231129 โพชฌงค์7-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ024.txt

โฟลเดอร์2523 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์100 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

น่ารักก็มาฟังกันอีกฟังไปเช็คไปตรวจไปเราเข้าใจได้เพิ่มขึ้นหรือไม่ก็จะได้เข้าถึงจิตไอ้ตัวที่ว่าเราได้แล้วเพราะฟังแล้วเราเช็คเช็คไปที่เราทำได้แล้วเราก็ตรงแล้วได้แล้วข้อนี้เรื่องนี้หรือไม่บางเรื่องเรากำลังทำอยู่ตรงเรากำลังทำตรงแล้วแต่ว่ามันรู้สึกว่ามันฟื้นมันลำบากแต่ถึงฝืนถึงลำบากแต่มันก็เป็นเป็นการกระทำที่ตรงอยู่แล้วเช็คดูแล้วก็ทำต่อวันเดี๋ยวก็จะบอกว่าเราทำอย่างนี้อยู่แล้วมันก็กำลังทุกข์กำลังฝืนกำลังลำบากนี่เห็นทีจะไม่ใช่แล้วกะมัง แล้วก็มาฟังไปฟังไปก็เช็คไปด้วยอาการปฎิบัติธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่มันเป็นการปฏิบัติที่เป็นสูตรที่ท่านนึกรู้ทันตรัสรู้ได้เป็นบทปฏิบัติที่เร็วลัดปฏิบัติได้ตลอดเวลาแล้วก็ควบคุมไปทั้งหมดงามพร้อมทั้งนอกและในพร้อมกันนั้นก็ไม่ต้องไปไหนอันได้ย้ำไม่ฟังถึงสัมมาองค์ 8 ที่เป็นหลักสำคัญสุดยอดของศาสนาพุทธพระพุทธเจ้าตรัสว่าในอริยสัจทั้ง 4 นี่นะองค์อริย ทั้ง 4 องค์เนี่ยข้อที่ 1 ทุกข้อที่ 2 ทุกสมุทัยข้อที่ 3 ทุกนิโรธข้อที่ 4 เอาว่าง่ายๆและเอาตัวปลายเลย 8 ข้อที่ 4 มกราคม 4 ข้อนี้พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ชัดในพระสูตรจำยืนยันว่าในทั้ง 4 นี้ข้อที่ 4 เป็นเลิศสุดเพราะข้อที่ 4 เป็นข้อสมบูรณ์หรือเป็นข้อจะเริ่มต้นปฏิบัติก็ตามผู้ใดจะเริ่มต้นปฏิบัติข้อ 4 ได้หมายความว่าเริ่มเอาข้อ 4 นี้เป็นมรรคเป็นการปฏิบัติเช่นระบอบว่ามรรค 8 องค์ 8 เนี่ยเป็นทางปฏิบัตินี้จะเริ่มเอาตรงนั้นก็ไม่ว่าถ้าจะเริ่มเอาก็จะต้องได้ตั้งแต่องค์ที่ 1 ก่อนองค์ 8 นี่ก็มีองค์ที่ 1 ก็มาสัมมาทิฏฐิต้องเข้าใจถูกว่าไอ้นี่คือทุกข์สัมพันธ์ไปหาข้ออริยสัจข้อที่ 1 อริยสัจข้อที่ 1 วันนี้คือคือทุกข์ถ้าเราไม่เห็นจริงว่าไอ้นี่คือทุกข์เราไม่ปฏิบัติหรือว่าเราไม่เข้าใจจริงๆว่านี่คือทุกข์แม้เรายังไม่เห็นน่ะแต่เข้าใจด้วยปัญญายังไม่

อ่านต่อ

เห็นจริงเห็นจังเท่าไหร่แต่ว่าเอ๊มันก็มีเหตุมีผลนะมันก็พอได้นะมันเป็นทุกข์นะเช่นยกตัวอย่างง่ายๆว่าการมีเงินนี่เป็นทุกข์นะมันก็พอเข้าใจเท่านั้นน่ะจะเห็นจริงๆก็บางคนแบบ อะไรการมีเงินเป็นทุกข์พูดอย่างนี้มันคนละเรื่องเลยเขาไม่เชื่อเราไม่เชื่อฉันไม่เชื่อหมื่นไม่เชื่อเพราะฉะนั้นเขาก็จะไม่ไม่ปฏิบัติไม่ปฏิบัติไม่คืนเงินไม่สละเงินหวงแหนเงินติดเงินเห็นว่าเงินได้เงินมามากๆเป็นดีมึงก็ทนกันทนกระแสกันเขาไม่เชื่อเขาไม่เห็นจริงนี่เขาไม่เชื่อว่าชีวิตที่ไม่มีเงินแล้วมันจะไปอยู่ได้ยังไงมันจะไปส่งได้ยังไงมันจะไปสมบูรณ์ได้ยังไงมันจะวิเศษได้ยังไงก็ไม่เชื่อไม่เชื่ออย่างนี้เป็นต้นร่างกายไม่เห็นว่าอันนี้เป็นทุกข์เห็นว่าการมีเงินเป็นทุกข์คนนั้นถึงจะหาทางหาวิธีปฏิบัติเพื่อการไม่มีเงินการเห็นว่าสม ผู้หญิงผู้ชายนี่เป็นทุกข์เขาจึงจะหาวิธีการเลิกเลิกมาไม่สมสู่การฆ่าสัตว์เป็นทุกข์การลักทรัพย์เอาทรัพย์ของคนอื่นเขาที่ไม่ใช่ของของเราเป็นทุกข์การเกี่ยวข้องกับเอาแต่ต้นๆการมีผัวหลายผัวหลายเมียเป็นทุกข์เอาแต่แค่อยากต้นๆก่อนการพูดกฎเป็นทุกข์การติดสิ่งเสพติดหรือว่าติดสิ่งอะไรก็ตามแต่มัวเมาสิ่งหยาบๆต่ำๆเป็นทุกข์นอกจากเป็นทุกข์แล้วก็เป็นเหตุแห่งทุกข์เป็นทุกข์สมุทัยเป็นทุกข์สมุทัยเป็นเหตุแห่งทุกข์นอกจากเป็นทุกข์และยังมีรากเหง้าลงไปอีกเป็น ตัวแกนตัวอย่างลงไปอีกจากวัตถุแล้วยังมีสัมพันธ์กันกับจิตเป็นวัตถุแล้วจะสัมพันธ์กับจิตนะเงินที่จริงเงินมันไม่มีอะไรที่จริงเงินมันก็คือเงินในโลกจะบอกว่าเงินคือเหตุแห่งทุกข์มันก็ไม่ได้เป็นเหตุอะไรมันก็เป็นตัวเงินของมันเงินมันก็คือเงินคนไหนที่ไม่ติดไม่ยึดแล้วเงินมันก็ไม่มีแดกอะไรเราก็ไม่ได้ไปเป็นภาพมันก็เฉยๆไม่มีก็ได้จะมีก็ได้จับก็ไม่ร้อนไม่เป็นไฟเป็นฟืนอะไรแล้วเราก็แน่ๆใจแล้วไม่มีเราเห็นว่าไม่มีดีกว่าก็สบายแล้วสลากออกได้ยืนยันได้มีบทบาทมีตัวอย่างเป็นการงานก็อยู่ได้มีงานมีการมีความเป็นอยู่มีอะไรต่ออะไรก็เป็น ที่ดีวิเศษอย่างนี้เราไม่ใช่เป็นคนไม่มีเงินแล้วก็สิ้นไร้ไม้ตอกทำอะไรก็ไม่ได้เป็นคนไม่มีคุณไม่มีค่าอะไรเลยก็ไม่ใช่มีคุณมีค่าได้ที่นี่ไอ้ตัวที่เหตุที่มันจะไปเกี่ยวข้องก็บอกว่ามันมีจิตใจเข้าไปร่วมด้วยจิตที่เป็นอวิชชาจิตที่เป็นปัญหาเป็นกิเลสเป็นอุปทานเป็นอะไรก็ตามแต่อีกเยอะแยะนั่นน่ะเป็นเหตุแห่งทุกข์ตัวร้ายเพราะฉะนั้นเนี่ยไม่เกี่ยวกับไอ้ตัวการเห็นการเป็นหรือว่าวัตถุอะไรต่ออะไรต่างๆนานาเราก็จะต้องศึกษาเรียนรู้ทุกการจะรู้ทุกข์ไม่ใช่เรื่องง่ายการจะรู้เหตุแห่งทุกข์ยิ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเป็นเรื่องปรมัตถ์ การรู้ทุกการรู้เหตุแห่งทุกข์ไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อเรารู้แล้วว่านี่เป็นทุกข์เห็นเชื่อเข้าใจแล้วก็มาหาวิธีการปฏิบัติเรียกว่าศีลมาหาหลักเกณฑ์ปฏิบัติเลยว่าถือหลักปฏิบัติหรือกรรมฐานเพื่อที่จะให้มันรีบมันลดมันปลดมันปล่อยมันทำปฏิกิริยากันเพื่อที่จะให้ล้างลงลดลงจริงๆเราก็มาปฏิบัติด้วยหลักของศีลศีลปฏิบัติไปถือหลักนี้ก็ขัดก็กล่าวเราไปถึงจิตเราบริสุทธิ์กายได้ก็ดีอยู่คันนึงเสร็จแล้วมันจะถึงจิตขัดเกลาไปถึงจิตจิตจิตศีลก็จะเป็นอาทิตย์ศีลจิตก็จะถูกขัดเกลาเข้าเร็วกว่าที่จิตเพราะจิตถูกขัดเกลาเข้าจนกระทั่ง ลงสะอาดลงแล้วก็จะเกิดปัญญาเกิดปัญญาเห็นว่าเออการไม่ติดไม่ยึดอย่างนี้เบาและการไม่มีอย่างนี้สบายนอกจากสบายแล้วยังจะเจริญเจริญอีกรูปหนึ่งซึ่งไม่ใช่เรื่องนึกคิดคำนวณคะแนนเราจะเห็นจะรู้เองว่าอ๋อมันเจริญอย่างนี้มันสบายอย่างนี้มันเมามันง่ายงี้มันไม่ต้องเป็นภาระอย่างนี้มันวิเศษมันเหนือชั้นขึ้นไปอีกอย่างนี้อย่างนี้มันจะเกิดอธิปัญญาหรือปัญญาฉันญาณทัศนะวิเศษขึ้นมาไม่ใช่ดาวเห็นที่เราเป็นเรามีเห็นประสบการณ์ประสบการณ์ด้วยเป็นการที่เกิดจริงเป็นจริงที่ตนหรือสัพพะนี่แปลว่าการเกิดที่ตนหรือสรรพนามแปลว่าตัวตนด้วยนะสวะของ สวะหรือสรรพที่เอามาเป็นภาษาไทยๆก็สอนหรือประสบการณ์เข้าไปเป็นประสบการณ์ประสบการณ์หมายความว่าการเกิดอย่างนั้นเป็นอย่างนั้นเป็นตัวตนเพราะฉะนั้นการเกิดผลดีก็เป็นตัวตนอันดีการเกิดผลร้ายก็เป็นตัวตนอันตรายการเกิดผลดีจนกระทั่งถึงที่สุดก็เกิดเป็นตัวตนอันเรียกว่าอรหันต์อรหัตผลเป็นผลอันมีอัตราอันสุดยอดดีจริงแล้วอย่างนี้ก็เป็นตัวตนของผู้ปฏิบัติดีแล้วเมื่อเรารู้ว่าเราจะปฏิบัติยังไงเรา ล้างรถยังไงหากรรมฐานหาศีลมาปฏิบัติเข้ามันก็จะลดลงลดลงลดลงจางคลายลงจิตก็ดีขึ้นเก่งขึ้นปัญญาก็เห็นแจ้งขึ้นเห็นคุณเห็นค่าขึ้นสบายขึ้นพ้นทุกข์ขึ้นต่างๆนานาพวกนี้ปัญญาก็ร่วมรู้ร่วมเห็นจิตก็ถูกขัดถูกเปล่าหลักการต่างๆก็ยิ่งละเอียดลออขึ้นยิ่งสูงขึ้นยิ่งจะมีปัญญารู้ว่าศีลมีขนาดนี้อยากๆเราได้แล้วยังศีลท่านละเอียดเติมศีลขึ้นอีกเติมหลักการขึ้นอีกเติมชั้นเชิงขึ้นอีกให้ลึกซึ้งขึ้นอีกเราก็ยิ่งจะละเอียดจิตก็จะละเอียดขึ้นอีกจิตจะเคร่งครัดขึ้นอีกปัญญาก็ยิ่งจะเห็นของสูงชั้นสูงขึ้นได้อีกจนที่สุดถึงขั้นทุกคดีโรจน์ดับทุกข์ได้ดับเศษดับเชื้อดับเหตุแห่ง สนิทหมดแม้จะดับได้หมดแล้วเราก็ยังอยู่กับโลกยังอยู่กับประชาชนยังอยู่กับชาวบ้านสัมผัสได้การบรรลุธรรมของพระพุทธเจ้าไม่ใช่อย่างฤาษีท่านเห็นเด็ดขาดว่าโอ้ถ้าเผื่อว่าปฏิบัติแล้วมานั่งหลับหูหลับตาเอาอย่างอรัลดาบสอุทกดาบสมันนั่งอย่างนี้แล้วก็บอกว่าหลุดพ้นแล้วก็สบายไปเข้าอยู่ในภพภูมิเป็นเพราะว่าตัณหาอีกเชิงหนึ่งจริงโดยรูปแบบหยาบไม่หลงไหลลาภยศสรรเสริญไม่หลงไหลกามคุณอะไรไม่แล้วไม่วิ่งซอกๆไปเสพไปติดไปปรุงไปแต่งอะไรแล้วล่ะไม่ไปสัมผัสสัมผัสไม่ไปยุ่งไปเกี่ยวไปคลุกคลีแล้วก็ได้ถึงแม้แค่นั้น ตัวเองก็ยังอยู่ห่างอยู่ไกลเข้าไปคลุกคลีเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านั้นเองก็ยังไม่ได้ยังไม่แน่จริงเป็นเพียงแต่เพียงความห่างห่างพรากจากสิ่งเหล่านั้นก็พอทนได้ถ้าเขาไปแตะไปต้องเข้าไปเกี่ยวไปข้องเราก็ยังไม่เสด็จขาดจิตยังไม่แห้งเสด็จจิตยังไม่ขาดสนิทด้วยปัญญาด้วยด้วยจิตที่ไม่กลับกำเริบด้วยมันไม่มีพระพุทธเจ้ามันไกลตรงมาพยายามพิจารณาปฏิบัติประพฤติค้นคว้าจนเห็นจริงว่าโอ้ลึกซึ้งกว่านั้นยังมีอีกลึกซึ้งกว่าที่ฤาษีเขาทำได้แค่นั้นดูรูปง่ายๆแค่นั้นใครก็เข้าใจอยากดูสีหรือว่าเพราะหรือว่าภิกษุไปบวชแล้วก็ปฏิบัติหนีไปอยู่ป่าอยู่เขาอยู่ถ้ำ ห่างไกลห่างไกลจากไอ้พวกลาภยศสรรเสริญห่างไกลจากกามจากอบายมุขจากอะไรต่ออะไรแล้วก็นั่งอยู่บำเพ็ญแล้วก็พยายามกดข่มจิตของตัวเองเอาระงับนะๆนั่งกดนั่งข่มอย่างนี้เห็นง่ายว่าท่านไม่เกี่ยวข้องกับลาภยศไม่เกี่ยวข้องกับการไม่เกี่ยวข้องกับอบายมุขเห็นง่ายเห็นง่ายว่าท่านเออท่านท่านไม่เกี่ยวข้องแล้วนะท่านหลุดพ้นน้องก็เป็นความหลุดพ้นที่เห็นได้หยาบๆตื้นๆยังไม่ลึกซึ้งยังไม่เนียนในยังไม่มีเศษแท้จริงจุดนี้ก็ต่างกันของพุทธกับฤาษีศาสนาพระพุทธเจ้านั้นเนียนในบริสุทธิ์จิตอย่างมั่นคงแข็ง แดงอย่างเด็ดขาดนิโรธมีทุกข์นิโรธแล้วแล้วก็ยังอยู่อย่างชาวบ้านทุกนิโรธคือทุกข์นิโรธคามินีปฏิปทานี่อริยสัจข้อที่ 4 ชื่อเต็มๆว่าทุกข์นิโรธคามินีปฏิปทาภาษาบาลีว่างี้ก็คือทุกข์นิโรธตัวที่ 3 นั่นแหละมีคามินีปฏิปทาคือมีความประพฤติอยู่อย่างชาวบ้านความประพฤติของผู้ที่บรรลุขั้น 4 แล้วเหมือนอย่างชาวบ้านแต่ก็ไม่เหมือนชาวบ้านเพราะท่านมีทุกข์นิโรธท่านดับทุกข์คนอื่นเขาไม่มีเงินเขาทุกข์เราอยู่กับคนก็มีเงินเราก็ไม่แย่งเงินเขาไม่เป็นพิษไม่เป็นภัยเราไม่มีเหตุแห่งทุกข์แล้วสบายๆเราไม่มีการไม่แย่งกามใครเราสละแล้ว รอยบาปแล้วรอยสิ่งที่คนเขาติดแล้วเราไม่มีสบายๆแล้วก็อยู่กับเขาไม่เป็นภัยกับเขานอกจากไม่เป็นภัยแล้วเรายังสร้างสรรค์ด้วยเราจะสร้างอนุโลมทำโน่นทำนี่อย่างน้อยก็ทำให้แก่เขาได้มาพ้นทุกข์มันอย่างเราสอนเขาเอื้อเฟื้อเกื้อกูลเขาเขาจะสร้างเขาจะสอนอะไรอยู่ก็เอ้าว่าไปอันไหนที่มันมากไปแรงไปเราก็ห่างกันให้เขาช่วยห้ามช่วยกันให้แก่ชาวโลกชาวบ้านชาวช่องเค้าซะด้วยอะไรที่มันร้ายมันแรงอะไรที่มันเลวมันต่ำอะไรต่างๆนานารู้ขั้นรู้ตอนรู้ฐานะรู้ความเป็นของมันแต่ละอย่างแต่ละอย่างไว้ในรายการมาร้ายกาจน้อยอะไรรู้ช่วยเขาปัดเป่าห้ามกั้นเขามาทำประโยชน์ เข้าได้แล้วฉันประชาสัมพันธ์อยู่กับสิ่งเหล่านี้ได้อย่างนี้เป็นความประเสริฐของมนุษย์ใครเห็นบ้างว่าพระพุทธเจ้าท่านมีตาสูงมีภูมิปัญญาสูงเห็นว่าคนเราเนี่ยถ้าจะไปดับอย่างฤาษีนี้มันยังไม่สูงจริงมันยังไม่มีค่าจริงถ้าดับได้อย่างที่พระพุทธเจ้าท่านเห็นนี่สูงกว่าท่านก็ลองปฏิบัติลองปฏิบัติแล้วก็ตรวจสอบพิจารณาพิสูจน์แล้วจนเห็นจริงปฏิบัติได้แล้วมันสนิทเนียนจริงๆด้วยสนิทเนียนจริงๆด้วยเพราะมันยืนยันยืนยันเลยสถิตเสถียรมั่นคงถาวรเพราะรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งรู้เท่าทันว่าสิ่งอย่างนี้ไม่เที่ยงสิ่งอย่างนี้ไม่ใช่เหตุปัจจัยที่ รู้ทะลุโลกหมดเลยว่าจิตของเรานี่แหละเป็นตัวผีร้ายที่มันหลงติดหลงเสกล้างความผิดความเสพออกหมดจนไม่เหลือเชื้อเป็นอนัตตาทำเห็นแพ้ว่าอนัตตาทำปรากฏเห็นว่าสิ่งติดสิ่งยึดในจิตในใจปรากฏที่หายไปไม่มีเหลือมันก็ไม่มีจริงๆปัญญาก็รู้แจ้งออกมันดีอย่างนี้นะไม่เหลืออารมณ์อาการแบบนี้มันดีอย่างนี้เห็นมายาของโลกเห็นสิ่งที่มันเกิดมาโดยการหลอกกันในโลกและเราก็ไปหลงตามโลกโลกหลอกกันมานานแสนนานเมื่อเราไม่มีจิตตัวที่เป็นหลงถูกโลกหลอกๆมีแล้วเราก็อยู่กับมันได้สบายอยู่แล้วก็ช่วยโลกเขา พิธีกรรมเวทีที่จะปฏิบัติพระพุทธเจ้าท่านก็ยืนยันว่าเอกนามโคสิ่งที่จะปฏิบัติในแบบสติปัฏฐานคือมีสติสัมปชัญญะเป็นสำคัญมีโพชฌงค์ 7 มีสัมมารามองค์ 8 มีปฏิบัติตามนี้พยายามปฏิบัติให้รู้ความประชุมเป็นขั้นเป็นตอนมีกรรมฐานมีหลักมีเกณฑ์เป็นขั้นเป็นระดับอ้าวเขาเอาแค่ไหนก่อนเห็นแล้วว่าตัวนี้เป็นทุกข์เอาตัวนี้เป็นศักยะเป็นตัวทุกข์ร้ายกาจตัวนี้ก่อนเอาแค่นี้ก่อนเอาแค่ศีล 5 เอาแค่ศีล 8 เอาจุลสิงห์เพิ่มขึ้นมาภาษีก่อนนั้นคนนี้เพิ่มขึ้นมาเอามาปฏิบัติจริงๆยืนยันยืนยันจริงๆปฏิบัติไปก็ลดละได้อย่างพวกเรานี่มาพากันปฏิบัติโดยหลักเก่าของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ไปเอาแต่ฤาษีมาเดี๋ยวนี้มันเป็นฤาษีหมดแล้วการปฏิบัติธรรมนั่งหลับหูหลับตาไปลูกเดียวนั่งหลับหูหลับตาเป็นลูกเดียวพอบอกศีลก็กลายเป็นศีลเล่นลิเกไม่อยากภันเตติสะระเณนะสะหะอาว่ากันเป็นหมู่เป็นกลุ่มร้องเพลงเขาเรียกว่าโฟล์คซองพอเวลาร้องหมู่ผลัดเปลี่ยนกันเพราะหมูร้องมายังภันเตหรือไม่ลองหมูไม่ได้ก็ว่าเป็นตัวแทนคนนึงมายังภันเตภีรเดชสะหัสแทนแล้วก็ให้พระท่านว่าพระท่านก็ร้องโฟล์คซองอีกอย่างเก่าเมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็ขึ้นมาติดต่อป่วย มณีสิกขาปะทังสะมาทิยามิพวกคุณก็มาๆๆร้องแล้วก็ร้องอีกร้องอีกก็ร้องแล้วไม่เกิดรู้อะไรเอาไปปฏิบัติอย่างไรรายละเอียดความหมายของศีลมีว่าอย่างไรปฏิบัติถูกต้องหรือไม่ได้มักได้ผลแล้วหรือยังขัดเกลาจิตเราหรือเปล่าไม่รู้เรื่องไม่รู้เรื่องมีแต่พูดปากเปล่าร้องเพลงโฟล์คซองไปชาติแล้วชาติเราไม่เกิดประโยชน์อาตมาพูดอย่างนี้มันน่าหนำใจคนที่เข้าใจดีแล้วก็ไม่โกรธคนไม่เข้าใจหาว่าไปว่าเขาเพราะเขายังทำอยู่เขาบอกว่าฉันทำไมฉันจึงทำก็เลิกซะสิก็มันเปล่าได้อ่ะทำแล้วมันก็ไม่ได้เรื่องได้ราว เอามาปฏิบัติเข้าเรื่องเข้าราวมันจะได้ถ้าเขาไม่เข้าใจเขาก็ยังไม่รู้เขาก็หาว่าไปว่าก็ว่าแล้วก็มันเปล่าได้อ่ะทีนี้ถ้าพูดใดเข้าใจและทำได้แล้วจริงปฏิบัติเกิดจึงเห็นผลจริงผู้นั้นก็ยิ่งจะซาบซึ้งเกิดวิริยะศรัทธาเลื่อมใสนี่เราเรียกว่าอินทรีย์พละเกิดเพราะว่าได้หลักแล้วเอามาปฏิบัตินี่แหละประจำวันนี้แหละเรียกว่าสติปัฏฐานมีสติปัฏฐาน 4 พยายามรู้นะว่าความประชุมของสิ่งนี้เรื่องนี้เรื่องนี้เป็นอย่างไรอย่างไรและเราก็มารับรู้ไปจนกระทั่งถึงจิตมีสติคอยควบคุมดูแลปฏิบัติไปเรามีศีลข้อ 5 เรามีศีล 5 ข้อนะแล้วก็ระวังจริงๆไม่ฆ่า มันละเอียดขึ้นเป็นอาทิตย์สินให้มันสูงขึ้นมีคุณค่าว่าเราไม่ฆ่าแล้วเราไม่กินเนื้อมันแล้วเราไม่ไปทำร้ายทำลายมันไม่ให้มีเชื่อใจไม่มีเชื้อไม่เชื่อไปโยงไปติดต่อไปเป็นเหตุปัจจัยต้องเพราะเรากินเราจึงไปให้เขาฆ่าอะไรนี่ไม่ต้องเพราะเราเองเราไปบอกเขาเขาถึงไปฆ่าก็ไม่ต้องอะไรต่างๆนานาต่อโยงเชื่อมโยงไปเราจะมีอธิษฐานละเอียดสุขุมขึ้นจิตเมตตามันก็เกิดมันเกิดเพราะเราปฏิบัติมันเกิดเพราะมันเป็นจริงนะเราบางคนมาปฏิบัติเข้ามาปฏิบัติเข้าก็เห็นจริงก็เกิดศรัทธาศรัทธามันไม่ได้เกิดเพราะว่าได้แค่เชื่อตามๆไม่ได้ไปมันเกิดตามการปฏิบัติเป็นเกิดอินทรีย์เกิดพระไม่ใช่ไม่เชื่อแค่นั้นพอเข้าใจแล้วจะไม่เชื่อ ความเข้าใจเฉยๆน่ะเป็นสัมมาทิฏฐิเท่านั้นพอปฏิบัติแล้วเห็นผลมันเกิดศรัทธาเชื่อตัวเองปฏิบัติเพื่อผลของตัวเองต่างหากเล่าเราไม่ได้เชื่อตามกาลามสูตรเชื่อเพราะข่าวเชื่อเพราะตำราเชื่อพระครูบาอาจารย์สอนไว้เชื่อเพราะความเห็นของเราประมาณแล้วเข้าใจเข้าใจตามความเห็นไม่ใช่เชื่อเพราะอย่างนี้เลยแต่เชื่อเพราะได้ปฏิบัติมีผลมีสิ่งที่ได้มีเป็นว่ามันดีเห็นด้วยปัญญาเข้าใจตัวที่เกิดที่เป็นแล้วมันเชื่อมั่นมันถึงไม่ได้เชื่อใน 10 ข้อในกะลามันสูงตามนั้นไม่ใช่เชื่อเพราะมันเป็นจริงมีจริงเป็นจริงนี่ศรัทธาตัวนี้มันเกิดอยู่ในตัวเดียวพละทรัพย์อินทรีย์หรือศรัทธาพละเกิดศรัทธาแล้วก็เกิด วิริยะเกิดเพียรเอามันได้ดีแล้วมันก็เพี้ยนขึ้นคุณขยันมาวัดเนี่ยคุณก็เพราะว่าเห็นว่าได้ดีปฏิบัติแล้วได้ผลได้ละได้ลดลงได้อะไรขึ้นก็ขยันขึ้นมันขยันนี่มันบังคับมันก็สูญหายแต่ถ้ามันตัวขยันตัวจริงแล้วนะโอ๊ยมันไม่เน็ตไม่เหนื่อยเห็นแล้วมันไม่เน็ตไม่เหนื่อยมันเอาจริงๆเลยมันสงบสมบัติก็ยังได้เลยจิตใจมันตัววิริยะนี่มันเหลือมันเกิดจริงเป็นจริงแล้วมันไม่เน็ตไม่เหนื่อยไม่ทนไม่ทานไม่ๆจะอดไม่ต้องอดต้องทนไม่ต้องต้านต้องฝืนอะไรเลยมันสบายๆแม้คนอื่นจะเห็นว่าหนักหนาแล้วนะนี่โอ้โหยหน้าเน็ตหน้าเหนื่อยไม่เหนื่อยเหรอไม่เหนื่อยหรอกเลือดสดเชียวนะเหงื่อแตกยางออกใช่ไหมก็ยังสู้สู้ได้เลยนะเนี่ยตัววีรยามันเป็นบท อย่างนั้นมันเอามันเอาเลยวิริยะประกันงานอันนี้มันเป็นวิริยะพละมันเป็นวิริยะอินทรีย์เรียกว่ามิได้ยินวิริยะอินทรีย์ 5 พละ 5 เอ้ยไม่ใช่อินทรีย์ 5 พละ 5 อาตมาก็มาอธิบายเพราะปฏิบัติแล้วมันจะเกิดผลอย่างนี้สั่งสมลงที่ตัวอินทรีย์เรียกว่ามันเกิดผลเป็นอำนาจชั้น 1 พละหมายความว่ามีผลข้างนอกและนายดันกันเพิ่มขึ้นมาสูงขึ้นอินทรีย์ 5 พละ 5 นี่เหมือนกันมีศรัทธามีวิริยะมีสติมีสมาธิมีปัญญา 5 ตัวเหมือนกันมันจะเสริมขึ้นมาเป็นความขยันเพียรเป็นสติมันจะมีสติคือความระลึกได้ระลึกรู้มันเจริญอยู่กับเรื่อง นี่แหละมาจดจ่อสติมันไม่คลายจางมันไม่พรากห่างมันระลึกรู้อยู่เรื่อยเลยเรื่องนี้ส่วนนี้ผลได้อันนี้หรือว่าการปฏิบัติอย่างนี้มันจะอยู่กับตัวเรามันไม่ใช่จะโอ้ยลืมๆไปนานๆเผลอไปตั้งร้อยชั่วโมงแล้วก็ยังไม่รู้ตัวอะไรไม่ใช่มันจะอยู่เคียงข้างเราไปทีเดียวเรียกว่าสติที่มีองค์องค์ธรรมประกอบระลึกได้ระลึกถึงธรรมมีองค์ธรรมมีหลักของศีลอยู่ใกล้ตัวคลอเคลียอยู่เลยแล้วเราก็ปฏิบัติตามนี้มันยังไม่สะอาดบริบูรณ์ก็รู้อยู่ได้ขึ้นเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นก็รู้เรื่อยไปปฏิบัติไปก็จะเห็นกายเห็นความประชุมขององค์ธรรมเห็นความประชุมของคำว่าเราได้ดีขึ้นเราได้ปฏิบัติขึ้นมันจะมี อารมณ์อย่างนั้นนะนักปฏิบัติธรรมมันจะมีอย่างนั้นคุณเป็นหรือเปล่าฟังดูฟังดูยังอาตมานำเอาศีลข้อที่ 1 มาอธิบายเป็นศีลเป็นอธิษฐานแล้วก็นำพามีกรรมวิธีให้ปฏิบัติสูงขึ้นพาปฏิบัติศีลแค่ไม่ข้อ 1 ว่าไม่กินไม่กินเนื้อสัตว์ให้ระมัดระวังนะถืออย่าไปตกแม่ยะอะไรต่ออะไรต่างๆนานาให้ระมัดระวังคุณเองคุณรับไปคุณเห็นอานิสงส์คุณเข้าใจคุณไปปฏิบัติเขาอาตมาผูกชักไว้ในตรงที่ว่าไม่กินนี่แหละเพราะว่าตัวกินนี่เป็นตัวร้ายไม่กินเนื้อสัตว์ด้วยนี่แหมมันผนึกใจมันจะต้องระมัดระวังมันจะต้องรู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่ด้วยมันทำไม่เกิดเป็นกรรมฐานเป็นสติเป็นสติปัฏฐานก็ต้องเยอะแล้วคุณก็มีชีวิตไปโน่นมานี่แม้แต่คุณจะประสบของกินของอยู่ ไอ้อาหารก็เยอะคุณก็จะรู้ตัวว่าเออมันมีหรือเปล่าเนี่ยไปเจอต้มไอ้โน่นผัดไอ้นี่แกงไอ้นั่นหรือว่าของหวานของเค็มของคาวอะไรมันมีเนื้อสัตว์หรือเปล่ามันจะไปเกี่ยวข้องถึงปานังเรียกว่าชีวิตสัตว์หรือสัตว์เพิ่มขึ้นและคุณก็จะระมัดระวังตัวเพิ่มขึ้นรู้ตัวทั่วพร้อมเพิ่มขึ้นเกิดสติเกิดสติพละจริงๆอาตมาใช้นโยบายหรือใช้กุศโลบายให้กระทำอย่างที่ว่านี้เคร่งครัดขึ้นไม่ใช่อาตมาหรอกพระพุทธเจ้าทำมาแต่แต่ก่อนนี้เขารู้ดีเขาทำอยู่แล้วเดี๋ยวนี้มันเหลือมันเรื่องมันเลอะเทอะมันกลายไปจนกระทั่งไม่เอาแล้วไม่ปฏิบัติด้วยเพราะว่าปฏิบัติอย่างนี้หาว่าไม่ใช่ทางสิหาว่าไม่ถูกต้องซะอีกแล้วก็ ร้องจากโฟล์คซองก็ไม่ได้เรื่องอะไรอยู่นั่นเองไม่ได้ระมัดระวังอะไรไม่ได้มีหลักเกณฑ์อะไรที่จะช่วยให้เราเกิดสติสัมปชัญญะมากและก็เกิดสติปัฏฐานที่สมบูรณ์ขึ้นมาไม่มีเมื่อไม่มีมันก็ไม่ได้เรื่องทีนี้เมื่อมาทำแล้วเริ่มต้นเนี่ยมันก็จะสัมพันธ์กันมีการขัดกันกล่าวอธิษฐานก็เกิดอินทรีย์เกิดอย่างที่ว่าศรัทธาเกิดวิริยะเกิดสติเกิดสมาธิก็เกิดสมาธิคือจิตที่ดียิ่งขึ้นยิ่งขึ้นเรื่อยๆสมาธิจิตที่ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆต่อเนื่องกันขึ้นมีมากขึ้นมีคุณภาพที่ดีตามที่เราเข้าใจตามที่เราหมายได้มากขึ้นมากขึ้นสั่งสมขึ้นจิตเราดีกายกรรมดีวจีกรรมดีสั่งสมดีขึ้นมาเรื่อยเรียกว่า อยู่ในรอบของอัฐิอัฐิศีลอธิจิตอธิปัญญาในรอบของสมาธิมีสมาธินี่คืออัฐิของทั้งหมดสามารถบอกอาทิอธิศีลศีลก็ดียิ่งขึ้นอธิกิตจิตดียิ่งขึ้นอาทิปัญญาปัญญาดียิ่งขึ้นสมาธิดียิ่งๆขึ้นก็ตกไปเป็นปัญญาปัญญาเป็นตัวท้ายปัญญาเป็นอินทรีย์ปัญญาเป็นพระปัญญาเป็นตัวแจ้งตัวชัดปัญญาเป็นตัวเห็นแจ้งเห็นจริงไม่ใช่ปัญญาแต่แค่ไปฟังเหตุผลแล้วก็รู้เฉยๆหรือเป็นคนคิดแล้วก็เข้าใจฉันไม่ใช่ปัญญานี้มันเห็นจริงรู้จริงมันเกิดความรู้รอบรู้รู้ยิ่งรู้ทะลุไอ้รู้แค่นี้แล้ววันนี้มันแทงลุกขึ้นไปอีกครั้งจนรอบโดยเรียกว่าเขาถึงใช้ภาษา ทะลุรอบหรือแทงรอบนี่ใช้ภาษาเพื่อที่จะให้ยืนยันรอบเลยข้างนอกข้างในข้างบนข้างล่างมันก็ทะลุจริงไม่ใช่ปัญญาตื้นๆแค่เห็นแค่ผลไม่เป็นยาแค่เข้าใจแค่มีของจริงทะลุทะลวงชอนไชเห็นหลุดร่อนก็รู้ว่าหลุดสบายก็รู้สบายเป็นคุณก็รู้ว่าเป็นคุณไม่มีก็รู้ว่าไม่มีเห็นตัวไม่มีมีตัวไม่มีเป็นคุณก็เห็นคุณนั้นมีคุณนั้นอยู่ที่เดียวเห็นปรากฏอยู่ที่เรามันลึกซึ้งกว่ากันแล้วมันเป็นของจริงมันมีของจริงในตัวมันนะใครปฏิบัติได้ก็รู้คนนั้นเป็นคนนั้นใครไม่มีจะโมเมเอาไปฉันทำทีเป็นมีคุณก็โกหกเขาไปได้แต่เขาจับได้ก็ก็ขายขี้หน้านะ เขาไม่ซื้อหรอกขี้หน้าคุณคุณขายขี้หน้าคุณเองคุณจะขายเขาก็ไม่ซื้อหรอกจริงๆจะเกิดภาวะจะเกิด 5 อย่างนี้สนับสนุนขึ้นมาเรื่อยๆๆเพราะการปฏิบัติแท้จริงมีโทษชงกัน 7 มีสติอันนี้ก็เป็นองค์แห่งการเกิดของพุทธพระพุทธเจ้าเกิดโทษธง 7 จึงเกิดพระพุทธเจ้าเกิดสัมมาอริยมรรคองค์ 8 จึงเกิดโดยเฉพาะ 2 ตัวนี้ท่านย้ำยืนยันโพชฌงค์ 7 กับอริยมรรคองค์ 8 นี่ไม่มีของศาสนาไหนมีศาสนาพุทธเท่านั้นพระพุทธเจ้าท่านตรัสยืนยันเพราะตถาคตเกิดโพชฌงค์ 7 จึงเกิดเพราะตถาคตเกิดสัมมารี ถ้าท่านไม่เกิดไม่มีไม่มีหลักการนี้หลักการนี้เป็นหลักการที่เกิดมากับพระพุทธเจ้าเราจึงอธิบายเป็นบุคคลอธิษฐานว่าพระพุทธเจ้าเกิดเดิน 7 ก้าวโพดชงนี่เป็นการเดินองค์พระโพธิแปลว่าองค์ขาองค์ขาขา 9 9 9 9 8 9 1 แล้วโภชง 1 เรียกว่าสติใครมีสติครองสติอยู่รู้ตัวทั่วพร้อมอยู่เสมอผู้นั้นเป็นพุทธะหนึ่งแล้วก็พุทธะ 1 เกิด 91 เป็น 9 ที่ 1 พุทธะถ้าใครมีองค์นี้เรียกว่าเราอยู่ในหลักของพุทธะมีสติองค์ที่ 2 เกิดธรรมวิจัยธรรมวิทยาสัมโพชฌงค์เมื่อมีสติแล้วก็วิจัยรู้ระลึกรู้ธรรมะต่างๆศัพท์พระธรรมะธรรมทั้งหลายมาสัมผัสเรามากระทบเรามาได้เราก็รู้นี่เป็นนอกนี่เป็นนายนี่เป็นกายนี่เป็นเวทนาหรือนี่ถึงจิตและวิจัยจิตวิเคราะห์จิตรู้นี่ถึงอารมณ์ของเรานี่อารมณ์เป็นอย่างนี้อย่างนี้มีอารมณ์อย่างนี้ดีอารมณ์อย่างนี้ไม่ดีรู้ชัดแล้วก็ไม่เอาในสิ่งที่ไม่ดีดับค่าปรับปล่อยอยู่เสมอเห็นชัดเป็นธรรมะวิจัยแบ่งแยกออกถูกต้องเป็นองค์ที่ 2 เป็น 9 2 พูดจบใครมีหลักอย่างนี้นั่นคือหลักของพระพุทธเจ้าเรียกว่าคุณเป็นการเกิดของพระพุทธเจ้าที่ทำวิจัยปัญหาเหรอทำไมเจ้าคุณนอจึงกล่าวต่อสาธารณสุขว่ากระเพาะหรือร่างกายของท่านไม่อาจรับอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ไม่ไม่อาจรับอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ได้เพราะท่านได้ทดลองฉันบางมื้อตั้ง 3 เดือนแล้วแต่ยังทำไม่ได้เพราะอะไรเพราะท่านก็เป็นพระในศาสนาพุทธและเป็นพระที่มียศ สมเด็จเจ้าคุณนรและท่านใดอ้างว่าคนธรรมดาไม่อาจทำได้อีกด้วยไม่กินเนื้อสัตว์ใครถามมาดิเจ้าคุณนรทำไมว่าด้วยคนเราไม่กินไปกินเนื้อสัตว์เจ้าคุณฉันเนื้อสัตว์โดยชีวิตของท่านนั้นจะเป็นเจ้าเป็นพระเจ้าคุณนรนี่ถ้าไม่ฉันเนื้อสัตว์ที่ถามมานี่ไม่ถูกเลยยืนยันว่าท่านธรรมดาท่านฉันเนื้อสัตว์ถ้าทดลอง 3 เดือนอะไรถ้าไม่ใช่เนื้อสัตว์มาจะเป็นไม่รู้กี่ปีจนตายอะไรนะรู้จักคุณนอนกินเนื้อสัตว์ที่ไหน เดี๋ยวคุณน้องไม่กินเนื้อสัตว์อะไรเรื่องนี้จะเป็นเจ้าคุณนรเอามาอ้างหรืออะไรก็ตามแต่เถอะมันมีพวกที่เขารู้จริงรู้จริงๆไอ้นี่ก็รู้แค่นี้ก็ยังไม่จริงเลยแต่คุณน้อยถ้าไม่ได้ฉันหรือสัตว์ที่จริงแล้วไปยื่นไปเอาบอกว่าเหตุผลไม่ร้องฉันเดินทางเนื้อสัตว์อะไร 3 เดือน 4 เดือนอะไรยังไงเอานี่เอาข้อมูลไว้ไม่ค่อยคุยกันเรื่องนี้ตอนนี้อธิบายเรื่องนี้ก่อนนะแล้วก็ส่งไปข้อที่ 2 แล้วการเกิดของพุทธองค์ที่ 2 เนี่ยการก้าวต่อไปก็คือเมื่อมีสติแล้วก็มีการระลึกรู้สัมผัสสัมพันธ์รู้แล้วแยกทำมาวิจัยพิจารณาทำวิจัยทำอยู่ได้เสมอรู้ดีรู้ชั่วรู้กุศลาธัมมา เวลาทำมาอัพจักรยานตุ๊กตาธัมมารู้ธรรมะที่นี่ดีแล้วนี่ไม่ดีนี่กลางๆและสูงสุดกลับมาจนได้กลางๆแล้วมีความหมายง่ายๆอย่างนี้แต่ที่จริงมันลึกซึ้งนะทำวิจัยมีทำมาวิจัยมีแล้วก็ต่อมาเป็นวิริยะจะไปบอกวิธีใช้สงสารวิธีทำเอาใจฉันโปรดส่งแล้วข้อที่ 3 มีวิริยะวิทยานี่เป็นองค์คุณที่สำคัญมากศาสนาไหนเขาก็มีเป็นตัวยาดำในการเจริญถ้าไม่มีวิริยะไม่เจริญไม่ว่าอะไรก็ไม่เจริญต้องมีวิริยะคือความเพียรพยายามความ มานะบากบั่นเพียรบ่มีความเพียรเพิ่มเสริมหนุนเข้าไปอีกก็เป็นการก้าวที่ครบองค์แค่มีสติประกอบพร้อมถ้าเรารู้ความหมายละเอียดแล้วก็มีสติไปทำไมมีสติแล้วมีคำว่าวิจัยวิจัยวิจัยวิจัยอย่างไรเราปฏิบัติจริงนะเราจะเกิดเลยว่ายิ่งรู้ดีรู้ชั่วชัดนี่เราก็จะเกิดผลและองศาเนี่ยเป็นบทบาทของโภชงเป็นการเดินได้แล้วเกิดเกิดจากเกิดผลทีเดียวมีสติปฏิบัติไปนี่เป็นเรื่องสำคัญนะศาสนาพระพุทธเจ้านี่โพชฌงค์นี่เป็นเรื่องสำคัญเป็นเรื่องของสติปัฏฐานคู่ประกอบของสติปัฏฐานสติปัญญา ร้านนี้จะมีองค์โพชฌงค์เนี่ยเป็นองค์ประกอบเกิดไปด้วยกันมาด้วยกันไปด้วยกันมาด้วยกันเป็นสติแล้วก็มีธรรมะวิจัยและก็มีวิริยะเพียรทำเอาองค์ 3 นี่ไปประกอบกับสติปัฏฐาน 4 พิจารณากายพิจารณาหรือว่าวิจัยการวิจัยเวทนาวิจัยจิตวิชัยธรรมารมณ์นั่นก็เสร็จในตัวอยู่แล้วทีนี้มันก็จะเกิดรู้ดีสูงขึ้นเรียกว่าปิติสมโภชทรงเป็นองค์ที่ 4 ก้าวที่ 4 นี้ขึ้นรอบใหม่มันรู้ดีรู้ชั่วได้ดีได้ชั่วจริงๆขึ้นมาเลยเราตัดก็ต

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน