230209 อานิสงส์จากการฟังธรรม ตอน2-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ022.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมวัดเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเมื่อวานนี้ได้ทำบัตรโดยพูดโยงใยถึงสภาพของการฟังธรรมอยากฟังธรรมแล้วเราก็จะบรรลุธรรมได้แล้วก็เลยได้อธิบายถึงหมวดทำข้อที่จะบรรลุธรรมโดยได้จากการฟังธรรมบ้างการแสดงทำเองบ้างหรือว่าการติดจองไตร่ตรอง ทำโดยการได้ทบทวนสาธยายธรรมก็สามารถจะบรรลุธรรมได้สมาธิที่สุดทำให้จิตเกิดสมาธิก็ได้อธิบายให้เห็นถึงสภาพสมาธิว่าก็คือจิตใจทำให้ถึงจิตทำให้เกิดต่อเนื่องสภาพนั้นเป็นสภาพที่เกิดได้เป็นไปอย่างนั้นติดต่อกันไปได้เรื่อยๆแล้วสม่ำเสมอสิ่งที่เป็นได้ไม่ใช่นานๆเป็นวิธีและก็หยุดไปเป็นนานเป็นได้สักทีไม่ใช่อย่างนั้น สมาธิหมายความว่าตนได้อย่างนั้นแหละเนืองๆต่อกันต่อเนื่องกันจนได้อย่างที่มันเป็นได้เป็นไปได้อย่างนี้แล้วมันก็เป็นไปได้อย่างนี้อีกเรื่อยเรื่อยเสมอๆจะมีการสะดุดบ้างมันเป็นไม่ได้ก็เป็นน้อยเป็นไปไม่ได้ก็ส่วนน้อยอย่างนั้นเรียกว่าสมาธิแต่เป็นไปแล้วยิ่งมันต่อได้ต่อเนื่องกันเสมอเลยไม่ขาดตอนเลยเป็นอย่างนั้นเลยนั้นด้วยว่าสภาพของสมาธิไม่เป็นลักษณะเป็นลักษณะที่หมายอย่างนี้ก็หมายถึงสมาชิกที่ว่าทำไมเป็นไม้เอาอื่นหรอกต้นไม้เอาจิตมัน ว่าเป็นอย่างนั้นได้แล้วเสมอๆต่อเนื่องกันอยู่อย่างนั้นแหละคือจิตเรามันไม่มีกิเลสนี่เป็นความหมายที่ต้องการอย่างสำคัญจิตใจของเราไม่มีกินเลยหรือจิตใจของเราเป็นอย่างที่มันเป็นนี่แหละอย่างดีทีเดียวเพราะฉะนั้นจิตของใครหมายว่าจิตที่ดีมันจะเป็นลักษณะอย่างไรเขาก็พยายามคิดพยายามที่จะสรรหาว่าเราจะทำจิตยังไงเราจะเล่นกับจิตยังไงเราจะจับจิตยังไงแล้วจะให้จิตของเราเนี่ยมันเป็นอย่างนี้แหละมันสบายที่สุดดีที่สุดคือแม่หมายเอาว่าไม่มีกิเลสมันต้องทำให้จิตมันเป็นอย่างนี้แหละมันมีกิเลสแล้ว มีวิธีทำยังไงให้จิตม
อ่านต่อ
ันไม่มีกิเลสเขาก็หาวิธีกันต่างอาจารย์ต่างครูก็ต่างหาวิธีทำกันเพื่อเปิดปิดเป็นอย่างนั้นแหละที่ว่าจิตไม่มีกิเลสนี่คือจิตอยู่ในอาการอย่างนี้ไม่มีกิเลสและเขาก็พยายามกระทำโดยวิธีที่จะสะกดจิตไว้อยู่กับสิ่งสิ่งหนึ่งไม่ให้มันหลอกแหลกฟุ้งซ่านไปคิดอื่นยุ่งมันยุ่งมีอะไรแล้วแต่สิ่งเราเรียกว่าใช้ตัดสินก่อนแล้วก็ให้จิตมันอยู่อยู่อย่างนั้นก็อย่างนั้นมันจะได้ไม่ไปคิดเป็นกิเลสไปฟุ้งไปซ่านไปปรุงไปปนอะไรต่างๆนานาถ้าเราพยายามกระทํา มันได้อย่างนี้แล้วมันส่งอยู่อย่างนี้ได้ต่อเนื่องกันแต่ไม่รู้อย่างนี้อยู่เรื่อยๆเป็นสีเสมอๆอยู่ได้ตลอดเวลาล่ะเขาก็ถืออันนั้นว่าสมาธิเพราะความเข้าใจคำว่าสมาธิโดยจดหมายเอาจิตสุขแน่นอนในสมาธิใครจะเป็นมาพูดก็ไม่รู้เรื่องมันก็จะต้องหมายเอาจิตใจมันก็จะหมายความผิดอย่างนั้นอย่างนั้นแล้วก็มีกรรมวิธีทำอย่างนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกก็ได้ถ้าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้อาจารย์ใดๆเขาก็จะต้องคิดอ่านกระทำกันเป็นสมาธิเพื่อที่จะขัดเกลาหรือเพื่อที่จะทำให้จิตเป็นวิธีการและจะทำให้จิตมันเป็นอยู่ในสภาพอย่างนั้นอย่างนั้นทีนี้อาการที่ว่ากิเลสมันออกจาก แล้วจะปิดมันไม่มีกิเลสลงไปขอพระพุทธเจ้าของเราท่านมีวิธีทำแล้วก็มีจุดหมายท่านมี 7 ขั้นตอนมีเครื่องประกอบมีองค์ประกอบให้มาวัดแต่ท่านก็ให้ทำโดยยกกรรมวิธีแบบสัมมาอริยมรรคองค์ 8 ทำองค์ 7 เทพท่านพร้อมแล้วมันก็จะลงตัวมาเป็นสัมมาสมาธิของพระอริยะและพระอริยะก็มีเป็นระดับๆเป็นคันๆอย่างนี้เสมอวานนี้ก็ได้อธิบายกรรมวิธีหรือว่าเป็นที่หมายถึงความหมายเครื่องหมายของสมาธิมาส่วนหนึ่ง มันสบายมันไม่อาพาธในที่หมายคือศีลถ้าไม่เอาศีลเป็นเครื่องวัดศีล 5 นี่เราสบายศีล 5 เราไม่มีใจไปอยากฆ่าอะไรเลยไม่ฆ่าอยากฆ่าสัตว์ไม่มีแต่เจ็บเจ็บเมตตาแล้วไม่อยากได้ของใครที่ไม่ติดสิทธิของคนอื่นไม่เอายังไงก็ไม่เอาสุจริตไม่อยากได้จริงๆเรื่องผัวเขาเมียใครเรื่องเกี่ยวกับเมียถึงทำเรื่องเกี่ยวกับสิ่งอยากสิ่งชั่วน่าละอายเกี่ยวกับเรื่องกามก็ไม่มีใครจะมีกิเลสสมส่วนในขนาดที่ท่านตรัสเอาไว้ว่าก็ควรจะมีทีเดียวเอาละก็มีความรู้และก็มีขอบเขตของมันจริง พุทราไม่เอาโกหกก็ไหว้ใหม่ระมัดระวังปากคออยู่ในเราจะอยู่ในระหว่างที่เรียกว่าสุภาพพอสมตัวของพระอริยะที่ควรช่วยเสพติดสิ่งที่อยากต่ำทั้งหลายแหล่จัดจ้านออกมารู้ว่าจากประจักษ์ตราก็แก่ไม่สมควรเพราะฉะนั้นอบายมุขต่างๆนี้เป็นต้นก็เป็นสิ่งสำคัญจิตใจมันกระทบสัมผัสสิ่งเหล่านี้แล้วมันก็เป็นสมาธิมีคำว่าสมาธิท่านก็มีระยะมีขั้นมีตอน ทำได้ไปเรื่อยๆแล้วก็จนกระทั่งได้เก่งจนกระทั่งได้อย่างแนบแน่นๆธันวาคมสมาธิอุปจารสมาธิใกล้ที่หมายปลายทฤษฎีและก็พยายามเรียนรู้จิตแล้วก็ปฏิบัติไปจนกระทั่งเข้าใจสมาธิให้ได้ว่ามีความเห็นไม่ได้ว่าเราจะพยายามกระทำเสมออ่านผิดอ่านใจมีสัมผัสมีอะไรต่ออะไรก็เราก็จะต้องระมัดระวังใจไม่ให้มันมีใจโน้มเองไปเป็นกิเลสคือลักษณะอย่างไรมันกลับกันกับที่เรามีศีลถ้าเรามีใจฆ่าโหดร้ายพาลงแล้วก็ต้องทำใจกลับกันถ้าเรามี ใจแต่ที่มันโลภโมโทสันจะเอาของเขาไอ้ที่มันไม่ใช่ของเราอะไรเนี่ยก็กลับกันก็พยายามปรับเปลี่ยนจิตจริงๆของใครของมันแต่ของใครของมันต้องรู้จักรู้หมดเวลาผลัด 3 เวลากระทบเกิดเมื่อไรก็รู้จริงๆแล้วก็เปลี่ยนมันได้จริงๆนั่นแหละเราเรียกว่าเราทำสมาธิเพราะฉะนั้นเราเมื่อเราได้มีความพยายามมีสัมมาวายามะมีสัมมาสติรู้ตัวอยู่เสมอมันก็จับจิตได้มีสติอ่านรู้กายกรรมก็ให้ดีให้มันไม่ไปส่งเสริมพฤติกรรมก็ดีไม่ให้มันส่งเสริมให้เกิด หรือว่ากายกรรมนี่ออกมาแล้วก็รู้กายกรรมของเราเมื่อกี้กรรมของเราออกมาเราก็รู้ได้อ่านได้เป็นเสียง 2 ของเราเขียนลักษณะกายของเราเองได้ยินเสียงของเราเองเราก็จับได้ว่าเสียง 2 ของเราเองเสียงคือจิตของเรามันสั่งให้ปากพูดอย่างนี้มันสั่งให้กายทำอย่างนี้เป็นลักษณะของจิตอย่างไรเราก็มีโสดคิดเราก็มีโสดคิดมีการรู้ศิลปะการรู้รู้เข้าไปธุรกิจของเราว่าเออตอนนี้จิตของเราไม่ดีที่พวกเราทุกคนเราไม่เสร็จ ใครเป็นโทรศัพท์กลายเป็นโลภะอยู่นะมีลักษณะโทสะโลภะอยู่นะเนี่ยบันดาลในภาษาพูดเป็นอย่างนี้บันดาลให้กายกรรมเป็นอย่างนี้อะไรมีเป็นตนเราจะระมัดระวังอย่างนี้แหละเป็นภาคปฏิบัติเป็นกรรมวิธีของพระพุทธเจ้าเพราะฉะนั้นถ้าเรามีสัมมาวายามะมีสัมมาสติเราก็จะอ่านตัวเราเองเราจะมีสัมมาสัมพุทโธเราจะทำซ้ำกับตัวนี้ให้เป็นสัมมาสัมมาสมหมายคำว่าชอบแล้วควรแล้วดีแล้วเหมาะแล้วทำงานแล้วก็ชอบแล้วควรแล้วเหมาะแล้วดีแล้วเพราะเราจะมีการดำริเริ่มคิดอะไรขึ้นมามันก็จะจัดแจงปรับปรุงจะเป็นวาจา มาก็จะปรับปรุงจะจัดแจงจัดสรรหรือว่าควบคุมคอยก็ทำให้มันอยู่พอเหมาะพอสมได้ท่านใช้คำว่าพอเหมาะพอสมได้มันจะจัดให้เหมาะให้เหมาะให้คุณให้เหมาะสมให้ดีขึ้นมาเรื่อยๆตามความเห็นของเราตามปัญญาของเรามันจะเกิดสัมมาญาณนะจะเกิดสัมมาวิมุตติตามมาเรื่อยสัมมารามองค์ 8 เนี่ยทำไปส่งส่งไปถึงสมาธิแล้วมันก็จะจับลงเป็นสัมมากรการเกิดสูตรที่ท่านอธิบายเอาไว้ละเอียดอ่อนโลดสุดท้ายมันก็พอเหมาะสมได้มันก็จะลงเป็นสมาชิกซึ่งมันจะเกิดปัญญาที่เป็นปัญญาอันถูกต้อง มีจริงเบาะควรเลยไม่เข้าข้างใครไม่เข้าข้างแม้แต่ตัวเองแล้วมันก็จะลงวิมุตก็คือหลุดพ้นสิ่งที่เราต้องการไม่ให้เป็นไม่ต้องการให้มันเป็นอย่างนั้นมันก็จะมันเป็นตามที่เราต้องการได้มันจะเป็นตามที่เราต้องการได้เรื่องว่าหลุดพ้นจิตของเราที่มันเคยชินจิตของเราที่มันดัดยากมันก็จะแก้กลับมาเรื่อยๆจนกระทั่งแก้กลับมาเป็นตามที่เราต้องการตามที่เรารู้เราเห็นตามที่เรามีสัมมาทิฏฐิตามที่เราเข้าใจว่าเออจิตจะต้องเป็นอย่างนี้ไม่เจ็บไม่เป็นอย่างที่เราหมายนี้ได้มันก็สำเร็จเกิดปัญญาจริงเกิด เห็นแจ้งรู้มีสิ่งที่จะอธิบายมีสิ่งที่จะอ่านว่ามันจะต้องลงตัวจิตของเราจะต้องเป็นอย่างนี้อย่างนี้จริงรูปร่างลักษณะอาการเห็นความรู้สึกเห็นความประชุมของจิตเรียกว่ากายเห็นเวทนาเห็นความรู้สึกของจิตเรียกว่าเวทนารู้จิตจริงๆจับจิตได้ดูอารมณ์ของจิตออกซ้อนลงไปลึกซึ้งถึงอาสวะอนุสัยเรียกว่ารู้จิตรู้ธรรมารมณ์รู้อารมณ์แม้อารมณ์น้อยๆเป็นครูปราคารูปร่างกายก็รู้มันมีส่วนอะไรที่ยังไม่ดีอยู่มีอะไรซ่อนแสงเกิดเติมเรียกว่ามาณบ้านหรือยังมีการอะไรก็โผล่อยู่บ้างไม่เรียบร้อยราบรื่นเรียกว่าพระพุทธเจ้ายังมีสะดุดจะมีสะเก็ดจะมีอะไรที่มันยัง ไม่ดีก็รู้ได้จริงๆจนสุดท้ายเห็นแจ้งเป็นวิชาชัดเจนจะเรียกพี่ชายจะเรียกยานทัศนะวิเศษจะเรียกการรู้รอบรู้สุดท้ายอะไรก็ได้มันก็จะลงตัวกันตรงกันแต่เป็นตัวสุดท้ายที่มันจบบริบูรณ์เกิดเป็นสมาธิอันสมบูรณ์พร้อมสั่งสัมมนาญาณสมาธิเป็นสัมมาสมาธิเพราะฉะนั้นคำว่าสัมมาสมาธิจึงอยู่ตัวปลายของสัมมาองค์ 8 และยังมีสัมมนาญาณสัมมาสัมพุทธนะเพราะว่ามันขยายการสมัครให้เป็นองค์ประกอบภาคขยายแต่ถ้าเกิดอธิบาย วิมุตวิจิตรเป็นอย่างนั้นจริงด้วยสมาธิมันจะลงตัวอย่างนี้แม้ว่าเราเองเราจะค่อยๆพากเพียรฟังธรรมอธิบายธรรมะสาธารณะไตร่ตรองสาธยายธรรมอย่างไรก็ตามแต่ไม่รู้ว่าจะมีกรรมวิธีมานั่งหลับตาแล้วก็พยายามไตร่ตรองหรือว่าระลึกย้อนอะไรทำอะไรแล้วแต่จะมีการไม่มีวิธีโดยการทำตลอดเวลายืนเดินนั่งนอนทำงานทำการมีสัมมนาคงจะมีเป็นองค์ประกอบทำแล้วก็สั่งสมลงสั่งสมลงสั่งสมลงเกิดญาณเกิดญาณเกิดมันก็เป็นกรรมวิธีที่ทำได้เสมอทำได้ทุกอิริยาบถทำได้ทุกเวลาคุณจะเอาของฤาษีใดๆมาทำมันก็ได้ โปรเหมาแข่งอันไหนที่มันเป็นอุปการะของกรรมวิธีของอาจารย์ในพระพุทธเจ้าไม่เกี่ยงนอกจากกรรมวิธีไหนมามิจฉาเป็นมิจฉาสมาธิเป็นกรรมวิธีที่มันไม่ได้เกิดสมาธิจริงกลายเป็นสมาธิออกนอกลู่นอกทางเป็นเดรัจฉานวิชาเป็นเรื่องเหลวและอะไรไปไม่เข้าเรื่องเตาแก๊สก็ได้พระพุทธเจ้าก็ยังไม่มิจฉาสมาธิก็อย่าไปเอาก็เอาสัมมาสมาธิหรือเอาสมาธิที่เป็นอุปการะเป็นสมาชิกที่มันส่งเสริมได้บางทีเราก็นั่งบ้างแต่นั่งหลับตานั่งพิจารณานั่งที่นู่นจะมีทำให้ยืนก็ได้หรืออยู่เฉยๆก็ได้มีรถตลอดเวลาที่เราทำงานอยู่เราก็มีสติสัมปชัญญะ มีความพยายามที่เราจะทำให้ตนเองเกิดผลจิตมันลงอย่างที่ว่านี้เพื่อสมาธิจึงเป็นเรื่องสำคัญเรามีองค์ศีลเป็นหลักค่อยๆทำค่อยๆก้าวขึ้นเป็นหลักของพระพุทธเจ้ามีเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายพระศีลก็เป็นจำนวนศีลก็เป็นขอบเขตเป็นระดับๆทำไปตามอินทรีย์พละศาสนาพระพุทธเจ้าไม่ได้ไปซื้ออะไรโดยมีทำอะไรโดยที่เรียกว่าไม่รู้และมีศีลไปทำไมมีศีลไปเพื่อที่จะตัดทิ้งเลยรากเหง้าราคาโทรศัพท์ใช้ศีล 5 ก็เป็นรากเหง้าศีลข้อแรกก็ตัดโทรศัพท์ทิ้งข้อที่ 2 ก็ตัด อโลภะ 2 ศีลข้อที่ 3 ก็ตัดโลภะนั่นแหละที่เรียกว่าราคะซึ่งมันกินความหลายแง่หลายเรื่องไม่เป็นต้นแต่แม้แต่วาจาก็เสริมเข้าไปแม้แต่ถึงด้านจิตศีลข้อที่ 5 ก็เป็นความหมายเป็นข้อรัดรอบถ้ารู้ความรู้ความรู้การจำกัดความหรือว่าการวิจัยวิเคราะห์ให้เข้าใจว่าหมายถึงอะไรต่ออะไรก็อย่างที่อธิบายแล้วก็จะจัดการกับตัวเราได้เราก็จะบรรลุแล้วก็จะสำเร็จและศึกษาอธิบายแผนเสริมเสริมให้ฟังทุกเรื่องสมาธิแต่ทีนี้ก็มาเข้าเป้าที่ว่าได้ ถึงความสำคัญของการทำวัตรว่าเราเองเราจะต้องเห็นความสำคัญของการทำวัตรให้ได้การทำวัดของเราได้กระทำกันมาอย่างปรับปรุงให้ถูกต้องตามเดิมตามสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าซึ่งก็ได้ยกพูดแล้วแต่ต้นเมื่อวานนี้ว่าการทำวัดทุกวันนี้ทั่วไปนั้นในวงการของศาสนาพุทธก็ตามแม้แต่ในเมืองไทยในเมืองอื่นก็ไม่รู้อาตมาไม่เคยไปศาสนาพุทธในประเทศไหนๆก็ไม่เคยรู้เขาเคยรู้โดยศาสนาพุทธในเมืองไทยนี่แหละเขาพูดกันในเมืองไทย การทำวัตรของศาสนาพุทธในเมืองไทยมันก็เป็นศิลปะปรามาสมันเป็นจารีตเพี้ยนมันเบี้ยวบาลีมันออกนอกประเพณีออกนอกเป้าหมายมันไม่เป็นสัมมาทิฏฐิจิตมันเข้าใจผิดพลาดเป้าหมายพลาดถ้าพลาดที่พลาดการกระทํา การประพฤติเพื่อที่จะอบเพื่อที่จะล้มเพื่อที่จะกระทำให้เกิดที่จริงวัดป่าหรือปลดหนี้มันมีความหมายเท่ากับภาวนาของภาษาของทางธรรมสมัยนี้ดำเนินการธรรมะด้วยสำหรับไปภาวนาไปปฏิบัติภาวนาการปฏิบัติภาวนาธรรมนั้นแหละความหมายที่ใครเข้าใจได้ว่ามันหมายความว่ายังไงทั่วๆไปที่เข้าใจกันอยู่เนี่ยความหมายอันนั้นน่ะมันตรงกับคำว่าภัทรภาษาบาลีและทักษะหรือว่ารถเนี่ยมันเป็นความหมายที่ตรงกันกับคำว่าภาวนาที่เขาหมายถึงทีนี้คำภาวนามันก็เพี้ยนไปภาวนาที่จริงในความหมายของภาษาบาลีมันแปลว่าความบังเกิดผลการเกิด ดำเนินการบรรลุผลเกิดผลขึ้นมาแล้วเรียกว่าภาวนาเกิดผลน้อย 1 ก็ถูกทีนี้ทุกวันนี้เขาก็พยายามที่จะบำเพ็ญขึ้นมาแล้วก็ให้มันเกิดผลยังเกิดผลหรือยังไม่เกิดผลเขาก็หมายความว่าเป็นการผัสสะเป็นการบำเพ็ญที่จริงมันแค่พัตเตอร์ยังไม่ทันถึงภาวนาหรอกแต่เขาก็ไปเข้าใจว่าการบำเพ็ญเนี่ยคือภาวนาแล้วก็มาเรียกเรียกพวกพวกกันในภาษาไทยๆว่าไปบำเพ็ญภาวนาไปภาวนาบำเพ็ญคือการกระทำให้มันเกิดผลเต็มถ้าเป็นหรือเปล่าเพ็ญมันแปลว่าให้เกิดผลเป็น แต่จะทำให้มันเกิดผลขึ้นมาเกิดผลขึ้นมาจนเต็มที่จริงคำว่าบำเพ็ญมันก็หมายความอธิบายบำเพ็ญจะเริ่มต้นทำให้มันเต็มขึ้นมาเถอะนั่นแหละจะเสร็จแล้วมันก็เป็นการกระทำซึ่งเริ่มต้นเป็นภัตตาแต่ทีนี้ถ้าเกิดว่าเราเข้าใจเป็นสัมมาทิฏฐิเข้าใจคือมีความเห็นความเข้าใจที่ดีและชอบแล้วถูกตรงดีเราก็พยายามแล้วเราก็มีสัมมาสติแต่การมาทำวัดในเวลาเช้านี้เป็นการที่เราหมายที่ชาวส่งเราได้ทำแต่เช้า แก้ความขี้เกียจฝึกสติชาโลในตัวฝึกหัดการคูณไม่หลงหลับไหลตื่นมาด้วยในตัวทะเลช่วงแรกๆของเราที่เราอยู่แดนอโศกที่รวมกลุ่มกันก็คือแล้วก็ทำกันเป็นจารีตกันมานั้นถ้าเรามีงานที่จะเกี่ยวข้องกับคนอื่นที่จะทำอะไรต่ออะไรต่างๆนานาในภาคกลางวันนี้น้อยมันไม่มากมายเหมือนอย่างทุกวันนี้ที่นี่ที่สันติอโศกเนี่ยเรามีงานมากที่ได้มาส่งเราไม่มีงานมาก ก็งั้นเราก็ทำกันในตอนเช้ามันก็เหมาะสมดีอากาศก็ดีไม่รบกวนอะไรใครมากมายเงียบสงัดปลอดโปร่งนอนให้พอเหมาะพอสมฝึกปรือให้พอดีพอดีเราได้ฝึกสติชาโคลฝึกอาชีพที่นิยมพระด้วยและเราก็ได้โอกาสด้วยในโอกาสที่ดีด้วยบรรยากาศดีดีและรายการฟังธรรมที่เราทำการเช้าๆเนี่ยเราก็ไม่ได้ ผลได้เห็นผลกันมาทั้งๆที่อาตมาก็เคยบอกว่าถ้าทำวัตรเช้าที่จริงในการทำวัตรของพระพุทธเจ้าในสมัยที่ท่านอยู่จริงๆทำวัตรเช้าก็ยังไม่ค่อยมีหรอกมีทำวัดบ่ายพระพุทธเจ้านี่ลงสระอาลงโบสถ์บ่ายสมบัติและสาระตอนบ่ายอบรมพระให้พ่อตอบเย็นทำวัตรเย็นจนถึง 22:00 น ท่านทำอย่างนั้นนี่เป็นกิจการที่เป็นแบบท่านพวกเราก็มีทำวัตรเช้ากันมีทำวัตรเช้าทำวัตรเย็นแล้วก็อนุโลมมา เราจะเอาเวลาไหนก็แล้วแต่ที่เราก็เลยมาทำวัตรตอนแรกเราทำวัดกันที่ไดโนเสาร์เราทำวัดทั้งเช้าทั้งบ่ายแหละเที่ยงก็ยังเอาใหม่ๆน่ะฟิตจัด 3 เวลาเช้าเที่ยงเย็นจะทำวัตรกันหลังตอนหลังๆมากับรถเที่ยงลงเหลือแต่เช้ากับบ่ายตอนหลังมันก็เลยลดบ่ายมาทำแต่เช้าก็มีแต่คำว่าเช้าเราก็เลยทำวัตรเช้าต่อๆกันมาเรื่อยๆถ้าเราได้ผลจากการทำวัตรและก็บอกแล้วว่าต้องสำคัญในการทำวัตรแต่ละรายการทำวัตรคือการเรียนปริญญาการเรียนทฤษฎีการทำสัมมาทิฏฐิให้แจ้งหรือ แม้แต่ทำสัมมานะก็ได้โดยธรรมะสู่ฟังแล้วแม้แต่สุดท้ายฟังธรรมแล้วก็เกิดวิมุติเกิดหลุดพ้นบรรลุธรรมได้เกิดสัมมนานะเกิดสัมมาวิมุตเป็นผลได้จริงๆไม่ใช่ไม่ได้ซึ่งพวกเราก็ได้รับผลที่ได้รับการปฏิบัติได้รับการฝึกปรือได้รับการประพฤติมีทั้งภาษามีทั้งศีลแบบนี้แหละเรียกว่าจารีตประเพณีเป็นองค์ประกอบในการกระทํา เรียนรู้ทฤษฎีได้รับความเข้าใจได้มีข้อธรรมมีลักษณะธรรมมีอะไรต่ออะไรเข้าไปในจิตในใจมีสัญญากำหนดหมายหรือมีปัญญาเข้าใจและเราก็เอาไปใช้เอาไปประกอบตนให้ตนได้มีการประพฤติได้มีการกระทำได้มีการบำเพ็ญเกิดมาเรื่อยแหละตามสัมมาอะระหังของพระพุทธเจ้า 3 จุฑาธรรมท่านเรียกอีกบทหนึ่งว่าสติปัฏฐานมันก็เหมือนกันคือมีสติมีสติแล้วก็ประพฤติสั่งสมลงให้มันเกิดฐานของพระอริยะให้เกิดฐาน สรุปตั้งลงคำแปลเป็นไทยทีนึงฐานะนี่ให้มันเกิดขึ้นอย่างลงตั้งมั่นให้มันเกิดขึ้นอย่างลงตั้งมั่นไม่ได้เกิดขึ้นแล้วก็ล้มไปเกิดขึ้นแล้วก็หายไปไม่ใช่ให้มันเกิดขึ้นอย่างลงตั้งมั่นเป็นฐานอันแข็งแรงปลายระดับขึ้นมาเรื่อยๆๆเป็นฐานส้นฐานกลางฐานปลายหรือฐานต้นฐานกลางฐานสูงได้สั่งสมลงจริงๆตั้งลงจริงๆอย่างลงจริงๆผู้ใดใส่ใจฟังธรรมได้รับอานิสงส์ มีอานิสงส์ 5 ประการในการทำวัตรในการฟังธรรมซึ่งได้รับฟังอะไรแปลกๆใหม่ๆที่ไม่เคยได้ฟังก็ได้ฟังเสมอๆทุกทีว่าเราจะได้ฟังยิ่งมันนานไม่ใช่มันนานบางคนไม่เคยมาเลยเพราะมันเจอครั้งแรกในครั้งนี้ธรรมะเป็นอย่างนี้แหละแปลกนี่แปลกจังเลยรับอะไรมากมายจังเลยคนใหม่ๆที่มาที่เราฟังธรรมจากเราไปใครก็ใครเคยรับรองเท้าได้อานิสงส์ในการฟังธรรม 5 ประการนี้จะบริบูรณ์จริงๆคนรถไฟทำหรือแม้ไม่ใฝ่ธรรมไม่ตั้งใจสักหน่อยเพื่อเจตนาเลยมาเจอเอามาเจอพระนี่พูดอะไรอธิบายนู่นนี่เข้า ถ้าคนที่มีปฏิภาณในการแสดงธรรมเป็นพระธรรมกถึกจริงๆแล้วก็จะร้อยเป็นร้อยเลยนะฟังธรรมจากชาวเราเนี่ยชาวอโศกที่รับรองเลยจะได้ฟังที่แปลกที่ใหม่ยิ่งสมัยนี้ได้ยิ่งคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ตรัสเอาไว้ว่ามีอานิสงส์ 5 ประการนี้ยิ่งทันสมัยถูกที่สุดถูกที่สุดเลยพอมาฟังธรรมของชาวเรานั่นแหละเราเป็นชาวอโศกนี่แหละยิ่งสมัยนี้ธรรมะของพระพุทธเจ้า แต่พอจะมีเหตุมีผลมีปฏิภาณในการแสดงธรรมมีโวหารมีสัจจะที่จริงมีความรู้จริงแสดงออกไปจังๆชัดเด่นมีเหตุมีผลมีสิ่งที่อ้างอิงที่ยืนที่ยันด้วยแล้วนะรับรองเลยร้อยเอ็ดทั้งร้อยน่ะอยากจะพูดอย่างนั้นนะแต่มีข้อแม้ว่ามันต้องเป็นพระธรรมกถึกที่แสดงดีๆจริงๆรับรองเลยธรรมะของชาวอโศกเนี่ยเราถือว่าเป็นธรรมะที่เราถือนะเราเห็นอย่างนั้นโดยเฉพาะอาตมาถืออาตมาเห็นคนอื่นจะเห็นจะถือด้วยก็น่าจะเหมือนกันแหละแต่เราวางของเราอาจจะยังมีไม่มากพอเราจะไปถือโดยที่เราถือหรือเปล่าจริงๆนึกว่าเราถือเต็มที่คล่องๆอะไรก็ระวัง ถือว่ามันดีถือว่ามันถูกต้องของพุทธถือว่ามันถูกต้องของพุทธถือว่ามันจริงของเป็นพุทธแท้ๆเราว่างั้นน่ะนะแล้วก็ว่าเราเป็นพุทธแท้ๆถูกต้องเป็นสัมมาสมาธิเพราะฉะนั้นการที่สูตรว่าเราแสดงธรรมให้เขาฟังดูคำสั่งของพระเจ้าอยู่ทางศาสนาสมัยพระพุทธเจ้าเหมือนกันคือพระพุทธเจ้ามาแก้ความเข้าใจผิดของพวกพราหมณ์และท่านก็แสดงธรรมของท่านท่านก็บอกว่าเออหน้าเรามาฟังธรรมของเราเราจะเกิดอานิสงส์ 5 ประการหนึ่งจะได้ฟังในสิ่งที่ไม่เคยได้ฟังแต่ฟังแล้วมันแปลกๆใหม่ๆไอ้ที่ไม่เคยได้ฟังก็ได้ฟังน้องที่เข้าใจมามันเป็นอย่างนี้ดิมันแปลกมัน ไม่มีอคติไม่มีกิเลสอะไรมากมายแล้วก็พูดพูดแสดงธรรมเป็นพระธรรมกถึกจริงๆเป็นผู้ที่แสดงธรรมเก่งมีปฏิภาณโวหารมีเหตุมีผลมีหลักมีฐานมีความทรงจำในเหตุใดในเรื่องอะไรที่จะชักจูงเข้ามาทำให้เขาเข้าใจได้รับรองข้อที่ 2 ไอ้ที่ยังไม่เคยเข้าใจก็เข้าใจลึกซึ้งเข้าไปอีกนะ ไปเที่ยวสงสัยก็คลายสงสัยหมดสงสัยลงได้นี่ข้อที่ 3 มีอานิสงส์ 5 ประการด้วยประการที่ 3 ประการที่สี่ไอ้ที่เคยเข้าใจผิดๆก็เป็นทิฐิใหม่ที่เข้าใจถูกขึ้นมาเรื่อยๆๆทิฐิแต่ก่อนนี้ก็คิดอีกอย่างนึงคือเป็นความเห็นอย่างหนึ่งเป็นความเข้าใจอย่างหนึ่งพอมาฟังธรรมนี่แล้วความเข้าใจกับถึงอย่างถูกต้องเป็นกษัตริย์ว่าเป็นความเห็นที่ถูกเกิดความเห็นที่ถูกต้องเป็นสัมมาทิฏฐิถ้าเราเกิดสัมมาทิฏฐิอยู่แล้วเข้าใจถูกอยู่แล้วฟังธรรมจากท่านฟังจากพระธรรมกถึกที่แล้วก็จะ สัมมาทิฏฐิอย่างมั่นคงเลยไม่ได้หมายความว่าเข้าใจอยู่อย่างนี้แล้วจะต้องกลับกันเสมอนะไม่ใช่อย่างนั้นนะถ้าได้ฟังธรรมกับพระธรรมกถึกบางคนนี่เข้าใจยังพลางแพลงก็สงสัยยังไม่คลายคลายและทิฏฐิที่เคยเป็นสมาชิกที่อยู่อย่างเก่านั่นแหละแต่มันยังไม่ควรสงสัยความสงสัยก็คลายสมาธิจิตก้าวที่เคยมั่นใจหรือว่าเข้าใจเห็นอยู่พอสมควรอยู่ที่เดียวแต่ยังไม่พ้นสงสัยแล้วก็ยังไม่ใช่มิจฉาทิฏฐิหรอกคนนี้เป็นสมาชิกทีมมาก็ฟังจากรัฐบาลที่ผิดเต็มเลยตอนนี้หมดสงสัยด้วยตามข้อที่ 3 คือประธานแทนสงสัยยังไม่ยังไม่พ้นสงสัยได้สมาชิกก็เป็นสัมมาทิฏฐิ ดูถูกมิจฉาทิฏฐิมาก็มาสมาธิพิมพ์ได้ประการที่ 5 ก็ร่าเริงเบิกบานมีปิติอิ่มเอิบใจทีเดียวหลังสุดใจในธรรมจงไปก็ต้องการฟังอีต้องการได้รับอีกผู้ใดติดใจก็เกิดศรัทธาสิ่งนี้เพื่อศรัทธาก็มาฟังบ่อยฟังมากขึ้นมากขึ้นก็ได้รู้มากขึ้นรู้มากขึ้นพูดมันก็ชักจะหมดลงหมดลงมันก็เอ้อฟังแล้วก็ซ้ำๆซ้ำๆกันวันแล้ววันเล่าก็ซ้ำๆๆบางอันเข้าใจไม่ถึงฟังอีกก็ไม่ถึงฟังแล้วก็ไม่ฟังฟังแล้วก็หลับไปฟังแล้วก็ไม่ค่อยรับมันไม่ถึงเพราะว่าภาคปฏิบัติอินทรีย์ ก็ยังไม่ถึงจริงๆก็เป็นได้นะเพราะงั้นถ้าคราใดที่ได้รับฟังตอนที่พูดถึงเรื่องลึกๆซึ้งๆขึ้นไปมากๆไม่เกี่ยวไม่เกาะมาจนกระทั่งหนูหมายถึงเรารับได้เพราะติดมันก็ไม่ค่อยได้แต่ยิ่งเราไม่มีสัมมาวายามะไม่มีอิทธิบาทไม่มีฉันทะไม่มีวิริยะไม่มีสิทธิ์จะไม่มีวังสะมีบังสากล่าวไปยิงตกหล่นมันฟังธรรมใหม่ๆแรกๆแล้วจะเกิดศรัทธาเลื่อมใสดีได้เข้าใจแล้วก็ฟังธรรมะใจดีพอมากๆเขายังกล่าวแล้วมากเข้ามันก็ชัดเจนด้วยกันเพื่อแสดงธรรมก็จะแสดงธรรม หลักๆข้อๆมันก็มีอยู่เท่านั้นขยายหลักขยายข้อขยายไปก็ได้ฟังแล้วก็ฟังอีกฟังอีกก็ฟังแล้วไปแต่ถึงอย่างนั้นก็ตามมันก็ยังมีใหม่มีแปลกๆอยู่ในนั้นแหละในเชิงใหม่มีเชิงละเอียดจะได้ฟังใหม่เหมือนกันถ้าผู้ใดผู้นั้นเป็นผู้ที่ใส่ใจจริงมีฉันทะเป็นผู้ที่รับทำจริงแล้วก็เกิดอานิสงส์ทำฟังธรรมเกิดอะไรสงฆ์ทุกทีทุกทีทุกทีทุกทีทุกคนฟังได้ฟังธรรมไม่มีเบื่อไม่มีนายพระอริยเจ้าฟังธรรมไม่เบื่อไม่ได้เพราะอะไรเพราะว่ามันรู้ว่าเป็นของดีเงินมันมีเหตุผลแตกต่างเหตุผลง่ายๆมาร่วมฟังธรรมะยิ่งรู้ว่าพระธรรม พระอริยเจ้าองค์นั้นองค์นี้แสดงแม้ท่านจะไม่เก่งในการแสดงเชิงนั้นเชิงนี้เชิงโวหารแต่ก็มีกายกรรมวจีกรรมมีลักษณะลีลามีอะไรต่ออะไรอย่างบางองค์ไม่เก่งโวหารพูดซื่อๆตรงๆง่ายๆฟังแล้วก็สบายฟังแล้วก็ลึกซึ้งพาให้เรารู้ได้ดีขึ้นเยอะบางองค์แสดงโวหารมากมายอย่างอาตมานี่บอกตรงๆแสดงโวหารมากสืบจนพัวพันเข้าไปไกลเข้าไปลึกๆบนบางทีออกไปซะไกลกว่าจะกลับมาบางคนตามหรือติดตามไม่ทันลืมหายไปเลยบางคนจับไม่ค่อยติดตามไม่ไปตัดส่วนตัวเองก็พยายามกลับมาสู่ที่เหมือนกัน พาไปอธิบายออกไปไกลๆๆตามพากันไปสู่ที่เนื่องจากไม่ถูกมอบหมายตรงจุดที่เริ่มจุดนี้ไม่ถูกอ่ะไปโน่นทิ้งจุดที่หมายแล้วไปเข้าใจเอาเพลงย่อยพอจะพูดถึงหลักที่กลับมาเวลาอธิบายอะไรอย่างอื่นเลยสัตว์ไปติดต่อไม่ติดก็เลยจะได้เชิงมุมเท่านั้นฟังธรรมวันนั้นอธิบายหลายแง่ออกไปหรือเอาแค่นี้ลึกเข้าไปแล้วก็กลับมาทีหลังแล้วก็เอาขยะออกไปแล้วขยะออกไปไม่ได้แย่เดียวบางคนเป็นอย่างนั้นเยอะเพราะว่าอธิบายไปไปลึกๆแล้วก็กว้างมันกว้างกว้างอะไรหลายๆรอบแต่ทีนี้ก็ต้องจุด จุดขยายก็เลยเข้าใจกันไม่ได้บางคนจับผิดๆเพราะบางคนไม่อธิบายอย่างอาตมาไม่ใช่เชิงรอบรับหรือว่าโวหารมากมีอะไรต่ออะไรเยอะแยะเข้าใจง่ายไปเรื่อยๆโดนๆไปเดินไปเรื่อยๆไม่ต้องยกสูงไม่ต้องโทรไปเรื่อยๆจนถึงจะตามไปเรื่อยๆบางคนอาจทำอย่างนั้นง่ายดีเหมือนกันนะแต่มันก็ไปเรื่อยๆแล้วกินผิวไปเรื่อยๆกินผิวฟ้าใสๆๆคนบางคนปัจจุบัน การ์ตูนแกะพิมพ์เขียวไปเรื่อยๆกว่าจะถึงเข้าถึงกันเข้าเลยเหมือนกันนะเข้ากับเขาเลยมันมีระบบอย่างนั้นแหละอย่างที่ทำรูปให้ดูเนี่ยกินผิวมาเรื่อยๆค่อยๆใช้หรอกกินเข้าไปกว่าจะเข้าถึงกันกลางทางวิศวกรรมปัญหาแต่อยากจะมาเนี่ยอธิบายต่อผิวแล้วก็โฉบเข้ามาหากินเป็นซิกแซกประมาณได้มีสะพานถึงแก่นด้วยได้คิวด้วยเป็นชิ้นๆเป็นส่วนๆๆเป็นอันๆเก็บกินแขกไปแขกไปกินไปเรื่อยๆได้ผลไปเรื่อยๆส่วนลักษณะจะบอกลักษณะก็บอกลักษณะของ พระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้านี้มีศีลสมาธิปัญญาหรือมีจำนวนจะสังโยชน์มีจำนวนเบื้องต้นทำกลางบั้นปลายมี 7 ส่วนเก็บแว่นกินที่นี่มันยากตรงที่ว่าแม้โสดาก็มีรหัสกับผลโสดาก็ใช้สังโยชน์ 10 ที่จริงแต่ก็บอกเลยว่าสิทธิ์มันไม่ได้คนมันไม่รู้เพราะฉะนั้นก็พูดสำรวจสามสังโยชน์ 10 เป็นจุดอรหัตผลเป็นโรคจิตถ้าใครมีเงินจริงๆศาสนาพุทธถึงขั้นอภิธรรมมีเงินเข้าใจจริงแล้วว่ามีวิมุติมีอะไรต่ออะไรขั้นตอนแล้วก็แบ่งมาใช้สิทธิ์ศีล 5 วิหมดหน้าเราก็ได้เป็นพระอริย แต่ถ้าเราได้มันไม่มีหมดแล้วก็ไปโสดาเท่าที่เราได้ส่วนส่วนมันเท่านั้นแหละเป็นเนื้อๆโสดาไปแต่มันไม่เต็มมันไม่บริบูรณ์ทีนี้คนไหนได้บริบูรณ์และนั่งแป้นโสดารายได้ต่ออยู่อย่างนั้นน่ะโสดาตีลังกาอยู่นั่นแหละหัวยันตีนประทับปรมาไม่เพิ่มภูมิก็ยืนยันเป็นพวกเราได้อะไรแล้วเราก็จะต้องตรวจสอบทดแทนดูอะไรได้แล้วก็ได้มั่นคงแล้วก็มั่นคงจะเป็นหลงระเริงเพิ่มศีลเป็นอธิษฐานระบบอาวุธที่จะพระพุทธเจ้าศีลสมาธิปัญญาหรือว่าศีลจิตปัญญาแล้วยังมีอธิษฐานอธิษฐานอธิษฐานปัญญาต้องให้ยิ่งขึ้นจึงเรียกว่าสมาธิ ธรรมะบวกกะทิต่อติดแล้วต่อเนื่องกันได้แล้วทำให้มันได้อย่างนั้นเสมอแล้วเป็นไปโดยรอบแล้วคือภาษาไทยๆนี่พูดยังไงมันก็เข้าใจถ้าใครศึกษาธรรมะจะเห็นว่าภาษาเหล่านี้เป็นภาษาดีถ้วนรอบแล้วครบแล้วบริบูรณ์มันไม่มีอะไรก็คืออธิบายถึงสภาพที่ศีลสมาธิปัญญาดำเนินจิตเป็นสมาธิสมาธิเต็มหรือว่าสัมมารามองค์ 8 เจริญพรจงสัมมากรมันเต็มมันถ้วนรอบมันก็เป็นความหมายภาษาไทยๆอีกเยอะแยะด้วยค
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive