230427 ศีลห้าที่พาพ้นอบาย-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ022.txt
เนื้อหาในไฟล์
ไทยเจริญธรรมญาติโยมทั้งหลายวันธรรมะสวนะวันนี้ลาววันอาทิตย์วันนี้เราจะมีนอกจากจะเทศก่อนฉันในเช้าช่วงเช้านี้ประมาณสักชั่วโมงนึงแล้วก็หลังฉันอาหารแล้วเสร็จอาตมาขอโอกาสสีฟันหน่อยพอหลังจากสีฟันแล้วทีนี้ก็จะเป็นเป็นเทพสาขาพญาไทถามอะไรใครจะมีอะไรต่ออะไรหรือว่าใครอยากจะให้อาตมาแทบเรื่องอะไรหัวข้อธรรมไหนเรื่องอะไรต่ออะไรที่ควรจะได้อะไรก็เข้ามาแต่มาก็จะนั่ง หรือใครจะไปฟังพระองค์ไหนจะไปซักไซ้ไล่เรียงใครคนไหนจะไปคุยกับคนไหนองค์ไหนอะไรอีกก็เชิญตามสะดวกตามสบายเดี๋ยวฉันเอาอาตมาจะเปิดจะเปิดวงแบบนี้อาตมาฟิตเครื่องมาแล้วโอเวอร์ฮอลและงานยกเครื่องมาแล้วแล้วก็อาตมาก็เห็นว่าอาตมาได้ระงับการเทศน์แต่ก่อนนี้อาตมาแทบทุกอาทิตย์พอบ่ายโมงเป็นก็ขึ้นแทนเลยแต่ก่อนนี้เราไม่มีนี่เราก็นั่งอาตมานั่งนู่นอยู่ทางโน้นแล้วพวกเราหันหน้าไปทางโน้นตอนนี้เรามีทิวทัศน์ดีกว่านี้ใหม่เราก็เลยให้หันหน้ามาหาทิวทัศน์ใหม่แล้วพระก็มาอยู่ทางนี้ เปลี่ยนไปตามเหตุการณ์แต่ก่อนนี้อาตมาบรรยายทุกอาทิตย์อย่างน้อย 3 ชั่วโมงบรรยายตุ้ยคนเดียวเลยนะคนเดียวเลยตุ้ย 3 ชั่วโมงตั้งแต่บ่ายโมงไปบางทีก็ 5 ชั่วโมงไม่ใช่ 3 นะบางทีเนี่ย 5 ชั่วโมงตั้งแต่ 13:00 น ไปยัน 6 โมงครึ่งเคยเลยบางทีแต่ก็น้อยครั้งนะ 6 โมงแต่ 5 โมงกว่าๆนี่บ่อยๆตะลุยตั้งแต่บ่ายโมงถึง 5 โมงกว่าๆนี่บ่อยๆกะจริงๆแล้วก็กลับประมาณ 4 โมงครึ่งราวนั้นน่าจะหยุดคือ 3 ชั่วโมงเศษๆ 1 2 3 4 1 2 3 4 มันก็ 3 ชั่วโมงแล้ว อีก 3 ชั่วโมงนี้มันของแหงๆอยู่แล้วของตายอยู่แล้วตอนนั้นเครื่องยังดีตอนนั้นก็ยังมีความนึกคิดอยู่ว่าเรายังหนุ่มแน่นยังหนุ่มแน่นยังหนุ่มแน่นตอนนี้มันต้องยอมรับแล้วว่าแก่แล้วเราแล้วต้องยอมรับความจริงเครื่องยนต์นี้ไม่ใช่ของเมื่อที่ออกมายกมาจากอู่นะไม่ใช่มันไม่ใช่เมื่อตอนนั้นยังหนุ่มนั่นที่จ
อ่านต่อ
ะมีพลังเต็มที่อย่างนั้นไม่ใช่ไม่ใช่ต้องยอมรับความจริงอาตมาไม่ยอมรับความจริงอยู่อย่างหนึ่งอันนั้นน่ะจึงไม่ระงับทั้งส่วนรูปส่วนนามแล้วมันก็เลยใช้ไม่ได้เครื่องเลยพังมาช้าจะบอกว่าอาตมาเผลออริยสัจตัวเกิดแก่เจ็บตายไปเผลอตัวแก่ไปหน่อยนึงก็ได้ มันเลยไปตกตัวเจ็บเพราะว่าไปเผลอตัวแก่ไม่ยอมรับความจริงของตัวแก่แล้วเราก็จะต้องระวังระวังสภาวะของรูปนามขันธ์ 5 ของเราว่าเราแก่แล้วต้องเจียมบอดี้นะไม่ได้นึกตรงแก่แล้วไม่เจียมบอดี้มันอายุมันจะเริ่มเข้าหาหลักหลัก 50 แล้วนี่มันยังเข้าหาเลข 5 แล้วอายุเราก็ยังนึกอยู่ว่าเรายัง 30 กว่าอะไรงี้ทำงานอย่างคน 30 กว่าเครื่องก็พังอ่ะดิไอ้คนอายุมันจะเข้าเลขห่าอะไรจะมานึกว่าตัวเอง 30 เศษอยู่มันก็พังจริงๆฟังจริงๆนะมันไม่ได้หยุดเครื่องทั้งรูปทั้งนามมันก็เป็นไปอยู่ก็เลยมาได้คิดว่าไม่ได้ ขืนเราเองเราไม่พยายามผ่อนหรือไม่พยายามปรับเพื่อที่จะเข้ากับตามระดับของความแก่ตามสังขารที่เสื่อมไปเป็นธรรมดาเราไม่ไม่ไม่ไม่ไม่หลงผิดอริยสัจอันนี้เสียแล้วอาตมาได้คิดอย่างนี้จึงหยุดแล้วก็ก็จะทำตามที่เราจะต้องใช้ความรู้อันนี้ว่าเราต้องรู้ถึงภาวะการทุกอย่างเลื่อนไปเลื่อนไปจุติไปเปลี่ยนไปตามภาวะการจริงๆทีนี้ก็จะทำงานแต่ว่าจะอาจจะไม่เหมือนเก่าแน่เพราะว่าความจริงมันไม่ใช่ 30 มันไม่ใช่ 30 กว่าๆแล้วก็ไม่ใช่ 40 อยู่ในหลัก 4 เท่านั้นมันเหยียบเข้าหลัก 5 แล้วเนี่ยอาตมาเหยียบเขาหลัก 5 ปี 2 ปี อีก 2 ปีมันก็หลัก 5 แล้วเพราะฉะนั้นนี่ก็อีกไม่กี่วันก็เต็ม 27 ขึ้น 24 47 ขึ้น 48 จะเอานิดเอาหน่อยนี่เออยังไงก็จะทำวันอาทิตย์ก็จะเทศน์แต่ก็คงจะไม่เทพด้วยการเดินเครื่องเหมือนเดิมแต่ก่อนแต่ก่อนถ้าใครเคยมาฟังธรรมะของอาตมาจริงๆนะรวมกันเหงื่อหลายไข่ย้อยเลยนะลุงกันเต็มเหนี่ยวเลยไม่ได้บรรยายอ่ะเรียกว่าเดินเต็มขีดเลยอ่ะยันแก่เรียกว่าจันทรุปราคาเหยียบพอเวลาขึ้นนั่งแป้นได้บอกว่าเข้าเกียร์เข้าเต็มที่ก็เหยียบจำคันเร่งเลยมิดคันเร่งกันเลยแหละปิดๆเลยทุกทีไปเพราะงั้นมันก็เลยมันก็ใช้โอกาส อ่านแล้วมันไม่ได้แล้วเหมือนกับรถหน้ารถออกจากอู่แล้วเราก็ใช้อย่างนั้นได้แต่เวลานานๆไปแล้วเครื่องมันทรุดมันสมแล้วทำอย่างนั้นมันก็ไม่ขึ้นแรงก็เร่งไม่ขึ้นแล้วจะพยายามให้มันได้วิ่งอัตราเร็วเท่าเก่าอยู่หรือว่าความลับน้ำหนักหรือว่าทำงานให้มันได้ประสิทธิภาพอย่างเก่ามันไม่ได้ไม่ได้อย่างนั้นจริงๆมันต้องลดอะไรอันหนึ่งลงมาอาตมาก็จะลดอันหนึ่งลงมาถ้าจะวิ่งมีเวลายาวนานก็ไม่ปรุงเต็มที่ไม่ปรุงเครื่องจี้ไปทันทีถ้าเจ๊ไปทันทีไม่ถึงเวลาที่เราต้องการถ้าจะไม่ถ้าปรุงเครื่องสีอาจจะปรุงในบางคราวไม่ใช่ว่าจะไม่ปรุงปรุงเครื่องสีแต่ก็จะไม่ใช้เวลาให้ยาวนานอย่างนั้นถ้าขืนใช้เวลาที่ยาวๆยาวนานอย่างนั้นก็แน่นอนก็จากกันไปเร็วกว่านั้นแน่นอน อาตมาจะทำตอนนี้จะลองดูลำลองก่อนว่าในบ่ายวันอาทิตย์วันเสาร์ก็ตามถ้าวันเสาร์ถ้ามีญาติโยมมากๆหรือว่าอาตมาไม่ต้องเร่งงานอะไรนักก็จะทำอย่างเมื่อวานนี้อาตมาก็ไม่ทันแล้วก็นั่งคุยอยู่ที่นี่มีอะไรกันพอดีเขาประชุมคณะกรรมการมูลนิธิกันก็เลยนั่งอยู่กับเขาก็คุยกับเขาถ้าไม่มีคณะกรรมการมูลนิธิก็คงคงมีญาติโยมที่มาในวันเสาร์กันคือวันโกนวันเสาร์วันโกนของเราวันอาทิตย์เป็นวันพระก็มานั่งก็คงเข้ามานั่งคุยกันไปอะไรไปอาตมาจะทำอย่างนั้นดูจะไม่ทำอย่างแบบพิธีการไม่เป็น innovation เราจะทำแบบ เรื่อยๆแบบนี้ไปไม่ไม่ไม่ไม่มันจะต้องเวลานั้นเวลานี้เอาเท่านั้นเท่านี้ชั่วโมงอย่างโน้นอย่างนี้ไม่แต่จะเป็นไปในรูปนี้เป็นการแสดงธรรมเหมือนกันอาตมาว่าอย่างนี้แหละสบายถ้าอยากรู้อยากไปไม่ต้องเคร่งเครียดอะไรล่ะใครอยากจะอยู่ก็อยู่ใครไม่เช่นนั้นก็ทำพิธีการและเข้ามาแล้วแหมแล้วตอนนี้เราอยากจะไปแล้วอยากกลับแล้วท่านไม่หยุดสักทีมานะลุกไปก็น่าเกลียดอะไรงี้มันก็เป็นได้แต่ตอนนี้ไม่ล่ะง่ายๆงี้ไปก่อนแล้วมันจะได้ผลดียังไงหรือว่าเราจะปรับปรุงปรับเปลี่ยนยังไงอีกก็ค่อยว่ากันบางทีอาตมาไม่ใช่อาตมาเป็นองค์อื่นมาแทนทำอะไรต่ออะไรกันไปบ้างจะทำเพราะไม่งั้นเราไม่มีกิจกรรมบางทีก็เห็นเห็นใจเหมือนการแข่งๆกันมาพอเวลาทานข้าวเสร็จแล้วทำอะไรอ่ะไม่รู้เขาบอกว่าก็เดินเที่ยวพักผ่อนบางที ไม่รู้จะคุยอะไรกับพระบ้างก็เลยไอ้ที่คุยมารู้มากๆแล้วมันก็จะปฏิบัติไม่ได้หมดเลยก็เลยไม่รู้จะไปคุยอะไรอีกเข้าใจแล้วไม่สงสัยด้วยแต่ว่ายังทำไม่ได้ก็ไปคุยก็อย่างนั้นอย่างนี้เดี๋ยวก็เราก็แบกกับความรู้มากเกินไปเดี๋ยวก็จะหลงดีมากไปก็ไม่ไปคุยก็เลยไม่รู้จะทำอะไรอย่างนี้ก็เป็นได้หรือว่าไปคุยแล้วที่จริงอาจจะเป็นอย่างหลังนี่นะไปคุยแล้วมันไม่ได้อะไรมากขึ้นก็เลยอยากจะคุยกับคนที่ได้อะไรมากขึ้นอย่างนั้นแต่คนที่จะได้จะให้อะไรมากขึ้นเราก็ไม่คุยซะนี่ก็เลยไม่ได้คุยอาจจะเป็นช่วงนี้ก็ได้ก็อาตมาก็จะต้องลองอันนี้ดูแต่การฟังธรรมนี่นะถ้าเกิดว่าคุยถูกใจมันเป็นสิ่งที่เราพอใจศรัทธาและก็รู้สึกว่าอันนี้มีรถมีชาติมีทำรถถึงแม้จะเป็น ธรรมะอย่างเก่าๆเรื่องเก่าๆฟังแล้วมันก็ยังอร่อยนะเหมือนกับเราติดอาหารชนิดนี้เราติดใจถึงแม้จะกินบัวลอยมาก็บัวลอยอย่างเก่าเนี่ยมันก็ยังกินได้ซ้ำซากก็ยังติดใจถ้าเกิดว่าเราพอใจศรัทธาติดใจอยู่แม้จะเป็นธรรมรสบทเก่าหรือว่าธรรมะเรื่องเก่าข้อเก่าบรรยายแล้วบรรยายอีกแล้วก็จะพอใจฟังพอใจข้องตามท้องแล้วก็เอาให้ขึ้นใจตามมันเป็นอย่างนั้นเพราะงั้นก็ลองๆดูมีกิจกรรมท้ายสไลด์เราก็ใช้วันไหนที่บอกว่าเอาละอาตมาไม่พูดวันนี้เรียกร้องจะดูสไลด์กันแล้วก็มีสไลด์เก่าบ้างใหม่บ้างก็พอดีขึ้นเรื่อยๆแหละตามแรงงานที่เราจะพอมีได้ก็ทำเราไม่ได้หยุดยาว ขึ้นเรื่อยๆเรื่องใหม่เรื่องนั้นเรื่องนี้อันนู้นอันนี้เพราะว่ามันเป็นสื่อความหมายเป็นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์อุปกรณ์ที่เราได้สังขารขึ้นมาในสมัยพระพุทธเจ้าเรายังไม่ได้สังขารขึ้นมายังไม่เป็นเครื่องมือที่จะใช้อะไรนักยังไม่เจริญด้วยทางวัตถุจึงไม่มีอุปกรณ์อย่างนี้เดี๋ยวนี้มันเป็นอุปกรณ์ได้เป็นเครื่องมือประกอบมาทางวิทยาศาสตร์ที่เขาเองก็เอามาใช้แล้วก็มาใช้ได้อาจจะมีประโยชน์ในการสื่อความหมายขึ้นมาให้เราได้เข้าใจธรรมะลึกซึ่งขึ้นแม้แต่ทำมายนเราก็จะก้าวไปคือหนังนี่แหละเราจะเรียกให้เป็นธรรมชาติเพราะว่าเราเองเราเนี่ยตีหนังนี่เป็นอบายมุขไปหมดภาพยนตร์นี่เป็นอบายมุขรวมๆอย่างนั้นทีนี้ถ้าเกิดว่าเราไม่ใช่เป็นภาพที่มัน ยั่วยวนหรือเป็นภาพที่มีแนวโน้มจูงดึงไปในทางมอมเมาจูงดึงไปในทางที่ทำให้เราหลงผิดเข้าใจผิดหรือมีความสำนึกไปในทางไม่ดีไม่ใช่ภาพอย่างนั้นไม่ใช่ภาพยนตร์อย่างนั้นมันก็มีได้เป็นได้เป็นสารคดีหรือว่าเป็นภาพยนตร์ที่จะมีแนวโน้มอาจจะไม่สารคดีอย่างตรงตรงอาจจะต้องทำเป็นเชิงที่มีลีลาชีวิตมีลีลาแบบนวนิยายเขาเรียกว่านวนิยายเป็นเรื่องติดต่อเป็นเรื่องเป็นนิทานเป็นนิยายเรื่องที่มีอะไรจะได้ผูกพันเกี่ยวโยงรื่นๆหน่อยมันไม่มันไม่แข็งๆเป๊กๆจริงๆมันเหมือนกับไปกินของแห้งที่ไม่มีน้ำน้ำผสมไม่มี น้ำเลี้ยงอะไรนี่มันไม่ใช่อย่างนั้นฝืดมันก็ไม่ใช่ก็ให้คล่องบ้างเราจะปรับปรุงบ้างปรุงเล็กน้อยให้มีน้ำก็ใสไม่ให้ฝืดเกินกานก็จะอนุโลมบ้างมีบ้างแต่ก็จะพยายามที่สุดที่จะไม่ให้มันประกอบไปด้วยของล่อหรือว่าของหล่อลื่นอะไรมากเกินการนักลื่นจนเป็นหลงจากของหล่อลื่นไม่เอาแก่นจับแก่นไม่ติดเพราะมันลื่นเกินไปแล้วจับเนื้อจับสารัตถะไม่ได้อย่างนั้นเราก็จะพยายามระวังนะเราจะกล้าเอาไปถึงขั้นทำมาจนเราใช้ชื่อเพื่อที่จะให้มันแตกต่างจากคำว่าภาพยนตร์เค้าเรียกว่าทำไม่ยอมก็เป็นชื่อเฉพาะขึ้นมาตั้งอ่ะมันก็ภาพฉายมันต่างจากคำว่าภาพธรรมชาติฉายมันฉายเหมือนกันแต่ใช้เครื่อง มันเป็น Movie นี่แหละแล้วมันเป็นธรรมมันเคลื่อนได้มันไม่ใช่เป็นแผ่นนิ่งแล้วก็เลื่อนๆเอาเหมือนสไลด์มันเป็นสไลด์เป็นเลือดๆแล้วค่อยๆเลื่อนเอาแต่มันมันมีระบบเลยเป็น Movie นะเราก็จะเอาอันนั้นมามาประกอบแต่ตอนนี้เรายัง 1 ทุนรอนของเรายังไม่มากเลยใช้ทุนร้อนเยอะซึ่งก็จะต้องประกอบกันสำคัญอาตมาว่าอาตมามีความรู้ในทางสร้างหนังแน่อาตมามีทีเดียวอาตมาเนี่ยจ่ายนะเพราะว่าได้ทำงานทางด้านนี้มาทำมาหากินทางด้านนี้มาด้วยซ้ำแต่ตอนนี้ยังยังขาดยังขาดส่วนที่เป็นองค์ประกอบที่จะผลิตขึ้นมาได้ มันก็ต้องค่อยๆรอกันไปเครื่องไม้เครื่องมืออะไรต่างๆมันก็อยู่ในระดับราคาสูงแต่มันสื่อความหมายได้ดีมากคนชอบดูกว่าขนาดเราใช้สไลด์ทุกวันนี้ที่เรียกว่าธรรมชาติธรรมชาตินี่เขายังไปบ้านนอกบ้านนอกเขาบอกว่าเฮ้ยนี่มันหนังนี่เว้ยหนังนิ่งไม่ดูอ่ะถ้ามีหนังเคลื่อนหนังวิ่งเมื่อไหร่มานะหนังวิ่งแพ้อย่างราบคาบไปซะทุกทีเพราะหนังนิ่งไปเจอหนังวิ่งไม่เสร็จเสร็จเขาเลยทุกทีแล้วเรายังไม่ถึงหนังวิ่งยังไม่ถึงมูฟวี่ยังไม่ถึงหนังธรรมเราก็เลยยังพ่ายแพ้อยู่แต่เราก็จะต้องไปดึงเอาเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ผีดึงไปใช้เราจะต้องดึงเอามาเครื่องมือวิทยาศาสตร์ผีเอาไปมอมเมาคนมานับแล้ว รักแล้วเอาไปจริงๆแล้วเอาไปใช้จริงๆเป็นสื่อความหมายเป็นเครื่องหมายเป็นเครื่องมือที่จะใช้ให้คนจูงดึงคนไปทางนู้นเขาเราจึงจะเอาคืนมาใช้แล้วในที่นี้ก็ตอนนี้เราก็ยังเอาไอ้สื่อสื่อสารชนิดโบราณที่สุดตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าท่านใช้คือสื่อสารในการพูดเอาฟังพูดไปมีกิริยาท่าทีท่าทางที่จะสื่อความหมายบอกความหมายได้เท่าไหร่ก็เอาเท่านี้แล้วก็ปรุงกันมากหน่อยเป็นนักแอคเตอร์เป็นนักแสดงมากหน่อยเพราะว่ามันไม่ไม่ไม่เหมือนสมัยพระพุทธเจ้าท่านอาจจะแสดงน้อยที่ก็สงบสุขุมผู้ฟังก็มีสมาธิดีไม่มีเรื่องวุ่นมากก็ฟังกันได้เข้าใจง่าย มีอะไรมาก่อกวนอะไรมันก็มากจะนั่งแสดงธรรมพูดยิ่งใช้เรื่อยๆไม่ปรุงแม้แต่รสภาษารสสำเนียงก็ไม่ปรุงท่าทีท่าทางก็ไม่ปรุงนั่งแข็งชื่อเฉยแสดงเรื่อยๆๆอาตมาเห็นผลมาแล้วเรื่อยๆก็หลับไปเรียงๆเลยถ้าเรื่อยๆเรื่อยๆก็หลับไปโรงเรียนเห็นผลมาแล้วเพราะฉะนั้นอาตมายอมให้คนตู่ว่าตู่ว่าว่าแหมแสดงทำอย่างกับนักแสดงเป็นโฆษกเนี่ยเพราะท่านเป็นโฆษกอาชีพมาเลยเวลาแสดงทำเวลาอยู่หน้าไมโครโฟนเลยไปหน่อยมันส่งอาชีพเก่าออกมาอาตมาก็ใช่อาตมายอมรับมันก็คงจะเป็นเพราะปางนี้อาตมาท่านก็คงจะบอกเป็นนัยๆว่าเออ มาใช้งานในตอนนั้นอยู่ในขั้นฝึกหัดก็ฝึกหัดโลกๆเขาเรียกว่าโรงเรียนโรงเรียนของโลกของโรงเรียนของโลกเขาโรงเรียนของมนุษยชาติเค้าก็ไปฝึกมาแต่การฝึกของอาตมาได้รับค่าจ้างก็ไปฝึกมาก็หากินทำให้กลมๆมาแสดงอยู่อย่างนี้ประมาณนี้ก็ปล่อยมันก็เข้ามาหาเราอีกไงแล้วเราก็จะอยู่หน้าเวทีอยู่เนี่ยตอนนั้นก็จะอยู่หน้าเวทีนี้อยู่กับไมโครโฟนนี้ไปก็แสดงไปประกอบไปคนก็ถูกทวงว่าทำไมไม่ทำอย่างพระพุทธเจ้าหรือว่าพระรุ่นโบราณนี่ก็แสดงอย่างโน้นอย่างโน้นอาตมาก็มาเห็นเหตุผลคิดเห็นเหตุผลได้ว่ามันไม่ได้หรอกทำอย่างนั้นมันก็เรื่อยๆไปโรงเรียนแล้วมันก็คนทุกวันนี้ มันไม่เหมือนคนก่อนคนทุกวันนี้ประสาททุกส่วนถูกปลุกเราด้วยเครื่องยั่วยวนมอมเมาแม้แต่ท่าทีท่าทางสำเนียงเสียงคำพูดคำกล่าวทุกอย่างมันไม่เหมือนก่อนเมื่อก่อนมันจริงจังแล้วมันไม่มีเชิงที่จะต้องมีลีลาปรุงแต่งลีลาที่จะต้องพูดจาก็จะต้องให้ทันสมัยให้มีรถให้มีอะไรต่ออะไรบ้างถึงจะฟังถ้าไม่งั้นไม่ฟังถ้าไม่มีรถไม่มีอะไรต่ออะไรชี้ชวนใจหน่อยแล้วไม่ฟังไม่เอาให้ดีให้ตายยังไงก็ไม่เอาไม่มีแสงสีไม่มีอะไรต่ออะไรบ้างงี้เราก็รู้ว่ามันเป็นความจำเป็นซะแล้วที่เราก็จะต้องผ่อนยาวลงมาบ้างคืออนุโลมลงมาบ้างแล้ว ว่าแต่มาแสดงธรรมนี่ไม่นิ่งนิ่งไม่สงบเลยอะไรเนี่ยอาตมาก็ยอมให้ว่ายอมให้ตำรวจติดเตียงแต่ถ้าอาตมาแสดงไปแล้วพวกคุณซาบซึ้งเกิดศรัทธาเลื่อมใสและเข้าใจได้ดีเกิดผลเกิดประโยชน์จนคุณเอาไปปฏิบัติตามแล้วก็ได้ละรถนายคลายจางวางลงมาได้จริงๆอย่างนี้อาตมาถือว่าดีกว่าอาตมาแสดงว่าอาตมาก็อยู่คนเดียวแม้พระองค์นี้แสดงธรรมนี้เลยสงบไม่วาบภาพว่าพี่ไม่ว่าเกี่ยวว่าเกาะอะไรไปเลยท่านแสดงว่าท่านเป็นคนเดียวเลยฟังแล้วไม่รู้เรื่องก็แสดงว่าหลับดีเหลือเกินก็ไม่รู้เรื่องก็ตามไม่ไหวตามไม่ติดเนี่ยท่านแสดงสงบดีมากแสดงรู้ว่าเป็นธรรมะอันลึกซึ้งมันลึกเกินไปผมตามเข้าไปไม่ มันอยู่ก้นบึ้งนึงของธรรมะด้วยนะเพราะคุณก็นั่งบางคนก็อุตส่าห์จะท่องจำตามฟังได้ก็ฟังตอนไหนมันตื่นขึ้นมาฟังก็ฟังตอนนั้นมันตื่นไม่ได้ก็หลับไปบ้างฟังไปบ้างนี้แต่อาตมาก็อยู่คนเดียวใครมาติดเป็นอะไรไม่ได้แสดงนิ่งๆเลยแต่พวกคุณไม่ได้อะไรเลยเนี่ยอาตมาไม่เอาอาตมาโกรธจริงแต่ว่าพวกคุณไม่ได้อาตมาไม่เอาแต่ถ้าเกิดว่าอาตมาแม้จะแสดงไม่โก้หรอกอาตมาอาจจะถูกติเตียนด้วยบ้าแต่ว่าคุณได้ผลได้ประโยชน์รับค่าของมันติดเอาไปใช้ได้ทันทีมีประสิทธิภาพมีประสิทธิผลอาตมาจึงเลือกเอาอันนี้นะ นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจอาจจะได้ฟังได้ยินมาแน่เพราะว่ามีคนติดจริงในเชิงนี้น่าจะมาแต่ก่อนนี้ยิ่งกว่านี้แต่ก่อนนี้อาตมายิ่งควงแหลกกว่านี้เลยหวงมากแล้วก็ทำเหมือนกันแบบชาวบ้านขึ้นเวทีเอานะสมัยที่อยู่วัดมหาธาตุทั้งเสียงสำเนียงสุ่มเสียงโต้ตอบให้ทันการเลยซัดกันทั่วๆๆเลยไม่มีไม่มีไม่เยอะมันยังไม่มีวางท่าบางทีอะไรล่ะ 1,000 ฟันเลยฟันมาฟันต่อไม่ให้ตกฟากเลยอย่างนั้นแต่ก่อนนี้ยิ่งอย่างนั้นเลยนะโอ้แต่คนชอบจังเลยคุณเอ้ยแหมคนมาดูมงดู อาตมายังจำได้อยู่นะคนที่ติดตามมาฟังธรรมวัดมหาธาตุครั้งที่มันเหมือนกับตีกันคู่ที่สำคัญก็คือคุณไสวแก้วสมกับอาตมาแล้วก็ยังมีหน่วยแซมอีกนะมีคนอื่นอีกมีคนนั้นคนนี้สัญจรมาผสมโรงก็เลยกลายเป็นเวทีต่อสู้ที่ไม้คนชอบดูมันมันมันนั่งมันยืนไม่มีที่นั่งนักหรอกมีบ้างเขาก็พยายามต่อมาคือมานั่งแต่ที่มันนั่งมุงดูกันมาฟังกันเนี่ยมันมันมันมันมันน่าประหลาดใจว่าคนมาดูได้หนอมาฟังได้น้อทั้งๆที่เราพูดเนี่ยเป็นเรื่องธรรมะธรรมะยิ่งคุณไสวของเขาถือของเขาท่านปล่อยวางขั้นสุดยอดตาขั้นจิตว่างก็พูดกันอย่างนั้นเลยอาตมาซะอีกยังดึงลงมาดึงลงมาหาน้ำหาเนื้อบ้างไม่ใช่ว่างๆ ว่างจนอาตมาดึงลงมาจนกระทั่งเขาบอกแหมหลวงพี่ไม่น่าพูดอย่างนี้เลยเด้งขึ้นมาขนาดนั้นอาตมาเคยดึงกันอาจจะพูดอย่างนี้ถ้าใครระลึกได้ว่าเรื่องอะไรที่อาตมาเคยพูดกับคุณไสวในเรื่องของมันหลวงพี่ไม่น่าพูดถึงอย่างนั้นเลยเขาเคยบ่นเพราะเขาอะไรเขาดึงไปจนกระทั่งมันเบิ่งวางปลายจนกระทั่งมันสับสนแล้วจนกระทั่งเสียหายแกก็พูดว่าสมสู่ด้วยจิตว่างอาตมาก็บอกไม่ได้แล้วจะคืนอย่างนี้แล้วก็เดี๋ยวก็เลิกกันใหญ่อาตมาก็ดึงมาหาตัวแกเลยบอกว่าขอถามจริงๆคุณ 20 แล้วคุณไม่เกิดรถไม่เกิดอารมณ์แม้ที่สุดปลายแม็กใหม่ตอบมาตรงๆอาตมาขั้นอย่างนี้เลยหลวงพี่ไม่นานพูดถึงอย่างนั้นก็เงียบๆ อาตมาบอกเนี่ยคุณทำอย่างนี้คนอื่นก็เข้าใจผิดนะไม่ได้นะเขาจะไม่มีความรู้สึกเขาจะไม่มีความรู้ว่าเขาได้พูดอะไรมันเลยเถิดไปอย่างไรคนก็เข้าใจผิดตายเนี่ยอาตมาเคยจำกันถึงขนาดนี้สวยนี่แหละเป็นคำตอบของเขาคำตอบของเขาต่อหน้าธารและกำนันตอนนั้นไม่รู้อาตมาจะบอกว่าเปิดหน้ากากนี้จะบอกฉีกหน้าเขาก็ฉีดก็ตัวเองไปแสดงธรรมในลีลาอย่างนี้พูดอย่างนี้เราก็ต้องพยายามที่จะดึงกลับเข้ามาในจุดที่แล้วคนมาฟังธรรมคุณเอ้ยยืนห่างไกลก็รีบรับเลยนะไกลแต่นั่นเป็นจำนวนเป็นพันได้เลยนะซึ่งมันก็อยู่ใต้ต้นอโศกซึ่งมันมีเวทีอะไรหรอกโอ้โหคืนจริงๆแต่เสร็จแล้วมันเมื่อยอาตมาก็เมื่อย สุดท้ายก็สู้ไม่ไหวเมื่อยเมื่อยก็ขอเลิกขอแบ่งแบ่งหมู่ไปอยู่อีกต้นนึงคุณไสวก็จะสว่างไสวเมื่อไหร่จะขึ้นมาเจอกันอีกทีก็นานๆมีทีนานๆชกให้เขาดูทีนึงแล้วก็ต่างคนต่างชาติไทยก็ได้แฟนแล้วนี่ต่างคนต่างได้ได้แฟนน่ะใช้คำว่าแฟนได้มันมีแฟนของใครจะฟังคุณไสวก็อยู่กลุ่มคุณไสวแฟนคุณสวยใครจะฟังอาตมาก็ไปกลุ่มที่อาตมาว่ากันว่ากันอยู่นั่นแหละเป็นปีมาถึงวันเสาร์วันอาทิตย์หรือวันหยุดมากันแล้วไม่ไปไหนมากันอยู่นั่นแหละอาตมาฉันเสร็จก็ไปอยู่ที่นั่น 6 โมงก็มันไม่มีไฟฟ้านะมืดแล้วก็ค่อยกลับกลับวัดหลายชั่วโมงติดต่อกันอย่างนั้นแหละว่ากันด้วยแล้วมัน อาตมาแสดงธรรมที่ไม่ได้ระมัดระวังเนื้อระวังตัวอะไรหรอกเหงื่อนี่ซกซกเลยพอมาที่นี่อาตมาก็มาที่นี่มันอ้าวหน่อยบางทีหน้าร้อนหน้าอะไรมันก็บางทีหน้าหนาวมันก็ไม่เหงื่อไม่เหลืออะไรหรอกแสดงธรรมแต่ก็ปรุงปรุงน้ำมันร้อนในมันร้อนข้างในพุงมันเครื่องเดินข้างในมันร้อนมันก็มีบ้างอาทิตย์นี้ก็ต้องว่าไปตามเพลงของคนที่ต้องรู้แก่ไม่ได้ไม่เจียมบอดี้ไม่ได้ก็จะทำไปพอสมควรจนกว่ามันจะมีอะไรที่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงหรือว่ามีแบบอะไรหรือว่ามีรูปอะไรหรือมีเรื่องอะไรจะต้องควรจะทำยิ่งขึ้นแล้วก็บอกให้รู้มีอีกอันนึงอาตมาแถมให้ถ้าใครอยากจะมาบ้างก็บอกได้อาตมาสอนธรรมะก็อาจจะสูง งานธรรมะเย็นภาพเย็น 18:00 น ไปถึง 20:00 น บอกก่อนนะว่าก็ชวนกันมาสู้ยุงหน่อยตอนนี้กำลังเขากำลังออกอาละวาด 6 โมงเย็นอาตมาก็จะบรรยายธรรมะมีกระดงกระดานก็หมายความว่าก้าวหน้าขึ้นไปอีกคันนึงแต่ก่อนนี้ก็นั่งธรรมะธรรมดาตอนนี้จะเป็นแบบคลูๆเลยมีตัวหนังสือคือแทนที่จะเรียนรู้แต่เฉพาะภาษาฟังเสียงเราจะมีการกดตัวทำที่เราเคยเรียนมาได้ยินมาบางทีบางอย่างแต่ละคนไม่ได้ใส่ใจในการอ่านตัวหนังสืออาจจะไม่รู้ว่าตัวนี้สะกดอะไรแต่ยังไงมันคล้ำคล้ายกันที่สะกดพยัญชนะต่างกันก็มีเยอะมีเยอะเพราะฉะนั้นก็กดไปแล้วก็แยก แจกศัพท์แจกอะไรทั้งพยัญชนะอะไรด้วยแล้วจะได้รู้ลึกซึ้งขึ้นทั้งพยัญชนะและอาจทำความหมายเนื้อหาทั้งพยัญชนะด้วยแล้วเราก็จะได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกอาตมาก็จะมีเชิงนั้นอีกเพิ่มขึ้นใครจะมาเรียนก็มานะมาทันใครยังมาไม่ทันหรือว่ารู้แล้วก็ไม่มาก็ไม่เป็นไรนะนี่อีกอันนึงแล้วก็จะทำอาทิตย์นี้ก็พูดถึงเรื่องธรรมะที่ควรจะพูดสู่กันฟังบ้างอ่าธรรมะที่เราพูดเนี่ยมันมีเรื่องเดียวหรือว่าเป็นเรื่องซ้ำซากเข้าไปหาแก่นเขาไปหาแกนหลักอันเดียวคือเข้าไปหาตัวอริยสัจหรือเข้าไปหาตัวกิเลสเราจะต้องเรียน กิเลสเราจะมีนโยบายจะมีกรรมวิธีอุบายเครื่องออกอย่างไรที่เราจะล่อให้กิเลสนี่มันเต้นหรือมันตีตัวออกมามันแสดงตัวออกมาให้เราจับได้เพราะในตัวเราให้เรารู้อยู่ในตัวเรานั่นแหละเป็นหลังใหญ่เลยเพราะฉะนั้นศีลต่างๆนี่ล้วนแล้วแต่เป็นหลักเกณฑ์ที่จะให้เราเอาน้ำมันลองดูนะศีลไม่ฆ่าสัตว์มันก็อยากจะฆ่าสัตว์ยิ่งบอกว่าศีลไม่ฆ่าสัตว์คุณเอาไปห้ามผ่านนักล่องไพรเที่ยวชอบไปยิงสัตว์ป่าคุณเอาไปให้เขาดูสิเพราะนี่ถือศีลข้อที่ 1 จะฆ่าสัตว์พวกนักชอบออกยิงสัตว์ในป่าไปลองดูสิโอ้ยขี้เหล็กมันจะเต้นบอกว่าเอาถือก็ไม่ฆ่าสัตว์นะมันจะเต้นมันอยากออก ไม้ที่มีคนชวนมางวดนี้ขึ้นโปร่งโน่นเอาสิคนนี้จะเป็นยังไงลองดูซิจิตใจคุณลองนึกดูซิแต่ผู้ที่มาในส่วนมากก็คงไม่มีจิตโหดร้ายแต่อาจจะมีนะเมื่อกี้เห็นผ่านคุณศักดาเดินผ่านแว๊บๆเมื่อกี้นี้เห็นว่าแต่ก่อนนี้มีปืนมีรูปด้วยปืนไปล่ายิงสัตว์โน่นสัตว์มีอะไรเนี่ยมันๆในหัวใจมันๆในหัวใจมันอร่อยมันเป็นรสชาติมันขี้เหล็กโลกเขาหลอกลวงหลอกลวงให้เราไปทำอย่างนั้นน่ะก็เก๋ใหญ่ยิ่งเสือได้ตัวนี้ต้องยืนเท้าเหยียบเสือปืนนี่โดนล้มด้วยปืนกระบอกนี้ที่แท้ไปหลอกมันยังไงก็ไม่รู้นะเอาเปรียบมันยิงตายแล้วก็ตัวเก่งก็มันเก่งกับเขาหรอกมันทุกประตูแล้วปืนตัวเองก็เคี่ยวกับเขี้ยวต้อง ในหนังสืออโศกอาตมาเคยลงมีรูปการ์ตูนเขาบรรยายว่าจะอาตมาเอามาบรรยายเองรูปการ์ตูนรูปนั้นก็มีคนคุยกันอยู่ 2 คนอีกคนนึงก็เท้าอยู่ที่หัวหุ่นเสือมีหุ่นช้างหุ่นอะไรเขาเขียนภาพการ์ตูนที่ติดบ้านเอาไว้เป็นหัวช้างสภาพแล้วหัวสิงห์หัวเสือมือชั้นฝีมือชั้นฆ่ามาด้วยมืออะไรก็ได้อาตมาก็เลยบรรยายลงท้ายบอกไว้ด้วยก็บอกแล้วเมียตัวนี้ข้ามาตรงนั้นง่ายๆแล้วก็ตรวจที่อยู่ที่มือเอาแล้วแต่ตัวเสือตัวนี้ล่ะเดี๋ยวตอนนี้ผมก็ฆ่ามาด้วยตัวผมเองแล้วสำคัญด้วยตัวนี้เที่ยวต่อเขี้ยวด้วยนะไม่ได้ใช้ อาวุธอื่นเลยเรียกว่าขี้ฟันต่อขี้ฟันด้วยอาตมาบรรยายดูไว้เฉยๆจำไม่ได้แม่นนะเนี่ยสู้กันด้วยขี้ฟันต่อขี้ฟันเลยไม่ใช่ว่าเอาเปรียบเขาจะเอามีดเอามาเอาปืนไปนะขี้ฟันต่อขี้ฟันเลยก็เสือตัวนี้แล้วเราชนะมันมาเอาจริงๆเลยคุณเอาคุณสู้มันได้มากเสือฟันต่อฟันเคี่ยวเล็บต่อเล็บแรงต่อแรงจะสู้ไม่ได้จ้างก็สู้มันได้หรอกไม่ได้คนไปสู้มันไม่ได้หรอกสู้เสือกระทิงแรดอะไรไปสู้อะไรมันได้แต่ตัวเองเอาเปรียบเขาแทนที่จะเอาเขี้ยวคุณก็ไปเอาเงามาเอาแหวนหลาวมาแทนที่จะเอาแค่นั้นคุณไปเอาปืนมาด้วยโอ้โหเราจัดมันจะไปตามคุณทันเหรอคุณเล่นยิงใช้ทั้งเวลา อัตราเร่งอัตราพลังงานอะไรมันยังไม่ได้ยินเสียงเลยถึงตัวมันแล้วตายแล้วมันจะไปสู้ได้อะไรอ่ะสัตว์ไหนมันจะไปสู้คุณได้แบบนี้แล้วคุณก็บอกว่าคุณเก่งฆ่าได้อะไรก็ได้เนี่ยเป็นความหลอกในสังคมแล้วเราก็นึกว่าเราหลงความเก่งความเก่งจริงๆเบียดเบียนไอ้แบบนี้มันก็สู้กันได้เที่ยวได้แล้วคนเก่งที่สุดเที่ยวด้วยและควรเท่ากันด้วยต้องกำหนดอาวุธที่เท่ากันด้วยควรจะเป็นอย่างนั้นด้วยซ้ำไม่ได้ก็สู้ไม่ได้แล้วมันก็เป็นอย่างนี้แล้วก็เขาให้อย่างนี้แล้วก็จะไปทำทำไมล่ะและก็เป็นแนวฟันก็เป็นเมาล่าไม่ได้เป็นทนายไม่ใช่เคี่ยวกัดเขี้ยวถึงเนื้อถึงหนังกันแหลมๆคมๆอะไรไม่ใช่เห็นเล็บก็ไม่ใช่เล่มที่เล็กฉีกโน่น กีบเล็บแมวไอ้นี่แล้วเป็นสัตว์อีกประเภทหนึ่งแล้วแล้วเราจะไปทำทำไมใจเย็นสัตว์ประเภทนี้เป็นประเภทใจเย็นสัตว์สังคมสัตว์อยู่กันเป็นโคลงสัตว์ที่ใช้ปัญญานำไม่ใช่สัตว์ที่ใช้เรี่ยวแรงดุร้ายอย่างนั้นน่ะเพราะฉะนั้นการเข่นฆ่ากันด้วยเรี่ยวแรงหมดยุคแล้วคนต้องรู้ตัวว่าคนนี่คือเป็นมนุษย์ประเสริฐที่เอาอย่างนั้นถ้าเผื่อว่าเราไม่รู้ถึงสัญชาตญาณหรือหลักเกณฑ์ของเราเองเราก็เป็นมนุษย์ที่ถูกตรงตามความหมายอันแท้จริงของเราไม่ได้เราประเสริฐด้วยจิตวิญญาณเพราะฉะนั้นต้องมาเรียนรู้จิตวิญญาณให้สำคัญด้วยเส้นใหญ่ก่อนแล้วก็ฟันหน้าคนนั้นใหญ่ไอ้นั่นมันยังสัตว์ ฉันพูดตรงๆเลยมันยังเรื่องของสัตว์เดรัจฉานเพราะงั้นมวยนี่อาตมาว่าที่สุดเลยกีฬามวยเป็นกีฬาพวกสัตว์เดรัจฉานกีฬาที่เลวที่สุดไปชกกันทำไมไปตีกันทำไมเขาไม่ชกกันไม่ตีกันวางศาสตราวางอาวุธวางทัณฑะมีเป็นผู้มีจิตใจเอ็นดูเกื้อกูลต่อสรรพสัตว์อย่างนี้เป็นคุณสมบัติของมนุษย์โซลของมนุษย์โซของผู้มีจิตวิญญาณอันประเสริฐใช้จิตวิญญาณนี้เกื้อกูลใครร้ายเราก็ค้นหาวิธีหากรรมวิธีนโยบายว่าอย่าร้ายเลยทำยังไงที่เขาไม่ร้ายไม่ใช่ว่าเป็นการว่าแทงเข้ายิงเข้ายิงไม่ออกแทงไม่เข้าไอ้นี่ไม่ใช่อันนั้นระบบเกินที่เราจะสอนอีกขั้นหนึ่งแล้วยังยิงกันยังแทงกันอะไรอยู่เนี่ยเข้าไม่เข้าแล้ว พูดถึงเราไม่ไปหาวิธีป้องกันมาแทงเข้าแทงไม่เข้าเพราะฉะนั้นวิชาเดรัจฉานวิชาที่ยิงไม่ออกแทงไม่เข้าอยู่นี่ยังเป็นวิชาของคนอีกระดับหนึ่งหรือว่าสัตว์อยู่ระดับนึงเราควรจะเรียกสัตว์ด้วยซ้ำไม่ควรเรียกคนถ้าคนนี้เราหมายถึงมนุษย์โสมนุษย์โสฬสศาสตราวางอาวุธวางทัณฑเป็นผู้ที่มีใจเกื้อกูลเอ็นดูกันแล้วก็พยายามช่วยเหลือกันให้ได้ไม่ใช่ว่าจะเอาเปรียบกันช่วยเหลือกันให้ได้เราควรช่วยเหลือเขาได้เป็นความดีถ้าเราเป็นผู้เอาเปรียบเขาได้เป็นความเลวมีชัดๆอย่างนี้เราต้องเป็นผู้ที่เอาช่วยเขาได้เราช่วยเขาได้มากเรายิ่งดีมากเราเป็นหลักซึ่งเป็นหลักที่พึ่งของมนุษย์ชาติใครๆมาพึ่งเรา ได้เสมอมาพึ่งวัตถุให้วัตถุมาพึ่งทางมันสมองให้ทางมันสมองมาพึ่งทางเรี่
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive