610420_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ประชาธิปไตยสามเส้า ตอน 2.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2561
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์354 KB
วันที่แก้ไข18 มีนาคม 2569

เนื้อหาในไฟล์

610420_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ประชาธิปไตยสามเส้า ตอน 2

สมณะฟ้าไทว่า… วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 20 เมษายน 2561 ขึ้น 6 ค่ำเดือน 6 ปีจอ ตอนนี้พ่อครูเพิ่งจะได้มาเทศน์ เพราะกิจการเจริญรุ่งเรือง เพราะว่าปุ๋ยเราที่ขายไปแล้ว เขามอบเงินให้เราแล้ว แต่เขายังไม่ได้เอาปุ๋ยไป เราก็ต้องให้เขาไปจนสำเร็จ ชาวบ้านจะมาเอาปุ๋ยเป็นระยะ พ่อครูเลยงดเทศน์ไปบางวัน ประมาณ 40,000 กระสอบที่จะต้องส่งให้ชาวบ้าน หลังตลาดอาริยะ วัดเราก็มีแต่คนมาเอาปุ๋ย แต่วัดทั่วไป คนไปเอาตู้เงินบริจาค พระเดือดร้อนมาก บางทีมาเอาแต่แบงค์ไป ไม่เอาเหรียญ มาที่เราเจอปุ๋ย เจอน้ำตก เจอพืชพันธุ์ธัญญาหาร มีมะเขือ กล้วย มะละกอ ข้างทางเต็มไปหมด คนก็เอาไปก็ได้แต่คนก็ไม่ค่อยสนใจ ไม่ได้มีการหวาดระแวงไป ทำให้ได้เห็นว่า ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งการให้ แต่ตอนนี้ ความร้อนแรงของศาสนาพุทธ ที่เกิดความสั่นสะเทือน ก็คือเรื่องเงินทอนวัด ในมหาเถรสมาคม อาตมาดูว่า ผอ.สำนักพุทธฯ น่าจะเป็นผู้มาปฏิรูปศาสนาได้ เพราะที่ผ่านมา ไม่มีใครไปแตะต้องได้ แต่ว่าเป็นการสะสางศาสนาพุทธ เราน่าจะดีใจ ควรให้กำลังใจ ผอ.สำนักพุทธฯ สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช จับพระสึกเป็นหมื่นคนเลย ก็จำนวนมหาศาล แล้วเมืองไทย จะจับสึกสักเท่าไหร่ มีพระเป็นแสนรูปเลย ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ศาสนาพุทธจะเจริญขึ้น ประเทศไทยจะเจริญขึ้น ที่บ้านราชฯก็มีสิ่งที่เจริญขึ้น มีองค์ประกอบให้คนมาหา มาเอาธรรมะ พ่อครูว่า... ก่อนอื่นก็โอภาปราศรัยกับ sms ก่อน SMS 19 เมษายน 2561 _3867...วิกฤติซีเรียกำลังจะทำให้สวัสดิภาพ ความปลอดภัยของพลโลก ชนชั้นทั่วไป ชาติเดียวกับพันธมิตรฯ ที่กระจัดกระจายอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก หายไปฤาไม่? กับการ ทำสงครามโดยชนชั้น(ชี้)นำ ที่ไม่เคยสิ้นทรัพย์สินฯ สูญผลประโยชน์ เสียญาติมิตรฯใด

อ่านต่อ

ๆ มีแต่พลโลก เหยื่อวิกกฤติ ฯ ทุกชนชั้นสิ้นสูญเสียทุกสิ่ง ทุกอย่าง ทั้งชีวิต? พ่อครูว่า… ไม่รู้ ตอบไม่ได้จริงๆ เราก็ดูเป็นเหตุปัจจัยให้เห็นว่า จะเห็นได้ชัดเจน เรื่องของศาสนาพุทธ มีเรื่องของวิบาก มีเรื่องความเป็นจริง ของเอกภพ ก็มีสัตว์โลก มีมนุษย์ โดยเฉพาะมนุษย์ด้วยกัน ยิ่งยุคนี้ เป็นยุคปลายภัทรกัปป์แล้ว เห็นชัดว่าเป็นความเสื่อม ความรุนแรงเลวร้าย แสดงให้เห็น ยิ่งเรามีภูมิปัญญาชัดเจน ไม่ลำเอียง ไม่เข้าข้างใครแล้ว ยิ่งดูด้วยความเป็นกลาง ยิ่งเห็นได้ชัดว่าอะไรคืออะไร เราจะได้พิสูจน์ความชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องของ วิบากกรรมของมนุษยชาติ เป็นจริง อาตมาเองก็เห็นว่าวิบากของเราที่เป็น ซึ่งก็เป็นวิบากในระดับที่อาตมาก็ว่าดี ในความถ้าเผื่อว่าไม่ลำเอียง วิบากดี และแน่นอนก็ต้องดี เพราะว่าอาตมาบำเพ็ญมาถึงขนาดนี้ไม่ดีมันก็ผิดอีก เป็นการแสดงความจริงของวิบาก ขนาดนี้ เป็นโพธิสัตว์ระดับนี้มันก็ต้องมีส่วนดี สิ่งที่เห็นจริงได้

สื่อธรรมะพ่อครู(พระวินัย) ตอน นิสสัคคิยปาจิตตีย์เรื่องเงินในสงฆ์ไทย พ่อครูว่า... ที่อาตมาภาคภูมิใจก็คือ อาตมาบริสุทธิ์ในเรื่องของเงิน จิตเรื่องเงินนี้ อาตมาว่า ตั้งแต่อาตมาทำงานทางศาสนาจนถึงทุกวันนี้ สบายใจมาก เรื่องของเงิน ก็ทำไป ก็ยิ่งเห็นเลยว่า สังคมเรื่องของเงิน วงการศาสนา อาตมาก็พูด บอกว่ามันเป็นอสรพิษร้ายจริงๆ ถ้าเข้าใจคำว่า นิสสัคคิยปาจิตตีย์ คำเดียวนี้ เรื่องเงินนี้ ท่านไม่ให้มาวุ่นวายนะ ปลงอาบัติไม่ตก หากมีอยู่ในครอบครอง ก็ปลงอาบัติไม่ตก ก็เป็นพระไม่บริสุทธิ์ ก็ไปร่วมทำสังฆกรรม กิจของสงฆ์ โดยเฉพาะกิจบวช แล้วถ้าบวชมาแล้ว สงฆ์ที่บวชมาก็เป็นสงฆ์ไม่สมบูรณ์ มันก็ด่างพร้อย อาตมาบอกได้เลยนะว่า ในวงการสงฆ์ ปาราชิกเรื่องเงินนี้มากที่สุด ปาราชิกเรื่องผู้หญิงมีน้อยกว่า แต่ไม่ใช่น้อยทีเดียวหรอก ก็น้อยกว่าฆ่าคน อวดอุตริมนุสธรรมที่ไม่มีในตน ก็ไม่ใช่น้อย แต่อวดอุตริมนุสธรรม ก็ค้านอีกว่า คนที่อวดก็คงจะพอสมควร ใครจะไปเชื่อ มันก็ต้องมีอะไรบ้าง นอกจากจะเลวร้ายจัด อย่างธัมมชโย หรือหลายคนที่แย่ๆ ก็อวดได้ ถ้าไม่อย่างนั้น ก็อวดไม่ง่ายหรอก ก็เหลือเรื่องเงินนี่แหละ เรื่องฆ่าคน เรื่องผู้หญิง ก็ไม่ใช่น้อย แต่สู้เงินไม่ได้ เงินนี่ เอาจริงๆแล้ว จะสึกพระในเรื่องของเงิน มีไม่ใช่น้อย น่าดูเลย เยอะแยะ ก็เป็นไป ดีแล้วล่ะ พวกเราก็ยังรักษาได้ดี ภิกษุชาวอโศกทุกวันนี้ ก็ยังสบาย ไม่มีใครไป คะนองเล่นอย่างนั้นอย่างนี้ มีการแอบซ่อน ซิกแซก ก็ยังสะอาดบริสุทธิ์ ดีมันก็ยังเป็นสัจจะ มันไม่มีจิตใจที่จะมีพวกนี้แล้ว จะเอามาทำไม มันก็ไม่ดีด้วย จะไปทำทำไม ใจเราก็ไม่มีกิเลส ก็แสดงถึงความจริงใจเรา จะไม่มีความรุนแรง ที่จะมุ่งไปเอา อาตมาภูมิใจ ที่อาตมาพูดแล้วหลายครั้งว่า จริงๆแล้ว ไม่ใช่ว่าเงิน จะไม่ผ่านมืออาตมา แน่นอนอาตมาเป็นผู้บริหาร สังคมขนาดนี้ ก็ต้องเกี่ยวข้องกับวัตถุข้าวของด้วย เงินก็ต้องผ่านมือ แต่ผ่านมือแล้ว อาตมามีหลักของตนเองแล้ว เงินที่เขามาบริจาค แม้แต่จะมาบริจาคก็ตาม ก็ถือว่าเป็นเงิน อาตมาจะไม่เอามาเป็นของตน อาตมาตั้งหลักเกณฑ์ในจิตใจว่า เงินที่ผ่านอาตมา อาตมาจะไม่ใช้ เพื่อความเป็นส่วนตัวเด็ดขาด แม้จะต้องตายแล้ว ต้องใช้เงินนี้รักษาตัว ก็ยอมตายไม่ใช้เงินนี้ ถ้าใครจะช่วยรักษาเงิน คนไหนจะบริจาคเฉพาะเรื่องนี้เลย ก็เอาก็รักษาไป ไม่รักษา ก็ปล่อยให้ตายก็ตาย อดข้าวอดน้ำตายแน่ แต่มีเงินที่ผ่านมือ จะเอาเงินนี้ไปซื้อกินก็ไม่เอาไม่ซื้อไม่ยอม ตายก็ตาย ถ้าไม่มีใครหามาให้ฉัน ประเคนให้ก็ตายก็ตาย อย่างนี้เป็นต้น ที่อาตมาทำมาตลอดชีวิต ยิ่งมาเป็นนักบวชก็ดี ก็ขอให้ภิกษุ นักบวช เรารักษาความจริง ความดีอันนี้ไปให้ตลอด ก็ขออนุโมทนา ขอบคุณทุกคนที่รักษาเนื้อรักษาตัว ปฏิบัติประพฤติให้ดีงาม มันหมายถึง 2 อย่าง 1. หมายถึงความจริงของผู้ปฏิบัติแล้ว ก็ต้องจริงพอสมควร จึงไม่ละเมิด ถ้าทนได้ยากได้ลำบาก ก็ไม่ใช่ แค่นี้ก็ทนได้โดยไม่ยากไม่ลำบากสบายๆ ก็ถึงอยู่ได้กันอย่างดี 2. ก็เป็นผู้ที่ชัดเจน แม้จะอดทนบ้างก็ทำได้ ด้วยปัญญาด้วยความจริง ไม่ละเมิด อย่างพวกเราที่มาบวช หรือไม่มาบวช ก็รู้สึกว่ายังไม่มาบวช สมณะชาวอโศกก็มีน้อย เคยมีถึงจำนวนร้อย เดี๋ยวนี้ไม่ถึงร้อย มีแก่ตายไปเยอะ เดี๋ยวนี้อายุสมณะชาวอโศกมีไม่ต่ำกว่า 40 อ่อนสุดก็จะ 40 ขึ้นทั้งนั้น ท่านผองไท ก็ 88 ปีแล้ว เป็นอดีตเลขาธิการพรรครัฐบุรุษ

_3867... ก็ไม่รู้ว่าพ่อครูฯ สมณะสิกขมาตุฯ รู้สึกอย่างไรกับทุนยักษ์ใหญ่ไชน่า มาลงทุนหลายล้าน฿ ช่วยคนรายได้น้อยไทย! ทั้งๆที่ราษฎรกำลังเดินตามศาสตร์พระราชาฯด้วยเศรษฐกิจพอเพียง คู่ไปกับเศรษฐกิจ 4.0? ไทยจนตรอกขนาดนั้นเลยฤา?

_3867... คนไทยส่วน1ก็คงอนุโมทนาในน้ำใจซุปเปอร์แจ๊ค ผู้พิชิตความยากจน ทุกข์เข็ญใจให้ประชาชน! แต่คนไทยอีกส่วน1 ก็คงภาวนาขอให้ทุนล้านๆของท่าน อย่าหายไปกับขบวนกการที่ชอบหากินกับคำ ว่าช่วยเขา? ทุกระบอบ? มิฉะนั้นจะเสียชื่อหน้าตาประเทศไทย! สณ.สม. เห็นเป็นเช่นไร ? พ่อครูว่า... ผู้บริหารก็คงเข้าใจมากขึ้น โดยเฉพาะพระมหากษัตริย์ ท่านเข้าใจเรื่องของโลกียะ เรื่องข้าวของ เอาแบบคนจน แล้วหากเข้าใจความจริง คนเราไม่ต้องมีอะไรมาก มีชีวิตที่ปลอดภัย มีชีวิตที่สุขสำราญ เป็นคนจน มีชีวิตที่ประเสริฐสุด อาตมาก็มีงานที่เขาจะให้ออก เขาจะฉลอง ปีนี้อาตมาครบ 84 ขึ้น 85 เขาก็จะพิมพ์หนังสือ ตั้งชื่อตอนนี้ลงตัวชื่อ หนังสือ คนจนที่มีแบบ แต่ก่อนก็ใช้แบบในหลวงว่า แบบคนจน แต่ว่าเอาล่ะมาคิดได้ เอานี้ดีกว่า ชื่อหนังสือ คนจนที่มีแบบ จะออกในวันที่ ให้ทันงานอโศกรำลึก ที่จริงจะให้ทันตลาดอาริยะ แต่ไม่ทันแล้ว ก็ไปออกงานโน้น นี่ยังไม่เสร็จนะ เศรษฐศาสตร์แบบคนจน เป็นเศรษฐศาสตร์ที่สูงส่งที่สุด โลกจะต้องพิสูจน์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะเกิดในโลกยุคกาลต่างๆ แต่ละกัปป์ๆ เกิดไม่ได้ง่ายๆเลย ในกัปป์ของพระพุทธเจ้าสมณโคดม เกิดได้แต่ในพระภิกษุ คนจนที่เป็นสาธารณโภคี โดยเฉพาะสาธารณโภคี ต้องเป็นสังคมแบบคนจน แล้วเป็นองค์รวมคนจน ถ้าขืนมาเป็นคนที่รวยก็ได้ ก็แย่งรวยกันสิ แล้วมันจะเป็นสุขกันอย่างไร ทุกคนมาจนให้ได้ต่างหาก ก็มีส่วนกลาง ที่ช่วยกันทำ ช่วยกันหา ช่วยกันใช้ ช่วยกันทำให้เกิดคุณค่า ประโยชน์สูง ประหยัดสุด ให้ได้ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งจิตวิญญาณของคนที่มีความพอ สันโดษ เป็นความมักน้อย เป็นความน้อย อัปปิจฉะ ทั้งน้อย ทั้งพอ มันเป็นไปได้จริง และสังคมพวกเรานี่แหละ ไม่ต้องไปแย่งชิง ไม่ต้องไปพูดและเล็ม เลียบเคียง เอามา แต่ละคนสร้างสรร ขยัน ไม่ขี้เกียจ มีคนถามมาบอกว่า ความขี้เกียจมันมาจากอะไร ตอบด้วย? เดี๋ยวตอบ เอาไว้ก่อน อันนี้มันเป็นเรื่องดีของโลก ทั้งโลกเลย ความเป็นคนจน ความเป็นคนจนที่สุขสำราญเบิกบานใจ ไม่ได้แกล้ง ไม่ได้เสแสร้ง มันเป็นจริง axiom ไม่ต้องอธิบายเลย มันสุดยอด มันเป็นจริง ไม่ได้เสแสร้งอดทน ไม่ได้ฝืน แล้วมันสบายจริงๆ เป็นโลกุตระ เป็นอจินไตย ถ้าจิตคุณไม่ถึงภูมิอย่างนี้จริงๆ ไม่รู้สึกอย่างนี้ได้ง่ายๆ มันต้องมาเป็น แล้วเรียนรู้ตามลำดับ สอนไปตามลำดับ ก็ไม่จนตรอกหรอก ของไทยแต่สังคมจะเป็นไป ตอนนี้เรื่องร่วมทุน ร่วมมือ ร่วมไม้ เป็นเรื่องเยอะแยะ ไม่ได้มีแต่การลงทุนเรื่องเดียว มีนัยสำคัญอื่นด้วย เพราะฉะนั้นก็สบายๆ ไม่มีปัญหาอะไรหรอก อาตมามองเอง เข้าใจเอาเอง รู้ด้วยตนเองว่า เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ เมืองไทยเข้าใจเรื่องเงินทอง แจ็คหม่านี้ แกล่าเงินจริงๆ แกมีเรื่องล่าเงินอย่างเดียว เพราะฉะนั้นถึงอย่างไร แกก็มาเล่นกับพี่ไทย ก็ให้เขาสัมพันธ์กันไป อย่างน้อยชาวอโศกนี่ ก็เป็นการสัมพันธ์ เกื้อกูลกันได้ ไม่ใช่เป็นเรื่องน่าเกลียดน่าชังอะไร เป็นเรื่องที่จะต้องรู้จักวิธีรับลูก วิธีรับมือ วิธีที่จะอยู่ด้วยอย่างดี เป็นสัมพันธ์อันดี ให้เราไม่ได้โกรธเกลียด ไม่ได้ชังอะไร แม้คนจะเลวร้ายอย่างไร เราก็รู้

_3867...ขอบคุณบุญนิยม กับโศลกธรรมพ่อครูฯ สิ่งที่เลวร้ายที่สุดในแผ่นดินฯ คือหากินกับคำว่าช่วยเขา?! สังคมไทยที่กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ระหว่างอภิสิทธิ์ชน กับสิทธิมนุษยชน! การปกป้องสมบัติชาติยังตึงๆ หย่อนๆ คงไม่ทำมรดกแผ่นดินล่องหนไปกับการฟอกเงิน ของนักเล่นแร่แปรธาตุ ที่หายไปลับ ไม่กลับคืน!อีกเลย! พ่อครูว่า... ก็พยายาม ทุกคนก็พยายาม จะไม่ให้มันสูญเสีย ให้เป็นไปด้วยดีอยู่แล้ว ไม่ขยายความต่อ

สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน ความขี้เกียจเกิดจากอะไร _จาก ปุญญา ธัมมา ถามว่า... ความขี้เกียจ เกิดจาก อะไร? พ่อครูว่า... ตอบ ความขี้เกียจเกิดจากอวิชชา มันไม่เข้าใจ ที่จริงมันไม่ใช่เรื่องยากอะไร สามัญสำนึก คนก็รู้ว่าความขี้เกียจคืออะไร ทำไมมันโง่เกิน ไม่รู้คืออะไร เกิดจากโง่เกิน จนไม่รู้ว่าความขี้เกียจเกิดจากอะไร ก็เกิดจากโง่ ทีนี้ ทำไมโง่ โง่ก็เพราะกิเลสโลภ โลภมันจัด มันก็เลยเอาแต่ขี้เกียจ คนที่โลภจัด ถ้าหากขยันมันก็ได้นะ แต่นี่มันโง่ ซ้อนโง่ ยิ่งโง่ ยิ่งขี้เกียจ ยิ่งไม่ทำงาน นอกจากไม่ทำงานแล้ว ไปเอาของคนอื่น ก็สร้างศัตรู สร้างวิบาก ดีไม่ดี แย่งคนอื่นอีก แย่งไม่พอ ไปฆ่าปล้นจี้ ไปกันใหญ่เลย เพราะฉะนั้น คนที่คิดว่า ถ้าเราจะไปเก่งในทางแย่ง ถ้ามันฉลาดขึ้นบ้าง ก็จะไม่ทำ เมื่อไม่แย่งไม่ชิง ไม่ไปเบียดเบียนเขา มันก็ไม่ได้ เมื่อไม่ได้ มันก็จะต้องขยันขึ้นมาบ้าง แต่ทำไมโง่ ขี้เกียจ มันต้องขยันขึ้นมาบ้าง แม้ไม่เอา ไม่แย่งชิงคนอื่น ไม่ปล้นแล้ว ก็ต้องขยันขึ้นบ้าง แต่ไม่ขยันขึ้น แล้วคุณจะได้อย่างไร แย่งก็ไม่แย่ง ชิงก็ไม่ชิง ปล้นฆ่าก็ไม่เอา ก็เลยสรุปได้ว่า ทำไมโง่ซ้อนโง่ อยู่ได้ ก็ต้องตอบว่า ขี้เกียจเกิดจากอะไร เกิดจาก โง่ที่ซ้อนโง่ โง่เข้าไปได้อย่างไร เพราะฉะนั้น แม้แต่สัตว์เดรัจฉาน มันขี้เกียจอย่างไร มันก็ยังทำงาน แต่นี่โง่ซ้อนโง่ ไม่ทำงาน แย่งชิงก็ไม่ทำ แล้วอะไรมันจะเหาะมาหาคุณได้ เพราะฉะนั้น มันต้องขยันหน่อย อย่างน้อยก็ต้องขยัน เลี้ยงตัวเองให้รอด อย่าให้แพ้เดรัจฉานเขาเลย

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยสามเส้า ตอน 2 พ่อครูว่า... มาเข้าสู่การเมืองก่อน อาตมาขยายความเรื่องการเมือง ประชาธิปไตย ขยายเป็นสามขา อาตมาไม่เรียกสามขา แต่เรียก สามเส้า หนึ่งขา คือ ประชาธิปไตยที่มีแต่ประชาชน ไม่มีกษัตริย์ วิญญาณก็ไม่สำคัญ วิญญาณก็ไม่รู้เรื่องไม่ชัดเจน นั่นคือประชาธิปไตยขาเดียว อย่างที่เป็นทุกวันนี้ เป็นประชาธิปไตยที่ไม่มีกษัตริย์ ก็ไม่ชัดเจน ว่าวิญญาณเป็นอย่างไร วิญญาณเป็นเรื่องลึกซึ้ง ต้องศึกษา และจัดการให้บริสุทธิ์ ประเสริฐ พวกเทวนิยมนี้ ก็ศึกษาจิตวิญญาณ ไม่กระจ่าง ไม่ชัด ไม่ลึก มีลึกแต่ลึกลับ ไม่ลึกแบบชัดเจน สมบูรณ์แบบ นั่นขาเดียว มีตัวอย่างของจริงอยู่ในสังคมโลก ทีนี้ถ้าเผื่อว่า ประชาธิปไตยสองขา มีประชาชน มีกษัตริย์ แล้วมีระบบของกษัตริย์ มีกฎมณเฑียรบาล มีหลักเกณฑ์สืบสันตติวงศ์ ที่จะต้องฝึกฝนเลือกเฟ้นเอามา ในสายของกษัตริย์ ก็ไม่ได้เอาอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า ในกษัตริย์ก็ต้องมีกฎมณเฑียรบาลอยู่ ในการฝึกฝนอยู่ ในการเรียนรู้ ต้องเข้าใจว่าตัวเองต้องทำหน้าที่บริหาร ทำหน้าที่เลี้ยงดู ปกครอง ช่วยเหลือประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องของการเมืองทั้งนั้นเลย ทีนี้ถ้าไม่มีความรู้ ไม่ได้ฝึกฝน ไม่มีกฎเกณฑ์ อะไรที่ต้องได้รับสืบทอดมา ไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติ การไปเป็นกษัตริย์ ได้ศึกษาจากศาสนาพุทธ มีการสืบทอดธาตุจิตวิญญาณ เกิดแล้วเกิดอีก สร้างวิบากกรรมต่างๆ ลึกซึ้ง ทางศาสนาที่ไม่มีการเรียนรู้ Rebirth การตายแล้วเกิด ตายแล้วเกิด ก็ไม่ลึกซึ้งสมบูรณ์ อย่างที่เป็น เพราะฉะนั้น แม้แต่เป็นการเมืองที่มีกษัตริย์ แต่ก็ไม่ศึกษาเรื่องวิญญาณ สามเส้านี้ อาตมาพูดขยายความเพิ่มเติม ประชาธิปไตย 2 ขา มีกษัตริย์ แต่ถ้าไม่มีเรื่องจิตวิญญาณ ที่ได้ศึกษาสืบทอดกันอย่างแท้จริงอีก ก็ไม่สมบูรณ์ในประชาธิปไตย เป็นประชาธิปไตยที่ยังไม่เจริญสูงสุด ซึ่งอาตมาก็ขอยืนยันว่า ประชาธิปไตยในประเทศไทย เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ที่สุด เห็นได้ชัดสืบทอดมาเป็นกษัตริย์ไทย ที่มีภูมิรู้ทางด้านวิญญาณอย่างแท้จริง สั่งสมมาไม่รู้กี่ชาติ เป็นพระโพธิสัตว์มา สำหรับผู้ที่ศึกษา ผู้ไม่ได้ศึกษาก็ไม่เข้าใจ คงพูดกันไม่รู้เรื่อง สืบทอดได้จริงๆ และเป็นของจริง ที่ปรากฏในยุคนี้ จึงเป็นของจริง ที่ให้เราได้เรียนรู้ เป็นของจริง ไม่ใช่ของไม่จริง เป็นผู้ที่สืบทอดมา กว่าจะได้บารมีมาเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นพระเจ้าแผ่นดินที่มีบาร มีทางด้านวิญญาณ มีบารมีสูงส่ง จนถึงโพธิสัตว์ไม่ใช่เรื่องเล่น อาตมาอ่านกวีอีกทีหนึ่ง ประชาธิปไตยสามเส้า (1) ทุกชาติต่างเลือกเฟ้น ครรลอง เป็นระบอบการปกครอง ประเทศไว้ การเมืองเศรษฐกิจสนอง ชนรัฐ ตนแฮ โชค-เคราะห์ชาติใดได้ ต่างชั้นกันไฉน (2) “อธิปไตย”อำนาจนี้ คือพลัง ปุถุชนหลงกันดัง พระเจ้า ต่างสร้าง“ใส่ตน”หวัง เป็นใหญ่ ลาภยศยกย่องเย้า ยั่วให้แรงคึก (3) เชิญศึกษาเถิดถ้วน ตำรา “ไทยนิยม”อย่างราชา รัชชเก้า “อภิบาล”สุดวิเศษหา ใดเปรียบ ได้เลย คือ“อธิปไตย”สามเส้า เทิดเกล้าคนสยาม (4) ตรงตามสัจจะทั้ง ศาสตรา หนึ่ง“กษัตริย์”-สอง“ประชา” ผนึกเข้า ผนวกสามอีก“วิญญาณ์” “อำนาจร่วม” กันเฮย ยอด“อธิปไตย” 3 เส้า จิตไซร้เป็นประธาน (5) ใช่พาล“รวบอำนาจ”ไว้ ใน“ตน” สิทธิ์ประชาแต่ละคน มอบให้ แก่เราที่เขายล เขาชื่น ชมเอง มิใช่เราอยากได้ แย่งยื้อมาครอง (6) ตามสัจต้อง“รับใช้.. ปวงชน” แล้วประชาแต่ละคน จักให้ ลาภยศยกย่องขน มาข่ม ได้ฤา หาก“อภิบาล”วิสุทธิ์ไซร้ วิศิษฏ์แท้จึงจริง (7) ยิ่งใครได้สัมผัสซึ้ง ตรึงใจ ศาสตร์พระราชาไทย ที่เก้า หา“ประชาธิปไตย”ใด ไป่เปรียบ ได้เลย คือ“อธิปไตยสามเส้า” วิเศษไท้ไทสยาม “สไมย์ จำปาแพง” 16 เม.ย. 2561 [นัยปก “เราคิดอะไร” ฉบับ 334 ประจำเดือนพฤษภาคม 2561] อาตมาก็ช่วยแสดงความเห็นความรู้ไปกับเขา ใครเห็นว่าน่าฟัง น่าเอาไปพิจารณา ปฏิบัติก็ดี ใครไม่เห็น ก็ห้ามกันไม่ได้ นี่คือ ประชาธิปไตยสามเส้า ที่อาตมาพยายามอธิบาย เสนอความเห็น แสดงความรู้ของเราออกไปในระหว่างนี้ ประชาธิปไตยไทยก็ก่อร่างสร้างตัว เป็นรูปธรรมที่อาตมามั่นใจว่า เป็นโลกุตรธรรม โลกุตระหมายความว่า แตกต่างจากโลกียะ และ ประเด็นหลักที่แตกต่างก็คือ คำว่า โลกุตระนั้นคือ ต้องมีภูมิปัญญา เป็นผู้ที่มีภูมิขั้นปัญญา ปัญญาก็แตกต่างจากเฉกา หรือเฉโก ถ้าโลกียะก็เรียกเป็นฉลาด เฉกาทั้งนั้น แล้วเขาโกงเอาคำว่าปัญญาไปใช้แทนเฉโก ฉลาดเฉโก แม้จะฉลาดเฉลียวมากสักเท่าไร ก็ เป็นโลกีย์ แต่ฉลาดของ ปัญญา นั้น เป็นโลกุตระ ที่มีธาตุรู้ ที่ไม่เหมือนโลกีย์ เรียกว่า อัญญธาตุ ธาตุจิตนี้ต้องได้รับต่อเชื้อจากผู้รู้ ที่มีเชื้อโลกุตระก่อน เป็นดีที่สุด ถ้าไม่ต่อ ไม่มีทาง มันมีเหมือนกัน แต่โอ้โห อธิบายไม่ได้ ตั้งแต่นานนับกัปป์กาล เท่าไหร่ ที่จะได้เชื้อนี้เอง ตั้งแต่ธรรมชาติ ต้องอธิบายตั้งแต่เซลล์เดียว จนเป็นเซลล์ใหม่ เป็นเซลล์ที่ 4 ก็เป็นอีกรอบหนึ่ง ที่ใหม่ แล้วเป็น 5 6 แล้วมี 7 เป็นเซลล์ใหม่ของเส้าที่สอง รอบที่สอง ไปอีก 8 9 ระดับ 10 ก็แค่นั้นจนเป็น 100 สัตตะ ซ้อนถึง 100 ยกกำลัง 99 อธิบายตอนนี้ไม่ไหว ก็ได้แค่นี้ก่อน เป็นความซับซ้อน หมุนรอบเชิงซ้อน ยากมาก อายุขัย การเจริญพัฒนาความฉลาด ถึงไม่ใช่ธรรมดา คนกว่าจะฉลาดโลกียะสูง ก็ไม่ใช่จะสะสมบารมีง่ายๆ ยิ่งจะเกิดต่อภูมิปัญญาทางโลกุตระ ถ้าให้เกิดตามธรรมชาติเองคุ้นเคย มันไม่รู้จะกี่ล้านๆกัปป์ ซึ่งอธิบายตามหลักธรรมพระพุทธเจ้าแล้ว ท่านอธิบายจุดสูงสุดเป็นพระพุทธเจ้าสายปัญญา ต้องใช้เวลาถึง 20 อสงไขยแสนกัปป์ หากสายเจโตศรัทธาใช้ 40 อสงไขยแสนกัปป์ หากสายวิตักกะ อันนี้ก็ดี อันนี้ก็ดี สับสน จะออกไม่ชัดเจนสายไหนเป็นสายไหน เละเทะไปหมด ถ้าดิ่งสายเดียวก็ยังเร็ว แต่พวกวิตักกะ 80 อสงไขย เศษแสนมหากัปป์ สมณะฟ้าไทว่า... ตอนนี้พระพุทธเจ้าก็คงบอกว่า อย่าไปคิดเลย ให้ตั้งหน้าตั้งตาทำไป พ่อครูว่า... ให้เลิกคิดเรื่องเวลา ตั้งหน้าตั้งตาทำไป ที่อาตมาพยายามบอกเป็นสองนัยว่า ต้องได้รับการสืบทอดจากสัตบุรุษ ผู้ที่มีเชื้อ DNA ของพุทธศาสนาแล้ว มันจะก้าวหน้าเร็ว แต่อีกนัยหนึ่ง เป็นธรรมชาติเกิดเอง เป็นเอง เช่น สัตว์จะพัฒนาเป็น อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม ก็จะพัฒนาเป็นโลกุตระได้ แต่นานมาก ต้องมีธรรมะถ้วน เต็มเอง อาตมาว่า คุณจะรอก็เชิญรอ อาตมาไม่รอ เราเห็นว่าเราฉลาดแค่นี้ เราจะต้องไปมีอัตตาทำไม จะไม่เอาจากใคร ต้องเกิดเอง เป็นเอง คุณจะต้องเป็น พระอวโลกิเตศวร ใช้เวลาเท่ากับพระอวโลกิเตศวร ที่ตั้งปณิธานว่าจะช่วยคนให้เป็นอรหันต์ รื้นขนสัตว์ให้หมดทั้งโลก แล้วท่านจะปรินิพพานเป็นคนสุดท้าย มันจะนานเท่าไหร่ อย่างนี้เป็นต้น เอาสิ คุณจะตั้งปณิธานสูงสุดอย่างนั้นก็เอา เป็นสิทธิมนุษยชน แต่อาตมาว่าไม่ได้โกงนะ เป็นทางซื่อสัตย์สุจริต ที่เราเพิ่งจะได้ ก็ต้องไปรับจากสัตบุรุษ จะไปมีอัตตามานะถือดีทำไม เพราะมันเป็นของดี เอาอันนี้ดีกว่า แต่ถ้าคุณผยอง จะเอาแต่ของฉัน ก็นิมนต์ อาตมาไม่ได้ว่าอะไรนะ ไม่ได้ดูถูก แต่ว่า เชิญเถิดท่าน อาตมาไม่เอาแบบนั้น อาตมาเข็ดมาก เรื่องกาละ มันเมื่อยแสนเมื่อย ขนาดอาตมานี่สายปัญญาแท้ๆ อาตมายังโอ้โห แต่ถ้าคุณจะเอาแบบนั้น ก็นิมนต์เอง

_โยมถามเรื่อง คดีฟ้อง เรือตรีแซมดินกับคุณแม่นมั่น ที่ถูกฟ้องคดี กปปส. พ่อครูว่า... ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการของศาล อาตมาก็ว่า มันจะต้องมองเจตนารมณ์ที่แท้จริงของพฤติกรรมที่ผ่านไปแล้ว ผู้ที่เขาไปประท้วงนั้น ทำเพื่อชาติประเทศ ต้องมีลักษณะกดดันบ้าง แต่เขาไม่มีเจตนาทำจนรุนแรง ไม่ได้รุนแรงโหดร้าย เอาตามใจ ก็ทำตามที่พอเป็นไปได้ เสียสละเอาชีวิตเข้าไปแลก ไม่ได้มีอะไรแฝงซ่อนซ้อน บริสุทธิ์สะอาดจริงๆ และที่อาตมาตั้งประเด็นที่น่าคิดก็คือ ผู้ฟ้องนี้ ฟ้องข้ามมาตั้งแต่รัฐบาลที่เราไปประท้วง เป็นรัฐบาลที่เลวร้ายจะต้องให้ออก เราก็ทำงานสำเร็จแล้วด้วย เราเสี่ยงตาย ทำจนสำเร็จ แล้วทำไมเอาที่เขาฟ้องค้าง มาต่อทำไม ก็น่าจะใช้ดุลพินิจของท่านว่า อันนี้ควรจบได้ ก็ควรจบไป เพราะเป็นประโยชน์แท้ เสียสละแท้จริง ไม่ตายก็ดีแล้ว ไปตามคนผิดที่ฟ้องไว้ จะได้อย่างไร แล้วมันจะตรงร่องลงรอยกันอย่างไร เป็นต้น ก็เอาเถอะ แล้วแต่วิจารณญาณท่าน เราก็เคารพศาล ต้องให้เกียรติท่าน ก็ไม่ขอวิจัยวิจารณ์อะไร บางทีก็เป็นวิบากของใครของมันบ้าง บางคนไปด้วยกันก็ถูกฟ้อง บางคนไม่ถูกฟ้อง ก็เป็นเรื่องของโลกจินตา

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลเป็นตัวกำหนดสมาธิ ตอน 5 พ่อครูว่า... มาเข้าสู่ธรรมะ ธรรมะที่อาตมากำลังคลี่ขยาย ให้มันชัดเจน คมแม่นก็คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งสมาธิของพระพุทธเจ้านั้น ไม่มีศีลไม่ได้ ต้องมีศีลเกี่ยวด้วยเสมอ เป็นตัวกำหนดสมาธิต้องมีศีลเป็นตัวกำหนด ปัญญาแน่นอน ต้องมีร่วมไปด้วยเสมอเป็น สามเส้า ศีล สมาธิ ปัญญา ธาตุรู้ จะเป็นธาตุรู้ ขั้นปัญญา ศีล อาตมาอธิบายในศีลข้อที่ 1 2 3 ในศีล 5 ขยายความไว้ให้ง่ายๆ ชัดเจน เกี่ยวกับสัตว์ เกี่ยวกับข้าวของ เกี่ยวกับทวารทั้ง 6 ของเรา ซึ่งมันเป็นทาส เรื่องเกี่ยวกับสัตว์ เกี่ยวกับของ เกี่ยวกับรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ทางกาย ทางใจ ศีล 3 ข้อนี้ เพราะฉะนั้น ศีลข้อ 1 เกี่ยวกับสัตว์ อาตมาก็ขอเจาะลึกให้ฟัง หากไม่เข้าใจแล้ว เน้นศีลข้อที่ 1 เกี่ยวกับสัตว์ สัตว์ตั้งแต่เซลล์เดียว จนถึงไม่รู้กี่ล้านๆ เซลล์ โดยเฉพาะมนุษย์ ท่านก็มีระดับ มีความเป็นลำดับอย่างน่าอัศจรรย์ สัมผัสกับคนด้วยกัน ก็อย่าไปเบียดเบียน อย่าไปทำร้ายกัน หรือแม้แต่ต่ำสุดเซลล์เดียว ก็ไม่ควรจะไปเบียดเบียนกัน เพราะเรามีชีวิตได้ โดยไม่ต้องไปจำเป็นต้องเบียดเบียนสัตว์เลย คุณจะเลี้ยงขันธ์ของคุณด้วยอาหาร ก็ไม่ต้องเอาสิ่งที่เกี่ยวกับวิบากของสัตว์ เพราะสัตว์เริ่มต้นเป็นจิตนิยาม มันมีตัวผูกพัน และพยาบาท ทั้งรักทั้งชัง ทั้งรักทั้งพยาบาท ทั้งโลภทั้งพยาบาท ทั้งโลภะโทสะ เป็นจิตนิยามแล้ว ถ้าเป็นพีชนิยามอยู่ มันไม่มี อุตุนิยามแน่นอน ไม่มีฟิสิกส์พลังงานธรรมดา วัตถุธาตุ พลังงานและสสาร พอมาเป็นพีชะ ก็มีชีวะในตัวมันเอง แต่ยังไม่มีเวทนา ไม่มีวิญญาณ เป็นความละเอียดลึกซึ้งของศาสนาพุทธ ในธรรมนิยาม 5 นี้ ถ้าไม่ใช่พระพุทธเจ้าไม่มีทาง ในพระไตรปิฎก 45 เล่มของเถรวาท ไม่มีนะ คำอธิบายของนิยาม 5 มีในอรรถกถาจารย์ ที่ติดมา อาตมาอ่านแล้ว ก็แน่ใจว่าเป็นของพระพุทธเจ้า ไม่มีใครแยกได้อย่างนี้ได้หรอก มันสุดแล้ว ในมหาเอกภพนี้ เพราะฉะนั้น คุณอย่าไปสร้างวิบากแต่ละคนเลย กว่าจะได้มาพบศาสนา และฟังธรรมะอาตมา ฟังธรรมะศาสนาพุทธรู้เรื่อง ฟังธรรมะโลกุตระรู้เรื่อง คุณก็ใช้เวลามาตั้งเท่าไหร่แล้ว คุณอย่าไปเติมวิบากเข้าไปอีกเลย วิบากของคุณก็มีทั้งนั้น จะต้องไปเติมวิบากอีกทำไม ในเรื่องของความเป็นสัตว์ สัตว์มันผูกพยาบาท ทั้งรักทั้งชัง มันเสียเวลาทั้งนั้น ทั้งรักทั้งชัง เป็นตัวเสีย มันไม่สมบูรณ์เจริญสูงสุดได้ง่ายหรอก มันก็คือตัวต้าน ตัวทอน เพราะฉะนั้นอย่าไปเติม ถ้าเข้าใจเช่นนี้ คุณมีทางออก ไม่ต้องดูวิธีใดๆเลย อย่าว่าแต่กินเลย เรื่องของสัตว์ อย่าไปคิดแม้แต่จะไปทำร้ายเขา จะพูดไปทำไมถึงเอามากิน พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจน 1. สัตว์นั้นมีชีวิต 2. รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต ที่มันมีชีวิตแล้ว เราทำให้มันตายโดยที่สุดวิสัย ก็แล้วไปเถอะ ไม่ใช่ว่าไม่มีกรรมวิบากนะ มี แม้คุณรู้ว่าสัตว์มีชีวิต แต่ไม่มีเจตนา นี่มันละเอียดนะ 3. มีจิตคิดจะฆ่า 4. พยายามฆ่า 5. สัตว์นั้นตายด้วยฝีมือคน แม้ไม่ใช่ตายด้วยฝีมือเราด้วยนะ ถ้า สัตว์ตายด้วยฝีมือสัตว์ พระพุทธเจ้าก็อนุโลม เรียก ปวัตตมังสะ แต่อย่าไปแย่งมันกินนะ ต้องเดนสัตว์กิน ปวัตตมังสะมี สัตว์นั้นมันตายเอง ก็ทิ้งร่างไปแล้ว มันก็ไม่พยาบาทในเนื้อมันเอง และอีกอันคือ สัตว์ที่สัตว์อื่นฆ่าแล้ว มันก็มีวิบากแก่กันและกันแล้ว พยาบาทกันเองแล้ว เป็นคนก็ตัดตัวกลาง แต่สัตว์ที่คนเจตนาฆ่า สัตว์ที่ตายด้วยฝีมือคน ตัดเลย อย่าไปกิน แต่สัตว์ที่เป็นเดนสัตว์อื่นฆ่า ไม่ใช่คนฆ่า พวกเลี่ยงบาลีก็เลี่ยง เพื่อที่จะกินเนื้อสัตว์ ก็วิบากใคร วิบากมัน ถ้าชัดเจนที่จะไม่กิน ก็ไม่มีวิบากจะไปผูกพันกับสัตว์ไหนอีก วิบากที่มีอยู่ ก็ยังต้องทำกุศลให้ท่วมท้น วิบากที่มาเหมือนหมาไล่เนื้อจะได้ลดน้อยลง แม้แต่เป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระอรหันต์ วิบากก็ลดน้อยลง คุณอยากเป็นพระอรหันต์ที่วิบากมีมาก เป็นขี้ทูดกุฏฐัง ก็แล้วแต่คุณ ขอให้เป็นอรหันต์ก็แล้วกัน ก็แล้วแต่คุณเถอะ พวกพิการจริงๆ ก็ไม่ได้เป็นอรหันต์หรอก พระพุทธเจ้าสอนไว้ครบแล้ว สรุปแล้ว สัตว์ ข้อที่ 1 ก็อย่าไปต่อวิบากกันเลย ไปต่อทำไม เราเรียนรู้แล้ว

สมณะฟ้าไทว่า... พระพุทธเจ้าสอนว่าให้เมตตากัน อย่าไปกินสัตว์ที่คนฆ่า แม้สัตว์ที่สัตว์มันฆ่ากันเองตาย ก็ต้องชัดเจนว่า เป็นเดนสัตว์กินเหลือแล้ว สัตว์ที่มันตายเอง ก็คงจะไม่ค่อยมีใครไปกิน สุดท้า

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน