210418-05 ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ ตอน05-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ014.txt

โฟลเดอร์2521 ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ ทวช. (59 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์171 KB
วันที่แก้ไข12 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอังคารที่ 18 เมษายนพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกทำวัตรกันต่อนะเราได้บรรยายกันถึงสูตรที่ทำตัวภิกษุทำตัวเหมือนโจรแต่บรรยายกันแล้วอธิบายกันให้เข้าใจบอกว่าลึกซึ้งก็ได้อธิบายกันอย่างลึกซึ้งซับซ้อนเทียบเคียงแม้แต่อุทานหอนไปปลุกเวลาที่ฐานทำมาที่ฐานมันสำคัญกับบุคลิกฐานจะซับซ้อนเข้าไปแล้วยิ่งเป็นคำพิลา เป็นสภาพที่เป็นเงาซ้อนเงาซึ่งมันเงาซ้อนๆๆก็ไปแล้วมันลึกซึ้งยิ่งลึกยิ่งอ่านยากรู้ยากมันยิ่งมาสัมผัสกันรู้สึกว่าไกลซับซ้อนกันแต่ถ้าเผื่อว่าเรามีปัญญาดีสามารถรีบเรียนสามารถจับขั้นตอนกับชั้นเชิงของมันได้เราก็สามารถที่จะรู้ได้ว่ามันเกี่ยวโยงกันไปถึงเปราะไหนเปราะไหนชั้นไหนละเอียดลึกๆๆเข้าไปอย่างไรตามที่ได้อธิบายไปนั้นเท่าที่จะสามารถใช้ภาษาเรียบเรียงถ้าผู้ยิ่งเข้าใจดีเห็นเองเข้าใจเองยิ่งจะเรียบเรียงได้ชัดยิ่งกว่านั้นไม่สับสน เห็นว่ามันเกี่ยวพันโยงกันไปหมดเพราะทุกอย่างในโลกนี้มันรวมกันเกี่ยวกันจริงๆแต่ทีนี้เราก็จะต้องมาไม่ใช่อ่านเปล่าไม่ใช่ว่ารู้ไปเปล่าแต่เราจะต้องเอามาสำรวมสังวรเอามาสำนึกว่าภิกษุพระพุทธเจ้าท่านตรัสตั้งแต่อย่าไปจนกระทั่งถึงละเอียดสุดถึงขั้นมานะที่ได้สรุปหรือว่าได้อธิบายอย่างพิสดารให้ฟังแล้วก็จะขอสรุปอีกว่าย้อนทวนเป็นปัจจุบันตั้งแต่ปลายตั้งแต่สูงสุดขั้นละเอียดว่าภิกษุลามกเที่ยวไปคนเดียวนั่นน่ะเป็น ย่อมทำตนให้ถูกขุดรากถูกกำจัดความดีเป็นผู้มีความชั่วติดตัวผู้รู้พากันติเตียนได้ประสบสิ่งมิใช่บุญเป็นอันมากยังเป็นอยู่นั่นเองสำหรับแม้แต่ว่าเป็นภิกษุลามกผู้เที่ยวไปคนเดียวอาจจะเป็นคนเดียวเป็นอย่างไรจะเป็นคนเดียวก็คือเลี่ยงไปอยู่เสียตามชนบทปลายแดนแต่ผู้เดียวพระษานี้ก็ชัดทางท่านพุทธทาสพยายามใช้จะเรียกว่าไปอยู่เขาอยู่ถ้ำอยู่ป่าอยู่อะไรเนี่ยแต่ตามที

อ่านต่อ

่ภาษาเดิมที่ท่านแปลมาเนี่ยมันไม่ชัดเพราะว่าเรื่องไปอยู่ตามชนบทปลายแดนอันนี้ภาษานี้ชัดกว่า คืนนี้จัดกลุ่มหมู่ชนถ้าได้มือกลุ่มที่เป็นคนในเมืองในกรุงมันก็เจียวจาวจุ้นจ้านมีหมู่คนเยอะมีกลุ่มคนเยอะมีเรื่องเยอะมีโลกียะที่สังขารที่ปรุงกันมากซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่อคนที่ไม่ไปศรีประชาทางธรรมอย่างแท้จริงแล้วก็จะมอมเมาแล้วก็จะทำให้คนหมกมุ่นอยู่ในโลกีย์กันอย่างหนักก็จริงเพราะในเชิงแรกควรจะปลีกตัวออกจากกลุ่มไปอยู่ชนบทก็จะถูกถูกมอมเมาหรือถูกย้อมด้วยโลกียะลดลงบ้างดูเป็นเชิงเป็นชั้นเห็นว่าเป็นการ 3 ตัวเป็นการที่จะถูกมอมเมาน้อยลงในโลกียะก็จริงทีนี้มาเชิงชั้นต้นนี่แหละเลยไปยึดเอาเป็นปลายที่จริงเป็นต้นนะอย่าไปยึดเอาเป็นปลายก็เลยไปติดเอาไปอยู่เสียชนบทแล้วไม่ชนบทธรรมดาที่ว่ามันลดลงบ้างถ้าทนไม่ได้ก็หนีไปชนบทปลายแดนนี้ก็ไปเข้าใกล้ป่าใกล้เขาใกล้ถ้ำใกล้สิงสาราสัตว์ห่างจากบุคคลต้องเป็นมากที่สุดจนเลยเถิดสุดโต่งเข้าไปอยู่ในป่ามืดมิดเลยตอนนี้อธิบายเป็นขั้นเป็นต่อให้ฟังมันเลยกลายเป็นเรื่องสุดโต่งที่หนีลึกเข้าไปเข้าถ้ำเข้า เขาผูกตัวเองปิดตัวเองมิดตัวเองไว้เลยไม่สำคัญกับมนุษย์ชาติซึ่งเป็นการตกขอบตกรอบตกทิศทางของพระพุทธเจ้าแม้ที่สุดมาอธิบายความกลับกันว่าถ้าพระธุดงค์แล้วจะต้องอยู่ห่างจากผู้คน 2 กิโลขึ้นไปซึ่งมันผิดถนัดกลับกันอีกพระพุทธเจ้าว่าถ้าจะไปอยู่จากห่างจากตัวบ้านตัวเมืองหรือห่างจากผู้คนและอย่าห่างเกินกว่า 2 กิโลเมตรมันกลับกันใช่ไหมเพราะว่าเราจะต้องมาบิณฑบาตรกับผู้คนมันไกลเกินไปถ้าไกลกลับบ้านก็เรือนที่จะต้องบินทำบาปโคจรบิณฑบาตจะต้องเกี่ยวพันกับเพราะท่านถูกคนไว้กับท่านถูกพระไว้กับคนศาสนาพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ศาสนาเสือสิงสาราสัตว์ไม่ใช่ศาสนาชีไพรไม่ใช่พระพุทธเจ้าแก้เหลือเกินแก้จุดนี้แต่คนไม่เข้าใจจริงๆจึงทำความเข้าใจที่เพี้ยนกลับกันเข้าใจผิดหาว่าพระธุดงค์ที่แน่ๆแล้วต้องห่างไกลจากผู้คนเกิน 2 กิโลเมตรขึ้นไปเธอเข้าไปบิณฑบาตรหนักเข้าไปไม่สบายกับผีสางเทวดาต้นไม้ไปซะอีกเลอะเทอะเปรอะเปื้อนเป็นดาบสเป็นชีพภัยที่เน่าเหม็นมิจฉาทิฐิไปไกลเลยแล้วก็อธิบายกันอธิบายกันอย่างปวดศักดาด้วยว่ามันมีหลายตัวยอดนี่แหละตัวพระพุทธศาสนามันก็เลยชิบหายกันใหญ่ศาสนาเพราะความเข้าใจผิดความกลับกัน มันไม่สอดคล้องกันนะมันไม่สอดคล้องมันขัดเลยเชียวเนี่ยที่อธิบายเนี่ยเข้าใจจะเห็นได้ชัดเพราะมันขัดมันคำพูดคล้ายกันคำว่า 2 กิโลห่าง 2 กิโลเหมือนคำว่าห่าง 2 กิโลเมตรเหมือนกันแต่ยังไงล่ะแนวมันผิดทางกันแล้วต้องห่างไปกว่าไม่ใช่ต้องอย่าห่างไปกว่าเนี่ยมันเพี้ยนได้นิดนึงนิดนึงตอนนิดๆนี่แหละมันทำให้คนกลบเกลื่อนแล้วก็แปลสภาพทำสิแล้วแต่ก็ทำความหมายคนเข้าใจผิดแล้วก็ผิดอย่างนี้ค่อยๆผิดน้อยๆเงี้ยมันดูนิดนึงดูนิดนึงแล้วมันก็กลายไปสุดท้ายก็เลยมาสนับสนุนคนเข้าไปอยู่ป่าอยู่เขาอยู่ถ้ำไกลกว่าชนบทปลายแดงถ้าว่าชนบทปลายแดนนี่ยังเห็นว่ายังอยู่ใกล้กับ ศัพท์นี้ยังดีกว่าเข้าไปอยู่ป่าอยู่เขาอยู่ถ้ำไปอยู่ลึกแต่สมัยพระพุทธเจ้ามันมีคนอย่างนั้นจริงเพราะว่าเขาศึกษาศาสนามาแบบชีไพรมาแบบดาบสหลงผิดไปในทางที่จะต้องเอาตัวเองไปอย่างนั้นแล้วก็สอนกันว่าอย่าไปหลงยินดีเลยก็อดก็อดก็ข่มเอาจนกระทั่งสามารถทนได้ทุกทีๆชีวิตไปตลอดชาติถ้าผู้ใดมีบารมีบ้างเล็กน้อยมันก็พอดูทีกันไปได้แล้วก็ตายไปชีวิตแล้วชีวิตเราก็ได้ตายไปชีวิตฉันรอชีวิตเอาไว้ไม่ให้มันดิ้นโดนตัดสายรุนแรงออกไปหาโลกิยะก็ชะลอชีวิตตัวเองได้เพราะว่าตัวเองกิเลสไม่แรงนักมันเป็นต้นทุนเมื่อการได้มาฉลองมันก็จะเห็นความ สงบแล้วก็เอาจุดสงบนี่ล่อล่อจูงดึงจนกระทั่งเห็นรถของความสงบจิตสงบอยู่ได้มีรถพอที่จะดึงออกจากไม่ไปคลุกคลีเกี่ยวข้องกับโลกีย์ก็เลยอยู่กับสงบเนี่ยเดี๋ยวจะรอชีวิตไปมันก็ไม่นานช้ามันก็ไม่กี่ร้อยปีก็ตายก็ตายไปแล้วก็ไม่ได้รู้หรอกว่ามันมันลุกไม่เข้าใจแต่ก็รู้ว่าได้สงบอย่างนี้เป็นตัวบรรลุแล้วก็ตายไปแล้วตายไปแล้วทับถมกันมีอยู่เยอะแยะมากมายเป็นศาสนาไม่สุดสิ้นพระพุทธเจ้าไม่รับรองว่าเป็นการบริสุทธิ์ผุดผ่องหรือว่าการหมดกิเลสราคะเพราะมันไม่รู้จักกิเลสราคะที่แท้จริงมันเป็นแต่เพียงกฎของทับถมปิดเอาไว้เหมือนกับเราเอาของ เซฟไว้แล้วก็ไม่ต้องเปิดดูมันนึกว่าทำลืมไปเลยแล้วก็ตายจากกันไปเฉยๆแต่ขอนั้นหาได้หมดจากเซฟไฟไหม้ไม่ได้หมดจากเซฟพอมันอยู่ในเซฟปิดทิ้งไว้ทำลืมเจตนาทำลืมด้วยไปอยู่ป่าอยู่เขาอยู่ท่านเจตนาทำลืมไม่ได้มีปัญญาวิเคราะห์ว่าอะไรที่เราเอาไว้ในเซฟที่แท้มันกินกิเลสตัณหาที่แท้มันอาสวะอนุสัยไม่รู้ไม่เข้าใจไม่มีความเข้าใจว่าเป็นรูปร่างยังไงกิเลสตัณหารูปร่างยังไงอนุสัยอัศวะไม่มีสภาพยังไม่มีสภาวะธรรมยังไงไม่รู้จักมึงไม่รู้จักก็ไม่ได้ถอนรากเน่าไม่มีปัญญารู้มาเจอมันอีกตื่นขึ้นมาเจอมาอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ตัวมันมันก็กินตัวอีกทุกทีเพราะ รู้เหมือนว่าเป็นอะไรมันมากินตัวเราก็ไม่รู้มันไม่เข้าใจว่ามันเป็นเป็นยังไงเรียกว่าไม่เกิดความเห็นและเกิดปัญญาศาสนาพระพุทธเจ้าจึงฆ่าด้วยปัญญาดับดิ้นสิ้นชาติไปจริงๆเห็นชัดรู้ชัดว่าไอ้นี่เป็นตัวเป็นตนไอ้นี่เป็นเชื้อเป็นชิ้นไอ้นี่เป็นตัวเป็นๆมีตัวไอ้นี่เป็นสภาพที่มันมีอย่างนี้เห็นและรู้ชัดฆ่าทำลายเส้นสูญไปจริงๆมันจึงจะสนิทสิ้นสาบไอ้นี่ไม่สนิทสินทรัพย์เพราะความไม่มีปัญญารู้ไม่เข้าใจรู้ด้วยธาตุวิญญาณให้แทนต้องเอาภาพวิญญาณเอาจิตปัญญานี่เข้ามารู้วิญญาณและปัญญาก็อยู่ในธาตุวิญญาณธาตุวิญญาณ ญาติกันยิ่งวิญญาณที่จิตวิญญาณก็มาจากภาษาวิจารณญาณคือยิ่งไม่มีกิเลสประกอบทวิแปลว่าไม่ก็คือไม่มีกิเลสถ้าแปลว่ายิ่งก็คือตัวยาแท้ๆญาณบริสุทธิ์ยานเพียวเพียววิญญาณนางเป็นลักษณะของพุทธต้องเข้าใจประเด็นแท้ที่สุดของพุทธศักราชเอาไว้แม้แต่มี 5 ระดับระดับสุดท้ายนี่คือระดับสุดโต่งไปในทางอัตภาพประเทศทางหลวงพบหลงชาติไม่ชำแรกลงไปในภาวะตัณหาไม่ศึกษาเพราะว่าปัญหาเศรษฐกิจ จะมีวิชารู้ในกามตัณหาก็รู้แต่ตามหยาบๆแต่รู้ปะราคะที่เป็นกามละเอียดก็ไม่เข้าใจไม่เข้าใจพวกศาสนาที่ออกป่าออกเขาออกถ้ำหลับหูหลับตาตรงนี้ไม่เข้าใจตามรายละเอียดหรอกเราจะเห็นได้มีตัวอย่างอย่างพระอริยะที่บอกว่านั่งสายหลับตาแล้วก็เป็นอะไรต่ออะไรจะไปยกย่องในอาหารทุกวันนี้ไม่รู้จักกามันละเอียดอย่าว่าละเอียดเลยขั้นกลางก็ยังไม่รู้ไม่ได้เห็นได้ชัดยังติดรถติดลูกติดสีติดกลิ่นอะไรอยู่ธรรมดาแม้แต่สิ่งเสพติดยังสูบบุหรี่กินหมากยังทำอะไรตายอยู่เนี่ยพระสายที่หลับตาสายเกจิสายที่ปลีกไม่ใช้ปัญญา ไม่ใช่ปัญญาที่จะวิเคราะห์การรู้เรียนทั้งบัญญัติปริยัติปฏิบัติลงไปให้เข้าใจแท้ๆสอดคล้องไปอย่างลึกซึ้งไม่เรียนอย่างนั้นไม่ลึกซึ้งหรอกจะได้แต่กรรมอยากๆการชั้นกลางชั้นละเอียดไม่ละจะเห็นได้ชัดมีหลักฐานมีของจริงที่พูดขึ้นถึงเนี่ยทุกคนก็คงจะนึกออกนึกรู้ยังไม่ละเอียดหรอกยังไม่ละเอียดแม้แต่การแค่มีแค่นี้รูปรถแค่นี้ก็ไม่เข้าใจและก็ยังติดแล้วไม่รู้จิตที่เราเองไม่รู้หรอกติดอยู่ในกรอบพลาสติกตัวเองติดแต่ก็ไม่รู้ความจริงว่าตัวเองติดเพราะฉะนั้นจะเป็นหมายเอาลึกซึ้งละเอียดจริงๆนั้นไม่ได้ไม่ได้พระพุทธเจ้า ไม่รับรองไม่รับรองจริงๆหลักฐานอย่างนี้ก็แสดงอยู่ที่นี้ที่บอกว่าลามกนี่ไม่ใช่ว่าไปติดอยู่ที่ชนบทปลายแดนอยู่เท่านั้นมีคำขยายต่อไปอีกว่าเธอเข้าไปสู่สกุลทั้งหลายในชนบทนั้นๆย่อมได้ลาภย่อมได้ลาแล้วเป็นจริงเพราะว่าความเข้าใจชั้นต้นๆง่ายๆเห็นว่าผู้ที่ลักทรัพย์ความสงบหรือว่าอยู่ในความสงบได้เป็นผู้ที่เก่งเพราะโลกเราเนี่ยมันอยู่ไม่ได้ด้วยความสงบมันหยุดไม่ได้เลยสักนิดนึงมันจะต้องไปปรุงแต่กะโลกียะรถอยู่กับกามารมณ์อยู่กับกามคุณอยู่กับลาภยศสรรเสริญสุขมากทีเดียวเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดแสดงสภาพได้ว่าเราอยู่สงบได้บ้าง ถ้าเป็นสมณะก็ไปอยู่ที่เงียบที่สงบโดยไม่มีปัญหาอะไรมากคนจะเคารพทันทีมันเป็นสภาวะแรกเป็นเบื้องต้นเห็นได้ง่ายเห็นได้ชัดบางคนก็เข้าใจง่ายไม่เข้าใจง่ายเพราะย่อมนับถือบูชาศรัทธาเลื่อมใสไม่นับถือบูชาศรัทธาเลื่อมใสครับถ้าออกมาจากชนบทปลายแดงเมื่อไหร่แล้วก็รวยเหมือนกันได้ลาภเหมือนกันเวลาขณะที่ออกมาได้ราบอยู่ก็ไม่รู้จิตของตนเองว่ายังสู้เพื่ออะไรบางคนออกมาเพื่อเจตนาออนไลน์ออกมาจากชนบทชายแดนได้ก็เอาลาบนั้นกลับไปยังที่ตัวเองอยู่แล้วก็จีนซึ่งวันกินไปเก็บกินไปเก็บใช้ไปเพราะว่า นี่เราจะเป็นลามกอยู่ตลอดเวลานี่ไม่ใช่ส. เสือกนะอธิบายสภาพให้ฟังเป็นอย่างนั้นหรือแม้แต่ไม่เข้าสู่สกุลกลับกันเดี๋ยวนี้สกุลมีรถมีรามีอะไรเขาก็เดินต่อไปหาได้เลยบุกไปถึงเลยแล้วก็ไม่ได้อยู่ไกลเราอยู่ชนบทปลายแดงมันก็ไปได้เดี๋ยวนี้อยู่ชนบทปลายแดนว่างั้นน่ะไปถึงแล้วถ้าฝนตกเอาปลาไปเลยก็บอกแล้วอธิบายให้ฟังแล้วว่ามันผิดเขาไปอยู่ถ้ำอยู่เขาอยู่อะไรลึกซึ้งไปเลยไกลผู้ไกลคนเกิน 2 กิโลไปเลยถ้าผิดแล้วเพราะมันไปอยู่แค่ชนบทปลายแดนแล้วก็เป็นหลงหลงแล้วก็มาหาราก ยศอะไรมันก็จะกลายเป็นลามกทุกอย่างนี้ตลอดเวลาแต่ถ้างั้นผมจะยืนยันว่าแดนอโศกนี่เป็นอรัญญวาสีแดนอโศกนี่เป็นอรัญญวาสีไม่ใช่จะต้องเป็นที่ระบุป่าป่าดงป่าน้ำป่าอะไรกันเลยเถิดไปให้ไม่มากมายอะไรหรอกเพราะชีวิตของคนเราไม่จำเป็นจะต้องไปบุกอย่างนั้นยิ่งทุกวันนี้ยิ่งไม่จำเป็นไม่จำเป็นคุณทุกคนไม่ใช่ทุกข์เพราะคุณไปอยู่ป่าคนเราเกิดมาไม่มีใครจะพัฒนาไปอยู่ป่ามีแต่จะพัฒนาอยู่กับฝูงชนให้มีสามัคคีให้มีภราดรภาพสันติภาพเกื้อกูลกันจับกลุ่มกันอยู่ได้เป็นสังคมสิงโตอันใหญ่แต่สังคมที่เกื้อกูลกันได้จิตที่ไม่โลภไม่โกรธมี พัฒนามาทางนี้ไม่มีใครจะพิพัฒนาปลีกตนต่างคนต่างแยกออกไปอยู่ป่าไม่มีไม่มีมีแต่ชาวป่าเท่านั้นคนเนี่ยคนเมืองนี่เข้าไปเอื้อมมือไปหาคนป่าแล้วก็ไปพัฒนาช่วยเขาให้มีกินดีอยู่ดีๆก็เป็นจิตใจของคนเมืองแต่คนเมืองก็ไม่ฉลาดเหมือนกับตัวฉลาดเอาหลายๆอย่างไปมอมเมาคนป่าเขาอีกทั้งๆที่เขาเองเขาอยู่ได้เขาไม่มีทุกข์เขาไม่เดือดร้อนก็ไม่ได้หลงใหลอะไรมากมายเพราะบางสิ่งบางอย่างที่เป็นไปในทางทรมานสุขภาพเขาตายเร็วเพราะเขาไม่รู้ในธรรมชาติของการอยู่การกินในสิ่งอะไรอะไรบางอย่างและอันที่มันไม่ไม่ไม่ไม่ไม่รักษาพันธุ์ไม่บำรุงพันธุ์หรือไม่บำรุงชีวิตไม่ หาชีวิตรอดตายง่ายมันมีจริงเพราะฉะนั้นชาวป่านี่ก็พัฒนาตัวเองให้กลุ่มหมู่โตขึ้นเร็วขยายพันธุ์เร็วไม่ได้เพราะว่ามันไม่มีความรู้ในทางนี้เขาจึงขยายพันธุ์เร็วไม่ได้คนต่างตายโดยธรรมชาติตายโดยความรู้เท่าไม่ถึงไม่มีปัญญาตายโดยโรคตายโดยการอยู่ตากายโดยการกินอะไรอย่างนี้มันมีได้จริงมันก็ควรจะไปช่วยเขาคนเมืองจะไปช่วยคนป่าก็ไปช่วยในลักษณะที่ให้เขาได้มีชีวิตอยู่อันดีขึ้นนิดหน่อยไม่ใช่ไปหลอกไปมอบเขาแต่เขาจะอยู่อย่างนั้นโดยธรรมชาติของเขาเขาจะอยู่อย่างนั้นมันก็ดีมันก็สบายของเขาอยู่มันบางทีก็ไปมอบๆก็เกินไปอันนี้ก็เน้นมาหาว่าถ้าภิกษุไปหลงผิด หลงป่าหลงเขาหลงถ้ำหลวงพ่อจมอยู่กับชีวิตอย่างนั้นไปเลยก็ไม่เรียกว่าคนพัฒนาไม่ได้ว่าคนเจริญไม่เรียกว่าคนก้าวหน้าโดยเฉพาะด้านจิตใจก็เป็นแต่เพียงชะลอหรือว่าทำให้จิตใจเป็นประธานอยู่ในจุดหนึ่งเท่านั้นเองประดับปรมาก็หมายความว่าได้มีบทบาทบทบาทพระก็คือบทนั่นเองและมีบทที่สูงขึ้นบ้างกระมังปรมังแต่ว่ายิ่งขึ้นหรือสูงขึ้นบ้างก็มีเหมือนกันมีบทที่ 9 ขึ้นมาหน่อยนึงพอมันได้หน่อยนึงหยุดเลยได้แค่นั้นแล้วก็เอาแค่นั้นเป็นบทเป็นบาทเป็นฐานบทที่แปลว่าฐานก็ได้เป็นฐานะเป็นฐานะแห่งตนเองยึดนั่นเลยไม่เคลื่อนย้ายธรรมดาศาสนาในสอนอีกคนโดยเฉพาะศาสนา สอนให้คนเจริญขึ้นตลอดเวลาก้าวหน้าขึ้นไม่เอาแม้แต่แค่หยุดอยู่ที่เก่าไม่เอาแค่จุดจุดที่เก่ายังยืนยันหลักการของพระเจ้าเจริญขึ้นเท่านั้นเพราะฉะนั้นการหยุดอยู่ที่เก่าแล้วก็ยึดเอาแค่นี้เป็นสุดผิดเพราะว่าการเจริญขึ้นนั้นเจริญขึ้นได้ตลอดนิรันดรอนันตังเจริญได้อนันตังเจริญได้นิรันดร 9 ได้นิรันดรมีทางเข้าจริงๆมีทางเจริญได้จริงๆไม่เจริญได้ในทางของหยาบก็เจริญได้ของละเอียดภูมิปัญญาสร้างความเจริญลึกซึ้งได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดไม่มีที่สิ้นสุดแม้แต่เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วแต่เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วไม่ขอรับรองขอใครความไม่ฟังพระพุทธเจ้ามีแต่จะยิ่ง ฉลาดสุดยอดไม่ทันท่านท่านมีแต่อัตราส่วนประสิทธิภาพทวีเจริญสูงขึ้นเรื่อยๆยิ่งไม่ทันท่านใดที่เป็นอัตราเร่งที่ฉลาดที่สุดยอดไปเลยเพราะการจะเจริญขึ้นนี่เป็นสมบัติของคนเป็นสมบัติของการพัฒนาศาสนาสอนให้คนพัฒนาสอนให้คนเจริญไม่ใช่สอนให้คนติดเกาะยึดไม่ใช่โดยเฉพาะยิ่งศาสนาพุทธไม่ได้สอนให้คนติดเกาะยึดตายอยู่กับที่นั่นประทับปรมาจึงแปลว่ามันไม่ได้อะไรหน่อยนึงปรมังแปลว่ายิ่งแปลว่าสูงพอไปได้ฐานสูงหน่อยๆแล้วก็ทานติดฐานยึดฐานนั้นเอาเท่านั้นฟังดีๆไม่ได้หมายความว่าคนสอนไม่ได้ประ คนหลงเกาะประทับปรมะที่ผมเคยแปลประทับปรมาว่าคนเอาหัวยันพื้นคนละหัวยันตีนเอาหัวยันตีนคือเป็นยันต์เอาไว้ที่ที่เดียวไปได้ที่นั้นแล้วก็หยุดอยู่ตรงนั้นเลยไม่เจริญหรอกอย่างนี้ไม่ดีแล้วผู้ใดที่ไปได้ยึดได้แค่ได้แค่หนึ่งออกไปชนบทปลายแดนถึงบอกแล้วว่าเป็นเป็นเบื้องต้นถ้าผู้ใดขี้เหร่มากแต่ทดสอบดูก็ลองห่างรองพรากไม้ในชุมชนน้ำออกไปห่างดูสักหน่อยนึงมันจะทนได้ไหมแล้วเราจะเห็นกิเลสแล้วก็ปราบกิเลสนั้นพอปลากิเลสนั้นได้แล้วก็หาชั้นตอนต่อไปอีกจะทำสูงขึ้นไปอีกถ้าทำได้จนกระทั่ง โซดาสกิทาเราก็แน่ใจเป็นอนาคาแล้วทีนี้ต้องกลับเข้ากลุ่มเป็นข่าวมาว่าสีบ้างเวียนไปเวียนมาถ้าสมมุติว่าเวียนไปเวียนมายิ่งชัดถ้าเราเองเราเรียนรู้ไปเข้ากลุ่มมั่งเข้าเข้าอรัญญวาสีบ้างและบอกแล้วว่าอรัญญวาสีก็ไม่ใช่เดี่ยวไปเลยจนเลยเถิดถึงได้บอกว่าท่านแปลว่าชนบทปลายแดงมีความหมายของลักษณะของศาสนาสอนพอสมควรไปชนบทปลายแดนนี้ไม่มีโลกิยะไม่มีกามารมณ์ไม่มีโรคอะไรมากมายหรอกเบาแม้ในเบานั่นแหละก็เรียนให้ละเอียดเรียนให้ชัดได้เรียนรู้ได้มันไม่มีความยอมใจรุนแรงหรอก สามารถที่จะรู้รู้ได้และมีความรู้แล้วมันก็ไอ้กิเลสชนบทมันน้อยกิเลสชนบทปลายแดนน่ะน้อยเราเรียนรู้ตั้งแต่หยาบพอเราอยู่ในกรุงที่เคยถูกมอมหยาบหยาบจนอ่านชัดแล้วโอ้รูปร่างของกิเลสโลกิยะรูปรสกลิ่นเสียงอย่างชนบทไม่เข้าใจดีจังเราจ่ายแล้วก็จะลึกซึ้งได้เพราะเราก็ต้องเวียนพอเวลาเป็นโสดาสกิทาแล้วถึงธนาคารก็คือปล่อยคนทำอย่างลูกโลกไม่ได้มันยังเหลือแต่พบว่าปัญหากามคุณไม่มีการรถไม่มีก็เข้ามาอยู่กับการเอารถกามคุณได้ประกาศราคาเราไม่มีเป็นพระอนาคามีราคะสังโยชน์เหลือเศษน้อยๆเราก็อยู่ได้อย่างพวกเรานี่จะฝึกได้เปลี่ยนแล้วเรารู้ว่าเราเองเรามีอำนาจ มีอำนาจสูงกว่ารูปรถติดเสียสัมผัสพวกนี้แทนที่มันจะมอมเมาเราหรือว่ามันจะเอาเราตายเราอยู่เหนือมันบ้างแล้วเราเป็นข้าศึกที่รู้น่ารู้ตามันสามารถเจอหน้ากันประจันหน้ากันฟันมันลงเดี๋ยวนี้ฟันมันลงเดี๋ยวนี้ได้เป็นสติปัฏฐานเป็นอานาปานสติเป็นอานาปานสติคือมีสติสัมปชัญญะอยู่ตลอดทุกเวลาที่ลมหายใจเข้าออกแล้วก็สามารถที่จะรู้กายสังขารจิตสังขารสามารถรู้จริงๆไม่ใช่เป็นหลักการรวนลืมตาหรือมีสติตลอดเวลารู้ตลอดเวลารู้ตลอดเวลานี่เป็นจิตสังขารเป็นตัวไหนรู้จักรู้รูปของจิตเลยมีรูปเป็นจิตรู้รูปไปติดลูกเป็นจิต นาคามีนี่แหละรู้รูปไปติดดีเพราะแค่หยาบๆสบายแล้วเหลือละเอียดเป็นรูปเป็นรูปเป็นจิตเป็นผู้ที่มีฌานณิชาหมายความว่าสามารถเผากิเลสไอ้ที่อย่าไปที่กวนจนกระทั่งทำร้ายเราไม่ได้แล้วเป็นสมาธิดีแล้วเราก็สามารถที่จะรู้จิตสามารถที่จะจับผิดได้วิตกวิจารณ์จิตได้วิตกกาดคือจิตพฤติกรรมของจิตวิทยาราชพฤติกรรมของจิตที่ตกวิจารณ์รู้ได้อ๋อนี่คือสังขารไม่มีข้าศึกเข้ามาเรื่องรามไม่มีผีเข้ามาปนไม่มีกลิ่นเลยเข้ามาร่วมร่วมปรุงอยู่ในเขตรู้และก็พยายามเปลี่ยนหรือค่ากิเลสหรือลดกิเลสให้บางเบาบางเบาบางอย่าง ที่สุดมันอึดอัดขัดเคืองก็เปลี่ยนมาเป็นประมงทะยานอธิปประมาทก็หมายความว่าให้มันร่าเริงไทยรัฐก็พยายามปรับเปลี่ยนไปในจุดที่ว่าทำยังไงเราจะผลักไสไอ้จุดนี้ออกไปก่อนอธิบายว่ามันเป็นการพ้นทุกข์ชุดแรกจะเป็นสวรรค์บาร์เราจะมาเบิกบานร่าเริงในจุดแรกก็ยังดีกว่าแต่เราอย่าหลงผิดว่าเราหมดกิเลสในขณะที่ประมูลที่ยังมันเบิกบานร่าเริงปลื้มอกปลื้มใจด้วยดีใจไปในเชิงที่มีรถอยู่บ้านมีรถกินดีมีรถดีที่เราชอบใจมันมีความชอบ อยู่บ้านมันยังมีเชื้อของกิเลสอยู่เหมือนกันแต่ก็ยังดีกว่าเราอึดอัดขัดเคืองทุกข์ทรมานเป็นอุปราชแปลว่าใหม่อสังก็แปลว่าไม่ไม่ให้มันร่วมไม่ให้มันประกอบไม่ให้มันมีเราก็จะเลอะรถอันนี้ลงไปตอนแรกฐานแรกกับที่ประมูลพยายามมาว่ายังเป็นผู้ที่เป็นสุขสบายดีอยู่มียินดีปรีดาอยู่ก็ไปถามสุดฐานชั้นแรกชั้นทุกชั้นอย่างถ้าเรา ถ้าไม่ตั้งมั่นแข็งแรงแล้วก็มีปัญญาสอนลงไปอีกว่าอย่างนี้เราก็จะลดอโศกอยู่ได้ชัดภาษาที่ใช้แทนเนี่ยหมายความว่าแม้แต่จะมีเศษศพหรือเศษกิเลสอีกทุลีละอองธุลีดินเราก็จะเอาให้เกลี้ยงเบาไปอีกนะปล่อยอยู่ปล่อยอยู่รีโมทหรือยังเพราะฉะนั้นฐานะสติข้อที่ 9 10 11 12 18 9 10 11 ไม่ใช่ 9 10 11 12 13 14 15 16 12 24 ข้อนี้ถึงบอกให้รู้สึกสังขารชั้นสูงขึ้นไปธนาคารและกลุ่มได้ ลดได้รีโมทจะยังอันที่ 12 ปล่อยอยู่ปล่อยอยู่รถอยู่รถอยู่รถหรือปล่อยรถอยู่ปล่อยอยู่เรื่อยๆเพราะงั้นถึงข้อ 12 ถึงทำอยู่นะไม่ใช่ว่าจบสิ้นยังไม่ถึงนิโรธแล้วก็จะรู้อนิจจังรู้ความไม่เที่ยงแม้เราทำอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้อยู่มันก็อาจจะมีเศษนึกว่าแม่แล้วมันก็ยังไม่แน่นอนมีผีมาหลอกบ้างเนี่ยมันยังหลอกซะอีกบ้างโอปปาติกะหรือเศษที่มันสมาพันธ์แข็งแรงและแข็งแรงด้วยไปแล้วเพราะว่าเราแข็งแรงแต่มันก็ยังมีจอห์นได้เป็นอนิจจังเพราะเราก็รู้ว่าไอ้ความ เป็นได้แต่เราไม่อับเฉาเราไม่หดหู่ใจเราไม่ห่อเหี่ยวใจหลักฐานที่จะทำสุขกับวิหารของนักปฏิบัติธรรมเนี่ยยังพยายามไม่เบิกบานแจ่มใสตัดสิ่งที่หม่นหมองออกก่อนให้จิตเบิกบานร่าเริงแล้วก็พยายามทำจิตให้ใสแล้วให้รู้ชัดถึงกิเลสส่วนที่มันเป็นส่วนที่ยังเป็นราคะส่วนที่มันยังยอมจ่ายหรือส่วนที่ยังไม่ขาดส่วนที่มันยังค้างอังกฤษที่เรียกว่าอาฆาตหรืออาสาหรือเรียกว่าอาภาทางมันยังค้างอยู่เราก็ต้องเอาออกรถออกล้างออกเวลาภาณุศักดิ์ศรีต้อง ความเห็นตามรู้อนุบาลศรีเพราะต้องตามเห็นอนิจจังถ้าพูดได้ยังเห็นตลอดเวลาอยู่ด้วยกันมันไม่เที่ยงนะมันไม่แน่มันไม่ตายตัวไปทีเดียวว่าเที่ยงเราเองแล้วสบายมันก็สบายดีเที่ยงแล้วเที่ยงเป็นภาษาเป็นนิยตว่าเราเองเราเข้าใจตามจิตรู้อยู่ตลอดไม่สบายปลอดโปร่งดีแต่ในขณะที่ปลอดโปร่งคุณก็จะต้องมีกระทบสัมผัสมันไม่ใช่ปลอดโปร่งโดยไม่กระทบกับโล่งเบาๆๆลุยๆไปเปลี่ยนเฉยๆมันไม่ใช่มันจะต้องมีตามีหูมีจมูกมีลิ้นมีกายมีใจสัมผัสกระทบเพราะเราเป็นคนที่มีทวารเป็นคนที่มีเวลาที่จะต้องอยู่กับโลกอยู่กับโลกเขาเพราะฉะนั้นจะต้องรับรู้รับอะไรมันก็รู้ตัวรู้ตัวอะไรมันก็คือจบเกิดจากกระจกมันไม่ใช่ของเรียบๆ แต่จิตของเราเสมอสม่ำเสมอตอนที่เราก็ปรับมันได้อยู่ทุกเวลานี่เรียกว่าอนิจจังแท้และปรับมันได้อยู่ทุกเวลามันมาไงแล้วก็ปรับขึ้นมาคือเราปรับมันได้อยู่ทุกเวลานี่คือความไม่เที่ยงอนิจจาลูกปัดสีอนิจจาลูกปัดสีแล้วปรับมันได้อยู่ในสภาพที่สบายได้โดยไม่ยากในการตั้งถิ่นได้โดยไม่ยากในอุปสรรคมีหมดได้มั่นคงแข็งแรงอยู่เสมอเราจึงจะเห็นว่าเออจริงๆที่มันอนิจจังอะไรมันก็อนิจจังเพราะเราจะต้องพบกระทบสัมผัสอยู่มันไม่เที่ยงมันไม่เสมอเก่าแล้วมันก็เป็นอย่างเก่าบ้างไม่ใช่อย่างเก่าบ้างตามรู้ตามเห็น อนุบาลศรีซึ่งอนิจจังและเราก็ทำตามคลายได้ตลอดเวลาเวลาภาณุปัดสีจางคลายลงเท่านี้เราก็สบายแล้วก็พออยู่ได้ทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากแล้วเราก็รู้ว่าขณะนี้เป็นความพอดีของเราเป็นความพอใจของเราเรารู้ชัดว่าจิตขนาดนี้ยังมีเศษกิเลสยังมีเศษที่เราอัดลมแล้วก็รู้เจตนานี้เป็นเศษกิเลสรู้ต้องรู้ให้เห็นด้วยชัดๆที่ยังมีจิตที่ดีกว่านี้เหลือเกินนี้เราก็รู้แล้วทำจิตที่เหลือกว่านี้ได้ไหมทำได้แต่ตอนนี้เรายังไม่ทำเพราะเราอนุโลมกับอันนี้ก่อนเรารู้ตัวเราแน่ใจ ทำให้ดีกว่านี้ได้อีกอนุตตรจิตตังมีอย่างนี้เป็นผู้ที่มีมหากษัตริย์รู้จิตที่ลึกซึ้งและก็เป็นผู้ที่ทำจิตที่ลึกซึ้งก็ได้โดยรู้ตัวหรือเราทำไม่ได้ก็ต้องรู้ว่าเราทำจิตดีกว่านี้มีอีกไหมรู้ไหมว่ามีแต่เราทำยังไม่ได้ก็รู้เวลาทำอนุตตรจิตตังให้แก่ตนเองยังไม่ได้ฝึกเรียนต่อไปให้ได้มุ่งไปผู้ที่ได้แล้วท่านอนุโลมลงมาเป็นสระอุจจาระจิตตังตอนนี้ท่านทำอย่างนี้ตามนี้อนุโลมพระอนุโลมลงมาจิตที่ดีก็ไม่มีอีกเช่นบางทีเนี่ยคิดอย่างนี้แหละลุงจิตอย่างนี้จะทำพูดแรงจะทำให้มีกำไรกล้าอย่างนี้ลักษณะเหมือนกันอย่างนี้ตามรูปผสมตามสังขารที่ปรุงออกมา เป็นกายกรรมเป็นวจีกรรมไม่ให้ใครดูหยาบๆแล้วอ่านผิดไปถึงแล้วแหมมันก็จงใจก็จริงใช้จิตอย่างนี้มาปรุงจริงๆด้วยแต่ติดพื้นของเราไม่จะเป็นอย่างนี้ 7 พื้นของเราไม่ได้เป็นเป็นคนดุไม่ได้เป็นคนสร้างจิตของเราเป็นคนสุภาพด้วยซ้ำไปแต่ตอนนี้เราปรุงอยู่ปรุงหยาบใครมาเห็นใหม่ๆไม่เห็นที่ไม่ลึกซึ้งได้แต่แท้จริงพื้นจิตของท่านหรือว่าความปกติความจริงของท่านแล้วรากฐานชั้นไม่ใช่คนดุอย่างนี้ก็เป็นจริงก็เป็นจริงแต่ตอนนี้กำลังสับอุตรกำลังยอมลงมาจิตดีกว่านี้น่ะรู้เข้าใจด้วยแล้วก็เป็นได้ด้วยแต่ตอนนี้จะตั้งใจมาปรุงอย่างนี้จะทำงานอย่าง จะกระทำอย่างนี้สังขารเป็นปุญญาภิสังขารหรืออิทธาภิสังขารปรับปรุงโดยแกงแล้วก็มาปรุงโดยเป็นวุ้นน่ะลงโดยเจตนาดีให้แก่คนอื่นชำระให้แก่คนอื่นตัวเองไม่ต้องชำระตัวเองแล้วอย่างนี้ก็เป็นพระโพธิสัตว์หรือว่าเป็นพระอริยเจ้าที่ทำได้แล้วอย่างดีจริงแล้วก็มาอนุเคราะห์โลกมาช่วยโลกเป็นประโยชน์ทำประโยชน์ตนนั้นได้แล้วเป็นการเสียสละถ้าจะว่าและเป็นการเสี่ยงเสี่ยงอย่างนี้บ่อยๆเดี๋ยวก็มาชิมอย่างนี้อีกไม่ได้ปฏิเสธว่านายอย่างนี้มากๆไปเดี๋ยวก็หลุดออกมานี้อีกนะเสี่ยงด้วยซ้ำไปแล้วคนที่ยังไม่แข็งกล้าจริงก็อย่าพึ่งเหิมหาอนุโลมลงมามาก อย่าเพิ่งถ้ายังไม่กล้าจึงยังไม่แน่จริงว่ามีทุนมากแล้วทุนเพียงพอแล้วถ้าไม่มากไม่พออย่างนั้นอย่าเพิ่งอนุโลมลงมาถ้าทุนเรามีมากทุนเรามีพอพอใจอนุโลมเข้ามาได้เกื้อกูลผู้อื่นก็เป็นประโยชน์เป็นบุญเป็นสิ่งดีในการอนุเคราะห์ผู้อื่นเพื่อคุณผู้อื่นก็เป็นสิ่งดีที่แท้และก็เป็นความจำเป็นและเป็นความจริงที่จะต้องกระทำในโอกาสต่อมานะจริงเพราะถ้ายังไม่ได้ไม่ต้องทำได้ก็ทำถ้าทำแล้วเกิดผลเกิดประโยชน์จริงๆก็สืบสานศาสนาด้วยไม่มีความเชื่อมโยงหมุนเวียนกันอยู่อย่างนี้เสมอจริงๆเราฟังดูดีๆจะเห็นชัดจะเข้าใจชัดระดับผู้ใดจิตยังไม่มั่นคงแข็ง ไม่มีทุนมากก็อย่าเพิ่งทำธุรกิจตั้งโดยอนุโลมต้องทำให้เป็นอนุตตรจิตตังไปเรื่อยก่อนให้จิตที่ดียิ่งดียิ่งดียิ่งดียิ่งไม่มีอะไรเหนือกว่านี้อีกให้เป็นที่สุดรู้จิตที่เป็นที่สุดเพราะบริสุทธิ์ปราศจากกิเลสว่างสะอาดเป็นวิมุติถ้าไม่จริงทำให้จริงเพราะฉะนั้นเมื่อใครทำวิมุตเป็นจิตได้และก็จะอนุโลมได้เป็นสระอุจจาระจิตก็ได้ก็เพราะว่าคนนั้นรู้จักสมาชิกรู้จักประโยชน์รู้จักประโยชน์สมาชิกและเราก็ไม่หมดเขาไม่หมดทุนแล้วเรามีแรงพอเพราะเราได้สร้างสม ถังมาแล้วแล้วได้สร้างความแข็งแกร่งและความแข็งแรงมั่นคงมีพอ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน