจที่จะต้องเลอะเลอะเทอะจนกระทั่งสิ่งที่ได้ก็ไม่รู้สิ่งที่ไม่ได้ก็ไม่รู้สิ่งนี้เป็นสิ่งนี้ซึ่งมันออกฤทธิ์ออกเดทด้วยเรื่องนี้เหล่านี้เท่านี้ไม่มีความเย็นเพียงพอแล้วก็จะทำร้ายชีวิตคือทำร้ายการศึกษาอย่างเราๆนี้ได้เหมือนกันแต่ถึงอย่างนั้นก็ตามถึงแม้ว่ามันจะเกิดบางครั้งบางคราวมันทำให้เราวู่วามกับตาลปัตรไปพอเวลามันเย็นต่างคลายลงมันก็จะ รถยนต์เห็นได้เหมือนกันในโอกาสข้างหน้าบางคนก็อาจจะนึกได้เร็วก็ผ่านจุดนั้นไปแล้วก็ไปนึกย้อนได้เร็วโอ้หนอเรานี่ดูที่ผีร้ายเข้าเล็กน้อยเท่านั้นเองก็ทำให้เราเองเนี่ยทำอะไรน่าอายน่าเกลียดแล้วก็ไม่ดูก็ไม่เข้าทีมาได้ช่วงระยะหนึ่งแวบนึงก็เป็นได้บางคนอาจจะต้องใช้เวลายาวนานกว่าจะค่อยๆรู้ตัวขึ้นมาของกว่าจะได้ระลึกย้อนขึ้นมาก็จะต้องไปประสบไม่มีเหตุการณ์ไม่มีอะไรต่ออะไรซึ่งเป็นเหตุปัจจัยทำให้เรากว่าจะรู้ตัวเทียบเคียงกันขึ้นมาว่าเรานี่ได้ผิดพลาดสิ่งที่ดีมีอยู่แล้วเราก็เคยได้อยู่สิ่งที่มันไม่ดีเนี่ยเราอุตส่าห์หลงทิศหลงทางกลับมา ย้อนมาทางนี้ก็มีอยู่อย่างนั้นกว่าจะตีลำหรือว่ากว่าจะกลับทำเรือกลับมาอาทิตย์นี้ได้อีกก็มีสิ่งที่ทำให้เราน่าอับน่าอายมีอะไรต่ออะไรต่างๆนาๆได้อีกมากเหมือนกันอย่างนี้ก็มีอยู่ถ้าเราจะได้ประสบเพื่อนฝูงพวกที่มาและก็แพ้ภัยตัวในลักษณะอย่างนี้ถูกมากนานวันเข้าคนมากข้าวก็จะเห็นตัวอย่างบ้างซึ่งเป็นไปจริงและเราจะเกิดอารมณ์อย่างนี้บ้างในบางครั้งบางคราวสำหรับบางคนที่ไม่มั่นคงไม่แข็งแรงวู่วามบ้างอะไรบ้างจะเป็นลักษณะอย่างนี้ก็ให้ พยายามเข้าใจแล้วก็รำลึกเตือนเป็นผู้มั่นคงเป็นผู้ที่ดูจริงๆแม้พวกคนที่มานั่งอยู่นี่แล้วก็จงอย่าหลงใหลอย่าเลอะเทอะเรามีอะไรเราได้อะไรระลึกดูตั้งแต่เราสามารถที่จะเป็นไปได้มีสีลานุสติมีจาคานุสสติเมตตาหรือสติชัดเจนไปทีเดียวระลึกถึงสิ่งที่มันสละออกได้ในหัวใจมีศรีลาและสติระลึกถึงกฎข้อต่างๆที่เราเคยเอามาประพฤติปฏิบัติแต่ก่อนนี้ลำบากหนอเดี๋ยวนี้เบาบางแม้จะจะใช้กฎนี้ใช้ระเบียบนี้ใช้ นี้ใช้หลักเกณฑ์นี้มาเทียบเคียงแล้วเราก็ยังเป็นไปได้อยู่โดยสบายโดยปกติหรือว่ายังไม่ปกติยังมีเศษเสี้ยวอยู่แต่ยังมีสิ่งที่ยังต้องกดกดข่มๆต้องละเมิดเล็กๆน้อยๆอยู่ยังไม่เป็นอริยะการตัดสินยังไม่เป็นศีลของพระอริยะที่บริสุทธิ์จริงๆก็ระลึกดูหนาตามกฎตามข้อตามขั้นตอนอะไรที่ตลาดไปได้จ่ายไปได้เลิกไปได้วางขายไปได้เว้นขาดไปได้เป็นราคาพลาสติกก็ให้รู้จิตของเราเมื่อเป็นจิตที่จางคลายไปได้เป็นจิตที่ปลดปล่อยไปได้หมด หรือมีปัญญาขึ้นเป็นเทวดาหรือสติระลึกถึงเทวดานั้นหรือว่านึกถึงจิตนั้นจิตที่เจริญขึ้นจิตที่ดียิ่งขึ้นนั้นให้จริงจังให้ชัดเจนอย่าหลงอย่าเลอะเทอะเออเพราะฉะนั้นจิตของเราแล้วเราจะนึกย้อนออกไปถึงสิ่งอื่นๆที่เราได้กระทำไปอีกแม้จะเป็นจิตหรือแม้จะรู้ว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ได้ดับสูญเป็นมรณานุสติกรึกถึงสิ่งที่มันเป็นอันตรายไปแล้วอย่างแน่นอนโดยเฉพาะที่มันเป็นข้าศึกอยู่ในจิตของเราเนี่ยมันได้ดับสูญไปแล้วมันหมดค่า ไปแล้วไม่มีแล้วเป็นอันตรายไปจริงจะนึกถึงสิ่งอันเป็นที่แต่มันตายที่มันดับมันสูงนั้นไปให้จริงด้วยแต่ว่ามรณานุสติเกิดระลึกถึงความตายของสิ่งที่มันได้ตายจากเราไปแล้วอย่างเด็ดขาดไม่เกิดอีกไม่มีอารมณ์เกิดอีกหรือไม่มีสิ่งนั้นเกิดในจิตเราอีกก็ได้ว่ามรณานุสติจะนึกถึงความตายอย่างนั้นหรือจะเอาคร่าวๆแต่แค่ว่าระลึกความถึงความตายเป็นเครื่องเตือนใจคนเราเกิดมาต้องตายน่าจะเป็นหยาบๆใหญ่ๆแต่เรื่องง่ายๆเราจะได้ไม่กลัวอะไรเพราะว่าคนเราน่ะถึงที่สุดมันก็คือ แค่สุดท้ายตายตายแล้วเราก็จะรู้อะไรอีกเราไม่ไม่ค่อยละเอียดเพราะว่าไม่มีอุปกรณ์หรือว่าไม่มีเครื่องที่จะทำให้เราสามารถรู้ได้อะไรมากมายนักแต่มรณานุสติหรือเราจะรู้ในความเป็นอย่ารู้ในอานาปานสติถ้ารู้ในขอบเขตของชีวิตต่างๆอันใดที่ดับไปแล้วตายไปแล้วอะไรที่พอดีแล้วอะไรที่ยังไม่พอดีเรารู้และอานาปานสติจะไม่เรียกว่าอานาปานสติที่เป็นตัว จริงที่เป็นรูปเลยว่ามีขอบเขตแห่งชีวิตทั้งหลายที่เรากำหนดรู้รู้ว่าขนาดนี้เป็นชีวิตของปุถุชนที่ยังหลงอยู่อย่างมากมายขอบเขตของมันต่ำชั่วเป็นชีวิตจะต้องดิ้นหาเขานรกเข้าหาความชั่วเข้าหาอบายมุขเขาหาอะไรต่ออะไรเราก็รู้กำหนดขอบเขตนั้นรู้เราตายมาแล้วจากสิ่งเหล่านั้นถือว่ายังไม่ตายยังวนเวียนไปบ้างรู้แล้วว่าหรือว่าตายไม่ได้สนิทจากโลกอย่างนั้นหมดชีวิตจากความเป็นอย่างนั้นขึ้นมาจนกระทั่งถึงโลกอื่นๆอีกโรคกามโรคกระทำ 8 ถ้าหลงลาภยศสรรเสริญหรือว่าเรายังมีชีวิต จะต้องหลงใหลยินดีอยู่กับลาภยศสรรเสริญเสพสุขอยู่ด้วยโลกียสุขเสพสุขก็หลงในโลกของหูตาจมูกลิ้นกายใจเองก็ตามอย่างหยาบๆเป็นโรคของใจที่จะต้องได้อย่างนี้เป็นอย่างนี้ยึดมั่นถือมั่นอยู่เราก็พยายามดูขอบเขตของชีวิตพรุ่งนี้ชีวิตของเรานี่แหละเราทดสอบทบทวนคิดอ่านเห็นให้ชัดเข้าใจให้ชัดว่าเราตายมาจากมันจริงหรือไม่หรือเรายังไม่ตายแล้วเรายังเป็นเป็นอยู่ไอ้สิ่งเหล่านั้น ย้อนดูอานาปานสตินะนี่เป็นการระลึกย้อนไปจนกระทั่งถึงรอบของจิตเป็นชีวิตของจิตเป็นชีวิตของจิตที่ยังยึดมั่นถือมั่นยังเป็นอัตภาพหรือยังเป็นอัตตาอยู่แม้แต่แค่โลกของอาตมะโลกของอัตราจิตมันละเอียดเหลือเกินจิตมันจะยึดไปถือจิตมันจะต้องเอาเป็นชีวิตชีวาอยู่มากหลายขนาดใดก็ต้องรู้ให้ได้เราได้ตายมันมากขนาดใดตายมาจากโลกแห่งจิตนั่นน่ะมีขอบเขตเล็กลงเล็กลงเล็กลงซึ่งมีขอบเขตที่อิสระขึ้นอิสระขึ้นไม่ถูกปลูกไว้ในโลกไม่ถูกถูกไว้ในโลกียเหล่านั้นเหล่านั้น มาได้อย่างไรตายมาจริงตายมาสนิทขึ้นมาได้มากขนาดไหนดูขอบเขตของจิตดูความกว้างขวางของที่ที่เราอิสระหรือดูความแคบที่เราถูกผูกมัดเอาไว้หรือว่าเราถูกผูกมัดเอาไว้หลายแห่งเหลือเกินมากเรื่องเหลือเกินไม่เอาภาษาพยายามที่จะอธิบายด้วยภาษาให้พวกคุณเข้าใจและลึกไปให้ถึงว่ามันเป็นอย่างไรคนเราที่บอกว่าเราจะทำตนให้เป็นอริยะเป็นผู้หลุดรอดมาหมดสุดเป็นผู้ที่อิสระแท้และผู้ที่มีจิตใจปราศจากความถูกยึดปราศจากสังโยชน์มันมีอย่างไรหรือจอระลึกทบทวนให้ดีเราจะอยู่คนเดียวหรือว่า อยู่อย่างไรก็พยายามไตร่ตรองทบทวนสิ่งพวกนี้แหละเป็นการเรียนเรียกว่าจิตสิกขาปัญญาสิกขาถือศีลสิกขาของเราเราเรียนเรารู้เราก็ทำแม้กระทั่งการงานก็มีประสบการณ์ที่เราจะได้รู้ผัสสะที่แท้จริงในปัจจุบันในธรรมเป็นสิ่งที่หัดและหัดวางหัดปล่อยหัดเลิกเป็นภาวะปัจจัยเป็นอุปการะเป็นสิ่งได้สิ่งมีสิ่งเป็นอยู่แท้ๆจริงๆเราจะกระทำการรู้ถึงพวกขอบเขตของอะไรต่ออะไรสิ่งต่างๆพวกนี้อย่างแท้จริงแล้วนี่ก็เป็นอนุสติอีกอันนึงมีการสติอีกอันนึงให้รู้ความเป็นไป สิ่งที่ประชุมกันที่มันยังเป็นความเกิดอยู่โดยหลงว่าดีรายละเอียดของคำว่ากายชะตาติดตายก็ตายหรือมันตายมันยังเป็นไปอยู่กายก็ตายชะตาสิ่งที่มันยังเป็นไปอยู่ให้ชัดเจนที่มันยังประชุมกันอยู่กายเป็นความประชุมความประชุมทุกสิ่งอย่างก็เป็นความประชุมของสิ่งอย่างมาประชุมก็ดินน้ำไฟลมแล้วก็เรียกว่ากายความประชุมของจิตที่เห็นชัดเจนจัดจ้านโตก็คือกายในกายกายก็ตายว่าความที่ยังเป็นไฟอยู่ สิ่งใดยังเป็นไปอย่างชัดเจนก็พยายามรู้สิ่งที่ชัดเจนนั้นจิตที่มันเป็นไปอย่างชัดเจนที่ปราศจากกิเลสแล้วทั้งมวลมีความเป็นจิตในจิตอยู่อย่างบริสุทธิ์เป็นจิตประภัสสรเป็นจิตที่สะอาดเป็นจิตที่บริสุทธิ์เป็นจิตที่หมดกิเลสตัณหาทุกๆประการไม่มีแม้อุปทานจิตนั้นยังจะเป็นไปอยู่ด้วยดีเป็นจิตแท้ๆเป็นธาตุผิดธาตุวิญญาณที่บริสุทธิ์เป็นวิญญาณนางอนันตังสัพพะโสปะทังถ้าจิตแท้ๆเลยก็ให้รู้ว่าเรามีแต่จิตแท้ๆอย่างนี้หรือเรามีจิตแท้ๆอย่างชัดๆชัดเจนอย่างนี้หรือ หรือว่าจิตของเรายังมีตัวกายชะตาที่ไม่ใช่จิตแต่เป็นตัวที่แฝงอยู่ร่วมกับจิตยังเป็นเศษกิเลสเป็นความประชุมที่เห็นได้อยู่อย่างชัดเจนการจะรู้สิ่งที่อยู่ซอกซ่อนอยู่ในจิตของเราอย่างชัดเจนนั้นก็คือเราจะต้องมีปัญญาอันแหลมลึกเข้าไปรู้แม้ว่ากิเลสตัวนั้นจะตัวเล็กปานใดกิเลสตัวนั้นจะตัวเล็กปานใดละเอียดวันใดถ้าเรามีปัญญาอันแหลมลึกที่สามารถเข้าไปกำหนดรู้เป็นไปด้วยอำนาจมีอำนาจเหนือที่จะรู้เท่าทันซึ่ง ตัวนั้นได้ความมีอำนาจเหนือนั่นแหละเราเรียกว่าอธิปัญญาเพราะมันมีอำนาจเหนือมันจึงจะเห็นตัวกิเลสที่เล็กละเอียดนั้นเป็นตัวชัดเจนเป็นอยู่การเห็นชัดเจนเด่นอยู่เราเรียกได้ว่ากายเป็นความประชุมอยู่มันยังเป็นความประชุมอยู่แม้เล็กน้อยเท่าใดเราก็เห็นมันได้อย่างชัดเจนเป็นใหญ่เป็นการเห็นเด่นใหญ่ชัดในความสามารถของอธิปัญญาเป็นความสามารถของจิตของเราถ้าเราจิตของเราถ้าจิตของเราไม่เก่งสิ่งของเราไม่เป็นอธิปัญญาอันยิ่งเราจะไม่สามารถที่จะไปจับขโมยตัวที่เก่งหรือไปจับกิเลส เจาะซ่อนอยู่อย่างซ่อนเร้นหรือว่าอย่างบางเบาหรืออย่างไรนี่คือภาษาเรียกมันทั้งนั้นด้วยความจริงมันเก่งอยู่ในจิตของเราเนี่ยเราจะไม่สามารถรู้มันเพราะฉะนั้นเราจะต้องสร้างอธิปัญญาหรือว่าเราจะต้องกระทำความละเอียดละออของจิตลงไปให้ประณีตสุขุมเสมอจึงจะไปเห็นกายชะตาจะไปเห็นกายก็ตายตัวที่ยังเป็นเสือร้ายที่ยังเป็นกิเลสตัณหาส่วนที่เหลือสุดท้ายหรือว่าเล็กละเอียดในชั้นเชิงขั้นท้ายนี่ได้เราจะสามารถเข้าไปดูนี่เป็นความละเอียดกายก็ตาสติเราก็จะมีสติหยั่งรู้ในการชะตาเข้าไปถึงขั้นนี้ตายก็ตายก็ตายอย่างโตๆ ก็ไม่ยากอะไรเราจะระลึกรู้กายอยู่เขาเรียกว่ากายเอามาเรียกกายมาเรียกร่างกายของเราเลยก็ยิ่งมันก็ยิ่งไม่ยากใหญ่เพราะว่าเรื่องของร่างกายของเรานั้นน่ะมันก็เท่านี้ร่างกายของเราจะมีกายกรรมอย่างไรวิธีกรรมอย่างไรเป็นเรื่องหยาบๆใหญ่ๆอันนั้นง่ายอาจต้องระลึกรู้ในกายของเราทั้งมวลและก็ต้องพยายามพิจารณาว่ากายก็ไม่เที่ยงกายก็ไม่ใช่ของเรายึดเอาตามใจเราก็ไม่ได้เพราะฉะนั้นก็จะรักษาเลี้ยงดูมันก็ให้เป็นไปโดยควรไม่ต้องไปเป็นทาสกายมากนักไม่ต้องไปกระทบก็ล้มซะจนเกินขอบเขตมันจะมีการตายเป็นที่สุดการฆ่าเป็นที่สุดอะไรตรงนี้พิจารณา ตายก็ตายอย่างนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรมันเป็นแต่เพียงความประชุมของดินน้ำไฟลมอันนี้หยาบๆละเอียดลงไปจนกระทั่งถึงกายในกายหรือจิตดังที่กล่าวแล้วก็ต้องพยายามพิจารณาซ้อนไปให้ถึงระลึกลงไปให้ได้และเข้าใจคำว่ากายให้ได้ชัดๆว่าไม้เอาความไปชมที่เราสามารถรู้อย่างชัดแจ้งให้ชัดเจนอย่างจัดจ้านจึงเรียกว่าสัตว์กายะและยิ่งใหญ่จัดชัดเจนเลยทีเดียวเพราะฉะนั้นตายยากนี่ก็คือความชัดเจนส่วนที่เราจะต้องรู้ให้ได้อยู่แล้วเราหลงมันแม้กระทั่งว่ามันเป็นของดีจ่ายก็ตามยังเป็นไปด้วยดีด้วยซ้ำไปจิตเรานี่เองประกอบสิ่งดีไม่มีความร้ายแล้ว ไม่มีความโง่เขลาแล้วมีแต่ความฉลาดมีแต่ความที่เป็นกุศลมีแต่ความหมายดีมีแต่กุศลเจตนาก็อย่าพึงนึกเอาว่าแม้แต่เจตนาดีอย่างนั้นกระทำดีอยู่ให้แก่ผู้อื่นก็อย่าไปหมายเอาว่านั่นเป็นเราหรือได้เป็นของของเราไม่ใช่ของของเราแม้อย่างนั้นก็เป็นแต่เพียงความดีของความดีเป็นความดีของความดีเท่านั้นไม่ใช่ของเราเราทำความดีนี้ขึ้นไว้ในโลกได้เท่าใดเท่าที่สามารถให้เบียดเบียนเขาจนเกินไปไม่ทารุณโหดร้ายเขาจนเกินไปถึงแม้ว่าจะกระทำบางทีนี้เป็นการฆ่า LINE ด้วยแล้วแตกหักจะทำงานเพิ่มเติมขึ้นไปอีกไม่ได้ผลก็ไม่เอาก็ต้องรู้ขอบเขตของวันนี้ด้วยแล้วจะไปยึดลงดิบหลงดีอันนี้อยู่ก็ไม่ได้กายก็ตาสติออกมานี้ก็ต้องพิจารณาเห็นไม่เช่นนั้นเราจะเป็นผู้ที่ไปหลงตายก็ตายด้วยความเป็นไปของจิตแม้ที่สุดกำลังอธิบายอยู่นี่คือจิตที่เกลียดเกรียนเอามาขั้นสูงสุดแล้วว่าแม้แต่จิตที่เป็นเจตนาเป็นเจตนาที่ดีเป็นตัวสุดท้ายเราก็จะไปยึดเอาเป็นเอาตายคิดเอาเป็นเราเป็นของของเราจะต้องเอาให้ได้สมใจจะต้องเป็นไปตามที่เราหมายยึดมั่นถือมั่นคง แรงเกินขอบเขตจนไม่รู้ว่าสิ่งที่เรากระทำด้วยนั้นน่ะมันไม่ไหวแล้วแตกหักทำลายแล้วก็ไม่ดีไม่ดีอีกเลยไม่มีผลอะไรดีมีแต่ผลเสียแต่นับวันจะต้องจากกันหรือว่าพลาดกันช่วยกันไม่ได้อย่างนี้เราจะไม่ทำงานแล้วจะไม่ทำรู้ขอบเขตเป็นที่สุดแล้วบอกว่าเออเราก็ได้มันจะแยกมันจะแตกมันจะสลายมันจะหลุดไปมากเกินไปแล้วหยุดซะเถอะแล้วมันจะเวียนคืนมาจะเวียนคืนมาเรารู้จักจุดรับจ้างเรียกว่าตายก็ตายสติเราฟังดูละเอียดละเอียดสุดท้ายอุปสมานุสสติเป็นการระลึกถึงสิ่งที่ได้ความสงบสิ่งที่ได้ความจบใจความหยุดความรักแต่เอาความว่าระลึกถึง คืออันสุดท้ายนั่นแหละอนุสติ 10 เนี่ยอันสุดท้ายอุปสมานุสสตินี่คือตัวนิพพานหรือว่าตัวที่มันเป็นความลงตัวรอบไหนก็ตามนิพพานน้อยนิพพานใหญ่อันไหนก็ตามจุดสุดท้ายที่มันบริบูรณ์แล้วให้ระลึกถึงนิพพานนั้นเสมอบางทีเกิดผิดอะไรวู่วามขึ้นมาก็ระลึกถึงสิ่งที่เราเคยได้เคยมีเคยเป็นถึงขั้นสุดยอดของปานนี้เป็นความสงบความรักธรรมชาติแล้วทำได้อยู่เอามาใช้อยู่ได้ดึงเข้ามาที่จิตได้ใช้ได้ผู้นั้นก็เป็นผู้ที่ฉลาดสุดเพราะเกิดอะไรรุนแรงขึ้นมาแล้วก็ระลึกถึงอุปมาความสง เป็นยอดอุปมานึกถึงอันนั้นได้แล้วเอาอันนั้นมาใช้ได้คนนั้นก็กำไรกำไรสุดยอดจริงได้มาใช้แล้วก็ใช้จิตนั้นก็สบายคือจิตตัวที่จะมาสบายๆที่สุดอุปมาหรือปูปัทมาเป็นตัวที่ยอดสบายยอดสุดยอดสุขถ้าเรียกอย่างโล่งๆก็วันศุกร์หรือยิ่งกว่าสุขเป็นตัวสันติเป็นตัวสงบเป็นตัวระงับเป็นตัวที่ทำให้ได้อยู่ใกล้เราที่สุดใกล้ชีวิตมันจะต้องมีส่วนที่จะต้องใช้กันเรียกว่าใกล้กันเคียงกันอยู่ด้วยกันตัวที่ตั้งลงแล้วเพราะฉะนั้นตั้งลงแล้วตัวใดที่สามารถตั้งลงได้เป็น เยอะที่สุดเรียกว่าตัวนั้นแหละเป็นตัวที่หรือว่าดีเป็นตัวอย่างยิ่งเป็นตัวสำเร็จที่เยี่ยมยอดไว้ที่เราพอจะต้องมีตัวเกิดอยู่ในสถานะที่เรายังไม่ตายยังไม่ตายจริงจะโดยสมมุติโดยอะไรก็ตามเราก็จะต้องทำให้ได้เสมอคืออยู่ใกล้ตัวที่ยอดที่สุดเป็นเยี่ยมที่สุดอยู่กับตัวที่ยอดเยี่ยมที่สุดนี่แหละเสมอๆดูยอดเยี่ยมที่สุดตัวอะไรอ่ะที่เราแสวงหาก็คือความสงบคือความระงับคือความหยุดจนได้เป็นตัวเหยียบยอดที่สุดที่เราแสวงหาแล้วก็ทำให้ได้จิตตัวนั้นอ่านให้ชัดแล้วก็ ความรู้มันไม่ชัดอยู่ใกล้ตัวเราเสมออยู่ไหนก็อยู่ด้วยอยู่ไหนก็อยู่ด้วยแล้วใช้ได้เสมออุปสมะใช้ได้เสมออีตัวนี้เกิดอยู่กับดาวจะมีตัวนี้เกิดอยู่กับเรามีอะไรเกิดที่เป็น แล้วเราก็จะอยู่กับอุปสรรคนี้ไปอย่างนี้แหละแล้วก็เป็นตัวสงบเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดได้นิพพานมาแล้วได้จิตที่เป็นนิพพานมาแล้วก็เอานิพพานนี้ไว้ใกล้ๆตัวอย่างนิพพานอะไรแว๊บก็อยู่กันนิพพานเอาเลยเอานิพพานนี้มาใช้แทนเสมออะไรที่มันไม่ดีมันเกิดทุกข์ร้อนมันเกิดลำบากอะไรปั๊บก็มาอยู่ที่สงบพี่เสมอกลับมาอยู่ที่สงบที่ทันทีผู้มีความสามารถอย่างนี้ผู้มีสติและระลึกรู้จิตที่มันเรียกว่าอุปสมบทที่เรียกว่านิพพานหรือจิตที่เรียกว่าสุดยอดสงบนี้แล้วก็เอามาใช้ได้ทันทีพวกนั้นก็กำไรคนนั้นก็ไปพูดที่แน่นอนสบายอนุสติ 10 ปีบริบูรณ์พุทธานุสติกล พุทธะได้อะไรพระพุทธเจ้าก็ได้อันนี้ธัมมานุสสติคำสอนต่างๆสอนอะไรสอนมาก็พูดให้ได้อันนี้สังฆานุสสติปู่สงฆ์ทั้งหลายแหล่หรือว่าความสำเร็จลงในที่จะขยายขอบเขตออกไปเป็นก้อนเป็นหมู่ใหญ่ต้องการอะไรก็ต้องการอันนี้ระลึกถึงอันนี้หัดเข้าตั้งแต่มีศีลเป็นสีลานสติขาดเข้าจนกระทั่งสามารถสละสิ่งที่ควรสละออกไปได้เป็นยาทาด้วยสติทหารเข้าไปสุดก็ไปเรื่อยๆสูงขึ้นสูงขึ้นเกินกว่าเทวดาและสติและก็จะมีความรู้แทรกซ้อนเข้าไปถึงมรณานุสติซึ่งสิ่งที่เด็กตายสนิทแล้วไปอย่างไรมีอย่างไรชัดเจนหรือย้อนก็รู้ไอ้ที่จำได้ เอออันนั้นแต่ก่อนเคยมีที่ดาวเดี๋ยวนี้ที่เราไม่มีแล้วตายสนิทแล้วดับสนิทแล้วหมดแล้วก็รู้ได้อาณาเขตของสิ่งที่เป็นไปได้เลยว่าอานาปานสติระลึกย้อนดูหน้าขอบเขตของชีวิตขณะนี้มีชีวิตอยู่อย่างไรเป็นชีวิตที่อิสระแค่ไหนถูกๆไว้มากหรือถูกปลูกไว้น้อยแต่ก่อนนี้ถูกผูกไว้มากเยอะแยะไม่อิสระเลยเดี๋ยวนี้หลุดพ้นมาได้ถูกปลูกไว้น้อยเหลือเกินสิ่งที่มันถูกปลูกไว้เราจะฆ่าตายไปหมดแล้วที่มันมาผูกเราหรือว่าเราไปติดมันอะไรก็ตามแต่จะอธิบายโดยพรรษาหรือฝนมาได้แม้ที่สุดปลายก็ตายสติดังกล่าวแล้วที่อธิบายไปแล้วเพราะสิ่งใดมันยังเป็นไปอยู่จะเป็นไปโดยยังมีเชื้อ เลวหรือว่าเป็นไปโดยหมดความเลวอย่างหยาบใหญ่แค่ไหนอย่างชัดเจนแค่ไหนเราก็เป็นคนอยู่อย่างเดิมเป็นผู้ที่มีกายอยู่อย่างเดิมแล้วก็มีจิตอยู่อย่างเดิมแต่จิตของเราเปลี่ยนไปกายของเราก็จะเปลี่ยนไปด้วยกายของเราจะเปลี่ยนไปในทางที่บริบูรณ์ไม่ได้เปลี่ยนไปในทางที่เลวร้ายอะไรจิตใจของเราบริบูรณ์กายบริบูรณ์ตามได้อย่างแท้จริงจนกระทั่งถึงอุปสมานุสสติระลึกถึงนิพพานได้อยู่เสมอมีนิพพานอยู่ใกล้ตัวเราแล้วเราก็มีชีวิตอยู่ด้วยนิพพานเป็นที่สุดอนุสติสิทธิถึงนิพพานด้วยประการอย่างนี้เอามาใช้ได้นี่เขาพระพุทธเจ้าสอนอนุ 40 นี่สอนอยู่ทีเดียวให้ระลึกให้เอามาใช้ให้ได้ผล ราชินีลองฟังดูที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ในสูตรต่อไปถ้าทรงธรรมผู้มุ่งร้ายให้แพ้ภัยตัวเองผู้ที่มุ่งร้ายมีแม้กระทั่งพระพุทธเจ้าหรือศาสนาเราก็มีผู้มุ่งร้ายผู้ที่เขายังไม่เข้าใจเขานึกว่าเราจะไปทำร้ายทำเลวอะไรขึ้นเราไม่ได้ไปทำร้ายทำเลวแต่มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขาอาจระแวงเมื่อเขารักสิ่งที่เขารักเขาก็ไม่อยากให้เราไปแก้ไขหรือไปยกใหญ่ของเขาหรือไปอะไรก็ตามแต่เป็นเรื่องของอำนาจกิเลสมันก็เป็นจริงเขาก็จะยังมุ่งร้ายเราได้อยู่แต่เราก็ไม่เป็นไรเราก็พยายามแก้ไขนี่เป็นอุบายนึงครับ หาท่านผู้กล้าพูดนักบวชนิชพลคนหนึ่งชื่อว่าอัคคิเวสสนะท่านสำคัญว่าอย่างไรในข้อที่ท่านกล่าวว่ารูปเป็นตัวตนของเราดังนี้ขออำนาจของท่านอาจจะเป็นไปได้ในรูปนั้นว่ารูปจงเป็นอย่างนี้อย่างนี้เถิดอย่าได้เป็นอย่างนั้นเลยดังนี้หรืออาทิตย์เวทนาเนี่ยมันยกลูกยังไงก็ไม่รู้เรื่องสำคัญสำคัญว่ารูปเป็นตัวตนของเราพระพุทธเจ้าก็เลยถามว่าอำนาจของท่านจะเป็นไปได้ยังไงในรูปรูปจงเป็นของเราอย่างนี้อย่างนี้รูปอย่างนี้ก็ต้องเป็นของเราอย่างนี้อย่าเสือกสลายอย่าเป็นยังไงไปเนี่ยมันจะเป็นไปได้ยังไง สัจจะกับอัคคีเวทนาได้นิ่งเฉยเสียจงถามถึง 3 ครั้งจึงได้ทูลตอบว่าข้อนี้ไม่เป็นอย่างนั้นดอกพระโคดมพระนักบวชสมัยก่อนเขารู้คำว่าดูฟังคำว่าอะไรภาษาบาลีเขานี่รู้แต่ทีนี้มาแปลเป็นภาษาไทยแล้วเดี๋ยวนี้คำว่ารูปนี้มันมีความหมายกว้างเกินไปสมัยก่อนมันแค่มันเข้าใจได้เดี๋ยวนี้มีมากขยับขยายอะไรพูดกันไม่ค่อยรู้เรื่องทีนี้พอถามที่เวทนาเนี่ยเขารู้ว่ามันไม่จริงอ่ะถ้าบอกว่ารูปอย่างนี้หรือว่าสิ่งเหล่านี้ส่งไว้อย่างนี้แล้วจะต้องเป็นอย่างนี้นะตั้งมั่นนะไม่เสื่อมคลายไม่ลดถอยเลยไม่เปลี่ยนแปลงนะไม่มีเสื่อมไม่มีแกจะเป็นไปได้เหรอหรือว่าต้องการให้ได้อย่างนี้ตามใจชอบอย่างนี้ก็เป็นที่กำหนดไว้แล้วเนี่ยจะต้องได้อย่างนี้นะเป็นอย่างนี้นะไม่เป็นอย่างนี้ไม่ได้นะสำหรับเอาได้ แล้วไปยืนยันเอาได้เหรออาทิตย์นี้น้าก็รู้ได้นะว่ามันไม่ได้มันเป็นอย่างนั้นหรอกท่านจงใคร่ครวญใคร่ครวญแล้วจึงกล่าวแก้คำหลังของท่านไม่เข้ากันได้กับคำกลอนคำกลอนไม่เข้ากับคำหลังเสียแล้วอัคคิเวสสนะรูปเที่ยงหรือไม่เที่ยงไม่เที่ยงสักโคนมพระพุทธเจ้าท่านตรัสเตือนซะก่อนว่าคิดให้ดีนะผักชนิดแรกคำแรกที่ท่านบอกว่ารูปน่ะเป็นตัวตนของเราเป็นอย่างนี้จะต้องได้อย่างนี้เพราะตอนหลังท่านซัดเข้าพระพุทธเจ้า พันเตือนแล้วนะกลับไปกลับมาแล้วนะไม่จริงแล้วนะนี่เป็นแต้มแพ้แล้วนะถ้าพูดกันอย่างคนก็บอกว่าวันนี้เป็นแต้มแพ้แล้วนะพูดไม่จริงแล้วเห็นไหมแล้วก็ตัดถามต่อไปว่ารูปที่หรือไม่เที่ยงไม่เที่ยงปรากฏออกตอนนี้ก็ยอมแพ้พอฉันเตือนอีกทีย้ำอีกทีก็กลับตอบว่าไม่เที่ยงแล้วแต่ก่อนนี้ว่าลูกเป็นของตัวตนของเราเป็นสิ่งที่จะต้องเป็นไปได้เราอยู่เหนือมันเราจะต้องเอาชนะมันได้เราจะต้องเป็นไปอย่างนี้อ่าสมมติว่าพระองค์ก็ตัดถามว่าเที่ยงหรือไม่เที่ยงตอนนี้ก็ตอบว่าไม่เที่ยงผักที่เป็นสุนัขสิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นต่อทุกข์หรือสอบทุกคนสิ่งใดที่ไม่เที่ยงหมั้นหมายเอาไม่ได้ยื้อแย่งเอาเป็นจริงเป็นจังไปทีเดียว เราไม่กำหนดอะไรเที่ยงแล้วไม่กำหนดอะไรไว้จะต้องสมใจเราทุกอย่างถ้าเราไปกำหนดอะไรว่าจะต้องเอาให้ได้สมใจเราทุกอย่างอย่างนั้นก็แย่อย่างนั้นเราก็จะต้องทุกข์เพราะมันจะไม่ได้เพราะมันจะไม่เที่ยงหมายที่ว่าดังนั้นเพราะ LINE LINE เบียร์เข้ามาสิ่งนี้ไม่เครียดไม่ได้ดั่งใจเนี่ยไม่ได้สมใจเนี่ยมันจะต้องทุกข์จริงๆคนเห็นอย่างนั้นแล้วก็ไม่มีปัญหาเพราะฉะนั้นแม้เราจะเพ่งวันนี้ดีแต่ถ้าเจตนาดีจะทำวันนี้ให้ได้ดั่งใจคิดเข้าและเป็นตนแล้วทำไมไม่ได้ดีดังนี้เราจะโกรธอึดอัดขัดเคืองเลยมานะมันใหญ่จริงๆจิตมันเอาเงินจริงๆ ถ้าๆที่เราเห็นว่าถูกก็ดีและให้ถูกให้ดีด้วยก็ไม่เที่ยงไม่เที่ยงนะว่าเราจะเอาไปใช้ได้ตลอดทั้งหมดจะต้องเด็ดขาดทั้งหมดไม่ใช่อย่าไปยึดจากนั้นก็ยึดอย่างนั้นเรายังทุกข์เราจะต้องอึดอัดขัดเคืองแล้วเราจะต้องรุนแรงต่อไปในต่อไปด้วยเพราะฉะนั้นอ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน