210411-02 ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ ตอน02-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ014.txt
เนื้อหาในไฟล์
อังคารที่ 11 เมษายนพุทธศักราช 2521 จากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์และอบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเราก็มาทำวัดกันวันนี้เอาสูตรที่เราจะได้เรียนฟังต่อไปก็คือถ้าพระพุทธสุภาษิตโลกซึ่งท่านพุทธทาสตัดเอามาแล้วก็เอามาตั้งชื่อว่าน้ำติดก้นกะลา ถ้าลองฟังดูฟังคำเล่าคำอธิบายดูราหุลเธอเห็นน้ำที่เหลืออยู่นิดนึงที่ก้นภาชนะนี้หรือเห็นแล้วพระเจ้าค่ะราหุลที่เป็นคำโต้ตอบนะลองฟังดูเป็นคำโต้ตอบระหว่างผมกับพระพุทธเจ้าคำที่พระพุทธเจ้าเรียกว่าราหุลขึ้นก่อนในสมัยของพระพุทธเจ้าตรัสเสมอและก็คำตอบประโยคตอบก็ไปพบของพระราม 2 พระพุทธเจ้าราหุลเธอเห็นน้ำที่เหลืออยู่นิดนึงที่ก้นภาชนะนี้หรือเห็นแล้วพระเจ้าค่ะ ราหุลนักบวชที่ไม่มีความละอายในการแกล้งกล่าวเท็จทั้งที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จก็มีความเป็นสมณะนิดเดียวเหมือนน้ำที่เหลืออยู่ที่ก้นภาชนะนี้ฉันนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงศาสตร์น้ำทะเลสาดน้ำที่อยู่ที่ก้นกะลานั่นแหละเทไปในวงเล็บด้วยอาการที่น้ำจะเหลือติดอยู่ได้น้อยที่สุดเป็นธรรมดามีอยู่แต่ก็ลาแล้วไปอีกแล้วก็ตัดอีกว่าราหุลเธอเห็นน้ำที่ถูกสาดเทไปแล้วมิใช่หรือเห็นแล้วพระเจ้าค่ะ ราหุลนักบวชที่ไม่มีความละอายในการแกล้งกล่าวเท็จทั้งที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จก็มีความเป็นสมณะเหลืออยู่น้อยเหมือนน้ำที่สัตว์ว่าเหลือติดอยู่ตามภาชนะนี้ฉันนั้นถ้าผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระชนะนั้นความปรารถนาน้ำนั้นและตรัสว่าราหุลเธอเห็นพระชนะที่คว่ำอยู่แล้วนี้มิใช่หรือเห็นแล้วพระเจ้าค่ะราหุลนักบวชที่ไม่มีความละอายในการแกล้งกล่าวเท็จทั้งที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จ ก็มีความเป็นสมณะเท่ากับน้ำที่เขาคว่ำภาชนะเสียแล้วอย่างนี้ฉันนั้นถ้าผู้มีพระภาคเจ้าทรงหงายภาชนะนั้นขึ้นมาดูแล้วตรัสว่าราหุลเธอเห็นพระชนะอันล่างจากน้ำนี้แล้วมิใช่หรือเห็นแล้วก็จะขาดนักบวชที่ไม่มีความละอายในก
อ่านต่อ
ารแกล้งกล่าวเท็จทั้งที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จก็มีความเป็นสมณะเท่ากับความว่างเปล่าของน้ำในภาชนะนี้ฉันนั้นเหมือนกันราหุลต้องกล่าวว่า รำอันลามกหน่อยหนึ่งซึ่งนักบวชที่ไม่มีความละอายในการแกล้งกล่าวเท็จทั้งที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จจะทำไม่ได้หาหรือไม่เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้ว่าเราทั้งหลายจักไม่กล่าวมุสาแม้แต่เพื่อหัวเราะกันเล่นดังนี้ต่างหูเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้ถ้าหมุนกระจกเงามีไว้สำหรับทำอะไรข้าแต่พระองค์ผู้เจริญก็จบเงามีไว้สำหรับส่องดูพระเจ้าค่ะ ราหุลธรรมทั้งหลายก็เป็นสิ่งที่บุคคลควรสอดส่องพิจารณาดูแล้วแล้วเล่าๆเสียก่อนจึงทำลงไปทางกายทางวาจาหรือทางใจชั้นเดียวกับกระจกเงานั้นเหมือนกันถ้าฟังดีๆจะเห็นได้ว่าพระพุทธเจ้าศาสนาอนาคตอนาคตเรานี้ต้องตั้งใจเรียนช่างตั้งใจฟังที่ตัดที่เอาออกมาที่มีเห็นแยกที่ดินเนี่ยที่เอามาเรียงเรียงในขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ไงไม่ใช่สูตรตื้นๆซับซ้อนซับ แทงเนื้อแทงกับสาระแทงเอาสาระถ้าผู้ใดยังมีหยาบคายถ้ามีหิริโอตัปปะฟังแล้วก็บาดเจ็บถ้าผู้ใดที่ไม่มีหิริโอตัปปะก็แน่นอนแล้วฟังยังไงมันก็ไม่เข้าเรื่องดีไม่ดีมันไม่รู้เรื่องด้วยแต่ว่าถ้าใครฟังดีๆแล้วจะเห็นว่าพระพุทธเจ้าที่ยกตัวอย่างประกอบกับอุทาหรณ์ต่างๆที่พระพุทธเจ้าท่านทำแล้วก็ตรัสกับพระราหุลแค่บอกว่าน้ำในกะลามันแห้งมันมีน้อยอยู่แล้วพระพุทธเจ้าเป็นตั้งแต่ระดับประดับไปเลยตั้งแต่ต้นๆ แต่ถ้าเผื่อว่าสมณะหรือนักบวชที่ไม่มีความละอายในการแกล้งกล่าวเท็จแกล้งกล่าวเท็จหมายความว่ามันรู้ทั้งรู้อยู่นั่นน่ะรู้ทั้งรู้อยู่แกล้งก็แกล้งกล่าวคำเท็จแกล้งกล่าวคำมุสาแก้วกาแป้งกล่าวคำที่เป็นคำพูดปลดทั้งที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จผู้มีอาการผู้มีจิตใจอย่างนั้นถือว่าเป็นผู้ที่เป็นสมณะเหลืออยู่น้อยน้อยเป็นสมุนไพรนิดเดียวนั่นแหละต้นไม้ทีนี้ท่านจะบอกถ้าจะตัดให้ฟังต่อไปอีกแล้วก็เทียบเข้าไปอีก หมีน้อยน้อยน้อยน้อยน้อยน้อยหลวงพ่ออีกท่านตัดอยู่อย่างเก่านี่แหละแล้วท่านก็บอกว่าความเป็นสมณะเนี่ยมันจะน้อยลงน้อยลงน้อยลงยิ่งกระทำอย่างนี้ยิ่งไม่มีความละอายในการแกล้งกล่าวเทคนิคทำเข้าไปเรื่อยๆก็ยิ่งมีสมณะน้อยลงไปเรื่อยๆท่านเทพสาดออกไปทั้งๆที่มันมีน้ำติดก้นเท่านั้นเอกสารไปอีกมันก็ยิ่งแห้งลงไปอีกท่านก็บอกว่าเห็นไหมเห็นน้อยนี่แหละเทียบเท่ากับความเป็นสมณะของบุคคลผู้ที่ไม่มีความละอายในการแกล้งกล่าวเท็จทั้งๆที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จความเลยสาธารณสุขความเลยให้มันไหลรินออกมามันก็ยิ่งแห้ง หมาดเข้าไปอีกแล้วก็บอกว่านี่แหละยิ่งผู้ใดยิ่งกระทำอย่างนั้นเข้าไปมากๆก็ยิ่งเป็นผู้ที่ยังมีความเป็นสมณะเหลือน้อยลงน้อยลงน้อยลงจนกระทั่งความไปจนกระทั่งเกลี้ยงมันไหลออกหมดหงายขึ้นมาเห็นแห้งติดไม่มีอะไรในกะลาเธอก็บอกว่าเนี่ยความเป็นสมณะก็เป็นอย่างนี้แหละมันก็ไม่มีเท่ากับความว่างเปล่าของน้ำในภาชนะนี้ฉันนั้นเหมือนกันมันหลายขึ้นมาแล้วก็บอกว่ามันไม่มีอย่างนี้มันหมดอย่างเงี้ยแล้วก็สรุปกรรมมันลามกหน่อยนึงซึ่งนักบวชที่ไม่มีความละอายในการแกล้งกล่าวเท็จทั้งๆที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จจะทำไม่ได้ สามีใหม่เพราะว่าหมดเวลาเป็นนักบวชแล้วก็แกล้งกล่าวเท็จได้นักบวชเป็นคนที่จะต้องมีความรู้สึกสำนึกต่างกับผู้ที่เป็นคนธรรมดาเพราะนักบวชเป็นผู้ที่จะต้องมีศีลเพลงต่อศีลไม่ใช่แค่กฎระเบียบวินัยมันก็เป็นกฎระเบียบวินัยที่เลี่ยงกันไปเลี่ยมกันมาแต่ของศาสนานั้นน่ะไม่ว่าศาสนาไหนมีศีลหรือมีหลักประพฤติที่ประทับหรือว่ากำหนดกันแล้วก็เป็นหลักที่จะต้องประพฤติดีก็เป็นต้นทางแห่งสิ่งที่เราจะได้ถ้าเผื่อว่าเราไม่ทำศีลให้บริสุทธิ์หรือว่าเคร่งต่อศีล มันก็ไม่ได้อะไรตามมาเพราะการประพฤติที่จะได้สิ่งนั้นก็คือมีศีลจึงจะได้ทำเราเป็นนักปฏิบัติธรรมแต่เราปฏิบัติศีลไม่จริงไม่จังเราหรอกแหละๆแล้วเราจะไปได้ทำมาแต่ไหนเราจะได้ต้นไม้ต่อเมื่อเราต้องใช้หนี้ไปตัดแต่มีดของเราที่เธอมีของเราไม่รักษาไม่ระวังให้บานให้บินให้มีดมันคิดถึงเธอไม่มีมันหมดคมหรือไม่ก็ไม่ต้องบอกว่า Copy จะไม่มีมีดถ้าคุณจะไปได้ต้นไม้อะไรมามันไม่ได้มันมีทางเดียวว่าเราจะไปตัดไม้เราก็ต้องมีมีดไปตัดต้น ตัดเอาเข้าออกของนั้นแต่ถ้าเราไม่มีเครื่องมือจริงๆเครื่องมือที่จะไปเอาสิ่งนั้นไม่มีหรือมีก็เลวลงเลวลงเลวลงแล้วคุณจะไปได้มันได้มายังไงได้ก็ได้มาทีละน้อยทีละนิดถ้ายิ่งอาวุธมันเสื่อมอาวุธยิ่งไม่มีไปเลยมันก็ไม่มีเลยมันก็ไม่ได้อะไรไปเลยฉันใดก็ฉันนั้นมันนักบวชก็จะต้องมีศีลวิรัชมีศีลที่จะมาควบคุมเราให้พระพุทธที่ดีขึ้นดีขึ้นดีขึ้นยิ่งจะต้องทำให้มันดีขึ้นเหมือนกับเรามีหนี้เราก็จะยิ่งรักษายิ่งพัฒนาให้มีดนั้นมีประสิทธิภาพมีคมๆยิ่งขึ้นเราจะต้องใช้ให้มันดียิ่งขึ้นพัฒนาของนักยิ่งขึ้น อธิศีลยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นไม่ใช่ว่ายิ่งหดไปยิ่งด่างยิ่งพลอยยิ่งเสื่อมยิ่งต่ำยิ่งหดยิ่งหายไปอย่างงั้นมันก็ยิ่งแย่อย่างศาสนาทุกวันนี้ศีลหดเดินมาบอกว่าพระมีศีล 227 มันไม่ใช่ไม่ได้หมายเอาเท่านั้นมันนับเอาวินัยวินัยยิ่งมากยิ่งแสดงถึงวงกว้างของผู้คนของกลุ่มเพราะคนที่มีจริตหลายจริตมากจนเข้าวินัยก็ยิ่งส่งมาพ่อมากเป็นธรรมดาวินัยมากขึ้นแสดงถึงความเป็นหมู่กลุ่มมากขึ้นไม่ได้หมายความว่า ศาสนาลดลงหมายความว่าศาสนาขยายอาณาจักรเพิ่มขึ้นวินัยยิ่งมากวินัยยิ่งมากก็คือคนมันมีจริตมากในมือมีพฤติกรรมมาเพิ่มมากวินัยก็ถึงจะต้องมากยังผู้หญิงนี่มีจริตมากกว่าผู้ชายวินัยของผู้หญิงวินัยของภิกษุณีจึงมากกว่าวินัยของพระภิกษุนี้เป็นต้นมันมีจริตมากกว่าทำตามที่ไม่ได้มันก็ไม่รู้แต่ก็คงจะไม่มากกว่าหรอกเพราะผู้หญิงเป็นพระบวชมาก็ทีหลังผู้ชายตั้งขึ้นตั้งภิกษุณีก็ตั้งขึ้นทีหลังภิกษุแต่มีกฎมีระเบียบมีวินัยอะไรมากก็เพราะว่าจริตมันมากแง่เงินมันมาก จึงจะต้องมีหลักมีกฎอะไรมากจะมองไปเผินๆว่ามีวินัยมากคือศาสนาเสื่อมต่ำมากก็พอได้หรือว่ามีเรื่องที่จะต้องควบคุมดูแลมีคนที่ไม่เข้าท่ามากขึ้นก็ใช่แต่ว่าไม่ได้หมายความว่าวินัยมากๆนั้นก็หมายความว่าหมู่นั้นไม่สะอาดหรือหมู่นั้นต่ำก็ไม่ใช่ไม่ใช่วินัยข้อนึงเกิดขึ้นมาเพราะอาจจะป้องกันคนคนเดียวในหมู่อีกตั้งแสนคนก็ได้มันไม่ได้ไม่ได้หมายความว่าวินัยคือเครื่องพิสูจน์ว่าเสื่อมต่ำไม่ใช่เช่นนั้นภาษีทุกวันนี้เนี่ยหรือวินัย วันนี้ศีลก็เหมือนกันเป็นหลักที่ให้ชวนให้ประพฤติประพฤติไปแล้วเราก็จะได้ธรรมะเองไม่ได้มีการกำหนดว่าจะต้องมีโทษมีภัยมีอะไรต่ออะไรไม่เหมือนกันกับวินัยอย่างที่ได้เคยอธิบายสู่ฟังแล้วพระวินัยเป็นข้อกำหนดขึ้นมาประ 1 กฏหมายถ้าละเมิดก็จะต้องพยายามแก้ไขปรับปรุงตนปรับแล้วก็ได้รับโทษตามลำดับอยากฟังละเอียดร้ายแรงปรับไหมโทษเอาส่วนสีนั้นเป็นข้อที่ให้พื้นได้แล้วบรรลุออกมาแล้วมันก็เป็นธรรมะของเราเองเราทำได้ละเอียดบริสุทธิ์ก็เป็นธรรมะของเราเองหรือวินัยก็เช่นกันถ้าเราปฏิบัติ ได้บางคนแม้แต่วินัยอย่างนี้ก็ยังทำไม่ไหวก็ทำทำให้มันละเอียดให้มันลึกซึ้งให้มันบริสุทธิ์ขึ้นมาตามวินัยนั้นมันก็เป็นคนดีขัดเกลาผู้นั้นผู้นั้นเหมือนกันก็สีเหมือนกันต่างกันแต่ว่าอันโน้นกำหนดแล้วเรามันก็มีโทษกำหนดโทษานุโทษตามลำดับส่วนสีนั้นไม่ได้กำหนดโทษเอาใครหรอกเอาความจริงใจเอาความบริบูรณ์ความบริสุทธิ์และความสมัครใจของคุณเมื่อมาปฏิบัติแล้วมีศีลผู้ปฏิบัติอยู่ก็เป็นผู้ที่เป็นผู้ที่ได้ธรรมะแต่งรูปแบบมาเป็นผู้กองหัวเป็นผู้นุ่งผ้าจีวรแล้วหรือยังก็ไม่ประหลาดผู้มีศีลย่อมมีธรรมเมื่อมีศีลได้ทำ มากขึ้นประมาณหนึ่งประมาณหนึ่งก็เป็นพระขึ้นไปเรื่อยๆประมาณหนึ่งประมาณหนึ่งเป็นพระหรือเป็นผู้ประเสริฐเป็นผู้บริสุทธิ์ขึ้นไปจริงๆมันเป็นเหตุเป็นปัจจัยอย่างแท้จริงอย่างนั้นสำหรับผู้ใดไม่ซื่อสัตย์ต่อศีลแกล้งละเมิดศีลเล่นไปยิ่งไม่เอาจริงก็ช่างมันยิ่งเคยมันก็ยิ่งเสื่อมยิ่งต่ำแต่ที่ว่าพระพุทธเจ้าท่านตรัสแล้วยิ่งทำยิ่งรู้ทั้งรู้ว่านี่เป็นมดเท็จนี่เป็นเรื่องที่มันสับปรับนี่เป็นเรื่องที่ไม่ดีเป็นเรื่องที่ทุจริตก็ยิ่งทำก็ยิ่งไม่เอาใจใส่ยิ่งเพลินยิ่งอะไรก็ยิ่งหมดความเป็นธรรมะหมดความ ผู้ที่จะเจริญเป็นผู้ที่จะพ้นทุกข์อย่างแท้จริงหรือว่าเป็นผู้ที่จะได้ธรรมะได้สิ่งที่ประเสริฐอย่างแท้จริงพระพุทธเจ้าถึงจะสรุปยกตัวอย่างขึ้นอีกว่าจะจบเงามีไว้สำหรับทำอะไรราหูนวดกระจกเงามีไว้สำหรับส่องดูพอรู้จักก็สรุปให้ฟังกรรมทั้งหลายก็เป็นสิ่งที่บุคคลควรสอดส่องพิจารณาดูแล้วๆๆเสร็จก่อนจึงทำลงไปทางกายทางวาจาหรือทางใจชั้นเดียวกันกับกระจกเงานั้นเหมือนกันเพราะเราจะต้องพยายามรู้เห็นให้มันเหมือนกับส่องกระจกเงาแล้วก็จะเห็นสภาพแล้วออกมา พยายามรู้พยายามเห็นอะไรให้เหมือนกับเรามีกระจกเงาเราจะต้องเห็นกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมพยานเห็นเห็นกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมของเราให้เสมอแล้วเราจะได้ปรับปรุงศาสนาพุทธทั้งหมดเณรเหลือเกินเน้นกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมมันเป็นการประกอบการปฏิบัติตามเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันอยู่เสมออย่างที่เราเคยอ่านอภิชาสูตรการหาสูตรอวิชชามีนิวรณ์ 5 เป็นอาหารนิวรณ์ 5 มีทุจริตก็มีนิวรณ์ 5 มีทุจริ 3 เป็นอาหารทุจริต 3 ก็กลายทุจริตวจีทุจริตมโนทุจริตมันเป็นอาหารให้เลยทีเดียวมันจะอ้วนหนีพีมันนิวรณ์ 5 จะมีชีวิตชีวาใหญ่โตมากมายก็เพราะทุจริต 3 กายกรรมคุณทุจริตคุณจะนึกว่าคุณไม่เพิ่มนิวรณ์ไม่ใช่เพิ่มนิวรณ์เพราะท่านตรัสโดยตรงว่านิวรณ์ 5 มีชุดจริต 3 เป็นอาหารพระพุทธประวัติกายกรรมให้มันด่างพร้อยปฏิบัติกายกรรมไม่สำรองสำรวมให้มันทุจริตเรื่อยๆนิวรณ์มันก็มา วจีก็เหมือนกันสวัสดีมันก็ลามกขึ้นไปเลยเอาวิชาก็ยิ่งหนาแน่นเพราะมันเป็นอาหารต่อกันและกันเรื่อยไปนิวรณ์ 5 เป็นอาหารของอวิชชาทุจริต 3 เป็นอาหารของนิวรณ์ 5 เพราะถ้าเราสังวรสำรวมด้วยการสำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 เป็นอาหารการไม่สำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 เป็นอาหารถ้าสำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 ก็เป็นอาหารที่จะก่อให้เกิดสุจริตก่อให้เกิดโพชฌงค์ 7 ก่อให้เกิดสติปัฏฐาน 4 ก่อให้เกิดมิจฉาแต่ถ้าไม่สำรวมอินทรีย์ทั้ง 5 ทั้ง 6 ไม่สำ มันก็เป็นอาหารของทุจริตกายก็ทุจริตไปวจีกับทุจริตไปมโนไปทุจริตไปเพราะไม่สำรวมและเมื่อเป็นอาหารเป็นทุจริตไปได้ทุจริตก็ไปเป็นอาหารของนิวรณ์ต่อการไม่ปฏิบัติไม่ประพฤติทั้งวันทั้งรวมทุจริตก็เกิดมาทุจริตเกิดนิวรณ์ 5 นิวรณ์กิเลสกิเลสนิวรณ์ก็เกิดมันก็เกิดด้วยไปว่าเราจะบอกว่าปฏิบัติธรรมไม่ต้องเกี่ยวด้วยกายไม่ต้องเกี่ยวกับจีนไม่ได้เลยการจะหมดหนี้หมดเมื่อวานก็คือผู้ที่เป็นผู้ที่มีสมาธิมีฌาน บอกว่าการนั่งการยืนการเดินการนอนไม่เกี่ยวกับฌานไม่ใช่เลยเกี่ยวเลยเกี่ยวไหมเกี่ยวกับสมาธิเกี่ยวกับฌานเกี่ยวกับการตัดกิเลสตัณหาโดยตรงและควบคุมดูแลให้มันดูพอเหมาะพอสมกายก็ดีว่าดีก็ดีการกระทำทางกายทางวจีโดยเฉพาะเมื่อควบคุมไปถึงใจใจเป็นเอดส์ใจเป็นประธานถ้าควบคุมแล้วก็เปลี่ยนหยุดก็ได้เร่งก็ได้ให้ใจมีกำลังมากทำให้กลายว่าจีนดีขึ้นมากได้งานพร้อมได้ปรับปรุงได้แถมได้แถมนิดหน่อยให้มีแง่นั้นให้มีแง่นี้ได้มัน ผู้บริบูรณ์ไม่หมดอย่าไปพูดถึงงานพร้อมไปหมดศาสนาพระพุทธเจ้าจึงได้อบรมคนทุกข์อย่างอบรมกายอบรมวจีอบรมมโนอบรมที่จะเป็นคนของสังคมเป็นคนที่อยู่กับสังคมเขาเป็นประโยชน์ต่อสังคมช่วยเหลือโปรไฟล์สังคมเกื้อกูลสังคมศาสนาจึงเป็นศาสนาแห่งสังคมอย่างที่เราก็มีหลักฐานยืนยันเพราะตัวว่าศาสนาพระพุทธเจ้าไม่ได้เป็นศาสนาเป็นไปเพื่อสังคมเดี๋ยวนี้พวกสมัยใหม่ดูถูกหาว่าศาสนาเป็นเครื่องมอมเมาเป็นสิ่งที่เห็นประโยชน์ตนเอาแต่ประโยชน์ตนเพราะมีหลักเกณฑ์ในการที่ให้เพ่งตนเป็นเอกไอ้เพ่งตนเป็นต้น ทานก่อนทำตนให้งามก่อนศาสนาพระพุทธเจ้าสุขุมประณีตนักไม่ได้หมายความว่าเราเองเราจะไปช่วยคนอื่นทั้งๆที่เราก็เคยอยู่เราจะไปทำความสะอาดให้คนอื่นทั้งๆที่มือเราก็ยังเปื้อนเราจะไปปราบทุจริตทั้งๆที่เราก็ไม่รู้ว่าเราทุจริตหรือสุจริตและโดยจริงเราก็ยังทุจริตอยู่นั้นเองเรายังไม่แน่ใจเรายังไม่ได้กระทำความสุจริตให้แก่ตนมาก่อนแล้วจะไปปราบคอรัปชั่นจะไปขึ้นไปบริหารแทนเขาบริหารกันทุจริตเขาบริหารกันไม่ดีแต่ตัวเองก็ยังไม่ได้ทำตัวเองให้ดีตัวเองก็ยังไม่บริสุทธิ์ตัวเองก็ยังไม่หมดทุจริตแต่เราจะไปบริหารเพราะเราเกลียดทุจริตมันก็จะเป็นในเรื่องอะไรแต่ศาสนาพระพุทธเจ้าสอนเป็นขั้นตอนรู้ลำดับ หลังทำไม่ถูกตอนทำไม่ถูกขั้นจะไปช่วยคนตกน้ำเราต้องว่ายน้ำเป็นแล้วอย่างนี้เป็นต้นท่านสอนอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าเอาตัวเองเห็นแก่ตัวเองไม่ใช่แต่ต้องทำที่ตัวเองได้ก่อนต้องสร้างตนให้เป็นเศรษฐีแล้วเราจึงจะไปช่วยคนตนเองยังไม่เป็นเศรษฐีตนเองยังไม่มั่งมีตนเองยังไม่มีอะไรแล้วก็หารกล้าทำอวดโอแล้วกระโดดไปช่วยเขาทั้งที่เราก็แสนจนไม่ช่วยอะไรก็ได้เพราะว่าเราจะไปช่วยคนจนเราก็ต้องทำจนเป็นเศรษฐีซะก่อนไม่ได้หมายความว่าเราเห็นแก่ตัวถ้าเรามีเป้าหมายว่าเราจะไปช่วยคนจนเราจะหาเงินซะก่อนมันก็ต้อง ได้สิมันก็ต้องมีองค์ประกอบเราจะไปช่วยคนจนนี่เราก็จะต้องหาเงินก่อนมันเป็นเหตุปัจจัยเหตุปัจจัยแค่ว่าไปช่วยคนจนนะแล้วเราก็จะเอาวัตถุไปแจกเขาเราก็ต้องหาวัตถุซะก่อนจะเป็นการเห็นแก่ตัวยังไงเราก็จะต้องมีอันนั้นซะก่อนถึงจะเอาไปอันนั้นไปให้คนอื่นได้เจ๊บอกว่าการหาเงินของเราการหาเงินเพื่อเป็นเศรษฐีหรือเป็นผู้ที่มีเงินก่อนแล้วจึงจะเอาให้คนจนจะเป็นการเห็นแก่ตัวไม่ได้แล้วไม่ได้เห็นแก่ตัวแล้วเรามีเป้าหมายด้วยแต่เราต้องมีอันนี้สิบอกว่าไม่หาเงินหาเงินเดี๋ยวเขาจะหาว่าเราเห็นแก่ตัวแต่เราจะไปเอาไปแจกคนจนล่ะเราจะไปเอาวัตถุจากคนจน ไม่หาวัตถุแล้วเอาอะไรไปแจกอ่ะมันแจกไม่ได้เพราะมันต้องมีต้นทางมันต้องมีที่มามันต้องกินก่อนต้นคนมองเผินจึงตีตูดตลบตะแลงกลับไปกลับมาสับปรับเรียบเรียงไม่เป็นมองผิดนึกว่าโมหะเอาหัวเป็นต้นเอาต้นเป็นปลายสลับกันไปสลับกันมามันจึงไม่เจริญศาสนานี้สุขุมประณีตจึงต้องค่อยๆไล่เรียงให้ดีอย่าประมาททุกอย่างมันเกี่ยวพันกันสัมพันธ์กันเข้าไปหาที่สุดทั้งนั้นศาสนาเอาพระพุทธเจ้าสอนคนให้เป็นผู้ดีทุกประเภททุกกระเบียดนิ้วแม้แต่การที่เรามาพิสูจน์ทุกวันนี้เราแต่งตัวมอซอเราแต่งตัวอย่างนี้อย่างนี้ เราก็ยังอยู่ในสังคมมันสูงได้ชุดนี้ก็ชุดเข้าเฝ้าได้แล้วไม่ใช่ต่ำทรามบ่ได้มันเป็นไปได้คนอื่นก็ลำบากไหมเนี่ยเราเองเราอย่างนี้เราเข้าเฝ้างานที่สูงง่ายๆแล้วอย่างนี้เราเข้าเฝ้าคนอื่นโอ้โหต้องไม่ได้ต้องแต่งสูตรแต่งชุดแต่งไอ้โน่นไอ้นี่วันนี้แล้วก็จึงเข้าไปเฝ้าบ่ได้เข้าเฝ้าแต่บางคนนี่ถ้าคุณสังเกตดีๆในร้านนี้เอาปัจจุบัน แล้วท่านเสด็จไปหาหรือเปล่าเปล่าด้วยซ้ำถ้าไม่เสด็จไปหาด้วยซ้ำท่านเสด็จมาหาไอ้คนที่ไม่ได้แต่งชุดอย่างแหมพี่เลิศพิไลนี่ได้เนี่ยตลกตายแน่ตลกไหมถ้ามองให้มันตลกมึงก็ตลกตายอย่างนี้เออถ้าเกิดเข้ามาหาได้มาโอภาปราศรัยด้วยได้ด้วยซ้ำไปคนแต่งแทบตายไม่พูดด้วยสักคำก็ยังได้ถ้าอย่างเงี้ยถ้าก็ยังมาตัดด้วยอะไรด้วยมันไม่ได้หมายความว่าคนเรานี่จะเลิศลอยอยู่ที่เครื่องทรงแต่งตัวง่ายๆหรือว่าเครื่องประกอบเล็กๆน้อยๆใช่มันประกอบ แล้วมันเข้ารูปเข้าร่องไม่ได้หมายความว่าโออาอย่างโลกคือสมมุติทีเดียวในโลกก็ไม่สมมติด้วยก็บอกว่ามอซอมองเผินๆง่ายๆตีระฆังแต่แล้วจริงมันไม่ใช่เพราะว่าอย่างอื่นมันประกอบกันมันกลับกลายเป็นอีกอย่างหนึ่งจับมันเรียบร้อยกลับเป็นดีงามกลับไปง่ายว่าเป็นสะดวกเป็นดูดีเป็นดูดีขึ้นยิ่งกว่าอีกชั้นนึงเลยด้วยซ้ำถ้าว่ากันจริงแล้วเนี่ยเป็นชุดที่บริสุทธิ์เป็นชุดที่สูงขึ้นกว่าด้วยซ้ำถ้าจะว่าไปจริงๆแล้วนี่สังเกตเราก็ยิ่งจะเห็นเรายิ่งสอนรู้เพราะคนสมมุติจะฆ่าสมมติแค่โลกมันก็สมมุติกัน อย่างเราก็สมมุติเรารู้สมมติสัจจะเรารู้ความเป็นจริงของสมมุติแล้วเราก็อยู่กับสมมุติเราไม่ได้ยึดได้ถืออย่างโลกคือยึดถือชาตะรูปะระชะตะฆ่าสมมติของโรคติดตีราคาสูงเป็นขั้นเป็นตอนอะไรเราจะรับหรือเราจะไม่รับเราไม่ไปหลงค่าของโรคที่เกิดสมมุติไปเสียทีเดียวแต่เราก็รู้ค่าสมมติของโลกที่เขาถือกันที่เขายกกันที่เขาใช้กันเป็นอย่างนั้นต่ำอย่างนี้สูงเราก็รู้แต่เรามีความลึกซึ้งเป็นหนี้ยิ่งกว่านั้นที่เราจะปรุงสิ่งที่เหนือกว่านั้นกลับกลับกับทางโลกก็ได้ด้วยประเสริฐกว่าทางโลกก็ได้โดยมีแง่เงินที่ชาวโลกยังมองไม่เห็นมันสูงขึ้น อีกชั้นหนึ่งสอดสอดแทรกเข้าไปจึงเรียกว่าสุขุมป่านนี้มันแทรกมันซ้อนมันเหลื่อมมันบังมันเป็นคำพิลาว่าภาโสมันเป็นเงาซ้อนเงามันเป็นเชิงซ้อนเชิงมันเหนือชั้นใช้ศัพท์สำนวนสมัยนี้มันเหนือชั้นน่ะมันเป็นสภาพเหนือชั้นเดียวเราเป็นอยู่เนี่ยเราเหนือชั้นไม่รู้มองง่ายๆนิดหน่อยแต่อื่นๆมีอีกเราพิสูจน์ได้เราทำได้แม้แต่แค่ยังไม่ทันถึงอะไรนักบวชเลยขนาดนี้ก็มีมาแล้วมันก็ไม่มีสมุดมาก่อนไม่มีสมุดมาก่อนที่ไหนมีเครื่องแต่งตัวชุดนี้ โหลดกระเป๋าไม่ได้มีมาก่อนใครไม่รู้ไม่เห็นแม้แต่ฆราวาสเราเดินไปกาชาดแต่งชุดอย่างนี้เข้าง่ายๆซื้อเสื้อสีมันไม่ผูกปากฉูดฉาดรุนแรงแต่ดูจะหม่นหม่นหมองๆมาด้วยสีน้ำตาลดูเขาบอกว่าสีเศร้าๆด้วยน้ำตาลดำสีสดๆเศร้าๆด้วยเท่ากับเห็นว่าดีสุภาพอย่างที่เราเดินแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าที่เสื้อผ้าเท่านั้นรอไม่มีประกอบการให้คนธรรมดามาแต่งอย่างนี้เฉยๆเหมือนกับชุดยูนิคอร์นของคนงานเยอะแยะไปอยู่ในฟ้องคนงานแตกมันเป็นขบวนขบวนขบวนเลยเหมือนกันแล้วก็ไปออกเป็นกลุ่มเป็นหมู่ไปที่ไหนก็ไม่สะดุดตาไม่ได้ทำให้คนอื่นเขามี สมนึกอะไรขึ้นมาศรัทธาเลื่อมใสขึ้นมาหรือว่าเห็นอะไรขึ้นมาก็ไม่มีใครจะออกมาโอ้ยชุดนี้แหมดูเรียบร้อยจนกระทั่งเอาปูนบำรุงหน้าจะเอาเข็มมาติดให้น่าจะเอาเข็มมาเนี่ยเหมือนชุดอย่างนี้เรียบร้อยจังเขาก็ไม่ได้มีสำนึกเกิดผลอย่างนั้นแต่นี่มีสำนึกคนที่มีปัญญาหรือว่าคนที่รับอันนี้ได้สะดุดแม้ฉันเรียบร้อยจังเลยเลื่อมใสศรัทธาจนปูนบำเหน็จหรือจนให้รางวัลหรือจนให้ของเป็นของตอบแทนแสดงออกถึงน้ำใจอย่างเงี้ยและมันก็ไม่ได้ประกอบไปด้วยแค่เสื้อผ้าอาตมายกตัวอย่างแล้วมันมีอะไรอื่นอีกมันมีอากาศกิริยามันมีใบหน้ามันมีน้ำใจมันมีอะไรบอกออกมา สัมภเวสีรวมออกมาตั้งเยอะตั้งแยะเขารับสิ่งที่ประสมนี่แล้วเขาถึงเห็นแล้วก็รู้ผ่านออกเข้าใจผู้ที่ตื่นๆปัญญาไม่ค่อยแหลมไม่เคยนึกมองไม่เป็นมองไม่ออกมันก็อาจจะไม่ได้รับผิดๆก็ได้เหมือนกันแต่ถ้าผู้ที่มองออกมองเห็นรับได้มันก็ดีแล้วมันก็เกิดผลจริงก็เป็นไปอีกต่อไปก็เป็นตัวอย่างเป็นที่รู้กว้างขวางแม้แต่พิสูจน์ว่าเป็นพระก็มียูนิฟอร์มอย่างนี้เรียบร้อยแล้วสมัยพระพุทธเจ้านั่นน่ะการโกนหัวโล้นดูถูกกันมากอย่าว่าได้มาแต่งตัวอย่างนี้ว่ามองเผินๆเหมือนชาวโลกก็มอซอเลยชุดอย่างนี้มอซอชุดทันสมัยหรือว่า ศักดินาหรือว่าชุดที่มีค่าเป็นคนดีคนสูงหน่อยต้องไม่ใช่อย่างนี้ต้องประเสริฐเลิศตามสมัยนิยมหรืออะไรที่ขึ้นกว่านี้โลกเขาก็ในเมืองไทยก็ตามเดี๋ยวนี้นับถือกันอย่างนั้นก็ตามแค่นั้นถ้าแต่งอย่างนี้เราม 2 การโกนหัวแต่ก่อนก็เหมือนกันแต่สมัยพระพุทธเจ้าโกนหัวนะโมศอกโกนหัวรัดหน้าเหยียดหยามคนโกนหัวทุกคนได้รับโทษเท่านั้นแล้วเขาโกนหัวคนที่มีความผิดเค้าก็โกนหัวอะไรอย่างนี้เขาไม่เขาก็ดูถูกคนโกนหัวบริจาคกลับเอาสิ่งที่เขาดูถูกนั้นมาใช้เป็นสมณะโดนท่านเอาสาระว่าทำไมโกนหัวมีประโยชน์อะไร ประโยชน์เอาสาระน่าจะทำมันเรียบร้อยดีมันง่ายดีไม่สบายดีมันเข้าแก่นไม่ต้องเปลืองไม่ต้องฟุ้งไม่ต้องเปิดไม่ต้องเดือดร้อนมากมายไม่ต้องวุ่นไม่ต้องวายแต่ก่อนนี้เขาก็ไว้ผมกันยาวเลยนักบวชนี้บุญเลยยาวปกติเรียกว่าลำบากหน่อยเพลงหน่อยครับไว้ผมยาวแล้วก็ไม่เอาใจใส่ปล่อยให้ขี้สังกะตังรังแคขึ้นเยอะเลอะเทอะเลยยิ่งไปกันใหญ่สกปรกลามกกันใหญ่บางคนก็ถือว่าโอ้ยนี่ถ้าไม่ติดแม้แต่กลิ่นแม้แต่รูปแล้วแล้วเธอทนเหม็นทนหนาวทนได้โอ้ยเก่งจริงๆนะกลับไปนอนอีก ไม่ใช่สมบัติผู้ดีแต่ของพระพุทธเจ้าท่านเป็นสมบัติผู้ดีไอ้ทนได้ก็มีแง่อีกแหละเพราะคนบางคนเลื่อมใสคนที่ทนได้ต่อรูปต่อรถต่อกลิ่นต่อเสียงและเหม็นก็ไม่ติดเหม็นไม่เกลียดเหม็นหอมไม่ติดหอมอะไรได้ก็เป็นการเก่งที่สุดอย่างนึงเหมือนกันเพราะบางคนบางคนจึงชมชื่นต่อคนนี้โอ้โหผมเฝ้าท่านสกปรกเลอะเทอะมีท่านยังไม่รังเกียจตัวเองเลยเหม็นๆก็ยังทนได้ดมได้อยู่กับมันได้คนนี้ต้องใจวางเป็นแล้วคนนี้ไม่ติดรูปติดฟิล์มติดรถติดเสียติดสัมผัสแล้วเก่งจริงๆคนที่มีจิตในแง่มีจริตในแง่นี้มีปัญญาในแง่นี้เขาก็นิยมชมชื่นได้คนอีกแค่นี้บอกเอ้ยอย่างนี้ไม่เอาอ่ะอย่างนี้ไม่ไหวอ่ะ แล้วก็ไม่นิยมชมชื่นใจละคนเขานิยมกว่ากันในแง่คนจะไปมองว่าทนได้ต่อรูปรถน่าเกลียดน่าชังนี้ก็ทนได้คนได้ไปเห็นแม่นั้นแล้วเขาก็สบายใจชอบเข้าใกล้เข้าหาเลยมีน้อยส่วนถ้ามันเรียบร้อยธรรมดาเกลี้ยงสะอาดเป็นไปโดยสากลนิยมสะอาดคนเข้าใกล้มากกว่าเป็นประโยชน์มากกว่าส่วนไอ้สิ่งที่จะลึกซึ้งต่อไปว่าเราไม่ติดเม้นไม่ติดพร้อมไม่ติดสิ่งเลอะเทอะอะไรนี้ได้อีกแล้วก็พิสูจน์ได้ไม่ทุกข์ร้อนเพราะสิ่งอย่างนี้เราก็มีได้พิสูจน์ได้ในอนาคตรู้กันเข้าไปลึกซึ้งก็ไปก็ไม่เห็นเป็นไรเพราะอันนี้อะไรมัน สูงกว่าท่านก็เลือกเป็นที่เหมาะสมกว่าเป็นสากลนิยมเป็นสิ่งที่เป็นไปโดยโลกโดยปกติอันนี้คัดค้านได้อันนี้แสดงได้อย่างเสื้อผ้าหน้าแพรเราสะอาดสะอ้านแต่งอย่างนี้ไม่ใช่ม.ศอะไรก็เป็นสิ่งที่เรียบร้อยด้วยซ้ำมันละเอียดสุขุมถ้าไม่แต่งมินิไปแต่งฉบับจะว่าไปแต่งอย่างที่ทรงก็ประดิษฐ์เป็นอะไรต่ออะไรจึงเอากิเลสมาแต่งมาตัดมาปรุงไปกันใหญ่อวดอ้างอวดดีอวดมากอวดรวยเป็นเรื่องของกิเลสมากมายเข้าไปอีกท่านก็รู้เพราะงั้นเดี๋ยวนี้ไม่ต้องอวดรวยผ่าเป็นภาพบังสุกุลผ่าทิ้งผ้าขวางก็ยังได้เป้าหมายสะอาดดูพอสมควรง่ายๆมันก็ ร้อยแล้วยกตัวอย่างมุมนึงอันอื่นก็เหมือนกันนี่ศาสนาพระพุทธเจ้าเป็นศาสนาแห่งมหาชนศาสนาต่อสังคมช่วยสังคมโดยเราช่วยตนให้ได้ไม่เปลืองสังคมมีเศรษฐกิจอันเก่งอันดีนักบวชพระพุทธเจ้าเป็นนักเศรษฐกิจที่ดีรู้จักข้ารู้จักของที่ถูกเนื้อถูกกันไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยและเป็นผู้ประหยัดตนเองประหยัดไม่ใช่เป็นนักเอาค่าที่เป็นผลประโยชน์รายได้ที่เราจะเอามาเป็นหลักแต่เป็นรายได้เหมือนกันเป็นรายได้ของโลกเป็นรายได้ของคนทุกคนใครๆก็มีสิทธิ์เมื่อเราทราบคนอื่นก็มีสิทธิ์ไม่หวงแหน ถ้าเราเป็นคนปลูกข้าวคนอื่นก็มีสิทธิ์จะกินข้าวไม่หวงแหนมาขอก็ให้ไปไม่ขี้เหนียวไม่เห็นแกว่าจะต้องเอาตัวกลางเอาเงินมาแลกตีราคาโกงราคาให้มากไม่ทำอะไรขึ้นมาแจกจ่ายได้แจกจ่ายไปถ้าเผื่อจะเป็นประโยชน์แก่เขาใครเอาไปแล้วก็เป็นประโยชน์กับชีวิตเชิญที่เดียวเกื้อกูลทีเดียวเป็นรายได้ของโลกเป็นรายได้ของมนุษย์ชาติทุกคู่เป็นรายได้ของสัตว์โลกทุกคู่ไม่ได้หมายความว่ารายได้นี้คือรายได้ของข้าคนเดียวรายได้ของบริษัทฆ่าคนเดียวบริษัทเดียวไม่ใช่อัตราอย่างนั้นไม่ได้เห็นแก่อัตตาไม่ได้เห็นแก่ตัวตนไม่ได้เห็นแก่ฆ่าคนเดียวบริษัทฆ่าคนเดียวมีกลุ่มฆ่าคนเดียวไม่ใช่กระจายแผ่ แต่คนอื่นๆด้วยเป็นไปต่อมวลมหาชนอย่างนั้นแก่นสาระของพระพุทธเจ้ามันซ้อนจะบอกว่ามีอย่างเขาที่หมายไม่มีจะเป็นอย่างเท่าที่หมายไหมไม่เป็นไรแล้วเป็นประโยชน์แก่คนอื่นหรือเปล่าเป็นคุณธรรมเป็นอุดมคติที่ดีไหมดีทีเดียวรู้จักสิ่งที่ควรตอบคนสร้าง Project สิ่งที่ประเสริฐซับซ้อนรู้
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive