230324 วิเคราะห์ข่าวจากนสพ.-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ022.txt

โฟลเดอร์2523 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์90 KB
วันที่แก้ไข9 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

เอาเบอร์เพื่อนถามผมว่าแม่ชีอุ้มบาตรได้หรือผมก็ตอบด้วยความเห็นของผมว่ามันไม่ควรเพราะบาปนั้นเป็นของพระของเณรไม่ใช่กะลาขอทานที่ใครจะเอาไปใช้ควรจะสงวนเฉพาะผู้ทรงศีลซึ่งอยู่ในเพศที่สูงเท่านั้นแม่ชีเป็นเพียงอุบาสิกาถือศีล 8 ไม่ควรจะเอาบริขารของพระมาใช้อันนี้เป็นแต่เพียงความเห็นของผมใครถ้าถือศีล 8 ไม่ควรเอาบริขารของพระมาใช้นี่เป็นเพียงความเห็นของผมมูลนิธิสถาบันแม่ชีท่านจะเห็นอย่างไรวันนั้นแต่สำหรับประตูน้ำ ที่ผมเห็นในที่เห็นในวันนั้นคงไม่ใช่แม่ชีจากสำนักไหนแต่คงเป็นแม่ชีขอทานไม่ใช่ขอทานเฉพาะข้าวแกงอย่างเดียวแต่ยังมีซองผ้าป่าแจกอีกด้วยขณะที่ผมกับเพื่อนหันไปคุยกันเรื่องอื่นลืมเรื่องแม่ชีสองคนนั้นพบเผลอเข้าไปนิดแม่ชีสองคนนั้นก็ข้ามถนนมายืนอยู่หน้าร้านที่ผมกับเพื่อนนั่งเสียแล้วไปข้างหน้าเถอะแม่ชีผมได้ยินเจ้าของร้านพูดเสียงดังแม่ชีชราสองคนนั้นค้อนด้วยสายตาแล้วเดินออกไปไม่ทำบุญหรือผมถามเจ้าของร้านทำไปทำไมกัน บอลอยู่หลังตลาดนี่เองอันนี้แหละครับทำให้ผมนึกถึงแม่ชีที่ท่านเป็นแม่ชีจริงๆจำศีลกินเพลอยู่ในวัดจะพลอยเสียภาพพจน์ไปด้วยไม่รู้เหมือนกันใครจะรับผิดชอบอย่าว่าแต่แม่ชีเลยครับแม้แต่สถาบันของสงฆ์ท่านก็คุ้มกันไม่ติดในเมื่อยังมีผู้นุ่งเหลืองห่มเหลืองออกที่ขาจานนอกพระธรรมวินัยเรี่ยไรแจกซองผ้าป่ากันอย่างสนุกมือประกาศก็ประกาศไปแล้วห้ามก็ห้ามแล้วแต่ก็ยังประพฤติปฏิบัติกันอยู่นั่นเองพูดก็พูดเถอะครับได้ยินใครเขาพูดใส่หน้าเจ้ากูที่ยื่นซองผ้าป่าตามย่านชุมตามย่านชุมชนนิมนต์ไปโปรดสัตว์ที่อื่นเถอะครับผมนั้น นายแทบจะแทรกแผ่นดินหนีโอ้โหยิ่งเพื่อที่จะให้พวกเราได้สำนึกสังวรกันให้มากนะที่จริงเขาเขียนนี่ดีเขาเขียนไม่ดีเพื่อจะเตือนให้รู้ว่าขอทานกับบิณฑบาตนั้นแตกต่างกันอย่างไรยิ่งขึ้นและโดยเฉพาะถึงเรื่องผู้หญิงเนี

อ่านต่อ

่ยบิณฑบาตเนี่ยมันกำลังใกล้ตัวเราเข้ามาที่สุดเลยขนาดนี้ใกล้ตัวพงษ์สิทธิ์คำว่าพอดีอ่ะอาตมาได้ทำจุดเน้นลงไปในหนังสือพูดตามพิเศษเล่มนี้เล่มกำลังจะออกเนี่ยโดยเอารูปของพวกเราที่เดินบิณฑบาตรโดยเฉพาะเลยที่สามารถบิณฑบาตรโดยตรงเลย อาตมาก็เขียนเน้นข้างล่างบอกว่ามีสิทธิ์คำมากหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าแมนๆเป็นผู้ถือศีล 10 ไม่สะสมเงินทองไม่ใช้เงินใช้ทองแล้วจริงๆจึงมีสิทธิ์อาศัยบิณฑบาตอาตมาเขียนเน้นลงไปในหนังสือในเนี่ยพุทธาภิเษกนี้จะออกตอนนี้เราต้องโฆษณาต้องเผยแพร่ต้องทำความเข้าใจกับมหาชนไม่เช่นนั้นมหาชนก็เข้าใจผิดทีนี้ข้อสำคัญเนี่ยเราจะอ้างเขาแต่ว่าเราถือศีล 10 เท่านั้นแล้วก็เราเองเราบอกว่ามีสิทธิ์ที่จะบิณฑบาตอาศัยบิณฑบาตรเลี้ยงชีพเพราะว่าเราไม่มีเงินทองและเราก็ไม่สะสมเงินทองไม่เรี่ยรายเงินทองไม่ขอทานมันจะต้องมีสัจธรรมที่เป็นจริง สัจธรรมวันนี้ถ้าเราช่วยได้เราจะช่วยศาสนาได้อย่างมากแม้แต่ผู้หญิงก็ปฏิบัติคุณธรรมอันนี้ได้พระที่ว่าตัวเองมีศีล 227 แต่เสร็จแล้วปฏิบัติไม่ได้ยังสะสมเงินทองยังซื้อข้าวซื้อของยังซื้อยังขายพรุ่งนี้เรามันจะเป็นธรรมะที่ลบล้างกันอย่างสำคัญมันจะเป็นการช่วยขัดช่วยเราช่วยอ้างอิงเทียบเคียงทำให้พระเองนี่ถือตัวถือตนว่าหนาวว่าตัวมีศีลตั้ง 27 จะได้รู้สึกสำนึกซะบ้างว่าจริงหรือเปล่าไอ้ที่นึกว่าตัวเองมีศีล 227 เป็นจริงหรือเปล่าทำถูกหรือเปล่าเข้าหลักเข้าทำหรือเปล่า จึงขอให้พวกเราเนี่ยรักษาแล้วก็พยายามปฏิบัติเราจะถูกตัวมันพาดพิงมาแล้วอาตมาเคยจับข้อสังเกตมาตั้งแต่ประสบเขาเขียนพาดพิงถึงเรื่องนี้ไว้แล้วอาตมาตั้งข้อสังเกตไว้ให้ท่านสิริฉันโทรแล้วก็เก็บหลักฐานในคำข้อเขียนของประสบไว้คราวก่อนนี้เขาตีพลาดจะยังหรอกยังไม่กล่าวถึงเขาตั้งข้อสังเกตว่าผู้หญิงให้มาบิณฑบาตนี้เขาไม่เห็นด้วยอะไรต่างๆนานาก็พูดความจริงแล้วมันจะไปจะไปไม่ใช่น้อยจะมีอะไรต่ออะไรก็อ้างขึ้นมาอีกเยอะเราจะต้องพยายามเป็นนักศึกษาที่จริงเป็นนักประพฤติที่จริงเป็นนักธรรมเป็นนักบวชที่จริงให้ได้ถ้าเรามีสัจธรรมวันนี้เราก็ลองดูว่าทำจะรักษาผู้ประพฤติธรรมไหมฉันจะทำจะมีจริงไหม ขณะนี้คล้ายๆกับเราเองเราก็พยายามที่จะแหวกพยายามที่จะเปิดทางอาตมาก็พยายามที่จะพาพวกคุณบุกสู้ในทางที่จะเปิดทางของผู้หญิงขึ้นมาบ้างในส่วนที่จะเป็นไปพอได้ทั้งๆที่เราถูกปิดกั้นแล้วแต่เราก็พยายามที่จะเปิดพยายามที่จะกระทำสัจธรรมนั้นขึ้นมาเพื่อให้สังวรระวังกันต้องพยายามทำให้ตัวเราเองมีคุณธรรมจริงๆมีสัจธรรมจริงๆถึงจะยืนหยัดอยู่ได้เพราะว่าเมื่อวานนี้ก็คืออาภรณ์เข้ามาคุยๆด้วยเขาบอกว่าเขาไปที่สวนโมกข์มีคำคำนึงซึ่งมันตีกลับกับที่ท่านพุทธทาส ได้กล่าวเตยมาแล้วแต่ก่อนนี้พระพุทธทาสเขาพูดถึงพระโพธิรักษ์ก็เคยจะเรียกว่าทรัพย์เกิดทรัพย์พระโพธิรักษ์มาแล้วว่าพระโพธิรักษ์คือพระพาชีพระพุทธทาสเป็นคนกล่าวเองว่าพระโพธิรักษ์ไม่เป็นพระภาชีท่านกล่าวจะเป็นโวหารของแกก็จะเป็นโวหารหรือว่าเป็นสำนวนอะไรก็แล้วแต่จะพูดอย่างนั้นจริงๆขอบพระคุณที่รับประทานคือเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคำว่าภาชีก็คงจะไม่ยอมรับอะไรล่ะก็คงเรียกว่าผู้หญิงที่เป็นชีเป็นนักบวชชีเป็นนักบวชที่ผู้หญิงที่เรียกว่าชีแล้วก็ไปนำพาหรือว่าไปพาไปจูงชีอะไรหรือมันเป็นคลุก ชี้หรือว่าไปเอาเรื่องบัญชีมากไปหน่อยท่านก็เลยว่าเปรยๆที่จริงไม่เจตนาดีนะอาตมายังไม่ได้โกรธเคืองไม่ได้ถือสาอะไรมีเจตนาที่ท่านกล่าวแต่จำได้แต่ทีนี้คราวนี้นี่ดรอาภรณ์ก็ไปโน่นมาแล้วท่านพุทธทาสก็กล่าวว่าเออถ้าถามถึงท่านบอกว่ามาจากไหนมาอะไรก็ได้แล้วเพราะเดี๋ยวนี้พูดพูดไปทางโน้นแนะนำพูดพาดพิงไปถึงบอกว่าพอดีอ่ะไปมาทางนี้ทั้ง 10 ก็มาทริปเทวีเนี่ยแนะนำต้องบอกว่าเอามาได้นี่มาทันเขามีเรื่องมีราวว่าฉันจะไปแล้วไปไม่ทันทั้งนี้ก็บอกว่าไปทางนี้ไปเดี๋ยวนี้ขึ้นรถไปทำอะไรเนี่ยเขาก็เลยไปสวนโมกกันไปทันแล้วก็เลยได้ไปก็ไปมาพูดพลาดจริงๆทางเราอ๋อมาจากพระโพธิรักษ์เหรอ พระพุทธเจ้าก็ว่างั้นแล้วเสร็จแล้วก็คุยกันไปคุยคุยกันทั้งวันเลยนั่งคุยกันได้ทั้งวันเลยแต่มีคำหนึ่งที่เราควรหยิบมาพูดให้เราฟังว่าท่านพุทธทาสชมชมตั้งดีตั้งชื่อศิษย์พม่าตั้งได้ดีชอบว่าตั้งได้ดีว่างั้นถ้าเราพูดกันแล้วเราก็ท่านก็ลืมไปแล้วลืมไปแล้วว่าถ้าพุทธทาสอะไรว่าเราว่าพระภาคีแต่ตอนนี้ความความตั้งอยู่ของจิตความศรัทธาเลื่อมใสหรือว่าความเห็นจริงหรือว่าความคลี่คลายของจิตเนี่ยมันมันเปลี่ยนไปแล้ว ว่ามันมีน้ำหนักอะไรขึ้นมาไปในทางดีเพราะงั้นก็รับทราบไว้ว่าถ้าเผื่อว่าเรายืนยันยืนหยัดสัจธรรมถ้าไม่ว่าสิ่งนี้เป็นของจริงท่านผู้รู้ท่าไม่ใช่ผู้ไม่รู้ถ้าเป็นผู้รู้เพราะถ้าท่านเป็นผู้รู้ท่านก็เห็นมีความเห็นเปลี่ยนแปลงไปได้ตอนแรกท่านก็ตั้งข้อสังเกตและท่านก็กลัวเพราะท่านทำไม่ได้นี่ถ้าไม่กล้าทำไม่ไหวอ่ะแล้วท่านก็หวาดเสียวอ่ะมีอย่างอื่นมาทำอย่างนี้เขาก็กลัวกลัวมันจะพาให้ชิบหายเพราะท่านก็ต้องสอดส่องท่านก็ต้องทวงไว้ก่อนเพราะท่านกล่าวอย่างนั้นก็ก็ได้ก็ไม่แปลกอะไรในฐานะที่ทำเองท่านต้องออกอุทานหรือว่าต้องยับยั้งไว้ก่อนอะไรเงี้ยเพราะถ้าไม่แน่ ถ้าไม่ใช่พระโพธิรักษ์เองนี่ท่านจะไปไว้ใจได้ยังไงก็เพราะคนที่รักขององค์หนึ่งท่านก็องค์นึงท่านเองท่านยังไม่กล้าทำถ้าไม่เคยทำแล้วไม่คิดจะทำอย่างนี้ท่านเห็นว่ามันหวาดเสียวมันน่ากลัวท่านก็ว่ากันไปแต่เจตนาท่านก็เจตนาดีเจตนาอย่างนี้มันก็ชิบหายทีเดียวระมัดระวังไม่ได้มันล่อแหลมเหลือเกินนี่ท่านก็อย่างนั้นไว้แต่ตอนนี้ก็แสดงว่าเราได้พิสูจน์เราได้ยืนยันหรืออะไรจะทำอะไรขึ้นมาจนกระทั่งผู้รู้ท่านประธานไม่ใช่ผู้ไม่รู้เป็นผู้ที่ไร้ปัญญาก็ไม่ใช่เป็นผู้ที่มีปัญญาจนกระทั่งเขายกย่องกันเป็นปราชญ์ท่านรู้และท่านก็เห็นอยู่ท่านก็สอน 2 ท่านก็รับทราบอยู่พอสมควร มะละกอให้รับทราบกันว่าขณะนี้เราทำความเชื่อถือเราทำอะไรต่ออะไรขึ้นได้ขึ้นมาแต่ไม่ใช่พูดแล้วก็เลยหลงไม่หลงตัวลืมตัวอะไรต่ออะไรไปก็ไม่ใช่จะบอกให้ทราบถึงบทบาทถึงการนำการยืนยันยืนหยัดของเราว่าเราเองเรารักษาเราพยายามยืนยันสัจธรรมแม้จะอยู่ในร่างผู้หญิงร่างผู้ชายแม้จะอยู่ในใกล้จะคิดอะไรกันก็แล้วแต่เราก็ยังพยายามที่จะทำให้มันเป็นไปได้ด้วยดีทำไม่ถูกสัจธรรมที่ลงตัวให้พอเป็นไปมันเป็นการรักษาทำความมั่นคงทำความยืนหยัดต่อสัจธรรมให้ไปได้อย่างนี้ก็ควรจะกระทำไปเพื่อผู้รู้ก็เห็นด้วยผู้ที่ไม่รู้เขาก็ว่าไปตามเรื่องตามราวและคน รู้อยู่ทุกวันนี้ก็นอนนอกเขาก็ว่ากันไปอย่างนู้นอย่างนี้แต่เราทำได้แค่ไหนขึ้นไปแล้วก็รู้บทบาทที่มันพอเป็นไปแต่จะต้องวิพากษ์วิจารณ์กันไม่ใช่น้อยเรื่องบิณฑบาตเนี่ยฟ้อนให้ศึกษาให้ดีนะพวกเราพยายามบิณฑบาตให้ดีอย่างน้อยที่สุดให้มีธรรมะตั้งแต่รูปประธรรมไปทีเดียวมีตั้งแต่กายจะทำมีกายจะทำมีวจีทำมีลักษณะธรรมที่มันทำให้คนชะงักได้หมายความว่าสะกดคนได้ไปทีเดียวแล้วก็ทุกอย่างให้มันจริงมันลงตัวเป็นไปได้อย่างที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้เราไม่ได้สะสมเราไม่ได้กักเก็บเราไม่ได้กักตุนเราแสดงให้มันบริสุทธิ์ บริสุทธิ์ได้เท่าใดยิ่งเป็นความไม่โลภไม่หลงเราไม่ได้ใช้บาตรใบนี้เป็นกะลาขอทานอย่างที่เขากล่าวแต่บาดใบนี้เป็นบริขารที่พึงเป็นเครื่องอาศัยที่ใช้ไปเป็นที่รู้กันในระหว่างจารีตประเพณีธรรมเนียมของบุคคลที่สื่อการรู้กันว่าท่านก็มีบาดนี่เป็นเครื่องอาศัยนานาเป็นไม่ใช่บาทนี้เป็นเครื่องด้วยใส่ขอทานขออะไรเฉยๆไม่ใช่บาทนี้เป็นเครื่องใช้นานาเป็นขี้รู้กันเป็นเครื่องหมายรู้กันถึงวาระเวลาที่ควรจะเอาข้าวใส่มาให้ท่านได้ฉันเพราะว่าท่านเองท่านไม่มีเงินไม่มีทองไม่ซื้อไม่ขายยังชีพไปวันหนึ่งเพื่อบำเพ็ญประพฤติเพื่อสั่งสอนเพื่อจูงดึงคนในสังคมเพื่อประโยชน์แก่มนุษย์ชน อะไรต่างๆนานาถ้าเราเป็นไปได้เราไม่ใช่ผู้ผิดอะไรก็พิสูจน์มันต้องอาศัยการพิสูจน์กันจริงๆไม่ต้องยืนยันต้องสำนึกสังวรณ์ให้มากต้องฟังเสียงหรือว่าดูกระแสของโลกแล้วที่จริงเราน่าจะถูกโจมตีกว่านี้ในเรื่องที่เราพยายามที่จะดึงทำจากนี้ออกมาเนี่ยเป็นนักบวชจริงขนาดนี้ขนาดที่นรินทร์กลึงเนี่ยจะทำแกดึงแค่บวชเณรบวชเณรผู้หญิงเอาลูกเอาหลานเอาธนาคารมาบวชแล้วก็โดนโจมตีเส้นแรงสุดท้ายแกก็ทำแรงใจโดยไม่มีปัญญาอะไรต่างๆแล้ว กำลังจะให้มาเป็นภิกษุณีซะอีกซึ่งแกก็ไม่เข้าใจสมมติไม่เข้าใจสัจจะอะไรพอเพียงมันก็เลยคว่ำเลยพังมันเป็นไปไม่ได้สิ่งที่ทำแล้วมันก็ไม่รอดมันก็คงจะรวมทั้งสัจธรรมด้วยคุณธรรมสัจธรรมที่มีจริงเป็นจริงมันก็อาจจะไม่ถึงก็ได้ด้วยแต่ถ้าถึงจริงๆแล้วมันมันมันน่าจะได้ใจนั่นแหละเพราะองค์ประกอบหลายๆอย่างองค์ประกอบหลายๆอย่างของผู้กระทำมันจริงมันบริสุทธิ์แล้วก็มันมีคุณค่าเพียงพอมีเนื้อหาสาระเพียงพอหรือไม่ด้วยไม่ถึงมันก็ไม่จริงถ้าเราเราก็รู้สัจจะรู้ปรมัตถ์ผู้สมบูรณ์เข้าใจ เป็นไปเถอะเพราะมันของมันจะไปก้าวหน้าจะก้าวอะไรไปเราอาศัยสิ่งที่อาศัยได้พอสมควรแล้วเป็นไปด้วยดีแล้วตามมีตามได้มันไม่แปลกอะไรเราขนาดไหนขั้นไหนอะไรยังไงมันก็ได้ได้แล้วตามที่พอเหมาะพอสมแล้วมันก็เราก็อาศัยเป็นอยู่สุขสามารถทำการทำงานทำอะไรต่ออะไรได้มีรอยไม่ได้น้อยอะไรนักหนาเราก็ดำเนินไปดีๆแต่วันนี้ปัจจุบันเราจะเอาเรื่องธรรมะอันนึงมาวิเคราะห์ให้ฟังวันนี้ คือธรรมะที่ออกในหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์บ้านเมืองวันนี้ลองฟังดูนะให้ใช้ศีลธรรมแก้เศรษฐกิจปัญหาเศรษฐกิจแก้ได้โดยง่ายด้วยธรรมทั้งในรูปของศีลธรรมและปรมัตถธรรมประเทศจะไม่ต้องเสียดุลการค้าอย่างมากอย่างมากมายเช่นปัจจุบันภาพแก้ปัญหากันด้วยธรรมะอย่างแท้จริงรวมทั้งปัญหาต่างๆที่สมกันอยู่ในขณะนี้จะสูญสลายไปทั้งทั้งสิ้นด้วยธรรมะธรรมะเครื่องมือแก้ปัญหาเศรษฐกิจอาตมาวันจันทร์บ้านเมืองจันทร์ที่ 24 มีนาคม 2523 พระเทพวิสุทธิเมธี หรือท่านพุทธทาสภิกขุสวนโมกขพลารามอำเภอไชยาจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้กล่าวไว้ในหัวข้อธรรมะในฐานะเครื่องมือแก้ปัญหาเศรษฐกิจขั้นกล่าวว่าถ้าขาดธรรมะเสียแล้วเศรษฐกิจจะเป็นสิ่งทำลายโลกทำให้โลกวินาศปัญหาเศรษฐกิจสำคัญกันอยู่กับสันติภาพทั้งของเอกชนของชาติของสังคมโลกทั้งมวลปัญหาเกิดจากการขาดศีลธรรมของคนในโลกเศรษฐกิจคือศีลธรรมชนิดหนึ่งถ้ามองให้ลึกศีลธรรมนั้นเป็นการจัดให้มนุษย์อยู่กันผาสุกโดยไม่ใช้อาญาเศรษฐกิจนี้ก็เหมือนกันถ้าจับถูกต้องมนุษย์ก็อยู่กัน ผาสุขโดยไม่ใช้อาชญาเศรษฐกิจหมายถึงการกระทำให้ดีที่สุดพิเศษที่สุดเพราะคำว่าเศษผักในภาษาบาลีหรือสันสกฤตแปลว่าประเสริฐที่สุดเศรษฐกิจจึงเป็นกิจที่ประเสริฐที่สุดในฐานะที่ทำให้มนุษย์อยู่กันอย่างผาสุขแต่ถ้าพลเมืองมีศีลธรรมก็สงบสุขทางด้านธรรมะคำว่าเศรษฐกิจหมายถึงการทำสิ่งที่ไม่มีค่าให้มีค่าหรือมีค่าน้อยให้มีค่ามากพุทธศาสนามีเนื้อตัวเป็นเศรษฐกิจดังที่ว่าตัวอย่างเช่นร่างกายเน่าไม่มีค่าอะไรทำให้เศรษฐกิจขึ้นอยู่ในที่ตั้งของความสุขในระดับที่เรียกว่านิพพาน หรือว่านิพพานนี้เป็นสิ่งที่ได้มาโดยไม่ต้องใช้เงินเรียกว่าได้เปล่าเศรษฐกิจเป็นศีลธรรมถ้าพลเมืองมีศีลธรรมกันก็อยู่กันอย่างผาสุขถ้าพลเมืองทุกคนไม่มีศีลธรรมแล้วไม่มีรัฐบาลไหนจะปกครองให้มีความสงบสุขได้ต่อให้ 10 รัฐบาลด้วยแต่ถ้ามีศีลธรรมมีรัฐบาลเดียวก็ได้เพราะอยู่กันอย่างสันติสุขดูกันโดยอานิสงส์ของสิ่งนี้คือสิ่งที่หวังจะมีหรือใช้ให้ดีที่สุดเพื่อสันติภาพของมนุษย์นี่คือผลของสิ่งที่เรียกว่าเศรษฐกิจถ้าเราสามารถทำได้ตามความหมายสูงสุดของคำๆนี้ถ้าคนกอบโกยใช้เศรษฐกิจเป็นอาวุธแต่โดยความจริงขนาดนี้มนุษย์ในโลก เอาสิ่งที่เรียกว่าเศรษฐกิจมาใช้เพื่อเอาเปรียบกันทำลายกันใช้เศรษฐกิจเป็นเครื่องมืออย่างนี้ไม่ตรงตามความหมายของคำว่าเศรษฐกิจเลยจึงเป็นปัญหาขึ้นปัญหาเฉพาะหน้าในโลกของเราคือปัญหาเศรษฐกิจซึ่งจะแก้ได้ด้วยธรรมะเมื่อมีธรรมะแล้วปัญหาเศรษฐกิจไม่อาจเกิดขึ้นได้เลยธรรมะสามารถจะแก้และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจความเลวร้ายของเศรษฐกิจเห็นอยู่ตำตาว่าผู้ที่มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจทำให้ลืมตัวและหลงใหลในการกอบโกยคนคนหนึ่งหรือพวกหนึ่งกำลังกอบโกยผลทางเศรษฐกิจโดยเอาเปรียบผู้อื่นอย่างลืมตัวใช้เป็นอาวุธล้างผลาญบีบคั้นผู้อื่นทำลายโลกเพื่อนร่วมโลกโดยอาศัยเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือ ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจทำให้มนุษย์อยู่กันด้วยความเกินไม่รู้สึกตัวคนที่หาได้มากสร้างได้มากก็หลงระเริงในความสุขสนุกสนานอย่างที่เรียกกันอย่างที่เรียกว่ามีความเกินทั้งกินอยู่นุ่งห่มใช้สอยเยียวยารักษาโรคและสิ่งแวดล้อมประโลมใจอันเป็นโทษทั่วไปทุกหัวระแหงพวกท่านก็เอาอย่างต้องการความเกินเมื่อไม่ได้ตามที่ต้องการก็ใช้ความเป็นอันธพาลแสวงหาสิ่งที่เป็นความเกินจึงเห็นอาจอาชญากรรมเต็มไปในหมู่บ้านเมืองเลวร้ายที่สุดคือข่มขืนแล้วฆ่าขาดมารดาตัวเองก็ยังได้เมื่อเราควบคุมสิ่งที่เรียกว่าเศรษฐกิจไม่ได้ก็เกิดปัญหาอย่างมหาศาลยุ่งยากลำบาก เดือดร้อนมหาศาลทั่วโลกนี่เป็นโทษของเศรษฐกิจที่หลงไหลกอบโกยแล้วปัญหาต่อเนื่องกันเป็นชั้นๆจนโลกนี้ไม่มีสันติสุขและสันติภาพทั้งโดยบุคคลโดยประเทศทั่วโลกปัญหาเศรษฐกิจต้องไม่มีแก่พุทธบริษัทหัวข้อและโทษหรือปัญหานี้ไม่ต้องมีแก่พุทธบริษัทที่แท้จริงเพราะตั้งอยู่ในคุณธรรมของพุทธบริษัทแล้วจะไม่มีโทษในปัญหานี้แม้โลกจะมีสถานการณ์วิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างไรพุทธบริษัทที่มีธรรมะของตนก็จะแก้ปัญหาได้และอยู่ได้ด้วยสิ่งที่เรียกว่าธรรมะนั่นเองยกตัวอย่างในเรื่องพระไตรปิฎกเล่มแรกหน้าแรกเพราะผู้มีพระภาคเจ้าจำ ร้านณที่แห่งหนึ่งพูดครูได้จำพรรษาลืมไปว่าได้ทุนนิมนต์ให้จำพรรษาไม่ได้เอาใจใส่อะไรถ้าเป็นเวลาข้าวยากหมากแพงไม่มีอาหารบิณฑบาตพระพุทธเจ้าและสาวกประสงค์มีชีวิตอยู่ด้วยพ่อค้าแบ่งข้าวตากเลี้ยงม้าถวายองค์ละฝ่ายมือไปทำให้ชุ่มน้ำแล้วฉันไม่มีแกงไม่มีกลับซึ่งอยู่ได้ตลอดพรรษาแม้จะมีสาวกบางองค์ทูลให้เสด็จหลีกไปจากที่นี่ก็ไม่ทรงยอมเพราะว่าทรงมีความเข้มแข็งมั่นคงไม่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาดูเถิดพระศาสดาของเราอยู่เหนือปัญหาเศรษฐกิจขนาดนี้ถ้าเป็นปัจจุบันพระของเราคงแช่งคนคงแช่งด่าคนนิมนต์เป็นอันมากที่นิมนต์ให้อยู่ ศาลแล้วไม่เอาใจใส่อะไรเลยหลักเศรษฐกิจของพระองค์ดูได้จากการที่ทรงอยู่ด้วยข้าวตากเลี้ยงม้าวันละฝายมือเดียวก็อยู่กันอย่างนั้นทุกองค์สมัยนี้เราเลี้ยงพระกันอย่างไรทำลายเศรษฐกิจอันนี้ของพระองค์หรือหาไม่ขอให้พิจารณาดูถ้าพบความจริงแล้วจะเห็นว่าปัญหาเศรษฐกิจต้องไม่มีกับพุทธบริษัทหัวข้อเหตุจากไม่มีศีลธรรมในความอร่อยพลเอกของปัญหาทางเศรษฐกิจที่คนไม่มีศีลธรรมอันเกี่ยวกับความอร่อยเรื่องอร่อยเป็นพระเจ้าอยู่บนหัวของคนทุกคนต้องตกเป็นทาสของอายตนะทั้งทางหูตาจมูกลิ้นผิวหนังและทางใจ 6 ทางด้วยกันโดยไม่รู้สึกตัวความจริงแท้นั้นความอร่อยเกิด ความหิวถ้าเราหิวแล้วแม้ไม่มีอะไรเลยมีเพียงข้าวกับน้ำปลาก็ก็ลุกอย่างเอร็ดอร่อยนะก็คลุกอย่างเอร็ดอร่อยขอให้ศึกษาความอร่อยให้ถูกต้องว่ามีได้เมื่อหิวถ้าคนในกรุงเทพฯ 5 ล้านคนรับประทานกันด้วยความหิวและอร่อยแบบนี้พร้อมกันทุกคนคือข้าวคลุกน้ำปลาก็จะเกิดความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวงไม่ต้องไปตลาด 9 วัน 10 วันตลาดก็ขายอะไรไม่ได้ 9 วัน 10 วันจะแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจของตนได้ไม่ต้องมานั่งด่ารัฐบาลให้หนวกหูขอให้ชาวกรุงเทพฯ 5 ล้านคนลองดูวิธีเศรษฐกิจ อยากมีบ้างจะแก้ได้อย่างที่เรียกกันว่าบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่นนี่คือมูลเหตุที่เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจคือเขาไม่รู้เรื่องปัญหาความอร่อยไม่มีศีลธรรมของความอร่อยหัวข้อใช้ธรรมะแก้ทางด้านศีลธรรมปรมัตถธรรมถัดไปคือบูชาส่วนเกินกินเกินอยู่เกินนุ่งห่มเกินอะไรเกินเราอยู่กันอย่างบูชากิเลสในส่วนเกินเรายังมีความเสื่อมทางศีลธรรมของสังคมมีการได้ของตนคือความเป็นธรรมเราได้ก็มีความเป็นธรรมหรือยุติธรรมเราไม่ได้ก็ว่าไม่ยุติธรรมจึงเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจเราจึงแก้ด้วยการให้ธรรมะกลับมาคือในรูปของศีลธรรมและในรูปของปรมัตถธรรมรูปของศีลธรรมคือ ไม่ผิดพลาดในเรื่องของความอร่อยแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ทั้งของสังคมหรือของโลกดำเนินกิจกรรมที่ต้องการศีลธรรมเช่นสหกรณ์ได้เดี๋ยวนี้ตั้งสหกรณ์ไม่ได้เพราะมีคนไม่มีศีลธรรมจึงมีแต่สหกรณ์ถ้ามีศีลธรรมแล้วไม่กินไม่กินเกินใช้เกินอยู่เกินประเทศก็ไม่ต้องเสียดุลการค้าเสียอยู่อย่างมากมายมีศีลธรรมในผู้ผลิตผู้ซื้อผู้ขายพ่อค้าคนกลางและผู้ส่งออกเรื่องวุ่นวายของแพงของแพงก็ไม่มีสามารถผลิตสินค้าราคาถูกส่งขายต่างประเทศอาตมาเคยคุยกับผู้ขายแท่นพิมพ์ว่าทำไมถึงขายแท่นจากฮ่องกงถูกกว่าของฝรั่งมากนักทั้งที่คุณภาพเท่ากันเขาบอกว่า พวกฝรั่งนอนเตียงกินหมูกินไก่พวกเรานอนกับพื้นกินหัวผักกาดเราเลยผลิตแป้นพิมพ์เหมือนฝรั่งขายได้ในราคาถูกมากนี่เห็นชัดว่าศีลธรรมในการกินช่วยเศรษฐกิจของชาติได้อย่างไรพระพุทธทาสยกแบบอย่างและกล่าวถึงในรูปของปรมัตถธรรมว่าทุกคนที่มีธรรมะชั้นสูงอยู่ในจิตใจคนเหล่านั้นมีจิตใจชนิดที่เศรษฐกิจทำอะไรไม่ได้รู้จักปรับปรุงจิตใจไม่ความทุกข์เกิดขึ้นไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็มีความสุขแม้แต่ความตายยังไม่มีความหมายจะอดอยากยากเห็นทำงานหนักอย่างไรก็ไม่เดือดร้อนวุ่นวายการแก้ปัญหาเศรษฐกิจจึงได้ได้ด้วยธรรมะทั้งในรูปศีลธรรมและปรมัตถธรรมดังนี้หรือแม้แต่ปัญหาอื่นๆก็ ได้ด้วยธรรมะทั้ง 2 ประการนี้ทั้งสิ้นไม่เชื่อก็คิดและลองดูแล้วลองกันดูท่านสรุปมาฟังกันดีๆถ้าพุทธทาสจะอธิบายหรือพูดเรื่องธรรมะหมดนี้เรื่องนี้ที่เอามาอ่านสู่ฟังเนี่ยถ้าจะพูดไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ตามถ้าจะพูดใหม่ๆนี้หรือจะพูดไม่กล่าวในหนังสือแล้วก็คุณรวยก็ไปทักมาแล้วก็ตามมันเป็นการพูดที่ถูกต้องในการพูดที่ยังมีอะไรซับซ้อนอยู่ในนั้นอีกเยอะที่จะต้องคลี่คลายขยายกันออกมาดังมากท่านเองท่านก็พูดได้ซื่อๆอยู่อย่างนั้นบางคนฟังแล้วอาจจะไม่ค่อยรู้เรื่องแต่ก็มีความหมายที่หลายความหมายที่มันง่ายมันตื้นมันเห็นชัดอยู่แล้วที่อ่านอ่านเรื่องของฟังกันดูแล้วก็จะเข้าใจ ยิ่งเราเป็นนักปฏิบัติธรรมเรามีจิตปัญญาเรามีปฏิภาณที่ละเอียดลึกซึ้งสุขุมเข้าไปเราจะเห็นได้ว่ามันเป็นเรื่องจริงและเราจะเห็นได้จริงที่สุดมากที่สุดก็เพราะว่าเราเองยืนอยู่บนสถานภาพนั้นแล้วพวกเราอยู่ในบนสถานภาพนั้นแล้วเราเป็นผู้กินน้อยใช้น้อยเราเป็นผู้ประหยัดเราเป็นผู้ได้กระทำแล้วจริงพระพุทธทาสท่านว่าอย่างนี้ฉันพูดอย่างนี้นี่ก็พูดอีกเป็นการข่มพระพุทธทาสนิดนึงว่าพระพุทธทาสพูดแต่แต่พุทธทาสไม่ได้ทำเราพูดแต่เราก็พูดอีกเชิงหนึ่งโดยเราไม่ต้องไปพูดคุยโม้คุยหวานคุยใหญ่คุยกว่านี้ท่านผู้ฟังผู้ใหญ่พูดเศรษฐกิจทั้งโลกท่านพูดมากมายเราก็พูด ได้แล้วอาตมาก็พูดอยู่บ้างผมก็พูดอยู่บ้างแต่ผมไม่ได้ไปพูดใหญ่พูดกว้างถึงอย่างนั้นทีเดียวเพราะว่าพูดอย่าพูดว่าอย่างนั้นมันเป็นเรื่องครอบบ้านครอบเมืองมันกินไปถึงการเมืองเพราะฉะนั้นพระโพธิรักษ์นี่เล็กๆอย่าไปพูดใหญ่ๆงั้นเดี๋ยวหาว่าเป็นพระการเมืองที่เขาไม่ไว้ใจเราจะพูดในโอกาสถ้าเราอายุมากเราเขาไว้ใจเราแล้วเราไม่ใช่พรรคการเมืองเราพิสูจน์แล้วว่าเราไม่ใช่พรรคการเมืองแต่เราเป็นพระเพื่อประชาชนมวลมนุษยชาติเขาก็จะไว้ใจและเขาก็จะฟังในขณะนี้เราจึงไม่ได้พูดอย่างนี้ไปทีเดียวแต่ไม่ใช่ไม่มีลองอ่านดูดีๆลองศึกษาดูดีๆมีส่วนมีแสงมีคนมีเปย์อยู่ในนั้นเรื่องเศรษฐกิจเรื่องอะไรต่ออะไรผมก็พูดแต่ว่าผมไม่ได้พูดว่าอย่างนี้แต่ถ้าจะพูดออกมาได้ก็จะมีอายุยาวนานมาแล้วจนเขาไว้ใจว่าท่านไม่ใช่พระการเมือง จากนั้นก็ดีท่านพูดแต่ตัวกระทำถ้าวัดถึงเวลาอายุขัยที่ท่านทำงานศาสนามาท่านก็น่าจะมีมวลมีผู้พิสูจน์มีบุคคลมีหลักฐานอะไรมากมายแม้แต่กลุ่มฆราวาสหรือนักบวชก็ตามก็ควรจะได้พิสูจน์ยืนยันให้เคร่งครัดยิ่งขึ้นถ้าพุทธทาสเองท่านหันมาหาศีลธรรมมากในช่วงนี้ในตอนหลังนี้ท่านเคยสารภาพว่าท่านเองท่านได้สอนศาสนามาผิดท่านไม่ได้บอกโจ่งแจ้งแต่ท่านบอกเป็นนัยยะซึ่งเราจับได้เราฟังได้เรารู้ถ้าเกิดพูดไม่อาจรออายุของท่านเองเลยว่าปีหนึ่งที่เคยบอกให้ใครๆฟังอยู่ผมเคยชี้ให้ฟังว่าท่านพูด ธันวาทำเองท่านได้สำนึกว่าท่านเองท่านสอนผิดถ้าท่านจะทำอีกต่อไปท่านจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้วแล้วท่านก็ไม่ได้บอกอย่างกระจาดแจ้งว่าผิดอะไรแต่เราก็พอรู้ได้ว่าท่านผิดตรงที่ท่านเองท่านไปพูดแต่เรื่องปรมัตถธรรมที่เหินหาวเพราะฉะนั้นท่านโดยโทรท่านเองท่านแยกศีลธรรมนี่ไว้โดยความหมายหนึ่งท่านว่าศีลธรรมเป็นเรื่องของความหมายตื้นและท่านเคยเหยียบศีลธรรมด้วยในสมัยก่อนท่านไปเน้นที่ปรมัตถธรรมท่านแยกปรมัตถธรรมนี้ไม่ใช่ศีลธรรมซึ่งผิดกับพระโพธิรักษ์พระโพธิรักษ์นี่ยืนยันว่าศีลธรรมก็คือปรมัตถธรรมขบวนที่รักไม่ได้เคยแยกอธิบายคำว่าศีลธรรมนี่เป็นอันหนึ่ง ปรมัตถธรรมคืออันหนึ่งไม่ได้แจ้งศีลธรรมก็คือปรมัตถธรรมและพระโพธิสัตว์ถ้าฟังคำอธิบายในหนังสือแสงศูนย์แล้วยิ่งจะชัดยิ่งกว่านั้นศีลธรรมก็คือศาสนาทั้งศาสนาศีลธรรมรวมทั้งสมมุติสีนี้เป็นปกติบริบูรณ์บริสุทธิ์เป็นวิมุตติธรรมแล้วเรียบร้อยศีลนั้นก็คือศีลธรรมที่แท้สีที่ส่งไว้พร้อมพรั่งทั้งหยาบกลางละเอียดทั้งต้นกลางปลายบริบูรณ์และเป็นปกติด้วยสบายด้วยไม่ต้องฝืนต้องทนไม่ต้องลำบากลำบนไม่ต้องอะไรเลยง่ายสะดวกเบาสบายบรรลุหลุดพ้นเป็นผู้สะอาดเป็นผู้สงบสว่างอย่างที่ท่านเรียกเป็นผู้สะอาดสงบสว่างสงบสุภาพด้วย เรียบร้อยมีรูปแบบที่สุภาพยืนยันด้วยจริงๆบริสุทธิ์ด้วยศีลศีลนั้นก็มีอยู่แล้วก็ไม่ละเมิดศีลไม่ด่างไม่เพราะหนี้สินเอาศีลมาสู่ประท้วงก็ไม่ได้ด้วยซ้ำอย่างนี้เป็นต้นเพราะงานในศีลธรรมที่มีแนวโน้มออกมาอย่างนี้ก็อย่างที่เอามาอ่านเพื่อที่จะยืนยันให้พวกเรานี่รู้เข้าใจว่าแม้แต่ปราชญ์เรายกมาทำพุทธทาสเป็นปราชญ์ท่านก็ได้กล่าวดีแล้วพูดถูกแล้วและมันย่ำยืนยันเราว่าเราได้รู้อย่างนี้หรือไม่และเราได้ทำอย่างนี้มาหรือไม่อาตมายืนยันผมยืนยันว่าผมได้พาทำและเราได้ทำไม่ใช่เราเอาแต่พูดว่าเราจะต้องเน้นศีลธรรมให้มีปรมัตถ์อยู่ในนั้นถ้า ใจความหมายที่เคยอธิบายสู่ฟังแล้วก็สีนี่แหละสีเลนะสุคะติงยันติสีเลนะโภคะสัมปะทาสีเลนะนิพพุติงยันติถ้าเข้าใจอย่างนี้บริสุทธิ์บริบูรณ์ทวนศาสนานี้ไม่อื่นไปกวาดสีเลยศาสนานี้ไม่อื่นไปกว่าสีอื่นเลยเพราะในหน้าหน้าดีใจที่ว่าแม้แต่คำว่าศีลโดยบัญญัติโดยปริยัติก็ตามเดี๋ยวนี้กำลังกำลังแพร่หลายกำลังเน้นเข้ามากำลังจะไม่เห็นความสำคัญแม้แต่เอาเถอะเขาจะเห็นคำความสำคัญแต่คำว่าศีลก็ตามแต่เราพยายามเดินแล้วพากันแล้วศีลพาพวกเราประหยัดการกระทำที่จะให้ผู้หญิงหนุ่มสาวก็ตามลงมาประหยัดแต่งเนื้อแต่งตัวอย่างประหยัดกินอยู่ อย่างประหยัดเป็นไปอย่างนี้ทั้งๆที่เขาอายเหลือเกินสำหรับผู้หญิงที่แต่งตัวมอซอทรุดโทรมลงมาอย่างนี้แต่เขาก็มีความอาจหาญแก้วกล้าที่จะแต่งตัวอย่างนี้อยู่ในสังคมเดินอยู่ในกลางสังคมที่เขาหวือหวากันเนี่ยเราก็เดินได้โดยไม่มีสะทกสะเทินไม่สะท้านแล้วไม่มีแม้แต่อุปสรรคสังโยชน์เราอ่านหาญแก้วกล้าแล้วก็แน่ใจว่าเราเป็นคนดีการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหน้าแพรที่ยั่วยอมกิเลสตัณหาแม้แต่ยั่วย้อมกามแค่ความสวยแล้วหลงว่าตัวเองได้ดิบได้ดีและเป็นความเข้าใจผิดเป็นมิจฉาทิฐิตัวเองแต่งตัวไปยั่วเขาให้เกิดราคะกามะแล้วว่า

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน