231231 หลักแกนของศาสนา-พ่อท่าน-สันติอโศก-ห010.txt

โฟลเดอร์2523 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์169 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ธรรมะชาวอโศกชุดรักแกนของศาสนาซึ่งเป็นการอบรมทำวัตรเช้าโดยพระโพธิรักษ์ที่พุทธสถานสันติอโศกเมื่อวันที่ 31 ธันวาคมพุทธศักราช 2523 ซึ่งตรงกับวันเปิดงานสันติอโศก 24 ขอเชิญท่านผู้สนใจรับฟังได้ดังต่อไปนี้อาจเจริญธรรมญาติโยมทั้งหลายท่านในวาระ คันนี้ซึ่งหมู่เราก็ได้เป็นที่รู้กันโดยการกำหนดสัญญากันพอสมควรในระยะที่ยังจะต้องสะกิดเตือนกันหรือทำให้เกิดปัญญาให้เกิดโรคโดยการมีสัญญาณหรือสัญญากันเล็กน้อยว่าเอาแล้วนะในวันสำคัญหรือว่าวันที่เหมาะในช่วงนี้เป็นต้นว่าวันนี้วัน 15 ค่ำวันนี้วันที่ 31 1 2 3 เป็นวันจะสิ้นปีเก่าจะขึ้นปีใหม่อะไรนี่ก็ดีซึ่งเป็นเครื่องหมายเรียกว่าเป็นนิมิตหรือเป็นเรื่องเป็นวาระเป็นวันอันที่ควรจะได้ จะทำสิ่งที่ให้ยิ่งๆขึ้นในจังหวะของชีวิตมนุษย์มันก็โคจรไปวันต่อวันวันต่อวันก็ควรจะมีวันที่เราจะต้องฉันเกลียวที่เราจะต้องพยายามกระทำให้แก่ตนเองเนี่ยมันได้ตั้งขึ้นมันได้ส่งขึ้นมันได้มีการรับเอาสิ่งที่ดีหรือว่าเด็กฝึกหัดเด็กเราเด็กอบได้ลมขึ้นมาให้ดีขึ้นในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีเหตุการณ์อันนึงที่จะขอหยิบยกขึ้นมา ตัวอย่างให้ฟังว่ามันเป็นไปอย่างลึกซึ้งและเป็นไปโดยธรรมดาเป็นไปโดยปกติและจะต้องเป็นสิ่งนั้นเป็นสัญญาณอันสำคัญคือพระในปลากาลครั้งหนึ่งให้อยู่ดีๆวันนั้นก็มีพระมารวมกันต้อง 1,250 องค์เกิดมารวมกันเข้าไปงั้นแหละมาถึงก็มารวมกันแล้ววันนั้นก็เห็นว่าต่างคนก็ต่างเข้าใจกันก็เป็นวันสำคัญโดยมีนิมิตหมายอันนึงว่าเป็นวันที่ วันนี้เป็นวัน 15 ค่ำนะว่างั้นแล้วท่านก็รู้สึกของท่านเองแต่ละองค์แต่ละองค์ไม่มีใครได้นัดหมายไม่มีใครได้นัดหมายยิ่งกว่าที่เรานัดหมายกันนี้ในวันนั้นวันนั้นไม่มีใครนัดหมายต่างคนต่างรู้สึกต่างคนต่างมีจิตวิญญาณเข้าใจว่าวันนี้สำคัญเราไปรวมไม่ใช่คิดว่าไปรวมเราไปหาพระพุทธเจ้ากันเถ

อ่านต่อ

อะแล้วพระทั่วสารทิศทิศทางไปอยู่ๆกันทั่วทั่วๆไปก็มารวมกันณที่ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอันเป็นจุดศูนย์กลางหรือเป็นแกนกลางหรือเป็นกลางใจ เป็นประธานก็ได้มารวมกันมาประชุมกันมาประชุมกันโดยไม่ได้นัดไม่ได้สัญญาไม่ได้สัญญาอะไรเมื่อว่าประชุมกันเข้าแล้วพระพุทธเจ้าท่านก็ได้แสดงธรรมท่านก็ได้ให้ความรู้ให้หลักเกณฑ์สำคัญในวันนั้นเรียกว่าโอวาทปาฏิโมกข์ถ้าคำว่าโอวาทปาฏิโมกข์นี้แปลเป็นภาษาง่ายๆหรือบอกเป็นความหมายไทยๆที่เข้าใจกันได้ดีก็หมายความว่ากำชับกัญชาในแก่นในหลัก ของพระศาสนาให้แก่พระที่จะเป็นทายาทเป็นธรรมทายาทนั้นๆไว้นี่แปลความเป็นภาษาไทยๆง่ายๆปาฏิโมกข์คือหลักแกนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโอวาทและโอวาทก็คือคำพูดคำจาคำอธิบายที่พระพุทธเจ้าจะต้องปรับหรือว่าจะต้องสอนต้องเทศนาเรื่องนี้นั้นเพราะอะไรอันนี้ก็จะขยายสู่ฟังโดยยานของตนเองให้ฟังยังไม่เคยมีใคร ย้ายหรอกยังไม่เคยมีใครพูดหรอกแต่จะพูดสู่ฟังอดีตพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องเทศน์อันนั้นก็เพราะเหตุว่าเมื่อศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเริ่มเกิดขึ้นโดยพระพุทธเจ้าได้ออกเผยแพร่สั่งสอนมนุษย์จนมนุษย์ได้บรรลุธรรมประสบผลสำเร็จอันสุดยอดของชีวิตขึ้นมามีมากมายขึ้นมาเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นขึ้นมาเมื่อมีผู้ใดรับสิ่งนั้นขึ้นมาแล้วคนเหล่านั้นก็สบายแล้วและก็ไปทำประโยชน์ทำ ประโยชน์ตนได้พบพร้อมดีก็เป็นกระจายประโยชน์อันที่เห็นว่ามันเป็นประโยชน์สำคัญเหลือเกินที่มนุษย์ควรได้คำว่าประโยชน์สำคัญนั้นภาษาไทยเราก็ได้มาจากบาลีจนเป็นภาษาไทยอันสนิทคำนั้นก็คือคำว่าสบายคนที่ได้ประโยชน์ตนจนบริสุทธิ์บริบูรณ์ดีแล้วไม่ต้องไปเอาอะไรมาอีกแล้วเต็มได้เต็มแล้วคนนั้นจะมีแต่คำว่าสบายหนาวก็สบายร้อนก็สบายแดดออกก็สบายฝนตกก็สบายปวดท้องก็สบาย ปวดหัวก็สบายคนด่าก็สบายคนชมก็สบายหิวก็สบายกินก็สบายกระทบสัมผัสตาหูจมูกลิ้นกายอย่างไรไรก็สบายจนก็สบายร่ำรวยก็สบายโดยเฉพาะไม่ร่ำรวยถ้ามีมากก็ไม่ต้องแบกต้องห้ามเพราะว่าเห็นเหตุเห็นปัจจัยเข้าใจได้ปัญญาอันยิ่งแบกหามหอบหวงนะยุ่งเป็นภาระแห่งโทษเป็นส่วนที่จะทำให้เกิดโทษเกิดภัยก็ไม่แบกไม่หาม ไม่สระไม่สมเป็นมนุษย์พัฒนาปัจจัยอัปปัจจัยภาษาบาลีว่างั้นอปัจจัยอัปปัจจัยแปลว่าไม่มีปัจจัยเป็นคนไม่มีปัจจัยและเอาความอีกก็แปลว่าเป็นคนไม่สะสมเป็นคนไม่กอบโกยไม่กักตุนเป็นคนอยู่น้อยๆเป็นคนมีอะไรน้อยๆหรือไม่มีเสน่ห์ไม่อะไรไม่มีได้จะไม่มีเลยมีแต่คนพัฒนาหรือว่าเป็นคนประเสริฐเป็นคนเก่งเป็นคนดีเป็นคนที่สามารถอยู่ได้อย่างอาจหาญแล้วกล้าเขาเรียกว่าคนสบายหรือเราเรียกว่ายอดคนในภาษาบาลีเรียกว่า อรหันต์ภาษาบาลีเรียกว่าพระอรหันต์หรือว่าเป็นคนสบายเป็นยอดคนในเมื่อคนได้ประโยชน์ตนอย่างนี้ได้ประโยชน์ตนอย่างนี้แล้วจริงๆหมดสงสัยมันไม่ต้องไปคิดนึกอะไรอีกมันไม่ต้องมีเรื่องอะไรอีกเลยอยู่กับโลกเขาสบายแล้วแม้ตัวคนเดียวก็สบายไม่มีหมู่มีกลุ่มก็สบายตอนนั้นเมื่อได้ประโยชน์ตนและก็ออกไปสั่งสอนออกไปเผยแพร่เพราะว่าตัวเองไม่มีงานอะไรไม่มีวุ่นวายอะไรหมู่กลุ่มที่จะจัดเป็นหมู่เป็นกลุ่มเป็นหวัดอย่างเดี๋ยวนี้มีวัดแล้วก็มีหมู่กลุ่มกำลังดำเนินการทำการตกลงกันบ้างอบรมสั่งสอนอนุชนหรือผู้ที่จะมาบวชมาศึกษามาทำกันจริงๆจังๆ ไม่เกิดรูปแบบยังไม่เกิดรูปแบบยังไม่เป็นยังไม่มีลักษณะอย่างนั้นพระอรหันต์เหล่านั้นท่านก็กระจายกันออกไปหรือว่ายอดคนเหล่านั้นหรือคนสบายเหล่านั้นก็กระจายออกไปเป็นธรรมทายาทไปเป็นพระที่จะเผยแพร่สิ่งที่ตัวเองได้ว่าอันนี้มันเป็นมหาสมบัติเป็นพวกคุณสมบัติอันเลิศยอดหรือเป็นอริยสัจอันมีค่าเหลือเกินที่จะต้องไปแจกเมื่อไปแจกแล้วแจกแล้วก็ชักรู้สึกว่าเราไปแจกเนี่ยมันจะเข้าร่องเข้ารอยหรือเปล่าเอ่ยมันจะเป็นเหมือนๆกันกับองค์อื่นๆหรือเปล่าเอ่ยลักษณะการต่างๆเพราะประสบการณ์เมื่อเวลาไปบรรยายไปแจกไปเผยแพร่จะไปเจอเอาคนเชิงปัญญาไปเจอไอ้พวกที่มีหัวคิดอย่างน้อยมี อย่างนี้มีจริตอย่างโน้นต่างๆนานาเข้าชักยากชักจะบอกก็ยากมีทิฐิต่างๆความเห็นต่างๆมีเรื่องนั้นเรื่องนี้พอไปอธิบายไปแสดงธรรมไปแล้วก็จะไม่ต้องต่อสู้มันก็ชักจะฝืดเคืองขึ้นชักจะลำบากขึ้นภาษาพวกเหล่านั้นจะออกไปเผยแพร่ชักจะลำบากขึ้นชักจะมีปัญหามีปัญหาที่จะแก้ให้เขาน่ะตัวเองไม่มีปัญหาหรอกตัวเองสบายตัวเองไม่มีปัญหาตัวเองเงินไม่มีไม่มีทุกข์ไม่มีเดือดร้อนอะไรหรอกแต่มันก็เห็นว่าเอ๊ะทำไมมันมีอย่างนี้อย่างนี้ด้วยเหรอมนุษย์มันมีอย่างนี้ด้วยเหรอในโลกมันก็ชักจะเกิดปัญหาในใจตัวเองที่มันไม่มีปัญญามากกว่านั้นมันเข้าใจอะไรก็เข้าใจในส่วนตนไม่มีปัญหา แต่ให้คนอื่นมันไม่เข้าใจพระอรหันต์เหล่านั้นเมื่อไปทำงานนานขึ้นมากขึ้นก็ชักเกิดปัญหาว่าเราจะช่วยเขาอย่างไรได้มากขึ้นเห็นความไม่เก่งของตัวเองจึงระลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากันพอมีปัญหาเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นมากเท่ามากเท่าโดยอัตโนมัติวันหนึ่งซึ่งเป็นวันพระมาฆฤกษ์ความคิดอันนี้ของคนถึง 1,250 คนเต็มถ้วนอยู่ไม่ได้แล้วต้องไปหาพระพุทธเจ้าไปฟังไปถามไปรับรู้ไปเอายาหรือว่าไปเอาอาวุธสำคัญจากพระพุทธเจ้าก่อนเถอะพระผู้เป็นประธานยอดพระผู้ที่คลอดเราออกมาเนี่ยท่านจะต้องไปเอาอะไรจากท่านขึ้นมาทำงาน หรือมีอะไรมาแจกจ่ายต่อมันไปไม่ไหวแล้วหรือว่าไปไม่ดีแล้วรู้ตัว 1,250 รูปนั้นมีความคิดอันนี้ตรงกันหมดตรงกันโดยไม่ต้องเป็นนัดแนะเพราะว่าความจริงมันมีในความจริงเหตุปัจจัยมันมีในเหตุปัจจัยเพราะๆทุกองค์นั้นเป็นบริวารพระพุทธเจ้าเป็นสาวกพระพุทธเจ้ามาโดยธรรมวัดตรัสรู้ง่ายๆไม่ยากไม่ต้องอบรมไม่ต้องสั่งสอนไม่มีแบบฉบับอะไรไม่มีพิธีรีตองพระอรหันต์รุ่นนั้นไม่มีพิธีรีตองอะไรต่างคนต่างอิสระเสรีได้รับความรู้อันประเสริฐสุดยอดของตัวเองแล้วก็ไปแสดงธรรมตามประสาของตัวเองตามภูมิของตัวเองตาม ไปลอง Truemove ตัวเองเลยถ้าลองภูมิของตัวเองเสร็จแล้วซักประมาณระยะหนึ่งดังกล่าวแล้วจนเกิดอะไรต่ออะไรขึ้นในใจก็เลยต้องมาพบพระพุทธเจ้าระลึกถึงพระพุทธเจ้าก็กลับมามาถึงวันนั้นนัดแนะไม่ได้นัดแนะมาประชุมกันโดยไม่นับเนี่ยแล้วก็วันที่สำคัญพระพุทธเจ้าก็จึงได้อบรมได้วางแบบแผนได้บอกแกนบอกหลักการของศาสนาอธิบายโดยสรุปก็มีกันอยู่ที่เราได้ยินได้ฟังมาต่างๆในเรื่องของเทศนาในวันมา โอวาทปาฏิโมกข์ที่ย่นย่อมาสั้นที่สุดแม้แต่แค่หลักการ 3 ข้อว่าให้ปฏิบัติไปในทางดีรักชั่วหรือรักชั่วประพฤติดีให้มันขัดเกลาจิตจนกระทั่งทำจิตให้ผ่องใสบริสุทธิ์เป็นหลักแกนที่หมายแล้วยังมีรายละเอียดอื่นอีกหรือว่ามีข้อติดต่อเนื่องจากนั่นไปอีกเป็นหมวด 4 เป็นหมวดหมดอายุหมดเท่าไหร่หมด 6 หมด 4 หมวด 6 ไปอีกเป็นหัวข้อไปอีกแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพระพุทธเจ้าเทศน์ก็คือบอกหัวข้อหมวด 3 ที่ว่ารักชั่วประพฤติดีทำให้จิตจนจิตบริสุทธิ์ผ่องใสและก็ขยายเป็นหมวดอีก 4 ข้อ หรือ 6 ข้อต่อไปอนุบาลโทอะไรต่างๆที่พบข้อก็เป็นหลักเป็นหัวข้อที่เราเรียนกันแต่แท้จริงนั้นพระพุทธเจ้าอบรมไม่ใช่บอกแต่หัวข้อและจบก็บอกหัวข้อ 10 ข้อกับอีก 3 ข้อหลักมันจะไปซะยาวอะไรและสั้นนิดเดียวแล้วก็จบแต่พระทุกวันนี้หรือผู้ศึกษาทุกกรณีนึกว่าพระพุทธเจ้าท่านตรัสหัวข้อนั้นเท่านั้นไม่ใช่ท่านอธิบายสรุปหัวข้อได้ว่าอย่างนั้นอธิบายแจกแจงให้พระอริยสาวกเหล่านั้นได้เข้าใจอย่างจริงๆได้ถูกหลักถูกเกณฑ์ว่าศาสนาของเราเป็นอย่างนี้นะการเต็มครบมันลงตัวกันทั้งวันมาฆ เป็นวันมาฆบูชา 10 ที่มีพระจันทร์เต็มที่จริงราคานี้แปลว่าเต็มมาฆะแปลว่าเต็มในรอบ 12 นักษัตรในวันมาฆะเป็นวันที่พระจันทร์เต็มที่สุดเป็นวันที่พระจันทร์เต็มที่สุดเต็มดวงที่สุดมันเป็นลักษณะทุกอย่างลงตัวกันหมดที่ว่าลงตัวมันเป็นอะไรเดี๋ยวจะขายความให้ฟังแล้วเราจะได้รู้ว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่พวกเรานี่แหละเราทำอะไรกันอยู่มีความเกี่ยวโยงอะไรกันเหมือนอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านทำอย่างนั้นทำไมเราต้องทำอย่างนั้นแล้วมันทำอย่างนั้นเราทำด้วยใจหรือเปล่าเพราะพอใจหรือเปล่าเราเห็นดีหรือเปล่าหรือจะต่อให้ฟัง ต้องฟังไปแล้วแกจะรู้พระที่พระพุทธเจ้าท่านได้อบรมสั่งสอนในวันนั้นแล้วแต่สาธยายความจริงหรือขอบเขตด้วยความรู้อะไรต่างๆที่ควรจะได้รับควรที่จะได้เข้าใจเพิ่มเติมเพราะพระพุทธเจ้าท่านอย่างรู้ทันเข้าใจว่าพระสาวกต่างๆมีอะไรขัดข้องมีอะไรถึงต้องมารวมกันมีอะไรถ้าไม่ได้ถามว่าท่านไม่ต้องถามท่านรู้ท่านเข้าใจท่านทราบชัดอ๋อมันจะเกิดอะไรขึ้นท่านก็เข้าใจอยู่แล้วท่านก็ต้องแสดงหรือว่าปลดปล่อยหรือว่ากระทำสิ่งที่ประเสริฐต่อต่อต่อต่อต่อเอาไว้ให้ถูกเรื่องไม่เช่นนั้นไม่เป็นเรื่องศาสนาจึงเป็นเรื่องขึ้นมาเพราะว่า พระเจ้าได้อบรมสาธยายแสดงโอวาทปาฏิโมกข์หรือแสดงโอวาทคำพูดคำสอนออกให้รู้เรื่องของปาฏิโมกข์รู้เรื่องของหลักเกณฑ์ของศาสนาวันนี้มีขอบเขตอย่างนี้นะกระทำบทบาทอย่างนี้นะไปแล้วถ้าว่ากันแล้วในคำสอนหลักพวกนี้ก็เห็นอยู่ชัดๆว่าสันติปรมังตะปูติดขาถ้าพ่อบอกหลักว่ารักชั่วประพฤติดีให้บริสุทธิ์ผ่องใสแล้วก็มีขันติปรมังตะปูติดขานี่เป็นหลักที่บอกว่าต้องอดทนเป็นยอดนั้นลูกเอ้ยไอ้ควายอย่างนั้นแต่พระพุทธเจ้าท่านไม่พูดอย่างนี้สำนวนอย่างนี้มันเป็นสำนวนคนเป็นสำนวนประโลมฟังแล้วมันหวานจ๋อย จิตใจมันมันหวานฟังแล้วมันมันเป็นการประโลมเป็นการพูดแล้วมันเหมือนกับชาวโลกโลกพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ตัดกันแต่ความหมายมันจะซาบซึ้งใจเหมือนอย่างคนคนธรรมดาได้ฟังภาษาอย่างนี้แล้วรู้สึกว่ามันชื่นใจพระทั้งหลายแหล่ท่านฟังคำสั่งของพระพุทธเจ้ามีความรู้สึกคันแล้วแปลให้ฟังว่ามีลักษณะอย่างนั้นได้รู้ว่าได้รับทรัพย์ลงไปในหัวใจอย่างนี้ท่านซาบซึ้งจิตใจนี่มันแนบแน่นมันเกิดทั้งความรู้ทั้งความเข้าใจความเห็นจริงความผนึกลงแน่นลักษณะหนึ่งที่ท่านไปทำงานแล้วไปไปทำงานแล้วมันก็ต้องต่อสู้อะไรต่ออะไรมากมันชักจะรู้สึกว่าแม้เราจะทำยังไงมันจะได้ ดีขึ้นกว่านี้มันไม่ได้ดีขึ้นกว่านี้เป็นไปแล้วมันก็เท่านั้นเท่านั้นท่านก็รู้ว่าท่านก็ต้องทำงานเพราะท่านเองท่านเป็นมนุษย์สบายแล้วท่านไม่มีตัวไม่มีตนฉันไม่ได้เห็นแก่ตัวแก่ตนตัวท่านจะสบายยังไงมันก็สบายแล้วมันเหลือแต่ว่าจะทำยังไงให้ดีขึ้นเพราะพระอรหันต์จะมีจิตที่มีวุฒิจิตหรือวุฒิธรรมเกิดอยู่ในจิตเสมอคือมีจิตที่จะต้องเจริญวุฒิแปลว่าเจริญไม่ตกต่ำพระอรหันต์จะไม่มีจิตตัวที่คิดว่ารู้ตัวว่าตัวเองกำลังตกต่ำอยู่ปล่อยตัวให้ตกต่ำไปพระอรหันต์จะไม่มีจิตตัวนี้จิตดวงนี้โยนทิ้งทะเลโดนทิ้งน้ำไปเลยพระอรหันต์ไม่ใช่คนเลวเลยไม่ใช่คนที่ไม่เจริญเลยเรียกว่าคน เปิดหรือคนเจริญคนที่จะต้องเดินทางก้าวหน้าอยู่ทุกวินาทีมีสติสัมปชัญญะรู้ตัวและรู้กายกิริยาแม่กายแม่วจีแม่มโนรู้ตัวเองทั้งใจและกายว่าขณะนี้เราทำอะไรอยู่เรามีกรรมอะไรอยู่เรากำลังทำอะไรตั้งแต่เริ่มคิดสัมมาสัมพุทโธเราควรจะปรารภอะไรแล้วควรจะคิดอะไรหรือเราควรจะพูดอะไรเราควรจะทำอะไรท่านจะรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่แล้วท่านก็จะทำสิ่งที่ดีกว่าขึ้นเสมอสิ่งที่เจริญเจริญอยู่เสมอเรียกว่าวุฒิจิตหรือวุฒิธรรมเจริญยิ่งอยู่ยิ่งอยู่ยิ่งอยู่เป็นคนอย่างนั้นจริงๆจึงเรียกว่าคนที่ต้องการมีแต่มุ่งดีมุ่งเจริญไม่มีจิตคิดต่ำไม่ การกระทำที่จะให้มันต่ำไม่มีเจตนาจะให้ต่ำไม่ว่ากายกรรมวจีกรรมโดยเฉพาะมโนกรรมนั้นเป็นตัวประธานของชีวิตท่านจะระลึกรู้อยู่ดีเสมอพระอรหันต์เพราะฉะนั้นเมื่อเวลาท่านทำงานไปแล้วมันทำไม่ได้ดีเหมือนรถเครื่องชักกระตุกรถเครื่องชักไม่ค่อยคล่องมันก็รู้สึกดังที่กล่าวแล้วว่ามันเกิดปัญหาขึ้นมากแล้วก็ไปเจอผู้คนมากขึ้นมากขึ้นมากขึ้นปัญหาจะมากขึ้นแล้วมันก็แก้ไปไม่รอดคิดไม่ออกไปไม่ต่อแล้วจะทำยังไงหรือบางทีก็ยังอย่างที่กล่าวถึงต้นนะว่ามันก็มันยังไม่ได้รับคำชาไอ้อย่างนี้มันก็มีอย่างนี้ไปคนนั้นก็เอาเหตุผลนั้นเอาคนนี้ก็เอาลัทธินั้นคนนี้ก็เอาแนวอย่างนี้กฎระเบียบอย่างนี้หลักเกณฑ์อย่างนี้ศีลอย่างนี้ทำอย่างนี้ เอามาอ้างมาย้อนแย้งเพราะว่าธรรมะมันมีหลายศาสดาธรรมะมีหลายอาจารย์ธรรมะมีหลายแนวคิดมีหลายแนวปฏิบัติพอไปเผยแพร่ธรรมะของพระพุทธองค์มันก็จะต้องไปต่อสู้กับธรรมะของหลายๆเจ้าหลายๆอย่างซึ่งล้วนแล้วแต่เขามีมาเก่าแก่ก่อนพระพุทธเจ้าซะอีกหรือแม้เจ้าใหม่เขาก็มีเหตุผลของเขาเสร็จแล้วพระอริยสาวกหรือพระอรหันต์เหล่านั้นกระชับมันเข้าใจไม่ได้ก็จึงมาดังกล่าวแล้วเสร็จแล้วบางคนก็จะมีใจที่เรียกว่าเออถ้าเผื่อว่าจะทำกับเขามันทำได้ไม่ได้ยังไงแล้วมันก็ไม่พยายามต่อมันไม่มีความอดทนต่อไปที่จะหาทางให้เป็นไปด้วยดีได้กว่านั้น เพราะงั้นถ้าเกิดว่าทำอยู่แค่นี้นะการเผยแพร่ที่จะกว้างขึ้นความเจริญที่จะเจริญขึ้นเท่าที่ควรมันไม่ขึ้นและในวาระนั้นพระพุทธเจ้าก็ยังอยู่และบอกแล้วแต่ต้นแล้วว่าพระพุทธเจ้ายังไม่ได้แสดงหลักหรือแสดงอาณาเขตของศาสนาหรือรายละเอียดว่าแค่ไหนเราเรียกว่าพุทธแค่ไหนถึงจะเรียกว่าไม่ใช่ลัทธิอื่นแค่ไหนเรียกว่าเป็นแกนเป็นหลักใหญ่ทำยังไงบางคนก็ไม่เข้าใจแม้อนูปวาโทอนูปขาโตไม่เข้าใจความหมายทำยังไงเมื่อเวลาไปฝากกับชาวเขาไปพบกับพวกเจ้าลัทธิอื่นหรือว่าไปตกกับลูกศิษย์ลัทธิอื่นทำยังไงพอทำไปแล้วมันผิดหลักของอนุบาลโทพูดไปไม่เข้ารอบเข้าร่องพูด ตามใจตัวที่พาซื่อว่าจริงใจนะถูกแต่ก็ไม่มีความโกรธความราคะอะไรหรอกพระอรหันต์ท่านไม่โกรธแต่ว่าท่านก็ว่าไปแล้วท่านเห็นจริงนี่สัจจะมันมีรูมันมีความยึดถือความเห็นอยู่บ้างอะไรมันเป็นต้นแล้วก็เห็นว่าไอ้นี่มันถูกทำไมพวกนี้ไม่เข้าใจอะไรต่างๆนานาภาษาคำพูดก็รุนแรงไปจนกระทั่งบางคนไปเจอคนที่มันคิดโกรธบ้างอะไรต่ออะไรบ้างก็ได้รับวิบากอะไรบ้างพระอรหันต์ก็ไหว้เจ้าไปเผยแพร่รุ่นแรกจนตายไปเยอะถูกพวกที่เราไปเผยแพร่นั่นน่ะฆ่าเอาตายเพราะความไม่รู้อนุภาคโทด้วยบ้างอย่างนี้เป็นต้นตายไปเยอะถูกพ้นสะท้อนตีกลับทันรุนแรงอะไรต่อ พระอรหันต์เหล่านั้นจึงได้ไปต่อไม่ไหวแล้วมันก็เจอปัญหาพวกนี้เยอะนี่ก็พูดสนุกกับย้อนมาอธิบายนัยยะที่พักร้านเรานั้นต้องมาประชุมกับพระพุทธเจ้าให้ฟังใหม่อีกเสริมเข้าไปแล้วเมื่อวานนี้แล้วมารู้หลักพวกนี้พระพุทธเจ้าอธิบายขอบเขตหลักการในการแสดงธรรมในการที่จะเผยแพร่ด้วยหลักการอะไรต่ออะไรให้พระอรหันต์เหล่านั้นจึงได้รับหลักการที่ตราลงถือว่าเป็นบทบัญญัติหรือพระธรรมนูญที่เป็นรอบแรกกฎแรกนโยบายแรกสายลงไปให้แล้วก็อาหารก็ออกไปเผยแพร่ต่อไปทำงานต่อเมื่อได้หลัก ได้ปัญญาอะไรเพิ่มเติมได้ติดอาวุธสำคัญอาวุธสำคัญนี่เราใช้ภาษาแทนที่จริงไม่ได้มีดาบมีของมีปืนอะไรหรอกที่จริงลดความเกินไปมันแหลมไปคมไปหรือว่ามันเสียดสีแรงไปอะไรต่างๆนานาที่จะเกิดปฏิกิริยาร้อนหรือเกิดปฏิกิริยาที่ไม่เจริญในการเผยแพร่ในการปลูกฝังด้วยการปราบปรามก็ตามนะก็จึงได้ฝากด้วยศาสตร์พระหรือความรู้หรือเรียกว่าอาวุธก็ได้ศาสดานี่แปลว่าอาวุธก็แปลแปลว่าความรู้ก็แปลจึงได้สิ่งนี้ไปแล้วก็ออกไปทำงานเผยแพร่กระจายมาความรู้จึงลงหลักปักแหล่งลงมาแล้วพระพุทธเจ้าท่านก็อบรมอีกถึงเวลา เกิดวันวันสำคัญสำคัญที่จะต้องมาพบกับพระพุทธเจ้าเพราะฉะนั้นเกิดเป็นหลักเกิดเป็นแบบจนเป็นอย่างขึ้นมาเช่นว่าพอออกพรรษาแล้วเสร็จพระที่จะต้องรีบพุ่งไปพบพระพุทธเจ้าเพราะว่าในตอนเข้าพรรษาก็รู้ว่าพระพุทธเจ้าอยู่ที่ไหนกันล่ะตอนนี้ทำเป็นสาวเพราะว่าอยู่กับที่ตั้งนานตั้ง 3 เดือนนี้รู้แล้วพระที่ยังไม่เคยพบเป็นต้นก็อยากจะไปพบหรือพระที่ไปพบแล้วเกิดอยากจะได้อะไรเพิ่มเติมดังกล่าวแล้วก็ไปพบนะก็มารวมกันเป็นวันสำคัญขึ้นมาเป็นช่วงๆก็กระจายจะเป็นวันสำคัญอย่างเดียวกันอย่างมาฆฤกษ์นั้นน่ะแต่ว่าก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีแต่พระเหล่านั้นมาและพระอื่นๆที่ แล้วไม่คิดจะต้องมาก็ไม่มาก็มากระจายกระจายมาแต่หมู่อื่นๆหรือรูปอื่นๆก็มากันเป็นหมู่ๆไปจึงจะเป็นผลสำเร็จหรือเป็นไปได้พระพุทธเจ้าก็จะมีวันสำคัญวันอะไรต่ออะไรที่จะมีหมู่พระในมารวมกันประชุมให้พระพุทธเจ้าอบรมสั่งสอนอย่างนี้ถ่ายทอดเป็นระดับเป็นช่วงไปเสมอโดยไม่ต้องนัดแนะอะไรมากมายเกิดเองเป็นเองเพราะทุกอย่างมันเป็นรูปรอยอย่างนั้นวันสำคัญนั้นมีอยู่ในโลกตลอดหมดไม่ว่านานนับกับน้ำตาลวันสำคัญวันที่เป็นเราเรียกว่าฤกษ์ฤกษ์แปลว่าวันสำคัญมันสำคัญอย่างไรมันสำคัญโดยที่มันควรจะทำอะไรให้พิเศษขึ้นควรจะได้อะไรพิเศษขึ้นควรจะมีความเจริญขึ้นในมนุษย์ขึ้น วันสำคัญเมื่อวันสำคัญเกิดจริงตรงจริงเป็นจริงมันก็จะมีจริงโดยไม่กำหนดการอันเป็นของจริงที่จริงที่สุดโดยมากำหนดกันให้มันตรงกับวันที่สมควรที่สมควรจะเรียกว่าวันเจริญมันก็ได้โดยอาศัยช่วงระยะหนึ่งโดยอาศัยวันที่เป็นโอกาสดีๆเช่นวันหยุดวันพวกเราจะวันที่จะพักผ่อนในรอบรอบนึงรอบ 7 วันรอบเดือนนึงรอบ 3 เดือนรอบ 6 เดือนอย่างนี้เป็นเรื่องของวันฤกษ์ฤกษ์เพราะฉะนั้นในวันเพ็ญเดือน 3 วันเพ็ญเดือน 6 อะไรไปอย่างนี้หรือวันเพ็ญเดือน 9 เป็นช่วงวันเพ็ญเดือน 12 อะไรเงี้ยเป็นวันสำคัญสำคัญ หรือแม้แต่ใน 12 เดือนก็มีสักวันหนึ่งรอบนึงสำคัญสำคัญใหญ่ยิ่งกว่าเราหน่อยเพราะว่าต้องปีนึง 12 เดือนมันควรจะมีรอบใหญ่รอบสำคัญสักครั้งหนึ่งว่างั้นก็เป็นวันสำคัญขึ้นนะอันนี้เป็นเรื่องของความจริงที่จริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของศาสนาพุทธเรามันเกิดเองเป็นเองมีเองไม่ต้องมีใครไปกำหนดกฎเกณฑ์แต่ถ้าทางศาสนาอื่นที่มีพระเจ้าสร้างเขาก็จะบอกว่าในพระเจ้าต้องบันดาลให้เป็นอย่างนั้นในวันนั้นให้ตรงนั้นเกิดอย่างนั้นที่จริงไม่ใช่เป็นเหตุผลที่อาตมากล่าวแล้วแต่ในจิตวิญญาณของพระแต่ละบุคคลแต่ละรูปที่ท่านเกิดแล้วก็ท่านก็รู้ในความรู้ว่ามันเป็นวันเป็นโอกาสเป็นอะไรท่าน เพราะฉะนั้นวันใดที่สำคัญที่ท่านตั้งใจเอาไว้เออวันนี้สำคัญวันนี้เราไปพบพระพุทธเจ้าเถอะมันก็จะรู้ว่าวันอะไรเป็นนิมิตหมายก็นิมิตหมายวันนี้เป็นวันเต็มในวันเต็มวันมาฆะเนี่ยพระจันทร์เต็มดวงกว่าพระจันทร์ในวันเพ็ญทุกๆเดือนมันเป็นทุกๆเดือนเพ็ญเดือน 12 น้ำมันมากที่สุดมันก็เป็นเรื่องจริงของธรรมชาติวันนั้นเป็นพระอาทิตย์พระจันทร์จะเต็มที่สุดในเดือนมาฆะมันก็เป็นธรรมชาติมันเป็นเรื่องที่เป็นอยู่แล้วถ้าเหล่านี้ท่านก็ทราบท่านก็มาอะไรอย่างนี้เป็นต้นเมื่อท่านมารวมกันได้อย่างนี้ก็เป็นรูปรอยเป็นพิธีหรือว่าเป็นจารีเป็นสิ่งที่กระทำต่างๆกันมาดังกล่าวแล้วว่าเมื่อพบพระอรหันต์ 1,250 รูปนี้ทำขึ้นการ ประชุมอื่นๆก็มีทยอยกันเป็นหมูน้อยบ้างหมู่ใหญ่บ้างมาพบพระพุทธเจ้ากระจายไม่ใช่มารวมอย่างเก่ามากบางครั้งมากกว่า 1,250 แต่ไม่ถือแล้วเพราะอันนี้พูดตกไปนิดนึงว่าพระ 1250 รูปนั้นเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้นสะอาดบริสุทธิ์และประชุมกันรับนโยบายอย่างบริสุทธิ์พวกกันได้โดยไม่ต้องติดข้องอะไรจะพูดกันยังไงก็พูดกันอย่างพระอรหันต์กันสิ่งที่พระอรหันต์ควรจะได้พูดเป็นสังฆกรรมใหญ่ที่สุดเป็นสาธยายและพูดกันยังเปิดออกสาธยายอะไรที่จะควรพูดควรอะไรกันอย่างไรอย่างไรซึ่งอนุมัติหรือว่าคนที่ไม่มีภูมิไม่ควรได้ยินด้วยซ้ำแต่ว่าท่านก็พูดท่านก็จับจับพระ เหล่านั้นได้อย่างสบายใจแล้วก็รู้ลึกซึ้งกันได้ง่ายจึงวางหลักลงแก่นอาตมาพูดให้ฟังได้อย่างนี้เท่านี้ส่วนอื่นที่พระอริยเจ้าหรือพระอานนท์ท่านเอามาเล่าให้ฟังนั่นแหละท่านพูดได้หรือว่าถ้าเราเรียนมากับพระพุทธเจ้าท่านว่าไว้ก็มีแต่อย่างที่ว่านั่นโอวาทปาฏิโมกข์ก็เป็นหัวข้ออย่างนั้นแหละส่วนอาตมานะว่าได้มากขึ้นกับพวกคุณมากขึ้นที่ว่าได้มากขึ้นกับพวกคุณมากขึ้นนั้นก็เพราะถึงโอกาสด้วยถึงเหตุปัจจัยที่จะต้องเอามาเกี่ยวข้องในการอธิบายในการเชื่อมโยงความเข้าใจด้วยอาตมาเป็นสาวกพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ที่มาในที่นี้ในขณะนี้ อาตมาเชื่อมั่นเชื่อแน่ว่าทุกคนที่มาในขณะนี้เป็นผู้ที่เข้าใจศาสนาเข้าใจและศรัทธาศาสนาแล้วเข้าใจศรัทธาพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์จริงแล้วจึงมามาจริงๆมาโดยพอใจจะมาอยู่ทางไกลก็โดนดันมาผู้ที่อยู่ใกล้ซะอีกอยู่ในกรุงเทพฯนี้ก็มีศรัทธาแต่ก็ยังไม่ได้โดนดันมาทั้งๆที่ได้ฉันสัญญากันไปแล้วว่าวันที่ 31 เรามีเริ่มต้นตั้งแต่เช้าขึ้นมาได้เราก็จะมีทำวัดนะบทแรกของวันแต่จะไปเปิดงานแล้วก็จะไปเทศน์ใน เช้านั้นก็เอาล่ะแต่มันน่าจะมีอะไรที่มันเกินขึ้นมานิดนึงผู้ใดที่มาในวันนี้ช่วงนี้และได้ฟังธรรมอันนี้ได้รู้บทนี้ได้เข้าใจฟังเรื่องนี้ถ้าพูดจริงนะปฏิภาณจะรู้อะไรขึ้นมานิดนึงว่าเอออันนี้มันเป็นหัวแหลมอันนึงอาตมาไม่รู้จะเรียกว่าอะไรอาตมาเรียกว่าส่วนหัวแหลมหัวโผล่คือมันเลยออกไปในจุดหนึ่งที่คนอีกหลายคนจะไม่ได้รับหัวโผล่นี้เขาบอกว่าเขาจะมารับเขาจะมารับว่าจุดหนึ่งเขามาไม่ทันเขารับไม่ได้อันนี้มันก่อนเขามันนอกรอบของเขามันเป็นส่วนพิเศษส่วนยื่นมันไม่ใช่แต่มันก็ตัวก่อนหรือตัวเนื้อหรือตัวที่จะต้องเริ่มต้นเพราะฉะนั้นจุดเริ่มต้นนี้จะได้รับ คนกลุ่มหนึ่งหมู่ 1 จะได้รับคนที่ไม่ไม่ใช่หมู่ไม่ใช่กลุ่มไม่ใช่เนื้อหาไม่ใช่ตัวจริงก็ไม่ได้รับสิ่งนี้อาตมากำลังทำงานนี่กำลังเป็นไปด้วยความสะสมยังมีความเกินยังมีความไม่ลงตัวยังมีความพร่องอยู่ด้วยไปบ้างจนกว่าจะไปคั้นเอาเป็นความพอเหมาะพอตัวลงแต่ก็จะสะสมมีทั้งตัวบุคคลมีทั้งตัวสภาพธรรมมีทั้งตัวอะไรต่ออะไรอีกเยอะแยะเพราะว่าคนนี้ก็คือผู้ที่จะดำเนินทำมาทายาทแม้จะแก่แล้วเดี๋ยวนี้ก็สะสมบุญสะสมบารมีและจะไปทำงานศาสนาต่ออีกหลายคนที่แก่ๆในที่นี้ชาตินี้ยังไม่ได้บรรลุอรหันต์หรอกจะไปเกิดอีกจะไปสั่งสมบูรณ์ทำงานศาสนาให้แก่พระพุทธเจ้า หรือไม่ต้องให้แกพระพุทธเจ้าไม่ได้ท่านไม่รับรับอะไรฉันไม่เอาอะไรหรอกทำให้แก่มนุษยชาติในโลกนั่นแหละคุณจะเป็นกำลังจะเป็นธรรมดาญาติจะเป็นผู้ที่ได้รับภูมิขณะนี้เป็นเรื่องภูมิรับสั่งสมไว้เข้าใจไว้ได้ผนึกไว้แล้วจะไปเกิดเชื้อต่อจะไปมีฤทธิ์แรงต่อในอนาคตผู้ไม่ได้รับอันนี้ก็ไม่ได้รับไม่ได้รู้ไม่ได้ไม่ได้มีมันก็ผ่านไปพวกที่ไม่ได้รับก็ผ่านไปทั้งผู้ได้รับแม้แต่มันนั่งอยู่ที่นี่หลายคนที่จะร่วมไม่ได้รับบางสิ่งบางอย่างหรือบางคนรับแต่รับไม่ติดเข้าใจไม่ถึงแต่ก็ได้รับบัญญัติได้รับภาษาได้รับความได้ยินได้ยินได้ฟังก็ผ่านใจ เวลาก็ทำงานตามหน้าที่สมควรติดไว้แปะไว้มียังไม่รู้เรื่องก็ตามมันจะติดไว้แตะไว้สักวันหนึ่งมันจะขึ้นมารวมกันเป็นข้อมูลเป็นเหตุปัจจัยและมันก็เต็มถ้วนแล้วมันจะเกิดปัญญาที่ 2 รอบเต็มรอบเต็มที่เลยแล้วคุณก็จะรู้อะไรที่มันไม่คิดว่าเราจะรู้ไหมนะไม่คิดว่าเราจะฉลาดอย่างนี้ไม่คิดว่าเราจะมีปัญญาอย่างนี้มันจะเกิดในอนาคตเพราะนี่ทำคารวะปัจจัยไว้ทั้งสิ้นทำภาวะปัจจัยไว้คุณมาในรูปของวันเวลาที่ควรจะมามาในรูปของศรัทธาที่คุณมีศรัทธาคุณมีศรัทธาและจำนวนหนึ่งมีเท่านี้แหละมากน้อยเท่าไรขนาดสัญญาณไปเนี่ยยังมาได้เท่านี้ถ้าไม่ให้สัญญาณแล้วนะโอ๊ย วงเวียนโหวงเหวงกว่านี้วงเวียนวงแหวนกว่านี้แน่นอนไม่ให้สัญญาณไปแล้วก็เนี่ยสัญญาณกันนะเนี่ยบอกกันถ้วนๆแล้วเราก็รู้กันมาก่อนด้วยซ้ำว่าเออเราจะมีอะไรควรจะมีอะไรเราควรจะรู้ความสำคัญอะไรการมาประชุมนี่เราก็ต้องรู้ว่ามาประชุมนี่สำคัญมานี่ด้วยว่าถือเอาฤกษ์วันสิ้นปีขึ้นปีใหม่รอบปีนึงมีหนเดียวนะ 12 เดือนนี้มีหนเดียวแม้จะแบ่งแยกไปโดยโอกาสว่าให้เกิดที่นี่ให้ไปเกิดที่สาลีอโศกให้ไปเกิดที่ศีรษะอโศกให้ไปทำกิจกรรมอย่างนี้ให้รวมวันสำคัญและก็มีการกระทำอะไรเพิ่มขึ้นเพิ่มเติมวุฒิท

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน