231228 กินอยู่อย่างคนกล้าจน-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ024.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์แสดงธรรมก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกสหกรณ์ที่เราจะได้ฟังธรรมเราก็มาสวดพระนามพระคาถาเพื่อที่จะทำระบบฝึกจิตฝึกทำจิตไปพลางๆสวดพระนามว่าคาถานี้ไม่ใช่สวดรองไม่ใช่ร้องเพลงไม่ใช่ทำทำนองไม่ใช่ทำความขลังแต่แบบฝึกหัดเป็นแบบฝึกหัดเป็นการกระทำเพื่อที่จะทำให้ตรง ในการพูดเราพูดไม่มีจิตทุกวันนี้ในการทำกายกรรมแกงกลางแขนไฟขาทำงานทำผิดอะไรเราทำโดยไม่มีใจประกอบเราจะมาฝึกหัดให้ออกกายกรรมก็ตามพูดก็ตามให้มีความรู้สึกระลึกรู้ให้ใจเรารู้กับคำพูดเพลงลาวเราทำในใจให้ตรงให้เป็นคนตรงเราพูดอันนี้ว่าอย่างนี้ใจเราก็ต้องตรงกับคำพูดนี้เราแสดงกายกรรมอันนี้ออกอย่างนี้ใจเราต้องตรงกับการกระทำมันนี้เราจะเรียกว่าคนสุจริตคนตรงเดี๋ยวนี้ปากพูดอย่างนึงใจเราอย่างนึงปากชมเชยของจ้อย เดี๋ยวนี้สังคมเดี๋ยวนี้พูดแสนดีอย่างโน้นดีอย่างนี้ชมเชยฉันสุจริตอย่างง่วนฉันสุดฉันสุจริตอย่างนี้แต่ในใจบวกลบคูณหารอยู่ข้างในทุจริตคิดใน computer จี๋เลยกำลังจะยังไงว่าจะได้มากยังไงว่าจะได้ไปประโยชน์ใหญ่ยังไงว่าจะรวยยังไงว่าจะได้ค่าได้เอาได้เปรียบจากปากแล้วพูดซื่อสัตย์อย่างโน้นตรงอย่างนี้อย่างนู้นอย่างนี้มีท่าทีใจกับปากกายกรรมกายกรรมกับใจไม่ตรงกันเป็นคนทุจริตอยู่อย่างนั้นเรามอบเพลงประนามมาคาถาไม่ใช่อ้อนวอนศาสนาพุทธไม่มีการอ้อนวอนเป็นขอ พูดเป็นศาสนาอะเดย์อีสเทิร์นเป็นศาสนาไม่มีเทวะบันดาลไม่มีเทวะมาบนบันดาลว่าจะต้องเป็นอย่างนู้นอย่างนี้แล้วก็คอยมาติดสินบนเอาไอ้นี่ไปถวายมาถวายพระพุทธเจ้าเอาใส่จานรองรองจานน้อยจานเล็กมาถวายพระพุทธเจ้าเออแล้วก็ติดสินบนพระพุทธเจ้าถวายข้าวถวายน้ำถวายของไม่มีไม่มีเทวดาติดสินบนกินสินบนในศาสนาพุทธศาสนาพุทธมีแต่กรรมใครทำกรรมดีดีใครทำกรรมชั่วชั่วเป็นจริงแม้แต่คิดคิดชั
อ่านต่อ
่วชั่วแล้วอย่าเพิ่งอย่าว่าถึงกายกรรมวจีกรรมเลยคิดชั่วก็ชั่วแล้วเป็นอันทำเป็นของจริงไม่ว่าจะคิดในจิตรับไม่ว่าจะคิดในจิตใจ คลิปเด็กกินเหล้ากับชัวร์คิดในที่แจ้งก็ชั่วชั่วทั้งสิ้นถ้าลงเป็นกรรมมโนกรรมก็ตามวจีกรรมก็ตามกายกรรมก็ตามเป็นจริงศาสนาพุทธเราไม่ใช่ว่าคนนั้นทำแทนกันคนนี้ทำแล้วเอาไปแบ่งให้คนนี้ไม่ใช่ใครทำดีๆใครทำชั่วชั่วเป็นของคนนั้นแล้วเราจะมาศึกษาการกระทำทุกอย่างตั้งแต่กายวจีและแม้แต่ใจมันกระทำมันคิดมันนึกมันทำอะไรอยู่ใจมันทำอะไรอยู่ใจมันมีบทบาทยังไงอยู่เราจะเรียนรู้เข้าไปถึงใจเพราะการที่จะเป็นส่วนนี้จึงเป็นการขัดใจขัดกระทำในใจให้ใจมันตรงกันทำที่จะกล่าวเป็นกล่าวนี้บอกไปพรางแต่บอกตามหลังนะบอกภาษา ติดตามบอกภาษาบาลีไปก่อนแล้วคุณก็พูดภาษาบาลีตามแล้วก็ทำในใจของเราไปประกอบกับบาลีนั้นและอธิบายความหมายให้ฟังเพื่อที่จะได้รู้แต่ไม่รู้ทีหลังหัดทำเองถ้าไม่บอกนำก่อนมันก็มันก็บอกนำก่อนแต่ว่าจะบอกทีหลังใครมาใหม่ก็ต้องฟังใหม่ๆก่อนคือพูดภาษาบาลีไปก่อนแล้วไม่รู้เรื่องโมเมไปก่อนแต่ถ้าใครมาทีหลังใครเคยมาประจำแล้วใครเคยมารู้แล้วก็ได้รับฟังไปเรื่อยๆเรื่อยๆรู้เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแม้จะรู้แล้วก็ฟังซ้ำซากเหมือนกับท่องจำคำสวดมนต์พระนามว่าคาถานี้ไม่ผิดศีลไม่ผิดธรรมไม่ติดวินัยเราสรรเสริญคุณ พระพุทธเจ้าหรือเราย้ำหลักการใหญ่ๆหลักการสำคัญแล้วก็หัดฝึกทำเพราะฉะนั้นการที่จะสวดมนต์ก็คือการกระทำใจให้ตรงกับคำที่เราเปล่งออกมาจะทำในใจให้ตรงกับคำที่เปล่งออกมาเช่นนะโมตัสสะหมายความว่าเราจะนอบน้อมนอบน้อมพร้อมกายพร้อมใจจะละตัวละตนไปเปล่าๆซะก่อนจะฟังจะระลึกตามระลึกตามภาพพระพุทธเจ้าเทศน์อยู่ก็จะฟังพระพุทธเจ้าถ้าพระสงฆ์สาวกถ้าเป็นตัวแทนประเทศก็จะฟังพระสงฆ์น้อมไม่ใช่ว่าแข็งคืนไม่ใช่ ต่อต้านไม่ใช่มาต่อสู้ใจที่จะศรัทธาที่จะน้อมนี่อาตมาไม่พาทำแต่ก่อนเพราะว่ามันเป็นการบังคับคนที่มาที่นี่นานเป็นปีแล้วอาตมาไม่ค่อยพาสวดพาทำเพราะว่าไม่บังคับการที่มาบ่อยๆแล้วนานแล้วแสดงว่าคุณศรัทธาแล้วทีนี้จะพาคุณน้อมคุณก็จะน้อมสู่พระพุทธเจ้าจริงถ้าคนที่ยังไม่ศรัทธาจะพาน้องจ้างก็น้อมไม่ลงหัวแข็งโดนๆอยู่อย่างนั้นแน่นอนจะทำตรงกายวาจีจะสอดคล้องกับคำกล่าวความหมายว่านอบน้อมมันไม่น้อมหรอกมันก็สวัสดีถ้าจะทำอย่างนี้เลยนะแต่ใจอยู่เนี่ย ใจมันโด่อยู่นั่นมันไม่ยอมหรอกความจริงมันคันแยงนะเพราะฉะนั้นถ้าใครสงสัยว่าเอ๊ะทำไมมาพึ่งพาทำทำไมแต่ก่อนไม่พาทำอาตมาอาศัยหมู่หมู่ที่มานี่หมู่มาประจำเคยมาศึกษาเคยมารู้แล้วศรัทธาเลื่อมใสเห็นดีเห็นชอบจริงแล้วก็จะพาทำเนี่ยพอพาทำนี่ก็ให้น้องทีนี้คุณยังไม่ศรัทธาผู้มาใหม่ก็ตามใจนะไม่ใช่มันมาถึงพร้อมกับถูกบังคับให้น้องเลยไม่ใช่นะใครยังไม่ศรัทธาก็ไม่ต้องน้อมใครไม่เห็นจริงก็ไม่ต้องน้อมที่นี่ไม่มีการเผด็จการทางปัญญาไม่มีการเผด็จการทางความคิดใครมีปัญญาอย่างไรของใครของมันมีสิทธิมนุษยชนเต็มที่ที่จะใช้ที่จะคิดนึกที่จะพูดที่จะกระทำสิ่งใดที่เป็น ไปด้วยดีที่เราเห็นว่าดีแล้วเรามีสิทธิ์ที่จะทำเต็มที่ไม่ใช่มาถึงก็ถูกบังคับให้น้องมอบกายมอบใจแก่พระพุทธเจ้าคุณยังไม่ศรัทธาพระพุทธเจ้าคุณก็ไม่ต้องมอบกายมอบใจคุณก็ไม่ต้องน้อมไม่ต้องขอแก้ไขที่ศรัทธาจริงจะมอบพร้อมจะทำอย่างไรจิตใจจะต้องน้อมด้วยวาจากล่าวฆ่าทีละน้อมค้อมอย่างไรพอสมควรไม่ต้องนอกอ่อนออกแบบย่อลงไปกับพื้นไปทีเดียวหรอกในวาระนอบน้อมกราบก็จะกราบในเวลานั่งตรงก็ตรงอ่าเป็นสภาพที่ถูกสัดส่วนท่านรองมาทำดูอาตมาพาทำไม่มากหรอกไม่ต้องทำมากนักขอให้ทำถูกเท่านั้นสำคัญทำเลอะๆ ดำมากแต่มันไม่ได้เรื่องเลยสักอย่างนึงก็สูญเปล่าแล้วมันก็สูญเปล่ากลับมามากแล้วทำน้อยๆแต่ให้มันถูกต้องให้มันได้ประโยชน์ไปจริงๆแม้จะรับนิ้วมือเดียวแม้แต่ไก่ตบปีกช้างกระดิกหูงูกระดิกหางอะไรพระพุทธเจ้าดังกล่าวแซ่บๆเท่านั้นขอให้มันถูกส่งให้มันได้ประโยชน์ทั้งสิ้นเออบัดนี้ก็จะได้แสดงธรรมที่อาตมาผู้เป็นสาวกพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทดสอบเรียนรู้พิสูจน์ธรรมะของพระพุทธเจ้ามาได้รับผลได้รับสิ่งที่คิดว่าถูกต้องตามภูมิของอาตมาอาตมาพูดของตนที่ของตนมีและได้พยายามไตร่ตรองพิจารณา พิสูจน์ทดสอบว่ามันดีมันจริงมันเป็นอย่างนี้คุณก็มาฟังมารับรู้มารับเรียนและก็เอาไปฝึกที่ตนลองดูพิสูจน์ดูว่านายเห็นว่าอันนี้มากที่สุดแล้วลงมือพิสูจน์พิสูจน์ได้แล้วอันนี้เป็นของจริงเป็นของดีคุณก็ได้เองได้จริงถ้าพิสูจน์แล้วมันไม่ได้ดีมันไม่ได้จริงยิ่งพิสูจน์ไปยิ่งเลอะเทอะยิ่งที่สุดไปยิ่งไม่ได้เรื่องคุณก็ต้องฉากนี้อาจารย์มาว่าอาตมาได้รับธรรมะเหล่านี้ตรงธรรมะเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ขัดแย้งคำศัพท์คำสอนต่างๆแล้วก็มาเทียบมาเปรียบดูมันดูเผินๆมันดูเหมือนลำบากมันดูเหมือนมันไม่เหมือนกับคนรอบโลกเข้าใจยกตัวอย่างง่ายๆเช่นว่าเรามาอยู่อย่างนี้เรามี บัตรเราทิ้งสมบัติเนี่ยแล้วเราเป็นสุขฟังดูแล้วว่าทิ้งซะไม่อยากจะสุขทำยังไงอยากจะสุขโยนสมบัติทิ้งหมดคุณก็ต้องเต้นทางเท่านั้นเองมันจะไปได้ยังไงมีเงินมีเพชรอยู่โยนเพชรทิ้งโยนเพชรเอาให้ใครไปไม่ต้องมีไว้เบาๆตัวสบายสบายอิสระเสรีจนไม่ต้องปล้นไม่ต้องแบกไม่ต้องหาไม่ต้องเป็นภาระเบาสบายดีสุขนะพอฟังฟังเหตุผลก็เข้าท่าแต่ไม่ฟังเหตุผลเลยถ้าคุณฟังอยากๆเลยบอกว่าอยากสุกทำยังไงคุณมีเพชรโยนเพชรทิ้งคุณมีเงินโยนเงินทิ้งแล้วจะสุขคุณก็ตีลังกาเท่านั้นเองบอกไอ้หยาไม่เคยได้ยินจริงไม่เคยได้ยิน ของจริงเป็นอย่างนั้นและก็ไม่ได้หมายความว่าทำอย่างหยาบๆไปอย่างนั้นทีเดียวหรอกมันต้องค่อยๆปฏิบัติประพฤติหัดๆรถในสิ่งที่เราพิจารณาแล้วว่าขั้นต้นของเลวของชั่วคราวก่อนทิ้งซะก่อนทิ้งสิ่งที่เราไปคลุกคลีเกี่ยวข้องสิ่งที่เราไปทุกทีเกี่ยวข้องทั้งหลายนั้นเรานึกว่ามันเป็นสวรรค์ภาษาบาลีเรียกว่าสังฆังเขาก็แปลว่าไปทุกทีเกี่ยวข้องสิ่งนี้อยู่แล้วเราก็หลงมันว่าเป็นสวรรค์ภาษาบาลีบอกชัดสังสังแปลว่าประกอบหรือว่าไปสัมผัสสัมผัสอยู่สักคาบแปลว่าสวรรค์แต่เขามาแปลเดี๋ยวนี้ภาษาบาลีมันก็ก่อนเข้ามาแปลเป็นไทยภาษาบาลีมันครบอยู่แต่มาแปลเป็นไทยก่อนเข้ามาแปลว่าคลุกคลี สังสรรค์เขาก็ให้เลิกคลุกคลีอสังสัพพะเลิกทุกทีซะเลิกทุกทีก็คือถ้าพูดว่าเลิกคลุกคลีมันก็เลยด่วนๆการปฏิบัติธรรมก็เลยไม่คลุกคลีคนเขาก็เลยแปลว่าไม่คลุกคลีด้วยหมู่ไปแปลว่าไม่คลุกคลีด้วยหมู่ไม่ให้เป็นคุกกี้ด้วยหมู่นี้แฟนโดยความเข้าใจของเกจิอาจารย์ที่เป็นนิสัยฤาษีอาตมาใช้คำว่านิสัยฤาษีก็หมายความว่าฤาษีเนี่ยมันเห็นแก่ตัวฤาษีนี่มันปีกเดียวไม่คลุกคลีกับหมู่คนไม่ดีกับใครหนีโลกไม่ใช่ศาสนาพุทธศาสนาพุทธศาสนาเหนือโลกอยู่กับมันเหนือมันไม่ใช่หนีมันแตะกับมัน ไม่ได้ไม่ใช่ทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากศาสนาพุทธโลกุตตรธรรมของพระพุทธเจ้านั่นน่ะไม่เช่นนี้ไม่เช่นนี้เก่งเหนือมันมีฤทธิ์เดชเหนือมันหนีพวกที่มีนิสัยหรือสีก็คือหนีปีกเดียวไม่เกี่ยวข้องกับใครหลบมุมแต่อย่างนั้นก็เลยแปลความคลุกคลีนี่ว่าไม่คลุกคลีด้วยใครๆได้หมู่คณะไม่คลุกคลีด้วยคนนั้นคนนี้ก็เลยกลายเป็นศาสนาเห็นแก่ตัวหรือศาสนาเดี่ยวเดียวอ้างว้างเวดเดียวดายสวนศาสนาพระพุทธเจ้านั้นเป็นศาสนาที่เป็นสังคมเป็นศาสนาที่เป็นหมวดหมู่เป็นศาสนาที่มีสังฆมณฑล เป็นศาสนาแห่งสังคมมนุษย์ที่เป็นอยู่สุขสังคมมนุษย์ที่มีประโยชน์เรียกว่าพหุชนะหิตายะพระองค์ชนะสุดท้ายยะพหุชนะอัายว่ามวลชนแปลตามภาษาสำนวนซ้ายๆหน่อยแปลว่ามวลชนพหุนามหรือแปลว่าปวงประชาชนทั้งหลายแปลว่าผู้คนเป็นอันมากแปลตามสำนวนพระไตรปิฎกก็แปลว่าคนเป็นอันมากชนเป็นอันมากพหุชนพหุชนะเป็นประโยชน์ต่อชนเป็นอันมากไม่ใช่ศาสนาปลีกเดี่ยวอ้างว้างว้าเหว่เดียวดายไม่ใช่ศาสนาคลุกคลีศาสนาเกี่ยวข้องแต่เราจะไม่คลุกคลีกับสิ่งที่เป็นกิเลสหรือสิ่งที่ เราสู้ยังไม่ได้เราสู้ยังไม่ได้เพราะเราไปคลุกคลีเข้าไปแตะต้องเข้าแล้วก็สู้มันไม่ได้ท่านก็บอกว่ามีบทปฏิบัติหรือมีหลักการปฏิบัติตอนนี้ต้องตัดใจพรากมันซะก่อนห่างมันซะก่อนท่านอธิบายในคำอธิบายว่าเหมือนสะดุดอย่างเราซากไม้ที่เดิมออกจากน้ำกิเลสมันก็อยู่ที่เรานี่เหมือนกันอย่างเหนียวเป็นไม้สดที่ชุ่มหรือยังเหนียวยิ่งเอาไปไว้ที่ในน้ำไม่มีวันแห่งไม่มีวันสำเร็จไม่มีวันสะอาดไม่มีวันหมดกิเลสช่วงนี้เลยอยู่อย่างนั้นมาตลอดกาลยิ่งแช่อยู่ในน้ำด้วยยิ่งสดกันใหญ่ไม่มีวันทำแห้งได้แห้งนี่เหมือนก็ยังจราจรมาทำให้กิเลสมันหมดไม่มีทางหมด เพราะเราจะต้องขั้นแรกต้องพรากไม้ที่ชุ่มหรือยางออกมาจากน้ำเสียก่อนขณะที่เอาออกมาจากน้ำอีกอย่างเดียวก็ยังติดมาได้ไม้นะไม้สดไม้ชุ่มนี้ไม้มียางเหนียวนะคือกิเลสติดมาแต่ต้องพรากจากเหตุปัจจัยของกิเลสซะก่อนรถติดเหล้าลอนโลกห่างไกลเหล้าอย่าไปใกล้มันใกล้มันแล้วทนไม่ได้มันดูดดึงเราเราไม่มีฤทธิ์แรงพอนี่เรียกว่าภาคหมายถึงยางออกจากน้ำนี่เป็นการไม่คลุกคลีง่ายๆการอธิบายในจุดง่ายๆนี้ตอนเบื้องต้นก็ถูกไม่คลุกคลีกับสิ่งนั้นแต่ไม่ใช่ไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะเขาแปลกันว่าไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะถ้าจะว่ากันไปอีกทีนึงก็ถูกอีกเหมือนกันเพราะหมู่คณะส่วนมากมันชาวกิเลสทั้งนั้น วัดปุถุชนทั้งนั้นและส่วนมากเพื่อนที่คบกันสนิทสนิทก็เป็นเพื่อนที่เลวพอกันนอกจากคนดีเท่านั้นและใฝ่ดีคบบัณฑิตคบคนดีก็ไปอยู่กับหมู่ดีส่วนมากคนที่ยังไม่ดีเท่านั้นมาประพฤติปฏิบัติให้ดีคนดีแล้วอย่าไปพูดกันใหญ่คนดีแล้วก็ต้องอยู่หมู่กับกลุ่มคนดีอยู่กับหมู่บัณฑิตอยู่กับมิตรสหายที่เป็นกัลยาณมิตรแล้วอุ้มชูกันสนับสนุนกันเกื้อกูลกันก็ต้องคลุกคลีอยู่อีกและก็คุกกี้ทีนี้คนที่คลุกคลีกับหมู่ที่ยังชั่วยังไม่ดีแล้วก็อยู่ในหมู่ขี้เหล้าก็อยู่กับหมู่ขี้เหล้าขี้ยาอยู่กับหมู่ขี้ยาพวกทุจริตก็อยู่กับพวกทุจริตโจรอยู่กับโจรนักการพนันอยู่กับนักการพนันมันก็เป็นอย่างนั้นเพราะฉะนั้นก็พรากออกมาซะก่อน ข่าวมาจากหมู่คณะที่เราอยู่กับหมู่ชั่วๆด้วยกันเสร็จแล้วพวกคุณก็แก้ตัวว่าไม่สูบบุหรี่ไม่ได้หรอกเดี๋ยวก็ทิ้งสังคมก็สังคมขี้ยาแค่อย่างนั้นคุณจะไปคลุกคลีมันอยู่ทำไมฟังชัดๆนะคำเสียงคำนี้ผิดจากสัจธรรมพระพุทธเจ้าหรือว่าการแปลตื้นๆแปลว่าไม่คลุกคลีถูกในในในความหมายนี้คือต้องเลิกออกจากทุกทีออกจากกลุ่มหมู่ที่เป็นสังคมที่คุณมาเถียงนักปฏิบัติธรรมไม่กินเหล้าก็ไม่มีหมูไม่มีสังคมก็สังคมขี้เหล้าอย่างนั้นจะไปอยู่กับมันทำไมไม่ต้องเกี่ยวข้องไม่ต้องคลุกคลีออกมาก่อนสังคมนักการพัฒนาคุณก็คลุกคลีอยู่กับเขามันยังไม่มีเพื่อนก็เพื่อนที่การพนันอย่างนั้นหัวการพนันอย่างนั้นอย่า คุยกับมันทำไมฟังให้ดีนะไม่ต้องสังคมอย่างนี้ไม่ต้องสังคมเลิกสังคมออกมาสังคมอย่างนี้ไม่เอาสังคมนี้เลวเรื่องบัณฑิตพระพุทธเจ้าบัณฑิตอย่าคบคนพาลอย่าคบคนชั่วอยากคบคนที่ต่ำเพราะคำว่าอสังสัททะไม่คลุกคลีก็คือไม่คลุกคลีกับเพื่อนไม่คลุกคลีกับหมู่ที่เลวต้องพูดให้เต็มความถ้าไม่พูดเต็มความแล้วไปบอกว่าไม่คลุกคลีเก่งคุณมาที่นี่คุณมาคลุกคลีวัดคือสะพานวัดคือสังคมวัดคือความสำคัญวัดคือโรงเรียนวัดนี้คือทุกสิ่งทุกอย่าง ที่จะทำให้มนุษย์นั้นอยู่กันอย่างสงบร่มเย็นแม้แต่คุณค่าก็จะอยู่ที่วัดคนที่เฝ้าวัดเป็นคนที่มีคุณค่าสูงสุดคนที่อยู่ที่วัดเป็นคนที่คุณจะต้องมากราบเพราะคนที่อยู่ที่วัดนั้นเป็นคนที่จนที่สุดแต่เป็นคนที่สบายที่สุดเป็นคนที่มีสุขที่สุดจนที่สุดไม่ศักดินาไม่มีทุนนิยมเป็นคนที่จนแต่อยู่ได้อย่างเบิกบานแจ่มใสเป็นผู้ที่อยู่อย่างอาจหาญเจ้ากล้าท้าทายเป็นคนที่น่าฉงนเป็น Superman แท้เป็นคนพิเศษเป็นคนพิเศษ เพราะฉะนั้นคุณมาคุณก็มาพบกับคนพิเศษคุณมาคลุกคลีคนพิเศษคุณเองคุณจะต้องทำมาหากินจะต้องอยู่กับสังคมอะไรต่ออะไรต่างๆนานาเพราะมันมาอยู่รวมกับหมู่ที่นี่ไม่ได้อยู่กับหมู่ที่วัดนี่ไม่ได้เพราะว่ามันสูงอยู่มันลำบากคุณก็ประพฤติไล่เรียงมาจนกว่าจะเข้ามาวัดได้จนกว่าจะมาอยู่กับวัดได้เพราะฉะนั้นนานๆที 7 วันทีเป็นอย่างน้อยก็ควรจะมาวัดเพราะวัดคือสภามาประชุมกันมาพบกันเพราะคนคนที่มาวัดนี่มันคัดเลือกในตัวคนหัวการพนันไม่มาวัดคนขี้เหล้าไม่มาวัดคนขี่ยาไม่มาวัดคนเต็มไปด้วยอบายมุขไม่มาวัดไม่มามันมาไม่ไหวแล้วมันจะชักดิ้นชักงอมาไม่ได้คนที่จะมาวัดนี่คือคนจะมาอบรมตนบอกแล้วว่าวัดคือ วัดคือสภาที่จะมาคลุกคลีที่จะมาอบรมตนที่จะมาได้รับการสัมพันธ์สัมพันธ์ด้วยหมู่คลุกคลีด้วยหมู่หมู่คนในวัดคนในวัดนี่คือบัณฑิตสมัยโบราณนั้นไม่มีสมาคมไม่มีสภาไม่มีอะไรต่ออะไรมากนักมีวัดเป็นสภามีอะไรมาปรึกษาก็มาปรึกษากันได้ในวัดแล้วก็ปรึกษาการพัฒนาพัฒนาชีวิตเราเป็นเอกพัฒนาสังคมไปร่วมด้วยจะไปด้วยกันหรือว่าจะเป็นรองก็ได้แต่ว่าทุกคนรับผิดชอบตัวเองให้มากเมื่อผู้ใดช่วยตัวเองได้มากแล้วผู้นั้นก็ไปช่วยสังคมหรือรับผิดชอบสังคมเพิ่มขึ้นแล้วเรา มาปรึกษาหารือกันจะช่วยอะไรพอมารวมหมู่รวมกลุ่มกันเข้ากับมาทำไอ้โน่นทำไอ้นี่ชวนกันพากันไปลงแขกพากันไปทำกิจทำการอันนี้เรียกว่าลงแขกคือเป็นสังคมที่ช่วยกันเป็นทีมเป็นหมู่แล้วก็ไปพัฒนาไปทำงานโน้นงานนี้ใครขาดเหลืออะไรเอาแรงที่รวมนี่ไปช่วยกันเรียกว่าลงแขกเออศัพท์วันนี้ก็กลายมาเป็นศัพท์แสลงลงแขกนี่เป็นศัพท์เลวไปแล้วจริงๆมันเป็นสัตว์ที่ดีเป็นศัพท์พฤติกรรมของมนุษย์พัฒนามนุษย์ดีเดี๋ยวนี้ก็เลยไปเรียกพฤติกรรมของมนุษย์สุดชั่วการลงแขกจะไปรวมหมู่กันลงแขกไปปล้ำข่มขืนผู้หญิงเป็นทีมเดี๋ยวนี้ มีการระบาดคนสมัยใหม่ก็ไม่รู้ว่าศัพท์นี้เป็นศัพท์สูงการลงแขกที่เป็นศัพท์สูงลงแขกมันมาจากความหมายคำว่าคนที่มานี่แหละต่างคนต่างมาทุกๆถิ่นทุกที่เราเรียกว่าแขกต่างคนต่างมารวมกันแล้วแล้วทุกคนก็มาปฏิบัติอันใดอันหนึ่งอย่างพร้อมใจกันเราเรียกว่าลงฟังให้ดีนะลงตกลงปลงใจคำเต็มคำเต็มนี่คือตกลงปลงใจแล้วตกลงปลงใจกันว่าเอาวันนี้เราจะไปช่วยเขาเกี่ยวข้าวพวกเรามารวมกันแล้วเข้ามาในสภามารวมกันแล้วว่าใครขาดเหลืออะไรบอกแม้ข้าวฉันมันแก่เต็มที่แล้วมันไม่ได้เกี่ยวกับธุรกิจเกี่ยวกับก็เป็นสมาคมหรือเป็นสังคม สัมพันธ์ไปช่วยกันเกี่ยวเรียกว่าลงแขกตกลงนะไปช่วยกันบ้านนี้ไปช่วยของนาคนนี้ก็ไปช่วยกันลงแขกเกี่ยวข้าวให้แก่นาผู้นี้ก็เป็นการสำคัญเป็นมนุษย์สัมพันธ์อันสูงค่าไม่พูดกันเรื่องเงินเรื่องทองต้องจ้างต้องตีราคากันไม่มีเป็นเรื่องน้ำจิตน้ำใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันใครมีจิตมีการงานอะไรวันนี้วันมารวมกันแล้วจิตส่วนตัวก็ทำมาตั้ง 5 วัน 6 วันวันนี้วันหนึ่งสังคมที่เป็นอยู่อย่างรวมแล้วก็เป็นอยู่กันอย่างมีลงแขกมีตกลงปลงใจสมานสามัคคีช่วยเหลือเฟือไฟล์เกื้อกูลกันแม้แต่มีเรื่องอื่นเล็กๆน้อยๆที่มาพบกันที่นี่เราก็จะมาแสดงน้ำจิตน้ำใจต่างคนต่างมา ที่มาก็มาฝึกมาปรือหลายอย่างอย่างสมมุติว่าที่นี่เอาข้าวเอาน้ำมาจากบ้านเอาข้าวเอากลับอะไรมาเอามาก็มารวมกันต่างคนต่างใครมีมากก็มามากใครมีน้อยมาน้อยใครไม่มีก็ไม่ต้องเอามามาอาศัยกินที่วัดนี้ยังได้เลยคนที่ไม่มีคนมีก็มีก็เอามามีมากก็เอามามากได้แบ่งได้แจกกันแม้แต่คนจรไปจรมาผ่านมาผ่านไปมาผ่านสภาหรือมาผ่านวัดแม่หิวข้าวก็แวะเข้ามากินข้าวที่วัดได้แต่ต้องเจอเอามือที่เขากำลังเลี้ยงกันนะแต่ถ้ามาเจอตอนเขาเก็บความเจ็บจานแล้วก็ Sorry เหมือนกันเพราะว่าไม่มีที่นี่ยิ่งที่วัดนี่ไม่สะสมไม่เจ็บกินแล้วคว่ำบาตรเรื่องความบาปพูดไปแล้ว อาตมากำลังพูดอยู่ทุกวันนี้ก็พูดถึงเรื่องของเดิมเอกลักษณ์ของไทยจริยธรรมของไทยศีลธรรมของไทยพฤติกรรมของความเป็นไทยไทยเรามีพุทธเป็นรากฐานพุทธธรรมของเราเป็นรากฐานและชีวิตของเราก็อยู่กับจริยธรรมแบบนี้เป็นไทยๆแบบนี้มานานกาลมาอยู่ตั้งแต่บุรีรัมย์โบราณมาแล้วก็อยู่กันเป็นสุขเดี๋ยวนี้เราไปเอาวัฒนธรรมอื่นวัฒนธรรมเห็นแก่ตัววัฒนธรรมสังคมขี้เหล้าวัฒนธรรมสังคมขี้ยาวัฒนธรรมสังคมการพนันวัฒนธรรมของเอาเปรียบเอารัดวัฒนธรรมที่จะฝึกปรือให้สมองฉลาดแต่ฉลาดโกงมีเล่ห์เหลี่ยมซ่อนแสงไม่คนอื่น แล้วก็โกงยืนอยู่บนหัวคนไม่มีเผื่อแผ่แม้จะรวยแม้จะมากแม้จะเหลือเฟือเท่าไหร่ก็ไม่มีการแจกออกไม่มีการเผื่อแผ่ได้สังคมแบบนี้พังหมดไปไม่ได้เราจนทางแล้วเราไปไม่ได้เราต้องกลับมาหาสัจธรรมที่ดีที่เราเคยใช้มาในสังคมก่อนคนยิ่งมากขึ้นยิ่งต้องมีสัจธรรมดังกล่าวนี้ต้องมีคุณธรรมของพระพุทธเจ้านี้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เรามานี่เรามากินเลี้ยงการกินเลี้ยงในสังคมก็คือวัดนี่แหละมากินเลี้ยงได้สังคมส่วนการกินเลี้ยงที่เป็นวัฒนธรรมตะวันออกไปกินกันที่โรงแรมนั่นคือหลักโฆษณาตัวเป็นหลักรอประกันหน้าสำหรับบุคคลมันไม่ใช่การสังสรรค์ที่จริง ที่มาที่นี่มาสังสรรค์ต่างคนเสียสละตั้งแต่เริ่มต้นเอาของใครของมันมาเป็นการแชร์เป็นสหกรณ์เป็นการเสียสละเรามีหนี้เราก็หอบมานอกจากเรามาหอบมาแล้วเราก็มาอาศัยกินเราไม่เอาเปรียบใครนอกจากไม่เอาเปรียบใครแล้วเราได้เสียสละด้วยเราหอบของเรามาเรามีมากแล้วเราก็เอามาม่าเรามีกลางๆเราเอามากลางๆเรามีน้อยเราเอามาน้อยคนไม่มีเลยมาแต่ตัวกับหัวใจมาเลยยินดีต้อนรับไม่มีจริงๆก็มาก็ต้องเลือกคุณกันอย่างนั้นแล้วเราจะไปบังคับให้คนไม่มีต้องมีมันบังคับกันไม่ได้หรอกบังคับไม่ได้เพราะไม่มีก็ต้องมีฐานะคนจนก็มีแน่ฐานะคนกลางๆก็มีแน่ฐานะคนรวยก็มีแน่แบ่งมาเราเผื่อแผ่ได้มากก็แสดงถึงน้ำใจเราละความโลภ เราจะได้มากินเลี้ยงกันมาสังสรรค์บอกแล้วว่าที่นี่เป็นสมาคมเป็นสังคมเป็นความสัมพันธ์เป็นสภาเป็นที่ที่จะมาเรียนรู้มาฝึกมาหัดเพราะฉะนั้นเอามาแล้วก็เอามาตั้งมารวมกันอย่างนี้เสร็จแล้วคุณก็จะออกลูกมากินลูกมากินก็มาฝึกปรือด้วยถ้ามันขี้เอาเปรียบมันก็จะเอาของไปมากๆเสร็จแล้วก็ไปทิ้งคนตามหลังที่เสียสละหน่อยบอกว่าเราไม่ไปแย่งค่อยๆทีหลังอดนี่ปลดหนี้เพื่อนคนแรกๆขอบไปแล้วแหมส้มเยอะดีไม่เป็นไรฉันเอาไป 10 ใบเลยคนข้างหลังก็ไม่เหลือคนละ 10 ใบ 10 ใบไม่เหลืออะไรเสร็จแล้วคุณกินไม่หมดไม่หมดก็ทิ้งขว้างไม่ทิ้งก็เอากลับบ้านเอากลับบ้านคุณก็โล ไปไหนๆก็เอามาวัดเขาจะมีบางวัดบอกว่าใครเอาของวัดกลับบ้านนี่บาปหนักอ้าวแล้วก็จริงแต่ของเขาเสียสละกันมาแล้วเราเองก็เอารับเอาเปรียบในนัยยะแบบนี้ก็เป็นความรู้ธรรมดาสมิงธรรมดาก็น่าจะเข้าใจอันนี้ก็เป็นต้นยกตัวอย่างเหล้าของมาแล้วก็มาร่วมกันกินนี่ก็มาฝึกปรือหัดกินอย่างพระกินอย่างข้ากินอย่างไรเราก็พากินแต่สังคมวัฒนธรรมตะวันตกและสังคมทางเฟ้อกินอย่างหรูเป้จัดกระดูกหมูตั้งแต่ตั้งโต๊ะโต๊ะอยู่ในห้องแอร์ห้องแอร์ที่พบโฟมฉีดกลิ่นโลชั่นแล้วก็มีดอกไม้ตั้งบนโต๊ะโอ้โหยแหมทำไมไม่หม่ำเข้าไปบ้างนะดอกไม้ต่างกันโอ้โหเสร็จแล้วก็ภาพ ผ้าปูแล้วมีผ้ารองจานผ้ารองจานนะจานตั้งก็ไปมีไอ้ที่มันใส่วันจันทร์อีกโอ้โหกว่าจะกินมันฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยมันบานเบิกก็เลิกหรูหราขนาดไหนแต่มาวัดให้ประหยัดหัตถยาพระภาคินีภาชนะใบเดียวอาตมาเนี่ยอย่าเพิ่งเป็นตัวอย่างต้องดูว่าหมู่ใหญ่อาตมานี่หัวยกเว้นหลายอย่างไม่ใช่เอาเปรียบหรอกสังเกตเอาว่าอาตมาเอาเปรียบหรือเปล่าแอบแฝงหรือเปล่ามีเลขๆนะเป็นแง่ได้ถ้าอาตมาไม่ใช่คนซื่อตรงอาตมาก็แอบแฝงกินนี่หรูหราฟุ่มเฟือยคนเดียวคนอื่นแมนลูกน้องอดไม่มีคนละบาทคนละบาทไม่มีเครื่องเคียงเหมือนอาตมาอันนี้ต้องไปศึกษาลึกๆขึ้นมันมี เหลี่ยมอยู่ในตัวถ้าอาตมาเป็นคนคดคนโค้งก็มีเล่ห์เหลี่ยมอยู่ในนี้อาตมาไม่พ้นโค้งอาตมาก็เป็นหัวที่จะต้อนรับปฏิสันถารมีอะไรหลายชั้นอาตมาต้องอนุโลมปฏิโลมบางคนก็มาก็อยากจะถวายหลวงพ่ออย่าถวายคนที่เป็นผู้ใหญ่ก็อยากถวายท่านนักปัดๆหมดซะนักบางทีก็ไม่มีอะไรเชื่อมโยงอันนี้มันเป็นรายละเอียดนะก็ขอพักไว้ไม่กล่าวต่อก็พูดถึงเรื่องเมื่อเราได้มาร่วมรับประทานเลี้ยงแบบพระพระก็จะพาอบรมพาฝึกเรียนบอกแล้วว่าวัดคือโรงเรียนวัดคือที่อบรมบ่มนิสัยและความโลภด้วยและการอยู่มีชีวิตการกินการอยู่การหลับการนอน คิดถูกที่มีวัฒนธรรมการกินอย่างนี้เป็นวัฒนธรรมการกินอย่างประหยัดอย่างไม่ฟุ่มเฟือยอย่างรู้จักพอรู้จักแก่นสารไม่ใช่จะกินอย่างที่ว่าถ้าไปวัฒนธรรมตะวันตกพาเข้าไปแหมที่ห้องมิ้งคุณก็จ่ายอัดไปสิแล้วคุณก็ในห้องนี้มันก็พาต้อนรับคุณแบบนั้นน่ะเฟ้อๆแบบนั้นน่ะสังคมแบบนี้ฉิบหายทุกวันนี้เศรษฐกิจแย่ลงทุกวันแล้วก็พยายามที่จะบอกว่าจะปรับปรุงเศรษฐกิจแต่ตัวอย่างผู้ที่นำสังคมมีแต่ทำแบบนั้นแบบนี้ไม่ทำแล้วหาว่ามอซอแปลว่ามองซึ้งคนโง่มองไม่ออกคนมีตาทิพย์จึงจะมองออกว่าอ๋อทำอย่างนี้มองซึ้งต้องมองให้ซึ้ง แต่งตัวอย่างมองซึ้งมอซอแต่แต่งตัวอย่างหรูหรากว่าจะเข้าห้องมิ้งต้องไปสั่งสั่งตัดแล้วนี่ค่าจ้างตัดมาคืนนี้ 2,000 บาทแล้วต้องแต่งไปหนเดียวนะแต่งานนี้แล้วก็แต่งห้องเดียวแล้วก็อย่าไปใส่ซ้ำใส่ซ้ำอายขายขี้หน้านี่ไฮโซไซตี้ก็เป็นอย่างนี้สังคมชั้นสูงก็เป็นอย่างนี้สังคมชิบหายมันเป็นอย่างนี้อาตมาพูดแรงอาตมาพูดต้องพูดแรงเพราะไม่ฟังแล้วไม่ฟังกันแล้วไม่ซึ้งกันแล้วไม่รู้ไม่เข้าใจไม่สะเทือนมันด้านชาเขาก็นึกว่าของดีจริงๆแล้วคนเล็กๆอย่างอาตมานี่ไม่พูดแรงๆนี้มันจะไปรู้เรื่องมันจะไปเข้าใจเลยไม่เข้าใจก็ฟังนั่นแหละผู้ใหญ่ผู้ก็พูดจริงอยู่ในสังคมอย่างนั้นน่ะพูดออกมาพูดคำหนึ่งก็ประกาศิตสองคำก็ประกาศิต ตาหมดเลยอย่างเราเล็กๆนี่พูดไม่ฟังเพราะฉะนั้นเราก็ต้องพูดแรงๆหน่อยพูดดังๆหน่อยพูดให้จิ้มๆถึงๆแต่ว่าพูดหยาบมันผ่าแรงมันก็เป็นรุนแรงหน่อยมันก็ทุจริตเขาว่างั้นนะเหมือนอย่างพระพุทธเจ้าท่านตรัสคำว่าพระพุทธเจ้าท่านตรัสทุจริตหรือเปล่าท่านตรัสทุจริตไม่ใช่ท่านทุจริตนะกลับคือกล่าวสิ่งที่ทุจริตกล่าวสิ่งที่ไม่ดีไม่งามเพราะกล่าวสิ่งไม่ดีไม่งามมันไปถูกเอาใครเข้าล่ะแล้วก็หาว่าเราไปว่าเขาเนี่ยอาตมายังไม่ได้กล่าวชื่อใครนะใช่ไหมอาตมายังไม่ได้กล่าวบุรุษใดสตรีใดเลยแม้แต่จะกล่าวถึงเรื่องเครื่องแต่งตัวจะกล่าวถึงห้องมีที่เข้าไปรวมๆกันกินเลี้ยงที่นี่ก็มาที่วัดก็ราคาก็เปรียบเทียบกับห้องมิ้งกับที่วัดนี้มาชุมนุมกันจะกินเลี้ยง ก็กินเลี้ยงกินเลี้ยงที่นี่กินเลี้ยงบ่อยมากเพราะกินได้ถูกกินได้อย่างสหกรณ์กินได้อย่างคนต่างคนต่างเสียสละกันมาแล้วเราก็ได้มาสัมผัสกันแม้แต่การเสียสละเอามาจากบ้านเอามาวัดมารวมกันก็เป็นการฝึกปรือแล้วเป็นการสร้างสร้างนิสัยว่าเราเองไม่เอาเปรียบเอารักเราจะเสียสละถ้าเราไม่ฝึกหัดทำเราก็อยู่กับสังคมอย่างเอาเปรียบวันหนึ่งคืนหนึ่งก็ไม่ได้หัดอาทิตย์นึงวันพระก็ไม่ได้มาหัด 2 วันพระก็เหมือนเดิมมาหัดเดือนนึงก็ไม่ได้มาหัดไปบ้านไหนก็มีแต่จะไปเอาไปเอาของเขาสิแต่ถ้าหัดมาวัดเอออาทิตย์นึงแล้วก็หัดเอาของมาวัดมาแบ่งกันเราก็ใช้ด้วยกินด้วยอยู่ด้วยบางวันบางคราว เพลงเราไม่ได้เอามาเพราะว่ามันไม่พร้อมแล้วมันขรุขระแล้วก็มาแต่ตัวมาชุมนุมกันเอาประโยชน์ชุมนุมเอาประโยชน์สังสรรค์เอาประโยชน์ที่จะมาจะมีบทฝึกอีกเยอะและกระทบกันสัมผัสกันพูดเข้าหูกันเป็นแต่เพียงสายตาแลกันบางทีบางทีก็สายตามากินกันสอนศิลป์ไม่กินกันอะไรต่างๆนานาเข้ามาฝึกมันต้องกินกันให้ได้มันต้องสัมพันธ์กันให้ได้มันต้องสมาคมกันให้ได้เพราะในสังคมที่ฝึกมีสภามีสมาคมมีอะไรพาทำอย่างนี้ก็จะมีผู้นำพาทำแม้แต่การกินแม้แต่การเป็นอยู่วัฒนธรรมไทยนั้นเป็นวัฒนธรรมที่ไปรับไปจากรากฐานเรากินนี่ก็ประหยัดถ้าได้มาทำตามถูกวัฒนธรรมไทยแล้ว วัฒนธรรมเป็นความพัฒนาของสังคมแต่ไปหลงเฟ้อในวัตถุอย่าง
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive