220722 เจโตสมถะ-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ019.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์นำฝึกเจโตสมถะที่พุทธสถานสันติอโศกได้เวลาเราอยู่ข่าวว่าจรขยายเรามีเวลาเรามีวันสำหรับการจุดเทียนที่จะทำตนหรือนำตนไปสู่จุดที่ดียิ่งเจริญ เมื่อเราเป็นผู้ที่ได้ศึกษาและพยายามกระทำตนหรือว่าได้พยายามเรียนรู้จนกระทั่งเข้าใจแน่วแน่แล้วว่าเกิดมาเป็นมนุษย์เราก็ต้องไปหาสิ่งที่ประเสริฐสุดใครจะบอกว่าเราเป็นผู้ที่คิดแล้วคิดแปลกหรือว่าคิดไม่เหมือนคนเราก็ไม่มีปัญหาอะไรได้เพราะว่าแม้ว่าจะบอกว่าเราคิดแผนคิดแปลกพระพุทธเจ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดพระองค์ก็ได้ ความคิดอย่างนี้และพระองค์ก็มีความเห็นแจ้งอย่างนี้และพระองค์ก็เป็นตัวอย่างอย่างนี้พระองค์ก็ยึดถือเอาอันนี้แม้กระทั่งตลอดไปจนที่พระองค์ไม่ได้แปรปรวนพระองค์ไม่ได้เป็นผู้สติสัมปชัญญะฟั่นเฟือนอะไรซ้ำมีหนามก็ปรับยกย่องพระองค์ว่าเป็นปลาเป็นมหาปราบต้องให้ใครจะไปพูดใครจะไปว่าเราเองเป็นผู้ที่ไม่ได้หลงรักหลงยศลงสรรเสริญเป็นผู้ที่จะทำจิตของเราให้แห้งสะอาดเป็นไปได้ความบริบูรณ์อยู่ในโลกอย่างผมไม่ต้องเป็นอาศัยรากอาศัยยศอาศัยโรคกระทำมาเป็นเครื่องพลังกายหรือมาเป็นเครื่อง ชี้เป็นดัชนีชี้บอกว่าเป็นผู้ประสบผลสำเร็จอย่างคนโลกโลกแต่เราจะมีสภาพที่เป็นไปอย่างองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราเป็นนภาเป็นใครจะว่าอย่างไรเราก็ฟังแล้วเราก็มีสติสัมปชัญญะให้จริงทดสอบไม่ใช่ฟังเฉยๆแล้วไม่ใช่เอาอย่างตามที่จริงเขาจะมาพระพุทธเจ้าก็เป็นตำนานเป็นเรื่องอีกนานมาแล้วจะจริงหรือไม่จริงยังมีคนสงสัยจะต้องมาเราเองเราก็ไม่เชื่อง่ายๆไม่ได้ไปทางนั้นเรามาพยายามฝึกเขียนความพยายามทดสอบพิสูจน์แม้แต่ในระดับรอบ รอกเป็นโรคที่เป็นรอบต่ำๆเป็นโรคที่เป็นรอบที่พอจะฝึกเพียรเรียนรู้ทดสอบพิสูจน์มาได้เป็นขั้นๆตอนๆเราก็ได้กระทำมาเรื่
อ่านต่อ
อยๆผลที่เราได้ที่เราพิสูจน์แล้วเราเข้าใจชัดแจ้งถึงความหลุดพ้นได้ซึ่งความสะอาดและทำให้เราเองสบายทำให้เราเองหมดกังวลหมดสภาพอารมณ์ที่มันเรียกว่ากิเลสอารมณ์ที่เรียกว่ามันติดมันยึดมันห่วงหาอาวรณ์เราทำให้มันล้างจานคลายรู้สภาพของนิพพานรู้สภาพของวิมุตสภาพก็จะตาสภาพของการเด็ดขาดให้ชัดแจ้งแล้วเราก็รู้ปัจจัยแต่ละปัจจัยแต่ละเรื่องแต่ราวๆจะละเอียดที่สามารถจะพิสูจน์เป็นชั้น ขั้นตอนมาเราก็จะเป็นผู้ที่จะทำได้มันจะเป็นผู้ที่เป็นไปจริงแล้วเราก็ไม่ได้ไปเชื่องมงายไม่ได้ไปเชื่อสิ่งที่ไร้หลักฐานในสภาวะที่ใดสัมผัสรู้แจ้งจริงไม่ใช่เป็นเรื่องหลักร้อยเป็นปรัชญาปากเปล่าอะไรมันก็หาไม่ได้เป็นอย่างนั้นเราจะต้องไม่เราจะต้องพยายามเข้าถึงแล้วก็ไม่เป็นอย่างที่กล่าวนี้จริงๆมันกลายเป็นผู้ที่มีจริงๆรู้จริงๆได้สัมผัสสภาวะธรรมที่เป็นจริงหลุดเพราะอย่างไรวิมุติอย่างไรนิพพานอย่างไรไม่ใช่เรื่องลึกลับแต่เป็นเรื่องลึกซึ้งเป็นเรื่องที่รู้แล้วก็แจ้งสุขุมวิท ไม่ใช่เรื่องคิดค้นคดีโดนด่าแต่เป็นเรื่องที่จะต้องเรียนรู้แล้วก็พิสูจน์สัมผัสตัวจริงเป็นจริงมีจริงให้ได้แล้วเราก็จะได้ชื่อว่าเราไม่ได้เชื่องมงายที่บอกว่าเชือกงมงายก็เชื่อไม่งมงายนี่อยู่ที่ห้องเรามีสิ่งนั้นที่สุดเห็นจริงสภาพมันไม่ผิดเพี้ยนไปมันมีความพร้อมจริงมันเป็นความดับสนิทมันเป็นความจางคลายหรือว่าเป็นความไม่มีอะไรก็แล้วแต่จะใช้ภาษาอธิบายกันหลายแง่หลายเงินเราได้กระทำจริงจริงซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับสภาพที่เป็นจริงอย่างธุรกิจวิญญาณอย่างธุรกิจจิตใจจิตใจมันเปลี่ยนไปมันดังเวลาเรารู้ถึงจิตในจิตของเราจริงๆแม้เป็นพระโสดาบันแม้ จุฑาคามีพระอนาคามีก็รู้ในรอบในสภาพที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยอย่างชัดแจ้งแล้วเราก็พยายามจะพูดว่าได้รู้ได้แน่ใจได้ผลได้สิ่งที่มีจริงเป็นจริงนี่และเป็นเครื่องยืนยันเป็นเครื่องพิสูจน์เราก็มาคือพากเพียรเดินทางต่อไปผู้ได้แล้วไม่มีการสงสัยไม่มีการลังเลไม่วนเวียนน่ะใครจะพูดอย่างไรก็เข้าใจใครจะมีการว่าอย่างโน้นว่าอย่างนี้อย่างไรเราก็ไม่มีปัญหาสำหรับเราเมื่อผู้ใดที่สัมผัสจริงเห็นจริงรู้จริงมีจริงได้จริงแล้วมันก็ยังมีจะเหลือโลกที่มันละเอียดลึกซึ้งขึ้นไปอีกมีโลกชั้น สูงสูงขึ้นไปเป็นระดับๆซึ่งมันจะส่งผลทำคลิปทำแรงให้เราเองอาจจะพ่ายแพ้ภัยตัวสามารถที่จะมาเรียนตีลังกาอะไรได้อีกอยู่เราก็พยายามฝึกปรือสั่งสมกรรมวิธีหลายๆกรรมวิธีเพื่อที่จะได้ขัดเกลาส่วนที่เหลือมีอุปการะอะไรที่จะมีอุปการะเสริมเข้าไปอีกที่จะทำให้เราฟังคลายหรือว่าลดละปล่อยได้เบายิ่งขึ้นง่ายยิ่งขึ้นดียิ่งขึ้นสะอาดเข้าใกล้จุดสูงสุดถือว่าเป็นความสำเร็จสูงสุดของทฤษฎีที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าวางไว้ท่านใดพบ กล่าวไว้แล้วเราจะได้พิสูจน์ความจริงคนเราเนี่ยเราก็นับถือกันงมงายกันมาหรือนับถือว่ามีศาสนานับถือว่ามีมรรคมีผลนับถือว่าเป็นสิ่งสำเร็จของมนุษย์สุดยอดของดีจริงๆมันเป็นปรัชญาปากเปล่าและยกย่องกันว่าเป็นพระธรรมเป็นปรัชญาเป็นงานความดีอันสูงสุดเป็นสิ่งที่มนุษย์ชั้นสูงมนุษย์ประเสริฐที่จะได้จะมีจะเป็นมันเป็นของหลอกลวงๆมันเป็นศิลปะมันเป็นของที่เขียนเอาไว้โกโก้หรูๆสวยๆเฉยๆหรือว่าเป็นสิ่งที่ร่ำลือกันไว้เฉยๆหรือเรามาพิสูจน์เรามาเรียนรู้เราเคยเสียเวลาเป็นพิ ชั่วสิ่งที่เขาเฮฮาฮือฮากันมอมเมากันหลอกๆรวมๆกันตามๆเขาไปเรายังเคยไปเสียเวลาเรายังเคยไปลงทุนโรงแรมพิศวงไปเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นมาก็ไม่ใช่น้อยเพราะตัวอย่างนี้ต่างคนก็ต่างยกย่องพูดกันจริงๆก็ต่างยกมือเคารพประนมไหว้ว่าเป็นของดีของสูงไม่ใช่เข้าใจกันกับเฉพาะในเมืองไทยคนทั้งโลกเข้าใจว่าธรรมะศาสนาคุณธรรมอย่างนี้เป็นของดีของสูงเข้าใจเป็นอย่างนั้นทั่วไปเป็นสัจธรรมทั่วๆไปไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องที่จะปิดกระปอยรู้เป็นหมู่เป็นกลุ่มทั้งนั้นไม่ใช่ มันเป็นสากลแล้วมันไม่มีตัวจริงหรือเราก็มาเป็นสูตรแล้วก็มากระทำให้แก่ตนซึ่งก็จริงอยู่ว่ามันไม่ใช่ของง่ายของพระพุทธเจ้าก็ยืนยันเพื่อจะบรรลุธรรมนั้นเท่ากับจำนวนเขาค้อผู้ไม่บรรลุนั้นเท่ากับจำนวนขนโคมมันไม่ใช่ของง่ายกว่าจริงอยู่แต่มันก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงมันก็มนุษย์นี่แหละจะเป็นไปได้มันไม่ใช่เรื่องอื่นมันมีของคนอื่นจะเป็นไปได้เพราะฉะนั้นเมื่อเราได้มั่นใจเราได้เป็นไปยิ่งมีสิ่งที่รองรับมีสิ่งที่ดีที่สุดถึงขั้นตอนเข้าใจดีแล้วก็เพิ่มเกรียนกันเข้าไปทุกสิ่งทุกอย่างจะสำเร็จได้ถึงที่สุดได้ก็เพราะความเพียรถ้าเราไม่เพี้ยนเราจะหล่อหล่อ ปัญญาให้เข้าใจอย่างละเอียดละออดีๆแล้วก็ดำเนินไปให้ถูกขั้นตอนบทบาทมันก็จะได้ฉันรักจะเร็วที่คำว่ารักที่จริงมันเดินตรงมันไม่ต้องอ้อมค้อมๆๆมันเดินตรงเราก็เลยเรียกภาษานึงว่ามันรักเพราะทุกคนมันคล้องกันเหลือเกินมันไม่ตรงมันเข้าใจยากที่จะหาทางตรงหาทางถูกมันหาความเข้าใจหรือว่ามันจะรู้ได้มันยากเพราะเราพยายามที่จะต้องใช้ทั้งปัญญาฟังเรียนศึกษาพิจารณาเข้าไปด้วยทดสอบเข้าไปด้วยเราก็จะได้ตรงหรือว่าได้ จริงๆเหมือนกันแม้จะยากก็ดูเร็วพระพุทธเจ้าท่านยืนยันในหลักการต่างๆว่าถ้าเกิดว่าเราปฏิบัติจริงๆปฏิบัติอย่างเรียนรู้ใช้ปัญญาอย่างแท้จริงมีสมาธิองค์ 8 นี่แหละเป็นการปฏิบัติที่มีสุขภาพจิตพาภิญโญได้อย่างเข้าใจว่าสุขาปฏิปทานั้นไม่มีความอดทนปล่อยปละละเลยลงๆแรงๆไปเรื่อยๆเฉยๆไม่ใช่เพราะว่าแม้แต่สูตรเทวทัตสูติยืนยันว่าเราตั้งตนอยู่ในความลำบากความหมายที่แปลมาเป็นภาษาไทยๆเราตั้งตนอยู่ในความลำบากกุศลธรรมเจริญยิ่งยิ่งถ้าเราตั้งไม่ตั้งตนอยู่ในความลำบากอกุศลธรรมจะเจริญยิ่งพอดี ถ่ายชัดๆให้ละเอียดมันมีภาษาอยู่นิดๆเท่านั้นเองเราตั้งตนอยู่ในความลำบากกุศลธรรมเจริญยิ่งเราไม่ตั้งตนอยู่ในความลำบากอกุศลธรรมจะเจริญยิ่งฟังชัดๆยืนยันไม่ใช่เรื่องที่จะไม่มีความอดทนเป็นเรื่องปล่อยตามใจตามกิเลสอย่างที่คนร้ายมากก็เข้าใจว่าสัมมาอะระหังนั้นก็พอดีพอดีแล้วของเราสัมมาดังกล่าวแล้วเราสบายๆให้สบายๆอันนั้นมันเรื่องกิเลสมันเอาใจกิเลสมันตามใจกิเลสแล้วมันตามแล้วถ้าไม่สบายนั่นแหละที่ว่านั่นแหละทุกคนนะที่ยังมีกิเลสอยู่ทุกคนจะเป็นอย่างนั้นให้ผมสบายๆสัมมาสัมมาน่ะมันเรื่องกิเลสแล้วเพราะฉะนั้นสูตร วัดทหารที่เป็นไขเป็นกุญแจไขบอกให้ชัดแจ้งว่าไม่ใช่นะไอ้ตามใจกูคิดดีๆกูจะใช้ปัญญานิดหน่อยคุณจะรู้ว่ามันจริงนะเราต้องการอย่างนี้เราต้องพอใจอย่างนี้เราจะเอาอย่างนี้ไอ้ตัวนั้นแหละมันอะไรแล้วพิจารณาดูดีๆว่าถ้าเกิดว่าเราจะลดลงไปจะกลับติดฉะจะมักน้อยจะกัดขอบเขตแห่งความพอลงมาเพราะว่าตัวอย่างก็มีพระพุทธศาสนาพระพุทธเจ้าพระสาวกต่างๆรุ่นก่อนพวกนั้นพวกนี้ท่านจะเขียนไอ้สัตว์ได้รับได้รับในรถลงมาเรายังพออย่างมากอะไรอยู่เนี่ยเราเองจะทำลงไปอีกได้ไหมมันมีหลักฐานมันมีเครื่องยืนยันมีตัวอย่างไม่ใช่ว่าเราจะทำตามความพอใจ พอใจสบายๆจิตใจของเราเองสบายๆของเราสบายมันเป็นการตามใจกิเลสมันง่ายเพราะถ้าผู้ใดเข้าใจไม่ซึ้งเข้าใจไม่ถูกต้องเข้าใจยังเพี้ยนๆเป็นการอนุโลมต่อตนเหตุการณ์ที่ไม่พยายามที่จะให้มันซื่อตรงหรือว่าเดินถูกคิดเดินถูกระบบหลักฐานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านอธิบายไว้ทำให้จริงๆแล้วมันไม่หรอกมันจะไม่เดินตรงหรือว่ามันจะไม่เดินเร็วถ้าได้ปฏิบัติเดินถูกระบบของพระพุทธเจ้าแล้วมันจะเป็นเร็วทันเร็วกว่าพิมพ์ยาเพราะฉะนั้นจะเป็นสุขาปฏิปทาด้วยสุดท้ายก็คือว่าเราไม่ต้องไปทำอะไรที่มันเพ่งเอาในช่วง ไปทรมานเอาหนักๆเกินไปมันจะค่อยๆเจ็บแม้จะมีอดทนก็อดทนไม่ใช่หนักหนาจนเกินการไม่ใช่อดทนซะจนทรมานทรกรรมแต่มันต้องมีตบะทำแล้วมันต้องมีธรรมะขันติถ้าไม่มีธรรมะขันติมีองค์ธรรมในการสำเร็จเอาจริงแล้วมีธรรมะขันติมีสัจจะธรรมขันติจาคะจึงจะละฆราวาสได้เพราะฉะนั้นฆราวาสธรรมที่จะพ้นความเป็นฆราวาสธรรมสู่ความเป็นจาคะสู่ความเป็นสลัดพ้นหลุดออกมานี่ได้มันก็จะต้องมีสัจจะทมะขันติมีเป็นตัวหลักเกณฑ์สำคัญสำคัญ เห็นแม่จิตใจของเราจะไม่มีฉันทะมีความยินดีไม่มีความพอใจเราก็จะต้องรู้ว่าเราไม่ต้องพอใจก็ได้แต่เรารู้ด้วยแล้วว่ามันเป็นกุศลมันเป็นทางเดินมันเป็นทางที่จะต้องตั้งหน้าตั้งตาทำไปเราก็จะทำเหตุปัจจัยนี้ไปแล้วมันก็จะถึงถึงถึงถึงถึงเขตถึงเหตุปัจจัยได้เองมันเกิดโดยที่เราไม่ทำไม่ได้เกิดเองเป็นเองไม่มีมันมีแต่ว่าเราจะต้องสั่งสมเราจะต้องประพฤติเราจะต้องทำเราจะต้องมีกรรมมีองค์กรแห่งการกระทำนั้นๆขึ้นไปมันจึงจะเจริญมันถึงจะเป็นไปได้แล้วก็ขอให้พวกเราได้ตั้งใจเราอย่าไปเพ่ง โทษกันเราอย่าไปมองปู่ท้วงอะไรกันผู้ใดทำได้แค่ใดก็เป็นอินทรีย์พละของผู้นั้นผู้ที่บางท่านบางองค์บางคนอาจจะมีอะไรต่ออะไรที่บอกชอบอยู่มันก็เป็นได้บางอย่างในส่วนดีก็ดีบางอย่างส่วนนี้เราไม่ได้ฝึกอย่างนี้เรายังไม่อยากจะทำมากมันก็ยังไม่ดีเราก็ต้องรู้ผู้ใดเป็นเพลงทั่วไปมองหมิ่นคนอื่นนั้นน่ะมันอาสวะเจริญยิ่งยิ่งพอคนอื่นไปมองหาความบกพร่องของความไม่ดีไม่งามอะไรของเขาเป็นคนเอาเข้าไปจับผิดแล้วก็เลยสบายใจของตัวว่าเออลูกคนอื่นไม่ชั่วได้เรามีส่วนนี้ดีกับเขาหน่อยนึงก็พอใจไอ้อย่างนั้นมันเป็นการ ซึ่งมันเป็นการชะลอชะลอความพอใจของตนตนเองไม่ดีขึ้นอยู่เท่าทุนนะแต่ไปมองคนอื่นว่าเขาต่ำได้แค่นั้นก็สบายใจดีใจมันเป็นการชะลอไม่ได้เรื่องอะไรเราจะต้องมองคนที่เขาดีกว่าแล้วเราเองเรายังไม่ดีขึ้นเท่าอย่างนี้เราก็จะได้อุตสาหะวิริยะขึ้นไปเราจะเจริญแต่ถ้าเราไปมองคนที่มีจุดบกพร่องแล้วก็พอใจสบายใจเพราะฉะนั้นมันไม่ก้าวหน้ามันไม่ใช่ที่เจริญและยิ่งไปแจกพวกคนอื่นเขาเนี่ยมันเกิดมาณที่หนักเข้าเราก็จะข่มเขาเหยียดหยามเขาเราก็จะกลายเป็นผู้ที่มีมานะหรือตนคือตัวเพราะในผู้ที่รู้สึกตัวว่าเราเองเราทำไม่ได้ดีก็ไม่ต้องน้อยใจไม่ต้องกลัวไม่ต้อง ไม่ต้องเห็นหรอกนะเดี๋ยวคนอื่นเขาจะรู้ว่าเราทำไม่เป็นเราทำไม่เก่งเราทำไม่ได้ไม่ต้องถ้าตัดความกังวลตัดความยึดติดพวกนี้ลงแล้วปล่อยสบายถ้าเป็นอย่างไรเราก็เป็นจริงๆตามความเป็นจริงมีจิตใจสบายถึงซึ่งความจริงเป็นผู้คิดถึงซึ่งยถาภูฏานมีความเป็นจริงตามความเป็นจริงเปิดเผยเป็นผู้เปิดเผยความจริงธรรมดามันไม่ใช่สิ่งเสียหายอะไรเราเป็นอย่างนี้เรายังทำไม่ได้ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่เห็นเป็นไรเรากำลังทำสิ่งดีนี่เราทำดียังไม่ได้มันไม่ใช่ของน่าเกลียดหรอกพยายามกระทํา ก็ไม่เป็นไรสภาพเปลี่ยนไปแล้วเราก็จะได้เองเราก็จะได้ดีเองเพราะเราลองพยายามอ่านใจปลดปล่อยสิ่งที่มันค้างคาเป็นกังวลเป็นปฏิปทาเป็นสิ่งที่เกาะเกี่ยวเป็นสิ่งที่ทวงจะพยายามปล่อยแล้วเราจะเบาสบายคลายแล้วมันจะมีอุตสาหะวิริยะมันจะมีฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสาขึ้นไม่เช่นนั้นเรามีความระริกอย่างที่ว่าเมื่อกี้เนี่ยที่พูดไปเมื่อกี้ไม่ว่าเราจะไปทำกับคนอื่นมองเห็นคนอื่นเป็นโทษคนอื่นหรือแม้แต่เรายึดถือมานะของเราเองแล้วเราก็เลยกลายเป็นผู้ที่ไม่มีเพียงพอไม่มีอิทธิบาทเพียงพอเพราะว่ามีมานะแม้จะทำให้อะไรมันก็ดิ้นอันเนี้ยทำให้พวกเราที่มีมานะอันนี้ แกทำสิ่งนี้แล้วทุกข์มากทำให้ผู้นั้นทุกข์เป็นทุกข์มาเวลาทำแล้วก็ไม่เจริญแล้วก็กลายเป็นแหนงหน่ายก็มันก็เป็นพิษเป็นภัยก็ทำความเข้าใจกับตนให้ดีเราจะได้เจริญภาคเรียนฝึกปรือไปก็จะมีความก้าวหน้าถ้าเรามาเริ่มต้นถ้าทำบัลลังก์เกณฑ์นะธรรมะเจนะทำแท่นรองรับกายที่เราจะตั้งตรงที่เราจะตั้งตรงดำรงสติของหมั้นนี้เราพยายามทำเหมือนทำบัลลังก์ที่เราพอเหมาะพอใจเพราะมันลังอย่างนี้จะขัดสมาธิหรือว่าจะนั่งพับ หรือว่าจะมีอยู่ 2 อย่างมั้งจะขัดสมาธิก็มีอีกมากหลายท่าเหมือนกันนะขัดสมาธิขัดสมาธิธรรมดาอะไรแล้วแต่บางคนขัดสมาธิก็คือเอาเข้ามาขัดกันเอาไว้หรือว่าประมาทประมาทฉันธรรมดาเอาเท้าเอาขามาซ้อนขาซ้ายขึ้นมาทับขาขวาหรือขาขวาขึ้นมาทับขาซ้ายก็ตามแต่เขาก็พยายามกันเขาก็ใช้คำว่าเอาขาขวามาทับขาซ้ายเอามือขวามาทับมือซ้ายซ้อนเป็นชั้นๆเอาไว้อะไรก็เริ่มต้นด้วยข้อที่ 1 ของบทที่ 1 บท 1 บท 1 มี 4 ข้อ 1 และอธิบายสาธยายไว้ให้จำให้แม่นเรามีข้อเรา ทฤษฎีเรามีหลักการประจำหลักการได้ด้วยเวลาเราบำเพ็ญเข้าไปแล้วเราก็จะพยายามระลึกถึงหลักการเหล่านี้ทบทวนและตรวจสอบให้เป็นปฏิภาคนิมิตให้ทดสอบเปรียบเทียบดูตามทฤษฎีตามหลักการต่างๆดูแล้วก็พยายามทำความเข้าใจกับของจริงที่เราได้ทำทดสอบของเก่าของใหม่ก็เปรียบเทียบไปเปรียบเทียบไฟมันจะรู้ว่ามันมันตรงหรือยังนี่มันคล้ายคลึงกันที่ธันวาคมเป็นทานเป็นอย่างนี้สภาพเป็นจิตที่มันว่ามันเป็นอย่างนี้สภาพจิตที่มันมีความหมายตามที่เราหมายไปแต่ละระดับแต่ละระดับและเทียบไปมีส่วนเปรียบได้มีส่วนเทียบได้แล้วได้แล้ว แล้วเหมือนแล้วคล้ายแล้วมันจะให้คำตอบแก่เราเรื่อยไปการพิจารณาการเรียนรู้ทดสอบไปเรื่อยๆมันก็จะมีบริกรรมนิมิตมีปฏิภาคนิมิตอย่างนี้เรื่อยไปเรื่อยไปก็จะเป็นผลสำเร็จด้วยไปบริกรรมก็เป็นการกระทำจะแจ้งเริ่มต้นจัดแจงตกแต่งตกแต่งกายตกแต่งจิตตกแต่งสภาพที่เราบำเพ็ญนี่แหละตกแต่งด้วยว่าบริการมีเครื่องหมายนิมิตแล้วก็เครื่องหมายหรือแปลว่าเขามูลมีเครื่องหมายข้อมูลว่าเราหมายอย่างนี้มีสภาพอย่างนี้แล้วเราก็ทำจัดแจงให้มันเป็นดังที่มีความหมายนั้นให้มันตรงให้มันถูกได้มันสมคล้อยกันให้มันลงตัวกัน อันหนึ่งอันเดียวกันทั้งความหมายก็ถูกกับสภาวะที่เราได้ทำถูกแล้วเป็นแล้วก็เทียบไปก็ยังไม่ถูกยังบกพร่องอยู่อย่างน้อยไปหรือมากไปแล้วก็ทำไปเรื่อยๆศึกษามีบทศึกษาอุกกาบาตแปลว่าศึกษาจนกระทั่งยึดเอาได้ศึกษาไปเพ่งเปลี่ยนไปก็มีความยึดถือเอาได้ยึดถือสภาวะมันเกิดสภาวะที่เรายึดถือขึ้นหรือว่าเราทำจนถึงได้มีได้ช่วยเอาไว้ได้เรียกว่ามิตรแล้วเราก็เทียบเคียงไปเรื่อยๆตรวจสอบไปเรื่อยๆมีส่วนเปียกมีส่วนเทียบมีสิ่งเปรียบเทียบแล้วก็คล้ายคลึงหรือเหมือนข้าวหรือว่าจริงจังเท่านั้นแหละมันมีมันเป็นภาพความรู้ประสิทธิภาพเป็นภาพที่เห็นจริงเห็นจังมีจริงมีจังมีส่วนที่จริง มีภาพที่เป็นเรียกว่าประสิทธิภาพปฏิวัติทวนแล้วชวนไปทวนมาทำแล้วทำไปทำมามันก็จะมีภาพที่ได้ส่วนที่ได้เกิดขึ้นเอาข้อที่ 1 โซนอาจจะสติ store เป็นสติเราเป็นผู้ที่มีสติอยู่นิดเดียวแม้ลมหายใจออกเราเป็นผู้ที่มีสติอยู่นั่นเดียวแม้ลมหายใจเข้าข้อที่ 2 ก็พิจารณาเพิ่มปัญญาขึ้นเมื่อเรากำหนดลมหายใจออกลมหายใจเข้าอยู่ได้แล้วก็มีสติฟังอยู่ดีแล้วเราก็มีสติแล้วก็พยายามให้เกิดปัญญาจงรู้รู้ลมหายใจออกลมหายใจเข้าให้แม่น ถ้าเกินกว่านั้นไปอีกมีสั้นมียาวมียาวมีสั้นมีคำว่าสันโตที่คลังปัจจะมิติประชาติมีคำว่าปัจจัตตังปัจจัตแม่ลมหายใจออกอยู่เราก็จะระลึกรู้ทั่วถึงอารมณ์หายใจนั้นออกยาวดังนี้ถึงแม้ลมหายใจเข้าอยู่เราก็จะรู้ทั่วถึงว่าลมหายใจเข้ายาวอย่างนี้มีครั้งวิธีการยาวถึงแม้ลมหายใจเข้าอยู่เราก็จะรู้ ปู่ทวดถึงว่าลมหายใจเราออกแม้ลมหายใจออกอยู่เราก็จะรู้ทั่วถึงบรมหายใจเราออกสั้นรับสั่งแปลว่าสั้นและลมหายใจเข้าอยู่เราก็จะระลึกรู้ทั่วถึงว่าลมหายใจเข้าสั้นอย่างนี้ก็พยายามเป็นให้มันเกิดปัญญาร่วมประกอบไปกับสติสติตั้งมั่นสติของคนสติถาวรให้ได้ไม่มีสติเป็นสำคัญระหว่างตัวนี้เป็นเอกทีเดียวและพร้อมกันนั้นก็จะเกิดการระลึกรู้สติจะเป็นตัวเป็นเราจะเป็นตัวสำคัญในการที่จะเป็นได้และจะถูกต้องและจะไปได้เร็ว รักแล้วก็ทำจิตให้มันเป็นที่นี้มันเป็นเป็นอะไรก็เป็นอย่างที่มันตั้งสติได้เป็นที่มันเกิดปัญญาเป็นปัญญาปัญญาไปตามลำดับขั้นตามสูตรเนี่ยเราก็วิธีการทำอย่างนี้เราก็ไปตามวิธีการข้อที่ 3 สัปดาห์ที่อธิบายให้ฟังแล้วแล้วเราก็จะต้องทำให้มันเป็นอย่างไรเราจะพยายามทำให้มันถึงขั้นตัดสัญญานกำหนดการให้ถูก สัปปายะจะรู้พร้อมเฉพาะซึ่งกายนอกกายกลางกายในอะไรอย่างนี้พอติดตั้งเวทีเราจะรู้ให้ชัดเจนทวนรู้ทวนเข้าใจแยกให้ออกควรแบ่งทวนแยกทวนรู้จำเพาะต้องไปให้ชัดด้วยอย่าปล้นแปลคำว่ากายก็จะเป็นกายคำเดียวมีทั้งกายนอกกายกลางกายในอันนี้ต้องพูดเฉพาะรู้ภายนอกเป็นความเฉพาะของคำความหมายคำว่าภายนอกอย่างนี้หมายความว่ากายกลางนี้หมายความว่ากายในอะไรอย่างนี้แล้วแต่มีอธิบายเป็นภาษาเป็นชั้นเชิงเราจะรู้ละเอียดยิ่งกว่านั้นก็ได้ถ้าเรามีภูมิปัญญาวันนอกไม้อัดสภาพภูมิที่มีทั้งตัวร่างกายตัวอิริยาบทตัวสภาพที่มันเป็นอยู่มันจะเคลื่อนถวายหรือไม่เกินไม่ไหวขนาด ขนาดนี้มันเป็นความรู้ที่ลึกซึ้งต่อไปแม้แต่ลมหายใจผมหายใจเข้าใจออกอ่อนบางเบาอะไรก็แล้วแต่จะเป็นอย่างนู้นอย่างนี้แม้จะอยู่ข้างนอกลมหายใจอยู่ข้างนอกแล้วก็จับสภาพเป็นกายนั้นมันกำหนดนอกดูก็ต้องไปกำหนดภายในเมื่อเรามีความรู้สึกเข้าสู่ภายในกำหนดภายในลมหายใจก็ยังมีอยู่อะไรอย่างนี้เราก็จะรู้ละเอียดลงไปซึ่งกายอย่างนั้นอย่างนั้นเป็นชั้นเชิงละเอียดสูงขึ้นก็แล้วแต่ว่าผู้ใดจะพยายามดูให้ได้มากขึ้นตามใจส่วนกายในกายที่เป็นนามธรรมกายอีกก็ไม้อังกฤษเลยเป็นกายไม้เอานามเป็นกายอย่างนี้เราก็ให้สงบระงับเหมือนกันแล้วจะให้สงบระงับขนาดใดปัดซ้ำไปยัง ร้านค้าดังเราจะปรุงกายหรือว่าเราจะทำกายสังขารแล้วจะจัดแจงกับกายสังขารเหล่านี้ให้สงบระงับหรือว่าให้อยู่อย่างเรียบร้อยราบรื่นสบายเบาโปร่งพ้นทุกข์แล้วก็มีประโยชน์มีประโยชน์มีการเจริญก้าวหน้าอยู่เกิดปัญญาเกิดการสร้างจิตของเราให้จิตของเราเป็นอภิสิทธิ์ขึ้นเรื่อยๆขณะนี้เรากำลังสร้างอาทิตย์จิตจะเรียกว่าทำทานจะเรียกว่าทำสมาธิจะเรียกว่าทำเจโตสัมปทานจะเรียกว่าอะไรก็ตามแล้วกำลังเล่นกับจิตเรากำลังฝึกจิตและกำลังพากเพียรหัดมันพยายามให้จิตมันได้มีการฝึกปรือขึ้นไป เราจะกำลังทำอภิสิทธิ์โดยตรงนั้นก่อนจะเกิดผลทั้งรู้ทั้งเป็นเป็นไปได้เรื่อยๆพยายามตรวจสอบให้ชัดๆที่ไปเหยียบทั้งสูตรทั้งทฤษฎีและความเป็นจริงและการกระทำไปเป็นลำดับๆๆอะไรก่อนบางทีเราไม่ต้องไปกังวลไปก่อนก็ได้เราเอาก่อนที่เป็นเบื้องต้นเน้นเบื้องต้นแล้วก็ค่อยๆตายก็ไปตามระดับได้แค่ 4 ข้อนี้ในบทที่ 1 นี้เราก็พยายามจะทำให้คล่องแคล่วทำให้ตั้งมั่นทำให้เป็นไปได้มีภาษีไม่มีอำนาจครอบครอง เพลงไม่ต้องเกรงตัวปล่อยตัวปล่อยกายสบายจงโปร่งโล่งๆตั้งๆกายตั้งทรงตั้งอะไรไว้ให้มันเรียบร้อยแล้วก็เป็นไปเรื่อยๆไม่ต้องไปเกรงใจไม่ต้องไปเคร่งกับส่วนไหนส่วนไหนให้มันพอเป็นไปตามที่เราจัดแจงไว้ตามที่เราตกแต่งไว้พอสมควรเท่านั้นแล้วเราก็พยายามให้มันสัมพันธ์กันทั้งกายทั้งใจทั้งส่วนที่เป็นลมหายใจทั้งส่วนที่เรากำหนดรู้กันเท่าเท่าที่เรามี 3 คน แล้วมันจะปรับกันเป็นสภาวะประกอบกันสัมพันธ์กันข้อสำคัญก็อยู่ที่สติระวังสติต้องแรงสติต่างๆให้เจริญสติต้องให้ดีมันสติดีแล้วมันจะอ่านพบมันจะมีคู่ต่อสู้ที่สำคัญอยู่ก็ตอนนี้บอลกิเลสนั่นแหละเป็นสำคัญตัวตรงที่สุดนี่มันก็คือตัวที่นั้นมีพระที่มันจะทำให้จิตดีแม้จะเป็นกามฉันท์พระพรหมมีสติมันก็ยังพอเป็นไปได้แล้วมันก็จะรู้ตัวว่าอารมณ์กามเป็นอย่างนั้นมันก็ยังจะพอรู้มันจะมีตัวรู้น่ะแต่ถ้าเกิดว่าตกดีและตกที่นั่นมีภาระมันไม่รู้อะไรเอาเลยมันไม่รู้แล้วมันจะทำอะไรไปไม่ได้มันจะไปทำพิจารณาให้มัน แจ้งให้มีฤทธิ์มีแรงอะไรไปมันไหม้มันอ่อนป้อแป้ไปเลยถ้าตกสีนั้นมีพระแล้วมันออนป้อแป้ปกเปียกไปเลยรู้ก็ไม่มีกำลังจะเกิดก็ไม่มีกำลังมันเป็นตัวผีร้ายสำคัญที่เดียวในการที่จะทำสมาธิแบบนี้เธอจะทำใจโตสมถะขันหมากมันพยายามเรื่องสติสัมปชัญญะเรื่องสติไม่ดีแข็งแรงท่านถึงได้จัดเอาไว้ 1 ข้อเลยว่าเขาจะต้องมีสติอยู่นั่นเดียวเราจะต้องมีสติอยู่นั้นเพียวความหมายใจออกลมหายใจเข้าแม้ลมหายใจออกแม่ลมหายใจเข้าเราก็จะมีสติอยู่นั่นเพียว รำคาญสติสำคัญผู้ที่ร้ายพอกันก็คือสำคัญเหมือนกันปุ๊บหลับสิ่งนั้นได้ยกสติขึ้นมีกำลังพยายามประคองสติให้ได้และสติจะทำงานไปเรื่อยมันจะเกิดปัญญามันจะควบคุมจะจัดแจงไม่เป็นจะได้ศึกษาจนกระทั่งยึดถือเอาได้เป็นทหารนิมิตจนกระทั่งแม่ไปถึงขั้นมีส่วนเปรียบเทียบเปรียบได้ตัวได้เหมือนใครรู้เท่าเทียมก็ได้เข้าใจชัดขึ้น จะได้สิ่งนั้นเป็นผลเป็นคำตอบเป็นคำเป็นตัวรู้เป็นตัวอ๋อเป็นอย่างนี้หนอเป็นอย่างนี้หนอถูกจริงอย่างชัดก็จะรู้ชัดว่าเป็นอย่างนี้เองเป็นอย่างนี้เองเคยผ่านมาแล้วแต่ไม่สังเกตก็จะรู้หรือว่าไม่เคยผ่านเลยถึงได้ใหม่ๆซึ่งเป็นถึงก็จะรู้แต่มันไม่แข็งแรง เป็นไปไม่ได้มันเต็มไปด้วยทีนะมีค่าแรงจะออกมาเดินจงกรมบ้างก็ได้ออกไปยืดเส้นยืดสายหายใจให้แรงๆทำความสดชื่นพยายามแก้ด้วยทั้งระบบที่ระลึกได้ของพัฒนาพระพุทธเจ้าที่ฉันมีทรงสอนเอาไว้เราจะนวดเนื้อนวดตัวลูกหน้าลูกตาแมนมองดูดาวอะไรต่างๆนานาพรุ่งนี้รวยแล้วแต่เป็นเรื่องแก้ไขทั้งสิ้นแม้แต่เอาไม้ยอนหูก็มีไม้ยอนหูไม่ได้แกล้งง่วงอะไรก็มีแต่สิ่งนั้นมีพระ มันแก้ได้หรือว่าเราปรับขึ้นมาได้พยายามจะพยายามใช้วิปัสสนาสอดอารมณ์วิปัสสนาคือ 1 รู้โทษของสิ่งที่มันฉุดเอาลงไปสู่จุดที่เราไม่ต้องการ 2 รู้คุณของสิ่งที่เราได้พ้นสภาพที่เราไม่ต้องการนั้นมาได้มันเป็นส่วนเปรียบเทียบประสิทธิภาพมันเป็นสิ่งที่เปรียบเทียบให้เห็นโทษเห็นคุณการออกจากโทษมาสู่คุณออกจากอารมณ์เป็นนิวรณ์หรือกิเลสหรือกรรมอะไรต่างๆหรือว่าตัวร้ายอะไรต่างๆออกมาสู่ธุรกิจมาสู่ธุรกิจเป็นวิปัสสนาญาณโดยตรง เราจะเห็นมันก็จะรู้มันไปรู้ให้มันได้ชัดมันก็เป็นชัดรู้มันยังไม่ได้ก็คือเรายังรู้ไม่ได้ไงตำรวจก็พยายามพยายามเป็นเพียงใช้ความใช้การศึกษาทั้งกระทำจัดแจงตกแต่งไปแล้วก็พยายามศึกษาไปศึกษาไปมันได้อะไรขึ้นมาเขาเรียกว่ามันก็เคลื่อนมันก็เลื่อนชั้นขึ้นไปเรื่อยๆมีบริกรรมนิมิตมีอุปการะนิมิตมีประสิทธิภาพเรื่อยไปอย่างนั้นเรื่อยไป ยังดีขึ้นหรือน้ำกายดีขึ้นพยายามศึกษาดูให้รู้จิตที่แท้ผ่านสภาพให้ทำให้มันแทบตายสติสัมปชัญญะมีจิตแยกคล้ายจะเป็นอาหารของสติสัมปชัญญะถ้าจิตไม่แยกชายก็เป็นอาหารของสิ่งที่ไม่ใช่สติสัมปชัญญะเพราะจิตจะแยกคลายสมส่วนกันสุดของเราจะละเอียดของเราจะรู้สิ่งที่ดีขึ้นเป็นดีขึ้นเรื่อยๆ โปรจิตใจควบคุมได้กายก็เบาขึ้นจับจิตได้จริงมีวิตกวิจารรู้อยู่ขอให้ตรวจดูตรวจดูนิวรณ์หยาบนั่นแหละชัดและทำนิวรณ์จากไปจางคลายสงบระงับอยู่จะเบาขึ้นเบาขึ้นจะปลอดโปร่งขึ้นปลอดโปร่งขึ้นเราได้รู้ดีเราได้เห็นดีนั่นแหละเราจะเกิดปฏิสังขรณ์ ว่าเราจะรู้พร้อมเฉพาะในกิตติในลมหายใจออกอยู่สิทธิปะติสังเวชวิปัสสะสิจะสามีปฏิกิเราจะรู้พร้อมเฉพาะในอารมณ์หายใจเข้าอยู่สุขาภิบาลจะรู้พร้อมเฉพาะในสุขและลมหายใจออกอยู่สงขลามีปฏิ จะรู้พร้อมเฉพาะในสุขแม้ลมหายใจเข้าอยู่จิตตสังขารเวทีอัสสะสิช้ามีผิดปกติเราจะรู้พร้อมเฉพาะซึ่งจิตสังขารอย่างนี้เราจะรู้พร้อมที่จะสังขารอย่างนี้แม้ลมหายใจออกอยู่จิตแต่สังขารและปฏิสังขรณ์เฉพาะซึ่งจิตสังขารแม้ลมหายใจเข้าอยู่พอ 18 ปี นางพญาจิตตสังขารอุปสรรคสิจะสามีผิดปกติเราจะทำในบทศึกษาว่าเราจะทำจิตสังขารให้สงบระงับอารมณ์หายใจออกพอดีในลมหายใจเข้าก็ดีอย่างนี้มันเป็นบทที่ 2 เป็นความสืบทอดต่อไปซึ่งไปถึงขั้นในเข้าไปอีกมีความรู้ลึกรู้เข้าไปจนถึงสภาพของกิตติสุขซึ่งเป็นจิตสังขารและเราก็จะทำให้สิทธิกับสุขนั้นสงบลงไปอีก มันจะทำให้กิตติเป็นสุขนั้นสงบระงับลงไปอีกยิ่งขึ้นไปอีกเป็นรอบฉันละเอียดวรรณกรรมบทที่ 1 ข้อที่ 1 ถึงข้อที่ 4 นั้นเราก็จะต้องใช้การตรวจตราตั้งแต่รอบหยาบนิวรณ์หยาบทั้งหลายทั้งปวงไม่ต้องดูให้ดีชัดเจนแล้วมั
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive