190229-K พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอนที่ประทับนั่งนอนของพระองค์-พ่อท่าน-แดนอโศก-R019.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ (ปี 18-19 รวม 14 ตอน) MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์154 KB
วันที่แก้ไข3 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ในลำดับต่อไปนี้พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้ร่วมธรรมะแก่นักบวชชาวที่พุทธสถานแดนอสูรได้บรรยายจากพุทธประวัติจากพระโอษฐ์อันนี้หัวข้อย่อที่ประทับนั่งนอนของพระองค์ทรงเป็นสมณะสุขุมารนอกจากนี้ก็ยังเน้นเกี่ยวกับสภาวะธรรมระดับจิตในจิตเน้นเทพสำหรับองค์ 8 แล้วก็พระพรหม 16 ชั้นถ้าเรามาฟังธรรมะที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ในพระไตรปิฎกบ้างแต่เราก็จะได้อธิบายประกอบกันไปเก็บที่เราได้เป็นอยู่กันไปฝึกฝนกันเราจะได้ยืนยันแน่ชัดเข้าใจเพิ่ม แผนที่ประทับนั่งนอนของพระองค์เราเข้าใจความหมายแล้วว่าที่ประทับนั่งนอนของพระองค์แม้พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้เป็นเน้นเอาที่วัตถุเน้นเอามาทำเป็นจะเป็นยังไงก็ลองฟังดูพราหมณ์ที่นั่งสูงที่นอนใหญ่ทั้งหลายเหล่าใดคือเตียงเท้าสูงบัลลังก์ผ้าคอเทาขนยาวอะไรต่ออะไรอีกมีเยอะนะนี่ละไว้ในฐานที่สนใจจนกระทั่งตลอดถึงที่นอนมีหมอนข้างแดงทั้งสองข้างรวม 20 ชนิดที่นิยมเป็นของสูงในยุคนั้น อันนั้นฉันขอหาได้ยากสำหรับบรรพชิตอีกประการหนึ่งครั้นได้มาแล้วก็ย่อมไม่สมควรแก่การบริโภคพร้อมที่นั่งสูงที่นอนใหญ่ 3 ชนิดที่เราหาได้ง่ายไม่ลำบากไม่ฝืดเคืองในบัดนี้สารชนิดคืออะไรเล่าคือที่นอนคือที่นั่งสูงที่นอนใหญ่อันเป็นทิพย์อันเป็นพรมและเป็นอริยะถ้าเราไม่เข้าใจคำว่าที่นั่งที่นอนเนี่ยซะก่อนคำว่าที่นั่งที่นอนจะแปลมาจากภาษาอะไรภาษาบาลีว่าอะไรผมไม่ได้ตรวจบาลีนะ แต่ผมมาเดี๋ยวผมเข้าใจแล้วว่าไม้เอาอะไรในที่นี้เนี่ยเราเทียบโลกกับเทพธรรมทางโลกเขาจะมีความสุขได้เขาจะต้องพรั่งพร้อมไปในองค์ประกอบที่ประกอบไปด้วยวัตถุเป็นหลักเพราะฉะนั้นเขาจะนอนมีสุขเนี่ยถ้าวัตถุเป็นหลักแล้วเขารู้สึกว่าเขาจะมีความสุขถ้าที่นั่งที่นอนที่เป็นรูปวัตถุออกมาเป็นรูปเตียงสูงเท้าใหญ่มีเป็นรังแล้วมีผ้าโชว์ประกอบมีออกไปด้วยมีสีแดงสีชมพูอะไรอ่ะที่ว่ายาวไปก่อนเนี่ย

อ่านต่อ

อันนี้มันทีหลังนะมีอะไรจะรายยาวไปจนกระทั่งหมอนข้างสีแดงเนี่ยมีเวลาคนสัตว์ชนิดยาวคือองค์ ทำด้วยขนสัตว์ได้เครื่องราชคนตัดมีดอกกลุ่มก้อนมีคู่กันสูงค่าทำด้วยหนังชะมดมีเพดานหรือจิตมีหมอนแดงทั้งสองข้างมีลงท้ายด้วยอันมีหมอนแดงทั้งสองข้างซึ่งประกอบไปด้วยอะไรต่างๆนานาว่างั้นเถอะที่บรรดาเขาจะนิยมชมชอบกันในแต่ละยุคแต่ละสมัยหรือว่าสมัยใดที่มีอะไรที่มันโฆษณากันยั่วยุกันแล้วก็ไปยึดติดกันเขาก็จะเอาวัตถุหรือเอาสิ่งประกอบวันนั้นแหละมาประกอบกันว่าการจะนอนจะต้องประกอบไปด้วยความมากมวลมีอะไรต่ออะไรที่จะต้องขอเพิ่มก็ไปให้บริบูรณ์อะไรก็ถือว่าเขาจึงจะนอนเป็นสุขแล้วเราจึงจะนอนอย่างเยี่ยมละอย่างที่ พูดง่ายๆแต่พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้หมายเอาอย่างนั้นการนอนการนั่งการจะนั่งการจะนอนหรือการจะพักจดหมายท่านไปถึงโน้นถึงกาญจนบุรีจะพักไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสุขได้ด้วยเตรียมสูงบัลลังก์มีเครื่องผ้าก็เทามีหมอนข้างแดงมีอะไรอะไรกลุ่มก้อนสีวิจิตรอะไรต่ออะไรหุ้มเป็นหนังชะมดชะมดอะไรมันไม่เกี่ยวกันเลยถ้าเราฟังกันดูท่านบอกว่าที่ท่านเป็นสุขได้การนั่งการนอนที่เป็นสุขเราอย่าไปหมายเอาที่เลยแต่ทีนี้ไม่น่าจะหมายเอาไว้ที่นั่งที่นั่งสูงหรือที่นอนใหญ่ไม่ใช่ นั่งสูงการนั่งอาการนอนใหญ่หรือการนั่งที่ดินมีคุณภาพใหญ่การนอนที่มีคุณภาพมากคุณภาพใหญ่เพราะสภาพที่พักนั่งก็คือพักนอนก็คือพรรคนั่นคือการพักชนิดหนึ่งที่พักในขั้นตอนหนึ่งนั่งมันไม่นั่งมันไม่ได้พักอย่างละเอียดหรือว่าพักอย่างแนบเนียนถึงขนาดนอนถ้านอนแล้วพักแนบเนียนมีชั้นเชิงสูงกว่าการนั่งนั่งพักพอสมควรนะถ้าเดินถ้ายืนนี่ก็ยังมีบทบาทที่มากกว่าที่ต้องใช้แรงมากกว่าเพราะเป็นการนั่งคอยชั่วพอเป็นการนอนก็ยิ่งพระไปมากกว่านั้นหมายเหตุการณ์พักเป็นขั้นตอน พระพุทธเจ้าท่านก็ไล่ขั้นตอนของท่าน 3 ขั้นตอนท่านบอกว่าสารชนิดเป็นการนอนของท่านในนี้บอกพราหมณ์ที่นั่งสูงที่นอนใหญ่ 3 ชนิดที่เราหาได้ง่ายไม่ลำบากไม่ฝืดเคืองปัญหาได้ง่ายไม่ลำบากไม่ฝึกจริงที่สุดท่านทำเอาแล้วก็ไม่ลำบากไม่เคยเคืองอยู่ที่ไหนก็อยู่ได้เพราะว่าจะไปบอกว่าที่นั่งที่นั่งสูงที่นอนใหญ่มันฟังแล้วมันเหมือนกับเป็นวัตถุคำว่าที่ที่ๆๆถ้าฟังว่าการการนั่งสูงการนอนใหญ่หรือว่าการนั่งใหญ่การนอนใหญ่อะไรก็ตามแต่มันน่าจะแปลว่าอย่างนั้นความในโลกนี้เราเข้าอาศัย บ้านหรือนิคมใดอยู่หมายความว่าขณะใดที่ท่านไปอาศัยที่บ้านในนิคมใดอยู่ทำงานก็ตามจะอยู่ที่ธรรมดาก็ตามอยู่ในนิคมอยู่ในบ้านเวลาเช้าคลองจีวรเที่ยวไปบิณฑบาตในบ้านหรือนิคมนั้นครั้นเวลาหลังอาหารกลับจากบิณฑบาตแล้วเที่ยวไปตามแนวป่าเมื่อเวลาท่านอยู่ในบ้านอยู่ในนิคมท่านก็ทำงานอะไรอยู่ในบ้านใช้เวลาหลังอาหารหรือเวลากลับจากบิณฑบาตเวลาท่านจะออกไปในป่าที่ออกไปในตามราวป่าที่วัดคำว่าแบ่งเวลาไปทำงานกับเวลาพักในขณะนี้ถ้าเข้าใจไม่ตลอดแล้วก็ฟังดูคล้ายๆกับว่าพระ มาในนิคมแล้วก็ออกป่าบิณฑบาตเสร็จก็ออกป่ามาดูแล้วฟังสับสนว่าเราเข้าอาศัยในบ้านมาแล้วก็ออกป่าพระพุทธเจ้าก็เลยจะไม่ทำงานทั้งๆที่เข้ามาในบ้านกินแล้วก็ออกปากฟังดูแล้วก็ที่พระพุทธเจ้าท่านทำงานมากมายแต่ว่ายังไงถึงออกป่าแต่ไม่อันนี้ไม่ได้พูดหมายถึงงานอันนี้แปลออกมาจากภาษาบาลีตามความเข้าใจของคนแปลหมายความว่าถ้าจะหมายถึงพูดถึงเรื่องตอนพักไอ้นี่พูดแล้วว่าตอนนั่งหรือนอนป๊าก็ต้องการพักไงทีนี้การพักอย่างไรพรรคเป็นสุขพระพุทธเจ้าก็บอกเราพักเป็นสุขใน 3 ชนิดเรามีการพักเป็นสุขใน 3 ชนิด เรานั้นวัตถุใดมีอยู่ในที่นั้นที่นั้นจะเป็นหญ้าหรือใบไม้ก็ตามฆ่ามาแล้วนั่งคู่บัลลังก์ตั้งกายตรงดำรงสติเฉพาะหน้าเราไม่ยากอะไรลงที่นั่งที่นอนสูงใหญ่หรืออะไรต่ออะไรเราไม่ยากนั่งเข้าไปในป่ามีหญ้ามีอะไรมารองรับแล้วก็นั่งลงเอามารองเล็กน้อยนั่งทับทีนี้มันก็ไม่ได้สำคัญที่ย่าด้วยมีอะไรก็ได้หมายความว่างั้นน่ะมีอะไรก็ได้ค่ามาดึงมาแล้วก็มาใช้นั่งคู่บัลลังก์ตั้งกายตรงดำรงสติเฉพาะหน้าอันนี้สิเป็นจุดเริ่มต้นว่าถ้าจะพักเรานั้นสงัดจากกามและอกุศลธรรม นี่เป็นบทเลยเป็นบทเริ่มต้นย่อมเข้าถึงฌานที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 อันไม่มีทุกข์ไม่มีสุขมีแต่สติอันบริสุทธิ์พระอุเบกขาแล้วแลอยู่พร้อมพร้อมคณะเมื่อเป็นอยู่อย่างนี้ถ้าเดินอยู่ฟังดูดีๆนะฟังแล้วชนกันอีกเมื่อกี้บอกว่ามันนั่งดำรงสติคงมั่นใจลองดูนะเมื่อกี้บอกว่าฆ่าหญ้ามารองนั่งแล้วก็นั่งลงสติคงมั่นใจตามทั้งหลายแหล่เป็นทานไม่มีทุกข์ไม่มีสุขเสร็จแล้วพอมาต่อมาอีกคุณเจ้าทางเราขณะนั้นเมื่อเป็นอย่างนี้ถ้า เมื่อกี้ก็วันนั่งแล้วก็มาเป็นชายเพราะว่าทานอะไรกันแน่นะทานหอยท่าเดินอยู่ในสมัยนั้นสถานที่ตรงนั้นก็ชื่อว่าที่จงกลมทิศท่ายืนอยู่สถานที่ตรงนั้นในสมัยนั้นก็ชื่อว่าที่ยืนอันเป็นทิพย์ถ้านั่งอยู่สถานที่ตรงนั้นในสมัยนั้นก็ชื่อว่าอาสนะทิพย์ถ้าสำเร็จการนอนอยู่สถานที่ตรงนั้นในสมัยในสมัยนั้นก็ชื่อว่าที่นอนอันเป็นทิพย์รามนี่แหละที่นั่งนอนสูงใหญ่อันเป็นทิพย์ซึ่งในบัดนี้เราหาได้ง่ายไม่ลำบากฝืดเคือง แท้จริงก็ที่จะหมายเอาเนี่ยขอคนแปลคำแปลติดมาหมดเลยว่าถ้าเผื่อว่าจะทำทานแล้วเราก็จะต้องนั่งตั้งกายตรงดำรงสติคงมั่นเฉพาะหน้าวันนี้จะมีอยู่ในบาลีหรือไม่ไม่รู้แต่ว่าแปลจะติดมาด้วยหรือจะมีในบาลีด้วยก็ไม่รู้แต่เอาเถอะถึงยังไงก็ต้องเข้าใจได้ว่าจะทำฌานทีนี้ไอ้บทที่จะทำทานก็ดีถ้าเผื่อว่าจะบอกว่าทำทานพระพุทธเจ้าไม่ได้หมายเอาว่าจะนั่งท่าเดียวแค่นี้ก็บอกแล้วว่าธรรมดาเป็นธรรมดาจะเดินอยู่ก็เป็นคลิปต้นไม้แล้วบอกว่าการนอนของท่านหรือการนั่งที่สูงใหญ่เหมือนกันมี 3 ประการหนึ่งเป็นคลิป 182 เป็นพรหม 3 เป็นอริยะมี 3 ชนิดมีชนิดที่ 1 มีเป็นคลิปแล้วเป็นที่ประวัติสงัดจากกามและอกุศลธรรมทั้งหลายท่านพยายามเพ่งก็ไปหาจุดติดให้ชัดเลยว่าตอนนี้ตอนแรกสงัดจากกามสงัดจากอกุศลธรรมแต่ขั้นที่ 1 รายละเอียดดังนั้นอันนี้เป็นคลิปเรียกว่าการนอนหรือการพักที่เป็นคลิปและขั้นที่ 1 จะเดินอยู่ก็เป็นคลิปแล้วเป็นชนิดหนึ่งจะยืนอยู่ก็เป็นคลิปแล้วจะนั่งจะนั่งก็เป็นคลิปแล้วแต่ว่าอาจเป็นอาทิตย์เลย รู้จักสำเร็จการนอนอยู่ณสถานที่ตรงนั้นก็เรียกว่าเป็นทิพย์ด้วยอันที่ 2 ต่อมาก็บรรยายเหมือนกันแหละทีนี้มีข้อแตกต่างกันตรงนี้สองเรานั้นผูกแผ่ไปสู่ทิศที่ 1 นะไอ้พวกนี้เหมือนกันคือในโลกนี้เขาอาศัยบ้านเรือนนี้คงเวลาเช้าโคจรบิณฑบาตอะไรเหมือนกันเรานั้นวัตถุใดมีอยู่ในที่นั้นจะเป็นหญ้าหรือใบไม้ก็ตามฆ่ามาแล้วนั่งคู่บัลลังก์ตั้งกายตรงดำรงสติเฉพาะหน้าเหมือนกับเมื่อกี้เรานั้นแผ่ไปสู่ทิศที่ 1 เมื่อกี้นี้สงัดจัดการเป็นชาว 1 2 3 4 นะ 2 เรานั้นแผ่ไปสู่ทิศที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เรื่องทั้งเบื้องบนเบื้องต่ำเบื้องขวางทั่วทุกทางเสมอหน้า ตลอดโลกทั้งปวงที่มีอยู่ด้วยจิตอันประกอบด้วยเมตตาอันไพบูลย์ประกอบด้วยคุณอันใหญ่หลวงไม่มีประมาณไม่มีเวรไม่มีพยาบาทด้วยจิตอันประกอบด้วยกรุณาไพบูลย์ประกอบด้วยคุณอันใหญ่หลวงไม่มีประมาณไม่มีเวรไม่มีพยาบาทด้วยจิตอันประกอบด้วยมุทิตาอันไพบูลย์ประกอบด้วยคุณอันใหญ่หลวงไม่มีประมาณไม่มีเวรไม่มีพยาบาทด้วยจิตอันประกอบไปด้วยอุเบกขาอันไพบูลย์ประกอบไปด้วยคุณอันใหญ่หลวงไม่มีประมาณไม่มีเวรไม่มีพยาบาทหมายความว่ามีกรมธรรม์ทั้ง 4 อ่ะมีเมตตากรุณามุทิตา อุเบกขาจิตในขณะนั้นนอกจากเป็นชั้นวางเฉยอยู่ด้วยวิตกวิจารณ์ปิติสุขอุเบกขาแล้วก็ยังเป็นสภาพของจิตที่มีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาอีกด้วยพราหมณ์เราขณะเมื่อเป็นอยู่อย่างนี้ถ้าเดินอยู่ในสมัยนั้นสถานที่นั้นชื่อว่าที่จงกลมถ้ายืนอยู่ในสมัยนั้นสถานที่นั้นก็ชื่อว่าที่ยืนพรมถ้านั่งอยู่ในสมัยนั้นที่นั้นก็คือว่าอาสนะพรมผ้านอนอยู่ในสมัยนั้นสถานที่นั้นก็ชื่อว่าที่นอนพรม รามนี่แหละที่น้องที่นั่งนอนสูงใหญ่อันเป็นพรมซึ่งในบัดนี้เราหาได้ง่ายไม่ลำบากสุดเคืองเลยเนี่ยอันที่ 2 อันที่ 3 ก็ขออ่านตรงที่มันแตกต่างกันเท่านั้นที่ต้องการแล้วก็เรานั้นย่อมรู้ทั่วถึงอย่างนี้ว่ายอมรู้ทั่วถึงถ้าเกิดปัญญานั้นเองย่อมรู้ทั่วถึงอย่างนี้ว่าราคะเราได้ขาดแล้วถอนขึ้นทั้งรากแล้วทำให้เหมือนป่าต้นตาลขาดที่คอแล้วทำให้มีไม่ได้อีกแล้วเป็นสิ่งที่ไม่อาจเกิดอีกต่อไปเป็นธรรมดา ว่าโทรศัพท์เราละได้ขาดแล้วถอนขึ้นทั้งร่างแล้วทำให้เหมือนต้นตาลขาดที่คอแล้วทำให้มีไม่ได้อีกแล้วเป็นสิ่งที่ไม่อาจเกิดอีกต่อไปเป็นธรรมดาและว่าโมหะเราละเด็ดขาดแล้วถอนขึ้นทั้งรากแล้วทำให้เหมือนต้นตาลขาดที่คอแล้วทำให้ไม่มีไม่ได้อีกแล้วเป็นสิ่งที่ไม่อาจเกิดอีกต่อไปเป็นธรรมดาดังนี้พราหมณ์เราขณะเมื่อเป็นอย่างนี้ถ้าเดินอยู่ในสมัยนั้นสถานที่นั้นก็ชื่อว่าที่จงกรมอนุรักษ์ตอนนี้เป็นอริยะถ้ายืนอยู่ในสมัยนั้นสถานที่นั้นก็ชื่อว่าที่ยืนอริยะถ้านั่งอยู่ในสมัยนั้นสถานที่นั้นก็คือว่าอาสนะอริย ท่านอนอยู่ในสมัยนั้นสถานที่นั้นก็ชื่อว่าที่นอนอริยะพราหมณ์นี่แหละที่นั่งนอนสูงใหญ่อันเป็นอริยะซึ่งในบัดนี้เราหาได้โดยง่ายไม่ลำบากฝืดเคืองเลยเพราะฉะนั้นจุดรวมก็หมายเอาว่าเขาจะมาพระพุทธเจ้าเนี่ยมีจุดพักโรงทานทรงพรหมวิหารและที่สุดแห่งกิเลสทั้งปวงก็คืออัศวินมันเองที่สุดแห่งกิเลสทั้งปวงถอนขึ้นทั้งรากหมดทั้งราคะโทสะโมหะเป็นที่สุดอย่างนี้เป็นเรียกว่าอริยะเลยถ้าแค่ว่าวิชาญก็เป็น สุขาวิหารธรรมเป็นพิพิธภัณฑ์สุขาภิบาลคือปราศจากเอ่อปราศจากกามสกัดจากการและอกุศลธรรมใช้วิจิตรนะผ่านเนี่ยรูปประชาชนผู้บัญชาและลูกผู้ชายมันจะเป็นทรงเพราะฉะนั้นแม้แต่ว่าใครยังสบายไปยึดความสบายในฌานทั้ง 4 นี่ถ้าไม่ได้จัดถึงอรัญแต่ถึงแม้ไม่ตัดถ้าเราเข้าใจสภาวะที่ผมเคยอธิบายผ่านมาแล้วว่าสุดท้ายว่านั้น คืออะไรสุทธาวาสทั้ง 5 สภาวะทั้ง 5 คือพรหมจะมีเมตตาพรหมกรุณาพรหมมุทิตาพรหมอุเบกขาพรหมจะเทียบเคียงให้ฟังเลยมาแต่ต้นแล้วตั้งแต่พระวิหารอันดับปลาสีนี้เที่ยวโดยเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาสวดอรรคพลละเอียดที่เหลือทุเรียนทุเรียนไม่ว่าส่วนไหนของเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขายึดเอาเป็นดีไม่ได้หลงผิดหวังดีในเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาไม่ได้สวดละอองธุลีอะไรเหลือรู้ดีแต่ไม่ใช่จิตดี มัสยิดเอาดีเศษเหลือเท่าไหร่ก็ไม่เอานี่เป็นเรื่องของสุภาษิต 5 เหมือนกันสภาวะ 5 หรือเป็นพรหมขั้นสูงสุดอาจไปพร้อมขั้นสูงสุดเพราะรักขนาดรูปปกครองถ้าเราจะเอารูปทรงกลมมาอธิบายซ้อนอยู่ในรูปอบรมนั้นผมก็เคยอธิบายให้ฟังแล้วเอารูปปกครองอธิบายสอนอยู่ในรูปทรงกลมก็ไม่น่าจะสงสารก็ไปอีกเลยรูปปกครองขึ้นไปถ้าเราไม่เอาเอาลูกผสมว่าเป็นผมละเอียดถึงใช้อาการสานันท์กายเย็ดกันนะไปจนถึงในวัดพระญาติ รูปการ์ตูนที่จะควรจะเรียกโดยที่ฐานะที่เรียกว่าอรูปก็ควรจะเป็นสุดท้ายว่าเขาเป็นคนชั้นสูงที่สุดในรูปปกครองเพราะฉะนั้นเราไม่ต่อนะอย่างที่เราอธิบายชม 16 ชั้นเราอธิบายตรง 16 ชั้นมีรูปปกครองมาถึงชนชั้นที่ 11 มาถึงโครงการฉันก็กินอาหารจะไปกินทหาร รวมเลข 16 เนี่ยแบ่งออกไปจากชมชั้นที่ต่ำๆตรงโน้นอีกผมจะต่ำกว่านี้อีกซุปเปอร์กินอาหารเวหาชราแล้วอัดสันดีอสัญญีเต็มที่ 11 และอีก 5 คือสุดท้ายพระวิหารกับปลาศึกษาว่าที่ท่านแบ่งแยกเอาไว้เป็นสุภาษิตเคยแปลให้ งวดสุดท้ายว่าหมายความว่าอาวาสที่บริสุทธิ์ถ้าว่าที่สะอาดสุดพระสุธินีอาวาสที่สะอาดสะอาดอีกแล้วแบ่งเป็นชั้นที่เรียกว่าว่างเบาบางสะขึ้นไปอีกบริสุทธิ์บางเบาขึ้นไปอีกจึงถือเป็นอรูปของทางนี้ได้เอาลูกของลูกกับผมทีนี้ก็เอารูปถ่าน 4 นี้มาเป็นอรูปพรหมหรืออรูปฌานอีกที่จริงมันไม่ต่อกันหรอกเอาไปต่อหางของ 16 ไว้ซื้อเป็น 20 เพราะต่างคนต่างอธิบายมาหลายแง่หลายชั้นหลายเชิงแล้วก็เลยเอามาต่อๆๆเขาก็เลยเยอะๆเยอะแยะเราจะเรียกว่าเอารูปไปทาน 4 อากาสานัญจายตนะพรหมไปจนถึงเนวัดพระยานางชมเนี่ย มิตรภาพต่อจากสุทธาวาสก็ไม่ได้ก็ไม่ได้เพราะว่าอกนิษฐานี่ถือว่ายอดสุดแห่งชมแล้วเหมือนกันประชาบาลต่อกับอธิบายเหตุผลพยายามเข้าใจถึงสภาวะแท้ๆให้ได้เพราะเนี่ยเราเข้าใจง่ายๆก็อันหนึ่งท่านอธิบายไปในเชิงที่ว่าเป็นคลิปก็คือในฐานะที่ได้ทานทำหน้าที่ผิดหวังที่เป็นพรมนอกจากเป็นคลิปที่สบายว่างเบาของเราแล้วยังมีเมตตาคุณยังมีส่วนปรุงแต่งขึ้น อธิบายให้มันเห็นชัดขึ้นมีส่วนที่ปรุงแต่งด้วยซ้ำไปนี่คุณงามความดีมีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาแต่ส่วนจบก็ไม่ตกที่อุเบกขาเหมือนกันนั่นแหละแต่ว่าถือว่าเป็นคุณงามความดีมีผลประโยชน์มีกรุณาทุกคนนะนี่กรุณาจิตศาสนาอยากให้ผู้อื่นดีกรุณากระทำลงมือทำเพื่อให้ผู้อื่นดีมุทิตาเมื่อผู้อื่นยินดีเมื่อผู้อื่นดีแล้วได้ดีแล้วก็มีสิทธิ์ยินดีด้วยคนที่ตาเมื่อคนอื่นได้ดีแล้วก็มีความยินดีด้วยและอุเบกขาแล้วก็ตัดไป วัฒนะจะเห็นบทบาทของเมตตากรุณามุทิตานี่เป็นงานของจิตเพิ่มขึ้นอีกลักษณะหนึ่งต่างกันจากวิตกวิจารณ์ปิติสุขจุดจบอยู่ที่อุเบกขาเหมือนกันจุดจบอยู่ที่อุเบกขาเหมือนกันลงจบอุเบกขาแตกต่างกันแตกต่างจากกันหน่อยพระท่านที่เรียกว่าจะบอกว่าถ้าเกิดขึ้นมาจากทริปมาเป็นพรมถ้าถือว่าทรงสูงกับทิศก็มีลักษณะมีประโยชน์ในโลกส่วนทิศนั้นคือสิ่งที่เราเป็นอยู่ วิจารณ์ปิติสุขเราอยู่ที่เราแต่ของเราอยู่ที่เราวิจารณ์มันก็เหมือนเมตตานั่นแหละที่เคียงข้างมีแต่วิจารณ์ก็เหมือนเมตตามีการดำริมีการคิดคิดก็พยายามคิดหาสิ่งที่เป็นกุศลถ้าเสริมสร้างให้ตนก็เป็นกุศลแก่ๆตนพระเมตตานี้เราแถมเราไปทุกทิศอย่างผู้พิการจะบอกแก่ไปทุกอาทิตย์เบื้องบนเบื้องล่างเบื้องขวาอะไรก็หมายความว่าเผื่อคนอื่นออกไปข้างนอกต้นถูกที่ไม่ใช่อยู่แต่ในตนเพราะฉะนั้นคุณงามความดีก็คือประโยชน์ท่านประโยชน์ท่าน ปิติสุขเทพที่เทียบคู่กับไปก็เมื่อเราได้ทำให้คนอื่นก็เป็นปิติแต่ควรจะเป็นอย่างนั้นพาไปตีมันเป็นของเราเองแต่ถ้าเป็นของผู้อื่นแล้วมันจะปิดปากไม่ใช่ผิดจริงถ้าทำให้แก่ผู้อื่นเราเรียกว่าปิดปากคือพ่อจิตตะนี่ก็คือบิดานั่นแหละปิดตาหรือบิดาบิดาเป็นพ่อคือเป็นผู้ให้เขาเป็นผู้สร้างจะติดตามว่าถ้าเป็นพรมเราก็ถือว่าเป็นสิ่งต่างหากเป็นผู้เป็นพระเจ้าเป็นผู้สร้างเป็นพ่อของเข้าใจเลยนะไม่ใช่โมเมนต์ฟังดีๆนะมันมีภาษาที่จะยืนเชื่อมโยงเหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าเป็นตัวเราเองดีกว่าปิติมันมีสิ่งเกิดอยู่ตัวเราเองนั่นแหละเกิดเองและสิ่งนั้นเป็นส่วนที่เรียกว่าดีหรือว่าเป็นสิ่งที่เรียกว่ามีตัวเกิดไม่ใช่ดับนะปิตินี้ไม่ใช่ดับเกิดแต่เป็นส่วนๆที่ยังเรียกว่าดีไม่ใช่นรกมักเขาพอเรารู้ว่าสภาวะนี้เราจะให้เกิดน่ะหรือเราจะกระทำกรุณากรุณาหมายความว่ากระทำเพราะฉะนั้นจะลงมือกระทำกระทำอะไรล่ะก็ต้องกระทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ถ้าเป็นประโยชน์ตนเหลือที่ตนเป็นของตนถ้าเป็นประโยชน์ก็ผู้อื่นมันก็เป็นกุศลกรรมเป็นความถึงพร้อมแต่ความเจริญ รถแม้กระทั่งไม่เป็นของตนแล้วก็เกิดสิ่งนั้นเป็นผลขึ้นมาในโลกด้วยแล้วก็กรุณาจนจบก็ไปจุดทรัพย์มุทิตาก็เป็นจุดรับสิทธิ์ภายในเป็นงานแล้วเสร็จมุทิตาก็ยินดีอยู่เฉยๆก็เป็นความสบายใจถ้ามันไม่ยินดีมันก็ต้องเท่ากันมันไม่บริสุทธิ์หรือว่ามันไม่สำเร็จหรือว่าไม่ดีลงไปด้วยเรายังไม่เห็นว่ามันดีแล้วหรือว่าจะต้องยินดีเราก็ต้องตั้งค่าผิดอีกหน่อยหรือว่าพิจารณาซ้อนลงไปอีกเออมันเสียยังไงมันไม่ดียังไงมันมีอะไรจะต้องวิเคราะห์อีกหรือทำมาวิจัยลงไปอีกมันก็ต้องมีงานจริงๆหน่อยมันก็หมดจบลงพอดี เป็นมุทิตาเป็นเออยินดีด้วยหรือในสภาพของจิตก็คือดีแล้วสบายแล้วสุขแล้วได้ว่างลงแล้วไม่ต้องต่อมีแนวโน้มลงไปข้างล่างโรงแรมสุขแล้วสบายเย็นก็ลงมาจบอยู่ที่วางเฉยลงไปเป็นอุเบกขาด้วยกันทั้งคู่สุดท้ายก็มาอยู่ที่จุดอุเบกขาด้วยกันทั้งคู่อันนี้เป็นสภาพของแง่มุมอธิบายซ้อนลงไปให้ฟังอีกว่าพระพุทธเจ้าท่านถือเอาว่าการพรรคของท่านหรือว่าอยู่ในสภาพที่เป็นประโยชน์ที่สูงสุดของท่านท่านอยู่แค่ไหนถ้าถ้าจะพักแล้วท่านมีทานอยู่ท่านจะเดินอยู่ทำงานอยู่ที่ทำงานด้วยซ้ำไปแต่ทำงานอยู่ได้แค่ของตนและก็มีจิตอยู่ขนาด ผมก็สวยขนาดนี้ยังไม่เกี่ยวกับคนอื่นในด้านรูปถ้าอยู่แค่นี้ท่านก็อยู่ในคลิปมีฌาน 4 ว่างอยู่มีพี่ตกลงการทำงานอยู่ด้วยมโนกรรมหรือมีจิตที่แผ่ไปว่าเราจะไปช่วยใครดีเมตตาไปทั่วทิศเราจะมีการทำงานอะไรขึ้นมาอีกดีมีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขานี้ยังไม่ทำงานนะหมายความว่ายังไม่ได้ทำแต่เป็นแค่มโนกรรมนี่เราเอาตัวพักหรือตัวนอนของท่านการพักการนอนหรือการนั่งการนอนของท่านแสดงมีจิตที่ยังเมตตาคิดจิตตกวิจารณ์หรือว่าทำประโยชน์ให้แก่ผู้ใดน้อดีหรือว่าจะสร้างอะไรขึ้นมาบ้างดีมีการคาดมีการคำนวณมีการชะนีมีการก่อไว้ดำริไว้เป็นสังคม ติดต่อมาทั้งตะโกอยู่คนเดียวก็ต้องมีได้ตำหนิอยู่นี่เป็นการพักแม้การพักของท่านก็เป็นอย่างนี้มีการพักนอนหรือพักหนึ่งเป็นทิศและเป็นร่มอาทิตย์นี้สูงสุดสูงสุดสูงสุดเลยทีนี้ท่านก็บอกว่าที่ของท่านไม่มีราคะไม่มีโทรศัพท์และไม่มีโมหะความคิดนี้ว่ามันคิดแล้วหรือว่ามันปรุงอยู่หรือมันจะตกแต่งหรือว่าจะมีเมตตากรุณามุทิตาอะไรก็ตามแต่มีวิตกวิจารณ์อะไรก็ตามแต่ดังกล่าวแล้วในจิตนั้นตรวจให้ละเอียดละออเลยไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของราคะโทสะโมหะสิ้นธุลี เส้นธุลีวัดตาลตัดแล้วที่คอขาดแล้วที่ขาดที่คอแล้วไม่มีกิเลสอะไรส่วนเหลือเลยอย่างนี้ท่านเป็นการนั่งการนอนอันสูงใหญ่ที่เป็นอริยะสุดฉลากสุดยอดฉลากแล้วในขณะที่ทำอยู่ในขณะที่เรามีวิตกวิจารณ์หรือมีเมตตาหรือมีอะไรต่ออะไรอยู่มีความคิดที่จะช่วยเหลือโปรไฟล์ไปทั่วทั้ง 4 ทิศ 6 ทิศ 7 ทิศมีการซักผ้ามีทั้งทั้งเบื้องบนเบื้องต่ำเบื้องขวางทั่วทุกทางเสมอหน้ากันตลอดโลกทั้งปวงที่มีอยู่จะแพ้ไปทั้งหมดเลยแห่ทั่วไปทั้งหมดท่านจะช่วยเหลือโปรไฟล์อยู่อย่างนี้แล้วท่านก็ตรวจ อะไรของท่านลงไปอีกว่าในใจของท่านนั้นไม่มีเนื้อกิเลสอะไรราคะไม่มีโทรศัพท์ไม่มีโมหะไม่มีเป็นผู้รู้จิตอันแน่ที่สุดแม้จะช่วยเขาแม้จะมีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาเท่าที่มันเป็นการเดินของจิตอยู่เนี่ยหรือจะมีที่ตกวิจารณ์มีกิตติสุขอุเบกขาอะไรอยู่ก็ตามท่านก็ถึงที่สุดแห่งการนอนหรือการพักแล้วจิตของพุทธตัวจริงนั้นคือการพรรคของพุทธตัวจริงนั้นจึงไม่ใช่ฝันดีฝันดีนะไม่ใช่สำลีไม่ใช่แบบนิโรธสมาบัติ พักได้ดับสุดสบายสุดไม่ใช่อันนี้เองเกจิอาจารย์จึงบอกว่าพระพุทธเจ้านอนแม้ท่านนอนท่านก็สอนเทวดานี่แหละแม้ท่านนอนท่านก็สอนเทวดาท่านก็อยู่เป็นอย่างพระพรหมเป็นน้ำมีอริยะความสุดยอดเป็นนามรูปที่เหลือทำงานอยู่เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าคิดถึงอาจารย์รุ่นมังกรและอธิบายว่าพระพุทธเจ้าที่แม้แต่นอนตั้งแต่สอนเทวดาคืออะไรและก็พักสบายของท่านแล้วและก็เกิดผล คำนวณดูว่าเออจะช่วยใครดีเพ่งไปทั่วทุกทิศตรวจโรคเสมอหน้ากันตลอดโลกทั้งปวงมีที่มีอยู่แผ่ไปทุกทั่วโลกตรวจที่เมตตาใครไปเหมาะสมอะไรเนี่ยแต่คำอธิบายเอามาจากพระสูตรเอามาจากสิ่งพวกนี้แหละจะเห็นได้ว่าพระพุทธเจ้านี่แน่นอนท่านก็สอนเทวดาแน่นอนก็ช่วยเหลือใครๆอยู่ว่าจะช่วยใครดีว่าจะเป็นยังไงไปจะหาเรื่องอะไรหรือว่าจะทำอะไรให้มันเกิดประโยชน์เกิดความถูกต้องเกิดความยินดีโดยความเจริญที่มันได้ใครสนใจจองวิมังสาเรียกว่าวิมังสาเป็นไปโดยควร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นจะไม่มีตัวพักไม่ใช่ฉันไม่รู้ว่าฉันดีไม่ฉันไม่รู้ว่าดับสูญดับได้ดับจนกระทั่งภาพสนิทเลยไม่ใช่ท่านไม่รู้ท่านก็รู้ท่านก็เข้าใจฉันถึงอธิบายผมได้หมดทุกท่านนั่นแหละอาศัยมีพรมให้อธิบายได้ไม่ประหลาดอะไรหรอกเพราะขนาดผมผมจะอธิบายได้ผมจะรู้จะเข้าใจยังสัมผัสได้ทำไมพระพุทธเจ้าท่านจะไม่รู้ฉันจะไม่เข้าใจฉันจะไม่สำคัญพระพุทธเจ้าท่านก็ยอมรู้ยอมเข้าใจยอมสัมผัสเช่นเดียวกันแต่ว่าท่านไม่ได้สรรเสริญหรือว่าไม่ได้เน้นให้ไปติดจุดนั้นไม่ได้สรรเสริญหรือไม่ได้เน้นให้ จุดจากสถานีแต่ฉันพยายามให้พวกเราเข้าใจว่าชุดนี้เป็นของดีใช้ทำได้ก็อนุโมทนาให้มีทิศทางสุดเขาวิหารที่เรียกว่าฌาน 4 นั้นเป็นวิหารธรรมแล้วก็ให้มีกรมวิหารนั้นเป็นเครื่องช่วยให้มีการรู้แจ้งเป็นอริยะถึงแม้เราจะทำงานแล้วเราจะมีอะไรต่ออะไรแม้แต่ไม่ได้มีใครเอามากี่คำแม้แต่กำลังทำงานทางด้านจิตมีการงานของจิตมโนกรรมอย่างนี้แหละอยู่ เดินอยู่ก็ตามจะนั่งอยู่ก็ตามจะเดินจะยืนจะนั่งจะนอนอยู่ก็ตามด้วยอิริยาบถใดก็ตามไม่ได้หมายความว่านั่งหลับตาเท่านั้นเปิดหูเปิดตาอยู่ทุกอย่างให้รู้ก็ไปถึงจิตมโนกรรมของจิตหรือจิตจะมีการงานอยู่แม้ขนาดถึงขั้นทาน 4 เป็นวิหารธรรมมีพรหมเมตตาทั้ง 4 เป็นเครื่องประกอบและมีความรู้แจ้งถึงจิตตนเองสะอาดบริสุทธิ์หมดเลยว่าปราศจากแล้วซึ่งราคะโทสะโมหะเรื่องราวอยู่ที่สุดยอดแห่งจุดจบและสุดยอดแห่งจุดจบแห่งชาติหรือจุดดับหรือจุด ซื้อติดตั้งเข้าใจให้เลยให้เข้าใจให้ชัดเจนเลยทีเดียวพระพุทธเจ้าท่านหมายเอาอะไรเป็นอย่างนี้ถ้าจริงของคุณแม่เป็นคุณนอนหลับนะคุณทำสิ่งของคุณอย่างนี้ได้ก็เจริญที่สุดแล้วคิดว่าคุณอยู่ในชั้น 4 ตั้งจิตเอาไว้ได้ให้กินมันเดินเครื่องอยู่ทำงานอะไรก็ได้อยู่เป็นเมตตาธรรมที่จะเป็นประโยชน์อะไรตามที่คุณกล่าวไว้แล้วคุณก็รู้แจ้งด้วยว่าในจิตนั้นไม่มีแก่กิเลสทำงานบริสุทธิ์อยู่ยากนะผมจะทำอย่างนี้ให้กับตัวเองสักเมื่อใดเมื่อใดนี่นาไม่ต้องตั้งใจอย่างมากเลยถ้าวันใดเวลาใดที่มีงานมากมีเรื่องเยอะ ทำไม่ได้บางทีมันเมื่อยๆด้วยแล้วไม่ขึ้นดึงยังไงก็ไม่ขึ้นลงไม่ขึ้นมันจะลงไปพักดับสนิทมากกว่าด้วยหรือตอนใดมันมีเรื่องเยอะๆที่ยังคิดว่าเอมันควรจะได้กระทำไม่เสร็จหรือว่ามีกังวลหรือว่ามีห่วงหน่อยๆเราจะเรียกว่ามีห่วงหรือมีกังวลก็รู้อยู่ว่าเป็นห่วงเป็นกังวลแต่ว่าเราไม่ได้เป็นห่วงเป็นกังวลอะไรมากนักหรอกเห็นว่ามันเอ็กซ์คราวนี้เรามีอันนี้ประกอบกรรมไปแล้วก็ทำไปแล้วมันน่าจะได้ติดต่อแล้วมันได้น่าจะได้มีอะไรไปดำเนินไปหรือว่ามีตอนนี้สำคัญกำลังเป็นการละชื่อเพลงที่แล้วเป็นกาลที่มีเรื่องสำคัญติดต่อกันอยู่ปรึกษากันอยู่แล้วน่าจะได้กระทำด้วยแม้ตอนนี้เราจะนอนมันก็ไม่หยุดมันก็จะเป็นเรื่องนั้นเองโดยทันทีและจะมากเกินกว่าเราที่จะต้องการ เพราะเวลาที่จริงเราเมื่อยเราจะพักเสร็จแล้วมันไม่มันไม่มันไม่มันไม่พักมันทำงานอยู่มากกว่าที่เราต้องการฟังดูดีๆนะมันมากกว่าที่เราต้องการมันก็เลยจะทักน้อยทักน้อยเป็นไงเพราะฉะนั้นเราจะต้องวางกังวลหรือว่าวางห่วงนี้ลงไปอีกหน่อยจึงต้องพยายามเพราะพยายามก็เป็นเครื่องปกติเพราะถ้าเกิดกิเลสที่ว่านี้ก็คือยังไม่ถอนข้างล่างห่วงหน่อยๆที่ผมว่าเมื่อกี้นี้นั่นแหละเป็นเศษเหล็กต้องพยายามผมต้องพยายามอยู่ธนาคารใดที่ผมมีงานมากๆมีอะไรเรื่องยุ่งๆมีอะไรที่ติดต่อมากๆเลยนะถ้าจะทำผิดแบบนี้แล้ว จะนอนแล้วหมายความว่าจะนอนล่ะแกชอบกินแบบนี้ต้องตั้งจิตให้ดีเลยต้องพยายามลงไปเลยทีเดียวไม่ง่ายนักแล้วถึงจะลงไปได้อยู่ในกลุ่มพี่เล็กอยู่จากที่ว่านี้นอนอย่างนี้นี่ไม่ได้พูดโดนนะหัดเดินแล้วทำงานเลยถ้าเดินแล้วทำเต็มไม่ๆๆไม่ได้พักหรอกแต่ถ้านั่งนั่งหลับนั่งก็ได้นั่งแล้วก็ไปจะพักกันไปก็พอได้ซื้อนอนเลยก็ต้องตั้งใจให้ดีกับรถนะต้องลดลดบอกตนเองไปรู้ว่าตอนนี้เรายังติดใจอยู่หรือยังผูกพันอยู่นะว่าเราจะทำงานหรือจะมีอันนี้พอสมควรเราเห็นแล้วเป็นการรับที่จำเป็นน่ะเป็นสำคัญเราก็ต้องตั้งแล้วดีก็เอา เลี้ยวมาทางที่ตาประมาณอาทิตย์แล้วก็จะทำให้มีอารมณ์ปรุงอยู่เท่านี้จะได้พวกคุณก

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน