220713 เจโตสมถะ-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ019.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 13 กรกฎาคมพุทธศักราช 2522 ตอนเย็นนี้ไปเป็นการอบรมเจโตสมถะโดยพ่อท่านพระโพธิรักษ์ที่พุทธสถานสันติอโศกวันนี้เราก็มาเริ่มพยายามจุดสำคัญที่เราจะหมายถึงเราพยายามที่จะทำบทที่ 1 ข้อที่ 1 ให้ดีที่สุดเราพยายามรู้ประเด็นที่เป็นสำคัญเป็นเอกให้ได้ครบชัดคือประเด็นที่ว่า ผู้ที่มีสติอยู่นั่นเดียวนี่แหละตัวสำคัญในเริ่มต้นจุดที่จะต้องให้มีสติอยู่นั้นเชียวทีนี้มันจะเชื่อมโยงไปจุดที่ 2 ที่จะต้องมีปัญญาเพิ่มนอกจากมีสติอยู่ก็จะต้องรู้ให้ได้ว่าจิตของเราส่งไว้โดยธรรมะอย่างหนึ่งคือทรงไว้อย่างหนึ่งคือทรงไว้ซึ่งสติได้เป็นถาวรเป็นแข็งแรงเป็นตั้งมั่นคงจะเรียกว่าท่านสมาธิจะดีกว่าทานอะไรก็แล้วแต่เป็นตัวสำคัญที่เราจะต้องใช้เป็นองค์ประกอบนำอย่างใหญ่หลวงถ้าเราอันนี้ไม่ตั้งมั่นและเราก็ประเด็นกับประเด็นที่สำคัญอย่างนี้ไม่ได้ไม่เจริญนะไม่เจริญไม่เจริญที่ได้ทำจนกระทบกับเสกมาดู มันไม่ได้เพราะฉะนั้นจะต้องกำชับตอนเช้าแล้วเอาให้เป็นเล่นแบบจับเข้ากรอบเลยเป็นกไก่ขไข่นั่งตั้งรำไปเลยอย่างน้อยก็พยายามบทที่ 1 การเป็นผู้มีสติอยู่นั่นเดียวหายใจออกเป็นผู้มีสติอยู่นั่นเดียวหายใจเข้า Soap อัศจรรย์แล้วเราถึงจะเชื่อมโยงไปอีกฐานหนึ่งเพราะในแม้ข้อ 3 ข้อ 4 เราก็จะให้มันเป็นความสำคัญข้อที่ 1 สำคัญเป็นเอกแล้วก็จะต่อมาในภาวะแล้วก็ทำจริงๆอย่าประมาท ในข้อที่ 2 ที่เราจะพยายามดูลมหายใจเข้าใจออกแล้วเป็นบทที่ใช้ปัญญาเพิ่มนอกจากเราจะทรงไว้ซึ่งจิตมันเป็นตัวหลักของเจโตมีจิตจิตอันนี้เราหมายเอาอะไรไม้เอาจิตอยู่ในลักษณะของสติจิตอยู่ในลักษณะของสติคือมีความรู้ตัวรู้สึกอยู่ให้พร้อมร่างกายเต็มร้อยมีความรู้สึกตัวอยู่เต็มร้อยอย่าให้มีบอกแล้วว่าพวกข้ากลัวค่าตัวร้ายคือผีนั้นถ้าผู้ใดยังมีกามมากก็กามเหมือนพระพยาบาทแต่ทีนี้เราพูดในภาวะผู้นำที่มีฐานที่
อ่านต่อ
เข้าฐานพอสมควรถูกสัดส่วนแล้วก็มันจะมีมัน มีพวกข้าศึกศรีณรงค์พระแต่ถ้าเกิดว่าคนในโลกแล้วอย่าว่าแต่สีนั้นมีธาตุเลยจะนิ่งก็จะยิ่งไม่ได้เพราะว่าแกกางก็ยังครอบงำแก่พยาบาลก็ยังครอบกันแกนนั่งมาอยู่แล้วเหงื่อแตกดิ้นพักไปพักมาไม่ได้รอดหรอกถ้าอย่างนั้นเป็นพวกที่เรียกว่ามันไม่มีภูมิไม่มีบารมีหรือว่าไม่มีฐานไม่มีสิ่งที่เป็นจริงไม่มีตัวเองทำทำไม่ได้เพราะงั้นในฐานที่ผู้ใดที่ไม่มีความจริงว่าเราตามก็ไม่แรงทำให้ฉันทรัพยากร เป็นตัวร้ายก่อนว่าจะต้องพยายามมีพระไม่ตกจิตก็ไม่ดีนะเราก็จะพยายามรู้อยู่ว่าจิตของเรานึกคิดอย่างไรนั่นคือตัวพยายามให้เกิดการวิตกวิจารณ์คือการระลึกรู้อยู่วิตกวิจารณ์ก็คือดูพฤติกรรมของจิตไม่ชัดบริจาคอารมณ์นั้นชัดแล้วเราก็จะพยายามสลับหรือว่าเลิกหรือว่าละหรือว่าทำลายจุดที่มันเป็นอกุศลออกได้นะเพราะในข้อที่ 2 ที่จะเติมปัญญาเราก็จะพยายามให้มันเป็นงานมันเป็นงานของจิตแทนที่เราจะมีสติอยู่เฉยๆแล้วมันก็บังคับก็ไม่เคยไปไม่ค่อยจะเข้าทางมันจะให้ทรงไว้เฉยๆได้ยากเพราะฉะนั้นเมื่อมันได้ยากเราก็ทำให้มันมีกิจกรรมเสียกิจกรรมนั้นก็จะต้องดูลม ได้เข้าออกดูมันว่ายาวกี่ครั้งที่คำว่าอัตสันโตภิกษุอาจจะสติประชาติแล้วก็จะดูมันที่เขาว่าปัดสันโตที่คลังปัดสติปัฏฐานสถิติประชาติเราก็จะ มันเข้าสั้นไปดูสั้นนี่เป็นปัญญาและมีกิจกรรมของจิตของเรามีกิจกรรมที่จะดูมันรู้แล้วก็ให้ทำจิตของเราเป็นอย่างนั้นดูสั้นดูยาวดูยาวดูสั้นทำให้มันสั้นมากสั้นน้อยเล่นกับมันถ้าเราจะใช้คำว่าเล่นเพื่อให้จิตของเราเนี่ยให้มันมีสิ่งล่อหรือว่ามีสิ่งที่จะทำงานทำจิตเพื่อให้จิตของเราส่งไว้ซึ่งความผิดเสวนาแต่คุณอภิวาสนาแน่นอนมันต้องทนฝืนแล้วมันก็จะเพิ่มยิ่งขึ้นจนชนรอบเป็นปฏิวัติแล้วมันก็จะค่อยยังชั่วขึ้นเรื่อยๆจนกว่าพี่โนนนาสุดท้ายก็เป็นภาวนาเป็นอันเป็นได้เพราะที่นี่เรากว่าจะไปเลยไปจนกระทั่งถึง อื่นอีกเราก็เป็นความระลึกรู้เป็นความรู้รอบในข้อที่ 3 ในข้อที่ 4 ซึ่งเป็นจุดหมายเหมือนกันแต่ว่าเขาไปตามลำดับตามลำดับเพราะฉะนั้นส่วนนั้นก็ตามไปตามไปประยุกต์ส่งรูปเป้าหมายที่เน้นเราจะเน้นหน้าที่โสดอาจจะสติเราจะเอาที่มีสติอยู่หนึ่งเที่ยวมีลมหายใจออกมีลมหายใจเข้าก็มีสติอยู่จะเอาจุดนี้จะกระทำแล้วก็พอจากนั้นก็มีงานดังกล่าวแล้วจะมีการรู้ว่าลมหายใจออกยาวหรือลมหายใจเข้ายาวส่วนหัวใจออกสั้นหรือลมหายใจเข้าสั้นว่าจะทำเป็นข้อที่ 2 ส่วนข้อที่ 3 นั้น จะต้องพยายามสำรวมสังวรสัปปายะปฏิสังข์ในบทศึกษาว่าเราจะรู้ความเฉพาะรู้ไม่ถึงตัวกับประกายยักษ์ตายทั้งปวงกายทั้งตัวและจะรู้คำว่ากายทั้งปวงต้องรู้ทั้งกายของเรานั่งอยู่อย่างไรมันนั่งตั้งใจตรงดำรงสติคงมั่นอยู่ดีหรือว่ามันโง่ไปแล้วมันจะสงบแล้วมันเองไปแล้วเอียงไปแล้วมันตบตีไปแล้วทั้งกายอย่าว่าแต่กลายเป็นจิตมันตกแล้วมันทำกายไปมันไม่ได้อยู่ตามที่เราตั้งไว้ จงดำรงสติของหมั้นอะไรสติก็ไม่รู้เรื่องตายก็ไม่ดำรงอยู่ตามที่เราส่งมันไว้หรือว่าดำรงมันไว้ตามนั้นมันไม่เป็นแล้วเปลี่ยนไปหรืออะไรก็ตามแต่เราก็จะให้หยุดหรือแม้แต่ว่าจิตใจของเรามันจะเคลื่อนไหวมันจะมีโน่นมีนี่มันจะมีอาการเจ็บปวดคันมีสิ่งนั้นสิ่งนี้อะไรเกิดขึ้นมาเราก็จะระลึกดูโดยใช้ปัญญาดูว่าถ้าจะไม่ต้องได้ไหมเราจะไม่ต้องขยับได้ไหมถ้าเราจะขยับก็ขยับได้สติสัมปชัญญะควรให้มันนี่ไงมันเป็นบัตรคำพยานให้มันเป็นอันสุดท้ายจัดทรัพยากรธรรมชาติหรือแม้ เป็นสภาพทั้งลมหายใจออกลมหายใจเข้ากับต่างกันอยู่ที่อันศักดิ์สิทธิ์ศึกษามีจิตหรือปฏิสถานมีติดนั่นแหละมันปัดซ้ำพยางค์กายจะสังขาราเหมือนกันเราจะให้มันสงบระงับเราจะทำความสงบความลับซึ่งกายสังขารของเราอยู่แม้ลมหายใจออกแม่ลมหายใจเข้าเราจะทำให้การระงับคำว่าระงับคำนี้มันก็มีความหมายซ้อนทั้งระงับเป็นไปเพื่อความอยู่ให้สงบให้นิ่งเฉยๆไม่ใช่ว่าสัตว์ตายไม่ใช่ว่ามีการอยู่ในความเรียบร้อยราบรื่นและโดยความหมายของอีกฝั่งหนึ่งก็คือไม่ใช่ว่าระงับจนกระทั่งมันระงับหมด ปิดหมดกายกับกายกับแข็งทื่อจนกลายเป็นอะไรอีกอันนึงไปเลยปากก็เป็นใบ้ไม่รับรู้อะไรด้วยหยุดดับเป็นอสัญญีอันนั้นจงฟังไว้ก่อนว่าอันนี้อย่าพึ่งหรือเราต้องถือว่าเป็นการโกงสุดโต่งไปเราจะพึ่งเอามาปนกันกระเบื้องต้นวันนี้เอาทั้งเบื้องต้นและเบื้องต้นปลายมาปนกันไปยุ่งไปหมดแล้วเราจะเอาเบื้องต้นซะก่อนว่าเราจะมีสติไม่ใช่ดับสติไม่ใช่ดับจิตไม่เอาทั้งมวลเพราะฉะนั้นเราจะไปถึงขั้นอาศัยดีนั้นค่อยคุยกันทีหลังขอเบื้องต้นให้แข็งแรงให้เป็น smart บางครั้งติดตามให้ได้อย่างนี้ซะก่อนให้มันแข็งแรงให้เป็นสมาชิกเมื่อได้สมาชิกอย่างแข็งแรง รถคันนี้เราจะทำให้จิตเปลี่ยนไปหรือว่าเราจะปรับปรุงจิตอะไรไปอีกมันจะได้อีกเพิ่มเติมขึ้นเพราะในช่วงนี้เราก็พยายามรู้จักความสงบระงับอยู่ในระหว่างที่อย่าให้สติตกแม้จะลืมตาอยู่ไม่ว่าจะถูกเข้าสู่ภวังค์หรือไม่ไม่เป็นไรผู้ที่จะเข้าสู่ภวังค์ได้โดยไม่มีผีนะมีพระตกลงแต่ถ้าเข้าสู่ภวังค์แล้วหมายความว่าดับทวารนอกตาหูจมูกลิ้นกายข้างนอกไม่รู้เรื่องจิตของเราไปอยู่ในภวังค์ถ้าไม่มีสติรับรู้อยู่อย่างอื่นรู้ดีโดยจิตไม่ตกเป็นผีนั้นพระตรีจะเป็นหลักแล้วก็เชิญดำเนินต่อไปแต่ถ้าจิตมีหรือว่าจิตตกไป เป็นผีนะมีพระม่วงวนลงมาจับอารมณ์ที่ทำให้ออกชัดๆแล้วอย่าให้มันมีมันเป็นเป็นอันขาดอย่าให้มันตกผีนะมีความเป็นอันขาดเพราะว่ามันเกิดตกดินทีละวิชาและไม่เอาใครไม่สามารถที่จะเข้าไปสู่ภวังค์ตัดกายทวารนอกเข้าไปสู่อย่างนั้นได้ถ้าเข้าไปแล้วกลายเป็นว่าเราไม่มีสติไม่มีอำนาจเพียงพอที่จะรู้ว่าตนมีสติรู้ว่าตนกำลังอยู่ในอะไรคนกำลังเป็นใครคนเป็นหมายถึงการว่าจะโน้มน้อมจิตให้มันบังคับจิตให้ไปคิดทำทานมีอะไรต่ออะไรไปก็ตามเธอไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้แต่ว่าขอให้มีสติอยู่ให้รู้ตัวอยู่ไม่เข้าใจอยู่ไม่ตกมันต่างกันแต่สีนั้นมีพระถ้าจิตที่นั่นไม่ชอบก็ไปถูกพบในอะไรอยู่ในภวังค์แล้วมัน มันดีๆมันกำลังรุ่งเรืองสติมันไม่แจ้งแต่มันเหมือนคนที่ไม่รู้ตัวเพราะอะไรในขณะที่ไม่รู้ตัวนี่บางทีเราก็จะปรับปรุงตัวเองเปลี่ยนออกมาก็ยากเหมือนกันไม่ต้องพยายามมีสำนึกมีสำเนียงตัวเองให้มากหายมีความรู้รั่วโอ้ยไม่ได้แล้วอันนี้ไม่ใช่อย่างนี้มันตกสีดำมีค่าและเข้าสู่ภวังค์มีสติไม่พออย่างนี้มันกลายเป็นนั่งหลับๆลำๆเมืองๆอะไรไปเฉยๆถ้าไปซักซ้อมหรือว่าไปนั่งทำแบบนี้ให้อยู่จนเคยชินแล้วคุณจะเป็นนักนั่งสมาธิหรือนั่งทานหรือนั่งอย่างนี้ไปตลอดนิรันดรเจอมาหนักแล้วอาจารย์ทั้งหลายแหล่หรือว่าพระทั้งหลายแหล่นักบำเพ็ญธรรมทั้งหลายแหล่เป็นอย่างนี้มานับหัวได้เลยในจำนวน 100 นึงจะมีอยู่ 99 99 คนในจำนวน 100 จะมีอยู่ 99.99 คนที่ไปปฏิบัติธรรมแล้วก็ทำแล้วก็มานั่งครับพอวางแล้วกันแล้วก็อยู่ตรงนั้นน่ะเมื่อเก่งไม่ทำงานนะมันก็พอสบายแต่ไม่มีอะไรเจริญเลยก็คือนั่งหลับเราดีๆนี่เองนั่งหลับแล้วดีๆนั่งอยู่ไม่ได้อะไรหรอกเพราะเขาไปนั่งบอกว่านั่งถึงเวลานั่งไปที่วัดไหนวัดไหนเลยวัดป่าวัดอะไรอะไรต่างๆอย่างนี้ทั้งนั้นน่ะไปถึงเวลานานไปตั้งแต่อายุบวช 20 ปีไปจนกระทั่งอายุ 8 ปีเนี่ยมันไม่ได้อะไรหรอกมันไม่ได้อะไรเพราะอยากให้ อย่าให้ติดต้องแก้ต้องปรับปรุงถ้าไม่แก้ไม่ปรับปรุงแล้วมันไม่ก้าวหน้าเราจะเกิดปัญญาเกิดญาณหรือเกิดอำนาจทางจิตมันไม่เกิดมันก็ได้ร่างแช่แช่จนแก่จนพ่อแล้วก็ตายก็นั่งแช่อยู่นั่นแหละบอกว่าปฏิบัติธรรมแล้วปฏิบัตินั่งซะด้วยนั่งทุกวันนะนั่งเช้านั่งกลางวันนั่งเย็นอะไรก็นั่งแต่อยู่อย่างเงี้ยมันก็อยู่เฉยๆมันไปติดมันก็ชินหมดจากจิตของเรามีอุปทานเราเชื่อว่าอันนี้คือความจริงหรือความดีหรือของสภาพที่เป็นความดีงามของมนุษย์ต้องส่งไว้ซึ่งภาคปฏิบัติที่ทรงไว้ซึ่งการพากเพียรทรงไว้ซึ่งสภาพที่ดีของมนุษย์ทำให้แก่ชีวิตถ้าไม่ทำแล้วระบบซ่อมได้ทำอันนี้ก็พอใจกับกลุ่มใจแล้วก็ดีใจเหมือนกับเราได้ทำงานอะไรอันนึงไปวันๆวันๆวันๆอันนี้ก็เลี้ยงชีวิตอยู่ได้ตลอดชีวิตจนตายแล้วไม่ได้ก้าว อะไรต่างๆเพราะเราต้องพยายามอย่าให้มันเกิดอารมณ์นั้นขึ้นมาปรับเปลี่ยนอย่าไปถูกกิเลสหลอกหลอกล่อมันชวนเก่งอย่ากลับออกมาทำมาผมก็บอกว่ามันไม่ได้ก็ลืมตาแล้วก็มาอยู่ลมหายใจเข้าออกก็ดูลืมตานี้ก็ได้ไม่สามารถมองเห็นลมหายใจมันออกมันชอบมองมันเลยเห็นเหมือนแม่มันออกมันเศร้าแต่จริงๆมันไม่เห็นหรอกลมหายใจมันไม่เห็นแต่ว่าเราก็ใช้ความรู้สึกกับมันใช้ความรู้สึกกับลมหายใจมันเข้ามันออกมันยาวแล้วมันสั้นอยู่กับมันไปแล้วก็ดูกายสังขารดูสักการะยิ่งลืมตานี่ยิ่งง่ายมันถูกสุดก็พิจารณาดูกายของเราอยู่ยังไงหรือเปล่ามันก็รู้แล้วถ้าหลับตาเข้าไปมันไม่รู้บางทีก็ยิ่งตกก็วางเข้าไป ตัวบนตัวเองไปแล้วบางคนซัดสายบ้าก็ไม่รู้ตัวยิงเก่งในภาวะที่เรียกว่าเราตัดรอบไม่รับรู้สึกจะตายเพราะฉะนั้นกายนี่มันจะเกิดความเป็นสปริงเค้านั่งไปแล้วเขาก็ควงสวรรค์เลยกูไปตรวจวัดอโศการามเอยวัดอะไรก็ไปดูเลยทั้งทีทั้งพระเขานั่งทั้งคืนเลยสักทีแหมเก่งยกให้เก่งเหมือนกันโอ้โหถ้าเป็นเราแล้วถ้ามันตายแน่ๆเพราะลูกค้าเขาก็เหมือนกันนะเพราะลูกค้ารีบคลานข้อมูลเหมือนกันพอดีจะคิดถึงวันวันนั้นน่ะวันเขาเนี่ยจะกินกับพ่อรุ่งเช้ากันไม่กินข้าวมันก็เยอะเพราะมันกินไม่ไหวหรอกเดี๋ยวก็ตื่นขึ้นมาประมาณสัก 14:00 น หรือเปล่าเพราะไม่กินหรอก อาจารย์ว่าพวกขี่ก็ไม่ค่อยตื่นขึ้นมากินเค้กเขารีบตื่นขึ้นมากินมันเป็นอย่างนั้นนะไม่ใช่แกล้งว่าอันนี้ไม่ใช่แกล้งว่าคุณไปดูได้เลยทั้งทีทั้งพระเต้นอยู่อย่างนั้นแหละก็นั่งโง่กันไปเราอยากให้แฟนเรารู้แล้วว่ามันไม่งามเพราะฉะนั้นถ้ายิ่งลืมตาเนี่ยสัพพะกายะปฏิสังข์ทองรู้ทั่วถึงปฏิบัติเวทีรู้ไม่ถูกไปทั้งหมดควรรู้แต่ว่าชวนดูสังเวชที่ศักดิ์สิทธิ์ทวนดูไปทีเดียวเพราะเราจะทำให้มันเป็นไปโดยเฉพาะโดยเฉพาะโดยเข้าใจให้ชัดถึงสภาพของกายทั้งปวงกายในขณะนี้มีเทคโนโลยีบทกาย ไม่ได้หมายความว่ากายก็คือแผ่นผ่อนเฉยๆก็รู้กายนี่แหละเรารู้อิริยาบถเข้าไปสู่ข้อที่ 4 ว่าจะต้องให้สงบระงับสงบก็คือไม่ไม่โง่ไม่สาดไม่สัตว์ไม่ส่ายไม่งอแงมีโครงเครงอะไรนั่นแหละเวลาทำให้อยู่ในจุดที่สำคัญที่สุดก็คือให้มันตั้งกายตรงดำรงสติของมันก็ตั้งใจตรงกันอีกระบบสิทธิ์ของมันเนี่ยเป็นจุดหมายชัดเจนถ้าทำไม่มีสำเร็จมันก็จะเป็นถูกต้องที่ 4 ข้อแรกโดยข้อ 1 เป็นเอกนามทีเดียวยังไงยังไงก็ขอเอานี่เก่งถ้าสติเก่งแล้วอันอื่นตามมาง่ายมากคนอื่นตามไปได้ดีจะเกิดปัญญาและมีบท 1 เจโตคือสติเป็นเอกได้สตินี้เป็นเกย์โตเป็นจิตที่เราส่งไว้ให้ได้ สัญญาแล้วเอาออกเข้าออกเข้าก่อนออกเข้าก่อนขอโทษขอเข้าก่อนหรือออกเป็นอย่างนี้เขาเป็นอย่างนี้สั่นเป็นอย่างนี้ยาวไปนี้มีเป็นเชิงใช้ปัญญาแล้วก็รู้แล้วก็ตามทำจะทำให้มากกว่ากันไม่น้อยกว่ากันอย่างไรสั้นมากสั่นน้อยยาวมากยาวน้อยยาวๆเท่ายาวๆที่เข้าต่างๆอะไรก็แล้วแต่ทำให้เป็นเชิงที่เรารู้เชิงที่แตกต่างกันมากบ้างน้อยบ้างและมีการกำหนดเพื่อที่จะให้เกิดทั้ง ภารกิจที่จะส่งไว้ถึงความตั้งมั่นในความตั้งมั่นและความคงได้คงอยู่คงเป็นเป็นปฏิเสธเวลาเป็นสมาทั้งเป็นสมาธิเป็นความมั่นคงของสภาพอย่างนั้นอย่างนั้นในส่วนความรู้อีก 2 ข้อก็ทำไปด้วยอย่างว่าจะให้รู้ทุกข์กายควบคุมดูแลและก็พยายามให้มันอยู่ในสภาพสงบระงับตามที่เราเข้าใจความหมายอันนี้เป็นปัญญาเพิ่มขึ้นมากแล้วนะเป็นปัญญาที่เพิ่มขึ้นมาว่าดูกายกายคืออะไรกายนอกกายในดูกายกายในก็คือจิตของเราภายในอันนี้ทันสมัยอาณาปานนั้นสิ่งที่จะอธิบายไปขยายความแล้วกลายเป็นหมายอารมณ์หายใจแม้แต่การนั่งทรงตัวที่ท่านไม่ได้หมายเอาทีเดียวเพราะร่างกายนอกนี่เป็นกายลำลองแต่กำลังอยู่ในสภาพร่างกายตรงดำรงสติของมันไม่งกไม่ บอกเหตุวนเวียนใหม่อะไรถ้าจะเคลื่อนไหวก็โดยเหตุปัจจัยเคลื่อนไหวโดยมีจุดมุ่งหมายมีสภาพอะไรก็ได้ตรงนี้มันจะต้องขยับตัวนิดขยับนิดหน่อยอะไรถ้าเราจำเป็นจะต้องขยับก็จำเป็นถ้าไม่จำเป็นเราก็อยากทำไมจำเป็นต้องทำพยายามที่จะให้มันมีความทุกข์ทนไม่ใช่ตามใจเราด้วยไปตามใจเราด้วยไปแล้วก็ง่ายไม่ต้องตามใจเราไม่เอาเพราะฉะนั้นเราจะต้องพยายามมีทั้งความอดทนมีทั้งปัญญาที่จะพยายามให้มันอำนาจในการที่จะอดทนข่มขืนและพยายามมีทั้งบรรยายด้วยว่าเราสมควรหรือไม่สมควรยังไงมีเหตุมีผลและทำให้มันลึกซึ้งขึ้นไปมันจะมีมันถึงจะมีจิตใจ กล้าแข็งแรงแล้วก็อยู่ที่จิตจับพิจิตรเล่นกันจริงๆไม่ใช่ว่าเราห่างไกลแต่มันแบบ slow motion มาอยู่ประกายมาอยู่กับสิ่งที่ไม่ต้องไปที่ได้เคลื่อนไหวอะไรจะได้ต่อสัมผัสอะไรต่ออะไรต่างๆนานามากมายก็จะมีผลดีหากเรามาลงมือพลังเจนะทำการนั่งตั้งแท่นบัลลังก์เกณฑ์นะตั้งแท่นรองรับก็จะตั้งแทนด้วยการพับเปียกหรือการนั่งขัดสมาธิตามใจเราถนัดอันใดก็เอาให้พอเหมาะสมแล้วก็รู้ว่าเราตั้งสภาพว่าเราจะตั้ง จงดำรงสติของหมั้นต่อให้ได้นี้อย่าลืมถ้าใครจะหลับตาแล้วก็กลายเป็นว่าหีนะมีธาตุครอบครอบงำไม่เอาอย่าพยายามแก้จริงๆไม่เอาอ่ะลืมตาออกมานั่งนิ่งๆมันชั่วโมง 2 ชั่วโมงนี้นั่งไปมันไม่ใช่ไม่เก่งนะคนไม่เก่งนะนั่งเฉยๆนิ่งไม่ได้ 2 ชั่วโมงวันนี้ไม่ถึงกับขนาดนี้ไปเดี๋ยวทุ่มครึ่งแล้วก็คงได้เวลาชั่วโมงหนึ่งได้หลับตาก็อยากให้ ตกยายผีนะเข้ามาครอบงำรู้ตัวทั่วพร้อมเราจะมีกายเป็นผู้สงบสงบอยู่ทั่วรู้โดยเฉพาะรู้พร้อมเฉพาะซึ่งตายโง่มันเงียบมันงอนมันเย็นมันแสดงถึงความไม่มั่น เราอย่าให้งอนไง สติมีสติให้เต็มสตินิสัยสติมีสติเราเป็นผู้มีสติอยู่นั้นเดียว แม่ลมหายใจออกอยู่เราเป็นผู้มีสติอยู่นิดเดียวแม้ลมหายใจเข้าอยู่มีสติถ้ามีสติแล้วเราจึงจะรู้ว่าจะรู้ถ้าไม่มีสติแล้วไม่รู้และยังไม่ต้องเข้าไปกลายเป็นนึกจะต้องรู้ลึกรู้ตัวระลึกรู้สัปปายะอยู่ด้วยพยายามเป็นขั้นตอนถ้าใครทำเป็นขั้นตอนขั้นตอนไปได้เป็นระดับประดับลายไม้มีสติแข็งแรงแล้วก็ทำอยู่กับลมหายใจเข้าลมหายใจออกพยายามดูเติมปัญญาว่ามันสั้นเป็นอย่างนี้หนอยาวเป็นอย่างนี้หนอข่าว เพลงนี้ออกเป็นอย่างนี้มันเหมือนกันมันเป็นสิ่งง่ายแต่ก็เป็นสิ่งที่ยากสำหรับผู้ที่ยังควบคุมไม่ให้มันรู้ง่ายๆนี้มันเป็นง่ายๆมันเป็นไปได้ง่ายๆมันทำสิ่งที่ง่ายนี่มันได้ไม่ใช่เรื่องจะไปสร้างบ้านสร้างเมืองอะไรมันจะไปสร้างเรื่องวิกฤตสลักเสลาอะไรแต่ก็ทำแค่นี้แหละง่ายแค่นี้แหละแค่มันนั่งอยู่กับลมหายใจเฉยๆให้มันได้นี่แหละไม่ใช่ของง่ายนักสำหรับคนที่ไม่เก่งจริงเก่งจริงๆถึงจะทำได้นั่งรู้มีสติรู้ทั่วพร้อมอยู่กับลมหายใจเข้าลมหายใจออกลมหายใจเข้ายาว ออกยาวออกสั้นก็ได้รู้เรื่องจริงให้มันอยู่ได้เป็นเวลานานๆติดต่อกันไม่ได้เป็นระยะยาวไปนานไปติดต่อกันไปเรื่อยๆเสมอๆจนเกิดความตั้งมั่นจึงเกิดความเคยชินเสพคุณเกิดทำได้จนกระทั่งสิ่งที่มันไม่ยอมก็จะยอมไม่เป็นเป็นไม่เคยฉันเคยเวลาเราสามารถที่จะควบคุมตัวก็ได้จิตก็มีกำลังแข็งแรงมีสติกำลังรู้ที่รู้พอสมควรเมื่อเราหลับตาก็ไปเป็นภวังค์ พูดตัวเราเองได้ว่าเราส่งกายอยู่ในสภาพที่จงตายกายของเราสรรพกายะของเราไม่เคลื่อนไม่ไหวไม่งอนไม่เย็นไม่เอียงบางทีมันเอียงไปน้อยๆนี่ดูยากแต่งอนเคลื่อนไหวน่ะมันดูง่ายกว่าแต่ถ้าผู้ใดสติไม่ดีจริงแม่มันโกงเพลงงมงายเคลื่อนไหวทรัพย์สายไม่ใช่น้อยแล้วคนอื่นเขาดูข้างนอกก็เห็นว่าเราจะตายตั้งมากแต่ผู้ที่สติผู้ที่ขาดรู้ที่จะให้มันรู้ทั่วพร้อมโดยเฉพาะรู้กายกับประกายมันไม่รู้มันไม่รู้ได้จริงๆเพราะฉะนั้นจึงต้องพยายามทำให้ จิตของเรามันรู้ได้เข้าใจได้หมดเวลาเราจะใช้พลังจิตหรือว่าใช้กำลังจิตออกมารู้ก็รู้ทั่วอะไรวันนั้นนั่งอยู่ในลักษณะใดทำความรู้สึกไปทั่วกายขาเรานั่งอยู่อย่างนี้มันซ้อนกันอย่างนี้ค้างเข่าอยู่ยาวออกไปประมาณนี้เป็นอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้ทั้งความรู้สึกไปทั่วในรูปขอบเขตของตนกายของเราเป็นอย่างนี้ส่วนสัตว์นี้อยู่ตรงนี้ส่วนสัตว์ที่เป็นอย่างนี้มือเราอยู่อย่างนี้แขนเราอย่างนี้ส่งกายอย่างนี้ถูกร่างทรงนั่งของเราเป็นอย่างนี้เนื้อตัวของเรายังตั้งตรงอยู่ดีเอนเอียงไปอะไรต่างๆนาเราจะใช้สติธาตุรู้ของเรารู้ระลึกรู้ตัว ปวดท้องอยู่หมดเราจะรู้ตัวธูปพร้อมกันหมดโดยเฉพาะไม่รู้จะเพาะสัพพะกายะอุปายะทั้งปวงอยู่ในลักษณะที่ดูรอบกายเราเนี่ยมันอยู่ในสภาพที่เป็นพยักกายสังขารเราจะทำให้กายของเรานี่แม้มันจะเป็นตุ่มบ้างก็อยู่ในสภาพที่อยู่ในสภาพสงบระงับที่สุดที่เราไม้ไม่ใช่สงบระงับจนเกินไปด้วยมันจะสงบแล้วครับจนกระทั่งกลายเป็นแข็งชื่อนิ่งดึงไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวดับทั้งจิตดับทั้งกายก็ไม่ใช่แต่กายนี้อยู่สบายๆไม่เคร่งไม่เครียดไม่แข็งไม่ตึงอยู่อย่างผ่อนคลายอยู่อย่างสบาย เจ็บไม่ปวดอยู่ยังอยู่ยังพอดีพอดีอยู่อย่างประมาณมัชฌิมาเหมือนเรานั่งอยู่สบายๆไม่ได้นัดไม่ได้ทวงไม่ได้ปวดไม่ได้เจ็บไม่ได้อึดอัดอะไรไม่ได้เพ่งไม่แข็งเกินไปโดยปกติสามัญอย่างนั้นเรียกว่าเป็นปัจจัยสำคัญอย่างสงบระงับราบรื่นราบรื่นเรียบร้อยสบายเบากายมันจะโปร่งเบาสบายอยู่แม้แต่อาการที่จะมีอาการทางความร้อนความเย็นถึงจะมีสภาพที่มันหนักมันถ่วงมันปวดมันเจ็บมันมีอาการ อยากมีอะไรก็เหมือนบริบูรณ์แล้วไม่มีแต่มันก็เป็นสภาพที่เหมือนปกติธรรมชาติธรรมดาที่เราส่งกายนั่งอยู่ก็สบายๆไปได้เวลานานๆชั่วโมงนึงก็ดี 2 ชั่วโมงก็ดีมีอะไรก็ทำได้สบายไม่ได้ว่าเราส่งไว้เกิดสมาธิเกิดสมาธิในขั้นมั่นคงตั้งมั่นลงไปแข็งแรงดีตามสภาพผลไม้ชัดเจนชัดเจนเป็นสมาคมส่วนหนึ่งแล้วอย่าลืมสติอย่าลืมสันติข้อที่ 1 จะอย่างไรก็ตามแต่เราจะเอาข้อที่ 1 เป็นเด่นเป็นเอกก่อนเราจะเป็นผู้สื่อ สติอยู่นั่นเดียวแม้จะอย่างไรก็ตามแต่บทที่ 1 ว่าลมหายใจออกลมหายใจเข้าบทที่ 2 จะไปพิจารณาเพิ่มขึ้นไปเป็นลมหายใจมีสัญญาณอะไรเพิ่มขึ้นอีกก็ตามบทที่ 3 จะพยายามรู้ไปมากกว่านั้นทั้งกายทั้งหมดให้รู้เข้าใจชั่วคราวก็ไปบทที่ 4 เราจะไปรู้ว่านี่แหละหมายความสงบสงัดหรือปัจจัยความหมายของบาลีว่าปะสังขยาเนี่ยมันหมายเอาเช่นนี้อย่างนี้ประจำระยะพอเป็นไปพอสงบระงับสบายราบรื่นเรียบร้อยมีทั้งความรู้สึกมีทั้งความรู้สึกที่อยู่กับกายที่อยู่กับตัวตนยังไม่ได้เข้าไปปรุงจิตมันจะมีอารมณ์ อาการอย่างไรเป็นรสชาติอย่างไรยังไม่ต้องเอาแต่แค่กายกายมันไม่ปวดกายมันไม่เจ็บกายมันไม่หนักไม่ทวงไม่ลำบากลำบนกายมันไม่อึดอัดไม่ขัดไม่เคืองกายมันไม่แข็งไม่แข็งไม่ตึงกายมันสบายก็ใช้คำว่าสบายเนี่ยกลางที่สุดมันจะไปหาเบาด้วยเบาลงลงแต่ว่ากายก็เบากายก็เป็นไปด้วยความไม่ยากไม่เย็นอะไรเลยถ้ามีค่าเข้า ของไหว้สติ store ปัสสะติไม่จำเป็นผู้มีสติอยู่นั้นเชียวแม้ลมหายใจออกเราจะเป็นผู้มีสติอยู่นั้นเชียวแม้ลมหายใจเข้าท่องไว้แล้วก็ทำไม่ถูกตรงตามที่ทองไม่ใช่ทองปากเปล่าด้วยแล้วก็ไม่ใช่ทองแล้วก็หลับไปพร้อมกันด้วยทองแล้วก็รู้ความหมายแล้วก็ทำไม่ถูกตรงทำให้เป็นไปจริงมีสติแข็งแรงสติปัญญามีสัมปชัญญะเพราะมีปัญญาพร้อมก็พยายามดูอยู่กับลมหายใจสั่นมันยาว ดูให้ชัดเราจะกำหนดเองก็กำหนดให้มันยาวกำหนดเอาจะกำหนดให้มันสั้นกำหนดเอาออกมั่งเข้ามั่งก็พยายามไปพร้อมกันนั้นก็ตรวจกายของเราว่าอยู่ดีน้อสบายดีแล้วหรือว่ามันยังไม่สบายส่วนนั้นส่วนนี้อะไรก็ดูไปเราจะขยับขยับอะไรบ้างเล็กน้อยเมื่อมันเกิดประสาททับนานเกินไปปวดเกินไปขยับนิดนึงเดี๋ยวมันก็หายไม่ต้องมากถ้าใครไม่ขยับเลยได้จริงๆแต่ใครจะต้องขยับบ้างก็ให้มันเป็นมันก็เป็นเราไม่อยากเป็นมันเป็นมันก็ช่างมันขยับนิดเดียวแก้เล็กน้อยมันก็หายแล้วไม่ต้องไปถึงเรื่องทุกข์รำคาญอะไรมากมายมีสติอยู่ดูรู้ ให้เกิดอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงเปลี่ยนตัวอะไรด้วยหรือใครจะพยายามแก้ไขโดยใช้จิตสู้ผ่านไปดูแค่นี้ก็เดี๋ยวมันก็ผ่านไปหรอกก็ลองดูทำได้ก็อดทนดูอำนาจทางจิตอันนึงเหมือนกันถ้าไม่แก้ไม่ขายไม่มีอะไรขรุขระไม่มีอะไรบกพร่องเลยเรียบร้อยได้ก็ยิ่งดีใหญ่ดีไม่เป็นไรโสดโสดสติสโตร์ประเทศมีคำว่า อีคังวาปัดสันโตที่คลังปัจจัตตังว่าสันโตกับสังสรรค์เป็นประชาคมเราจะเป็นผู้รู้ลมหายใจออกยาวก็รู้ทั่วถึงลมหายใจออกสั้นก็รู้ทั่วถึง ลมหายใจเข้ายาวก็รู้ทั่วถึงลมหายใจเข้ายาวเข้าสั้นก็รู้ทั่วถึงทั้งสองลักษณะทั้ง 4 ลักษณะอัศจรรย์โตลมหายใจออกขี่จักรยานออกลมหายใจเข้าลมสั้นลมยาวสรรพ อายะปะติสังขอน น้อยใจเข้าอยู่อย่างนี้มึงจะรู้ทั่วกายนะกายทั้งปวงตายแล้วเป็นอย่างไรถ้ากายมันไม่สงบระงับเราก็จะดำเนินบทที่ 4 ปัดซ้ำพะยังกายะสังขาราจะเป็นผู้ทำให้กายสังขารสงบสงบอยู่แม้ลมหายใจออกดังนี้บัตรต้องพยายามกายจะสังขารา ในบทศึกษาเรากำลังพากเพียรก็ทำอยู่นี่แหละฝึกปรืออยู่นี่แหละเราเรียกว่าเราศึกษาบทนี้แหละที่เรากระทำอยู่เนี่ยเราจะทำให้บทศึกษาว่าเราจะเป็นผู้กระทำให้กายสังขารของเราสงบระงับอยู่แม่ลมหายใจเข้าอยู่ทางนี้จะทำได้จริงทำได้ตรงก็ต้องแข็งแรงหมดต้นหมดที่หนึ่งไม่สำคัญไม่สำคัญย้ายที่นั่งนี่ถ้าเข้าอย่าให้กิเลสการกิเลสพยาบาลหรือแม้แต่ฟุ้งซ่านไปอย่าให้มันมีกำลังจิตทีเดียวอย่าให้มันมีสิ่งมีชีวิตอย่างลังเลสงสัย ไม่รู้จิตของเราให้มันควบคุมสัมผัสมันจะต้องเข้าไปมีอะไรอันหนึ่งของเราดีกว่าเราเข้าไปเกี่ยวข้องกับจิตโดยเป็นผู้ที่รู้จิตขับเคลื่อนจิตทำทั้งการรู้ทำทั้งการมีสติไม่รู้ว่าสภาพมีสติเป็นดังนี้สภาพที่รู้เกิดปัญญารู้รู้ความแตกต่างเป็นอย่างนี้อย่างนี้รู้การประกอบรู้การกระทำกายสังขารทั้งปวงรู้การรู้ว่ากายอยู่ในสภาพนั้นสภาพนี้แล้วก็ทำให้มันอยู่ในสภาพสงบระงับคืออย่างนี้แต่ก็ทำให้มันติดต่อไปให้มันคงนานไปจนถึงเรียกว่าสมาธิที่เราเรียก สภาพของสัมมาอะระหังสมาธิ สติกับทีมนักมิทธะต้องเลือกเอาสตินะสติปัฏฐาน 4 ชั่วโมงเดียวเราให้สติมันให้มีบทบาทมากที่สุดถ้าให้กินถ้ามีบทบาทมากที่สุดเราก็ล้มเหลวเกิดปฏิบัติไปก็ขาดทุนอยู่เสมอวันหนึ่งให้คะแนนแก่ตัวเองก็ขาดทุนด้วยไป แล้วจะต้องให้สิ่งที่เป็นเอกนามจริงๆไม่เช่นนั้นเราก็ทำไม่ถูกทฤษฎีหรือไม่ถูกหลักเกณฑ์ก็เห็นด้วยปัญญาเราเข้าใจแล้วว่าอันนี้มันจะเป็นจริงมันจะได้ผลได้ประโยชน์จริงแล้วก็ต้องพยายามกระทำผิดมันเคยจิตมันเสพคุณมันมีมากล่าวเป็นวาสนาเป็นบารมีหรือเป็นสันดานนั่นเองมันเป็นมากล่าวมันเป็นอย่างนั้นแต่มันปรับปรุงมันแล้วเข้าใจมันจริงไหมเรารู้จริงไหมเราเห็นดีเห็นชอบด้วยไหมว่าถ้าเราปล่อยปละละเลยมันไปเป็นจิตจิตจิตจิตจิตตกหินนะมีพระตกมีนิวรณ์อื่นใดก็ตามนั้นมันจะพาเจริญหรือถ้ามันไม่พาเจริญ ไปตามใจมันมันจะเอร็ดอร่อยให้แทบตายอย่างไรก็ไม่เอาทั้งนั้นน่ะมันจะดิบดียังไงก็ไม่เอาแล้วจะต้องแก้กลับไม่มีข้อแม้ทำเหมือนรู้จริงเข้าใจดีจริงแล้วเราเองนั่นแหละเป็นผู้ที่จะต้องแก้กลับพยายามจะทำให้มันสู่จุดที่เราต้องการ สุสานรีสอร์ทนั่งเจโตสมถะใครงก 1 ครั้งสัตว์น้ำ 1 ถังมีใครสักคนก็ 1 ครั้งน้ำ 1 ครั้งนอก 2 ครั้งตัด 2 ทางออก 3 ครั้งกับ 3 ถังน้ำก็มีใช้หรือใครอยากตัดน้ำมากๆก็โง่มากๆ [ไม่สามารถถอดข้อความได้] เธอมาจากเชียงใหม่หรอคะ ได้ยินไหมคะไม่ได้ยินเสียงผู้ชายใช่ไหมจะได้ยินเสียงฉันถ้าเธอมีลักษณะอาตมาได้ยินบ้างแล้วนะเนี่ยอาตมาก็กำลังจะขึ้นไปเชียงใหม่เย็นนี้เดี๋ยวไปตีตั๋วรถแล้วก็คิดว่าเรานะคะ ต้นอะไรนะคะท่านอะไรนะคะบอกว่าอะไรนะคะบริการว่าจะมาให้ซื้อตั๋วแล้วนะที่ว่าจะไปกี่โมงถ้ามั
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive