610430_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เรียนรู้โลกกับอัตตาตามสมมุติและปรมัตถ์.docx
เนื้อหาในไฟล์
610430_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เรียนรู้โลกกับอัตตาตามสมมุติและปรมัตถ์ อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://drive.google.com/open?id=1rYlapq8QWiV0RlvcQNsIsZnxFVJeDP6dKkMMtrycFac ดูยูทิวป์ที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=3soQLt-TDUk สมณะเดินดินว่า… วันนี้ เป็นวันจันทร์ที่ 30 เมษายน 2561 ที่บวรราชธานีอโศก ช่วงนี้ก็ใกล้จะถึงงานอโศกรำลึก เราจะทำธงที่มีคำความ 84 ปี 48 พรรษา พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ของการบรรลุความจนอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ ก็มีคนท้วงว่า พ่อครูบรรลุมานานแล้ว ก็เลยน่าจะเปลี่ยนเป็น 84 ปี 48 พรรษา กับการสร้างคนจนสุขสำราญเบิกบานใจ เป้าหมายก็จะเป็นเครื่องเตือนใจพวกเรา พ่อครูมีความสุขสำราญเบิกบานใจมานาน แต่ลูกๆ จะทำอย่างไร จะเข้าถึง ความจนสุขสำราญเบิกบานใจได้ด้วย วันอาทิตย์ที่ผ่านมา พ่อครูเอาฝรั่งคนหนึ่ง ที่ไม่ใช้เงินในการดำเนินชีวิต เพียงปีเดียว เขารู้สึกว่า ชีวิตที่ปราศจากการใช้เงินปีนั้น เป็นปีที่ผมมีความสุขที่สุดในชีวิต มีเพื่อนมากที่สุดในชีวิต ผมไม่ป่วยเลย และโคตรฟิต ไม่มีเงินแล้ว ไม่ได้อดอยากยากแค้นแต่อย่างใด ได้ค้นพบมิตรภาพที่ดีมากมาย มีอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ที่เดินไปโดยไม่ได้ใช้เงิน กลับได้มิตรภาพมากมาย แม้แต่หมา ก็เป็นเพื่อนยามยาก และเห็นน้ำใจคนไทย ที่ช่วยเหลือให้รอดได้ตลอดทาง ซาบซึ้ง จนเดินเสร็จ ต้องไปขอบคุณแต่ละคนๆ ที่ให้ความช่วยเหลือ เช่นเดียวกันกับฝรั่งคนนี้ เขาได้ค้นพบว่า ความเป็นอิสระที่แท้จริง คือการพึ่งพาซึ่งกันและกัน พ่อครูก็กล่าวว่าการมีชีวิตไม่ใช้เงิน จะได้พบเพื่อนตาย มากกว่าเพื่อนกิน มีคนตั้งข้อสังเกตว่า เขาทำไมมองอะไรทะลุได้ ทั้งที่ไม่ใช้เงินเพียงแค่ปีเดียว แต่พวกเราไม่ใช้เงินมาตั้งหลายปี ทำไมมองอะไรไม่ออก ไม่ทะลุ มีคนบอกว่า
อ่านต่อ
ก็เพราะว่ามี อภิชฌาวิสมโลภะ คืออุปกิเลส ที่ทำให้เรามีความอยากจะได้อะไรหลายอย่าง แต่พ่อครูทำให้เราได้เห็นชีวิตที่ค่อยๆลดความยึดมั่นถือมั่น ค่อยๆออกมาจากโอฬาริกอัตตา แม้มาอยู่กับหมู่กลุ่ม ก็ค่อยมาลดความยึดถือของเรา ความเป็นเรา เป็นของเรา เมื่อเราปลดปล่อยได้หมด ก็จะสุขสำราญเบิกบานใจ พ่อครูว่า... SMS วันที่ 27 - 29 เมษายน 2561
_5788ถ้าหมอกระแสหลัก เชื่อช่างแสง(ช่างไฟฟ้า) หมอกระแสหลักก็หมดหนทางหากินครับหลวงปู่ พ่อครูว่า… ก็ค่อยๆดูกันไป
_ปัญญา หิรัญ · กราบนมัสการครูสมณะโพธิรักษ์ เจริญธรรมสำนึกดีญาติธรรมทุกท่านครับ ตอนนี้ลูกร้อนใจในการต่อสู้กับคนเลว พ่อครูมีทางออกให้ลูกไหมขอรับ กราบนมัสการครับ พ่อครูว่า… ถามมาง่ายๆ แต่ตอบยาก แต่ตอบไปแล้วคุณจะทำได้หรือไม่ ถามมาอย่างนี้ ก็ตอบว่า ก็ไม่ต้องสู้กับเขาสิ ไปร้อนใจทำไม หยุดสู้เลย คุณก็ไม่ต้องร้อนใจ ก็วางใจ พูดง่ายๆ เหมือนกับบอกว่า ก็ติดบุหรี่หยุดไม่ได้ มันจะไปยากทำไม อ้าปาก บุหรี่ก็หลุดไปเอง มันจะได้หรือไม่ล่ะ ที่ติดไม่ใช่บุหรี่นะ ถ้าอย่างนั้นก็ง่าย พูดแต่ภาษา แล้วจิตจะได้ไหม อาตมาก็ไม่รู้รายละเอียดด้วยว่า ร้อนใจอย่างไร _ป้ามณ แซ่ตั้ง · ถูกต้องแล้วค่ะ เขาอุตส่าห์ช่วยโดยไม่คิดเงิน รัฐบาลยังมาเตะตัดขาอีก งงดิ
_ถาวร ทิพย์โชติ · รัฐบาลควรส่งเสริมหมอแสง ด้วยการวิจัยผลการรักษาโรคมะเร็งครับ _เหนือชั้นกว่า30บาทรักษาทุกโรคหรือไม่ครับ _นายวีระ เกตุแก้ว · กราบเคารพสูงพ่อครผู้เป็นผู้ให้โลกุตรธรรมอันสูงสุดแด่ลูกๆ _ນາງເກດມະນີສູກສະຫວັນ · ຂ້ານອ້ຍຂໍນອ້ມນະມັດສະການພໍ່ຄູສາມະນະສິກຂະມາດຜູ້ໃຜ່ສິນປະຕິປັດທັມທຸກທ່ານກາບສາຖຸມານະທີ່ນີ້ (สมณะหนักแน่นแปลว่า)นางเกตุมณี สุขสวรรค์ · ข้าน้อยขอกราบนมัสการพ่อครู สมณะ สิกขมาตุ ผู้ใฝ่ศีล ปฏิบัติธรรมทุกท่าน กราบสาธุมา ณ ที่นี่ _วุฒิพงศ์ พานิชสวย · คิดดีทำดีได้ดีด้วยคำพ่อครูสอน ฟังธรรมพ่อครู น้อมจิต ปฏิบัติแล้วเห็นผลจริง _3867ขอบคุณบุญนิยมกับธรรมะพ่อครูฯ กับการเนรมิตบวรราชธานีอโศก ตามรอยป่าพุทธประวัติในอดีตกาล เจริญธรรมชาติบริสุทธิ์ ด้วยการปกครอง แบบเศรษฐกิจคนจน! ชุมชนสะอาดไร้มลพิษด้วยศาสตร์ พระราชาฯ ตลาดอาริยะ โปร่งใสด้วยความพอเพียงสาธุ! เจริญธรรม
_3867...อาการป่วยหลายโรคอาพาธในพระภิกษุที่เพิ่มขึ้น จากอาหารที่ญาติโยมจัดถวายฯ บั่นทอนสุขภาพ ชีวิตพระสงฆ์ จะทำลายเอกภาพ พุทธบริษัท4ไทย ฤาเปล่า? ท่านสณ.สม. พ่อครูว่า... มันก็มีผลเกี่ยวเนื่องกัน จะไปทำอะไรได้ คงไม่อยากให้สุขภาพบกพร่อง แต่มันจำเป็น
_3867พ่อครูอย่าหยุดตลาดอาริยะเพื่อคนจน ที่ยังหาอัศวินลดค่าครองชีพมิได้! หมอแสงอย่าหยุดธรรมโอสถทาน เพื่อผู้ป่วยมะเร็งที่ยังหาหมอเทวดาพิชิตมะเร็งมิได้! นักรักษ์ป่า อย่าทิ้งป่าธรรมชาติ ที่ยังหาฮีโร่พิทักษ์ป่า พ้นภัยกองทัพคอนกรีตมิได้! ปลาเล็กใต้ปากปลาใหญ่? _3867คนหรูหรา ลาภยศฟุ้งเฟ้อ อำนาจมั่งคั่ง สักการะ มักเป็นไปตามธรรมวินัย เป็นไปเพื่อความมักมากมักใหญ่(มหัปปิจฉะ) ธรรมวินัยนั้นไม่ใช่ของเราตถาคตฯ คงทำใจพอเพียง ตามพระดำรัสฯมิได้!..มีแต่คนจน ใจพอปฏิบัติตามธรรมะตถาคตฯ ธรรมวินัยใดเป็นไปเพื่อความมักน้อย(อัปปิจฉะ) ธรรมนั้นวินัยนั้นเป็นของเราตถาคตฯ ตามรอยพระดำรัสฯ our loss is our gain ฤาศก.คนจนในร.9ได้! กบอัปปิจฉะ!
_3867...กราบอนุโมทนาธรรมะพ่อครูฯ กับนโยบายการค้าอันโปร่งใส ในทฤษฎีของแจ๊คหม่า ผู้นำการค้าโลกออนไลน์ ด้วยการบริการบริสุทธิ์ใจต่อผู้บริโภค อันราบรื่นในจีนแผ่นดินใหญ่ ที่การบริหารการปกครองเรียบร้อย ปราศจากทุกภัย ทุจริต! คุ้มครองทุกการค้าเอเซียพ้นทุกภัยคอรัปชั่น สาธุ! กบสิ้นโศก พ่อครูว่า...แจ็คหม่าตอนนี้ก็มาแรง มีอีกความเห็นมาเลย เกี่ยวกับ แจ็คหม่า กราบนมัสการพ่อท่าน ด้วยความเคารพอย่างสูง ฟังบทความ แจค หม่า ที่พ่อท่านอ่าน แล้วทำให้นึกถึงปฏิวัติเขียวขึ้นมา การปฏิวัติเขียว(The Green Revolution) เริ่มจากมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เป็นเครื่องทุ่นแรงในการผลิตทางการเกษตร การใช้สารเคมีชนิดต่างๆ เป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญ เพื่อสานฝันกลุ่มนายทุน ที่ผิดหวังกับระบบทาสที่สิ้นสุดลง เกิดเป็นความพยายามอย่างยิ่ง ที่จะหาจุดยืน และหนทางที่จะขยายอาณาจักรของตน ในภาคการเกษตร เพราะก็รู้เหมือนกันว่า อาหารเป็นหนึ่งในโลก แต่ไม่มีความแข็งแรง อดทนพอที่จะทำการเกษตรแบบดั้งเดิม บนลำแข้งของตนเองได้ ทำให้ต้องพึ่งพาชนชั้นแรงงาน จนสูญเสียอำนาจในการต่อรอง จึงเริ่มมีการผลักดัน นำเอาความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มาเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต สินค้าเกษตร จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ไปในทางหายนะในด้านอื่นๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรม ตลอดจนสุขภาพอนามัย และระบบนิเวศวิทยาของโลก โดยอาศัยเงื่อนไขของผลประโยชน์ร่วมกัน ระหว่างกลุ่มอำนาจต่างๆ ในที่สุดระบบการเกษตรในแนวทาง "ปฏิวัติเขียว" ก็กลายเป็นนโยบายหลัก ของแทบทุกประเทศ และประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเกษตรกร ต่างถูกชักจูงให้ยอมรับระบบการเกษตรดังกล่าว ด้วยวิธีการต่างๆ รวมทั้งผ่านระบบการศึกษา และสื่อสารมวลชนนานาชนิด จนกระทั่งกลายเป็น กระแสหลักของระบบการเกษตรในปัจจุบัน ผลกระทบที่เห็นเป็นรูปธรรมก็คือ การล่มสลายของเกษตรกรรายย่อย หนี้สินต่างประเทศ ของประเทศเกษตรกรรม การเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม ของระบบนิเวศวิทยา ปัญหาสุขภาพอนามัยของประชาชนทั่วไป รวมทั้งปัญหาด้านแรงงาน ในทางนามธรรม เช่น ความมักง่าย ที่กระทำต่อแม่พระธรณี และเพื่อนร่วมโลก ความรุนแรง ที่ใช้ในการแก้ปัญหาศัตรูพืช โดยการฆ่าหรือทำลายโดยตรง ด้วยสารเคมีมีพิษชนิดต่างๆ การสนองอัตตา ด้วยความพยายามควบคุม และบังคับธรรมชาติ ไปในทิศทางที่กำหนด เป็นต้น ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อให้มีผลผลิตที่เพียงพอ รองรับ "ความต้องการเทียม" ที่ถูกออกแบบอย่างแยบยล มาเพิ่มยอดขายโดยเฉพาะ การเติบโตขยายตัวอย่างรวดเร็ว ของกิจการกลุ่มบรรษัทผลิตสารเคมี และเครื่องจักรกล ที่ใช้ในการเกษตรในระดับประเทศ และระดับโลก เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างชัดเจน ( พ่อครูว่า... เป็นการต่อสู้กันทางจิตวิญญาณกับวัตถุ ทางวัตถุ แบบโลกียะนั้น เป็นสมบัติผลัดกันชม แพ้และชนะ หมุนเวียนไปตลอดกาล แต่ทางโลกุตระนั้น ทางจิตชนะในที่สุด แต่ทางโลกีย์สมบัติผลัดกันชม) ซึ่งส่งผลให้นายทุนกินรวบหมด โดยเฉพาะด้านอุปโภค บริโภค ที่ควบคุมแหล่งวัตถุดิบ ทั้งครอบครองเครื่องจักรในการผลิต และผูกขาดช่องทางในการสื่อสารกับผู้บริโภค(คนรวยถึงจ่ายค่าโฆษณาไหว) รวมทั้งช่องทางการจัดจำหน่าย ที่หัก%กันอย่างโหดร้าย พ่อค้าแม่ขาย ที่เป็นรายย่อยๆ ทำกันในครัวเรือน มีฝีมือแต่ทุนน้อย ก็เหลือเพียงช่องทางการขาย ที่เป็นตลาดสด ตลาดนัด ตลาดคนเดินทั่วไป ที่มีคนเดินจับจ่ายซื้อข้าวของกัน จึงทำให้ยังพออยู่ได้
สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน ความเห็นพ่อครูเรื่องอินเตอร์เน็ตโซเชียลเน็ตเวิร์ค มาถึงยุคดิจิตอล ได้มีนวัตกรรมล่าสุด ที่ส่งผลกระทบระดับไฟลามทุ่งก็คือ Internet ได้สร้างปรากฎการณ์ การสื่อสารแบบไร้พรมแดน ทำให้การพูดคุยกันของคนในสังคมเป็นความฟุ่มเฟือย Social network เข้ามาแทนที่ ผู้คนแห่กันเข้าไปสมาคมกันในโลกเทียม ที่คู่สนทนาไม่รู้จักหน้าค่าตากัน (พ่อครูว่า... เมื่อเช้านี้ก็ยังพูดกับสมณะเลยว่า อาตมาไม่ประสีประสา เรื่องอินเทอร์เน็ตเลย อาศัยพวกเราก็พอ มั่นใจว่าจะพาพวกเราไปรอด เพราะเชื่อมั่นว่า ความบริสุทธิ์เท่านั้น ที่จะชนะทุกสิ่งทั้งโลกในที่สุด เรามีความบริสุทธิ์ใจ เรามีแต่ให้ เราไม่เห็นแก่ตัว นี่เป็นความบริสุทธิ์หลักของอาตมา ใครจะใช้เครื่องมืออย่างไร ก็ใช้ดู อาตมาก็จะพิสูจน์อันนี้ด้วยเหมือนกันว่า ความบริสุทธิ์ใจนั้น จะชนะทุกสิ่งทุกอย่างทั้งโลกในที่สุด ความบริสุทธิ์ใจที่เราไม่เห็นแก่ ตัวเห็นแก่ได้ ไม่เอาเปรียบเอารัดใคร ไม่เบียดเบียนใคร ตายเป็นตาย จะชนะทุกสิ่งทุกอย่างได้ พวกเราฟังแล้ว น่ากลัวไหม ตายนะ เขามีคำพังเพยว่า สัจจะเป็นความจริงที่ไม่ตาย แต่ผู้ที่พูดความจริงนั้นตายไปมากแล้ว อาตมาไม่มีปัญหานะ ร่างกายตายอาตมาไม่มีปัญหา เชื่อไหมว่าอาตมาก็เคยตาย เคยตายมาไม่รู้แล้วกี่ชาติ เคยตายมาด้วยความสุจริต ก็ไม่มีปัญหา พระโมคคัลลานะ ท่านสุจริต สุดท้ายท่านก็ยอมให้เขาฆ่าตาย จะเป็นปัญหาอะไร สมณะเดินดินว่า... พ่อครูว่า ระบบอินเตอร์เน็ตนี้ พ่อครูจะไม่พาพวกเราไปยุ่งกับมัน? พ่อครูว่า... ไม่ใช่ สำหรับอาตมาก็จะไม่ยุ่ง แต่พวกเราก็ตามควร จะไม่ใช้เสียเลย ก็คงไปไม่ออกแน่ ไปไม่ยาว สั้นแน่ แต่อาตมาจะรักษาแกนของความบริสุทธิ์ แกนอย่าสูญเสียความบริสุทธิ์ที่สุดยอด ซึ่งอาตมามั่นใจในตน แต่พวกคุณจะต้องไปมีอะไรต่ออะไรบ้าง ก็เอาตามควร แล้วแต่ใครต่อใคร แต่ละคนก็มีแกนเจโต กับแกนปัญญา จะกล้าที่จะบริสุทธิ์ หรือเด่นเป็นสองทาง คนหนึ่งอนุโลมเด่น คนหนึ่งจริงใจเด็ดเดี่ยวเด่น ต้องให้เขา คุณว่าเจโต หรือปัญญา ใครเด็ดเดี่ยวเก่ง ก็เจโต แต่อนุโลมนั้น ปัญญาก็เก่งกว่า ปัญญายอมแพ้เจโตได้ เมื่อเขาเด็ดเดี่ยว มันก็พึ่งพากันและกันไป) ……………..
ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ที่เป็นตัวเชื่อมโยงคนในสังคมเข้าด้วยกัน หายไป!!! รู้จักกันเพียงแค่ในโลกไซเบอร์ พ่อค้าแม่ขายก็เลยต้องตามเข้าไปหาลูกค้ากันในนั้น ทำให้ทุกอย่างตกอยู่ในกำมือของนายทุนอีกเช่นเคย แม้แต่การทำธุรกรรมทางการเงิน ก็ยังต้องOnline ควบคุมตลาดการซื้อขายได้อย่างเบ็ดเสร็จ โดยผูกขาดช่องทางการจัดจำหน่ายไว้แต่เพียงผู้เดียว เมื่อคนไม่เดินตลาดอีกต่อไป จะซื้อขายอะไรก็ต้องผ่านโลกไซเบอร์ ยืมจมูกคนอื่นหายใจตลอด คนซื้อคนขายก็ไม่ต้องพูดคุยเห็นหน้า ความเอื้อเฟื้อเกื้อหนุนกัน ความเห็นอกเห็นใจกันของคู่ค้าเป็นอันจบสิ้น!!! ผู้คนไม่ต้องมีความเกรงอกเกรงใจกันอีกต่อไป การปฏิสัมพันธ์ระหว่างคน กลายเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์!!! มีโลกOnline ให้เข้าไปมั่วสุมกัน ก็พอใจแล้วใช่ไหม??? อยากจะใช้ชีวิตกันแบบนี้ จริงๆหรือ??? E-commerceก็เป็นเช่นเดียวกัน เนื่องจากลิขสิทธิ์ผลงานวิจัย ของสิ่งประดิษฐ์คิดค้นใหม่ๆ ได้ถูกผูกขาดโดยนายทุนไปหมดแล้ว การกำหนดราคาเทคโนโลยี ก็คือการกำหนดบทบาทของผู้ประกอบการ และผู้ให้บริการไว้ที่คนรวยเท่านั้น ให้คนทั่วไปเป็นได้เพียงผู้บริโภค หรือผู้ใช้บริการ ซึ่งความจริงย่อมเลือกที่จะปฏิเสธได้ แต่ด้วยมัวเมาลุ่มหลงไปกับ คำพูดหว่านล้อมด้วยความจริงเพียงด้านเดียว(ของแจค หม่า) ซึ่งจี้ถูกใจดำของกิเลสอย่างจัง ถ้าหลวมตัวยินยอมเข้าไปมีส่วนร่วม ก็จะตกเป็นเบี้ยในกำมือของนายทุน เกิดเป็นสภาพเช่นถูกปฏิวัติเขียวอีกครั้ง และครั้งนี้น่าจะมีพลังการทำลายล้างที่สูงกว่า ส่งผลกระทบไปทั่วอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก
สื่อธรรมะพ่อครู(สัจจะ) ตอน ปรากฏการณ์ศึกษา แจ็คหม่า ทรัมป์ คิมจองอึน Alibaba มันก็แค่นายหน้าที่อยากกินค่าหัวคิว แจค หม่า ก็คือ ผู้อยู่เบื้องหน้า ด้าน E-commerce สี จิ้น ผิง ก็คือ ผู้อยู่เบื้องหลัง ของประเทศจีน มองป่าทั้งป่า มันก็มีกันแค่ 2 ค่ายเท่านั้นแหละในโลกตอนนี้ ตะวันออก กับ ตะวันตก ก็ขึ้นอยู่กับว่าที่เหลือจะเลือกอยู่ข้างไหน ในหลวงทรงตรัสสอนว่า เราไม่อยากเป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก เพราะมีแต่จะถอยหลังอย่างน่ากลัว ไม่ร่วมทั้งโต๊ะจีน และบุฟเฟ่ต์ฝรั่ง เราต้องเป็นตัวของเราเอง เป็นแบบไทย ไทย แบบคนจน ที่พ่อสอน จนอย่างมี class ที่พ่อท่านว่า และมีศีลคอยกำกับ ไม่โลภ ไม่หลง ไม่โง่ จนอยากรวย เป็นคนจน อย่างมีศีล ผู้บุกเบิกระบอบ จนนิยม ของโลก พ่อครูว่า... เราก็มาสรุปตรงที่ ผู้ออกความเห็น ก็สรุปตรงกันว่า เรามั่นใจในระบบของพระพุทธเจ้า หรือว่าของในหลวง หรือที่อาตมาพาทำ วิเคราะห์นิดหนึ่ง แจ็คหม่านี้รวยมาก เอาไปทำไมตั้งรวยมาก มันมากเกินไปนะ แจ็คหม่านี้ เขาไม่ใช่รัฐบาลนะ เป็นของส่วนตัว แจ็คหม่าก็ตะกละตะกลาม โลภโมโทสันไม่ใช่น้อย เขาไม่จำเป็นจะต้องรวยขนาดนั้น ถ้าคนที่รู้จักพอเพียง คนที่เห็นแก่ผู้อื่น เขาเอาเงิน หรือเอาสมบัติมาไว้ที่ตัวเขาขนาดนี้ อำนาจในการหมุนเวียนซ้อนในโลกนี้ มันก็ลดลงมา เขาเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ซ้อนกันกับแจ็คหม่า ทำให้อาตมาเห็น แจ็คหม่า ผูกตัวลวงไว้ที่อากาศ อเมริกาผูกตัวลวงไว้ที่เงินดอลลาร์ แล้วเขาก็อยู่ได้ทั้งคู่ ขณะนี้ แต่อากาศก็คือความว่างเปล่า Dollarก็คือกระดาษเศษ ว่างเปล่าเหมือนกัน ขณะนี้ เป็นแต่เพียงว่า อันหนึ่งเหมือนรูปธรรม อีกอันเป็นอรูปธรรม(แจ็คหม่า) ใช้อากาศ แต่อันนี้ใช้วัตถุ และอำนาจ ซ้อนอยู่ อเมริกาซ้อนหลายอย่าง มีอิทธิพลอำนาจ เดี๋ยวนี้เขาก็ยังใช้กันอยู่ แต่อาตมาว่า ความซ้อนของอเมริกา ผู้ใช้อำนาจนั้น หากมีคุณค่า คุณงามความดีอยู่บ้าง จะอยู่ได้นาน แต่อาตมาว่าตอนนี้ คุณค่า ความดีงาม ร่อยหรอมากแล้ว สัจจะอันนี้ อาตมาก็ว่า ดูกันไปก็แล้วกัน การศึกษาที่เราจะดูจากรูปกับนาม วัตถุกับจิต ทั่วทุกยุคสมัย เอกภพ เอกภาพ ทั้งนั้นแหละ เรื่องวัตถุกับจิตทั้งนั้น ซึ่งอาตมาศึกษามาทางจิต จิตวิญญาณเป็นประธานสิ่งทั้งปวง เพราะฉะนั้นอาตมาไม่กลัว อาตมารู้จักจิตนิยาม ว่ามี Rebirth ไม่ได้จบสิ้นง่ายๆ แต่ทางเทวนิยม จิตนิยามเขาไปจบที่พระเจ้า เขาไม่มี Rebirth ไม่มีการรู้กรรมวิบาก ไม่รู้อจินไตยที่เป็นกรรมวิบากเลย ส่วนทางด้านของพระพุทธเจ้า ทางด้านอย่างเทวนิยม เขาเข้าใจนั้น สั้นแคบ รู้ได้ จิตวิญญาณเป็นธาตุที่สัมผัสความรู้สึก สัมผัสความเป็นความมี ของสิ่งที่เป็นสัตว์ ตั้งแต่เซลล์เดียว จนเป็นหลายล้านเซลล์ จนถึงพระพุทธเจ้า การศึกษาความรู้สึก และความฉลาด และความมีคุณธรรม ความมีโลกุตระ โลกียะ มันซับซ้อนไปมา ในเทวนิยมจะออกจากกรอบโลกีย์ยาก อาตมาว่า อ่านได้ง่ายกว่า โลกุตระอ่านยากกว่าแน่ ถ้าเหนือ โลกุตระที่เหนือกว่า แน่นอน พ้นวิสัยที่อาตมาอ่านรู้ได้ แต่ถ้าไม่เหนือกว่า อาตมาก็พอไปรู้ได้ นี่คือประสิทธิภาพของจิต ปัญญา แต่ทางเทวนิยม ที่มีชาติเดียว จะไปรู้พวกนี้ได้เท่าไหร่กันเชียว นอกจากคาดคะเนเอา ตามตรรกะ เหตุผลๆๆ ซึ่งจิตวิญญาณเป็นเรื่องอจินไตย ซับซาบตามเหตุผลไม่ได้ อาตมายังรู้สึกว่า ยังไม่เก่งที่จะสื่อความจริงที่ลึกกว่านี้อีก ตอนนี้อธิบายได้แค่นี้ มันซับซ้อนไม่รู้กี่ชั้นต่อกี่ชั้น ทุกวันนี้สงคราม อาวุธจะลดลง ตอนนี้สงครามอาวุธมีแค่นี้ ขู่กันไปขู่กันมา ก็เห็นได้แล้วว่า สงครามอาวุธ ถ้าจะว่า ทั้งอาณาจักร ทั้งวัตถุ อำนาจ เกาหลีเหนือสู้อเมริกาไม่ได้ ทีนี้ ถ้าคิมจองอึน รักษาความเป็นจิต ที่เป็นคุณธรรมเอาไว้ รักษาความเป็นคุณธรรมทางจิตเอาไว้ เกาหลีเหนือจะชนะอเมริกา แต่เราเดาไม่ออกว่า ตกลงว่า คิมจองอึน กับโดนัลด์ทรัมป์ ใครจะเก๊กว่ากัน ใครจะซ่อนแฝงมากกว่ากัน ทำเป็นเล่นไปนะ ทรัมป์นี้ หยาบซ่อนไม่ได้เท่าไหร่ แต่คิมจองอึนซ่อนลึกได้กว่านะ ขณะนี้ดูให้ดี คิมจองอึนไปเซ็นสัญญากับเกาหลีใต้ได้แล้ว เขาก็จะไปทางจีนได้ ถ้าเขาเซ็นสัญญากับจีนได้ อเมริกาจะเป็นอย่างไร นี่เราก็พอเข้าใจได้ แล้วดูท่าที เป็นไปได้ด้วย Possible ที่จีนกับเกาหลีเหนือจะช่วยเหลือกันบ้าง มองไปในทางคุณธรรม ก็มีส่วนผสมอยู่ด้วย อาตมาก็เห็นดูว่า ให้อาตมาตัดสิน อาตมาตัดสินได้ แต่ไม่พูด ตามภูมิอาตมา เป็นเหตุปัจจัย ในการศึกษาทั้งนั้น ความบริสุทธิ์เท่านั้น จะชนะทุกสิ่งทั้งโลกในที่สุด ความแพ้ชนะ ความเป็น ความตาย เป็นสมมติสัจจะ มันไม่มีปัญหาอะไรหรอก มั่นใจว่ายืนอยู่กับสัจจะ ที่เป็นคุณธรรมอย่างแท้จริง ตายเป็นตาย เป็นอย่างไรก็ไม่ว่า อาตมาเองได้พิสูจน์วิบากบารมี จนถึงทุกวันนี้ อายุปูนนี้แล้ว ผ่านอะไรต่ออะไรมา แม้แต่สงคราม อาตมาก็ว่า ลงไปเจอลูกระเบิดกับเขาด้วยนะ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว พาพวกเราไปในสนามรบ หลายครั้งอยู่ ล่อแหลมตลอด แต่ก็เป็นบารมี เป็นสิ่งที่เรียกว่า มีพระรอด ก็รอดพ้นมา หลุดพ้นมา โดยที่เราก็ไม่ได้ไปทำอะไรมากมาย อันนี้ทำให้คนเขามองว่า มีอำนาจพิเศษ มีฤทธิ์วิเศษ ทำให้เข้าใจอย่างนั้นได้จริงๆ จะไม่เป็นความพิเศษก็ไม่ใช่ มันก็เป็นความพิเศษ ซื้อหาไม่ได้ ปลอมแปลงไม่ได้ แม้จะไปทางเจโต หรือปัญญา มันก็เป็นนามธรรม หรืออรูปที่สัมผัสไม่ได้ ของใครของใคร ที่มีอยู่ในตนเองจริง ไม่ว่าจะทางสายปัญญา หรือทางศรัทธา ที่มีคุณสมบัติ คุณธรรม คุณวิเศษอันนี้ เพียงพอ จะเป็นสายปัญญา หรือเจโตก็ตาม จะมีบารมี ที่มองไม่เห็นหรอก จะเป็นอิทธิฤทธิ์ อิทธิพล อิทธิเดช อะไรก็ได้ สายปัญญา อย่างอาตมา สายปัญญาโดยตรง ก็มีพวกนี้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับจิตวิญญาณ เป็นตัวจริง จะต้องสั่งสมบารมีไป
สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน เรียนรู้โลกกับอัตตาตามสมมุติและปรมัตถ์ พ่อครูว่า... มาเข้าสู่บทเรียน...เราเน้นทางจิตวิญญาณ ก็เอาทฤษฎีการศึกษาของพระพุทธเจ้าเป็นหลัก ทฤษฎีหลักที่อาตมาสรุป ทฤษฎีไตรสิกขา ทฤษฎีสามเส้า ถ้าสองมิติ ไม่ใช่สามมิติ มันจะไม่เหมือนกับความกลม ความรีก็สู้กลมดิ๊กไม่ได้ กลมดิ๊กสูงสุด เหลี่ยมน้อยลงเท่าไหร่ ก็คล่องมากเท่านั้น ถ้าเหลี่ยมมากที่สุด คือสี่เหลี่ยม พอสามเหลี่ยมองศาก็ลดลง อันสี่เหลี่ยมนี้ 90 องศา พอสามเหลี่ยมก็มาเป็น 45 องศาหรือ 60 องศา สามเหลี่ยมด้านเท่า 60 องศา มันก็จะแคบกว่า สี่เหลี่ยม ที่มี 90 องศา ถ้าคนยังมีเหลี่ยม มีเพลงคนหน้าด้าน คือคนหน้าเหลี่ยม เป็นเรื่องจริงเลย แต่กลมกลิ้ง ก็ยากอีกเหมือนกัน เพราะฉะนั้นความบริสุทธิ์เท่านั้น ที่จะชนะทุกสิ่งทั้งโลกในที่สุด เราทำความบริสุทธิ์กัน ความบริสุทธิ์ที่สุดของจิตวิญญาณคือ กิเลส หยาบ กลาง ละเอียด นี่เป็นความบริสุทธิ์ที่สุด มาเข้าสู่บทเรียน ในพระไตรปิฎก เล่ม 9 ข้อ 20 ท้ายๆ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องนี้ตถาคตรู้ชัดว่า ฐานะที่ตั้งแห่งทิฏฐิเหล่านี้ บุคคลถือไว้อย่างนั้นแล้ว ยึดไว้อย่างนั้นแล้ว ย่อมมีคติอย่างนั้น มีภพเบื้องหน้าอย่างนั้น และตถาคตย่อมรู้เหตุนั้นชัด ทั้งรู้ชัดยิ่งกว่านั้น ทั้งไม่ยึดมั่นความรู้ชัดนั้นด้วย เมื่อไม่ยึดมั่น ก็ทราบความเกิดขึ้น ความดับไป คุณและโทษของเวทนาทั้งหลาย กับอุบายเป็นเครื่องออกไปจากเวทนาเหล่านั้น ตามความเป็นจริง จึงทราบความดับเฉพาะตน เพราะไม่ถือมั่น ตถาคตจึงหลุดพ้น. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้แลที่ลึกซึ้ง เห็นได้ยาก รู้ตามได้ยาก สงบ ประณีตจะคาดคะเนเอาไม่ได้ ละเอียด รู้ได้เฉพาะบัณฑิต ซึ่งตถาคตทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วสอนผู้อื่นให้รู้แจ้ง ที่เป็นเหตุให้กล่าวชมตถาคตตามความเป็นจริงโดยชอบ.
พ่อครูว่า... ขณะพระพุทธเจ้าตรัส ท่านตาย หรือเป็น ความไม่ยึดมั่นถือมั่น เป็นตัวจบ อุปาทายติ (โยมว่า...ไม่ยึดมั่นแต่ก็ต้องตั้งอยู่ ใช่ไหมครับ) พ่อครูว่า.. .ใช้คำว่าอาศัย ...ก็นึกถึงหนังสือที่เขียนอยู่คือ หนังสือ คนจนที่มีแบบ ตอนนี้เขียนหมดแล้ว ก็ตรวจสอบอยู่ การพิมพ์เดี๋ยวนี้ จะน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะมาทางเทคโนโลยีดิจิตอลเยอะ คำสอนของพระพุทธเจ้า เอาตัวลึกๆมาพูด จะเห็นอย่างนี้ทั้งนั้น สรุปแล้วเรามาพูดถึงอุปาทาน ความยึดถือ กับความยึดมั่นถือมั่น ความยึดถือ ก็ต้องยึดถืออยู่บ้าง จะไม่ถืออะไรเลย คุณก็กระร่องกระแร่งไปตามยถากรรม เป็นอุกกาบาต แล้วแต่พลังงานอะไร จะให้เป็นไป สะเปะสะปะ เป็นลูกอุกกาบาต ที่ไม่ได้เป็นตัวของตัวเองเลย แม้แต่ดาวดวงน้อยดวงหนึ่ง แล้วเมื่อไหร่มันจะได้สูญสลาย ไม่ได้สูญสลายง่ายเลย พลังงานเหล่านั้น มันก็เป็นเศษสวะเป็นเศษฝุ่น ที่เป็นอย่างนั้น มันจะมีแกนของอุกกาบาตตัวเอง แค่ไหน ถ้าพลังงานนั้นถูกเตะไปมา ก็ฟ่ามไปมา หลวมไปมา แต่ถ้าแน่น ก็เพิ่มพลังงานอุกกาบาต เกิดจากเหตุปัจจัยที่ตัวเอง ไม่มีจิตเป็นประธาน อุตุนิยามไม่มีจิตเป็นประธาน มีแต่แรงข้างนอกมากระทำ ฟิสิกส์มีแรงภายนอกกระทำเป็นหลัก แรงดึงดูดก็เป็นแกนตนเอง แต่สู้แรงภายนอกไม่ได้ เมื่อมาเป็นตัวเอง มีแกน มีพีชนิยาม ก็เริ่มมีแกนตัวเอง อยู่ระหว่าง อุตุนิยามกับจิตนิยาม พีชะนี้จะเอียงไปทางไหน ก็ไม่ได้ มีแต่จะสะสมพลังงาน ถ้ามี 4 5 6 ก็ต้องถึงขั้น 7 จึงเป็นนิยตะ เป็นชีวะที่จะขึ้นมาเป็นจิต ถ้ายังไม่เป็น 7 เป็น 4 3 ก็ได้ออกมาได้ 5 แล้วมา 6 ก็ไม่แน่ไม่เที่ยงสามารถถูกทำลายได้ง่าย แต่ก็แข็งแรงขึ้นมา แต่ถ้าเป็น 7 สามารถรักษาขึ้นไปเป็นจิตนิยามได้ คนโลกุตระจึงสามารถจัดการกรรมนิยาม การกระทำของตน ที่จะเป็นประโยชน์ เจริญได้ เจริญกับเสื่อมนี้ กลับกัน ถ้าเราจะทำให้เจริญ มันต้องทำให้เสื่อม ถ้าเราจะทำให้เสื่อม ก็ต้องทำให้เจริญ เสื่อมตัวนั้นก็คือตัวเรา เจริญนั้นก็คือตัวเรา อย่าไปทำของคนอื่น จะซวย ทำให้เสื่อมคือสูญไป คือไม่มี เจริญก็คือทำให้ก้าวหน้า ที่จะมีประโยชน์ ที่ไม่มีประโยชน์ ก็อย่าให้มันเจริญ (ญาติธรรมว่า..อย่างไรๆ ถ้าเสื่อมหรือเจริญก็ต้องตั้งอยู่ ) พ่อครูว่า... ใช่จะว่าเสื่อม หรือเจริญ ก็ต้องตั้งอยู่ แต่จะให้สูญถาวร ก็ ต้องเป็นกลางถาวร จึงเรียกว่าสูงสุด กลาง ภาษาบาลีว่า มัชฌิมา กลาง โดยไม่มีปลายข้างไหน ภาษาบาลีว่า ไม่มีอันตา คุณก็ต้องอ่านอาการกลางๆนี้ให้ได้ ในขณะมีชีวิต ก็ต้องอ่านความไม่มี ตรงกลาง ตรงว่าง นอกนั้น คุณก็ต้องวัด และประเมินเอาเอง รู้เอง หยาบ กลาง ละเอียด ก็ตาม ก็ต้องรู้ให้ได้ว่า 2 ข้างนี้ จะต้องเท่ากัน ถ้าเอียงโต่งไปมากเท่าไหร่ ก็จะต้องถูกเหวี่ยงในวัฏสงสาร ยาวนานเท่านั้น ถ้าทำให้สั้นลงมา จนให้มันถ่วงดุลเท่ากันสองข้างไปเรื่อยๆ โดยใช้คำว่า กาม กับ อัตตา ใช้ภาษาสองคำ กาม ก็จะโตไปเป็นโลก อัตตาก็จะโตไปเป็นตัวตน เป็นจิต เป็นธาตุรู้ เป็นความรู้สึก ลงไปเรื่อยๆๆ เมื่อเกิดมาเป็นชีวะ เราก็เรียนรู้โลก กับเรียนรู้อัตตา โลกกับอัตตา โลก คือ ความไม่รู้สึก อัตตา คือ ความรู้สึก ทีนี้ ชีพ หรือชีวะ คือ ความรู้สึก กับความรู้ ชีพ หรือชีวะของพืช ก็มีแล้ว มันมีความรู้สึก หรือความรู้ คุณว่าความรู้สึกกับความรู้ ธาตุไหนใหญ่กว่ากัน ถ้าเป็นเจโตแล้ว ความรู้สึกใหญ่กว่า พืชมีความรู้ แต่ไม่มีความรู้สึก มันรู้ว่า ธาตุนั้นธาตุนี้ เป็นตัวมัน แต่มันไม่รู้สึกชอบไม่รู้สึกชัง ไม่รู้สึกผลักดูด รัก ชัง แต่มันรู้ธาตุ จนกว่ามันจะพัฒนามาเป็นเซลล์สัตว์ มันถึงจะมีความรู้สึก มีเวทนา เมื่อมีเวทนาแล้วก็จะมีวิญญาณครบธาตุรู้ทั้ง 4 ถ้าธาตุรู้ ที่เป็นพืช จะมีแค่สังขาร กับสัญญา กำหนดรู้ พอโตมาเป็นจิต ก็จะมีความรู้สึกมีเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เราก็จะต้องค่อยๆรู้เข้าใจ แม้บัญญัติที่เป็นภาษาเรียกจิตที่เป็นตัวรู้ อาตมาได้ลงลึกถึงความต่างโลกียะ กับโลกุตระ จะมีธาตุรู้เป็นตัวแบ่ง ธาตุรู้ที่ใช้คำว่าฉลาด พืชยังไม่มีทวาร 6 ไม่มีปัญจสาขา หากมันมีความรู้สึก เป็นจิต ก็จะสุขทุกข์วนเวียนไปตลอด จิตนิยาม คือคน คือมนุษย์ สามารถศึกษากรรมนิยามได้ เป็นอเวไนยสัตว์ ก็ศึกษาเรียนรู้โลกุตระไม่ได้ แต่เวไนยสัตว์สอนได้ กรรม กับธรรมะ อันไหนเป็นเจโต อันไหนเป็นปัญญา อันไหนเป็นรูป อันไหนเป็นนาม ธรรมะ เป็นรูป กรรม เป็นนาม กรรม เป็น Dyna
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive