350220 สัมมาทิฏฐิ 10 ตอน 5 โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ณ ศีรษะอโศก.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2535
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์385 KB
วันที่แก้ไข21 กรกฎาคม 2569
รายละเอียดสัมมาทิฏฐิ 10 ข้อที่ 4 สุกตทุกกฏานัง กัมมานัง ผลัง วิปาโก ทิฏฐิคือความเห็น ความเชื่อ คือสิ่งลึกๆ อยู่ในใจ ต้องมีญาณปัญญาวินิจฉัย ศาสนาพุทธยึดมั่นกรรมนิยม ถือกรรมเป็นสัจจะ ผู้สัมมาทิฏฐิแล้วจะเข้าใจกรรมและพัฒนากรรมของตน ใจเป็นประธานของสิ่งทั้งปวง สัจจะแห่งกรรม : 1. คนมักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง คำว่า “สุคติ” กัล “ทุคติ” ชีวะ ภูตะ ปาณะ 2. คนมีปกติเบียดเบียนสัตว์ด้วยฝ่ามือ 3. คนมักโกรธ วรรณะ หมายถึง ผิวพรรณ หรือศักดิ์ฐานะ หรือคุณธรรม 4. คนผู้มีใจริษยา ลิงคะ 5. คนผู้ไม่ให้ข้าว ฯ 6. คนผู้กระด้างเย่อหยิ่ง กิเลสโทสมูล ไม่ควรให้มีเลยในจิตใจ 7. คนไม่เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์ ผู้ไม่เชื่อกรรมว่ามีผลวิบาก จึงกล้าทำชั่ว สัมมาทิฏฐิ 10 ข้อที่ 5-6 อยัง โลโก โลกนี้ - ปโร โลโก โลกหน้า “โลกนี้และปรโลก” ในความเข้าใจของคนทั่วไป “โลกนี้และปรโลก” ของพระพุทธเจ้า อยัง โลโก โลกนี้ “สังสาระ” คำว่า “สงสาร” ในภาษาไทย มาจากคำว่า “สังสาระ” ปโลกสูตร (พตปฎ. เล่ม 18 ข้อ 101) คำว่า “ปกติ” วิปัสสนาภาวนา ต้องปฏิบัติกับปัจจุบันธรรม ความหมายคำว่า “โลกในอริยวินัย” “วินัย” ในที่นี่แปลว่า นัยที่ยิ่ง นัยอันลึกซึ้ง วินัย นัยอันลึกซึ้ง จะพาสู่ารศึกษาที่ยิ่งสูง ยิ่งลึก ยิ่งเจริญ ผู้ที่แปลแค่คำว่า ข้อห้ามละเมิด จึงไม่ลึกซึ้ง ไม่สูงขึ้น ไม่เจริญชค้น โลกวรรคที่ ๑๓ พระไตรปิฎก เล่ม 25 ข้อ 23 โสดาปัตติผลประเสริฐกว่าความเป็นพระราชาเอก ยิ่งกว่าเอกราชในแผ่นดิน โสดาปัตติผลประเสริฐกว่าความไปสู่สวรรค์ โสดาปัตติผลประเสริฐกว่าความเป็นอธิบดีในโลกทั้งปวง ขอบเขตหรือขีดขั้นของการบรรลุโสดาบัน ย่อมอยู่เป็นสุขทั้งใน“โลกนี้” และใน “โลกหน้า” มัจจุราชย่อมไม่เห็นบุคคลผู้พิจารณาเห็นโลก ผู้พิจารณาเห็นโลก คือผู้รู้จักโลก หลุดพ้นจากสังสารวัฏ ผู้พิจารณาเห็น “โลกนี้” และออกนอก “โลกนี้” ได้ ดุจบุคคลเห็นฟองน้ำ เห็นพยับแดด คำว่า “ราชรถ” คือ ราชะ + รถ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน