210326 มาผ่าตัดโรคทุกข์โศกให้หายขาด-พ่อท่าน-สันติอโศก-R058.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคมพุทธศักราช 2521 จันทร์นี้ไปเป็นรายการปาฐกถาธรรมในหัวข้อเรื่องหมาผ่าตัดโรคทุกข์โศกให้หายขาดซึ่งบรรยายโดยท่านพระโพธิรักษ์ที่พุทธสถานสันติอโศกญาติโยมทั้งหลายในการแสดงธรรมของเราเนี่ยณที่สถานสันติอโศกเนี่ยถ้าเป็นการให้เป็นการกระทำเป็นกิจวัตรเป็นการกระทำกันประจำเพราะว่าเป็นสิ่งที่จะยังสืบต่อไป ค่าเท่าที่เราสามารถเห็นว่ามันยังพึงประโยชน์ไม่สูญเปล่ามีผู้มารับมากบ้างน้อยบ้างแต่เห็นเหมาะควรแก่การที่จะกระทำอยู่ไม่เปล่าได้คุ้มแก่การกระทำอยู่พอสมควรเราก็จะทำเรื่อยไปแล้วก็ขอบอกได้เลยว่าที่นี่ไม่ได้ทำเพื่อการเอิกเกริกไม่ได้ทำเพื่อการมัดใหญ่มากๆเพราะฉะนั้นแม้แต่จะต้องใช้เล่ห์เพทุบายจะใช้อะไรเป็นเครื่องล่อเครื่องปล่อยเพื่อที่จะให้คนมากันมากๆเฉยๆเป็นการเอิกเกริกเฮฮามีมากโดยไม่เข้าใจเป้าหมายหรือผู้ที่มาก็มาโดยมาโดยเรื่องเครื่องหล่อมาในเรื่องของเครื่องที่เอาอ่อยเหยื่ออะไร เราจะไม่เน้นอย่างนั้นเราจะตัดรับลงไปตรงๆว่ากันซื่อๆตรงๆใครจะมารับเอาสิ่งนี้ก็จะมากันโดยไม่ต้องเสียเวลาสมัครใจจะได้ก็จะได้เนื้อหาชัดๆจึงแจ้งขอแม้แต่จะฟังธรรมเราจริงๆก็จะได้ฟังธรรมที่ชนิดราคาจะได้ฟังธรรมชนิดผ่าขาดเป็นส่วนมากเราขอขอยืนยันว่าเราจะทำธรรมะหรือจะแสดงออกไปเนี่ยจะแสดงอย่างชนิดผ่าขาดและที่ใช้ศัพท์นี้ก็คงจะพอเข้าใจก็ได้คือผ่าเปรี้ยงหรือผ่าขาดไปเลย ยามอย่างนั้นการแสดงธรรมนี่มันมีการแสดงธรรมกันหลายลักษณะแสดงธรรมประเภทน้ำเน่าก็มีคือแสดงธรรมไม่ได้เรื่องอะไรมีแต่รถบางทีเป็นมะเม็งละครบางทีเป็นเรื่องประโลมโลกบางทีเป็นเรื่องลามกเอาด้วยแสดงธรรมเป็นเรื่องอย่างนั้นก็มีบางทีไปแสดงธรรมะร้องเพลงเล่าไปผจญภัยสู้กับสิงสาราสัตว์อะไรมีผีมีศาลอะไรเล่ากันเละๆแท้ๆนั้นเรียกว่าแสดงธรรมน้ำเน่าเดี๋ยวนี้วิทยุต่างๆมีเยอะพระด้ว
อ่านต่อ
ยนะเป็นผู้แสดงธรรมแบบน้ำเน่าไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรเสียเวลาแล้วให้คนที่หลงผิดตัวพระเองแท้ๆมาแสดงแล้วมันผิดด้วยก็เสียหาย มันไม่มีอรรถมีรถมันไม่มีธรรมะมีรถเหมือนกันเป็นรถโล่งๆบางทีเป็นรถอบายมุขด้วยชักจูงย้อมใจให้หลงผิดหลงมัวเมาเป็นมิจฉาทิฐิไปติดสภาพของความสนุกสนานแบบรสชาติปรุงอะไรก็ไม่รู้แบบลูกโลกเป็นเรื่องลูกๆเลอะเทอะๆซึ่งคนก็ชอบฟังบางทีโยมป้าน้าอาอะไรต่างจังหวัดไม่ติดกันงอมแงมเลยเป็นนิทานเป็นเรื่องราวอะไรแบบประโลมๆแบบการเล่าสารคดีท่องท่องเที่ยวหรือบางทีเป็นนิยายที่ประโลมไม่ได้เรื่องในราวอะไรก็มีเนี่ยคุณลักษณะอย่างนี้เรียกว่าการแสดงธรรมน้ำเน่าและนอกจากการแสดง เน่าๆแล้วก็มีการแสดงทำแบบผิวแผ่วแสดงธรรมไปแล้วเกิดผลอย่างผิวแผ่วคือได้ผลบ้างจะได้อย่างพริ้วแผ้วๆได้น้อยๆแต่นิดนึงนอกนั้นก็เป็นเครื่องประโลมเป็นแบบสังเกตเนื้อนิดๆพอได้คนก็ไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่ที่จริงธรรมะนี่เป็นเรื่องของการขัดใจเป็นปฏิเสธธรรมยิ่งธรรมะแท้ๆของพระเจ้าและทวนกระแสใจล้างโลกียะทำลายโลกียเป็นคู่ต่อสู้ของโลกิยะโลกุตตรธรรมหรือธรรมะเนื้อของพระพุทธเจ้าเพราะงั้นบางคนแสดง รู้เหมือนกันแต่พูดแรงไปไม่ได้ก็เลยพูดปะโล้งปะโล้งให้มีเนื้อบ้างแต่ก็แถวๆผิวๆได้นิดๆหน่อยๆไม่ได้มากนี่เรียกว่าดีขึ้นมากกว่าธรรมะน้ำเน่าหน่อยนึงได้เป็นธรรมะผิวแผ่วแต่ทีนี้ต่อมาก็เป็นธรรมะที่แสดงลักษณะเหมือนกันเป็นสันเลยกระทำคือเป็นธรรมะขัดเกลาขัดถูมีลักษณะแห่งการขัดถูหรือขัดเกลาบ้างมีเลยว่าจริงจังขึ้นมาหน่อยธรรมะลักษณะกับครูแต่ทีนี้การแสดงธรรมะชั้นสูงขึ้นไปอีกผู้แสดงมีปัญญามีปฏิภาณมีความรู้ในการ แดงมีลักษณะมีวิธีมีวิธีกรรมไม่มีกรรมวิธีที่แสดงได้เก่งก็แสดงธรรมะแบบแหลมคมสูงขึ้นไปกว่าประเภทขัดถูออกฤดูจับขัดจับถูดื้อๆนะแต่อย่างนั้นเรียกว่ามันมันก็เจ็บปวดหน่อยแล้วถ้าเผื่อว่าใครมีแผลมีโรคเยอะๆก็ร้องโหดร้องป่วยเป็นเหมือนกันน่ะแบบขาดทุนดื้อๆมันสูงขึ้นไปกับนั้นก็พูดแสดงว่าผู้รักษาผู้ทำประโยชน์ให้แก่ญาติโยมเนี่ยก็มีวิธีการมีความสามารถมีฝีมือถือว่ามีสีไม้ลายมือและแสดงธรรมแบบแหลมคมคือชีวิตไม่ให้รู้ตัวขาดใครไปเลย ทั้งแหลมต้องคมเฉียบแหลมแล้วก็คมคายครับๆๆออกไปได้อย่างดีไม่บอกไม่ช้ำเร็วด้วยไม่ว่าแสดงธรรมแบบแหลมคมอาทิตย์นี้ยุคนี้สมัยนี้หรือว่าอาตมาไม่เก่งก็ได้อาตมาแสดงธรรมอีกลักษณะหนึ่งมันจะแหลมคมเราก็ไม่อยากหลงตัวว่าเราแหลมคมทำแล้วไม่รู้สึกปากมันร้องโอ๊ตร้องโอยเหมือนกันเราก็เลยแสดงธรรมเราตั้งชื่อของเราว่าแสดงธรรมอย่างชนิดผ่าขาดคือภาพเปรี้ยงเลยแบบขัดถูคือจับขัดดื้อๆผ่าดื้อๆแหลมคมหน่อยนึงถือว่ามันก็พยายามใช้ความแหลมความ ให้ไปมากที่สุดแล้วผมเท่าไหร่ไม่รู้แต่ว่าขัดขัดเฉยๆขับตรงๆขัดถูกันจริงๆเนี่ยเราขาดจริงๆแล้วเราขัดพยายามขัดให้ขาดขาดให้ขาวพาแรงๆตรงๆด้วยไม่รถเลี้ยวส่วนความแรงความข่มเราพยายามที่สุดที่จะให้แหลมให้คมที่เราจะทำแต่เราจริงใจได้อย่างเดียวเราคุยเราตัวเราเองเราไม่ได้ว่าเราแหลมคมหรือไม่เราคุยไม่ได้เออแต่ว่าเราแน่ใจว่าเราผ่านตรงตั้งใจให้มันขาดด้วยอาการของความแหลมคมที่เรามีต้องการให้ขาดทีนี้เราจะแหลมคมแค่ไหนไม่รู้บางคนหนังเหนียวก็พากันร่วมเหมือนกันแหละ ราคาเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยเข้าผ่าก็เหมือนกับตอกก็ตีช้ำแล้วช้ำอีกบางคนระบมเลยก็แล้วแต่มันผ่านระบบก็ขออภัยนะแต่บางคนก็ขาดได้ขาดนาฬิกาลักษณะการแสดงธรรมที่เรากระทำอยู่แล้วหรือว่าอะไรใครจะกระทำไปเพราะว่าบางอย่างนั้นก็ว่าเราว่าแสดงธรรมแบบน้ำเน่ามันก็ไม่ได้เรื่องได้ราวก็มีกันใครจะรู้ก็รู้เอาหรือใครจะว่าที่นี่แสดงธรรมน้ำเน่าก็ตามใจมีปัญญาไงปัญญาของมันก็ไม่เราก็ไม่คิดว่าเราจะเป็นแต่เราก็ไม่พยายามเรารู้ว่าไม่ดีเราก็ไม่พยายามทำมันทำมันจะเป็นก็หมายความว่าเราหลงหลงจริงๆเราไปว่าเขาที่แท้ไอ้น้องเขาเป็นเองไปว่าเขาพี่น้องเป็นเองก็แล้วแต่เราก็ถ้ามันเป็นอย่างนั้นก็บอกด้วยบอกว่าเราทำนี่มันเป็น แต่ชนิดขัดถูแล้วเราขัดชนิดที่จะให้มันได้ผิวแผ่วนั่นเราพยายามที่สุดที่จะไม่ให้มันได้ผิวแผ่วมันน้อยไปเราพยายามที่จะให้ได้พาๆขัดๆเลยจับตรงๆเลยส่วนเราจะเก่งด้วยมีความแหลมความคมเท่าไหร่เราก็ทำสุดที่เราไม่เยาะเยาะมือมีมีดคมๆแล้วเอาไปซ่อนเสร็จแล้วจะเอามีดทื่อๆมาฟันพวกคุณอีกไม่พยายามที่จะฟันด้วยความแรงความคมที่เรามีเจตนาอย่างนั้นน่ะถ้าวันนี้เราจะมาแสดงธรรมในหัวข้อที่ได้ตั้งไว้แล้วเรื่องถ้ามาผ่าตัดมันก็เข้าตรงๆกับลักษณะการแสดงธรรมเราจะผ่าแล้ววันนี้ท่านผ่าทั้งตัดกันดูนะมะพร้าว โรคทุกโศกให้หายขาดมาผ่าตัดโรคทุกโรคให้หายขาดแต่การที่ผ่าตัดได้ครบทุกโศกหายขาดไปได้ก็หมายความว่าเรารู้สมุฏฐานของโลกไม่รู้สมุทัยของโรคแล้วเราก็ให้ยาหรือว่าทำการผ่าตัดเข้าไปถูกถูกโรคโรคไตโรคขาดออกไปโรคหลุดออกไปได้อย่างแท้จริงมันจึงหายขาดได้แต่ความสืบโยงในเรื่องของโลกหรือว่าเรื่องของเรื่องของความสัมพันธ์มันมีอยู่ อย่ามาเป็นวัดป่ามันเป็นความเสื่อมโยงสืบต่อกันไปอยู่ถ้าเรียกว่ามันเป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่กันและกันภาษาบาลีเรียกว่าอิทัปปัจจยตาไม่ว่ามันเป็นเพราะเหตุนี้มันจึงมีเหตุนั้นเพราะเหตุนั้นแหละมันจะไปผสมกับเนื้อมันจะเป็นอย่างนี้เพราะเห็นอย่างนี้ไปผสมอย่างนี้จะเป็นอย่างนี้การรักษาโรคและสืบสาวราวเรื่องเข้ามาหาต้นเหตุเหมือนกันเขามาหาที่ที่มันจะต้องแก้ไขถึงรากถึงโคนหรือว่าถึงเหตุใหญ่ถึงต้นทางสืบสาวยาวโยงมาทีนี้ทางภาษาธรรมะพระพุทธเจ้าท่านสืบสาวยาวโยงไว้เป็นสายๆๆๆก็คือปัจจัยนี่แหละก็คืออิฐทำปฏิกิริยานี่แหละที่ทับก็จะยะเนี่ยเพราะเหตุนี้ต่อไปตั้งชื่อให้เหตุเพราะไอ้อย่างนี้มันเป็นอย่างนี้เพราะอย่าง เป็นชื่อจำเพาะลงไปในเรื่องของธรรมะท่านเรียกว่าปฏิจจสมุปบาทมันก็คือของเรื่องของเหตุและปัจจัยที่เชื่อมโยงกันอยู่นั่นเองท่านตั้งชื่อว่าปฏิจจสมุปบาทซึ่งเริ่มต้นมาจากอวิชชาจะเริ่มต้นมาจากอวิชชาอาตมาจะเอาพระไตรปิฎกอ่านฟังภาษาพระไตรปิฎกให้ดูบ้างเผื่อบางคนจะฟังภาษาพระไตรปิฎกแล้วแช่มชื่นฟังแต่ภาษาพระโพธิรักษ์แล้วว่าพูดบางทีสำนวนโลกๆบางคนอาจจะไม่ชอบใจภาษาสำนวนโลกๆแต่อาตมาก็พยายาม เก็บไว้ใช้บางทีจะเห็นได้ว่าสำนวนนี้มาเดินออกมาจากหน้าหนังสือพิมพ์เปี๊ยะเลยบางทีอาตมาก็เก็บมาอย่างนั้นแหละเพราะอาตมาเองไม่ได้ไปคลุกคลีกับชาวโลกมากเก็บได้จากหนังสือพิมพ์มาส่วนใหญ่เขาใช้สำนวนอะไรต่ออะไรก็ฟังๆเขานักประพันธ์นี่เขาพวกกรองกรองพวกเขานักเขียนนักแต่บางรายก็เขียนเหลือร้ายเหมือนกันนะสำนวนบางเจ้าอาตมาก็เอามาใช้ไม่ไหวเหมือนกันแต่ใช้ด้วยไม่ได้มันแหมโปร่งโล่งกันดีก็ใส่กันสดๆดื้อๆยิ่งสมัยก่อนที่มีโอ้โหยตอนประชาธิปไตยเฟื่องฟูโอ้โหหนังสือพิมพ์หล่อสำนวนโอ้โหอ่านไม่ไหวเลยเดี๋ยวนี้ยังค่อยยังชั่วยังนิดนึงแต่ก็ยังไงก็ตามถ้าเผื่อว่าเราฟังกันได้เราอะไรกันได้ก็มีสำนวนเนื้อหาเรา ต้องการสื่อความหมายไปถึงเนื้อหาบางทีก็จะยึดติดภาษาจนเกินไปนักทำให้เราถือสาแม้แต่แค่ภาษาภาษานิยามเราฟังไม่ได้หรือว่าเราฟังแล้วเราไม่เกิดไม่เกิดศรัทธาเลื่อมใสและก็เลยผ่านไม่ไม่รู้เรื่องสื่อความหมายไปสู่จุดที่เราต้องการไม่ได้ขาดทุนก็ฝากฟังแล้วไปติดยึดเอาแค่เหตุแค่นั้นมาลบล้างประโยชน์ที่เราจะได้มันก็ไม่ควรอาตมาจะเอาสูตรมหานิทานสูตรมาอ่านสู่ฟังสักเล็กน้อยอ่านหมดไม่ไหวหรอกยาวพระพุทธเจ้าท่านอธิบายไว้ลึกซึ้งซับซ้อนมากนะอาตมาก็จะร่วมรับความอ่านด้วยเรื่องที่สืบต้นเรื่อง พอสมควรแล้วทีนี้อาตมาก็จะจับคำจับความมาอธิบายให้ฟังซึ่งก็มาจากหลักฐานตรงนี้แหละมาจากเรื่องราวของพระพุทธเจ้านี่แหละเอามาอธิบายลองฟังภาษาพระไตรปิฎกดูบ้างอาตมาว่าบางคนในที่นี้คงอาจจะไม่ได้เคยได้ยินภาษาพระไตรปิฎกก็ลองฟังดูสำนวนก็เป็นยังไงมันโบราณโบราณดีหรอกฟังแล้วบางทีบางครั้งก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกันนะบางคนไม่ถนัดนะเราฟังดูสำนวนข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ในส่วนมากขึ้นต้นอย่างนี้คำว่าข้าพเจ้านี่หมายถึงพระพุทธเจ้าพระอานนท์พระอานนท์เป็นผู้รับถ่ายทอดมาแล้วก็มาบอกลุงไว้เล่าเรื่องไว้นี้ก็เริ่มต้นที่ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาค ประทับอยู่ณกุรุชนบทมีนิคมของชาวคุรุนามว่าสัมมาสัมพุทธครั้งนั้นท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับฉันเข้าไปเฝ้าแล้วถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้วนั่งณที่ควรส่วนข้างหนึ่งพระท่านพระอานนท์นั่งเรียบร้อยแล้วได้กราบทูลข้อความนี้กับพระผู้มีพระภาคว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญน่าอัศจรรย์ไม่เคยมีมาข้าแต่พระองค์ผู้เจริญปฏิจจสมุปบาทมีลึกซึ้งสุดประมาณและปรากฏเป็นของ ก็แล้วถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ยังปรากฏแก่ข้าพระองค์เหมือนเป็นของตื้นนักมีอนุเฉท 1 พระอานนท์เล่าเล่าให้ฟังบอกสถานที่บอกว่าอยู่ที่นั่นอยู่ที่นี่พระพุทธเจ้าพระอานนท์อยู่กับพระพุทธเจ้าทูลกับพระพุทธเจ้าอย่างนี้นะอาตมาแปลเป็นสำนวนสมัยนี้ง่ายๆแหมน่าจะจำจริงไม่เคยมีมาเลยว่างั้นนะข้าแต่พระองค์ผู้เจริญก็คือคำแทนพระพุทธเจ้าคำแทนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือที่ในที่นี้ใช่ว่าพระผู้มีพระภาคต่อแม่นายหน้าอาจจะจำไม่เคยมีมาเลยนะถ้าจะใช้สำนวนง่ายๆก็เรียกว่าท่านหมายถึงพระพุทธเจ้า มหัศจรรย์ยังไม่เคยมีมาเลยนะท่านปฏิจจสมุปบาทนี้เนี่ยมันลึกซึ้งสุดประมาณนะว่างั้นนะปรากฏว่าเป็นของลึกเป็นของลึกจนเกินตะกร้อและถึงจะเป็นเช่นนั้นสำนวนภาษาเขียนว่าอย่างนี้นะภาษาพูดแล้วก็บอกว่าแต่ว่าแหมถึงจะขนาดนั้นก็ตามมานะก็ยังปรากฏแก่ข้าพระองค์เหมือนเป็นของตื้นนักแต่ถึงอย่างนั้นแปลเป็นภาษาไทยง่ายๆว่ากล่าวกับผมว่างั้นเถอะนะใช้คำแทนตัวง่ายๆจะได้เข้าใจง่ายๆถึงอย่างนั้นก็ตามก็ผมก็แหมหวานหมูเลยหวานหมูเลยเหมือนมันเป็นของตื้นๆว่างั้นนะถ้าโดนคุยมายกตัวอย่างขึ้นมาว่าปฏิเสธหน้ามหัศจรรย์เหลือเกิน ลึกซึ้งซับซ้อนยากแต่ถึงอย่างนั้นก็ผมก็หวานหมูเลยของหมูๆพระพุทธเจ้าว่าไงฟังต่อแต่พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเธออย่าพูดอย่างนั้นอานนท์แหม่ฟังดีๆขนาดนั้นนะผู้อยู่ใกล้ที่พระพุทธองค์และตัวเองก็เชื่อว่าตัวเองเข้าใจในความผิดสมุดบทบาทฟังดีๆนะสูตรนี้อยากจะให้นักศึกษาทั้งหลายแหล่เอาปฏิสัมพันธ์ ผมเข้าใจผิดเสมอฝากดีเหมือนเป็นของนิดเดียวแต่มันของหมูๆเลยตื่นแล้วเข้าใจได้ดีแล้วพระพุทธเจ้ายังตัดให้เลยอย่าขี้โม้อานนท์แปลเป็นภาษาไทยเนี่ยเพราะผู้มีพระภาคเขาจัดว่าเธออย่าพูดอย่างนั้นอานนท์พุทธเจ้าตรัสว่าอย่างนี้ก็บอกว่าหยุดอย่าขี้โม้คล้ายๆอย่างงี้เลยไม่ใช่คำเดียวเธอก็อย่าพูดอย่างนั้นอานนท์เธออย่าพูดอย่างนั้นอานนท์ 2 ประโยคซ้อนเลยเธอจะพูดอย่างนั้นเธอจะพูดอย่างนั้นปฏิจจสมุปบาทนี้ลึกซึ้งสุดประมาณและปรากฏเป็นของเล็กท่านก็ยืนยันท่านก็บอกว่ายิ่งเป็นของรู้สึกประมาณเป็นของที่ลึกซึ้งแล้ว อีกประมาณคำพูดที่มันซ้อนลงไปในภาษาบาลีอันนี้เดี๋ยวมีมันไม่ใช่คำนี้คำนี้แหละคำที่ลึกซึ้งสุดประมาณนี้แหละและปรากฏเป็นของลึกเนี่ยแปลมาจากภาษาบาลีว่าคัมภีร์ราวผ้าโซ่คำภีร์ราวๆถ้าจะพูดกันไทยๆแปลว่าเงาซ้อนเงาถ้าจะแปลสำนวนหนึ่งคัมภีระแปลว่าลึกซึ้งคัมภีระคัมภีร์ลาโอภาโสแปลว่าแสงแสงส่องทำกีฬาว่าภาโสแสงส่องซ้อนลึกเข้าไปลึกเข้าไปเป็นชั้นๆๆๆแปลว่าเงาซ่อนเงาหรือว่าแสงสะท้อนแสงหรือว่าภาพซ้อนภาพลึกๆลึกๆเข้าไปทำเพลาภาโสเพราะงั้นต้องแปลว่าเงาซ้อนเงาเนี่ยมันจะเข้าใจ อันนี้เป็นสำนวนอาตมาเองนะเงาซ้อนเงาอาตมาแปลคัมภีร์ราวผ้าโสณีว่าเงาซ้อนเงาหรืออีกสำนวนหนึ่งอาตมาแปลคัมภีร์เราภาโสเป็นภาษาว่าสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนทำพิราพรรณนี่เป็นสำนวนอาตมาเองเรียน 10 ประโยคแต่บาลีเองไม่รู้คนอื่นเขาจะว่าไงอาตมาจริงใจอาตมาเข้าใจเข้าใจแล้วมันมีเหตุมีเหตุผลและมีเนื้อสาระของมันเป็นอย่างนั้นอาตมาก็แปลบัญญัติอาตมาแปลคำพิลาว่าภาโสเนี่ยว่าเงาซ้อนเงาหรืออีกสำนวนหนึ่งก็ว่าสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนแปลว่าคือมันซ้อนๆอย่างที่ว่ามีภาพซ้อนภาพซ้อนภาพเงาซึ่งบาลีล่าสัตว์ ลึกๆๆต่อไปอีกแล้วมันก็มีแสงที่ใช้สะท้อนสะท้อนลึกๆต่อเข้าไปลึกๆในนี้ก็ได้แปลว่าลึกซึ้งสุดประมาณและปรากฏเป็นของลึกคือไม่รู้จะแปลว่าไงลึกซึ้งสุดประมาณและปรากฏเป็นของลึกๆเนี่ยเค้าแปลนี้ซึ่งมันก็พอเข้าใจได้แต่มันไม่เป็นสำนวนอะไรแต่มันไม่เป็นคำมันไม่เป็นวลีมันเป็นสำนวนยาวๆอยู่อาตมาร่วมมาให้มันเป็นวลีที่เป็นคำสั้นๆหรือว่าดีทั้งหมดก็ไม่ให้สั้นขึ้นจึงแปลว่าสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนหรือสภาพอากาศหนาวไงดูกระดานอานนท์เพราะไม่รู้จริงเพราะไม่แทงตลอดซึ่งธรรมะอันนี้หมูสับนี้ เกิดเป็นผู้ยุ่งสะดุดได้ของช่างผูกเกิดเป็นปมพระ 1 กระจุกได้เป็นผู้เกิดมาเหมือนย่าโมกระต่ายและหญ้าปล้องจึงไม่พ้นอบายทุคติวินิบาตสงสารดูกะรนเมื่อเธอถูกถามว่าชรามรณะมีสิ่งเดียวก็จะถึงขึ้นตัวเนื้อของปฏิจจสมุปบาทก็ขออธิบายตรงนี้นิดนึงก็คงไม่ยากอะไรเธอจะอธิบายเป็นภาษาไทยสำหรับบางคนแต่ธรรมดาคนบางคนก็คงเข้าใจแล้วก็พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าที่จริงน่ะมันไม่ใช่ของง่ายอย่าไปพูดอย่างนั้นนะอย่าให้พูดเล่นแล้วก็เพราะความไม่รู้จริงนี่แหละไม่แทงตลอด ซึ่งธรรมะอันนี้ธรรมะปฏิจจสมุปบาทเนี่ยหมู่สัตว์ทั้งหลายจึงเกิดเป็นผู้ยุ่งอยู่ประดุจดุได้ของช่างกูช่างหูทุกคนจะรู้สึกดีถ้าใครทอผ้าทำหูทำได้เนี่ยไม่พ้นไปได้แล้วถ้าเป็นช่างทำได้ทำถูกนี่จะต้องเจอได้ยุ่งอาตมานี่เคยทำชีวิตที่เคยยุ่งเกี่ยวกับหูแต่ก็ไม่ใช่ว่าทำเป็นอาชีพหรือทำมากไม่เคยทำแล้วก็เคยทำเพราะความเราไม่เก่งนั่นเองเราเคยเข้าไปทำโดนดุโดนด่าโดนว่ามาแล้วเพราะไปทำได้เขายุ่งไปทำหูเขาเนี่ยไปทำได้เขายุ่งเคยไปทำเคยเป็นทองไปเล่นอะไรต่ออะไรแต่ก่อนอยู่บ้านอยู่ต่างจังหวัดมันมีมันต้องทอเองทำเองอยู่ต่างจังหวัดไกลๆเคยทำ ยุ่งแต่โดนมาแล้วคุณยายตีกระเจิงออกมาจากหูจะเอาไปทำได้ก็ยุ่งยุ่งง่ายที่สุดอยากดูง่ายที่สุดคืออย่างทอๆไปนี่นะก็เดี๋ยวจะได้มันขาดไอ้ 6 เนี่ยคนกรุงเทพฯนี่คงจะไกลหน่อยแต่ถ้าคนในในที่เคยพอเคยอยู่กับเครื่องทอเครื่องถูกเนี่ยจะรู้ได้ไงมันเป็นเส้นๆๆๆยิ่งของด้วยฝีมือเหมือนกันนะฝีมือหรือเครื่องจักรก็เหมือนกันมันก็เป็นเส้นมันก็เป็นทางของมันแต่ถ้าเส้นนี้มันมีที่สำคัญอยู่รวมกันเหมือนกันและก็ที่ที่เป็นของมันเป็นแนวเป็นอะไรก็ได้แล้วมันใกล้เคียงกันมันพันกันง่ายจะตายเพราะขาดปั๊มแล้วมันก็ไอ้ควายไอ้ส่วนอะไรไปพันกันประเดี๋ยวถ้าจะแยกแยกไม่ถูกประเดี๋ยวก็ผ่านดึงนั่นดึงนี่กระชากจะโมโหใจไม่เย็นสักหน่อยนึงคนเดียวก็ทัน ยุ่งเลยขาดต่อไปอีกไม่รู้เยอะแยะหลายเส้นทีนี้ล่ะหาหัวหาท้ายไม่ค่อยเจอเลยจะเอาออกมาต่อมายุ่งขิงที่สุดเลยใจร้อนไม่ได้ไอ้เนี่ยเป็นอย่างนั้นเนี่ยได้แล้วเรื่องของปฏิจจสมุปบาทก็เหมือนกันมันมีปมมันมีส้นมีปลายมันมีรอบของมันยังได้อยู่ก็มีเส้นนี้เขาก็มีรอบของอันนี้ได้แค่นี้ถ้าขาก็ไปต่ออันนี้ขามันก็หาที่ต้นที่ปลายต่อกันเองมันจะเอาเส้นนี้มาต่อนี้พอเส้นนี้มาต่ออันนี้ครับดึงอันนี้มาหาอันนี้แล้วก็ยุ่งเลยมันไม่ต่อนี่มันก็จะดึงผ่านอย่างอื่นขาดอ่ะมันต้องมีปมมีที่ต่อที่ขอบของวันที่ตัวของมันมันมีอันมีตัวของมันนะเพราะนี่ถ้าเทียบไปหมดแม้กระทั่งได้ ของช่างถูกต้องก็ตั้งไปจนกระทั่งถึงย่ามุงกระต่ายหญ้าต้องอะไรต่างๆนานาเนี่ยมันยุ่งทิ้งไปหมดจึงวิ่งลงนรกไม่รู้ตัวแปลว่างั้นจึงไม่พ้นอบายทุคติวินิบาตสงสารจึงไม่พ้นนรกได้ไม่พ้นทุกข์ไม่พ้นลำบากทีนี้ท่านก็ตอบว่าดูการุณเมื่อเธอถูกถามว่าชรามรณะมีสิ่งเป็นปัจจัยหรือเธอพึงตอบว่ามีถ้าเขาถามว่าชรามรณะมีอะไรเป็นปัจจัยเธอจึงตอบว่ามีชาติเป็นปัจจัยไม่อาจสู่ฟังซะก่อนคนที่เคยฟังมาแล้วก็รู้แล้วหัวข้อเดี๋ยวร้ายเดี๋ยวบางคนอาจจะท่องได้ฟรีเลยคล่องปากเลยก็ได้แต่บางคนยังไม่เคยฟังด้วย ดูอันนี้ซะก่อนอาตมาจะอ่านตะลุยไปเลยจนกระทั่งจะจบสิ้นสุดท้ายของสายแห่งปฏิจจสมุปบาทเธอเพิ่งตอบว่ามีชาติเป็นปัจจัยเมื่อเธอถูกถามว่าชาติมีสิ่งเป็นปัจจัยหรือเธอเพิ่งตอบว่ามีถ้าเขาถามว่าชาติมีอะไรเป็นปัจจัยเธอจึงตอบว่ามีภพเป็นปัจจัยเมื่อเธอถูกถามว่าพบมีสิ่งเป็นปัจจัยหรือเธอจึงตอบว่ามีถ้าเขาถามว่าพบมีอะไรเป็นปัจจัยเธอพึงตอบว่ามีอุปทานเป็นปัจจัยเมื่อเธอถูกถามว่าอุปทานมีสิ่งเป็นปัจจัยหรือ เธอเพิ่งตอบว่านี่ถ้าเขาถามว่าอุปทานมีอะไรเป็นปัจจัยเธอเพิ่งตอบว่าปัญหาเป็นปัจจัยมีปัญหาเป็นปัจจัยเมื่อเธอถูกถามว่าตัณหามีสิ่งเป็นปัจจัยหรือเธอเพิ่งตอบว่ามีถ้าเขาถามว่าตัณหามีอะไรเป็นปัจจัยเธอจึงตอบว่ามีเวทนาเป็นปัจจัยเมื่อเธอถูกถามว่าเวทนามีสิ่งเป็นปัจจัยหรือเธอพึงตอบว่ามีถ้าเขาถามว่าเวทนามีอะไรเป็นปัจจัยเธอจึงตอบว่ามีผัสสะเป็นปัจจัยเมื่อเธอถูกถามว่าผัสสะมีสิ่งเป็นปัจจัยหรือ เธอเพิ่งตอบว่ามีถ้าเขาถามว่าภาษามีอะไรเป็นปัจจัยเธอเพิ่งตอบว่ามีนามรูปเป็นปัจจัยเมื่อเธอถูกถามว่านามรูปมีสิ่งเป็นปัจจัยหรือเธอเพิ่งตอบว่ามีถ้าเขาถามว่าน้ำลูกมีอะไรเป็นปัจจัยเธอจึงตอบว่ามีวิญญาณเป็นปัจจัยเมื่อเธอถูกถามว่าวิญญาณมีสิ่งเป็นปัจจัยหรือเธอคุณตอบว่ามีอย่าเพิ่งหลับนะอย่าเพิ่งหลับนะถ้าเธอเพิ่งตอบว่ามีถ้าเขาถามว่าวิญญาณมีอะไรเป็นปัจจัยเธอเพิ่งตอบว่ามีนามรูปเป็นปัจจัยฟังดีๆ วนแล้วนะเมื่อกี้ถามว่ามีนามรูปเป็นปัจจัยถ้าบอกว่าผ่าตัดมีอะไรเป็นปัจจัยเธอเพิ่งตอบว่ามีนามรูปเป็นปัจจัยเมื่อเธอถูกถามว่านามรูปมีสิ่งเป็นปัจจัยหรือเธอพึงตอบว่ามีถ้าเขาถามว่านามรูปมีอะไรเป็นปัจจัยเธอจึงตอบว่ามีวิญญาณเป็นปัจจัยเมื่อเธอถูกถามว่าวิญญาณมีสิ่งเป็นปัจจัยหรือเธอคุณตอบว่ามีถ้าเขาถามว่าวิญญาณมีอะไรเป็นปัจจัยเธอจึงตอบว่ามีนามรูปเป็นปัจจัยฟังดีๆนะตอนนี้ชักวนแล้วนะเออน้ำลูกมีวิญญาณเป็นปัจจัยและวิญญาณมีอะไรเป็นปัจจัยวิญญาณมีนามรูปเป็นปัจจัยนะถ้าคนนั้นนะดูกันนะเพราะนามรูปเป็น ใจดังนี้แหละจึงเกิดวิญญาณเพราะวิญญาณเป็นปัจจัยจึงเกิดนามรูปพระนามรูปเป็นปัจจัยจึงเกิดวิญญาณเพราะวิญญาณเป็นปัจจัยจึงเกิดนามรูปเพราะนามรูปเป็นปัจจัยจึงเกิดผัสสะเพราะภาษาเป็นปัจจัยจึงเกิดเวทนาพระเวทนาเป็นปัจจัยจึงเกิดปัญหาเพราะตัณหาเป็นปัจจัยจึงเกิดอุปทานพระอุปทานเป็นปัจจัยจึงเกิดภพเพราะภพเป็นปัจจัยจึงเกิดชาติเพราะชาติเป็นปัจจัยจึงเกิดชรามรณะโสกะปริเทวะทุกขะโทมนัสอุปายาส ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ย่อมมีด้วยประการฉะนี้นี่ก็เป็นเรื่องของปฏิจจสมุปบาทต่อจากนั้นพระพุทธเจ้าท่านอธิบายต่อไปอีกขยายตั้งแต่ชาติชรามรณะขยายเวทนาขยายอะไรต่ออะไรไปถามซักไซ้ไล่เรียงไปเป็นตอนตอนตอนตอนตอนตอนตอนตอนตอนตอนลึกซึ้งอาตมาอ่านให้ฟังเท่านั้นวันนี้ถ้าอ่านจบก็จบแต่อาตมาไม่แน่ใจว่าจะหลับกันสบายดีหรือยังไงเพราะอาตมาก็จะขอยกเอาหัวข้อต่างๆที่เป็นจริงในนี้แหละขอปฏิสนธิมาอธิบายเองมาขยายความเป็น ขำๆช่วงๆให้พวกเราเข้าใจเป็นระดับๆไปอย่างนั้นดูจะค่อยยังชั่วหน่อยถ้าให้คืนอ่านภาษาสำนวนพระไตรปิฎกนี้อาตมาแน่ใจเพราะอาตมาเห็นมาเห็นมามากเห็นมาอย่างเชื่อถือแล้วว่าถ้าอ่านให้ฟังแล้วรับรองยานอนหลับที่ในตลาดขายสู้ไม่ได้จริงๆเป็นอย่างนั้นทั้งๆที่ตั้งใจมาฟังธรรมนี่แหละเสร็จแล้วฟังแล้วก็ให้มันเป็นยาปลอมได้ยังไงไม่รู้เหมือนกันมันเป็นยากล่อมได้ยังไงไม่รู้มันผูกมัดน่ะถูกผูกมัด จำเป็นต้องนั่งอยู่แต่ก็เบื่อไม่รู้จะหลบไปไหนหลบเข้าถ้ำอ้ายบอกว่าจะไปมันก็ดีอยู่แล้วจะไปมันก็ขายหน้าไม่ได้ต้องนั่งอยู่นี่แหละแต่นั่งอยู่ก็อยู่แต่ไม่อยู่เขาทำไปเลยอยู่มันอยู่เรียกว่าง่ายมันอยู่ใกล้มันอยู่ไม่อยู่แต่ก็เข้าจริงไม่อยู่ไม่ได้อยู่ไม่ได้รู้เรื่องด้วยไม่รับรู้อยู่กันคนละที่คนนึงก็อยู่ตรงนี้อีกคนนึงอยู่ในบาดาลท่านเรียกว่าหน้าคำว่านาคนี่ไม่ใช่ 20 อะไรนักหนาเท่าไหร่นะเป็นพวกที่นอนมุดๆที่เคยอธิบายให้ฟังพระพุทธเจ้าเกิดคนนึงค่อยๆ รอยถาดก็รอยขาดก็ค่อยๆดังปิ๊งหน้าก็รู้สึกตัว All Mobile นี้พระพุทธเจ้าจะเกิดองค์นึงแต่ละทีไม่ใช่เมื่อวานนี้นะแต่เจ้าหน้านี้มันหลับไหลจนไม่รู้เรื่องเมื่อวานนี้พระพุทธเจ้าเกิดองค์นึงทำไมวันนี้เกิดอีกองค์นึงก็เกิดบ่อยจริงพระพุทธเจ้าเค้าว่างั้นนะเจ้าหน้าคือไม่รู้เรื่องเลยถูกพระพุทธเจ้าจะเกิดสักองค์นึงแต่ละทีมีตั้งหลายกลับตั้งหลายปีหลายชาติเพราะหน้านี่นั่นแสดงว่านอนอุดตูดไม่รู้เรื่องเลยเธอไปได้กี่ปีกี่เดือนกี่ชาติถึงต้องเมื่อวานนี้อ่อพระพุทธเจ้าเมื่อวานนี้ก็เกิดองค์นึงในวันที่เกิดอีกองค์นึงแล้วเหรอเราว่าแล้วก็หลับต่อไปอีกนะไม่ใช่อื่นนะโดยธรรมหมายความว่า พระพุทธเจ้าเท่านั้นที่จะสามารถปลุกนาคได้บ้างมีความรู้สึกขึ้นมาบ้างแต่ถึงกระนั้นก็ตามท่านหน้าที่ดื้อด้านหน้าที่อยู่ใต้ก้นบึ้งของมหาสมุทรลึกๆแล้วเราก็ปลุกไม่ขึ้นหรอกถึงปลุกก็ได้แต่รู้สึกรู้ตัวเล็กน้อยเพราะฉะนั้นจะอาศัยใครช่วยช่วยไม่ได้เลยไม่มีใครช่วยได้เลยมีนาเอานี่ก็เล่าอะไรประกอบประกอบไปเท่านั้นเองนะทุกๆขึ้นมาหน่อยนึงปลูกหน้าขึ้นมานิดนึงแต่ทีนี้ก็เข้าเรื่องปฏิจจสมุปบาทแต่ปฏิเสธว่าบาปพระพุทธเจ้าท่านจับเรื่องตั้งแต่ชรามรณะชรามรณะและท่านก็ไหลย้อนขึ้นไปจนกระทั่งไปถึงนามลูกไปถึงวิญญาณ ไหลย้อนตั้งแต่ชรามรณะมีชาติมีพบมีชาติมีพบมีอุปทานมีตัณหามีอะไรต่ออะไรขึ้นไปเรื่อยไหลย้อนขึ้นไปจนกระทั่งถึงนามรูปแล้วก็ถึงวิญญาณในนี้จะสังเกตในนี้ที่อ่านกันมาเมื่อกี้นี้ไม่มีคำว่าสังขารธรรมดาปฏิจจสมุปบาทที่ใครเรียนมาแล้วก็กลับไปเยอะหลายสูตรสูตรนี้ตัดไปสูตรนี้ไม่มีคำว่าสังขารมรณะแล้วก็ฉากพบอุปทานปัญหาเวทนาผัสสะนามรูปวิญญาณและบางคนกลับเมื่อน้ำลูกวิญญาณและก็มีผัสสะปัญหาอุปทานพบชาติชรามรณะโสกะปริเทวะ โทมนัสอุปายาสไล่ไปเลยไม่มีสังขารอาตมาก็จะขอเอาคำว่าสังขารเข้ามาประกอบด้วยไปซะเลยซึ่งไม่ใช่ความผิดหรอกพระพุทธเจ้าท่านไม่ตรัสเป็นสังขารเพราะท่านกำลังอธิบายนี่แหละคือตัวสังขารในขณะที่ท่านกำลังอธิบายท่านกำลังปรุงให้ฟังแต่เป็นครอบครัวเอกกำลังปรุงกำลังอธิบายกำลังทำความเข้าใจทั้งหมดเลยปรุงด้วยอะไรปรุงด้วยวิชาเพราะฉะนั้นปฏิสนธิพระบาทครบสายมันมีคำว่าอวิชชาเป็นต้นเขาเพราะอวิชชาจึงเกิดสังขารเพราะมีสังขารจึงเกิดวิญญาณเพราะมีวิญญาณจึงเกิดนามรูปเพราะมีนามรูปจึงเกิดผัสสะหรือสักระยะหนึ่งไม่ใช่ แปลภาษาก่อนสักระยะก่อนจึงเกิดสรณเกิดทวารรับลูกมีศรัณย์เพราะมีสระอายตนะจึงเกิดผัสสะเนี่ยพอเกิดภาษาจีนเกิดเวทนาเพราะเพราะมีเวทนาจึงเกิดปัญหาเพราะมีตัณหาจึงเกิดอุบัติเหตุเพราะไม่มีประธานจึงเกิดเพราะมีพบจึงเกิดชาติเพราะมีชาติจึงเกิดชรามรณะและก็พอเกิดชรามรณะและทีนี้ก็หมดละโสกะปริเทวะทุกข์โทมนัสอุปายาสตลอดทั้งสายถ้ามาพูดอย่างนี้บางคนก็บอกไม่รู้เรื่องเลยอะไรก็ไม่รู้ ก็ว่ากันเป็นภาษาง่ายๆภาษาไทยๆเลยว่าเพราะคนเราโง่อวิชชาเพราะมันโง่มันไม่รู้เรื่องเมื่อมันไม่รู้เรื่องมันก็ปรุงใหญ่เลยสังขารมันโง่มันไม่รู้เรื่องอะไรมาก็รับหมดจับมาผสมเปอร์เซียยามใหญ่เลยเขาบอกว่าไอ้นี่สวยแล้วหาสวยมาเอาอดีตเขาว่างามๆเอาอันนี้เขาว่าดีดีบางทีเขาว่าไม่ดียังเอาเลยเอาเข้ามาใส่ล้อเละเลยฝนก็ไม่หมดเรียกว่าสังขารเพราะไม่มีความรู้ไม่มีวิชามันไม่รู้เรื่องมันไม่รู้ดีมันไม่รู้ชั่วจึงจับมายำเสียงเรียกว่าเป็นสังขารปนกันยุ่งเมื่อเกิดสังขารนั่นแหละจึงเรียกว่าวิญญาณแล้ววิญญาณที่พูดเนี่ยเป็นภาษาคนที่รู้กันทั่วไปว่าเป็น การเป็นสภาพของ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive