230101 ศาสนาพุทธเป็นของคนเมือง-พ่อท่าน-สันติอโศก-R081.txt

โฟลเดอร์2523 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์170 KB
วันที่แก้ไข9 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอังคารที่ 1 มกราคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมวัดเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเราเข้ามาทำวัตรกันอีกตามปกติเสมอในเรื่องของสมาธิแต่ว่ายังไม่ทันได้ตลอดเขาไปหาคำว่าสมาธิเพราะว่ากระจายไปเที่ยวกระจายออกไปจนกระทั่งไปถึง ลักษณะความเสื่อมของศาสนา 4 ประการที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสชี้ยืนยันบอกว่าแจ้งคุณลักษณะอย่างนั้นเอาไว้ให้คุณก็ได้อธิบายให้เห็นในเหตุผลต่างๆให้ฟังแล้วก็ความเสื่อมของศาสนาอย่างที่ว่านั้นมันมีความหมายลึกซึ้งเกี่ยวโยงกันหลายอย่างถ้าเผื่อว่าไม่มีปัญญารอบถ้วนแต่จะไม่รู้เลยว่า บอกว่าอย่างนั้นแค่นั้นที่พี่ลงไปว่าจะเป็นความเสื่อมได้อย่างไรอย่างไรกันซึ่งก็ได้อธิบายถึงเหตุปัจจัยต่างๆข้อความต่างๆที่มันยืนยันว่ามันเป็นความเสื่อมตามนัยยะที่พระพุทธเจ้าจึงตัดเอาไว้สั้นๆอย่างที่บอกว่าถ้าเกิดว่าตราบใดเกิดมีแต่พวกเรานี่แหละพุทธสาวกนี่แหละมีความคิดเห็นและก็มีการกระทํา ไปป่าไปเก็บผลไม้หล่นกินรออาจารย์อยู่นั่นอยู่ในป่านั่นก็เป็นความเสื่อมของศาสนาพุทธแล้วประการที่ 1 เริ่มเสื่อมเพราะเริ่มเข้าใจผิดกติกาแล้วก็ที่ยกอ้างให้ฟังแล้วว่ามันคิดศาสนาพุทธไม่ได้อยู่ป่าศาสนาพุทธอยู่บ้านในศาสนาพุทธเป็นของคนเมืองศาสนาพุทธเป็นของสังคมและก็จะยกทำอ้างคำกล่าวของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ฟังแล้วเมื่อผู้ใดบรรลุธรรมหรือเป็นบุรุษเกิดขึ้นมาสิ่งนั้นจะมีคุณค่าสำหรับมหาชนมีประโยชน์ ภูมิพลแล้วก็ได้ยกถึงทั้งจังหวัดทั้งสวัสดิการทั้งพงศาวดารทั้งสภาพที่พระพุทธเจ้าได้ทรงกระทำเป็นตัวอย่างเป็นแบบฉบับให้ฟังหมดแล้วว่าเมื่อผู้ใดบรรลุก็เข้าไปเผยแพร่ไปทำประโยชน์ให้เป็นผู้ชนะที่ตายยากจะช่วยลดโซฟาประชาชนต่างๆที่ท่านได้ทรง 260 องค์แรกที่เป็นผู้ที่จะบรรลุเป็นพุทธสาวกเรียบร้อยอย่างดีเข้าไปในเขตการนิคมเพื่อไปโปรดติดสอนไปชมอัตราก

อ่านต่อ

ารทำงานขยายอาณาจักร จะไปส่งเข้าป่าหรือไปอยู่ป่ามาอย่างกาแล็กซี่ผู้ไม่เข้าใจศาสนาในปัจจุบันนี้ได้พูดกันว่าพระยินดีท่านออกไปอยู่ป่าว่างั้นถ้าพระที่อยู่ในเมืองพระไม่ดีเปิดๆกันว่าอย่างนั้นและจะยืนยันด้วยมันจะเคยใช้เฉยๆแล้วมีความเห็นอย่างนั้นด้วยเป็นพิธีเป็นความเห็นผู้ใดมีความเห็นอย่างนั้นแสดงว่ายังไม่เข้าใจศาสนาอย่างลึกซึ้งลึกซ้อนเข้าใจเผลอๆการออกป่าปฏิบัติประพฤติก็มีมีความจำเป็นสำหรับผู้ที่จะออกป่าแล้วก็ได้และ จะออกป่าแล้วก็เป็นเรื่องของเบื้องต้นไม่ใช่เรื่องปลายเป็นเรื่องของการฝึกหัดขั้นต้นออกมาคือธาตุไม้ที่ขึ้นด้วยยางออกจากน้ำคนที่มันอยู่กับสังคมอยู่กับโลกเนี่ยมันมีเป็นโลกิยะมันมีแต่เรื่องกรอกขี้เหร่ยั่วยวนกิเลสถ้าเราอยู่ใกล้มันแล้วก็จะบังคับจิตบังคับใจจะพยายามทำสมาธิระงับไม่ให้มันเกิดนิวรณ์กิเลสต่างๆแม้มันเกิดการไม่ฉันทะไม่ให้มันเกิด ก็ต้องต้องออกห่างจากมันซะก่อนออกห่างจากวัตถุกามบอกทางจากวัตถุโลกีย์ซึ่งมันมีอยู่ในเมืองอยู่ในคนไปที่ป่ามันไม่มีหรอกวัตถุกามมันน้อยสมัยนี้ก็เหมือนกันมันมีรูปรถอะไรบ้างเหมือนกันแต่ว่ามันไม่เหมือนกันในกลุ่มในกลุ่มมันเยอะให้ปรุงให้มันยั่วยวนมอมเมาให้มันยั่วยุอดใจยากอดใจลำบากมันก็หาที่หาค่าสมมติพระองค์ท่านเรียกว่าพรากไม้ที่ขึ้นด้วยยางออกจากน้ำไม้ที่พึ่งจะพยายามหมายความว่าตัวของผู้นั้นผู้นั้นนั่นแหละยังมีกิเลสอยู่ในนั้นซึ่งเป็นยางน่ะแม้จะมีกิเลสอยู่ในตัวนั่นแหละก็พาทั้งตัวทั้งไม้ หนีออกไปป่าไปเขาไปถ้ำหรือไปที่ไหนก็คิดได้ที่มันห่างก่อนที่เป็นระบบเบื้องต้นเพราะพระที่บวชถ้าพระองค์ไหนที่ยังไม่มีฐานสูงสถานะธนาคารแท้บวชแล้วควรออกปากและการออกแบบก็ได้อธิบายสู่ฟังแล้วว่าพระพุทธเจ้ายืนยันว่าท่านจะออกป่านั้นก็จะต้องมีพระที่เลี้ยงไม่มีอาจารย์ไปด้วยถ้ายังไม่เก่งยังไม่เป็นผู้ที่สังวรสำรวมรู้จักการใช้สอยในปัจจัย 4 มีปัจจัย 4 เลี้ยงตนอันสมควรไม่มักมากในปัจจัย 4 ได้แล้วและรู้จักการสังเคราะห์รวมในการ กวนจริงๆถ้าจะออกเปล่าเข้านิติเดียวคุณจะปล่อยไปได้พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าพวกที่จะปล่อยเส้นเดียวหรือปล่อยออกจากคอกได้นั้นจะต้องมีคุณธรรม 5 ประการทั้งบอลในบิณฑบาตต้องรอในจีวรต้องวอนในที่อยู่อาศัยทั้งวอนในสังวรรู้จักประมาณการใช้มักน้อยได้แล้วก็คือเป็นผู้ที่จะรู้จริงรู้ใช้เป็นผู้ได้ปฏิบัติศีลสังวรศีลสำรวมอินทรีย์โภชนาการนะโยคะพอสมควรและจริงๆแต่มีบทปฏิบัติมีสติปัฏฐานมีวิปัสสนามีหลักประพฤติถึงใจถูกใจถึงใจคือปัจจุบัน ประดิษฐานรู้กายรู้เวทนารู้จิตรู้ธรรมจริงๆแล้วก็รู้ว่าชีวิตนี้ประกอบไปด้วยปัจจัย 4 อันพอประมาณไม่ใช่เพื่อจะสะสมไม่ใช่เพื่อฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยอะไรเป็นผู้มีปัญญาแล้วก็เป็นผู้ที่มีบทปฏิบัติในทฤษฎีปฏิบัติจริงๆพระอาจารย์หรืออุปชาจะต้องรู้แล้วถึงจะปล่อยไปได้ถ้าไม่เช่นนั้นปล่อยไปแล้วก็ประเดี๋ยวก็ฉีกขาดไปโดยประมาทไปโดยไม่รู้ไร้ค่านอกจากไม่ได้ฆ่าเลยคุณอะไรแล้วจะกลายเป็นตกต่ำหลงผิดแล้วก็เลอะเทอะเขาออกไปป่ามันมีอะไรต่ออะไรเรื่องที่ไปทำกิจกรรมต่างๆนานาดีไม่ดีไปตาย เข้าไปในป่าเนี่ยมันมีอะไรต่ออะไรเยอะแยะหลายอย่างที่เราไม่รู้และออกไปป่าก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องออกไปอย่างดุๆจนกระทั่งถึงพูดถึงคนพระพุทธเจ้าท่านแวดล้อมไม่ได้มาตรการหรือระบบระเบียบกฎวินัยไว้หมดแล้วพอออกไปปากก็จะต้องบิณฑบาตรศาสนาพุทธทิ้งเงินสะบัดไม่ได้เพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดจะออกไปป่าเป็นการลงทุนก็ออกไปนอนรออาจารย์โดยไปเก็บผลไม้หล่นกินแม้จะไม่ขุดดินแม้จะไม่ใช้เสียงใช้จอบไม่เด็ดขาดคืออะไรก็แล้วแต่ที่เราไปตรวจระเบียบของพระพุทธเจ้าเหมือนกันแต่ไม่กินสักบาทจะเก็บผลไม้หล่นกินแล้ว รอบทิศนอกทางไปรออาจารย์อยู่ในป่านั้นไม่ถูกเรื่องเข้าใจผิดทางตั้งจิตได้ผิดมีความเห็นผิดเป็นมิจฉาทิฐิอย่างนั้นจึงไม่ไม่ได้เป็นการเจริญพระพุทธองค์จึงเรียกว่านั่นเริ่มเป็นความเสื่อมท่านตรัสไว้นี่ท่านเป็นสัพพัญญูฉันตัดไว้ตั้งแต่พ.ศ 2500 กว่าปีพระเสื่อมอย่างนั้นในช่วงนั้นในตอนนั้นแบบนี้ยังไม่มียังไม่มีแม้แต่ความเสื่อม 4 ประการนี้ไม่ใช่ไม่มีของพุทธเท่านั้นแม้แต่ของพราหมณ์เขาก็ยังไม่มีถ้าตัดตอนนั้นน่ะของพราหมณ์เขาก็ยังไม่มี แต่เดี๋ยวนี้อาตมาได้อ้างยกอ่างสนิทฟังแล้วว่าอย่าว่าแต่ออกไปมีความเห็นผิดเป็นมิจฉาทิฐิว่าออกไปป่าพระไปสู่ป่าฟังดีๆนะพวกเราได้ยินได้ฟังมาการสอนในฟังมาสับสนนะมันซ้อนไปสู่ป่าบอกแล้วว่าไปป่าดีฝากมาที่จึงมียางออกไปฝึกไปเปลี่ยนดีแต่ต้องมีเหตุผลมีข้อแม้มีอาจารย์มีครูมีผู้อบรมสั่งสอนและก็สอนกันอย่างถูกคิดถูกทางถูกเรื่องและเมื่ออยู่ป่าพอสมควรแล้วเป็นอรัญญาศีลแล้วก็ต้องเข้าบ้านต้องเป็นทั้งพระบาทพระบ้านเป็นสังข์ทอง มันต้องทำทั้ง 2 ส่วนแต่แม้จะอยู่ในบ้านก็ไม่ได้หมายความว่าบรรลุธรรมถึงพระอรหันต์ไม่ได้ก็ได้ยกอ้างให้ฟังแล้วแม้แต่พระอรหันต์รุ่นแรกพระ 55 องค์การ 55 องค์และพระบ้านทั้งนั้นไม่ได้ออกป่าเลยมีพระปัญจวัคคีย์ 5 องค์เท่านั้นที่เป็นพระป่าและพระพุทธเจ้าทรงสอนในเรื่องเน้นอัตถะโยกเพราะเป็นพระป่าหลงกับตาหลวงพ่อวาสนาส่วนพระบ้านท่านไม่ได้สอนอัตชีวประวัติท่านสอนตามท่านสอนสวรรค์โลกท่านสอนหลักการลูกโลกสอนผมรู้สึกศรัทธาแล้วก็ขออนุญาตขับขี่ส่วนปัญจวัคคีย์ทั้ง 2 อันนั้นแต่ละคณะสูตรอย่างนี้เป็นต้นสอน ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรสุดโต่ง 2 อย่างให้รู้เพราะว่าคนที่สุดโต่ง 2 อย่างเนี่ยหลงอัตภาพนั่งหลับตาหลับหูเป็นแบบฤาษีชีไพรพุทธศาสนาใช้ง่ายที่อธิบายไปให้ฟังแล้วเริ่มต้นสมาธิเมื่อวานนี้พอเป็นศาสนาที่นั่งหลับตาเข้าแล้วก็ใช้ตัดสินใช้อะไรเพิ่มแล้วก็เกาะเอาไว้ให้จิตมันสงบมันได้ผลบ้างเหมือนกันถ้าคนบ้าที่สุดของเราเย็นสบายแล้วก็ติดสงบแล้วจะเป็นอย่างนี้เราจะไม่มีใครแก้จะไม่มีใครที่จะสั่งสอนหรือกลับใจให้หนีออกมาจากความสงบนั้นหรือว่าทิ้งความสงบที่เป็นทุกข์เป็นชาตินั้นได้เลยนอกจากศาสนาพุทธพระพุทธเจ้าท่านยืนยันเอาไว้เป็นบุคลากรพื้นฐานหรือเป็นตำนานไว้ชัดเจน ยกเหตุผลให้ฟังแล้วว่าที่อธิบายว่าพระพุทธเจ้าลอยขาดและฐานนั้นทวนกระแสน้ำด้วยหมายความว่าคำสอนนั้นจะต้องทวนกระแสใจเป็นคำสอนที่ควรแย้งไม่ใช่คำสอนตามเขานั่นคือการลอยผ่านไปผ่านต้องวิ่งชนกระแสน้ำแล้วก็ลงไปใต้บาดาลไปปลูกหน้านาคก็คือผู้ที่จมดิ่งหลบหนีทิ้งโลกอธิบายแล้วก็ศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาทิ้งโลกไม่อาจจะศาสนาหนีโลกศาสนาพุทธเป็นศาสนาสู้โลกอยู่เหนือโลกอยู่กับโรคในศาสนาอย่างนั้นอยู่กับโลกโดยผัสสะรู้ผันรู้เวทนารู้อะไรชัดแจ้งหมดเป็นศาสนา ที่จับจิตจับใจได้อย่างชัดเจนซื้อเจลติดของจิตรู้เวทนารู้สัญญารู้สังขารไม่ชี้แจงศักดิ์สิทธิ์ของจิตหรือของวิญญาณวิญญาณเนี่ยภาษาคำว่าวิญญาณอยู่ในขันธ์ 4 นามขันธ์ 4 เนี่ยมีเกณฑ์จะศึกษาอย่างนี้เวทนาสัญญาสังขารรู้เท่าทันสภาพสังขารเป็นอย่างไรเจ้าภาพสัญญาคืออย่างไรสภาพเวทนาคืออย่างไรรู้ชัดแจ้งโดยเฉพาะกำหนดหมายแม้แต่คำว่าเวทนามีอารมณ์อย่างไรอารมณ์สุขอารมณ์ทุกข์อารมณ์ไม่สุขไม่ทุกข์ซึ่งในยามไม่ฟังแล้วว่าผู้ใดรู้เวทนารู้อารมณ์ว่าอารมณ์ไม่สุขไม่ทุกข์นี่แหละเป็นฐานนิพพานสถานฝึกใส่ใจตนเป็นทหาร 10 ต้นจะต้องทำให้ได้เสมอทำบ่อยๆเป็นสติปัฏฐานตลอดเวลากายเวทนานี่ต้องปรับปรุงเข้ามาหาจุดนี้ให้เฉยให้อุเบกขาให้จิตมันวางเฉยให้จิตมันไม่สุขไม่ทุกข์ให้จิตมันมีอารมณ์ที่มั่นคงเป็นสมาธิไม่ให้มีกิเลสไปชอบในสุขไปทางในทุกข์ไม่มีแต่มันมีคำอธิบายอีกมากมีอารมณ์มีความละเอียดละอออะไรต่ออะไรต่างๆของจิตมากซึ่งเราจะต้องทำสิ่งที่มันวางว่าปล่อยจากสิ่งเหล่านั้นน่ะมันเป็นการทำจิตเราจะเรียกว่าคิดว่าก็ได้เราจะเรียกว่าก็ได้กิจการทำสมาธิก็คอยทำให้ กิเลสอารมณ์กิเลสอะไรอารมณ์กิเลสจะมาเกิดราคะชอบจะบังเกิดโทสะชังโทรศัพท์นี่คือทางราคะคือชอบผิดๆไม่ให้มีให้ไปผัดทุกหรือให้เป็นอุเบกขาให้เฉยๆอุเบกขาไม่ใช่เฉยเลยผู้โดยสารของพระพุทธเจ้าเฉยๆอย่างมีปัญญาอย่างมากมีปัญญาร่วมด้วยเป็นอาทิตย์ปัญญาเป็นปัญญารู้จิตรู้แกจะติดรู้อารมณ์ไปถึงขั้นถูกต้องรู้ถึงเวทนาเราต้องไว้สำเร็จเป็นมาที่มันเป็นตัวฝึกต้องฝึกจิตเสมอตลอดเวลาสมาธิของพระพุทธเจ้านิทานของพระพุทธเจ้านั้นทำตลอดเวลายืนเดินนั่งนอนทำหมดการทำชา ทำสมาธิที่ทำไปตอนนั่งหลับตาก็ได้บอกยืนยันแล้วว่าไม่ใช่รับผิดพุทธไม่เน้นการนั่งหลับตาในพระไตรปิฎกทั้งหมดของเถรวาทจะดี 45 เล่มนี้คำว่าปฏิบัติให้นั่งหลับตาอาตมาเคยท้าทายให้ท่านผู้รู้ทุกคนช่วยหาให้อาตมาด้วยมีคำใดที่พระพุทธเจ้าท่านสอนว่าให้นั่งหลับตาขอคำเดียวยังไม่มีใครค้นให้อาตมาได้เพราะคำเดียวคำว่าสอนให้นั่งหลับตามีที่ไหนในพระไตรปิฎกไม่มีเลยเราก็จะนิยมแม้แต่คำนึงและคำเดียวอาตมาไม่ขอมากครับขอคำเดียวไม่มีมีแต่ยืนยันลืมตามีสติสัมปชัญญะเป็น พุทธเป็นผู้รู้ผู้ตื่นลืมตาแม้นิพพานนั้นก็จัดไปทรงเปรี้ยงในบาลีบอกว่าจับกุมารลืมตาทรงๆพระพุทธทาสแปลว่าลืมตานิทานลืมตาอาตมาเติมตอนลงไปว่าลืมตาเห็นๆหรือลืมตาโพลงๆคือลืมตาธรรมดานี่มันอาจจะเซ่อๆเด๋อๆก็ได้การลืมตายังคนนั่งสมาธิลืมตาตกลงอาตมาเล่นไสยศาสตร์มาแต่ก่อนนี้เล่นนั่งหลับตาเล่นเข้าฌานแบบข้างในจะกดเข้าไปข้างในตัดตาหูจมูกลิ้นกายไม่ให้รับรู้อาตมาเคยเล่นก็เล่นอะไรต่ออะไรมาเยอะและมีเพื่อน ก็เล่นไสยศาสตร์ด้วยเล่นทางนายเล่นอะไรเนี่ยเวลาเค้านั่งเวลาเขาจะนั่งเข้าทางในแบบบรรยากาศนั่งก็หลับตาพอจะหน้าป้าเขาก็หลับตาลงพอหลับตาลงคนนี้เขาเข้าทางไหนเขาตัดทวาร 5 ข้างนอกออกไปรับรู้นะตามเค้าก็จะลืมถ้าเห็นเพราะคนนี้นั่งตาลืมเมื่อไหร่แสดงว่าเขาเข้าข้างในแล้วตาลืมเขาสัมมนาก็จะฆ่าให้เขาหลับก่อนก็จะทำเป็นหลับตาเหมือนคนอื่นเนี่ยหลับแต่พอเวลาเขาเข้าไปข้างในจักรวาลว่าตาเขาจะลืมออกมาแผงเดินข้างนอกเหมือนคนลืมตาธรรมดาแต่ถ้าคนข้างในแล้วก็เข้าไปอยู่ในทวารในแล้วลืมตาไม่รู้หรอกเอามือไปทำอะไรก็ได้ครับไม่รู้เรื่องข้างนอกก็ไม่เห็นอะไรแต่ลืมตามาโครข้างนอก ก็เข้าไปอยู่ข้างในแล้วนี่ๆเพื่อนที่เล่นด้วยกันก็มีเราจะบอกว่าลืมตาตรงๆเนี่ยมันเป็นเจ้าภาพที่บอกว่าตัดทวารเห็นหรือไม่เห็นบางทีไม่ได้อยากจะยกตัวอย่างให้ฟังนี้แล้วการลืมตามองลืมตาเห็นเห็นจะต้องลืมตาเห็นมีสภาพเห็นธรรมดาสามัญคือการรู้เห็นอยู่ด้วยทวารทั้ง 5 ใครจะว่าไปเต็มแล้วเราก็อาจจะหมายความว่าทวารเห็นมันมีการรู้เห็นอยู่โดยปกติและเห็นอย่างดีด้วยเห็นอย่างรู้ความจริงตามความเป็นจริงรู้อย่างเท่าทันรู้ว่าสังขารมันปรุงอย่างนี้ไอ้นี่มันปรุงมันหลอกมันหล่อมันเอาอะไรก็ได้มา ประดับประดามันเอาอะไรมาพอกมาเติมมันเอาอะไรมายั่วมายวนมันเอาอะไรมาประดิษฐ์ประดอยมาทำอะไรต่ออะไรกันขึ้นไปมากมายเข้าใจแล้วเราไม่ได้หลงแม้แต่จะประดิษฐ์หรือไม่ประดิษฐ์จะยั่วยุแรงขนาดไหนก็เฉยทั้งอุเบกขาคือฐานของเวทนาฐานของสิ่งที่เรารู้สึกเนี่ยคือเราวางได้เนี่ยว่าเรียกว่าวางเฉยมันวางได้เฉยๆมันจะมากระทบสัมผัสอย่างไรปัญหาและทำใดๆในโลกนี้ก็จะปรุงแต่งยังไงมามากระทบจิตเราก็เฉยมากจิตเราไม่สะดุ้งสะเทือนจิตเราไม่หวั่นไหวไปตามจิตเราไม่มีกิเลสเข้ามาคนปรุงเลยมันมันมันมั่นคงมันเป็นสมาธิมันเฉยๆเนี่ยเหมือนกับจิตของคนเนี่ยนะ คุณเองคุณไม่เคยติดอะไรไม่เคยเป็นหลงรักหลงชอบอะไรยกตัวอย่างเป็นต้นว่าอาตมาเชื่อว่าในปีนี้จะมากทีเดียวที่ไม่เคยติดฉันไม่เคยคิดจะฝิ่นคุณไปกระทบกินข้าวก็เห็นสิ่งของคุณก็ไม่ได้ชอบไม่ได้ทำเฉยๆเห็นเป็นต้นคุณไม่เคยติดบุหรี่ไม่เคยติดเหล้าไม่เคยติดการพนันแต่เห็นเขาเล่นการพนันก็ไม่ไม่มีอารมณ์กิเลสอะไรเฉยๆจิตมันเฉยๆมันไม่มีราคะมันไม่มีโทรศัพท์แล้วมันก็ไม่ยอมมองหาด้วยรู้ว่าไอ้สิ่งนี้มันไม่ดี รู้ว่าสิ่งนี้มันดีแต่เราไม่เกี่ยวมันเป็นประโยชน์สำหรับคนบางคนแต่สำหรับเราไม่ใช่ประโยชน์เลยรู้อย่างนี้เป็นต้นแต่ที่พูดนี่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งดีนะแต่จิตของเรานี่รู้ของโลกก็สมมุติหรือของโลกก็ใช้แต่รู้ด้วยจริงๆแต่จิตเราเฉยก็ฟังลักษณะจิตอย่างนี้ให้ได้แล้วต้องปฏิบัติตลอดเวลายืนเดินนั่งนอนเราจะต้องกระทำไม่ผิดขึ้นอย่างนี้อย่าเผลอใจอย่าห่างใจการปฏิบัตินี้เป็นทางเอกเป็นสติปัฏฐานถ้าผู้ใดทำได้มากก็คนนั้นได้ปฏิบัติธรรมอยู่ของเรายืนยันว่าเราสอนสติปัฏฐานและสอนการทำใจไม่ห่างใจลดละกิเลสออกให้ว่างจากกิเลสที่คิดว่าแต่เรา ใช้ภาษาที่เหมือนท่านพุทธทาสใช้เราไม่ได้ใช้คำว่าคิดว่าทำผิดว่าถ้าจิตว่างลดตัวตนของกูตัวตนของเราเราไม่ได้ใช้ภาษานี้แต่การปฏิบัติธรรมที่นี่ยืนยันว่าสอนสติปัฏฐานทำการทำงานและได้ปฏิบัติธรรมอยู่ตลอดวันที่นี่ไม่เน้นการนั่งหลับตาที่เน้นเรื่องการปฏิบัติสติปัฏฐานและสติปัฏฐานเน้นทีเดียวเป็นทางเอกทางเดียวแม้แต่ตำราของที่นี่เขียนก็ตำราทางเศรษฐกิจคือการปฏิบัติสติปัฏฐานเส้นทางเอกทางเดียวของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเรื่องจริงเป็นเรื่องเป็นเรื่องเดิมเราเห็น การปฏิบัติอย่างนี้อย่างมีบางคนมาจากมาเข้าใจไม่ได้แล้วก็มาบอกว่าพวกเรานี้ไม่เน้นเรื่องคิดว่าไม่เน้นเรื่องละตัวตนปฏิบัติธรรมและก็ทำให้จิตให้รู้ถึงจิตจับจิตให้รู้จิตแล้วก็ลดละให้ทำให้กิจการคลายให้จิตมันขึ้นมาสู่เวทนาเป็นอุเบกขาเวทนาถามที่นี่ไม่ได้ทำที่นี่ไม่มีเหมือนกันสามารถเมื่อวานนี้ก็มาส่งเสียงมาพยายามที่จะค้านแย้งมาพยายามที่จะทำอะไรแล้วก็บอกว่าไปดูถูกพุทธทาสอาตมาขอยืนยันว่าจะเข้าใจผิดจะเข้าใจผิดเป็นแต่เพียงเราไม่ได้ใช้ภาษานั้นท่านใช้ภาษาหนังสือก็ดีที่นี่ ที่ไม่รู้ดีนามว่าการทำอย่างนั้นเป็นการปฏิบัติประพฤติอย่างนั้นถูกและดีด้วยแล้วเราก็ทำอย่างนั้นอธิบายอันเดียวกันอธิบายลักษณะสติปัฏฐานหรือเอกชนวัดโพธิ์แล้วไปไหนมาไหนเราทำเป็นลัทธิของพุทธไม่ใช่เป็นเน้นนั่งหลับตาปี๋ไม่ใช่เรามีศีลด้วยเรามีผีและศีลเป็นเครื่องสำคัญเมื่อมีสัมมาทิฏฐิแล้วไม่รู้เมื่อมีศีลศีลจะนำมาก่อนเมื่อกี้นำมาและทำพิธีให้แจ้งที่จิตจะตามมาสีมันจะรุ่งอรุณทุกอย่างทำการว่าเหมือนจะยังพระอาทิตย์จะขึ้นว่ามีแสงรุ่งอรุณมาก่อนอาการมีแสงรุ่งอรุณ นั่นเหมือนกับศีลการมีศีลมาก่อนอื่นๆฉันใดการจะปรากฏพระอาทิตย์ที่เป็นองค์มรรคที่มีสัมมาอริยมรรคองค์ 8 การจะปรากฏองค์ 8 ปรากฏว่าองค์ 8 ได้ถึงจะมาก่อนฉันนั้นสัมมาทิฏฐิก็อยู่ในองค์มรรคที่ตามหลังศีลมีไปดูคำศัพท์มีตั้งหลายสูตรแม้แต่ที่อาตมาครับออกมาอยู่ในแสงศูนย์ก็ดีอยู่ในชั้นมันออกมาจากศีลก็ดีแต่ถึงแม้จะอยู่ในทางเพจก็มีแล้วแต่พระพุทธเจ้าจึงยืนยันว่าสีนี่เป็นหลักสำคัญแต่ทีนี้ถ้าเรายังไม่ได้ศึกษาศีลอย่างเข้าใจถ่องแท้ว่าสีไม่มีความหมายถึงขนาดไหนเราไม่มีพื้นที่ติดขาไม่ได้รู้ ไม้ไม่ได้รู้ความเป็นเพราะว่าถ้าเราฟังศีลง่ายๆมันเป็นสีน้ำตาลทุกวันนี้มันเรียงกันเนี่ยไม่เข้าใจว่าคำว่าศีลคือระบบระเบียบระบอบวินัยอะไรทุกอย่างตั้งแต่เล็กน้อยไปจนกระทั่งถึงสังวรสำรวมทุกอย่างต้องรวมศีลมีคำนี้สูงมากคำว่าตำรวจจีนเนี่ยถ้าสังวรสีเนี่ยสูงมากแล้วเราก็จะต้องเข้าใจกฎระเบียบหรือว่ากรรมฐานกรรมฐานก็ศีลวินัยก็ศีลหลักการที่จะประพฤติหลักที่จะบำเพ็ญซึ่งดองบำเพ็ญเพราะอะไรศีลทั้งนั้นเป็นความหมายเป็นหลักเกณฑ์จึงมาจากคำว่ากีฬาแปลว่าหินแต่ว่าหลักหินหลักที่หนักแน่นหลักที่เอาจริงเอาจังและก็จะทำก่อนจะมีสีมีอะไรเราก็จะต้องรู้ตน ตัวเราว่าเราจะมีศีลข้อไหนมีหลักเกณฑ์ข้อไหนถึงจะไปกัดสัตว์หรือว่ามันทำให้เราเป็นอุปการะที่จะทำให้ตนลดละสักกายะนี่ก็คือตัวตนจริงๆที่เด่นชัดอาตมาแปลว่าตัวการใหญ่ของแต่ละบุคคลกับกายะตัวการใหญ่ถ้าเราไม่รู้จักตัวการใหญ่ของเราเป็นสัมมาทิฏฐิไม่รู้ว่านี่แหละคือเหตุแห่งทุกข์ใหญ่ของเราเป็นสมาชิกผิดเราทำฟันเสือเราไม่รู้ตัวการเราทำไม่ได้ประโยชน์สูงพระพุทธเจ้าท่านสอนเป็นลำดับให้รู้จักสัมมาทิฏฐิสัมมาทิฏฐิอะไรคือผลสาธิตซะก่อนตัวแรกคนมิจฉาทิฐิอะไรคนที่ใช้สิทธิ์คือดูต้นตรวจตนเพื่อที่จะตั้งศีลอันนี้เป็น มันมีระดับต้นมาตรวจตอนว่ามีอะไรเป็นเป็นตัวที่เราจะจัดการเห็นไม่ได้รู้ตัวเองให้ได้พอรู้ตัวเองได้เราก็ตั้งศีลกินแล้วก็ปฏิบัติถ้าเรารู้ตัวเองไม่ได้เพราะคนแต่ละคนมันยากดูยากเพราะกิเลสมันเยอะก็เลยไม่รู้ว่าตัวไหนมันเป็นตัวการใหญ่สำคัญของเราไม่รู้ก็ใช้หินกลางๆของพระพุทธเจ้าศีล 5 ศีล 8 สิงหาคมเป็นหลักพระโสดาบันก็บริสุทธิ์ศีล 5 พระศักราชกับบริสุทธิ์ศีล 8 ถือว่าใช้ศีล 8 ตัดกิเลสลงไปเป็นพระราชทานใช้ปีหน้าปฏิบัติลงไปเป็นพระโสดาไว้ชัดเจนศีล 5 โสดาปฏิญาณพระเข้าใจในพุทธได้ทำให้ถูกต้อง เกาะบำเพ็ญศีล 5 ไปจริงๆมันจะตัดกิเลสลดละไปบริสุทธิ์ผุดผ่องก็เป็นพระอริยะซึ่งเป็นเป็นทางปฏิบัติที่กว้างขวางเส้นทางปฏิบัติที่มีหลักประพฤติศีลสมาธิปัญญาศีลทำให้จิตเป็นสมาธิศาสนาพุทธไม่ใช่ไปทำสมาธิก็อย่างหนึ่งคือทีมก็อีกอย่างนึงแบ่งสีไม่ต่างหากไปทำสมาธิก็ต่างหากไม่ใช่ศีลสมาธิปัญญาเป็นอันเดียวกันเหมือนพุทธธรรมสงฆ์มีแต่อันเดียวกันเราแยกอธิบายได้แยกอธิบายบ้างได้แต่มันไม่ได้แก้อะไรกันศีลสมาธิปัญญาหรือพุทธธรรมสงฆ์เนี่ยก็ไม่ได้แยกอะไรกันคำว่าพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์เป็นสิ่งเดียวเป็นสิ่งที่บุคคลพึงถึง เราจะเป็นของตัวเองเราจะมีทำตัวเองเราเป็นตัวเองเป็นพุทธที่เรามีพุทธธรรมอยู่ในตัวเองจริงต้องเข้าใจว่าพุทธคืออะไรผู้ใดมีปัญญาเห็นผู้ใดมีปัญญารู้ผู้ใดเห็นพุทธคุณนั้นก็เห็นธรรมะผู้ได้เห็นธรรมะคนนั้นก็เห็นพุทธะพุทธะไม่ใช่เนื้อไม่ใช่หนังไม่ใช่กระดูกไม่ใช่ตัวตนไม่ใช่ร่างกายไม่ใช่เจ้าชายสิทธัตถะเจ้าชายสิทธัตถะเป็นผู้คนเห็นพุทธธรรมเป็นผู้ที่เป็นจอมศาสดาของพุทธธรรมเจ้าชายสิทธัตถะก็มีพุทธคุณก็คือมีปัญญาที่คุณมีบริสุทธิ์ที่คุณมีกรุณาที่คุณมีจริงๆเราก็จะเห็นเราก็จะมีปัญญาปัญญาที่คุณเหมือนกันเราก็จะมีบริสุทธิ์ที่คุณเหมือนกันเราก็จะมีกรุณ คุณเหมือนกันกับพระพุทธองค์เราเห็นความจริงในคุณธรรมเหล่านี้แล้วเราก็กระทำให้แก่ตนขึ้นมาได้เราก็เป็นผู้ที่มีทั้งมีทั้งเห็นทั้งเห็นทั้งมีเห็นจริงรู้จริงแล้วก็มีทำให้มีขึ้นมาได้จริงๆเราเป็นพุทธเราเป็นคนมีธรรมจงไว้ซึ่งทำด้วยว่าคุณธรรมและเราก็เป็น 2 เมื่อมันเป็นกลุ่มเป็นคณะสงฆ์หรือสังฆทานแปลว่าคณะแต่ละหมู่ถ้ามีคุณธรรมเต็มที่เขาเรียกว่า 2 องค์ 4 องค์หนึ่งก็คือโสดาคุณองค์ 2 ก็คือเศรษฐกิจผู้ใดมีองค์ 4 มีครบในตัวผู้ที่เป็นทรงพระพุทธเจ้าเต็มตัวคนเดียวก็เป็นทรงเต็มตัว ที่นี่พอต่อมาต่อมาในวงการศาสนามันไม่รู้จักคุณธรรมมันก็เลยเอาแต่ตัวบุคคลตกลงว่า 2 นี่คือพระ 4 รูปเอาพระกี่รูปเข้ามาเป็นหลักเลยแต่ว่าถ้าส่งแล้วหมายถึงพระตั้งแต่ 4 รูปขึ้นไปเรียกว่าสงฆ์ส่วนคุณธรรม 4 อย่างไม่พูดกันแล้วเขาบอกว่ามีโสดาคุณไหมไม่มีไม่รู้เรื่องด้วยรู้ถ้าใครรู้ถ้าใครมีอย่าพูดนะพูดมาเดี๋ยวตัดคอร์ดเสร็จแล้วก็เลยถูกอำพรางเป็นศาสนาอำพรางเป็นศาสนาบิดเบือนมานานเต็มทีแล้วเมื่อวานนี้อาตมาเพศ ก็ได้แค่ยืนยันแล้วว่าไอ้การไม่บอกอะไรใครเขาว่าเราจริงและเรามีจริงแล้วเราเปิดเผยบอกใครต่อใครนั้นน่ะคือการอำพรางโดยมีแต่เรื่องที่ไม่ใช่ไม่ใช่ของจริงมีแต่ทฤษฎีมีแต่วิชาการมีแต่เปลือกแล้วก็ไม่ให้อวดตัวไม่โชว์ตัวเป็นมารยาทสังคมอาตมาว่าอันนี้ไม่ได้ฆ่าคนแล้วไม่มีความซื่อสัตย์ศาสนาพระพุทธเจ้านั้นมียถาภูตังอัตตานังอิตาอันนี้เป็นภาษาบาลีที่บอกอธิบายว่ายืนยันคือมีลักษณะความจริงความจริงตามที่มันมีจริงเป็นจริงถ้าเรามีจริงเป็นจริงเป็นผู้ตัดเรามีความจริง เราก็เปิดเผยความจริงได้แล้วเราก็เปิดถ้าไม่เปิดอัตตานังเอาที่จับตาแปลว่าเปิดเผยความจริงโดยตนเองเราเป็นคนบอกเราเป็นคนแจ้งอัตรานางเองเป็นคนแจ้งเราเป็นคนเราเป็นคนทำเองทำตามนั้นอัตราการตนเองทำด้วยตนเองตนเองเป็นคนเปิดเผยเองเอาไว้กัดปากแปลว่าการเปิดเผยการทำให้ไม่ลึกลับการทำให้สั้นบางชนิดต่างๆแต่ว่าการทำไม่ให้ก็ไม่ให้บังไม่ตกไม่ปิดเปิดเผยนั่นเองเปิดเผยโดยตนเป็นคนเปิดเผยตัวตนเป็นคนบอกเองเป็นคนบอกซึ่งความจริงเรียกว่ายถาหูฟังเปิดเผยความจริง โดยธรรมดาแต่พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าเราเป็นสยามภูมิเราเป็นผู้ตรัสรู้ชอบเองโดยตนเราเป็นครูเทวดามารพรหมไม่มีใครเสมอเหมือนท่านก็พูดเองกลับเองท่านบอกตัวเองเปิดเผยตัวเองตั้งแต่เริ่มต้นออกมาจากบรรลุตรัสรู้และจะไปโปรดสัตว์ออกมาพบอุปกรณ์ชีวกะฉันจะเปิดเผยแล้วจนอุปสรรคที่ต้องการแลบลิ้นหลอกหมั่นไส้ไม่เชื่อแล้วก็ไปเปิดเผยต่อไปแต่บางทีแล้วก็ไปเปิดเผยต่อสุขภาพเปิดเผยไม่ใช่เปิดเผยไม่ได้อาตมายกข้าวให้ฟังแล้วแม้ในวินัยตอนหลังที่ห้ามผู้ที่เปิดเผยอัศจรรย์และเปิดเผยมรรคผล ระวังนะผู้ใดเป็นมนุษย์สัมพันธ์คือหมายความว่าคนที่ยังไม่เข้าใกล้ศาสนาเลยมนุษย์สัมพันธ์หมายความว่าอยู่ห่างไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเลยเนี่ยอย่าเพิ่งไปอวดอ้างกับเขาสูงนักแต่ที่มึงทำคือธรรมะอันยิ่งของมนุษย์หรือธรรมะอันสูงอันไกลก็อย่าเพิ่งรีบด่วนแต่ก็เพราะว่าตามมาติดๆตามเข้ามาใกล้ได้ไปได้นำไปได้นำไปได้ไม่ได้บวชไปถึงเท่าไหร่ก็ได้แต่ก็ตามได้อยู่แต่ก็ตามไม่ได้ก็รู้ขอบเขตกันไม่ได้ให้ระวังแต่ถ้าแม้ว่าจะอวดจริงแต่อวดกับไอ้ผู้ติดตามไม่ได้ผู้ที่ไม่เข้าใกล้อนุบาลหมายความว่าคนที่ยังไม่จ่ายยังไม่มีภูมิไก่เลยก็ไม่เท่าไหร่หรอกเอาบัตรมา 10 ปี คอขาดบาดตายถ้ากูนั้นมียถากูสั่งได้ว่าครูสั่งมีความจริงในตนมีอุตรดิตถ์มนุษย์ทำได้ในตนมีภูมินั้นในตนอวดได้แต่ก็ปฏิกิตรงที่ว่าอวดผิดที่ผิดทางท่านให้ระวังหน่อยไม่งั้นเสียของเปล่าแล้วบางทีก็ทำให้คนอื่นเขาเข้าใจผิดได้เพราะอุตริมฤตสามีมันมันมีประสิทธิภาพมันมีการตีกลับมันมีการซ้อนกันบนถ้าพูดไปแล้วคนที่ไม่มีภูมิถึงฟังแล้วพอมันถึงขั้นตีกลับมาตีตอนตีบนฟังแล้ววุ่นฟังแล้ววนแล้วคนที่ฟังอนุกรมฟังฟังไม่ได้ไม่รู้เรื่องสับสนแต่เลอะเทอะเข้าใจหัวเป็นหางเข้าใจผิดเป็นถูกเพราะเวลามันสูงสูงๆแล้วมันจะมีภาพประสิทธิภาพสภาพ กับสลัดคืนย้อนแย้งกลับซึ่งก็ค่อยศึกษาไปแล้วจะรู้จะเข้าใจสถานการณ์จะอวดอุตริมนุษยธรรมนั้นถ้ามีในตนอวดได้แต่ต้องระมัดระวังเป็นเรื่องคอขาดบาดตายเพราะตอนแรกพระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ตั้งข้อปาราชิกข้อนี้คืออวดไม่ได้มีพระลามกไปอวดโดยโกหกเขาพระพุทธเจ้าบอกโอถ้าอย่างนี้แล้วต่อไปในอนาคตศาสนาฉิบหายแน่ถ้าขืนเห็นว่าการตรวจลอตเตอรี่งวดประจำคดโกงกันแบบนี้ศาสนาพังแน่ท่านถึงสร้างเป็นทีมในข้อใหญ่เลยเป็นกฎระเบียบสำคัญอวดอุตริมนุษยธรรมที่สุดสำคัญกว่าข้ออื่นๆด้วยซ้ำ ถ้าศาสนาพุทธถ้าไปปฏิบัติละเมิดคือการฆ่าศาสนาพุทธส่วนอื่นเป็นเรื่องบุคคลอาจจะไปปิดแต่จะไปร่วมประเวณีก็เป็นเรื่องบุคคลเรื่องส่วนตัวแต่ก็ร้ายเลวเหมือนกันมาปฏิบัติธรรมไปทำงานเสียศาสนาส่วนใหญ่หรือแม้ไปเอาเงินเอาทองของคนอื่นเขาตั้งแต่บาดมือขึ้นไปก็ถือว่าประชาชนก็เป็นส่วนเรื่องที่เรียกว่าก็ไม่เท่าไรที่ไม่มีในตอนนี้ยังเล็กกว่านักเล็กกว่าปกติไม่มีในตอนเริ่มการที่ไม่มีในตนเป็นเรื่องใหญ่มากแต่เดี๋ยวนี้ศาสนาไม่เข้าใจแล้วพุทธศาสนาไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่องแม้แต่ในอโศกเราเองเพราะเกิดเหตุอย่างนี้ขึ้นมาเราจับปาราชิกในข้อปลัดขิกข้อที่ 4 หาว่าแม้อะไรกันนักหนาเชียวทำไมต้องถึงขนาดจับสึกไอ้ยาอวดอุตริมึงทำไม่มีในตนแล้วยังไม่จับสึกอาตมาจะชนอยู่ได้อย่างไรก็ฆ่าศาสนาไม่ได้ไปฆ่าคนข้อที่ 3 ปาราชิกข้อท

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน