360225 ทำใจให้อายุยืน โดย พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ ณ ปฐมอโศก

โฟลเดอร์2536 รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.google-apps.document)
ขนาดไฟล์28 KB
วันที่แก้ไข4 กุมภาพันธ์ 2569

เนื้อหาในไฟล์

คลิปทำใจให้อายุยืน จะแบ่งเป็น 2 ช่วงก็ได้ ช่วงแรกเหมือนพ่อครูปูพื้นฐานเล่าเรื่องคนอายุยืน 102 ปี แล้วเตือนคนที่สูงอายุให้ระวังการหกล้ม

ส่วนช่วงที่ 2 มีเนื้อหาสำคัญ ให้เริ่มนาทีที่ประมาณ 26 เนื้อหาอยู่ตั้งแต่หน้า 17 มีตัวหนังสือสีแดงทำไม่เห็นประเด็นที่สำคัญ ถ้าได้ฟังทั้งเสียงและอ่านตัวหนังสือด้วยก็จะทำให้เก็บประเด็นได้คมชัดลึก

360225 ทำใจให้อายุยืน โดย พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ ณ ปฐมอโศก

ต่อจากนี้ไปเป็นการแสดงธรรมเรื่องทำใจให้อายุยืนโดยพ่อท่านสมณโพธิรักษ์ประจำวันที่ยี่สิบห้ากุมภาพันธ์

สองพันห้าร้อยสามสิบหกที่พุทธสถานปฐมบูชาขอเชิญท่านรับฟังได้

ณ บัดนี้

ครับ

เจริญธรรมญาติโยมผู้ใฝ่ธรรมะของพระพุทธเจ้าอยู่

ถ้าวันนี้เป็นวันตายเป็นวันที่จะเผาศพของโยมบัวขาวนะซึ่งเป็นโยมที่มีอายุยืนยาวไปถึงร้อยร้อยเอ็ดปีนะ

อายุร้อยเอ็ดปีนะที่ตายเนี่ยแข็งแรงนะที่จริงถ้าเผื่อว่าไม่นอนเป็นอัมพาตอะไรพวกเนี้ยเป็นคนแข็งแรงแต่ที่ไปไปขาหักขาหักเมื่อแก่นี่กระดูกมันไม่ฟื้นละ

น่ะกระดูกมันยากยากเพราะงั้นคนที่อายุมากแล้วเนี่ยระวังอย่าให้หกล้มหกล้มหรือกระแทกไอ้นู่นนี่แล้วเกิดถึงกระดูกแล้วนี่ลำบากกล้ามเนื้อก็ลำบาก

กระดูกก็ลำบากเมื่อแก่แล้วเนี่ยเพราะว่ามันทรุดโทรมแล้วมันไม่เหมือนหนุ่มหนุ่มสาวสาวเด็กเด็กถ้าเด็กเด็กเนี่ยนะกระดูกหักประเดี๋ยวสองวันสามวันมันก็ต่อแล้ว

เพราะว่ามันสังเคราะห์มันกำลังทุกอย่างกำลังสดกำลังใหม่กำลังเสริมธาตุอะไรทุกอย่างมันแรงมันสูงธาตุมันสดใหม่มันก่อก่อกันผสมผสานมันสร้างมันสร้างได้ดี

ส่วนคนอายุแก่แล้วเนี่ยมันมีแต่เสื่อมกับเสื่อมหาธาตุกินอาหารเอาธาตุเข้าไปบำรุงเอาธาตุเข้าไปต่อก็ลำบากในการจะต่อจะเชื่อมจะติดเพราะระวังเอาไว้อย่าอวดดีนะคนแก่แก่อายุมากแล้วเนี่ย

อาตมาเองอาตมาก็ต้องเตือนตัวเองเหม

อ่านต่อ

ือนกันเพราะมันจะเข้าเลขห้าเลขหกมันจะเข้าเลขหกอายุจะหกขึ้นไปแล้วนี่หกสิบขึ้นไปแล้วมันเขาก็ถือว่าอายุอ่าแก่แล้วในในรุ่นนี้ยุคนี้สมัยนี้หกสิบขึ้นไปนี่ถือว่าแก่กันแล้ว

จะต้องระมัดระวังอาตมาก็ต้องระมัดระวังเหมือนกันเพราะงั้นจะไปผิดผิดพลามพลามจะไปยกไปแบกไปหาบไปหามไปขี้ขนไปอะไรต่ออะไรต่างต่างนานาอย่างหนุ่มหนุ่มสาวสาวกระแทกกระทุ้งกระเทือนอะไรมากมากเนี่ยให้เป็นพิษเป็นภัยต่อกระดูกหรือกล้ามเนื้อมากมากเกินไปนักเนี่ย

ถ้าเกิดมันชำรุดขึ้นมาแล้วเนี่ยมันมันยากและตอนนี้ไม่ฟื้นมีแต่ทรุดกับทรุดเลย

นะมันระวังไว้ทุกทุกคนระวังนะแล้วเราก็ต้องรู้กันเพราะหนุ่มหนุ่มสาวสาวหรือคนที่มีกำลังวังชาดีดีอยู่เห็นคนแก่คนเฒ่าไปฝืนไปทำอะไรพวกนี้เข้าไปช่วยเหลือเข้าไปทดแทนอย่าไปปล่อยให้คนแก่จะไปต้องไปแบกต้องไปหามต้องไป

ทำอะไรที่มันจะเกิดการชำรุดทางสรีระส่วนนั้นเราต้องเข้าใจกันนะการอยู่กันอย่างสังคมพี่น้องอยู่กันอย่างสังคมพระราดรภาพเนี่ย

เราจะเข้าใจรายละเอียดพวกนี้ด้วยที่อาตมาพูดถึงแง่เชิงว่าระวังคนแก่เนี่ยมันจะมีน้ำใจมีกะจิตกะใจมีการช่วยเหลือเกื้อกูลไม่ใช่ว่าตัวใครตัวมันเอ็งจะเป็นยังไงก็ช่างหัวเอ็งข้าจะเป็นยังไงก็ช่างหัวข้าอะไรเนี่ยมันเรื่องของเอ็งวิบากของเอ็ง

เออ

เอ็งอยากจะดิ้นรนเดือดร้อนอะไรก็เรื่องของเอ็งอะไรเงี้ย

มันจะไม่ดูดาย

มันจะไม่ปล่อยปละละเลยกันอย่างนั้น

น่ะมันจะมีน้ำใจมันจะรู้จักระดับแต่บางอันบางอย่างก็ต้องปล่อยให้ทำนะคนแก่ก็ต้องปล่อยให้ทำบ้างตามสมควรปล่อยให้ทำขณะนี้ดีละคนแก่จะได้ทำได้ออกกำลังกายแม้ไม่ทำบางทีจะต้องควรหาความเฉลียวฉลาดที่จะให้คนแก่นั้นทำบ้าง

อ่าถ้าไม่ทำไม่ออกกำลังกายไม่ได้มีความหมุนเวียนในสรีระไปไม่รอดเหมือนกันไปไม่รอดอ่าลำบากเพราะจะต้องมีการออกกำลังกายได้หมุนเวียนได้เคลื่อนไหว

อ่าได้ได้ได้เกิดสภาพระบบที่มันจะต้องขับเคลื่อนอะไรไตรนี้พอสมควรอย่างพระพุทธธาตุขณะนี้อายุแปดสิบ

แปดสิบเจ็ดทีพุทธทาสแปดสิบเจ็ดตอนนี้หมอบังคับบังคับนะใช่ว่าคำว่าบังคับต้องให้เดินให้ได้วันนึงอย่างน้อยสามร้อยเก้า

เพราะธรรมอื่นก็ยากแล้วจะไปยกไปแบกไปหาไม่ได้เอาแต่เดินนี่แหละเดินเนี่ยออกกำลังกายให้เดินอย่างน้อยวันละสามร้อยก้าว

ถ้าไม่เช่นนั้นไปไม่รอดไม่ไม่ต่อแน่ยิ่งแก่ยิ่งขนาดนี้แล้วยิ่งไม่ได้เลยต้องออกกำลังกายขนาดนี้แหละแปดสิบเจ็ดแล้วต้องเดินวันละสามร้อยเก้าลุงอาตมาลุงหมออยู่

ขณะนี้ลุงหมอที่เคยใครเคยเห็นอยู่ที่ซอยซอยชัยพฤกษ์นี่เองอยู่กรุงเทพเนี่ยทุกวันนี้ก็ยังวิ่งอยู่

น่ะแปดสิบเก้าจะเก้าสิบละนี่จะฉลองตั้งใจจะฉลองอายุเก้าสิบน่ะจะฉลองแซยิดเก้าสิบว่างั้นนะยังวิ่งนะวิ่งจ็อกกิ้งจ็อกกิ้งอยู่ในรอบบ้านนะวิ่งออกกำลังกายวันนึงเป็นชั่วโมงชั่วโมงน่ะวิ่งจ็อกกิ้งอยู่

ยังไปได้นะอายุก็ก็เรียกว่ากำลังย่างเก้าสิบกันนี่แหละจะเก้าสิบไม่ไม่รู้ว่าเดือนอะไรคือเดือนอะไรเดือนกรกฎาหรือไงไม่รู้เก้าสิบ

ก็ยังวิ่งอยู่ได้นะก็ถ้าเผื่อว่าได้หมุนเวียนได้ออกกำลังกายแล้วตัวเองเป็นหมอก็ก็ก็ทำให้ตัวเองได้พอสมควรเพราะว่าเข้าใจสรีระเข้าใจการหมุนเวียนพวกนี้เพราะเราจะต้องมีความรู้พวกนี้ด้วยหนุ่มหนุ่มสาวสาวนี่กำลังกายหรือเด็กเด็กนี่ออกกำลังไปเถอะไม่ต้องห่วงเขาหรอก

อะเด็กเด็กนี่ไม่ต้องห่วงโอเวอร์โหลดหรอกเด็กเด็กนี่เขาจะออกกำลังกายเขาจะหนักจะหนาจะเหนื่อยหอบฮักฮักฮักอย่างเงี้ยไม่มีปัญหาเด็กพวกนี้มันทดแทนแล้วมันก็พัก

พักวันเดียวมันก็วิ่งเด็กอะมันไม่ไม่ไม่มีปัญหาหรอกมันวิ่งได้คนแก่ถ้าเมื่อยแล้วพักแล้วทีนี้จะวิ่งนะยากยากไม่ค่อยออกแล้วเนี่ยอย่างงี้เป็นต้นมันมันมันต่างกันหลายหลายอย่างเพราะงั้นก็เราต้องรู้กาลเทศะหนุ่มหนุ่มสาวสาวก็ควรออกกำลังกายอะไรไว้

แต่ออกกำลังกายที่ว่ายน้ำนี่ดีนะออกกำลังกายว่ายน้ำเนี่ยมันได้ทุกสัตว์ทุกส่วนเพราะว่ามันน้ำเนี่ยมันต้านอะไรต่างต่างนานานะอาตมามีข้อมูลจากหนังสือที่เขาเขียนภาษาคดีให้เอาไปติดไว้ที่

นั่นแหละที่ศาลาผู้ป่วยใช้สูงสุขภาพเดี๋ยวเนี้ยติดไว้ที่ประตูแถวแถวนั้นใกล้ใกล้สระนะเขาแนะนำว่าเวลาจะอาบน้ำเวลาจะลงว่ายน้ำว่ายน้ำน่ะดีแต่ก็ควรจะต้องมีจำมีจังหวะ

อย่าไปตูมตูมตูมลงไปทันทีแล้วก็แหมตุ้มตั้มตุ้มตั้มไหว้เล่นทันทีเลยให้มีการให้ค่อยค่อยร่างกายได้รับสัมผัสได้ปรับตัวปรับทั้งอุณหภูมิค่อยค่อยวอร์มเนี่ยค่อยค่อยวอร์มลงไปน้ำแล้วก็

ให้น้ำมันเข้าไปคลุกกับตัวอย่าเพิ่งไปออกกำลังทันทีอย่าเพิ่งไปว่ายตุ๊บตั๊บตุ๊บตั๊บทันทีไม่ก็โจรน้ำตู้มเลยแม้หนุ่มสาวแม้แต่ยิ่งคนแก่แล้วยิ่งต้องระวังต้องวอร์มต้องค่อยค่อยให้น้ำค่อยค่อยถูกตัวแล้วเราก็ลงเข้าไปในน้ำแล้วค่อยค่อยเข้าไปเคลื่อนไหวในน้ำก่อน

เคลื่อนไหวในน้ำเคลื่อนไหวจนกระทั่งเราค่อยค่อยชั่วแล้วสิบนาทียี่สิบนาทีอะไรก็ค่อยค่อยถึงจะต้องออกกำลังกายทีนี้จะไหว้จะอะไรก็ค่อยค่อยทำไปตามกำลังไอ้หนุ่มหนุ่มสาวสาวเด็กเด็กกำลังมันดี

มันก็ทำได้หรอกแต่ว่ามันไม่ถูกลักษณะไม่ถูกแบบเท่านั้นเองแต่มันกำลังมันดีมันพอได้ถ้าคนแก่แล้วจะเห็นผลทันทีเลยว่าไม่ดีจะกลายเป็นสภาพที่ไม่ได้สัดส่วนที่ดีนะเพราะลงไปให้

สัมผัสกับน้ำให้คลุกคลีกับน้ำให้ได้สนิทสนมกับน้ำพอสมควรสิบนาทียี่สิบนาทีแล้วทีนี้ค่อยออกกำลังกายแรกแรกออกกำลังกายก็อย่าเพิ่งรีบโถมทันทีแรงแรงเลยต้องค่อยค่อยไปก่อนแล้วค่อยค่อยแรงขึ้นมาพอสมควรนะต่อไปมันก็จะเมื่อยมันก็จะค่อยค่อยเบาลงเอง

ไม่ใช่กำลังเรามีแรงแรงใหม่ใหม่แรกแรกเอาใหญ่เลยพืดพืดพืดพืดพืดเลยทันทีมันเหมือนกับเวลาเราขับรถเข้าเกียร์ห้าปึ๊บเหยียบคันเร่งจมเลยนะบืดบืดจอดดับเครื่องดับเลยไปไม่ออกหรอกมันต้องต้องเข้าเกียร์หนึ่งค่อยค่อยช้า

แล้วก็ค่อยค่อยเร่งเร่งแล้วค่อยค่อยวิ่งขึ้นไปค่อยค่อยเข้าเกียร์สองค่อยเร่งเร็วขึ้นค่อยค่อยขึ้นไปได้อีกค่อยเข้าเกียร์สามค่อยค่อยไปมันต้องอย่างนั้น

ตามธรรมชาติก็เป็นอย่างนั้น น่ะ

เพราะงั้นไม่ใช่ว่าเราถึงปั๊บก็มาเร่งเลย

ทีนี้กำลังกายของเรามันไม่เหมือนรถยนต์

รถยนต์มันธรรมชาติใช่ไหม

ไม่ใช่ธรรมชาติหรอกมันเป็นเครื่องยนต์ที่มันไปตามลำดับของธรรมชาติมันต้องเป็นอย่างงั้น

แต่คนเรามัน

มันเกินไปมันเอาจิตเข้าว่ามันก็สั่งเร่งเลยทันทีแล้วไอ้ร่างกายมันก็ผิดสัดส่วน

ตูมก็ว่ายแล้วทันทีแล้วก็เร่งเครื่องปรื๊ดทันทีเร็วเร็วทันทีเลยไม่ถูกไม่ถูกไม่ถูกลักษณะนะจะต้องให้ช้าก่อนค่อยค่อยเบาไปหาไปหาแรงเป็นลำดับลำดับนะอันนี้ก็อธิบายนิดนิดหน่อยหน่อยพอสมควรให้ให้เข้าใจเท่านั้นเองนะ

เจตนาอยากจะอธิบายกันก็คือให้เห็นว่าพวกเราเนี่ยเมื่ออยู่เป็นสังคม

เราจะมีอายุยืนก็ตามตอนนี้เรายังพิสูจน์ไม่ได้หรอกน่ะเรายังพิสูจน์ไม่ได้จนกว่าเราจะอายุของเราจะยาวไปเองตอนนี้มันก็ค่อยเริ่มต้นไปน่ะถ้าอีกสี่สิบปีข้างหน้านะอาตมาก็อายุร้อยอะนะ

อีกสี่สี่สิบปีข้างหน้าอาตมาก็อ้าวอีกสี่สิบสี่สิบเอ็ดปีอาตมาก็อายุร้อยอะนะอะเหมือนนั้นอะเราจะรู้ว่าเราอายุยืนหรือเปล่า

ถ้าเราอายุร้อยเราก็บอกได้ว่าเราอายุยืนร้อยนี่ถือว่ายืนแล้วนะถ้าไปไปไปไปไปยังไม่ถึงร้อยหรอกเจ็ดสิบก็ไม่และเออตายมันก็เรียกว่าไม่ยืนแต่ยังไงก็ตามคนเราทุกวันนี้นี่ถ้าถือว่าอายุเจ็ดสิบขึ้นไปแล้วนี่นะเขานับว่าอายุยืนแล้ว

เพราะคนส่วนมากขณะนี้เนี่ย

ห้าสิบก็ชักจะ นานละ

อ่าห้าสิบแล้วก็ป้อแป้ป้อแป้

หกสิบหกสิบเศษก็ไปละ

ค่าเฉลี่ยอยู่แค่นั้นตอนเนี้ย

ค่าเฉลี่ยนะ

ส่วนใครยืนกว่าเจ็ดสิบขึ้นไป

แปดสิบเก้าสิบก็ยิ่งว่าถือว่าอายุยืนมาก

แต่อายุยืนสมัยนี้เนี่ย

อายุยืนที่เขาใช้วิทยาศาสตร์เลี้ยงไว้

ใช้วิทยาศาสตร์ประคบประหงมไว้

ครับ บำรุงทุกอย่าง

อ่า รั่วตรงไหนปะ

อ่า ซึมตรงไหนปิด

ถ้าจริงจริงแล้วตามธรรมชาติอันสมเหมาะสมควรแล้วไม่ต้องประติดประต่อไม่ต้องซ่อมต้องแซมถึงขนาดนั้นน่ะนะ

ที่จริงควรตายแล้ว

ควรตายแล้ว

ตัวจริงจริงควรตายแล้ว

อ่า

ถ้าไม่ตายก็อยู่ไปอย่างที่เรียกว่า

คุณค่าของผู้นั้นหรือคุณค่าของเครื่องยนต์เหมือนเครื่องยนต์เนี่ยอย่างเครื่องยนต์ก็สร้างขึ้นมาเครื่องยนต์อะไรอันนึง

เขาจะบอกอายุประมาณนี้น่ะเขาจะบอกอายุใช้นี่เขาคำนวณได้ตามหลักตามหลักสากลเลยหลักวิทยาศาสตร์จะใช้ได้อายุประมาณนี้ถ้าเกินนี้ไปแล้วต้องโละทิ้ง

เพราะฉะนั้นในประเทศญี่ปุ่นนี่เขาใช้ได้ถึงอายุมันเขาโละทิ้งหมดแล้วเขาไม่ใช้หรอกใช้มาคุณภาพก็ไม่เหมือนเก่าคุณภาพก็ไม่สมบูรณ์

นอกจากคุณภาพไม่สมบูรณ์แล้วยังจะเป็นพิษเป็นภัยมันจะคายมลพิษมันจะก่อมลพิษมันจะเอ่อไม่แข็งแรงเท่าที่ควรมันจะเกิดการพลาดพลั้งมันจะอะไรต่างต่างนานาอีกหลายอย่างหลายอัน

น่ะยกตัวอย่างไม่ได้ง่ายง่ายอย่างว่ารถยนต์ในขนาดนึงนี่นะเครื่องยนต์อะไรต่อไรมันเดินได้อย่างสัดส่วนที่ดีนี่นะมันจะไม่มีแก๊สพิษการเผาไหม้การอะไรนู่นนี่จะได้ทุกอย่างได้ถูกสัดส่วนหมดเลยนะมันจะไม่เกิดแก๊สพิษ

นายกฟังง่ายง่ายนะฟังตัวอย่างง่ายง่ายเพราะฉะนั้นรถยนต์คันนี้ก็ใช้ได้ดีดีด้วยแล้วก็ไม่เกิดมลพิษให้แก่ผู้อื่นด้วยไม่เกิดแก๊สพิษอะไรทุกอย่างมันหมุนเวียนเผาไหม้อะไรต่างๆดี

พอมันแก่ไปหน่อยไอ้นั่นหลวมไอ้นี่โขกจะมีช่องมีรั่วมีซึมการสังเคราะห์ของมันไม่ได้สมบูรณ์มันก็จะเกิดแก๊สพิษก็จะเกิดอันโน้นอันนี้

แต่เครื่องเราก็ซ่อมได้นะซ่อมปุปะธรรมนูริได้แรงงานก็ยังไม่สูญทีเดียวก็ได้นะแต่มันจะเริ่มละอย่างน้อยที่สุดสังเคราะห์แก๊สพิษขึ้นมาให้แก่สังคมละ

เครื่องยังดีใช้ไปได้อีกยี่สิบปีสามสิบสี่สามสิบปีก็ยังได้นะเครื่องยนต์น่ะแต่เริ่มละเริ่มละก่อมลพิษละแก๊สพิษจะค่อยค่อยมากขึ้นมากขึ้นมากขึ้นมากขึ้นอย่างงี้เป็นต้นก็เริ่มต้นทำร้ายสังคม

เพราะว่าเกินเกินเอ่ออายุของมันที่ควรเขากำหนดไว้แล้วก็จะก่อมากขึ้นมากขึ้นมันจะก่อมลพิษเนี่ยอาตมายกตัวอย่างให้แก่มลพิษนะอย่างอื่นอื่นก็อีกเหมือนกันมีทั้งเสียงมันจะคลอนแคลนมันจะดังไอ้เสียงดังก็เป็นพิษเหมือนกัน

มันคลอนมันโครงเครงโครงเครงนี่ก็เป็นพิษมันกระทบกระแทกกระเทือนกันก็เกิดปฏิกิริยาอะไรขึ้นมาอีกซึ่งเราไม่ได้เอาคำตอบเป็นรายละเอียดอะไรเกินไปนัก

แต่ถ้าจะพอพิสูจน์กันให้ครบพร้อมแล้วมันก็จะเป็นนะ

อะอย่างงี้เป็นต้นนะถ้าอาตมาพยายามหยิบวัตถุอะไรก็ได้มาอธิบายสู่ฟัง

เพราะชีวิตของคนเราเนี่ย

ถึงเวลาควรตายเนี่ยก็ควรตายแต่สมัยใหม่เนี่ยมาประคองมันเอาไว้มาเลี้ยงมันเอาไว้อย่างที่ว่าขนาดกลายเป็นมนุษย์พืชก็ยังไม่ยอมให้ตายซึ่งมันเป็นภัยไปหมดเลยเป็นภัยหลายหลายอย่างและคนที่เป็นอยู่จริงก็ไม่เป็นสุขอะไรหรอก

ที่นี้คนเราจะอายุยืนโดยสมดุลไม่เป็นภัยและไม่เป็นทุกข์ไม่ก่อมลพิษไม่ก่อทุกข์ให้แก่ผู้อื่นทั้งตนเองด้วยเนี่ย

มันก็ต้องได้สัดส่วนที่ดีจะได้สัดส่วนที่ดีก็มีความรู้แล้วก็มีใจมีความรู้ก็ประมาณด้วยอิทธิบาท

มีใจที่ไม่ติดไม่ผลักและไม่ไม่ดูดอยากอยู่อายุยาวเกินไปก็ไม่มีอยากตายเกินวัยเกินไปก็ไม่มีนี่เป็นต้นมันก็จะได้สัดส่วนที่พอดี

ทุกอย่างมันก็จะไม่เกินไป

อ่า บางคนสมมุตง่ายง่ายนะ

ไม่อยากจะเอาอยู่ยืน

กินมากมากมากมากมากมาก

ไอ้คนนี้อายุสั้นนะ

กินมากเกินไปนึกว่ากินนี่แหละมันจะทำให้ร่างกายสมบูรณ์แล้วมันก็จะได้อายุยืนยืนนี่คนเข้าใจผิดนะอยากจะอายุยืนยืนแล้วก็โง่ก็เลยกินมากมากมากมากมากคนนี้ก็ตายไวนะตายไวเพราะเหตุใดพวกคุณก็คงฟังออกเพราะกินมากเกินไปมันไม่ถูกสัดส่วนมันก็ต้องตายไวแน่

อย่างงี้เป็นต้นนะเพราะถ้าเผื่อว่าเราเองเนี่ยเราไม่มีความรู้เราก็มีอิทธิ

มีอิทธิบาทต้องมีความรู้ด้วยอิทธิบาทก็คือสามารถที่จะประมาณมีวิมังสามีการพิจารณามีการ

เอ่อตรวจตราไตร่ตรองปรับปรุงแก้ไข

หรือส่งเสริมอยู่ในตัวน่ะเป็นตัวที่จะจัดแจงให้มันพอเหมาะพอดีเป็นตัวปรับน่ะเป็นตัวปรับแล้วก็ต้องตรวจตราถึงจะปรับเป็นถ้าไม่ตรวจตรา

แล้วก็ไม่มีความรู้

ก็ปรับไม่เป็น

มันตรวจตราด้วยแล้วก็มีความรู้ด้วย

ก็ปรับให้มันได้สมดุลอยู่เสมอ

ในอิทธิบาทสี่เนี่ยตัวมิมัง

มิมังสาเนี่ยตัวสำคัญ

แล้วเราต้องเพียรกระทำ

เราจะรู้ได้ก็เพราะว่าเราเพียรศึกษา

เพียรฝึกฝน

เพียรอบรม

อาตมาเคยพูดว่าพวกเราชาวอสงฆ์นี่จะอายุยืนไม่ใช่อาตมาพูดเล่นพูดจริงอย่างน้อยที่สุดพวกเราก็มลพิษน้อยได้รับมลพิษนี่น้อยเพราะงั้นมลพิษนี่มันก็เท่ากับสิ่งที่ฆ่าชีวิตคนผ่อนส่ง

มลพิษทุกวันนี้เนี่ยไม่ใช่น้อยน้อยนะในโลกทุกวันนี้เยอะ

ยิ่งคนอยู่ในกรุงเทพเนี่ยเยอะ

ถ้าอยู่ในกรุงเทพถ้าอยู่ที่สติอโศกก็ค่อยยังชั่วไม่ค่อยออกไปข้างนอกเลยนะ

เพราะว่ามันมีแอร์คอนดิชั่นธรรมชาติมันมีต้นหมากรากไม้มันมีการสังเคราะห์อยู่ในตัวเราก็อยู่ในนั้น

สิ่งข้างนอกก็เข้ามาไม่ค่อยได้เท่าไหร่หรือเข้ามาก็น้อย

แต่ถ้าออกไป

อืม

ในเมืองเข้าไปในกลางกรุงเทพเลยจริงจริงนะ

โอ๊ย

บางที่นี่เขาวัดแล้วฆ่าของมัน

โอ้โห

น่ะมีที่ไหนมั่งอะเยาวราชประตูน้ำฮะสีลมด้วยเหรอสีลมหรืออะไรพวกเนี้ยแต่ละย่านแต่ละย่านพวกเนี้ยเขาวัดแก๊สแล้วบอกว่าโอ้โหเป็นพิษขนาดหนัก

น่ะอายุสั้นลงไปตั้งเท่าไหร่เท่าไหร่เท่าไหร่มันไม่มีเนื้อมีตัวนะมันไม่เห็นมันไม่มีกลิ่นไม่มีรสไม่มีสีน่ะมันไม่รู้เหมือนไม่รู้สึกว่าเราได้รับพิษนะแต่เรารับพิษ

อะทีนี้ชาวอโศกเรานี่อย่างน้อยก็ไม่ได้มลพิษน้อยนอกจากมลพิษน้อยแล้วเราก็รู้จักชีวิตด้วยว่าชีวิตเราควรพักควรเพียรอย่างไร

ชีวิตเราควรทำงานควรออกกำลังกายในการทำงานนี่แหละเป็นการออกกำลังกายที่สำคัญโดยเฉพาะการทำงานอย่างพวกเราทำงานเนี่ยอ่าได้ออกสู่สถานที่อากาศหมุนเวียนได้ออกกำลังได้แบกได้ขนได้ช่วยไอ้ออกกำลังส่วนนั้นส่วนนี้แล้วก็มีผลพลอยได้เป็นการสร้างสรรค์ทำงานนี่เราสร้างสรรค์แต่ในขณะสร้างสรรค์เราก็ได้ออกแรงออกกำลังได้ใช้สรีระเคลื่อนไหวนู่นนี่อย่างงู้นอย่างงี้อะไรต่ออะไรต่างต่างนานามันมันก็เป็นเรื่องธรรมชาติที่จะสมดุลเป็นผลดีแก่ชีวิตนะ

หนุ่มสาวทำได้มากบอกแล้วเด็กเด็กยิ่งทำได้มากกว่าน่ะได้ออกกำลังได้ทำงานได้อะไรมากมากกว่าไม่ต้องห่วงหรอก

จากความจริงนะว่ายิ่งเด็กเด็กเนี่ยมันเมื่อยไม่เป็นหรอกมันเมื่อยมันก็มันเมื่อยมันก็นอนเลยเด็กนั่นนะยิ่งเด็กเด็กตัวเล็กเล็กไม่เดียงสานี่นะแกก็จะดิ้นแกก็จะวิ่งพอเมื่อยแกก็นอนหลับปุ๋ยไปเลยนอนแผ่ลงไปนี่ก็หลับ

น่ะเด็กเด็กเนี่ยเหมือนเด็กโตมาเดียงสาพอสมควรนี่ก็ตามก็ยังจะออกกำลังกายเกินเกินมากมากอะไรก็ยังได้เพราะว่าทุกทุกอย่างมันกำลังเร่งอยู่อ่า

การได้ออกกำลังกายก็คือการเท่ากับเราเสริมเราให้เครื่องจักรเนี่ยมันสูบฉีดขับเคลื่อนสิ่งที่จะควรขับมันจะสังเคราะห์กันแล้วก็ขับออกสิ่งใดที่ควรจะเอามาสังเคราะห์ต่อเหมือนอ๊อกเหล็กเนี่ยมันก็จะเอาเนื้อเหล็กมาอ๊อกเสริมเสริมมันก็เหมือนกันคล้ายคล้ายกันมันก็จะเสริมส่วนที่จะเสริมส่วนที่ขจัดออกมันก็จะขจัดออก

อะมันมีทั้งขจัดออกแล้วมันมีทั้งเสริมอ่าเพราะฉะนั้นอย่างหนุ่มหนุ่มสาวสาวหรือเด็กเด็กเล็กเล็กนี่มันมีเซลล์มันมีอะไรต่ออะไรเนี่ยอยู่ครบเป็นไปได้พอแก่มาแล้วนี่นะสังเคราะห์ก็ไม่ค่อยจะเป็นเนื้อ

ไอ้ของเก่าก็มีแต่จะเสื่อมออกนะ

แต่ถ้าเผื่อว่าเรารักษาความสดพวกนี้ต่อมาได้นานนาน

ด้วยการสูบฉีดให้เนื้อตัวให้ร่างกายให้เซลล์อะไรสดนะเบิกบานร่าเริงสดชื่นคำว่าสดนี่สดทั้งอารมณ์จิตใจอารมณ์จิตใจสดชื่นเบิกบานเรื่อยเรื่อยนะ

ร่างกายก็สดชื่นด้วยร่างกายก็แล้วยิ่งมีปัญญาด้วยนะมีปัญญาเข้าใจว่าเออเราทำอย่างเงี้ยร่างกายเราก็จะได้สังเคราะห์ร่างกายเราก็จะได้ออกกำลังม้วนเวียนดีด้วย

มันก็จะเสริมให้ความจริงนั้นเป็นจริงไปหมดเลยจิตใจก็เบิกบานร่าเริงสดชื่นร่างกายก็สดสดชื่นชื่น

ไม่เหี่ยวไม่แห้งง่ายสดชื่นมีกำลังมีความยืดหยุ่นมีการขับดันมีการสูบฉีดอะไรต่ออะไรสมบูรณ์ขึ้นไปถ้าความจริงโดยเนื้อหาพวกนี้มันลงตัวมันจริงจริงจริง

อายุเราก็จะยืนโดยไม่ต้องไปเอาวิทยาศาสตร์มาประติดประต่อเลยวิทยาศาสตร์ประติดประต่อมันสู้ของจริงไม่ได้หรอก

ของจริงมันสูบฉีดมันสังเคราะห์อะไรของมันเองมันก็ทดแทนของมันเองไม่ใช่ไปเอาเนื้อไอ้นี่มาเติมรีบรีบเอาที่ธาตุสังเคราะห์เอามาต่อแล้วก็มาอ๊อกติดอะไรเนี่ยไม่ใช่อย่างงั้นไอ้อย่างงั้นก็ได้แต่ว่ามันไม่ดีเท่าหรอก

เนี่ยไม่ดีเท่าที่อาตมาพูดนี่ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงก็อธิบายเป็นภาษาคนภาษาไทยไทยให้พวกเขาเราฟังง่ายง่ายนะ

สรุปแล้วก็คือว่าถ้าคนเรารู้จักพักรู้จักเพียรอย่างได้สมดุล

ชีวิตเราก็จะยืนยาวยืนโดยเฉพาะจิตวิญญาณจิตวิญญาณที่เบิกบานร่าเริงสดชื่นไม่โกรธ ไม่โลภมาให้แก่ตนเอง ไม่โลภจัด ถ้าคนเราโลภมาให้แก่ตนเนี่ย โดยการยึดติดว่าอัตตาหรืออัตตนิยมเนี่ยตัวกูของกูนี่นะ มันโลภเนี่ยมันจะต้องเอามาให้ตนนั่นหนึ่ง นั่นแบบรูปธรรม

สองไม่เอามาให้ตนก็จะต้องสมใจข้าจะต้องเป็นอย่างงี้ตามใจข้าถ้าไม่ได้อย่างนี้แล้วโกรธก็คือความโลภก่อให้เกิดโกรธความติดยึดในใจตัวเองต้องเป็นอย่างนี้ถ้าคนนี้มีอาการอย่างนี้มันก็ไปทะเลาะในร่างกายละ

จิตวิญญาณมันก็ทะเลาะมันไม่สมใจ มันก็ทะเลาะ

เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าผู้ใดไม่ได้ไปตั้ง เป้าของตัวเองว่าจะต้องเอาสมใจให้ได้ถ้าไม่สมใจแล้วเราก็จะต้องเครียดจะต้องหมุนโกรธกรุ่นอยู่งั้นอะอย่างงั้นมันก็ร้อนแล้ว

แต่ถ้าใครไม่แม้มันไม่ได้สมใจก็เอ่ออะก็แค่นี้ก็แค่นี้ปล่อยวางเย็นสบายมันก็ไม่เกิดปฏิกิริยาที่จะต้องทำให้ปะทะทำให้เกิดการเอ่อเกิดความร้อนด้วยโลภด้วยโกรธ อารมณ์ก็จะเย็นทุกอย่างก็จะได้สัดส่วนที่ไม่ร้อนไม่จัดจ้านไม่ทำลายเมื่อไม่ทำลายเซลล์ประสาทต่างต่างก็ดีเกิดมาจากจิตนะเกิดมาจากจิต

เพราะฉะนั้นสรุปง่ายๆก็คนที่ไม่โลภไม่โกรธ ฟังความโลภนะถ้าเราปรารถนาที่จะสร้างสรรค์เพื่ออะไรต่ออะไรนี่มันก็เป็นความปรารถนาดีสร้างสรรค์เถอะสร้างสรรค์แล้วมันได้ดั่งใจเราหรือไม่

บางทีมันก็ไม่ได้ก็วางเสีย อันนี้ก็ไม่มีโรคเครียดไม่มีโรคที่จะต้องเกิดความโกรธ ความยึดความติด แต่ถ้าเผื่อว่าทำให้เครียดทำให้ไม่ได้ดังใจแล้วก็โกรธโกรธไอ้โลภไอ้นี่แหละเป็นภัย

แต่ถ้าโลภที่บอกว่าเออก็เจตนางี้ก็พูดกันให้ดี ไม่ต้องไปเร่งไปร้อนอะไรไม่ต้องไปซีเรียสอะไรอะไม่ต้องไปเคร่งไปเครียดอะไรหรอกว่ากันไปด้วยเหตุด้วยผลอยู่กับหมู่ก็ต้องฟังหมู่มีอะไรก็ว่ากันไป

เมื่อหมู่เขาว่าอย่างงี้เอ้ออย่างงี้ดีเราก็เห็นว่าอย่างงี้ดีเราก็อ้างเหตุผลไปอ้างเหตุผลก็ไม่ต้องไปเร่งใจของตัวเองว่าจะต้องได้ดังข้าคิดบอกเหตุผลไปจนกระทั่งทุกอย่างสุดท้ายเราเก่งเท่านี้อธิบายให้เพื่อนฝูงเข้าใจได้เท่านี้ เพื่อนก็ตกลงตัดสินแล้วมติไม่เป็นไปตามเรา เป็นไปตามหมู่ใหญ่เขาแล้วก็ไม่ใช่อย่างที่เราต้องการด้วย

ถ้าผู้ที่มีภูมิธรรมแล้วก็ต้องรู้จุดจบว่าเออก็เอาแค่เนี้ยจบ แล้วเราก็วางเป็นไปตามหมู่ก็บาปไปเลยไม่มีการประชดไม่มีการจะต้องแกล้งเสแสร้งเมื่อไม่ได้ดั่งใจกู กูก็จะต้องไม่มี วางก็วาง แล้วก็รังสรรค์พร้อมกันไปหมู่ เป็นอย่างงี้เอางี้ก็เอางี้ สบายใจ แล้วงานก็จะเดิน โดยเฉพาะจิตวิญญาณของผู้นั้นก็ไม่มีการกระทบกระเทือนอะไรสดชื่นเบิกบานต่อไปได้ไม่มีอะไรที่จะเป็นตัวแฝงเลย แฝงมาค้านแฝงมาแย้งแฝงมามาแกล้งมาไม่สมใจไม่เต็มใจ มันไม่เต็มใจก็เพราะว่ามันถือตัวว่าเอ๊ะไม่เป็นตามคาดหมายมันก็ไม่เต็มใจมันไม่เต็มใจแต่ถ้ายิ่งจำนนเราจะต้องไปทำอยู่ มันก็ฟื้นๆๆๆๆ มันก็ไม่ได้เรื่องมันก็ร้อนหรือมันก็เกิดการขัดสีเกิดการปะทะเกิดการไม่สอดคล้องกันเมื่อไม่สอดคล้องมันก็เกิดการ

ย้อนย้อนแยงมันก็เกิดตัวขัดสีตัวปะทะตัวร้อนตัวจะทำให้กล่อนให้สึกหรอ นี่พูดอย่างประเภทวัตถุนะ แล้วถ้าเผื่อว่าผู้ใดเข้าใจดีแล้ววางเป็นจริงจริงฝึกไปนี่นะ เราก็จะเก่งขึ้นเมื่อเก่งขึ้นแล้วอาการที่อาตมาอธิบายไปเมื่อกี้นี้ไม่ว่าจะเป็นรูปหรือแม้แต่นามธรรมก็จะเกิดอาการเสื่อมเสียพวกนี้น้อยเมื่อเกิดอาการเสื่อมเสียพวกนี้น้อยพวกเราก็อายุยืนเท่านั้นเอง ยิ่งใจทำได้ถูกต้องกายก็ลงสัดส่วนอย่างที่ว่านี้ก็อายุยืนแล้วเป็นอายุยืนที่ไม่ต้องไปใช้วิทยาศาสตร์หรือใช้อะไรอะไรมา

เสริมมาเติมนะมันก็อยู่อย่างธรรมชาติเจริญหรือว่าอายุยืนอย่างธรรมชาติของมันที่ลงลงตัวลงสัดส่วนได้ดีนะ

ที่อาตมาพยายามอธิบายให้พวกเราฟังนี่ก็เพื่อจะให้เราได้เข้าใจลึกซึ้งขึ้น

ให้ให้เมื่อเข้าใจลึกซึ้งกันแล้วพวกเราก็พยายามพากเพียรเองหัดเองนะค่อยค่อยเป็นไปเองนะ

แล้วเราก็จะพิสูจน์ความเป็นจริงของเราไปของมันไปเรื่อยเรื่อยนะ

อ่าคนที่มาที่นี่ทีหลัง

คือมาที่นี่เมื่ออายุมากแล้ววิบากเก่าที่ทำมาก่อนมันได้ทรมานทรกรรมมันได้เอ่อทำอะไรทรุดทรุดเสื่อมเสื่อมมาก่อนแล้วมาอยู่ที่นี่

ก็จะได้ไปตามระบบของที่นี่ก็จะชะลอขึ้นไปยกตัวอย่างง่ายง่ายอย่างซิ้มอ้วนเนี่ยนะซิ้มอ้วนเนี่ยถ้าแกไม่มาพบอโศกก่อนเนี่ยแกรู้ตัวแกดีเองและเราเองก็เชื่อเพราะแต่ก่อนนี้น้ำหนักของแกเกือบร้อยกิโลเนี่ยนะแกว่าแกกินแล้วแกต้องนอน

กินเสร็จแล้วมันเหมือนไอ้พวกนี้พวกนี้จะขาดเป็นท่อนท่อนท่อนท่อนท่อนท่อนอะไรที่แกเคยว่าอะไรสับสับสับสับสับสับสับแกว่าพูดอยู่ทุกทีบ่อยบ่อย

มันมันมันไม่เข้าใจอะสรีระแล้วแกก็จะไปไหนมาไหนก็จะเดินไม่ไหวแล้วไปไหนก็จะต้องได้แต่นั่งสามล้อก็จะเต็มรถนะอะไรเงี้ยไปไหนก็ต้องขึ้นแต่สามล้อเพราะว่ามันไปไม่ไหวแล้วถ้าไม่มาเจอเราแกไม่อายุยืนขนาดนี้หรอกจริงจริง

ถึงแม้ว่าแกจะมาเจอเราเนี่ยอายุห้าสิบกว่าแล้วนะ

แล้วก็ตอนนี้ก็เจ็ดสิบกว่าแล้ว

แกก็อยู่ไปได้ทั้งทั้งที่ร่างกายแกก็ลดลงมาไม่ได้มากเท่าไหร่แต่ก็มากพอสมควรอะแล้วแกก็อยู่พวกเราแกก็อะไรได้พยายามเดินพยายามนู่นนี่อะไรของแกไปตามประสาที่แกพอได้ก็ยังเห็นว่ามันพอได้

อะสำหรับพวกเราบางคนบางคนแก่บางคนนี่มาอยู่แล้วหลายคนมากันสายอะก็ยังพอถูไถน่ะพอถูไถก็พอเป็นไปมันก็ได้ตามสัดส่วนยิ่งคนหนุ่มคนสาวหรือคนเด็กโอ้อาตมาว่ามันได้เตรียมตัวไปนาน

อาตมาก็ถึงบอกว่าต่อไปเนี่ยเราจะรู้ว่าเราอายุยืนหรือไม่ยืนก็ต้องอาศัยคนนู่นแหละรุ่นเด็กนู่นแหละมันจึงจะรู้

ในช่วงชีวิตอาตมาอาจจะไม่เลยช่วงชีวิตอาตมาไปอย่างรุ่นหนุ่มรุ่นสาวหรือรุ่นเด็กพวกนี้นี่นะไปถึงจะรู้ว่าเออพวกเด็กพวกนี้อายุ

แปดสิบเป็นธรรมดาเลยแปดสิบนี่ยังเนี่ยต้องห้ามไม่ให้ปีนต้นไม้อยู่เลยเหมือนกับโยมสีดาที่ขอนแก่นต้องห้ามแกอายุแปดสิบสองแล้วยังปีนต้นไม้เหย่งเหย่งเล่นอยู่ป้ะ

มันมากไปทำงานข้างล่างก็คำทำเยอะอยู่แล้วนะแกก็ทำข้างล่างเนี่ยโอ้โหแข้งเข่าคล่องแคล่วตัวแกผอมผอมเล็กเล็กเนี่ยนะโอ้คล่องแคล่ว

แล้วยังไม่อวดดีไปขึ้นต้นหมากตักปลักมาอยู่ไม่ไหวอะก็อายุขนาดนี้แล้วมันอย่าไปประมาทนะกล้ามเนื้อเราไม่ได้ไปแข็งแรงเหมือนอย่างก่อนก่อนอ่อนเปรี้ยวเมื่อไหร่ก็ได้นะพลาดพลั้งมาไอ้นู่นไอ้นี่มา

ไม่ดีนะก็ห้ามแกไป

แต่แสดงว่าแกก็อายุขนาดนี้ก็ยังแข็งแรงอย่างงี้ได้นะ

อ่าที่จริงคนต่างจังหวัดนี่คนชนบทนี่เขาทำงานมาบ่อยบ่อยความหมุนเวียนของสรีระเนี่ยมันดี

มันดีแล้วมันถึงแข็งแรงอย่างได้สัดส่วนแม้อายุมากก็ยังแข็งแรงไม่ง้องอแงแงแงเหมือนกับคนในมุกในกรุงคนในกรุงเดี๋ยวก็ร่อยไปร่อยมาอายุมายืนเหมือนกันนะไอ้นั่นโด๊ปไว้ตรงนี้ไอ้นี่โด๊ปไว้ตรงนั้นง้องอแงแงแงง้องอแงแง

ก็ยืนเหมือนกันนะลากไปได้เป็นร้อยปีก็ได้เหมือนกันบ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน