220823 เจโตสมถะ-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ020.txt

โฟลเดอร์2520-2533 เจโตสมถะ (108 ตอน) TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์109 KB
วันที่แก้ไข25 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

เราก็มาฟังปริยัติที่เราได้ขยายความปาณาคาถาได้อธิบายไปถึงนิวรณ์หรือมีวรนาฟุตบอลมีวัฒนาเหมือนกันแต่ความว่ามรณภาพชื่อว่านิวรณ์เพราะอัดว่าอะไรชื่อว่านิวรณ์เพราะอรรถว่าเป็นเครื่องกั้นทำเครื่องนำออกคำว่านิวรณ์นิวรณ์ทั้งหลายแหล่ที่เราฟังไว้วันนี้บอลมีถึง 8 เป็นเครื่องกั้นเครื่องนำออกแต่ทีนี้ท่านก็จะขยายความไปซ้ำซ้ำ มาแล้วนั่นแหละแต่ว่ามีในระยะขยายไปอีกนิดนึงนิดนึงแล้วไปยาวถ้าลองฟังดูจะอ่านให้ฟังเดี๋ยวเราก็จะอธิบายทั่วเลยเพราะว่าอธิบายต้นมาแล้วแล้วมันก็มีลูกเล่นหรือลูกขยายอยู่ในอันเก่าถ้าธรรมะเครื่องนำออกเป็นไฉนเลขธรรมะเป็นธรรมะเครื่องนำออกของพระอริยเจ้าทั้งหลายและกล้าที่จะเจ้าทั้งหลายย่อมนำออกด้วยเนกขัมมะนั้นฉันทะเป็นเครื่องกั้นทำเครื่องนำออกและบุคคลไม่รู้จักเลขธรรมะอันเป็นธรรมเครื่องนำออก ของพระอริยเจ้าทั้งหลายเพราะเป็นผู้ถูกกามฉันทะนั้นกั้นไว้เพราะเหตุนั้นกามเทพจึงชื่อว่าเป็นเครื่องกั้นธรรมะเครื่องนำออกอันนี้เป็นคู่ที่ 1 ตอนนี้ขยายที่เราฟังมาแล้วแต่คราวก่อนนะตั้งแต่ว่ากามาฉันทะเป็นอันตรายแก่สมาชิกเนกขัมมะเป็นอุปการะแก่สมาชิกตอนนี้ท่านกลับมาขยายความขึ้นของคู่นี้อย่างนี้หรือคู่อื่นก็เหมือนกันพรุ่งนี้ท่านขยายออกไปว่าธรรมะเครื่องนำออกนี่เป็นภาษาของทางพระไตรปิฎกหรือว่าทางโบราณคือเป็นธรรมะที่พาให้เรา ซ้ายแล้วว่ากันไปเครื่องนำออกเป็นการคลี่คลายเป็นการทำให้ลดละหรือว่าเป็นการทำให้จางคลายทำให้เกิดการสงบระงับก็แล้วแต่เราจะหมายทำให้เกิดการสงบระงับทำให้เกิดการเจริญงอกงามในจิตใจที่เราจะปฏิบัติลงไปแนบธรรมะเป็นเครื่องนำออกคำว่าเลขธรรมะเนี่ยแต่เราเข้าใจกันเนี่ยธรรมะเป็นเครื่องนำออกของพระอริยเจ้าทั้งหลายนำออกเป็นการที่บอกแล้วเมื่อกี้ว่าเป็นเครื่องนำออกก็ออกมาสู่สภาพเป็นสภาพปกติ เครื่องนำออกของพระอร

อ่านต่อ

ิยเจ้าทั้งหลายและพระอริยเจ้าทั้งหลายย่อมนำออกด้วยเนกขัมมะนั้นพระอริยเจ้าทั้งหลายย่อมนำออกด้วยเน่อไอ้นี่คำนั้นตอนนี้เราจะต้องเรียนรู้ถึงคำว่าเนกขัมมะต้องรู้ว่าไอ้นี่คำว่ามันเป็นยังไงมันทำยังไงมันมีบทบาทยังไงมีลีลายังไงเราทำยังไงมันถึงจะเกิดตัวเลขคำมั่นขึ้นที่เราพระอริยเจ้าทั้งหลายย่อมนำออกด้วยเนกขัมมะนั้นกามว่าฉันถ้าเป็นเครื่องกั้นทำเครื่องนำออกกําลังฉันทะเป็นเครื่อง การทำเครื่องนำออกขายตัวนำออกหมดแล้วเครื่องนำออกหรือทำมัดเครื่องนำออกทำเครื่องนำออกให้ทำเครื่องนำออกคือสภาพอะไรอันนึงที่มันพาออกไปได้ทีนี้เนี่ยทำมาแล้วก็เป็นอุปกรณ์ช่วยแล้วก็ทำออกให้เรานำออกออกไปก็ธรรมะกันเป็นเครื่องนำออกก็คือสภาพสบายทีนี้ท่านก็ขยายชัดลงไปอีกว่าและบุคคลไม่รู้จักเนกขัมมะอันเป็นธรรมเครื่องนำออกของพระอริยเจ้าทั้งหลายก็มาประสมกันแล้วประสานกันแล้วว่าบุคคลไม่รู้จักเนกขัมมะในคำว่าอะไรเลขคำว่าอันเป็นคือธรรมะเครื่องนำออก ร้านมันบนพระตั้งแต่ต้นมาจนกระทั่งถึงนี่ก็คือไอ้เมฆธรรมะกับธรรมะเครื่องนำออกเพื่อจะว่าอันเดียวกันก็เหมือนกันเดียวกันจะว่าไอ้ตัวที่เป็นผลต่อกันอยู่ก็เป็นผลต่อกันอยู่เพราะเราจะต้องทำความรู้จักท่านบอกว่าเพราะบุคคลไม่รู้จักนะไม่รู้จักเนกขัมมะอันเป็นธรรมะเครื่องนำออกของพระอริยเจ้าเพราะเป็นผู้ถูกกามฉันทะนั้นกั้นไว้ถูกต้องให้ฉันตั้งนาฬิกาไว้เลยไม่ได้ไปรู้ว่าธรรมะเครื่องนำออกเพราะผู้ใดมีธรรมะเครื่องนำออกหรือว่ารู้จักสภาพการกระทำอย่างนี้เรียกว่าการออกจากกามหรือว่าการเลขธรรมะการออกจากอันนี้ได้การออกจากสภาพอย่างอย่างที่มันเป็น ที่มีอะไรมันกั้นอยู่นั่นแหละมันขวางอยู่ในกามให้ฉันทำมันเต็มลำเต็มตัวมันเต็มที่เต็มใจอะไรอยู่ก็แล้วแต่ว่าการจะมันเป็นอยู่มันมีอยู่มันก็เป็นสภาพ 2 เพราะตอนนี้ก็คือมันไม่มีกามไม่มีกามก็คือไม่มีในคำว่ามีแต่คำว่าก็คือไม่มีการปล่อยให้มันมีการอยู่เป็นปกติมนุษย์มันมีสิ่งมีอยู่โดยใหญ่มันมีเป็นกิเลสตามฉันทะเราก็จะต้องทำอย่างไรล่ะมันถึงจะเป็นการทำนำออกเพราะอย่างไรที่จะเรียกบทบาทของเลขธรรมะเราก็ต้องศึกษาเอามันจะมีกรรมวิธีมีกรรมฐานมีแบบมีรูปมีวิธีการอะไรยังไงก็แล้วแต่ที่เราจะสามารถทำให้มันออกนำออกได้การที่มีบทประพฤติหรือมีการกระทำการ สำรวมด้วยอย่างไรๆมีหลักเกณฑ์แห่งวิธีการของธรรมะมีตบะต่างๆมีนโยบายต่างๆมีการฝึกปรือด้วยรูปนั้นร่างนี้แบบนั้นแบบนี้ที่เราพยายามกระทำกันโดยการพิจารณาบ้างโดยการพยายามอดทนข่มขืนบ้างโดยการที่จะต้องตั้งหลักศีลให้แก่ตนบ้างโดยการจะต้องรู้เท่าทันและก็จับตัวมันเป็นสำคัญแล้วก็รู้เท่าทันอารมณ์แล้วก็พยายามปรับปรุงปรับเปลี่ยนสู้กันยิบตาเลยฆ่าแกงกันจริงๆเลยบ้างเราทำมันทุกประตูเป็นนักรบที่รบกันทุกเพลงแล้วก็ลบเสมอกระทำอยู่เสมอๆออกได้ออกได้แน่ถ้ามีแต่รบด้วยวิธีเดียววิธีอื่นๆก็ไม่ช่วยกันให้ เอาไปหมดมันก็ไม่ออกง่ายแน่ๆเป็นนักมวยชกจะมายับอย่างเดียวมันจะไปได้เรื่องแล้วชกหมดทุกบัตรชมทั้งหมดยับหมัดฮุกหมัดสั้นหมัดยาวหมัดลงหมัดสวิงแหมหมัดหมัดอัปเปอร์คัตมาอย่างกับเราเป็นนักมวยเอกเลยนะตอนนี้ที่จริงที่จริงไม่เก่งเรื่องมวยเรื่องหมัดเคยหัดมวยเหมือนกันสมัยอยู่ม 6 เพื่อนรังแกเพื่อนท้าชกบอกแหมเราไม่ได้หักเงินมันก็ไม่อยากจะชกกับมันเลยบอกนัดไว้ก่อนเอาน่าไปฝึกมวยแอบฝึกมวยทุกเย็นเลยไปฝึกกับเขาแหมก็ครบ 1 2 3 กระสอบทรายมันก็ดีเวลาจะชกคนจริงๆมันไม่เหมือนกระสอบทรายมันก็เป็นเป้านิ่งอ่ะถ้าพลาดทำจบพลาดแล้วก็หัดมาซบผ้าไปพับมันจะต้องเลยไปอย่างงดศอกหลังตามไปที่จริงมันก็ดีนะหัดคำคล้องมันก็เป็นของมันอัตโนมัติเหมือนกันนะเป็นได้มันก็ไปของมันเป็นตัวๆไปก็หัดชกบ้างเหมือนกันแหละเราจะฝึกปรืออะไรต่ออะไรก็เหมือนกันเราจะหัดชกมวยเราจะหัดเล่นนู่นเล่นนี่เราจะทำไอ้โน่นไอ้นี่เหมือนกันหมดขัดแล้วเราก็ทำได้หลายๆเหลี่ยมหลายๆแบบอย่างที่ว่าเนี่ยเอามาหัดชกมวยแล้วก็ชกหมัดสั้นมัดยาวหมัดสวิงมาชุดอะไรแล้วแต่เรามันอาจจะมีมาก นี่เห็นเรามันไม่เก่งมวยไม่มีภาษาเยอะกว่านี้ก็เอาเท่านี้ก็ไม่ใช่น้อยแล้วฉันใดเราหัดที่จะเอาให้กามออกหรือว่าให้กิเลสนิวรณ์ต่างออกเราก็จะต้องรู้กรรมวิธีแล้วก็มีกรรมวิธีหลายๆแบบเหมือนกันอย่างที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้เราทำอย่างนี้บ้างอย่างเจโตสมรรถนะนี้บ้างเราพิจารณาบ้างเราทำสติปัฏฐานบ้างเราใช้วิธีกดคอมด้วยใช้วิธีพิจารณาในขณะที่กำลังสัมผัสต่อสู้กันเหมือนกับกำลังประดาบเลยฟาดฟันกันไปทีเดียวใช้เหตุใช้ผลใช้รู้ตัวมันเลยบอกว่าจิตเป็นอย่างนี้เปลี่ยนจิตซะอีกอย่างนึงอย่างนึงอะไรก็จับมันจริงๆทำประพฤติจริงๆก็แล้วแต่ใครจะทำได้มากได้น้อยได้เสมอๆเท่าใด ถ้าทำได้เสมอๆทำได้บ่อยๆทำได้จริงๆต้องกันไม่ต้องได้สิหน้ามันต้องหมดสิเราไม่เอาโอกาสถ้าเกิดว่าเราปล่อยโอกาสให้มันเข้าเราไม่พยายามนำมันออกปล่อยให้มันเข้าปล่อยให้มันเข้าอยู่เรื่อยๆเราก็เสียท่ามันมากแน่แต่ถ้าบอกว่าเราเอามันออกได้มีเครื่องนำออกนี่ธรรมะมีเครื่องในการนำออกได้เสมอๆบ่อยๆหัวนมก็หมดได้ก็อธิบายเป็นภาษาง่ายๆเป็นภาษาต้องเข้าใจวิธีการกระทำอะไรเนี่ยเราศึกษาอะไรต่ออะไรถึงตลอดเวลา 24 ชั่วโมงสารภาพปีแม้จะนอนแล้วก็มีสติสัมปชัญญะมีเจตนาต่างๆมีอะไรก็ได้หลักเกณฑ์ที่เราว่ากันมาเยอะแยะแล้วเราก็พยายามกระทำไม่ว่าแต่แค่เรื่องการจัดการของเรา มันก็แล้วก็ไม่ต้องไปวุ่นวายอะไรมากนักมันก็เป็นไปแล้วอะไรอย่างนี้เราก็ต้องทำต่อมานอกจากเรื่องของกามะแล้วก็มีเมฆธรรมะเป็นเครื่องนำออกดังกล่าวแล้วก็ความไม่พยาบาทเป็นธรรมะเครื่องนำออกของพระอริยเจ้าทั้งหลายความไม่พยาบาทฝากไปตรงๆไม่ได้แปลเป็นภาษามาเป็นไทยแล้วก็ความไม่พยาบาทธรรมะเครื่องนำออกของพระอริยเจ้าทั้งหลายและพระอริยเจ้าทั้งหลายย่อมนำออกด้วยความไม่พยายามไม่พยาบาทนั้นเราก็ต้องรู้ว่าไอ้สภาพไม่พยาบาทนี้เป็นอย่างไรเราทำอย่างไรถึงจะมีสภาพมี ไอ้ตัวนี้มีอย่างนี้ทำยังไงความไม่พยาบาทจะทำเป็นว่าทำเป็นหรือเปล่าหาได้ป่ะไม่ได้บ้างโอ้นี่ยังมีความพยาบาทอยู่มากมายอะไรแค่ไหนหาไม่ฆ่าแกงแต่ก็ยังพยาบาลเป็นใจถามพยาบาลบอกพุทธเจ้าไม่ถึงเหตุนี้เดี๋ยวสิเดี๋ยวถึงจะนี่เพิ่งพยาบาลน่ะพยาบาลจับยาไม่มีมีแต่พยาบาลอ่อนๆและเรียกอุทยานพยาบาลอ่อนๆ เป็นพยาบาลอ่อนๆเป็นลูกน้อยไปแล้วถ้าเรารู้ว่าอาการอย่างอาการยิ่งอาการอยากเป็นความพยาบาทอยากเราก็ต้องรู้สภาพนั้นถ้าเราทำความพยาบาทหยาบนะลดลงได้จริงเราก็รู้ต้องรู้ของเราเราจะปรับเปลี่ยนยังไงให้มันเป็นไปให้มันหยุดให้มันไม่มีสภาพรูปร่างอย่างนี้เป็นพยาบาลไม่พยาบาทก็คืออย่างนี้เราต้องรู้อาการกิริยาที่แตกต่างกันที่อย่างนี้เป็นอย่างนี้อย่างนี้ไม่ใช่เป็นอย่างนี้คือไม่ใช่อย่างนี้เราเรียกว่าภาษาก็ไปแปะว่านี่ไม่พยาบาทนี่คือพยาบาทต่างกันอย่างไรคุณก็รู้ในสภาพจิตของคุณทำไมไม่โง่เกินไปมันก็คงรู้แหละมั้งนะ ว่าอย่างนี้เออทำไมไม่โง่เกินไปมันก็ต้องรู้หรอกว่าเออจิตอย่างนี้มันมีจิตอารมณ์อาการกิริยาพยาบาทอย่างนี้ไม่ใช่อารมณ์ไม่ใช่อาการของพยาบาทนั้นเป็นไม่พยาบาทอย่างเนี้ยอารมณ์อาการของจิตอย่างนี้ไม่พยาบาททำไมไม่รู้จริงๆก็ต้องเรียนเข้าแล้วก็ต้องให้มันเป็นยังไงนะอาการนี้ก็คุยกันถามเขาไปถามเด็กเล็กๆก็ได้มันไม่มันโง่นักก็ไปถามเด็กเล็กๆเผื่อเด็กเล็กๆมันจะรู้เออแล้วมันก็ถามคนโตๆที่อธิบายได้อะไรก็ว่าไปไล่เรียงกันจริงๆเราก็จะรู้สภาพธรรมต่างๆเหล่านั้นได้แล้วก็ปรับปรุงแล้วก็ทำงานอย่างที่ท่านว่าความไม่พยาบาทเป็นธรรมะเครื่อง คำตอบของพระอริยเจ้าทั้งหลายและพระอริยเจ้าทั้งหลายย่อมนำออกด้วยความไม่พยาบาทนั้นกับความพยาบาทเป็นเครื่องกั้นธรรมะเครื่องนำออกและบุคคลไม่รู้จักความไม่พยาบาทไม่รู้จักความไม่พยาบาทสภาพความไม่พยาบาทเป็นยังไงคนบุคคลไม่ค่อยรู้และบุคคลไม่รู้จักความไม่พยาบาทอันเป็นธรรมะเครื่องนำออกของพระอริยเจ้าทั้งหลายเพราะเป็นผู้ถูกความพยาบาทนั้นกั้นไว้เพราะเหตุนั้นพยาบาลจึงชื่อว่าเป็นเครื่องกั้นธรรมะเครื่องนำออกในเรื่องของพยาบาทเพราะฉะนั้น เรารู้ในนัยยะคล้ายๆกันกับกามฉันทะกับเนกขัมมะมันก็มีมุมเหลี่ยมเหมือนกันเพราะสภาพอารมณ์สองสิ่งนี้สภาพอารมณ์อย่างความพยาบาทกับความไม่พยาบาทเราก็ต้องรู้ด้วยตนรู้ในใจทำในใจมีสภาพในใจเป็นผู้ที่รู้จริงเข้าใจสภาพนั้นจริงๆไม่ได้แล้วเราก็จะต้องไปพูดที่มีจริงเป็นจริงมันก็นำผลสู่ผลจริงก็ไม่พยายามอธิบายไม่อธิบายอะไรมากต่อกว่านี้จะต้องเป็นผู้รู้เมื่อกี้อธิบายเป็นภาษาง่ายๆแล้วก็ต้องเข้าใจว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นระลึกรู้ระลึกเสมอเห็นจริงเห็นจัง อ่านอารมณ์จิตออกจริงๆแล้วต่อมาอารมณ์กับสัญญาเป็นธรรมะเครื่องนำออกของพระอริยเจ้าทั้งหลายและพระอริยเจ้าทั้งหลายย่อมนำออกด้วยอารมณ์กับสัญญานั้นถีบทำเป็นเครื่องกั้นธรรมะเครื่องนำออกและบุคคลย่อมไม่รู้จักอาโลกสัญญาอันเป็นธรรมะเครื่องนำออกของพระอริยเจ้าทั้งหลายเพราะเป็นพูดถูกผีในนั้นกลั้นไว้เพราะเหตุนั้นที่นั้นมีธาตุจึงชื่อว่าเป็นเครื่องกั้นธรรมะเครื่องนำออกที่จริงวนไปวนมาอยู่อย่างนี้อ่านเราฟัง ชัดๆชัดๆมันก็พูดได้รู้จักสภาพของอาโลกสัญญาจริงๆกับรู้จักสภาพของทีนะไม่ชัดจริงๆแล้วก็ทำที่มันสู้กันนะมันกลับกันอยู่นะถ้าผมเอาลงกับสัญญาได้ผีนะมีพระก็หายไปถ้าสีนั้นมีพระเข้าครอบงำเป็นเครื่องกั้นอยู่ก็มันก็เป็นตัวที่มันไม่มีอารมณ์กับสัญญาไม่มีความเสมอสบายไม่มีความสว่างไสวไม่มีความรู้แจ้งรู้แจ้งสว่างโพรงอะไรอยู่แล้วมันก็ไม่สว่างมันก็จะมึนๆๆอะไรของมันอยู่อย่างนั้นแหละงั้นเราก็จะพยายามกระทำขณะนี้เราก็ต้องดูนะว่ากิเลสตัว พวกเราเด่นตามมาแล้วพยาบาลมาแล้วทีนะมีพระมาถึงที่นั่นมีพระอธิบายมาแล้วเพราะงั้นไม่พูดซ้ำพูดซากอะไรมากมายถ้าอารมณ์จิตเป็นอย่างไรอารมณ์ที่เบิกบานตื่นสายโพรงสว่างอยู่แม้ลืมตาโพลงนี้ก็สว่างบอกแล้วอธิบายตั้งแต่วันก่อนแล้วลืมตาตรงๆนี่มันก็สว่างสว่างเป็นเวลากลางวันและกลางวันสว่างถึงวันกลางคืนจุดไฟฟ้าก็สว่างสว่างโดยไม่ต้องไปสร้างอัตภาพไม่ต้องไปสร้างแสงสีอะไรเป็นสว่านธรรมดากับสัญญากำหนดถ้าเอากะแปลว่าอะไรกับสัญญาแปลว่าแสงสว่างธรรมดาก็สว่างตรงตื่นสายอยู่ถ้าเผื่อว่าเราจะหลับตาเข้าไปสู่ภวังค์จะเอาสิ่งนั้นเป็นแบบชานหลับตาแล้วเราก็จะให้เกิดความสว่างสูงตื่น แบบมีแสงสว่างจะปั้นเลยเป็นแสงสว่างเลยก็เป็นอากาสานัญจายตนะหรือว่าเป็นสว่างโพรงหลับตามีแสงจริงๆคุณก็สร้างอัตภาพมันขึ้นไม่ได้ถ้าไม่เป็นแสงจริงๆมันก็สว่างเบาสบายอยู่ข้างในโพรงตื่นอยู่อยู่กับความนึกคิดหรือว่าอยู่กับอะไรก็แล้วแต่การกำหนดโดยสัญญาคุณกำหนดสัญญาอยู่กับสิ่งนั้นโดยคุณมีความตื่นคนเป็นคุณเป็นผู้ที่อยู่ในอันนั้นอันโลกเป็นอีกโลกหนึ่งคุณก็ยังอยู่กับสิ่งนั้นจริงๆอยู่หยั่งรู้กับโลกนั้นเป็นไปกับโลกนั้นอย่างสว่างไสวหรือว่าอยู่อย่างรู้กำหนดสัญญารู้นะไม่ใช่กำหนดสัญญานะกำหนดสัญญามีสัญญาไม่ใช่การดับสัญญามี เขาจะอยู่กับโลกนั้นอย่างนั้นอยู่ในโลกแห่งภวังค์อยู่ในภาวะภพและคุณก็เข้าใจในสิ่งนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นกำหนดรู้กำหนดหมายเป็นไปกับสิ่งนั้นอยู่อันนั้นก็เป็นสภาพที่ไม่ใช่คุณดับไม่ใช่คุณหลับดีคุณมีสติสัมปชัญญะมีการกำหนดหมายรู้ทวนทัวร์อยู่กับสิ่งนั้นสิ่งนั้นสิ่งนั้นสิ่งนั้นก็ทำเอาจะเอาง่ายๆยายๆก่อนว่าเป็นความสว่างไสวสบายเบาว่างก็ทำถ้าไม่สบายเบาว่างเป็นสภาพเปลี่ยนจากสัญญากำหนดนั้นจากความเฉยๆสว่างเฉยๆมาเป็นความนึกคิดกำหนดสัญญาและคุณก็มีสติสัมปชัญญะโยนิโสมนสิการอยู่กับการงานอันที่คุณนึกคิดนั้นจะมีอะไรวิปัสสนาจะมีอะไรพิจารณาจะมีอะไร ดูในสภาพนั้นคุณก็รู้เต็มตื่นอยู่สว่างไสวเกิดความรู้ชัดรู้เจนรู้อะไรต่ออะไรอยู่ไม่มีอะไรเข้าไปปนเป็นเวลานั่นแหละคุณเอ๊ยดีข้อสำคัญควรจะมีแรงจิตเพียงพอที่คุณจะพิจารณาทำและแม้ในแต่ในภวังค์หลับตาอยู่กับเมียนั้นสภาพนั้นเป็นไปอยู่ร้อยเรียงผกผันนึกคิดสร้างมีภูมิรู้มีเกิดการเข้าใจเกิดการเห็นเกิดการแจ้งเกิดการเรียกว่ามันมีแต่เดิมนะจิตสาธารณะจิตมันมีจิตที่ตัวพิจารณาตัวเขาคิดตัวทำมาวิจัยอะไรต่างๆนานาในความหมายของจิตมันทำงานขายพอรู้ใครพอเข้าใจว่าเออเราเคยเป็นเหมือนกันเราเคยรู้เราเคย แล้วก็ได้ก็มีก็รู้เอาก็พูดอยู่อย่างนี้ถ้าคุณไม่รู้ก็ไม่รู้จะพูดยังไงผมก็ต้องทำอารมณ์จิตไม่ใช่ของใครของใครก็ของมันเพราะอาตมาขออาตมารู้ของผมกับผมรู้ผมคงคุณก็ต้องรู้ของคุณให้ได้ตอนนี้ก็เป็นเรื่องของอีกตัวที่ 3 ที่เป็นนิวรณ์คือศิลปะตัวที่จะนำออกนั้นก็คือตัวอารมณ์กับสัญญานะต้องกำหนดการอธิบายไปแล้วต้องสภาพตามสภาพมันเป็นอย่างนั้นให้ได้มันเป็นอย่างนั้นให้ได้คุณก็จะแก้กลับกันได้ถ้าผมแก้ไม่กลับทำไม่ได้มันก็ไม่ได้ไม่รู้จะพูดยังไงนะอาจจะติดต่อจากนั้นก็ความไม่ฟุ้งซ่านจะมีความไม่ เป็นธรรมะเครื่องนำออกของพระอริยเจ้าทั้งหลายและพระอริยเจ้าทั้งหลายย่อมนำออกด้วยความไม่ฟุ้งซ่านนั้นอัศจรรย์เป็นเครื่องกั้นธรรมะเครื่องนำออกและบุคคลย่อมไม่รู้จักความไม่ฟุ้งซ่านอันเป็นธรรมะเพื่อนำออกของพระอริยเจ้าทั้งหลายส่วนบุคคลทั้งหลายย่อมไม่รู้จักเจ้าตัวอย่างนี้ง่ายๆธรรมะอันเป็นเครื่องนำความไม่ฟุ้งซ่านมันไม่รู้มันได้ง่ายถ้ารู้ได้และทำได้มันก็จะเป็นเครื่องนำออกเพราะเป็นผู้ถูกจับนั้นกันไว้หากบุคคลย่อมไม่รู้จักความไม่ ศาสตร์อันเป็นธรรมะเครื่องนำออกของพระอริยเจ้าทั้งหลายเพราะเป็นผู้ถูกอุทิศจากนั้นกั้นไว้เพราะเหตุนั้นพุทธจักรอุทธัจจะจึงชื่อว่าเป็นเครื่องกั้นธรรมะเครื่องนำออกมนบอกจะชัดนะซับซ้อนไปซ้อนมาซ้อนมาได้ชี้ชัดชี้ชัดเพราะความไม่ฟุ้งซ่านผมก็ต้องรู้เอาเองกูจะจับแปลว่าความฟุ้งซ่านหรือว่าตัวสภาพนี้เขาไม่อุตส่าห์ใช้ภาษาบาลีสัดส่วนหนึ่งภาษาไทยเป็นส่วนหนึ่งแล้วก็จากแปลความฟุ้งซ่านภาษาไทยเอามาใช้คำว่าความไม่ฟุ้งซ่านก็เอาผมก็รู้ให้ชัดเจนอะไรนะ จะบอกว่าต่างกันมันก็มีส่วนร่วมที่เหมือนกันอยู่อย่างหยาบในขณะนี้เราไม่ได้พูดอะไรก็ยังไม่ได้ตั้งถึงสังโยชน์สูงของพระอรหันต์ทีเดียวหรือว่าของพระอนาคามีไม่ใช่ของพระอรหันต์มีวัฏจักรเป็นของพระอนาคามีที่มีอุทิศจากสังโยชน์ตัวปลายๆเนี่ยมันกินความอีกตั้งเยอะตั้งแยะที่จะต้องรู้ขั้นตอนหยาบปลาละเอียดแม้แต่จะฟุ้งซ่านหรือยังยาแล้วก็รู้ไม่เป็นอย่างกามไม่เป็นอย่างพยาบาทอย่างที่คุณว่าไม่เป็นอย่างดีนะมีพระที่รู้ชัดๆอยู่เพราะฉะนั้นมันยังมีอะไรดำๆลอยๆเป็นอะไรที่เชื้อของมันอะไรต่ออะไรอยู่บ้างอ่ามันเป็นสภาพสุดท้ายเป็นสภาพที่เรียกว่าแม้แต่เศษของอะไรต่ออะไรก็ตาม มันยังไม่เรียบร้อยโดยแปลให้ฟังว่าอุทยานนี่คือความเรียบร้อยราบรื่นที่ยังไม่สนิทดีมันยังประดับประเสริฐมันยังกระดูกกระเดกมันจะสะท้านสะเทือนมันยังไม่สนิทนิ่งพุทธเจ้ามันยังมีการสะเทินสะพานเข้ามาหมายความว่าอยากๆชัดๆว่าเหนียมอายมันมีการเงียบๆไม่อายเกิบๆเขินๆสะทกสะเทือนสะท้านสะเทือนมันยังไม่เรียบร้อยราบรื่นเงียบนิ่งของมันอยู่ก็แม้แต่กิริยากายกิริยาวาจาหรือใจของเรานั่นเองมันยังไม่ทราบรื่นไปสบายกระทบอะไรก็ไม่ไม่มีอะไรจะไม่มีการทำคนแก่ควยแก่เขินไม่มีอาการควยเขินไม่มีอาการสะทก ไม่มีอาการหวั่นไหวไม่มีอาการกระดกกระเด็นกระเด็นกระด้างอะไรมันก็สนิทนี่เนียนจริงใจเรียบร้อยว่าหมดหมดสภาพที่เรียกว่าจะต้องปรับกันถ้าสมมตินะแต่ยังมีสิ่งที่จะต้องปรับอยู่เรียกว่ายังมีอุปสรรคคำว่าปรับคำนี้ก็คิดเอาแล้วกันคิดเอาแล้วกันมันนิ่งแล้วมันก็ไม่ต้องปรับอะไรอ่ะธรรมดามันยังไม่นิ่งคุณก็ต้องปรับมันอยู่อ่ะเป็นการทำที่สุดท้ายสุดยอดเลยบอกว่ายอดจิตและจิตของเราละเอียดสังโยชน์ทีนี้ผมจะจากขนาดที่กล่าวนี้ เป็นความฟุ้งซ่านบางทีก็ฟุ้งซ่านไปหาการอธิบายหยาบลงไปฟุ้งซ่านไปมีพยาบาทบ้างฟุ้งซ่านไปฟุ้งซ่านมันก็ต่างกันสักทีนะไม่ทักหน่อยทีนะไม่ทักไม่ฟุ้งเลยมันจะดับมันจะดีมันจะหลบมันจะหยุดมันจะไปยังไงก็ไม่รู้ทีนี้ถ้าเกิดว่ารอบแห่งภาวะหรือว่ารอบแห่งจิตของเราระดับนึงพอทีนี้ถ้ามีลงมาได้ที่แล้วก็ตกปั๊บลงสุภาพนึงนี่คุณสังเกตให้ดีเถอะพอได้ที่ตัวนี้และสติสัมปชัญญะเข้าไปควบคุมอะไรไม่ได้แล้วจิตตัวนี้ขึ้นมาเป็นฟุ้งซ่านไม่รู้ไปเป็นเรื่องอะไรแต่ไรแล้วก็ไม่ค่อยรู้ตัวกำลังที่จะช่วยไอ้พวกนี้ไม่ค่อยได้เพราะเราใช้จ่ายอย่างนี้เราจะต้องมีกำลังจิตเข้าไปรู้เข้าไปแก้ไขอุปสรรคอย่างนี้เข้าไปแก้ไขให้มันอยู่ในสภาพที่มันเป็นดีนะหรือไม่ให้มันหยุดหรือไม่ให้มันเรียบ ยังมีอารมณ์ปรุงอยู่ในจิตที่รักเราก็ต้องเข้าไปแก้ไขเข้าไปปรับปรุงเข้าไปให้มันเรียบร้อยให้มันนิ่งให้มันเป็นไปได้ดีมันจะเกิดเป็นอารมณ์โน่นอารมณ์นี่สุขทุกข์อะไรก็ตามแต่เราก็ต้องจับตามวันนี้ได้จริงๆจับตาไม่ได้จริงๆโดยเฉพาะมันสำคัญมากเวลามันไปตกอยู่ในภาวะพบอยู่ข้างในมันไม่อยู่อยู่ในข้างนอกแล้วมันก็ไม่มีกำลังสติเพียงพอที่จะเข้าไปจับเนี่ยสำคัญถ้าจะสติของเราก็ไปจับเพียงพอแล้วก็ปรับปรุงให้มันอยู่ในทิศทางที่เราต้องการจะให้มันคิดก็คิดให้มันได้เห็นได้ผลได้เรื่องได้ราวถ้ามันไม่คิดเหตุคิดผลในเรื่องใดๆจะให้มันพักก็ให้มันพักให้มันมีประสิทธิภาพในการที่ได้เกิด คนเกิดประโยชน์จึงไม่เรียกความฟุ้งซ่านเมื่อไม่ใช่ความฟุ้งซ่านเพราะว่ากลายเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ดีอาจจะมันกำลังคุณยาที่สังขารเป็นการคิดนึกเป็นการสร้างอะไรที่มันมีรถมีโลภมีพายไม่ใช่ไม่เป็นล้อไม่เป็นพายไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรเละเลยอะไรอย่างนี้ไม่ใช่มันเป็นเรื่องที่จับไม่ติดก็ไม่ใช่จับจิตมีเหตุมีผลมีเรื่องที่ว่าเหตุผลนั้นแล้วก็เป็นไปในทิศทางดีด้วยเกิดผลเกิดกุศลเกิดวิชาเกิดความได้ประโยชน์ในสิ่งนั้นสิ่งนั้นมันเกิดรู้เกิดเข้าใจเกิดเห็นจริงเกิดไอ้สิ่งที่เป็นไปตามกุศลจริงๆเป็นในทางดีก็เราเรียกว่า กุศลนั่นแหละมันไม่ใช่ฟุ้งซ่านไปไม่เข้าเรื่องเข้าราวหรือบางทีคุณคิดมากๆคบคิดไปแล้วก็เลอะเทอะเปรอะเปื้อนเพ้อเพ้อฝันฝันไปกันใหญ่อะไรอย่างนี้เขาเรียกว่าฟุ้งซ่านแน่ๆเหมือนกันมันเกินขอบเขตที่จะต้องคิดแล้วเกินขอบเขตที่จะปรุงแล้วมันควรจะพอได้แล้วมันควรจะสงบร่มเงาหรือควรจะหยุดไปแล้วคุณก็ไปอย่างก็คิดว่าปนๆๆแล้วๆซ้ำๆซากๆแล้วไม่รู้แล้วตัดสินก็ไม่รู้จบตัดไม่รู้ตัดมันก็ยังต่อๆๆอะไรอยู่ไปไม่ได้ว่าแล้วก็เดี๋ยวก็เอาอีกยกเว้นอีกแล้วอะไรอย่างเงี้ยมันก็ฟุ้งซ่านไงว่าพวกมันๆเย็นๆมันก็มีหลายลักษณะต่างๆนานาเราก็ต้องรู้อารมณ์พวกนี้แล้วก็คิดไม่ค่อยดีแล้วก็อายคิด เราอยู่เราพยายามดูให้จิตมันหยุดให้จิตมันพักได้แล้วก็ควบคุมจิตได้แม้คุณจะหลับตาแล้วลืมตาคุณก็สามารถเป็นไปได้อยู่ในที่เงียบอยู่ในที่มีโอกาสมีแล้วก็ลองทำดูบ้างทำตลอดเวลาเสมอๆอาการตอนนั้นอาการตอนนี้เมื่อนั้นเมื่อนี้แล้วแต่เป็นความหมายของต้นๆความหมายของการเป็นธรรมะเครื่องนำออกทั้งสิ้นอันนี้ก็ใช้ภาษาซ้ำว่าเครื่องธรรมะเครื่องนำออกตลอดมาดังนั้นลักษณะที่จะไปมีแนวว่าเอกธรรมะธรรมะว่าเป็นไม่พยาบาทธรรมะว่าอารมณ์กับสัญญาซื้อมาจนกระทั่งบัดนี้ก็บอกว่าเป็นธรรมะซึ่งเป็นสภาพไม่ฟุ้งซ่านก็ไม่รู้จะใช้ภาษาอะไรซับซ้อนมันไม่มีภาษา ก็ต้องให้รู้สภาพนั้นได้จริงอ่ะทีนี้ก็การกำหนดธรรมะการกำหนดธรรมเป็นธรรมะเครื่องนำออกของพระอริยเจ้าทั้งหลายในการกำหนดธรรมและพระอริยเจ้าทั้งหลายย่อมนำออกด้วยการกําหนดธรรมแต่ตอนนี้ยิ่งภาษามันชักหนักๆภาษาก็ฟังง่ายๆแต่ว่ามันก็เอ๊ะมันก็ตึดๆเหมือนกันนะการกำหนดทำยังไงแล้วพระอริยเจ้าท่านใช้การกำหนดทำเป็นเครื่องนำออกของพระอริยเจ้าทั้งหลายและพระอริยเจ้าทั้งหลายย่อมนำออกด้วยการกำหนดธรรมนั้นวิจิกิจฉาเป็นเครื่องกั้นธรรมะเครื่องนำออกและบุคคล ย่อมไม่รู้จักกาลกำหนดธรรมอันเป็นธรรมอันเป็นเครื่องนำออกของพระอริยเจ้าทั้งหลายย่อมไม่รู้ก็ตัวนี้แหละต้องทำให้รู้ถ้าไม่รู้คำว่าเป็นต้นทำให้รู้ตัวสภาพของไม่พยาบาทเป็นต้นทำให้รู้ตัวอารมณ์กับสัญญาเป็นต้นทำไม่รู้ตัวไม่ฟุ้งซ่านอารมณ์ไม่ฟุ้งซ่านมันเป็นยังไงสภาพไม่ฟุ้งซ่านเป็นยังไงทำจริงๆให้มันเกิดที่ใดออกอาการคนย่อมไม่รู้จักสภาพพวกนี้แต่เราต้องรู้จักสภาพพวกนี้ให้ได้ให้เกิดให้เมียเป็นอ๋ออย่างนี้แหละเรียกว่าเรียกธรรมะเพราะคุณรู้คุณก็ทำบ่อยๆคุณก็ทำเสมอๆทำหลับตาทำลืมตาทำเมื่อนั้นทำมื้อนี้ทำมัน บอยแล้วเป็นยังไงอ่ะทำธรรมะอันขึ้นนำออกพรุ่งนี้เนกขัมมะก็ดีไม่พยาบาทก็ดีอารมณ์กับสัญญาก็ดีไม่ฟุ้งซ่านก็ดีจนกระทั่งมาตรงนี้การกำหนดทำก็ดีถ้ามันบ่อยๆแล้วมันเป็นไงฮะยิ่งทำก็ยิ่งดียิ่งดี๊ดีขึ้นขี่บนหัวใจใช่ไหมมันก็ยิ่งดีจริงๆแล้วก็ยิ่งดีดีดีดีดีดี๊ดีขึ้นขี่ที่บ่นหัวใจเอาจริงๆมันก็แทนที่บนหัวใจเลยก็ดี๊ดีขึ้นขี่ที่บนหัวใจเลยแหละอันนี้ล่ะทำเข้าดีๆแล้วก็ทีนี้ก็แพงทะลุหนังหมาหนังควายหนังคน กูไม่ต้องทนมันก็แสนสบายก็กูไม่ต้องทนมันก็แสนสบายเลยทีนี้ก็เออโปร่งดีดี๊ดีใช้อย่างนี้แหละอันนี้เป็นสูตรของพระพุทธเจ้าสู่ท่านบอกว่าต้องเข้าใจอย่างนี้นะอารมณ์อย่างนี้อาการอย่างนี้ถ้าคุณเข้าใจอารมณ์อาการที่จริงๆด้วยนะไม่ใช่มีแต่บัญญัติภาษาเพราะอย่างนี้อาการอย่างนี้สภานี้กิริยาอย่างนี้เลยวันนี้ธรรมะท่านจึงยืนยันว่าบุคคลย่อมไม่รู้จักนี่ธรรมะบุคคลย่อมไม่รู้จักความไม่ฟุ้งซ่านบุคคลย่อมไม่รู้จักอารมณ์กับสัญญาบุคคลย่อมไม่รู้จักทำให้ฟุ้งซ่านมากมายอยู่แล้วความพยายามบาทพูดผิดก็ไม่พยาบาทก่อนพอมาถึงตัว 4 ถึงบุคคลย่อมไม่รู้จักความไม่ฟุ้งซ่านบุคคลย่อมไม่รู้จักการกำหนดธรรม ถ้ารู้จักการกำหนดธรรมก็ไม่ได้จีบผู้ชายในภาษาคำอธิบายแล้ววันก่อนสิ่งที่ส่งไปเนี่ยแล้วก็กำหนดรู้ให้จริงว่าเป็นสภาพที่เป็นคุณประโยชน์แต่สภาพที่มันเกิดความเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นทรงไว้ซึ่งความที่ที่เราหมายแล้วว่าเป็นกุศลเรื่องนี้เป็นส่วนดีหรือนี่เป็นส่วนที่เป็นแม้ที่สุดมันจะประสบมาเรื่อยๆตามขั้นตอนจนถึงขั้นเอออย่างนี้เป็นจิตว่าอย่างนี้เป็นจิตไม่มีโลภะอย่างนี้เป็นจิตไม่มีโทสะส่งไว้ซึ่งเรากำหนดรู้แล้วการเป็นการกำหนดว่าอย่างนี้เป็นการสอนมาเลยมันเป็นซ้อนก็อย่างนี้เราเรียกว่าเรียกธรรมะกำหนดรู้แล้วว่าในธรรมะสภาพอย่างนี้สภาพอย่างนี้เป็นสภาพใหม่พยาบาลกำหนดรู้ชัดๆแต่ว่าส่งไปให้ได้นะทำมาแปลว่าความทรงจำ กำหนดทำกำหนดรู้จากประสงค์ไว้ในทางใดก็ตามคุณทำได้ชัดเจนไม่วิจิกิจฉาถ้าคุณเองวิจิกิจฉาอยู่ก็คือการไม่รู้ชัดมันเป็นหรือเปล่าเราทำในคำว่าให้ตัวเปล่าเราทำความไม่พยาบาทให้ตัวหรือเปล่าเราทำตัวอวกาศสัญญาให้ตัวเองหรือเปล่าหรือทำจะทำตัวที่ไม่ฟุ้งซ่านให้ตัวเองหรือเปล่าเราไม่รู้ฉันไม่รู้จริงก็เพราะเราแต่ถ้าเรารู้ชัดๆเราทำให้มันอยู่เสมอทำบ่อยๆนี่อารมณ์นี้มาแล้วเราก็เปลี่ยนเป็นตัวเลขธรรมะตัวเปลี่ยนเป็นตัวไม่พยาบาทเปลี่ยนเป็นตัวที่อารมณ์กับสัญญาเป็นตัวที่ไม่ฟุ้งซ่านกำหนดทำรู้อยู่อย่างนี้อย่างไม่วิจารณ์เลยคุณมั่นใจแน่ใจทำได้เสมอคุณก็รู้ว่าปีหน้าปีนี้ 2 วินาที 5 วินาทีวันหนึ่งคือ ย้อนบุพเพนิวาสานุสติญาณไม่มีอารมณ์นิวรณ์ดังแต่เช้ามาจนกระทั่งเมื่อนั้นมื้อนี้กระทบสัมพันธ์กับคนนั้นคนนี้แม้คนนี้ร้องนะนี่ลองเอาอันนั้นอันนี้มายั่วให้เป็นกรรมลองให้เราโกรธเราพยาบาทเราแค้นเราเคืองเราโทสะโอ้เราก็ไม่มีอารมณ์นั้นกำหนดรู้กำหนดเห็นระลึกก็ได้ทบทวนกันย้อนอดีตมาประเพณีว่าสาน

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน