350220 สัมมาทิฏฐิ 10 ตอน 6 โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ณ ศีรษะอโศก.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2535
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์1.10 MB
วันที่แก้ไข12 พฤศจิกายน 2568
รายละเอียด350220 สัมมาทิฏฐิ 10 ตอน 6/7 โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ณ ศีรษะอโศก (ต่อ) โลกวรรคที่ ๑๓ พระไตรปิฎก เล่ม 25 ข้อ 23 บุคคลผู้พิจารณาเห็นโลก พวกผู้รู้ต้องเห็นทั้งสองโลก เห็นโลก ดุจบุคคลเห็นฟองน้ำ เห็นพยับแดด โลกนี้อันวิจิตร ที่พวกผู้รู้หาข้องอยู่ไม่ ท่านทั้งหลายจงมาดูโลกนี้ มาดู มาศึกษา ไม่ใช่หนี ผู้ย่อมยังโลกนี้ให้สว่าง ผู้ไม่ประมาทแล้ว ผู้ปิดกรรมอันลามกเสียได้ด้วยกุศล ท่านผู้เจริญอิทธิบาทดีแล้ว นักปราชญ์ ย่อมออกไปจากโลก โลกนี้มืดมน ในโลกนี้น้อยคนที่จะเห็นแจ้ง ผู้เจริญอิทธิบาทดีแล้ว “ฉันทะ” สำคัญมาก ฉันทะจะเกิดได้อย่างไร ถ้าใจยังไม่เกิดฉันทะ มันฝืน มันยาก อีดอาด ถ้าเกิดญาณปัญญา เห็นแจ้ง จนเกิดฉันทะจิตตัวใหม่ เราจะทำอย่างไร ให้เกิดทิฏฐินำให้เกิดฉันทะ ถ้าฉันทะยังไม่มีจริง ต้องเพิ่มตัวเพียรให้มากๆ ฉันทะอย่างโลก ๆ เช่น อยากรวย อยากได้เงินมากๆ ธุรกิจที่มีลูกจ้าง นายจ้างรวยได้เพราะเอาเปรียบลูกจ้าง บุญนิยม มาเป็นคนจน เพราะทุนนิยม ทำให้สังคมวุ่นวาย มาเป็นคนจน มีใจรู้จักพอ ไม่ติดโลกียะสุข (ต่อ) ผู้เจริญอิทธิบาทดีแล้ว เมื่อฉันทะเต็มที่ วิริยะก็สบาย จิตตะโถมใจเข้าไปเต็มที่ ย่อมไปในอากาศด้วยฤทธิ์ นี่เป็นอนุสาสนีปาฏิหาริย์ ไปในอากาศด้วยฤทธิ์ ออกไปจากโลก คนล่วงธรรมอย่างเอกเสียแล้ว ข้ามโลกหน้าเสียแล้ว วิตินณะ ปรโลกัสสะ ข้ามโลกหน้าเสียแล้ว คำว่า “ข้ามโลกหน้า” หมายความว่าละเลย ไม่เอา ผู้ย่อมไม่ทำบาป มี พระอรหันต์นี่แหละ “ล่วงธรรมอย่างเอก” ไม่ใช่ “ล่วงละเมิด” “ข้ามโลกหน้า” คือละเลยข้ามไป ไม่เอา ไม่ใส่ใจ ไม่ศึกษา คนตระหนี่และคนพาลกับการทำทาน สัมมาทิฏฐิ 10 ข้อที่ 10 ภาคสมณพราหมณ์ ปัจเจกภูมิ กับสาวกภูมิ ผู้ประกาศฯ เป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ โลกนี้โลกหน้า ที่เขาประกาศกัน มีเยอะแยะ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน