231214 จากสักกายะสู่อนัตตา-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ024.txt
เนื้อหาในไฟล์
หาดเจริญธรรมญาติโยมทั้งหลายทะเลาะก็มาอธิบายกันอีกพูดกันอีกที่เรียกว่าฟังธรรมหรือฟังเทศน์ไปก็โดนเทศน์เอาก็รับเอาบางวันอาจจะโดนเทศน์หนักๆหน่อยก็เลือดออกเลยก็เอาไข่แข็งแรงก็รับได้รับเอาใครยังไม่แข็งแรงก็มันหนักๆนักบางทีก็ก็รับๆแล้วก็วางทิ้งไว้ตรงนี้มันหนัก ก็รับแล้วมันหนักก็วางไว้ตรงนี้อันไหนที่พอรับไปได้เอาไปทำเอาไปฝึกปรือก็เอาไปเพราะมันเป็นอยู่อย่างนั้นแหละคือเป็นอยู่ว่าพระเนี่ยเทศน์หรือสวดเอานี่ก็หมายความว่าท่านพูดถึงสิ่งที่เรายังติดยังยึดเรายังหลงเรายังแบกยังถามถ้าว่ากันจริงก็ชัดๆก็คือเรายังหลงติดว่ามันเป็นของดีแท้จริงมันเป็นของเสียแท้จริงมันเป็นของไม่ดีควรเลือกควรล้างควรลบออกด้วยซ้ำแต่เรารถยังไม่ได้ดอลลาร์ยังไม่ได้แล้วติดอยู่ก็โดนว่านั่นแหละโดนว่าโดนกันแล้วก็อาบอีกพระพุทธเจ้าท่านตรัสชัดๆเลยท่านบอกเราเจอกัน หรือเราจะติจะเตือนนี่ใครหักภาษาบาลีวันนี้ใครหักเราจะติจะเตือนเธอแล้วจะติดจะเตือนเธออีกจะประดับเธออีกจะชี้โพดชี้สิ่งที่ไม่ดีให้ออกไม่ใช่ว่าการแสดงธรรมะนั้นจะพูดแต่เรื่องแง่ดีโชว์แต่ส่วนดีไม่โชว์ส่วนเสียไม่ติดไม่เตือนไม่ใช่ศาสนาพุทธนั้นติเตียนหนักโดยเฉพาะคนที่ใกล้ชิดคนที่เต็มใจมาคนที่ศรัทธาคนที่เลื่อมใสคนที่เข้ามาใกล้ยิ่งใกล้ยิ่งโดนตระหนักยิ่งโดนว่ายิ่งโดนติเตียนยิ่งใกล้ยิ่งว่า ยิ่งศรัทธายิ่งว่าได้เพราะว่าเราศรัทธาและเลื่อมใสเราแน่ใจว่าพระพุทธเจ้านี้เป็นผู้ประเสริฐเป็นผู้มีปัญญาแท้อันใดไม่ดีท่านก็ตรัสถูกอันใดดีท่านก็ตัดถูกเพราะฉะนั้นท่านว่าอะไรไม่ดีแม้มันจะมาถูกเอาตัวเราเข้าเราก็มีสิ่งไม่ดีอย่างนั้นก็ต้องเอาไปพิจารณาจริงๆเราละได้ทันทีไหมถ้าได้ทันทีทิ้งเลยถ้ายังไม่ได้ก็ค่อยๆทิ้งทิ้งแรงๆได้ก็ทิ้งหัดทิ้งหัดละหัดวางหัดเลิกหัดประหลาดปล่อยหัดเว้นขาดเพราะทุกสิ่งทุกอย่างเนี่ยมันเกิ
อ่านต่อ
ดมาเพราะเราเองเราไปรับเขามาด้วยอำนาจของความไม่รู้เรียกว่าอวิชชามันเป็นเรื่องปรุงเรียกว่าสังขารปรุงแต่งสร้างหลอกล่อมาให้ เมาแล้วเราก็ไปหลงรับเอามาใส่ตัวเราจนพะลุงพะลังเลอะๆเลอะเทอะเยอะแยะมากมายปลดไม่ออกเรื่องไม่ออกลำบากหนักหนานึกว่ามันเป็นของดีของแด่อยู่ทั้งนั้นเลยจนใหญ่ตัวอ้วนพีเต็มไปด้วยคราบของสิ่งมายาเต็มไปด้วยภาพของของที่มันไม่ใช่สารัตถะไม่ใช่ปัจจัยชีวิตแต่เป็นเรื่องความเรื่องเฟ้อเรื่องเปลือกเรื่องผิวไม่ใช่แก่นสารอะไรเพราะว่าเราไม่รู้เราก็จะต้องมาศึกษามาเรียนรู้แล้วก็พยายามลดออกละออกตั้งแต่ท่านจะบอกเป็น คันกลางไปเรื่อยๆเมื่อเรารู้แล้วจริงก็ตรวจตัวเองจริงก็ลดลดเลิกมาได้เราจะเห็นผลเห็นผลว่ามันเลิกมาแล้วมันเบามันอิสระแล้วมันไร้แก่นสารอย่างจริงๆนะตั้งแต่หยาบๆมาจะเห็นแล้วเราจะผ่านสูงขึ้นในฐานะผู้ที่ละสิ่งที่ชั่วอย่าต่ำที่สุดที่เรียกว่ามันเป็นนรกใหญ่ที่สุดอบายอย่างนี้อบายมุขผู้ใดติดจริงแล้วเลิกไม่ได้จริงก็จะเห็นว่ามันไม่ต้องวุ่นวายจริงๆอบายมุขเราไม่ต้องไปแตะไม่ต้องมันเลยมันยิ่งกว่าขี้ไม่ต้องไปวุ่นวายไม่ต้องแปลกๆเพื่อนไม่ต้องไปสัมผัสสัมผัสไม่ต้องไปเกี่ยวข้องได้ชีวิตเราสะอาดจากสิ่งเหล่านั้นได้อย่างสนิท เป็นสิ่งที่ไม่ต้องเกี่ยวข้องได้เลยอันนี้ก็ต้องขอบอกระดับของสิ่งที่เราจะต้องอาศัยในโลกอย่างหนึ่งเราต้องอาศัยไปตลอดตายอาศัยไปบ้างแต่เราจะต้องตัดใจเราจะรู้ความรู้ทางปรมัตถทางจิตใจว่าเราอาศัยเราก็ไม่ติดไม่ได้ยึดไม่ได้หลงใหลไม่ได้เสพไม่ได้อร่อยไม่ได้ชังไม่ได้ชอบอะไรอยู่ในใจจริงๆนั้นเรียกว่าเราต้องอาศัย 2 อาศัยบ้างไม่อาศัยบ้างบางครั้งก็ต้องอาศัยประจำเป็นบางทีก็ไม่ต้องอาศัยกันนานอาศัยบ้างไม่อาศัยบ้าง 3 ไม่ต้องอาศัยกันเลย [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] อาตมาเองอาตมาก็แน่ใจว่าไม่ต้องเข้ายาไม่ต้องเอามาเข้ายาก็ได้เหล้าเนี่ยนอกจากว่ามันจำเป็นจริงๆไม่ได้หรอกถ้าไม่เข้ายาถ้าไม่เอาอันนี้มาเป็นยาจริงๆแล้วก็ไม่ใช้อันนี้เป็นยาแล้วไม่หายมันจะเป็นที่สุดก็อีกเรื่องหนึ่งแต่นี่มันไม่ใช่นะมันไม่ใช่ยาจะอยู่กับมันมีเหมือนกันส่วนที่จะเอามาเข้ายาเนี่ยมันมีวันนั้นอาตมาไม่ดื่มเหล้ายังไงก็ไม่ดื่มไม่ใช่ดื่มไม่ได้บุหรี่อาตมาก็สูบได้เดี๋ยวนี้ก็สูบได้ไม่แปลกอะไรหรอกน่าจะสูบฟรีๆก็ไปเดี๋ยวนี้ก็สูบได้แต่ทำไมไม่สูบไม่แตะต้องกันเลยตลอดชีวิตให้เล่นไพ่เดี๋ยวนี้ก็เล่นได้ทำไมจะเล่นไม่ได้ยังจำได้อยู่วิธีการเล่นก็จำได้อยู่มีมันสมองมีปัญญาพลิก อาตมาแน่ใจว่าให้อาตมาเล่น play เดี๋ยวนี้แหมสงสัยๆเก่าๆมากสมัยก่อนที่มันโง่ๆแหมมันเล่นไม่ค่อยเก่งแต่ปัญญามันทึบจิตวิทยาก็สู้เขาไม่ได้เล่นไม่เท่าไม่ทันถ้าเดี๋ยวนี้ยิ่งไม่ให้เล่นแพ้ด้วยแล้วเนี่ยมองตัวเห็นไอ้เก็บขยะนี่นะยิ่งอย่างอาตมานี่เห็นเอากับกริยาอ่านเสียง 2 ออกอะไรรู้ได้ดีเดี๋ยวแกตับแตกเลยสบายมากเห็นเล่นก็เล่นได้แต่อาตมาไม่เล่นหรอกมันต่ำมันเลวเหมือนขี้เรื่องอะไรทำไมจะไปแตะมันอีกมันไม่เป็นอะไรแต่ก่อนอาตมานึกว่ามันสนุกดีมันอร่อยเพลิดเพลินแล้วก็ขี้โรคอยากได้เงินเขาจริงๆเล่นทีไรเสียใจเสมอนะหมูหมูสนาม เราก็ว่าเราเก่งนะเอ้อเป็นยังไงไม่รู้เสียเรื่อยมันโกงเขาไม่เป็นมันเสียตรงนี้เรามันเอาแต่ความเก่งท่าเดียวมันไม่เอามันไม่เอาโกงมันเอาแต่เก่งมันก็สู้ไอ้ทั้งเก่งทั้งโกงไม่ได้ดิไอ้คนมันต้องเก่งทั้งโกงมันก็เล่นเราซะเสร็จเลยเราก็เลยเขาไม่เข้าท่าสู้ไม่ได้เรียนโกงเราสู้เขาไม่ได้เอาเล่มเล่มเก่งไปสู้เขาเหลี่ยมเดียวไม่สู้สู้ไม่ไหวแล้วครับผมว่าใครรู้แล้วว่าสิ่งบางสิ่งบางอย่างเราจะไม่แตะต้องเลยตลอดชีวิตแล้วก็ไม่แตะต้องอะไรรู้แล้วมันจะสูงขึ้นมาตามฐานอย่างอบายมุขที่กำลังยกตัวอย่างเป็นต้นผู้ได้เลิกมาแล้วนี่มันเลิกมาทางกายเราไม่เล่นวจีเราก็ไม่พูดสนับสนุนให้คนอื่นเขาเล่น ใจเราก็ไม่อยากเล่นหมดรถแต่ก่อนมันสนุกเห็นแล้วมันเห็นว่าอร่อยเห็นแล้วรู้สึกเพลิดเพลินสนุกไพร่อยากจะเล่นอยากจะแตะอยากจะสัมผัสเหล้าอยากดื่มเห็นแล้วยังเกิดรถในใจบุหรี่อยากสูบนะการพนันอยากเล่นมหรสพกาลละเล่นก็พูดเขามีขึ้นมาโอ๊ยอดใจไม่ได้มันยั่วยวนมันรู้สึกมันคันๆใจมันอยากจะลิ้มจะลองอยากจะสัมผัสอาการใจมีอย่างนั้นพยายามฟังธรรมะให้เข้าถึงปรมัตถ์คือให้เข้าถึงจิตถึงใจให้รู้อาการของใจผู้ได้จับอาการของใจไม่ออกผู้นั้นปฏิบัติธรรมไม่ถึงปรมัตถ์ไม่มีภาวนาใหม่ไม่มีการถึงผลทำได้แต่แค่ท่านกายไว้จีเรียกว่าคันนอกคันนอกๆ แต่ก็สะอาดได้เหมือนกันส่วนหนึ่งเพราะสะอาดนอกแล้วเราก็จะต้องพยายามรู้ถึงใจแล้วให้สะอาดที่ใจใจหลุดร่อนหมดเลยทีนี้นอกก็สะอาดในก็สะอาดไม่เวียนกลับไม่ติดไม่เอามาแตะก็ไม่ติดเอาเหล้ามาล่าอาตมานี่จับงัดปากหรือให้ดื่มเข้าไปนะอาตมาก็ไม่ติดไม่ติดมันก็มีแต่กายติดเหมือนกับน้ำก็บ่อยๆมาแตะกันมาห่อกันเฉยๆใจเราไม่ติดหรอกพอเวลาขาดแล้วจริงนะถึงขั้นจิตที่มันสะอาดหมดอนุสัยอาสวะมีปัญญาเข้าถึงอย่างแท้แล้วก็มีจิตท่านเรียกว่าเจโตจิตเจโตวิมุตตินี้มันวิมุตไม่กลับกำเริบอีกเลยอย่างเด็ดขาดเลยอย่างแน่เราสามารถรู้เลยว่าใจของเราไม่หวั่นไหวไม่กระเทือน ไม่เอนเอียงไม่แปรปรวนมั่นคงแน่วแน่จิตเราก็จะอยู่นิ่งสนิทเลยนั่นเรียกว่าจิตวิมุติแล้วอย่างเด็ดขาดใจก็รู้ด้วยปัญญาด้วยจิตทำได้ไม่หวั่นไหวจริงและปัญญาก็รู้เห็นเลยว่าสิ่งนี้ไม่ต้องเกี่ยวข้องหรือแม้จะแตกจะเกี่ยวเราก็ไม่เกิดรถหวั่นไหวเลยจริงเพราะฉะนั้นบางสิ่งบางอย่างเราก็อาจจะเดินชนอยู่เราอาจจะอยู่ในสังคมนี่ชนเหล้าก็ไปมียาก็มีการพนันก็มีสิ่งเสพติดอื่นๆใดๆอบายมุขใดๆก็มีทั้งนั้นแหละแต่เราไม่เสพเราไม่ติดเราละแล้วเลิกแล้ว เราไม่ทำเขาทำผานแล้วไม่ฆ่าตัวเองด้วยสิ่งเหล่านี้แล้วเพราะเราดูเด็กปัญญาว่ามันเป็นเรื่องป่วยการไม่ใช่เรื่องยินดีน่ายินดีอะไรเลยในสังคมเลิกได้นั้นสังคมจะประเสริฐสังคมจะรวยหรือว่าสังคมจะอยู่ดีกินดีด้วยเพราะไม่พาลทั้งวัตถุไม่ผ่านทั้งเวลาไม่ผ่านทั้งทุนรอไม่หวานไม่หวานทั้งแรงแรงกายต้องไปเสียเวลากับมันต้องไปลงแรงกับมันต้องไปใช้หัวคิดกับมันไม่เสียทั้งแรงสมองทั้งแรงกายเราประหยัดขึ้นมาเศรษฐกิจจะดีชีวิตจะดีสังคมจะดีทุกวันนี้เราไปเพ้อไปเปลืองกับพวกสังขารเหล่านี้คนมันรู้กิเลสคนก็เลยต้องปรุงต้องสร้างขึ้นมาด้วย มันรู้นั่นแหละมันก็ยั่วยวนกิเลสคนยิ่งปรุงให้หยาบคายจัดจ้านด้วยราคะคนไม่มีกิเลสถูกล่อถูกอ่อยอยู่ไม่รู้ธรรมะไม่รู้การยับยั้งไม่เข้าใจไม่เท่าทันไม่รู้เท่าทันก็เสร็จแล้วเขาก็ปรุงยั่วยอมอยู่ตลอดทั้งโลกแต่สังคมเนี่ยลุงอยู่ตลอดทั้งโลกแล้วถ้าผู้ใดไม่เข้าวัดผู้ใดไม่ไปเรียนรู้สัจธรรมก็เสร็จก็ถูกหลอกแล้วส่วนมากก็ยิ่งมากขึ้นเพราะนับวันคนเรานี่ยิ่งไกลทำคนเรายิ่งมากก็ยิ่งกิเลสมันก็เกาะตัวกิเลสนี่มันจะพาให้ผลักเบ ออกจากวัดนี้ออกจากธรรมะมันกลัวกันมันแหนงกันมันก็จะปลีกออกเรื่อยมันก็พาไปออกนอกวัดด้วยโดยเฉพาะพระหรือผู้รู้ศาสนาที่แท้จริงที่รู้กิเลสจริงแล้วพาให้ล้างกิเลสจึงฆ่าฟันกิเลสจึงเป็นศัตรูหรือว่าเป็นนักรบที่รบราฆ่าฟันกับกิเลสจริงๆเนี่ยมันลดน้อยลงเมื่อรถน้อยลงผีหรือว่าพวกกิเลสก็เอาไปกินเยอะเพราะฉะนั้นหมู่ใหญ่ๆคนส่วนใหญ่จึงเต็มไปด้วยกิเลสมากกว่าพระแท้ๆพระจึงต้องทำงานหนักแล้วก็ทำงานได้ถ้าเป็นพระจริงเพราะพระท่านไม่มีจิตอื่นแล้ว ตัวท่านเองท่านสบายพระอริยะหรือพระผู้บรรลุธรรมแล้วเนี่ยตัวท่านเองท่านสบายถ้าไม่ต้องหลงกิเลสและท่านรู้แล้วว่าชีวิตตั้งอยู่โดยปัจจัยง่ายๆสิ่งที่จะต้องใช้จริงๆจะต้องอาศัยอยู่มีปัจจัย 4 เป็นต้นเราต้องอาศัยข้าวต้องกินข้าวตลอดชีวิตแม้จะเป็นพระอรหันต์แล้วก็ต้องกินข้าวอาหารกับข้าวอะไรต่างๆนานาเขาก็ปรุงมาบ้างเราก็มาสอนก็ให้ลดลงแต่เขาก็ยังปรุงอยู่นั่นแหละเพราะเขาต้องอาศัยบ้านไม่อาศัยบ้างในฐานะของคนในระดับกลางเราก็มีนโยบายมีคนละเม็ดมีวิธีการที่จะเชื่อมโยงกันอยู่ต่ออยู่อย่างคุณทำอาหารปรุงมาเงี้ยลุงมาแล้วรถ รูปบ้านกินบ้างอะไรมามาถวายจะมามาถึงอาตมาอาตมาก็ตกลงของอาตมาอีกชั้นนึงอาตมาปรุงเขาอาตมาอีกชั้นนึงส่วนมันยังเหลืออยู่ในจานมันก็เป็นไปพวกคุณเองคุณอยากจะไปปรุงอย่างอาตมาบ้างคุณมีอินทรีย์พละเพียงพอมาปรุงแบบเดียวกันเพราะอาตมาภาพทำอยู่แล้วส่วนใครทำไม่ไหวก็จะต้องเอารถเอารูปเอากลิ่นอะไรอยู่ก็ไม่เป็นปัญหาคุณก็เอาไปบ้างเนี่ยมีช่วงตอนนี้ช่วงตอนส่วนจะมาปรุงกันหรือหวานอย่างชู้ชอบระดับประดาตกแต่งมาชมเชยกันแบบนี้อร่อยจังเลยสีนี้สวยน่ากินจังเลยกลิ่นหอมน่ากินจังเลยที่นี่ไม่มีคุณจะได้ยินว่าเสียงอย่างนี้ไม่มีที่นี่ พูดแล้วน่าอายใครมีความรู้สึกอย่างนั้นอยู่น่าอายฟังดีๆนะนี่สูงขึ้นมาสูงขึ้นมาแล้วกว่าอบายมุขเมื่อกี้นี้ชั้น 1 ขึ้นมาแล้วตอนนี้เรามาพิจารณาขั้นรูปรถเป็นเสียงสัมผัสตามการวันนี้ก็ละเอียดกว่ากามารมณ์ท่านผู้หญิงผู้ชายหรือว่ากามารมณ์ด้วยรูปสีหยาบๆเดี๋ยวนี้มันหยาบมากรูปสีหยาบอาตมาเคยบอกว่าเรื่องผู้หญิงเนี่ยถูกเขาหลอกด้วยรูปด้วยสีด้วยกลิ่นเยอะเอามาร่ำมาพอกไว้มากเป็นอบายมุขเพราะว่าสิ่งเสพติดของผู้หญิงนั้นไม่ใช่ไปกินสูบดื่มเสพเหมือนผู้ชายผู้ชายไปติดเหล้าติดยาไปกินสูบดื่ม ตรงนี้เนี่ยของผู้ชายแต่ผู้หญิงเดี๋ยวนี้ถูกมอมเมาไปในด้านการแต่งตัวเพราะว่าเป็นเรื่องของปมด้อยของเพศเมียเพศเมียนี่มันสวยสู้เพชรคู่ไม่ได้มันงามสุดเพศผู้ไม่ได้เป็นธรรมชาติมาจากไหนๆสัตว์เพศผู้สวยกว่าสัตว์เพศเมียเป็นปกติถ้าเราไม่ยอมรับความจริงผู้หญิงมีกิเลสก็ไม่ยอมจะต้องเอาให้สวยให้เด่นจะต้องเหนือผู้ชายก็จะใช้ความสวยในรอบผู้ชายผู้ชายหน้าโง่ก็หลงลงความสวยแบบเปลือกที่ปรุงที่แตกซึ่งไม่ใช่ของจริงหรอกพระองค์สังขารปรุงแต่งว่าสวยหล่ออีกคนอย่างนี้ไปทำอย่างนู้นทำตรงนี้อย่างนั้นทำงานอะไรต่ออะไรไปต่างๆนานาคุณชายก็หลงเปลือกไปผู้ชายที่รู้จริงเขาก็ไม่นำพาเขาไม่ถือเป็นแก่นสารอะไรสวยหรือไม่สวยปรุงหรือไม่ปรุง ปรุงมากๆเขายิ่งเห็นกลับด้วยซ้ำไปบอกว่าผู้หญิงคนนี้ไปหลงไอ้ปรุงนี่เป็นแก่งสารหลงในเรื่องพ่อเรื่องผิวไอ้เรื่องไม่เข้าเรื่องนี้เป็นแก่นสารเขาก็รู้แล้วว่าคนนี้ปัญญาไม่ดีแล้วปัญญามันกลับไปเห็นสิ่งที่ไม่ใช่แก่นสารเป็นแก่นสารเห็นสิ่งที่ไม่สำคัญว่าเป็นสำคัญมันก็เป็นคนเพียรเป็นคนปัญญาเบลอๆเป็นคนปัญญาไม่แม่นเปล่าเพราะว่าผู้ชายคนที่มีปัญญาเขาก็ไม่เลือกคนอย่างนี้เพราะเลือกไปทำไมมีเขาก็รู้แล้วเขาก็เอาแก่นสารที่เป็นสารัตถะของมนุษย์ของชีวิตมีสมรรถภาพมีความสามารถดีกว่าหรือว่ามีจิตใจน้ำใจดีอันนั้นเป็นแก่นสารของชีวิตที่อยู่กับตัวไอ้พวกนี้มันเรื่องผิวเรื่องพ่อเรื่องเปลือกเรื่องไม่เข้าเรื่องเดี๋ยวนี้ประกาศ โฆษณามอมเมาโดยเขารู้ว่าอันนี้เป็นกิเลสกิเลสของคนเขาก็ยิ่งหลอกยิ่งหลอกก็ยิ่งปรุงก็มาหลอกมาล่อก็ยิ่งพอยิ่งเพิ่มยิ่งมากจัดจ้างโฆษณากันลงทุนเป็นแพงแล้วพวกเราก็ยิ่งไม่รู้จักอำนาจของแรงโฆษณาชวนเชื่อก็ยิ่งหนักเลยงมงายงมงายด่าไม่รู้ไปเอาขี้หมูขี้หมาอะไรมาย้อมสีย้อมกลิ่นอะไรต่ออะไรไม่รู้มาขายมาค้าซื้อหมดเขาหลอกว่าอย่างนู้นอย่างนี้มีเศษอย่างโน้นอย่างนี้ไม่รู้เรื่องเอาไปทุกอย่างเพราะมันมีบอกแล้วว่ามีรากฐานมาจากจิตที่มันเป็นปมด้อยมาแต่เดิมว่าสัตว์เพศเมียมันไม่สวยเท่าสัตว์เพศผู้คุณจะต้องเข้าใจสัจจะแก่นแท้ตัวนี้ให้สำคัญ ถ้ารู้แล้วโอ้ไม่ต้องไปเอาเรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องดีไม่ใช่เรื่องเด่นไม่ใช่แก่นสารระหว่างได้เลยเราก็มาเอาแก่นสารแม้เป็นมนุษย์ผู้หญิงเราก็พยายามพัฒนาสิ่งที่เป็นแก่นสารอย่าไปพัฒนาสิ่งที่เป็นเปลือกเป็นผิวอย่างนั้นอาตมานับเข้าเป็นอบายมุขด้วยเรื่องของการแต่งตัวผู้หญิงใครหลงในการแต่งตัวอยู่ยังเป็นอบายมุขเป็นปากทางแห่งความฉิบหายฉิบหายจริงๆพาจนพาลำบากลำบนอดทนที่สุดนะผู้หญิงนี่แต่งเนื้อแต่งตัวไม่กินก็ได้ขอให้ได้แต่งก็แล้วกันขอให้ได้สิ่งที่พอใจที่จะเอามาแต่งมาพอกมาถามมาหุ้มมาอะไรแล้วแต่ไม่ได้กินก็ยอมอะไรเงี้ยอดอยากอะไรก็ไม่ว่ามันรุน เดี๋ยวนี้อยู่รุนแรงนับวันรุนแรงยิ่งขึ้นเพราะมันโฆษณาแล้วมันก็หลอกขายได้เพราะว่าคนที่ไม่ฉลาดมันมากหรือคนโง่มันมากคนที่ฉลาดมันน้อยเพราะฉะนั้นเขาก็เอาจุดนี้แหละเป็นจิตวิทยาหลอกเอาหลอกเอาคนที่เข้าวัดแล้วก็รู้จากผู้รู้ท่านบอกนี่ไม่ได้พูดว่าประนามหรือว่าพูดเสียหายอะไรพูดความจริงให้ฟังบอกจะทำไม่ใช่โจมตีไม่ใช่โจมตีบอกจุดไม่ดีผู้ใดได้ฟังเทศน์โดนสวดโดนเทศน์ก็บอกแล้วว่านั่นแหละถ้าจุดไม่ดีนะเราจะติดอยู่เราจะต้องฟังแล้วเราระลึกอ้อใช่แล้วล่ะถ้าเข้าใจเราก็จะถอดถอนแน่ใจเรายังร้อนๆยังติดยังยึดยังอยากอร่อย เพลินอยู่ก็ตามเราก็จะยังยอมยอมจำนนในเหตุผลยอมจำนนในสัจจะในความจริงแล้วเราก็จะลดลงละลงจนใครๆรถได้ละได้จะเห็นผลต่อไปอีกว่าเมื่อลดแล้วมันเบานะมันว่างนะมันไม่เปลืองน้ำมันอิสระเสรีนะมันไม่ต้องอาลัยอาวรณ์ไม่ต้องกลัวต้องพันไม่ต้องทุกข์ต้องคีย์ไม่ต้องเกี่ยวต้องเกาะกันอีกตัดขาดไปได้แล้วชีวิตก็มีสาระด้วยไม่จำเป็นจะต้องเอาสิ่งนั้นมาประกอบไม่ใช่องค์ประกอบของชีวิตไม่ใช่พระองค์ประกอบของแก่นสารสาระของความประเสริฐไม่ใช่อาตมาขอยืนยันว่าไอ้เครื่องแต่งตัวนี้ไม่ใช่สาระไม่ใช่องค์ประกอบของความประเสริฐของมนุษย์แม้ผู้หญิงไม่ใช่มนุษย์ผู้หญิงที่ไม่แต่งตัวนั่น สะอาดสะอ้านธรรมดาสามัญยิ่งทุกวันนี้ยิ่งทันสมัยเพราะทุกวันนี้ต้องการประหยัดต้องการแก่นสารต้องการเวลาเพียงพอไม่ต้องเอาเวลาไปเสียเวลาอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งวันนึงตั้งหลายชั่วโมงหรือประเดี๋ยวก็เข้าห้องน้ำวันนี้ก็เช็ดกระจกก็แต่งอยู่เรื่อยไม่เอาอ่ะขอรับท่านเวลาแม้จะไปทำงานก็เดี๋ยวก็เข้าห้องน้ำเลอะๆอ่อนแล้วเติมหน่อยเสียเวลาคอร์รัปชั่นเวลาเขาไม่เข้าท่าแล้วจะพูดได้เข้าใจสารภาพแล้วอันนี้เลิกได้เลยแล้วก็จะไม่ติดไม่ไม่ต่อเพราะแม้เรื่องรูปรสกลิ่นเสียงพวกนี้เนี่ยอาตมาพูดซ้ำอีกเพราะเหตุว่าตอนแรกอาตมาผ่านไปไม่ได้พูดน่ะก็เลยพอพูดถึง สัมผัสก็เลยย้อนกลับไปพูดถึงรูปรถเป็นเสียงที่เป็นอบายมุขของผู้หญิงอันนี้ฟังเพราะในเบื้องต้นผู้ใดลดละการแต่งเนื้อแต่งตัวอันหรือว่ามากมายหนักหน้าอะไรมาได้เขาเรียกว่าดีขึ้นมาและคันหนึ่งทีนี้เรายังมาติดรูปรถกลิ่นเสียงสัมผัสในระดับกลางในระดับละเอียดขึ้นไปอีกเราต้องมาลดละอีกแม้แต่รูปมันจะติดมาในอะไรอีกเยอะแยะติดมาในอาหารติดมาในเครื่องแต่งตัวซึ่งเป็นเครื่องแต่งตัวนี่แหละเราไม่พ่อไม่พาอะไรมากมายแล้วแม้ไอ้โน่นไอ้นี่ที่เราใช้สอยบ้างอาศัยมันบ้างมันยังติดงานติดสวยติดปรุงติดแต่งอะไรอีกอยู่จนไม่ใช่น้อยนะต้องมาลดลงไปจางลงไปเรียบง่ายเรียบง่ายลงไปอีก มันก็จะสะอาดหรือมันก็จะเบาภาระลงไปอีกได้ตั้งเยอะแม้แต่ในปัจจัย 4 ในอาหารเครื่องแต่งตัวที่อยู่อาศัยยารักษาโรคเพราะฉะนั้นเครื่องประกอบอื่นที่เรียกว่าเป็นเครื่องบริโภคและอุปโภคประกอบอื่นๆที่มันมีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสทั้งนั้นเราก็ต้องมาเลิกอีกพิจารณาแล้วละปล่อยละปล่อยไปเรื่อยๆเรื่อยๆเราก็จะเบาจางสบายขึ้นมาโรคที่เขาสังขารก็ปรุงก็หลอกเขารอว่าอย่างนี้ดีนะจ๊ะอย่างนี้น่าได้น่ามีนะอย่างนี้ไม่มีเศษได้อย่างนี้เนี่ยจะเพิ่มอ่าบุคลิกจะเพิ่มไอ้โน่นไอ้นี่อะไรมันโฆษณาใช้จิตวิทยาหลอกล่อเราทั้งนั้นน่ะเรา ไม่หลงลมแล้วก็จะมีเวลาที่จะเอามาใส่ใจจิตที่สำคัญพัฒนาสังคมพัฒนาตนเองพัฒนาครอบครัวพัฒนาความเป็นอยู่ของเราได้สบายขึ้นนะสังคมทุกวันนี้ก็เบียดเกษียณยิ่งกระเบียดกระเสียรยิ่งถูกหลอกถูกล่อยิ่งต้องไปเปลืองยิ่งต้องไปหลงผิดเพราะอำนาจที่รู้ไม่เท่าทันโลกไม่เท่าทันสัจธรรมและถูกมอมเมายั่วยอมกันมากมายหนักหนาเหน็ดเหนื่อยลำบากลำบนและเราก็ปรับปรุงตนอยู่ในสังคมเขาไม่ได้มันปรับปรุงไม่ได้เพราะมันไม่รู้ว่าจะปรับปรุงอะไรเพราะถ้าเมื่อเราไม่ได้ฟังธรรมเราไม่ได้เรียนรู้ว่าพระพุทธเจ้าเนี่ยท่านมีนะเป็นจากกามคุณพรั่งพร้อม อกร่ำไปด้วยรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสท่านเลิกทันรถและท่านก็มาวางมาตรการให้คนขับรถหาพระด้วยหลักเกณฑ์นั้นคอนั้นข้อนี้แล้วเราก็มาเลิกท่านมาเลิกตามท่านแล้วเราจะเห็นผลคุณปฏิบัติคุณต้องสอดส่องเห็นผลให้ได้เสมอๆสอดส่องดูว่าเราได้นะเราปลดปล่อยไปเราเบาบางไปเราจางไปเราง่ายเราสบายเราเบาแล้วเราก็เอาเวลาเอาแรงงานเอาทั้งแรงกายแรงปัญญาเอาต้นทุนร้อนต่างๆมาสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นสารัตถะให้แก่โลกให้แก่มนุษย์หรือครอบครัวหรือแม้แต่ตัวเองดีกว่าเราจะรู้ว่าเราเฟ้อเราเกินเราเปลืองเปล่าเราถูกทำลายถูกหลอกเยอะแยะจริงๆเราจะถูกหลอกมามาก เพื่อนผู้ใดมาเรียนรู้สาระและลดได้ลดได้ก็จะรู้ว่าชีวิตนี้มันมีแก่นสารขึ้นมันมีเนื้อหาขึ้นเราเห็นเองนะมาปฏิบัติแล้วเราเข้าใจเองท่านแนะก็เป็นแต่เพียงนะท่านบอกเหตุผลก็เป็นแต่เพียงบอกเหตุผลเพราะเราไปทำเองแล้วเราก็พิจารณาใช้ปัญญาตรวจสอบตรวจอ่านแล้วก็จะเกิดปัญญาเกิดอธิปัญญามองเห็นดาวฤกษ์ละด้วยศีลศีลใดบังคับตัวเองไว้ก็นั่นแหละหลักปฏิบัติเราจะเลิกอันนี้เราจะละอันนี้ที่ท่านบอกว่าเวรมณีเวรมณีแปลว่าเลิกมาเว้นขาดออกมาเว้นให้เด็ดขาดเวรมณีนี่เว้นขาดคือเว้นให้ขาดจริงๆเว้นให้มันเด็ดขาดออกมาไม่ใช่เว้นๆแล้วก็ประเดี๋ยวก็เวียนเวียนเวียนๆ เบนๆๆๆเวียนๆมันก็ไม่ขาดสักทีเว้นทีไรมันก็เวียนเวียนทีไรมันก็เวียนๆมันก็เวียนเวียนเวียนๆไม่ช้าไม่นานก็ตายก็เลยได้แต่แค่เวียนๆๆก็เลยได้แต่วนเวียนอยู่อย่างนั้นเองมันก็ไม่ขาดเว้นให้ขาดท่านถึงแปลว่าเว้นขาดหรือขาดเว้นออกมาละออกมาอย่างเด็ดๆเลยเด็ดให้มันขาดอย่าไปเอาทำอย่างใยบัวเด็กปั๊มเย้ยไปเลยนะไปถึงอเมริกายังยายไม่หลุดเลยอย่างนี้มันจะไปเป็นขาดอะไรกันเน็ตให้มันคลานเล่นๆใช้ศัพท์ให้ฟังเนี่ยเป็นสื่อให้ฟังอยู่ว่าเย็ดพ่อเลยเพชรเนี่ยมันไม่ใหญ่หรอกมันแตกตรงไหนมันร้าวๆไปถึงที่เมื่อไหร่มันหลุดออกจากกันเลยเพชรเนี่ยมันไม่มีใยไม่มี ไม่มีน้ำอะไรหรอกแตกเลยหลุดถอยออกจากกันเลยต้องอย่างนั้นขาดไปเลยเด็ดอย่างเพชรอย่าไปเด็ดอย่างเดียวถ้าเด็ดอย่างบัวแล้วก็ทุกข์อยู่ตลอดไม่มีขาดได้ไม่มีบรรลุธรรมไม่มีการสำเร็จนะต้องใจเด็ดๆต้องหัดฟังดีๆจุดหมายอันนี้ที่บอกว่าเด็ดอย่างเพชรอย่าไปเด็ดอย่างเดียวเนี่ยเป็นภาษาที่จะสื่อให้คุณเข้าไปดูอาการให้ไปดูกรรมการกระทำของเราเรานี่กรรมหรือกระทำอย่างเพชรหรือกระทำอย่างเด็ดเพชรหรือเด็ดบัวถ้าทำยังเด็กบัวอยู่นะกรรมการกระทำอย่างนั้นเทียบเคียงให้ดีมันไม่มีตัวตนหรอกเวลาคุณไปปฏิบัติธรรมคุณจะเด็ดจะขาดอะไรต่ออะไรไม่มีตัวตนแต่มันมีกรรมกริยาอาการที่อย่างนั้นแหละลักษณะอย่างที่อาตมาว่านี่แหละมันมีนะ ไม่มีของจริงให้คุณอ่านได้พิสูจน์ได้เหมือนใครทำได้เด็ดขาดเว้นได้สนิทหลุดพ้นคุณก็จะเห็นเองหรือเปล่าหรือเรียกว่าทัศนะหรือเรียกว่าปัดสีภาษาบาลีนี่มีอะไรทำปัดสีแปลว่าเห็นเองเห็นชัดๆไม่ใช่ลูกก็ตาเห็นเห็นการขาดเห็นการว่างเห็นการไม่มีกิเลสเข้าใจว่าออกกิเลสมันเป็นอย่างนี้มันดูดมันดึงเรามันเอร็ดอร่อยมันมัวเมาอยู่อย่างนี้มันติดใจอยู่มันเป็นอย่างนี้มันเป็นโลภะเป็นราคะเป็นอย่างนี้มันยังชอบยังใคร่อยากอยู่เป็นอย่างนี้มันจางเป็นอย่างนี้เขาเรียกว่าเวลาเค้าทำธรรมะอาจารย์แล้วมันลดลงได้ ตอนแรกท่านบอกว่าปฏิบัติแล้วมันจะเห็นอนิจจังลูกปัดอนิจจารูปปัสสีเห็นอนิจจังปัดสีอนุบาลสีแปลว่าตามเห็นปฏิบัติธรรมไปแล้วก็ตามอ่านตามเห็นปรมัตถ์แล้วอย่าไปเห็นแบบโลกๆไม่ใช่เทียบเคียงนะเห็นด้วยปัญญาญาณเห็นด้วยความรู้ของเราเห็นอ๋ออนิจจังอันนี้เป็นอนิจจังของจิตอนิจจังของปรมัตถ์ไม่ใช่อนิจจังแบบคำนวณรอบๆโอ๊ยเกิดมาแล้วเดี๋ยวก็แก่เดี๋ยวก็ตายคนนี้เดินอยู่ดีๆก็เดี๋ยวก็ถูกรถชนตายอันนี้ยังไม่เที่ยงหนอเรารวยๆอยู่คนเดียวไฟไหม้หมดเนื้อหมดตัวไม่เที่ยงไอ้อย่างนี้มันไม่ใช่ผลไม้อนิจจังโลกโลกอนิจจังโลกีย์สัตว์ตัวตนบุคคลเราเขาเข้าของมันไม่ใช่ปรมัตถ์ฟังดีๆนะอาตมากำลัง ปรมัตถ์กับเน้นโลกิยะโลกุตตระโลกียะมันมีนัยยะต่างกันเพราะฉะนั้นอนิจจาอุปศรีนี่หมายความว่าเราเข้าถึงเห็นอนิจจังของจิตจิตเจตสิกรูปประจิตอรูปประจิตไม่ใช่เรื่องนอกกว่าจิตเห็นจิตเปลี่ยนได้จิตไม่เที่ยงจิตเคยติดยึดแหมเที่ยงเหลือเกินเราจะต้องเอาให้ได้ดังนี้รสชาติก็ต้องเค็มเท่านี้หวานเท่านี้สีจะต้องสวยจัดเท่านี้อ่อนกว่านี้ใจเราก็ไม่พอใจถ้าเบากว่านี้เราก็ไม่พอใจนั้นเรียกว่าเราติดยึดเที่ยงแท้คงคงอยู่ที่นี่เราไม่แล้วเราไม่เอาจัดๆอย่างนี้มันแข็งๆอย่างนี้ไม่เอารถได้ปฏิบัติแล้วเห็นจริงว่าก่อนได้เปลี่ยนได้จิตไปยึดมั่นแท้ ติดรถได้รถจริงๆเลยติดคุณลดลงนี่แหละเห็นอนิจจังของจิตเราฟังดีๆฟังให้ชัดๆนี่แหละเห็นความเปลี่ยนแปลงแล้วไม่เที่ยงแล้วไม่ยึดมั่นแล้วแต่ก่อนนี้เราไม่เชื่อเราจะเอาอย่างที่เราเชื่อเราจะเอาอย่างที่เราคิดนี่แหละเราจะเอาอย่างที่เราชอบนี่แหละไม่ยอมเปลี่ยนการที่ไม่เปลี่ยนแปลงการที่ไม่ยอมลดราวาศอกนั้นเรียกว่าเที่ยงการยอมเปลี่ยนและยอมแล้วลดบ้างก็ยอมแม้จะยังโหยหาอยู่บ้างก็ยอมอันนี้เรียกว่าเกิดอนิจจังคนมิจฉาทิฐิทำอีกเพิ่มก็ไปอีกจิต เราก็จะจางเราได้มากอีกเรียกว่ารถก่อนกิเลสใหญ่ลงมาก้อนกิเลสใหญ่เราเรียกว่าสักกายะตัวตนของกิเลสนี่เรียกว่าตัวตนไม่ใช่ตัวตนอันที่พูดเพ้อด้วยเหตุผลอยากจะบอกโอ้ละตัวละตนละตัวละตนเสร็จแล้วก็ไม่รู้ว่าตัวตนมันเป็นยังไงตอนนี้เราเห็นนะเห็นกิเลสและตัวตนของกิเลสลดลงไม่ว่าเหตุปัจจัยอะไรคุณติดอะไรก็ตามมันเป็นอารมณ์ของกิเลสมันไม่มีตัวตนหรอกแต่มันเป็นตัวตนของมันใช้ภาษาเรียกว่าเป็นตัวตนแต่มันไม่เป็นตัวตนที่จริงไม่เป็นเลยยิ่งกว่าลมยิ่งกว่าอากาศไม่มีตัวตนแต่เป็นอารมณ์ของจิตนี่แหละอารมณ์ของจิตเนี่ยเราลดจัดกายะอันนี้แต่ก่อนติดก้อนโตก้อนแข็งแหมเหนียวแน่นเหลือเกินรุนแรงเรียกว่าตัวใหญ่สักอายัดแปลว่าใหญ่ รถจากใหญ่ลงมาได้เลยเบาะรถพ้นศักดิ์กายะทิฐิเห็นจริงๆเลยเห็นด้วยปัญญาของเราเห็นด้วยการประพฤติปฏิบัติของเราเราควรปฏิบัติแล้วมันจางคลายลงไปจริงๆเรียกว่ารถสกายยักษ์เรียกว่าทุกข์ของเรารถเหตุแห่งทุกข์หมดทุกข์ลดเพราะเราลดแล้วเราก็เข้าใจแล้วก็รู้ด้วยปัญญาว่ารถแล้วมันสบายขึ้นนะมันเบาขึ้นนะเรียกว่าเราพ้นทุกข์ลงลดลงยังไม่หมดสนิทนะนี่ยังไม่เป็นขั้นที่ 2 อันแรกคนมิจฉาทิฐิอันที่ 2 พ้นสักกายาหรือตัวตนนี้ลดลงลดลงตัวเล็กลงตัวเล็กลงจึงใช้คำว่าอัตราเรียกสักอายะก็แปลว่าตัวตนอัตราก็แปลว่าตัวตนแต่เดี๋ยวนี้ สอนสักกายะกันพาไปสอนแต่อัตราแล้วก็เรียงกันอัตราเต็มบ้านเต็มเมืองแล้วก็ไม่รู้ว่าอัตตาคืออะไรได้แต่คำพูดจึงเรียกว่าได้แต่อัศวาถ้าเสร็จแล้วก็เลยยึดเอาได้แต่ว่าอาตมาถ้าภาษาบาลีท่านเรียกว่าได้แต่อัศวาทุกตาทานอาวาส + คำว่าอุปทานอุปทานแปลว่าช่วยเอาได้ยึดเอาได้การศึกษาสมัยนี้จึงได้แต่อัศวาทุกปาทานคือยึดได้แต่ตัวตนแค่วาทะส่วนตัวตนของกิเลสแท้ไม่รู้เรื่องเพราะฉะนั้นก็เลยบอกว่ามีแต่ตัวกูของกูแค่ว่าถ้าเราเข้าใจแล้วตัวกูของกูไม่มีมันสบายเหตุผลเข้าใจเสร็จแล้วก็ได้แต่แค่อาตมาทุกบาทผ่านการละกิเลสทุกวันนี้สวยได้แต่ว่าถ้า อัตราเท่านั้นเองยังไม่เข้าถึงเนื้ออัตราแท้เพราะอัตราแท้ๆนั้นเป็นขั้นปลายตัวตนที่เหลือส่วนน้อยศักยะเป็นตัวตนใหญ่สักกายะนี่แปลว่ายายอัตตานี่แปลว่าตัวตนเหมือนกันแต่ละเอียดลงไ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive