220721 เจโตสมถะ-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ019.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำฝึกเจโตสมถะที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าวันนี้เราก็มาทำเปโซสมถะถ้าอยากจะเล่าเรื่องสมัยเมื่อแต่ก่อนนี้อาตมาได้ปฏิบัติหน้าแรกเริ่มเดิมทีตัวเองก็ไม่มีความรู้ในเรื่องของแก่ตัวสมถะที่เป็นสมาธิอะไรแต่มันก็มี เก่งมากเพราะสมัยโน้นมันมีแรงมากมันถูกหลอกมันทำได้หรอกมันก็เหมือนกับคนฆราวาสธรรมดาที่ไปหลงผิดผิดพิมพ์ไปผิดอะไรอย่างนั้นน่ะมันก็ไปแรงแล้วมันก็มีมีแรงดีมีฉันทะมากมีวิริยะมากจึงเกิดผลไวเคยนั่งตั้งแต่เป็นฆราวาสไปเล่นดนตรีธรรมดาตั้งแต่ไปเล่นเรื่องผิดทางด้านเศรษฐกิจมีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ก็นั่งนั่งเล่นกันพยายามทำนั่งหลับตาไปแล้วก็พยายามเพ่งคืออยากรู้อยากเห็นตอนนั้นมันมีความอยากรู้อยากเห็นมีความอยากเป็นอยากได้มันก็มีอุตสาหกรรมสุริยะมาก พักแรมก็เกิดฝนไปซึ่งมันก็ไม่เป็นจังหวะจับโจรมันก็เป็นเรื่องของเขาก็บอกให้เพ่งจิตไปก็เพ่งจิตไปก็ธรรมดามันก็ไม่มีอะไรก็ได้แต่ว่ามันก็ผิดมันไม่ค่อยหลับหรอกเพราะว่าตอนนั้นมันไม่เหมือนอย่างพวกเราหลายๆคนที่นี่ผิดมันไม่มันปรารถนามันต้องการมันถูกเร่งเรามามันถูกยั่วยุมามันก็จะทำมันจะมีกำลังแรงเพราะในเรื่องกำลังแรงที่ว่านี้พวกเราเนี่ยมานั่งเดี๋ยวนี้ก็ตามถ้าเกิดว่าเราตั้งใจที่ฉันรักจริงมีวิริยะจริงเราก็จะมีประสิทธิภาพอย่างนั้นมันจะเร็วด้วยเพราะว่าเราเองเราปฏิบัติหนี้ปฏิบัติตามลำดับ บัตรมีขั้นตอนปฏิบัติถูกถูกสัดส่วนที่มันจะอุปการะส่งผลเพราะว่าเราเปิดตำราแล้วก็โดยเฉพาะอาตมาได้กระทำมาจนรู้เรื่องรู้มุมมันมามากเพราะฉะนั้นพยายามพาให้ทำเนี่ยพาทำอย่างถูกทั้งแบบฉบับพาทำทั้งเดินไปไม่ต้องวนเวียนผิดขั้นผิดตอนผิดปกติมีอายุการให้มีความไม่ต้องมีเพราะถ้าเกิดว่าเราได้ตั้งใจกันจึงมีฉันทะมีวิริยะจิตตะสายนั้นเราจะไปได้เร็วและ
อ่านต่อ
พิสูจน์กำลังท้องถิ่นจะได้รู้ได้ถูกใจเพราะฉะนั้นตอนก่อนนี้จะมาทำอยู่เล่นแม้กระทั่งตอนแรกๆไปนั่งเพลงลมหายใจนี่แหละก็ต้องท่อง พุทโธประกอบก็กลับเข้าไปด้วยจิตมันก็รวมถึงมันก็เป็นหนึ่งแล้วก็บอกให้เพ่งแสงสีเพลงอะไรก็ได้อยู่บ้างเล่นกันไปตามส่วนตามแต่ใครจะนึกยังไงยังไงก็ตอนเล่นอยู่จนเป็นนิติศาสตร์ก็ไม่มีจะเป็นครูเป็นบ้าอะไรกันทีเดียวหรอกถ้าต่างคนต่างทำกันถ้ามีอะไรใครเคยได้ยินไม่รู้อะไรมันก็นั่งหลับก็แล้วกันนั่งทำเล่นไปจนกระทั่งบ่เอาหมอคนนึงเขาก็บอกว่าเขาถนัดมีอาจารย์เหมือนกันก็เข้าทรงได้แล้วก็ส่งออกมาเล่นกันแล้วก็ให้เราตรงบ้างก็ตรงกันสั่นหอบเหมือนกันตอนนั้นน่ะมันไม่ได้เป็นอาจารย์อาจารย์อะไรที่เขาเล่นไสยศาสตร์ที่แท้ก็เหมือนกันครับ ศาลพระภูมิไม่ได้เรื่องเวลาทำกันอยู่ไปแต่เวลานั่งทำไมเราไม่เล่นแบบเข้าทรงเข้าถึงเรานั่งมันบอกว่าเป็นฌานมันก็เอานั่งหลับตากันนั่งมันก็มีมันก็มีแสงมีสีมีลูกส่งผิดส่งเก็บอะไรกันส่งได้ลองกันจนกระทั่งวันนั่งกันหันหลังให้กันต่างคนต่างนั่งแล้วต่างคนก็ต่างแสดงต่างคนก็ต่างทำคนหนึ่งยกมืออีกคนนึงก็ต้องยกตามกันให้ได้หมายความว่าเป็นสัญญาณไม่ต้องมีจิตส่งถึงการว่าคนที่ทำอะไรคนนี้ทำเอามือกางออกมาตรงกลางเอามือกลางออกไปคุณก็ไม่ต้องการในการคนนึงเอาไปข้างหน้าขึ้นยกมือพนมโดยตรงกันแล้วก็มีกรรมการแล้วมีคนข้างนอกก็คอยดูว่าเวลารวม 10 เป็นสมาธิแล้วพวกนี้มันจะเป็นไปได้ไหม ก็ทำกันเล่นจนกระทั่งเอาไพ่มาทายกันก็เล่นเข้าเล่นไม่คิดอย่างนั้นก็ทายกันไปมันก็มีส่วนผสมเป็นไปได้แล้วดีขึ้นเรื่อยๆดีขึ้นรู้สึกว่ามันเป็นไปได้เองจริงๆไปก็ยังรู้สึกว่าตัวเองจะบอกว่าคุยตัวก็คุยตัวเองรู้สึกว่าเราเป็นคนต่างก็คือทางโน้นเขายกแล้วเราตามเรารู้สึกว่าเรารักได้แม่นทนได้เหมือนกันมันก็มีสิทธิ์สูงสุดแล้วก็นำกันเพราะฉะนั้นลูกศิษย์ที่มันจึงเป็นกระแสมันจะเป็นค่าถ้าสมมุติว่าค่าที่มันตรงกันแล้วก็พอตรงกันแล้วก็เปลี่ยนหรือเปล่าใส่อะไรลงไปภายใน ไม่ติดตั้งขนาดนั้นที่เราเองเราเพ่งพุ่งอยู่ที่อันเดียวกันแล้วก็มีสัญญาหมายกันว่าเราจะไปด้วยกันมาด้วยกันตามอะไรกันมันก็เป็นไปแล้วมันก็พอเป็นไปได้แต่มันก็ยังไม่ถึงกับขนาดเก่งกาจจนกระทั่งทำมีประสิทธิภาพทีเดียวแล้วก็เคยเล่นกันมาจนกระทั่งไปแอบเล่นไสยศาสตร์ทีนี้ก็นั่งหลับตาเยอะเล่นทีนี้ไปมิจฉาทิฏฐิใหญ่เลยเหน่งปั่นอัตภาพนี้ที่มีสามีเทวดาเทวดามีอะไรต่ออะไรต่างๆนานามากมายอันนี้ไม่เราอันนี้จะให้เราเพราะว่ามันมันก็เป็นไปมันก็มีกำลังที่เราแล้วแต่ว่าเราจะทำไปเราจะคิดไปเราจะอะไรต่อไปเพราะว่าสิ่งนี้มันเป็นอัตภาพเมื่อเราเชื่อมั่นเมื่อเราเห็นว่าเราคิดว่ามันเป็นจริงมันติดกำลังจิตของเรามันเป็นมัน มันมีพลังแล้วมันก็สร้างสร้างจินตนาการสร้างภาพคนมันก็เป็นรูปเป็นร่างเป็นสีเป็นแสงเป็นตัวเป็นตนแล้วแต่เราจะให้เป็นตัวโน่นไอ้นี่อะไรมันก็เป็นไปตามสัดส่วนแล้วมันก็ออกมาตามที่บางทีถ้าเกิดว่ามันเลอะเทอะเกินไปบางทีสิ่งที่เราไม่มีปัญญามันก็ไม่ออกมาไม่ได้เป็นน่ะมันเห็นว่ามันหลอกเกินไปมันก็ไม่เอาแต่ว่าสิ่งใดที่มันพอเป็นไปได้มีเหตุมีผลอะไรมันก็ออกมาเหตุผลนั้นจะเกิดประโยชน์อย่างไรจะออกมาสร้างอย่างสมมุติว่าเราจะไปพบกับฤาษีจะไปพบกับเทวดาจะไปพบกับอะไรต่ออะไรต่างๆพวกเนี้ยมันก็จะครบปีนี้พบเทวดาเป็นรูปเป็นภาพบ้างหรือไม่เป็นรูปเป็นภาพก็ตามแล้วเราก็หมายใจว่าจะเอาหนังสือไปพบหรือเสียหายจะรักษาใครคนนี้เนี่ยจะใช้ จะทำยังไงเขาก็ว่ากันไปก็บอกกันไปคุยกันไปคุณก็เหมือนกับเราเองถามตัวเราเองใช้ปัญญาใช้ความนึกคิดว่าเราควรจะทำอย่างไรมากอย่างไรมันถึงจะเหมาะสมอะไรอย่างนี้มันคล้ายๆกับปรึกษาจิตตัวเองนั่นแหละปัญญาตัวเองแล้วเราก็ทำออกมามันมีองค์ประกอบที่ว่าเราไม่ต้องการให้เป็นผ้าเป็นรูปมันก็มีภาพมีรูปมันก็มีอะไรมาประกอบเหมือนนิมิตฝันเหมือนกับเรามีความฝันมีลูกมีรอยอะไรแต่เราก็มีเจตนามีเจตจำนงปั้นจำนวนมันก็เกิดเกิดซึ่งกระทำไปแล้วมันก็เป็นทีนี้เองที่จะมาสร้างอัตภาพแบบนี้อาตมาไม่สนับสนุนแต่ว่าพวกคุณจะใช้พลังจิตในเวลานั่งสมาธิ ตัวจะมาถามได้กำลังแล้วจะลองบ้างยังกินเหล้าอย่างวิทยาศาสตร์ตอนแรกว่าจะมีการเพ่งแล้วก็พยายามตั้งรับตั้งรู้ตั้งอะไรก็ได้บ้างก็ได้อันนั้นก็ได้ก็บอกไว้ก่อนว่ามันก็เป็นความสามารถแต่คุณจะไปหลงผิดเป็นความสามารถเหมือนกับคุณเสมอว่าคุณทำได้จริงๆแล้วมันคุ้มขนาดมีพลังมากจริงๆคุณจะเหาะได้คุณจะตัวเบากูจะลอยมันจะเป็นอะไรต่ออะไรต่างๆนานาก็ตามแต่เธอมันก็เป็นสิ่งที่เมื่อเหตุปัจจัยเพราะมันจะเป็นได้แล้วคุณจะไปหลงระเริงว่ามันมีค่าเพียงโน่นนี่มันไม่ใช่เรื่องที่จะนำพาสู่การรับสมัครนิสัยอะไรถ้าขืนขืนคุณไปเอาจิตใจไปหลงระเริงกับสิ่งนั้นเข้าคุณก็จะติดเป็นเพราะว่าปัญหา เยี่ยมมากขึ้นไปมันจะเกิดว่ากำลังของเหตุปัจจัยนั้นมันเพียงพอแล้วมันจะเป็นมันจะโน้มน้าวไปให้เป็นอย่างนู้นอย่างนี้บ้างอะไรก็ได้อยากจะลองก็ลองเดี๋ยวลองแล้วได้ไม่ได้ผมก็ต้องรู้ไม่ได้แล้วคุณก็ยังไม่ต้องไปเสียใจไม่เป็นก็ต้องไม่ต้องเสียใจไม่ถึงก็ไม่ต้องไปทำแล้วก็มันก็ไม่ง่ายนะไม่ใช่ว่าจะได้ทุกคนในที่นี้จะได้ไม่ถึงเศษ 1 ส่วน 5 ล้อก็จะเก่งๆเนี่ยไม่ใช่เรื่องมันง่ายนะที่จริงมันไม่ง่ายมันจะได้บ้างไม่ได้บ้างมันจะได้ถ้าอยากเก่งๆจริงๆก็ได้อย่างชัดเจนจริงๆก็ยังครับบารมีมีส่วนที่ได้สะสมมีส่วนที่ได้กระทำมาจริงๆมันจึงจะเป็นไปได้ไม่ใช่ไม่ใช่ง่ายๆเลยแต่ เมื่อเราได้พยายามใส่ใจพยายามจะทำไปข้อสำคัญก็ต้องทำให้จิตของเราเนี่ยมันเป็นสติให้แรงก่อนเพื่อเป็นสติแรงและจิตรวมจิตเข้าไปจริงแล้วก็มีศัตรูที่เราจะโน้มโน้มได้ก็เลยเจ็บที่มีสติเวลาจิตก็ไม่มีสติเป็นน้องน้องไปอะไรไม่ได้หรอกคุณอาจจะเขียนผิดทางเลยมันไม่เป็นทานทานไม่ทานฤาษีมันก็ไม่เป็นมันไม่เป็นไม่ทันฤาษีแล้วคุณจะทำอะไรคุณจะได้อะไรก็ได้คิดเลยมาเท่านั้นเองอย่าไปโทษฐานภาษีมันก็ต้องได้ได้แล้วกูจะโน้มน้าวไปอย่างนู้นอย่างนี้อะไรก็ได้ซึ่งมันเป็นไปเพื่อความรักนายพรายอะไรหรอกแต่ว่าเป็นไปเพื่อทดสอบกำลังของสมถะเขาเรียกกำลังของกรรมฐานบางคนเรียนศึกษามาก็คงไม่เคยได้ยินเป็นกำลังว่าจะมาถามไม่ใช่ วิปัสสนาอะไรหรอกแต่ก็มีพลังมีกำลังจริงๆไม่ใช่ไม่มีตอนนั้นเมื่อเราทำทานอย่างนี้ได้ไปแล้วเป็นตัวธรรมดาแล้วก็มีสติสัมปชัญญะสามารถที่จะรวบรวมพลังจิตตรงนี้ได้หรือมั่นคงแข็งแรงมีกำลังจริงก็ค่อยว่ากันดูเพราะฉะนั้นถ้าเราจะทำทำไปมากๆอาตมาเคยทำทำจนกระทั่งออกมาปฏิบัติธรรมะทางศาสนาแล้วก็ยังยังเข้าใจผิดอยู่บ้างเหมือนกันก็ยังเข้าใจผิดอยู่บ้างแต่มันก็ไม่ไปเล่นดนตรีเทวดาอะไรอย่างแต่ก่อนนี้หรอกก็อย่าเข้าใจผิดอยู่ว่าเรามานั่งเจโตจะมาสถานีและนั่งอย่างนี้แหละคือการปฏิบัติธรรมต่อไปอย่างนึงเราก็ทำรวมไม่มีกำลังสิมันมีจริงๆแล้วมันก็เป็นการอุปการะทำให้จิตทั้งนั้นสนิทอย่างที่เคยเล่าสู่ฟังบางทีเราอยากจะนั่ง รับรู้อะไรก็ไร้สายในน้ำมันก็เป็นไปได้มันยิ่งทำบ่อยๆยิ่งทำอยู่มากๆมันก็ทำกันจริงๆด้วยตัวเองนี่ทำด้วยความได้ฉันทะของตัวเองอาตมานั่งฝึกนั่งทำแต่ก่อนนี้จะปฏิบัติสติปัฏฐานปฏิบัติตามธรรมตามศีลตามทางของศีลสมาธิปัญญาของศาสนานี้ก็ปฏิบัติก็ได้ผลจริงนั่งอันนี้ก็ด้วยก็อุปการะด้วยเล่าไว้ในหนังสือคนคืออะไรก็ดูเหมือนจะมีร่างกายอะไรต่ออะไรก็ทำไปก็เขียนไปมันก็ได้รู้มันก็มีวิปัสสนาด้วยเพราะว่านั่งทำนั้นตอนนั้นจิตตัวเองดีมากดีแม้กระทั่งจะวิปัสสนาในในการหลับตาเนี่ยก็วิปัสสนาได้แต่นั่งตั้งเครื่องนั่งอะไรที่พิจารณาทำอะไรต่ออะไรต่างๆนานาได้มากมายมากมายแต่รู้ได้เพราะฉะนั้นจะเป็นผลแบบที่ปรารถนาในอนาคต ที่พักบอกว่าเราทำได้ทำถึงทีนี้ก็พูดถึงส่วนที่ว่าเราจะมีอะไรโน้มน้อมไปเพื่อที่จะรู้รู้พฤติกรรมของจิตบ้างจะเล่นเทคโนโลยีบ้างอะไรก็ได้แต่ขอบอกก่อนว่าระวังอย่าไปหลงระเริงเข้าไม่ได้ไปติดจะไปเข้าใจว่าเป็นความจริงมันไม่ได้เก่งเท่าการตัดกิเลสหรอกมันไม่เป็นประโยชน์คนมากมายอะไรหรอกมันจะเพียงว่าเราเองเราได้อันนึงมาเหมือนกับเราได้เงินมาเหมือนกับเราได้ลาภเหมือนกับเราได้ยศมาส่วนนึงอ่ะมันจะไปสวนได้ของเราแต่มันไม่เป็นวัตถุธรรมมันเป็นนามธรรมมันก็ได้มาแค่นั้นแหละเหมือนเราทำเหตุปัจจัยมันครบมันก็เป็นเพราะงั้นก็อาจจะเช็คดูจะทำดูลองดูก็เอาไม่ว่าอะไรอาตมาทำในจนกระทั่งจะนั่งบางทีวันนึง ชั่วโมงนึง 2 ชั่วโมงเท่านั้นแหละรู้สึกตัวเมื่อไหร่ตื่นก็รู้สึกว่ามันสบายมันนั่งไม่สบายแล้วมันไม่ใช่เหมือนอย่างที่เราทรมานทำไม่เป็นไอ้คนทำยังไม่เป็นยังไม่เก่งนี่ทรมานแม่เมื่อไหร่จะตั้งใจจะนั่งสักชั่วโมงสองชั่วโมงเมื่อไหร่มันจะถึงชั่วโมงตามพิกัดเมื่อไหร่จะถึง 2 ชั่วโมงตามพิกัดสักทีโอ้ยทรมานไม่งั้นน่ะแต่ที่เค้าบอกว่าเราเป็นเราได้แล้วมันไม่หรอกมันสบายนั่งไปบางทีก็นั่งเพลินไม่ว่าจะนั่งเป็นชั่วโมง 2 ชั่วโมงต่อไป 3 ชั่วโมง 4 ชั่วโมงแล้วก็สบายบางทีเราก็มีอะไรเล่นมันก็มีเชิงเล่นมั่งมีเชิงอะไรก็ได้มันก็ไปเรื่อยๆเพราะฉะนั้นในขณะใหม่ๆทรมานถ้าเรายิ่งไม่มีชั้นพระแล้วก็ต่อต้านนั่งนี้ไปแล้วก็ไม่ได้ผลทีหลังก็เบื่อนั่งไปนั่งไปก็เบื่อไม่ได้อะไร แต่ถ้าเรานั่งไปแล้วก็มีฉันทะตั้งฉันทะให้ดีตั้งแต่ 10:00 น มีไปพยายามพากเพียรไปด้วยกันเกิดความเคยชินเกิดความสามารถเกิดการกระทำปฏิเสธเวลา อย่างที่ว่านี้ความหมายของมันก็หุ้มไปจนกระทั่งถึงประสิทธิภาพความหมายของบริการซึ่งหมายถึงสวัสดิภาพเพราะฉะนั้นเราเริ่มตกแต่งเราเริ่มแจกแจงอยู่ก็คือปฏิบัติมันขึ้นเรื่อยๆจนเกิดบริกรรมนิมิตบริกรรมนิมิตเกิดบริกรรมนิมิตขึ้นด้วยเหตุเกิดการกระทำขึ้นนี่แหละส่วนเรื่อยๆเราเรียกว่านิมิตคือมีสภาพแล้วสวยเอาได้ยึดเอาได้ถือเอาได้แปลว่าการถือเอาได้หรือการศึกษาการศึกษาการเรียนรู้การเรียนรู้ได้ว่าได้เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นในสังคมก็หานิมิตจนกระทั่งไปถึงที่สุดเปิด line เรียกว่าประสิทธิภาพประสิทธิภาพคณิตก็คือมันก็จะได้ถึงส่วนสุดประสิทธิภาพแปลว่า ส่วนเทียบได้เปรียบได้แล้วก็เกิดการคล้ายคลึงเกิดตามเข้าๆสุดๆเท่าเธอเสมอก็หมายความว่าเราเองเราได้รู้ด้วยปริยัติเราได้รู้โดยการกำหนดเราได้รู้โดยถ้าสมมุติว่าเราได้คุณธรรมวันนี้มาจากถ้าเป็นถ้าเป็นทางธรรมหมายความว่าได้วิปัสสนาธรรมและวิปัสสนาญาณก็หมายความว่าคุณธรรมอันนี้พระอรหันต์เจ้าได้เท่านี้พระกรุณาได้เท่านี้เรารู้แล้วเป็นปริญญาเรารู้เป็นทางเป็นแผนที่มาก่อนแล้วเมื่อเรามาทำเราก็เงียบเข้าประมาณเข้าวัดเข้าเพราะมันเครียดได้เข้าได้เสมอเพราะบริบูรณ์จนแน่ใจมั่นใจมันก็พบปฏิภาคนี้ ก็เป็นคำตอบของเราว่าจบถึงได้ส่วนและได้จัดได้ส่วนที่พบบริบูรณ์เพราะฉะนั้นคำว่าบริกรรมที่จะมาให้ครบรอบยังไม่ทำรอบเนี่ยมันจะทำรอบมันจะบริบูรณ์เขาจะไม่ได้แปลบริกรรมว่าเต็มรอบหรือทำรอบถ้าแปลบริกรรมว่าเพิ่มเริ่มจัดแจงตกแต่งกระทำขึ้นเท่านั้นแหละแนวความหมายเพราะความหมายของมันก็ทำขึ้นมาจนบริบูรณ์สมส่วนประสิทธิภาพก็คือทำชวนไปชวนมาปฏิเสธก็ได้จนกระทั่งได้ตัดได้ส่วนขึ้นมาทีนี้โดยความหมายโดยความเป็นจริงเขาอาจจะต้องแปลภาษาบริการแปลว่าตกแต่งไม่ว่าจะแจ้งผมก็หาแปลว่าการศึกษาแล้วว่าการถือเอาได้ เกิดประสิทธิภาพนั้นแปลว่ามีส่วนเทียบได้มีส่วนเทียบได้มีส่วนคล้ายคลึงแล้วก็จนกระทั่งมันเข้ามันเทียมไม่เท่าได้เตรียมแล้วก็สุดท้ายประสิทธิภาพก็แปลว่าคำตอบมันให้คำตอบของเราออกมาว่าโอ้ได้แล้วจบแล้วครบแล้วก็นั่นคือประสิทธิภาพว่าเราจะทำขนาดนี้นี่เราก็ว่ากันไปตามสูตรที่เราบรรยายอยู่ผมว่าให้ทำได้อย่างนี้นะมันได้ตามที่เราหมายได้ตามที่เราเป็นจนกระทั่งจิตของเราจะรวมถึงพวกเราจะสว่างสะอาดจิตของเราจะบริจาคอยู่สิ่งที่เราจะมีกำลังไปเราก็จะโน้มน้าวให้พอที่จะให้เป็นเอ่อก็จะทำอะไรแค่ไหนก็แล้วแต่ของใครของมันใครจะไปแค่ไหนไม่ต้องไปหลงมัน อย่าไปหลงมันก็แล้วกันเพราะจะมีอะไรเล่นบ้างบางอย่างไม่ให้ทำมันจะไปตั้งตั้งค่าจะไปนั่งในวิชาที่สร้างขึ้นมาทำไมของเจ๊ๆของเจ๊ไอ้นี่มันของจริงที่พาทำนี่เป็นของจริงแต่มันก็ยังเป็นเชิงเดรัจฉานวิชาบ้างเป็นเซลล์ที่มันไม่ใช่ตรงของศาสนาทีเดียวแต่ไม่ใช่ของแกเป็นของจริงมันเป็นของเป็นไปได้ตามเหตุปัจจัยแต่ไม่ใช่วิชาตรงนั้นเองเพราะฉะนั้นจะมีอะไรไปบ้างก็ว่าไปแต่ส่วนถ้าจะให้เป็นวิปัสสนาโดยตรงเลยต้องมีกำลังจิตและเสร็จแล้วเราก็มีแต่มีมีแต่การทำวิจัยที่เจอกันนานแล้วก็เอาหัวข้อธรรมพิจารณาจากพิจารณาธรรมอยู่ในนั้นแล้วแต่พิจารณากายก็เป็นนามธรรมกายพิจารณา บุพเพนิวาสานุสติญาณก็ระลึกไปถึงเรื่องเก่าแล้วก็พยายามไปถึงเรื่องเก่าแต่แค่ว่าจะรู้ว่าแต่ก่อนนี้ที่ผ่านมานั้นเราเกิดอะไรมีอะไรแม้แต่เกิดปัจจุบันในชาตินี้เป็นกรรมที่เกิดหรือจะเป็นเอาทั้งตัวตนร่างกายอะไรเกิดเราก็จะดูกรรมของร่างกายสมมุติว่าเราระลึกชาติไปถึงชาติที่แล้วโน้นตั้งแต่ถ้าเราจะท้องพ่อท้องแม่ก็จะบางคนก่อนโน้นก็ตามไม่ใช่ว่าเราจะเป็นแค่เนื้อหนังมังสาตัวตนเรานึกถึงกรรมเราจะระลึกถึงจิตหรือระลึกถึงรูปนามของชีวิตของชีวิตก่อนๆเพราะฉะนั้นมันจึงยากจะจากไม่ใช่ของง่ายๆเลยแต่ถ้าเราจะได้บ้างถ้าเกิดว่าเป็นไปได้แต่มันก็ยาก ไม่จำเป็นอะไรที่จะไประลึกถึงขนาดนั้นระลึกได้แค่ชาตินี้กรรมลิขิตของเรานี่ถ้ามีกรรมมีจิตมีสภาวะที่เราเคยเกิดเคยเป็นเคยผ่านมาในคำกิริยาหรือในอิริยาบถหรือในเรื่องราวที่เราเคยผ่านมาแล้วเราก็เกิดอย่างนั้นอย่างนั้นเราก็ระลึกฝ่ายแล้วต้องรู้จิตรู้อารมณ์ของส่วนที่ผ่านมานั้นบทบาทในเรื่องราวของกรรมกิริยาในระยะในเวลานั้นเวลานั้นเรามีเราก็ยังเปโซพยายามประกอบลงไปในบุพเพสันนิวาสมันมีเวลาข้อมูลโทรศัพท์มูลอะไรบ้างแล้วเราก็จะพยายามปรับปรุงหรือว่าเรียนรู้ผมว่าเราจะปรับปรุงเป็นยังไงเราจะให้จิตดีกว่านี้ยังมียังไงมันไม่ค่อยดีไม่ประสบปัญหานี้มันเป็นยังไงอันนั้นเราจะทำอย่างวิปัสสนาแบบ บุพเพนิวาสานุสติญาณแต่ถ้าวิจารณญาณของเรามีกำลังแล้วจิตของเราไม่มีนิวรณ์อะไรหรือแม้มีนิวรณ์เราก็วิตกวิจารณ์จนนิวรณ์นั้นหมดจนกระทั่งจิตของเราว่างเป็นอุเบกขาฐานเพื่อเป็นการสื่อหรือเป็นอุเบกขาสาธารณชนโน้มน้อมไปในการปรับปรุงธรรมจะเรียนรู้อะไรต่ออะไรในขณะนั้นจิตของเราจะมีสัมผัสในมีอะไรผ่านมาเราก็จะรู้ชัดเจนวิปัสสนาเรื่องนั้นเราจะหัวข้อธรรมเราจะเอาเรื่องราวอะไรมาระลึกนึกคิดทบทวนมันจะมีปัญญาพิเศษมันจะมีปัญญาที่สูงจะมีปัญญาที่จะคิดรู้ในขณะนั้นได้มากทีเดียวแต่ไม่ได้มากทีเดียวในตอนนั้นเมื่อเป็นฌานที่มันว่าง มากมายทีเดียวอาตมาใช้การเขียนหนังสือเมื่อเวลาทำทานแบบนี้มีเยอะในหนังสือคนคืออะไรเขียนโอ้มากมายก็เอามาเขียนเขียนเขียนเขียนเขียนเขียนเขียนเขียนเล่าอาจารย์มีอะไรเนี่ยจำไม่ได้ว่าตอนไหนอะไรต่ออะไรบ้างเขียนอยู่ในหนังสือเล่มนั้นเขียนอยู่ในเชิงพาณิชย์เป็นวิปัสสนาแพ้แล้วก็ทำก็ได้อันนี้ก็เล่าสู่ฟังบ้างแล้วเราเองก็ฟังไปเราเองจะเป็นไปได้แค่ใดข้อสำคัญแล้วก็จะต้องทำในเบื้องต้นทำในตัวที่เราจะต้องมีพื้นฐานมีรากฐานให้ดีก่อนเมื่อได้พื้นฐานรากฐานนี้ไปปฏิบัติอย่างไรยังไงเราก็ทำให้มันเป็น วิหารหรือว่าทำให้เป็นพานแบบที่เรียกว่าพระวิหารได้คือมันเป็นอย่างมีการสงบระงับมีเป็นไปทั้งกายเพื่อสงบระงับจิตก็สงบระงับจิตของเราปราโมทย์ยิ่งอยู่แข็งแรงตั้งมั่นเป็นสมาธิปัญญาเราก็ไม่ยึดมั่นถือมั่นเป็นนิมนต์จะยังปล่อยอยู่ถึงแม้ยังไงเราก็ไม่ติดใจอะไรไปเรื่อยๆแต่เราจะยึดอะไรเข้ามาทำเราก็ทำเป็นว่าเราทำในวาระนั้นในคราทั้งนั้นในส่วนนั้นเรื่องนั้นมันปรุงมันทำอย่าไปทำแบบจิตใจอย่าไปทำแบบที่เราจะต้องไปหลงไหลมันเราก็จะทำเพื่อเรียนทำเพื่อรู้แล้วก็ค่อยว่าไปและไอ้ส่วนที่เป็นไปจนสุดท้ายเป็นการรู้เข้าใจในเรื่องของธรรมในธรรมกัน วิจารณ์ ใครจะถนัดนั่งอย่างไรก็เอาเพื่อที่จะเป็นที่รองรับของเรากายเราจะตั้งตรงเมื่อพลังที่น่าจะมีกายตั้งตรงดำรงสติของหมั้นกายตั้งตรงดำรงสติของมันให้ตัวเรานี่ตั้งอยู่ระหว่างบัลลังก์เจนะคือตัวฐานรับของเรานี่แหละแล้วเราก็จะทรงตัวให้ตรงลงตัวอย่างให้สัตว์ป่าอย่าให้โอนเองโง่ให้ตั้งกายตรงดำรงสติของมันข้อที่ 1 ก็คือให้มีสติสอนเราจะเป็นผู้ที่มีสติอยู่แม้ลมหาย เราจะเป็นผู้มีสติอยู่นั่นเดียวแม้ลมหายใจเข้าแล้วจะลืมตากำหนดลมหายใจที่ออกที่เข้าอยู่นี้ก็ได้ถ้ากูได้เห็นว่าหลับตาก็ไปแล้วมันจะตกเป็นง่วงเพราะว่าเป็นตัวศัตรูร้ายของผีนะมีพระจงร่วมเป็นศัตรูร้ายของศิลปะเหมือนกับเราหลับตาก็แล้วมันจะง่วงเราก็ไม่ต้องรับลืมตาแล้วก็กำหนดกำหนดไว้จะกำหนดจิตกำหนดลมหายใจของเราเนี่ยเข้าออกของเราในกำหนดส่วนอื่นเราวางให้หมดแม้แต่ตาเห็นอะไรก็ไม่ต้องเอาใจใส่ตามันจะมีรูปอะไรต่อหน้าช่างมันเหมือนเราไม่รู้ไม่เห็นหูๆแบบนี้ได้ยินเสียงนี่อะไรก็ตัดปล่อยกำหนดให้เป็นเอกสารลมมีความมีอารมณ์ ลมหายใจเข้าออกเป็นหนึ่งเดียวมีลมหายใจเข้าอยู่ที่ลมหายใจเข้าออกเป็นหนึ่งเดียวกำหนดให้ได้มันจะล้มๆลุกๆอ่ะแต่ก็ต้องพยายามจับมันมาผูกไว้ที่นี่แหละล้มไปล้มมากับกูมันดูมันแล้วก็ให้มันมันมีปัญญาให้มันมีงานโดนกำหนดมันดูมันมันออกนะนี่มันออกนี่ๆมันเข้านี่มันสั้นมันยาวนะบทที่ 2 ไปทางซ้ายดูนอกจากออกเข้าและมีสติอยู่ชมรมออกลมเข้าแล้วท่านก็มีบทต่อไปว่ามีคำว่าอัตโนมัติมีคำว่าปรัชญาเศรษฐกิจคือเราจะรู้ทั่วพร้อมไม่ใช่เราจะเลือกไม่ถูก ถึงแม้ลมหายใจออกอยู่เนี่ยเราจะรู้ว่าลมหายใจออกยาวรู้ดังนี้ถึงแม้แต่ลมหายใจเข้ายาวแล้วก็จะรู้อย่างนี้เราจะลบรู้ให้ทั่วถึงทีเดียวมารับรางวัลประธานาธิบดีพระเจริญ จะให้ออกยาวไม่รู้ออกยาวจะออกสั่นไม่รู้ออกสั่นหรือจะให้เขาจะให้เข้ายาวให้เขาสั้นก็ไม่รู้แล้วก็รู้ตามจริงจิตของเราก็จะมีสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องหมายเกาะยึดผูกไปปิดไฟไปเรื่อยๆแล้วเราก็จะค่อยๆมันผิดมันก็จะไม่เอาใจสายอื่นอื่นมันก็จะตัดไฟออกข้อสำคัญต้องดูสติของเราเสมอไม่มีสติเสมออย่าให้ตกสู่ผีนางมิตรภาพฟุ้งซ่านเป็นกามเป็นอะไรไปเป็นอันขาดถ้าสติตกล้มเหลวทุกอย่างคุณนั่งสูญเปล่าตลอดการคุณจะนั่งอีก 500 ชาติไม่ได้อะไรเลยผมจะนั่งอีก 500 ชาติก็ไม่ได้อะไรเลยถ้าสติตกผมจะต้องเอาสติ กูจะเจ๋งเมื่อไหร่ก็ตามคุณจะต้องเอาสติขึ้นมาให้ได้ถ้าเก่งเดี๋ยวนี้คุณก็เก่งเดี๋ยวนี้คุณไม่เก่งเดี๋ยวนี้คุณไปเอาสติขึ้นอีกเมื่อนั่งไปแล้ว 8 เดือนแล้วคุณก็ตั้งสติได้กูก็ช้าอยู่อย่างนั้นของคุณเองแต่ถ้าคุณทำเดี๋ยวนี้พากเพียรเดี๋ยวนี้ปรับปรุงเดี๋ยวนี้จัดแจงเดี๋ยวนี้เป็นบริกรรมนิมิตเดี๋ยวนี้ตกแต่งมันเดี๋ยวนี้อย่าให้ผีนั้นถ้ากินอย่าให้นิวรณ์คนนี้ชอบทำอย่าให้กามาฉันพระเอาไปอย่าให้พยาบาทเอาไปทีละนิดถ้าเอาไปก็จับของคุณจะเอาไปทำเดี๋ยวนี้คุณก็ได้เดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปทำเงินตกหนักๆหรือไม่ต้องฟุ้งซ่านขจรกระจายอะไรไปทรมานจนไปอีก 5 เดือน 8 เดือนก็ได้เท่านั้นนึกว่าไปอีกกี่ปีก็แล้วแต่ถ้ามันไม่ตัดนี่วอนพวกนี้ออกมั้งไม่เจริญในการที่จะทำใจโตสมถะหรือ ทำในสิ่งที่เราทำไม่เกิดผลอะไรมันก็มีความชำนาญนะชำนาญนั่งหลับจะนอนนั่งหลับมันก็หลับไปงั้นแหละบางคนหลับก็ได้นั่งหลับดีไม่รู้เรื่องอะไรสนุกๆไปงั้นแหละเป็นนางไม่ได้นั่งหลับไปแล้วมันก็ไม่รู้เรื่องมันจะบอกว่าสบายมันก็เหมือนเรานอนหลับมันก็ไม่สบายนอนซะจริงๆด้วยซ้ำไปมันก็มันก็สบายอยู่แค่นั่งหลับหลับได้นั่งทั้งคืนก็ได้นั่งทั้งวันก็ได้แต่ผมก็เข้าอีกความชำนาญและมีความชำนาญนั่งได้อันนั้นไม่ใช่ทำใจโตช้า จะบอกว่ามันเป็นอสัญญีก็เป็นอสัญญีโมเมคือบางทีมันนั่งหลับไปมันก็หลับมันก็ปิดไปแล้วมันก็เลยดับไม่รู้เรื่องอะไรไปกันก็แค่อิ่มอยู่ในตรงไหนก็แล้วแต่ที่เราสามารถฝึกมาแล้วก็ฝึกมายังไงมันก็ฝึกมาอย่างนั้นมันก็เป็นอย่างนั้นไปมันก็หลับก็ดับไปอย่างนั้นเองมันก็ได้ทำเข้ามากๆมันก็เกิดความเคยชินเสร็จคุณตั้งมั่นได้เหมือนกันแต่มันไม่เป็นระบบเลยมันไม่อยู่ในทฤษฎีมันเป็นเหมือนกับนักมวยที่มามาจากวัดเขาเรียกมวยวัดเป็นมวยเหมือนกันแต่มวยวัดล่อเละเลยไม่มีเลยสูตรไหนก็ไม่มีไม่ แหลมฉบังตามอำเภอใจฉันนั้นอำเภอใจของใครๆก็นั่งทำได้แบบนี้ไม่ต้องบอกกันน่ะก็นั่งฟังเพลงไปบอกว่าจะนั่งหลับตาแล้วก็ส่งให้มันอยู่มันก็ส่งไปเพราะบางคนก็โอนเอนอยู่คุณไปดูแต่ตามวัดตามมาอาตมานี่ผ่านมาหลายวันเหมือนกันแต่วัดที่เห็นมามากก็คือวัดอโศการามเพราะว่าอยู่มาหลายปีแล้วก็ไปนั่งกับเขาไปดูกับเขาโอ้โหคุณไปดูบอกว่าเนื้อสัตว์ที่ทั้งคืนก็อยู่ได้ทั้งคืนก็แล้วไปนั่งธรรมดาแล้วก็นั่งตัดสายแหมมีกันคนละหลายตายตายตายตายคนละหลายอย่างอยู่ได้ทั้งคืนเหมือนกันไม่เก่งแต่ไม่ใช่ชมเธอจะให้พวกคุณไปทำอย่างนั้นบ้างนะมันไม่ค่อยทาหรอกเพราะพวกนี้พอเวลารุ่งเช้าขึ้นมาพรุ่งนี้ฉันคิดแล้วแหมลงศาลานี่ไปอย่ามองเฉพาะขึ้นต้นหันมายังแค่นั้นพอมีพระนำพอเวลาเขาจะปลูกสิ่งนี้สิ่งที่เราบอก ออกมาแล้วก็หันมายังไหว้พระเล็กน้อยเพราะไหว้พระเสร็จก็แทบจะไม่อยากไหว้พระไหว้พระเสร็จนี่คลานเข้าจุดเข้าจุดได้แล้วก็มุดมุ้งเลยคือกลางคืนน่ะนั่งทั้งคืนกลางวันหลับสีเลยแบบนี้อาตมาเคยอธิบายแล้วอ่ะสู้เจ็บขายข้าวต้มโต้รุ่งไม่ได้แยกขายข้าวต้มโต้รุ่งมันไม่นอนเอาด้วยกลางคืนแล้วกลางวันมันก็นอนเล็กน้อยแล้วก็รีบตื่นไปซื้อข้าวหอมมาเตรียมทำข้าวต้มขายกลางคืนและกลางคืนมันไม่ได้เรานอนหรอกมันก็ทำการที่ดินด้วยนะจะขายก็ต้องยืนด้วยไม่เห็นนั่งด้วยไม่ใช่หน้าโง่ยืนตายอยู่ออกกำลังกายทำงานทำการค้าขายอยู่ที่ซ้ำไปอยู่ได้ตลอดลูกทุ่งจังหวะจากคนถึงเวลานอนพอพักผ่อนและผ่อน ตื่นขึ้นมาไปซื้อกับข้าวไปซื้อของเตรียมตัวขายข้าวต้มกลางคืนอีกต่อไปใหม่ไอ้นี่กลางวันนอนเลยแล้วก็ลุกขึ้นมากินข้าวพอๆ 88/14 กลางคืนมาก็มานั่งโง่นี่มันก็นั่งวิดน้ำมันจะไม่มีมันจะไม่เมื่อยยังไงก็นั่งวิดน้ำอ่ะจะทนนะนิดได้ทั้งคืนเลยขนาดขี้แก่ๆเนี่ยนิดนึงเนี่ยทั้งคืนเลยไปดูแต่ไม่ใช่แกล้งว่าเขาฝึกฝนเอาแล้วได้อย่างไรผู้ใดไม่ถึงขนาดวิดน้ำเลยนั่งตรงธรรมดาอยู่ได้แล้วก็ฝึกนั่งแล้วก็หลับไปเฉยๆมันก็ได้การหลับจะเรียกวันนี้ไอ้สัตว์ที่มีภาษาหมายคำว่าไม่ แตะพื้นเพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นเนื้อสัตว์ชิกะโดยไม่หลังจากพื้นจะนอนหลับด้วยวิธีของเราหัดลงตัวแล้วก็นั่งนี้ไปได้ฝึกเท่าไหร่ก็เก่งเท่านั้นไม่น้อยมันกระทั่งเป็น 5 ปี 10 ปีเหมือนอย่างกับพระสมัยเก่าที่แม่สายชี้กันได้แต่ไม่ได้เอาคำว่าชาญเข้าไปเกี่ยวนะเพราะถ้าเกิดว่าพระผู้ใดจะปฏิบัติเป็นทานด้วยท่านก็จะได้เอาถ่านให้เข้าไปเกี่ยวข้องจะมีกำลังมากจะได้ประโยชน์หลายอย่างเพราะถ้ามีแต่ชื่อฝ่ายเดียวอย่างเดียวมันก็ได้อย่างนั้นพวกเราก็เคยทำกันอย่างนั้นแหละแล้วมันก็พอเป็นไปแต่ถ้าเอาฌานเข้าไปเกี่ยวด้วยมันจะดียิ่งขึ้นมันจะทำให้เรารู้สึกว่าได้ประโยชน์ในการนั่งนั้นแล้วก็สงบสงบดีกว่านะเพราะว่ามันไม่ใช่นอนหลับเฉยๆ มันเป็นระบบที่ดีเพราะฉะนั้นเราต้องเรียนระบบเรียนสูตรทฤษฎีเราเปิดเรียนนี่เราเรียนให้เราเรียนตามตำรานะตั้งแต่พ.ศสติเราเรียนตามตำรานะที่ทั้งวันก็ว่าไปจนกระทั่ง 4 ข้อแรกในบทที่ 1 บทที่ 1 ก็มี 4 ข้อจากนี้ก็ไม่รู้สรรพคุณกายสิทธิ์ในข้อนี้ในข้อ 13 นี้ก็คือประกาศิตสังเวช เราจะทำในบทศึกษาเรียนรู้ซึ่งกายทั้งปวง
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive